Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

คนรักต้นไม้สุดช้ำ! สาวโพสต์คนร้ายเอาน้ำมันมาราดต้นพวงครามหน้าบ้าน

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628218

คนรักต้นไม้สุดช้ำ! สาวโพสต์คนร้ายเอาน้ำมันมาราดต้นพวงครามหน้าบ้าน

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 16.28 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ม.ค.65 จากกรณีเพจ “อยากดังเดี่ยวจัดให้รีเทิร์น part2″  ได้โพสคลิปวีดีโอต้นพวงครามและต้นไม้ที่ปลูกไว้หน้าบ้านมีคนร้ายเอาน้ำมันมาราดได้รับความเสียหายโดยมีข้อความว่าเอาน้ำมันมาราดรดต้นไม้แกล้งกันทำไม อันตรายหลายอย่างมาก

วันก่อนแม่เพิ่งถ่ายวีดีโอโพสต์ ต้นพวงครามออกดอกงาม และก็มีคนมีติดต่อขอซื้อไปปลูกจำนวนนึง วันนี้ตอนเช้า แม่ออกมาดูเห็นคราบน้ำมันเต็มต้นพวงครามไปหมด คาดว่าบ้านเยื้องๆจะเอามาราดตอนกลางคืน แล้วตอนเช้ามันยังเอาน้ำมาฉีดกลบเกลื่อนหลักฐาน!!! เหตุเพราะความริษยา ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์เลวๆแบบนี้เกิดขึ้นกับที่บ้าน ใครพอจะแนะนำอะไรได้บ้างค่ะ (แจ้งความ , วิธีพื้นฟูต้นไม้) ใจคอไม่ดีเลย เป็นห่วงความปลอดภัยของแม่ด้วย แล้วต้นพวงครามกว่าจะโตและมีดอกมันใช้เวลาหลายปี #คนรักต้นไม้ #ร้องทุกข์ ฝากแชร์ต่อให้ความเป็นธรรมด้วยค่ะ 

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านที่เกิดเหตุเลขที่ 139/6  ม.4 ซอยสันติภาพ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี นางธนฉัตรศร  บุญนิมิตรไพศาล อายุ72ปี  ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 ม.ค.65 ซึ่งบ้านเยื้องกับบ้านของตนเองได้มารดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้านตนซึ่งขณะที่รดอยู่นั้นเขาก็มองว่าจะมีใครมาเห็นหรือไม่และตนก็สงสัยว่าเขาจะมารดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้านของตนเองทำไม ซึ่งเมื่อตนเดินไปดูก็พบว่ามีคนเอาน้ำมันมาราดต้นไม้หน้าบ้านของตน ได้ราดเข้าไปถึงต้นพวงครามออสเตรเลีย ตนก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรเขา และตนก็เข้าไปโทรศัพท์หาลูกสาว ซึ่งน้ำมันเป็นน้ำมันดำและเป็นน้ำมันเสียขนาดล้างไปแล้วน้ำมันก็ยังอยู่ และตนก็ได้ขุดดินที่โดนน้ำมันออกพร้อมกับเปลี่ยนดินใหม่ใส่ลงไปแต่ก็คงไม่เสียหายทุกต้น ถ้าเราไม่บอกกล่าวเพื่อนบ้านจะได้รู้และตนเองไม่ได้ปรักปรำใครเพราะไม่มีหลักฐานตอนที่เขาเอาน้ำมันมาราดต้นไม้แต่ต้นชะครามมีค่าทางจิตใจกับแม่มากเพราะปลูกมาเป็นสิบปีแล้ว ต้นพวงครามและตีนตุ๊กแก ลูกสาวเป็นห่วงมาก

ส่วนนางสาวนาสาวพรพนิตฐา บุญนิมิตรไพศาล อายุ 46 ปี กล่าวว่า ใบพวงครามจะเขียวสดและได้โทรไปสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้บอกว่าให้เอาน้ำล้างต้นไม้ให้มากที่สุดและขุดหน้าดินออกและใส่ดินเข้าไปไหม และตนก็โทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มาดูที่เกิดเหตุและจะได้พาแม่ไปแจ้งความในภายหลังซึ่งต้นพวงครามก็จะออกดอกได้สวยขนาดนี้ต้องใช้ระยะเวลาหลายไป พร้อมกันนี้ก็จะติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมและที่ระบายน้ำในบ้านก็ยังมีคราบน้ำมันอยู่. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระยืนยันเงินที่ถูกหลอกไปไม่ใช่ของวัด หลังโดนโซเชียลถล่มเป็นเงินทำบุญ

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628196

พระยืนยันเงินที่ถูกหลอกไปไม่ใช่ของวัด หลังโดนโซเชียลถล่มเป็นเงินทำบุญ

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.54 น.

พระลูกวัดยันเงินที่ถูกหลอกไปไม่ใช่ของวัด ทำงานเก็บมาก่อนบวช หลังโซเชียลกระหึ่มด่าว่าเป็นเงินที่ชาวบ้านมาทำบุญ

12 ม.ค.65 ที่ จ.สงขลามีเหตุการณ์พระลูกวัดชื่อดังถูกแกงค์คอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินไปถึง 140,000 บาท และเคราะซ้ำกรรมซัดเมื่อกลายเป็นข่าวก็ต้องตกเป็นจำเลยสังคมเพราะถูกกระแสโซเชียลโจมตีหาว่าเงินที่ถูกหลอกไปเป็นเงินของวัดที่ชาวบ้านมาทำบุญ ทั้งที่เป็นเงินเก็บส่วนตัวที่ทำงานหาเงินมาทั้งชีวิตก่อนที่จะมาบวชเป็นพระ 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับพระกรวิชญ์ วชิรญาโณ หรือหลวงโอ อายุ 32 ปี เป็นพระลูกวัดมหัตตมังคลาราม หรือ วัดหาดใหญ่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งบวชมาได้ราว 1 ปี ชื่อเดิมคือ นายกรวิชญ์ พรมวงษ์ เป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช 

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบกับ พระกรวิชญ์ ที่วัดมหัตตมังคลาราม และได้เล่าเรื่องที่ถูกแกงค์คอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินไปถึง 140,000 บาท ให้ฟังว่า เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดโพธ์น้อย ใน อ.รัษฎา จ.ตรัง ขณะเดินทางกลับไปเยี่ยมโยมแม่ 

และมีผู้หญิงโทรศัพท์เข้ามาอ้างว่าโทรมาจากบริษัทขนส่งเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งว่ามีกล่องพัสดุเป็นชื่อของตนถูกส่งไปที่ จ.เชียงใหม่ ภายในมีหนังสือเดินทาง 14 เล่ม  บัตรเอทีเอ็ม 10 ใบเสื้อผ้า 8 ชุด และทางศุลกากรบอกว่าเป็นสิ่งผิดกฏหมายพัวพันกับแกงค์ฟอกเงิน และขอไอดีไลน์จะให้ตำรวจติดต่อกลับไป 

แค่ 2 นาทีก็มีตำรวจคนหนึ่งโทรมาบอกว่าเป็นรองสารวัตร สภ.เชียงใหม่ ให้ตนไปพูดที่ไม่มีคนและสอบสวนตน ก่อนที่จะให้คุยกับสารวัตรอีกคนอ้างชื่อว่า ร.ต.อ.ภาณุวัฒน์ ด้วงบ้านยาง มีการขอเลขบัตรประชาชนไปตรวจสอบบอกว่าตนพัวพันคดีฟอกเงินพันล้าน และมีผู้ต้องหาที่ถูกจับซัดทอดว่าตนเป็นคนรับจ้างเปิดบัญชีได้ค่าจ้าง 12,000 บาทต่อบัญชี และได้ส่วนแบ่งจากการฟอกเงิน 10 เปอร์เซ็นเป็นเงิน850,000 บาท และยังขอตรวจสอบบัญชีการเงินของตนซึ่งมีอยู่ 3 บัญชีแต่มีบัญชีเดียวที่มีเงินอยู่ 150,000 บาท 

โดยให้ตนโอนเงินไปให้ทั้งหมดบอกว่าจะให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบเงินว่าถูกต้องหรือไม่ใช้เวลาในการตรวจสอบเงินไม่เกิน 40 นาทีและระหว่างที่ตรวจสอบเงินก็ให้ถือสายโทรศัพท์รอได้เลย หากเป็นเงินถูกต้องก็จะโอนกลับให้ และพูดย้ำว่าจะเอายศเอาเกียรติของตำรวจเป็นประกัน ว่าจะโอนกลับให้ แต่ถ้าไม่โอนก็จะออกหมายจับในคดีฟอกเงินและจะตามไปจับถึงที่วัด 

พระกรวิชญ์ บอกว่า ด้วยความที่มั่นใจว่าเงินตนเป็นเงินบริสุทธ์ไม่ผิดกฏหมายและต้องการที่จะปกป้องผ้าเหลืองปกป้องวัดเพราะถ้าตำรวจมาจับที่วัดไม่ว่าเรื่องจะจริงไม่จริงก็จะสร้างความเสียหายให้กับวัดและพระพุทธศาสนา จึงได้โอนไป 140,000 บาท เข้าบัญชี น.ส.เวฬุรีย์ ปิติเลิศวงศ์ โดยเหลือไว้ในบัญชี 10,000 บาท เพราะตนจะเก็บไว้ให้โยมแม่ 

ซึ่งตลอดที่พูดคุยกันเกือบ 2 ชั่วโมงไม่ได้มีการวางสายโทรศัพท์แต่อย่างใด และได้ยินเสียง ว.ของตำรวจดังขึ้นตลอด  แต่หลังจากที่โอนเงินไปแล้วตนก็ถือสายโทรศัพท์รอและเหลือเพียงอีก 10 นาทีจึงร้อนใจสอบถามกลับไปว่าโอนเงินกลับมาหรือยัง  ปลายสายก็พูดว่า”หลวงพี่คับขออนุญาตบล๊อค”และตัดสายทิ้งไป ตอนนั้นเริ่มสั่นและอยู่ไม่ติดเพราะเริ่มรู้ตัวว่าน่าจะถูกหลอกจึงโทรกลับไปอีกทีก็มีคนรับและตนถามกลับไปว่า”เมื่อกี้โยมพูดว่าขออนุญาญบล็อกหรือ” และปลายสายบอกสั้นๆว่า”ตามนั้นคับ”และตัดสายไปและโทรไม่รับอีกเลย 

พระกรวิชญ์ กล่าวว่า ได้ตรอจสอบชื่อของ ร.ต.อ.ภาณุวัฒน์ ด้วงบ้านยาง ที่ถูกอ้างถึงก็พบว่าเป็นตำรวจจริงแต่อยู่ที่ สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ไม่ได้อยู่เชียงใหม่ และโทรไปคุยตำรวจท่านนี้ก็บอกว่ามีผู้เสียหายที่ถูกเอาชื่อไปอ้างกว่า 40 ราย 

พระกรวิชญ์ บอกว่า หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.รัษฎา จ.ตรัง ไว้แล้ว เมื่อวานนี้ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ แต่เมื่อมีข่าวปรากฏว่าออกไปทางสื่อ ปรากฏว่าจากที่ตนเป็นผู้เสียหายต้องกลายเป็นจำเลยสังคม โดยเฉพาะในกระแสโซเชียล เพราะบางคนเข้าใจผิดว่าเงินที่ถูกหลอกไปเป็นเงินของวัดที่ชาวบ้านมาทำบุญ และถูกด่าถูกว่าในโซเชียลจนแทบไม่อยากอ่านคอมเมนต์ 

ซึ่งความจริงแล้วเงินที่ถูกแกงค์คอลเซ็นเตอร์หลอกไป 140,000 บาท เป็นเงินที่เก็บสะสมจากการทำงานก่อนมาบวชซึ่งตนทำงานหนักและสู้ชีวิตมาตลอด เป็นกุ๊กโรงแรม เวลาว่างก็ไปเป็นเด็กเสริฟพนักงานต้อนรับ และยังเปิดบริษัทกับเพื่อนเป็นหน้าขายบ้านและบ้านเช่า แต่ช่วงโควิด19 ทำให้ไม่มีงานชีวิตฟุ้งซ่านจึงต้องการหาที่สงบพักกายพักใจจึงมาบวชพระที่วัดมหัตตมังคลารามหรือวัดหาดใหญ่ใน ได้ 1 ปี และด้วยความที่เป็นเชฟเก่ามาก่อนก็เลยได้ช่วยวัดทำอาหารแจกชาวบ้านช่วงโควิดด้วย 

แต่ว่ามันมีเหตุการณ์ที่ต้องบวชต่อ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกพอพูดเรื่องสึกก็เกิดอุบัติเหตุหัวแตกเย็บไป3 เข็ม และพอพูดเรื่องสึกครั้งที่สองก็มีถูกหลอกเงินสูนไป140,000 บาท ก็เลยตั้งใจว่าจะบวชไปเรื่อยๆเพราะชอบความสงบและสบายใจที่ได้เห็นญาติโยมมาทำบุญกันที่วัด. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มันมาให้โชค! ตัวเงินตัวทองยาวเกือบ 2 เมตรซุกในห้องเครื่องเก๋งไม่ยอมออก

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628152

มันมาให้โชค! ตัวเงินตัวทองยาวเกือบ 2 เมตรซุกในห้องเครื่องเก๋งไม่ยอมออก

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.28 น.

ตัวเงินตัวทองยาวเกือบ 2 เมตรเข้าไปซุกอยู่ในห้องเครื่องรถยนต์เก๋ง กู้ภัยใช้เวลานานร่วมชั่วโมงกว่าจะนำตัวออกมาได้ ด้านสาวเจ้าของรถวัย 42 ปี เชื่อตัวเงินตัวทองมาให้โชค พบ เกาะแน่นไม่ยอมออกจากรถ เตรียมนำทะเบียนรถซื้องวดนี้

วันที่ 12 ม.ค.65 เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ได้รับแจ้งของความช่วยเหลือจับตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่เข้าไปซุกซ่อนตัวอยู่ภายในห้องเครื่องรถยนต์ จอดอยู่บริเวณริมถนน สี่แยกไฟแดงศาลาแดง ตำบลศาลแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มีความชำนาญในการจับสัตว์เลื้อยคลานเข้าไปตรวจสอบให้การช่วยเหลือ

พบนางสาวมาลี คาบุตรดี อายุ 42 ปี ยืนอยู่ข้างรถยนต์เก๋ง นิสสัน มาร์ท สีขาว หมายเลขทะเบียน กน. 9575 ราชบุรี เล่าให้ฟังว่า ได้จอดรถยนต์อยู่บริเวณดังกล่าวไว้ตามปกติ แล้วต่อมาได้ทำการสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อเดินทางออกไปข้างนอก แต่มีเสียงแปลกๆ บริเวณด้านหน้าห้องเครื่อง จึงได้เปิดฝากระโปรงหน้าเครื่องดู พบว่ามีตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ อยู่ภายในห้องเครื่องแบบเกาะแน่น จึงดับเครื่องยนต์แล้วพยายามไล่ให้ออกแต่ไม่สำเร็จจึงแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการจับที่บริเวณหางตัวเงินตัวทองและพยามยามดึงด้านบนแต่เจ้าตัวเงินตัวทองเกาะแน่นไม่ยอมออกมา จึงเปลี่ยนวิธีใหม่ในจับทางหัวเจ้าตัวเงินตัวทอง เพื่อดึงขึ้นด้านบนเหมือนเดิมแต่ไม่สำเร็จ จึงจับไปที่ขาหน้าของเจ้าตัวเงินตัวทองแล้วดึงออกมาด้านหลังล่างห้องเครื่องยนต์แต่ก็ไม่ยอมออกมา สุดท้ายก็ใช้วิธีดึงหางออกมาทางด้านล่างของห้องเครื่องรถยนต์ออกมาได้อย่างปลอดภัยโดยใช้เวลานานร่วมชั่วโมง

พบมีลำตัวขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 1.20 เมตร ทางนางสาวมาลี เจ้าของรถยนต์บอกว่าน่าจะมาบอกใบ้ให้โชคเนื่องจากเกาะแน่นและไม่ยอมออกจากรถยนต์ เตรียมนำหมายเลขทะเบียน 9575 ไปเสี่ยงดวง 

ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย เผยว่า ที่ต้องใช้เวลานานนั้นต้องจับด้วยความระมัดระวัง อันตรายจากการถูกกัดและความเสียหายของเครื่องยนต์ พร้อมได้นำตัวเงินตัวทองขึ้นรถจักรยานยนต์ไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติห่างไกลบ้านเรือนประชาชนต่อไป  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผ่าพิสูจน์ซาก! ช้างป่าสลักพระ รถชนกระดูกขาแหลกเป็นชิ้น สาหัสหลายจุดสิ้นใจ

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628125

ผ่าพิสูจน์ซาก! ช้างป่าสลักพระ รถชนกระดูกขาแหลกเป็นชิ้น สาหัสหลายจุดสิ้นใจ

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.43 น.

หน.เขตฯสลักพระ ผ่าพิสูจน์แล้ว ช้างป่าเหยื่อกระบะพุ่งชน กระดูกต้นขาหน้าหักละเอียด เลือดคั่งที่กะโหลก เลือดออกที่หัวใจ เฉพาะเลือดตกในมากถึง 3 ลิตร จนท.สงสารอุทานลั่น “โอ้เจ้าพระคุณเอ๊ย”

12 มกราคม 2565 ความคืบหน้ากรณีช้างป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เพศผู้อายุ 30 ปี หนัก 6-7 ตัน ถูกรถยนต์กระบะพุ่งชนได้รับบาดเจ็บ ขาหน้าด้านขวาหัก เหตุเกิดเช้าวันที่ 9 ม.ค.65 ที่ผ่านมา แต่ต่อมาเวลาประมาณ 15.30 น.ของวันที่ 11 ม.ค.65 ช้างตัวดังกล่าวเกิดอาการช็อคและเสียชีวิตลง โดยนายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

พร้อมด้วย นางสาวลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ นางสาวกนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ( บ้านโป่ง) รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พยายามช่วยเหลือชีวิตช้างป่าอย่างเต็มที่ สำหรับจุดที่ช้างเสียชีวิตอยู่ห่างจากถนนสาย 3199 เข้าไปในป่าลึกประมาณ 2 กิโลเมตร ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ 12 ม.ค.65 นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เปิดเผยว่า เวลา 16.00 น.ของวันที่ 11 ม.ค.65 ต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง ตนและเจ้าหน้าที่เขตฯสลักพระ พร้อมคณะนายสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ได้ทำการผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตของช้างป่าเพศผู้ อายุ 30 ปี หนัก 6-7 ตัน ที่ถูกรถยนต์กระบะพุ่งชน ที่บริเวณถนนสาย 3199 เส้นทางกาญจนบุรี-อำเภอศรีสวัสดิ์ บ้านท่ามะนาว หมู่ 2 ต.วังด้ง อ.เมืองกาญจนบุรี

ผลการผ่าพิสูจน์พบว่า กระดูกต้นขาขวาด้านหน้าหักออกเป็นชิ้นๆ เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นถึงกับอุทานออกมาว่า ‘โอ้เจ้าพระคุณเอ๊ย’ นอกจากนี้ยังมีเลือดคั่งบริเวณใต้ผิวหนัง พบเลือดออกภายในประมาณ 3 ลิตร กล้ามเนื้อมีลักษณะฉีกขาดเป็นวงกว้าง บริเวณชั้นใต้ผิวหนังด้านหน้ากะโหลก พบมีการคั่งเลือด หัวใจมีร่อยรอยอักเสบและจุดเลือดออก ส่วนบริเวณอวัยวะระบบสืบพันธุ์ มีเลือดออกด้วยเช่นกัน

คณะสัตวแพทย์จึงสันนิษฐานว่า สาเหตุการตายเกิดจากการโดนรถชน ทำให้เกิดเลือดออกภายใน จึงส่งผลให้ช้างป่าตัวดังกล่าวเกิดภาวะช็อคจากการสูญเสียเลือด หลังจากทำการผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุแล้วเสร็จ เวลา 23.00 น.ของคืนวันที่ 11 ม.ค. คณะเจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกเรื่องราว เข้าพบ ร.ต.อ.ธีรยุทธ อังวะ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลาดหญ้า เพื่อลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน

ขณะเดียวกันต้องขอขอบคุณท่าน พล.ต.บรรยง ทองน่วม ผบ.พล.ร.9/ผบ.กกล.สุรสีห์ และพ.อ.เฉลิมชัย ชัดใจ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 9 ที่ให้ความช่วยเหลือในการประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 9 ( ร.9พัน1) และกองพันทหารช่าง ที่ 9 พล.ร.9 พร้อมนำแบคโฮ เข้ามาให้ความช่วยเหลือในการขุดหลุมเพื่อฝังซากช้างในครั้งนี้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณแม่ลูก2ไม่รู้ตัวว่าท้อง คลอดลูกคาห้องพักเป็นคนที่3

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628121

คุณแม่ลูก2ไม่รู้ตัวว่าท้อง คลอดลูกคาห้องพักเป็นคนที่3

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.37 น.

จ.ปทุมธานี สาววัย 26 ไม่รู้ว่าตัวเองท้อง คลอดลูกภายในห้องพัก เป็นลูกคนที่ 3 

12 ม.ค.65 ศูนย์วิทยุกู้ชีพเทศบาลเมืองคูคต ได้รับแจ้งมีหญิงคลอดบุตรภายในห้องจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นอาคารพาณิชย์ปลูกติดกัน 3 คูหา ความสูง 4 ชั้น ข้างวัดโพสพผลเจริญ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี บนชั้น 2 ของอาคารภายในห้องไม่มีเลขที่ พบหญิงภายในห้องดังกล่าว

จากการตรวจสอบทราบชื่อ น.ส.ดาราวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดพังงา อยู่ในสภาพอิดโรย ได้เผยว่า ตนเองมีบุตรทั้งหมด 3 คน คนแรกเพศหญิง อายุ 6 ขวบ คนกลางเพศหญิง อายุ 2 ขวบ และคนล่าสุดที่คลอดออกมาก็เพศหญิงและตนเองไม่ทราบว่าตั้งท้องช่วงไหนและไม่ได้ฝากครรภ์ที่ไหนเลยก็ทำงานปกติ โดยที่ไม่ทราบ จนวันนี้เกิดปวดท้องและคลอดลูกออกมาเอง

ด้าน น.ส.สุกัญญา กาเกตุ อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นลูกพี่สาว เล่าว่า น้องได้มาอาศัยอยู่กับตนได้สักพักแล้วส่วนตนนั้นอยู่กับแฟนภายในห้องดังกล่าวเช่นเดียวกัน และก็ไม่ทราบว่าน้องตนเองนั้นมีท้อง มาวันนี้ถึงรู้เพราะได้คลอดเด็กออกมาจากการสอบถามว่ายังทำงานยกของหนักอยู่ทุกวันและที่เดียวกันด้วย จึงไม่มีความผิดสังเกตเกี่ยวกับเรื่องท้อง ด้านกู้ชีพโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ได้นำทารกพร้อมแม่ส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ต่อไป – 009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับได้แล้ว! เสือโคร่งห้วยขาแข้ง’เจ้าธนาธร’ กลับมาถิ่นเก่าครบ1ปีคาบสุนัขไปกิน

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628114

จับได้แล้ว! เสือโคร่งห้วยขาแข้ง'เจ้าธนาธร' กลับมาถิ่นเก่าครบ1ปีคาบสุนัขไปกิน

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 12.54 น.

เสือโคร่งออกจากป่าห้วยขาแข้ง กัดหมาชาวบ้านลากไปกินในไร่มัน พื้นที่ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี จุดเดียวกับที่เกิดเหตุเสือออกมากัดแพะชาวบ้านเมื่อ 1 ปีก่อน เจ้าหน้าที่วางแผนจับเพื่อย้ายไปอยู่ห่างไกลชุมชน

12 มกราคม 2565 จากรณี เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา เกิดเหตุเสือโคร่ง ออกจากป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี บุกกัดสุนัขในบ้านบึงเจริญ ต.ระบำ อ.ลานสัก ห่างจากด่านฯ ห้วยขาแข้ง 4 กม. ขณะหมาเคราะห์ร้ายนอนหลับ รวมกันกับหมาตัวอื่นรวม 3 ตัว บริเวณลานข้างบ้านเจ้าของ โดยเสือโคร่งลากสุนัขตัวดังกล่าวเข้าไปในไร่มันสำปะ และหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นช่วงเย็นของเมื่อวันที่11มกราคม นายเพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พร้อมด้วยนายสังวาล แสงสวัสดิ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลา ได้สนธิกรรมจัดกำลังเฝ้าเวร กรณีสัตว์ป่าเสิโครง ออกมาจาป่าห้วยขาแข้งรบกวนประชาชน ท้องที่หมู่ที่ 9 บ้านบึงเจริญ ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี   

โดยช่วงเมื่อคืนของ วันที่ 11 มกราคม 2565 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำและสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง รวม 6 คน ตรวจสอบกับดัก ปรากฎว่าเสือยังไม่ติดกับดัก เหตุการณ์ปกติ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้ง และพื้นที่เตรียมการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยทับเสลาห้วยระบำ จำนวน 25 คน เฝ้าระวังพื้นที่ควบคุม จนเวลาประมาณ 03.30 น. ชุดเฝ้าระวังพบเห็นเสือโคร่ง พยายามเดินข้ามถนนจึงส่งเสียงและส่องไฟรบกวน แต่เสือโคร่งยังคงเดินข้ามถนนมุ่งหน้าไปยังสระน้ำ จุดที่เคยนำซากสุนัขไปกิน เจ้าหน้าที่จึงปรับแผนมาปิดล้อมบริเวณดังกล่าว

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 06.00 น. คณะทำงานได้ร่วมกันตรวจสอบอีกครั้ง เวลาประมาณ 06.45 น. พบว่าเสือโคร่งเดินย้อนเส้นทางมาทางกับดักและติดกับดัก นายสัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้ทำการวางยาสลบและนำมาตรวจสุขภาพที่หน่วยพิทักษ์ป่าทุ่งแฝกต่อไป

โดยพบว่าเป็นเสือโคร่ง เพศผู้ อายุประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นเสือที่มีอายุมาก สุขภาพจึงเป็นไปตามอายุและพบรอยแผลที่ขา จากการประเมินไม่เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต จากนั้นเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ติดปลอกคอวิทยุติดตามตัวเพื่อตรวจสอบการเคลื่อนที่ของเสือโคร่ง ดำเนินการเสร็จประมาณ 09.10 น.

เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทำการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งไปปล่อยสู่ป่าธรรมชาติ ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่ายางแดง ห่างจากแนวเขตประมาณ 60 กิโลเมตรต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนนงนุชพัทยาโชว์ปอก’มะพร้าวทะเล’ หายากราคาลูกละ1แสนบาท

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628110

สวนนงนุชพัทยาโชว์ปอก'มะพร้าวทะเล' หายากราคาลูกละ1แสนบาท

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 12.37 น.

12 มกราคม 2565 ที่สวนนงนุช เมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา นำนาย ฮก ซอร์พวน (Mr. Ouk Sorphorn)เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยและคณะฑูต เยี่ยมชมสวนนงนุชพัทยา พร้อมชมมะพร้าวทะเล ซึ่งมีลูกสุกพร้อมกัน จำนวน 3 ลูก พร้อมปอกเปลือกมะพร้าวทะเลสุกหายากให้ชมอีกด้วย 

โดยต้นมะพร้าวทะเลที่นำลูกมาปอกเปลือกในครั้งนี้ นำมาปลูกเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2542  ซึ่งเป็นต้นที่ 4 มีอายุประมาณ 32 ปี และเคยสุกในต้นเดียวกันมาแล้ว จำนวน 3 ลูก มะพร้าวทะเลต้นนี้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ ผลดก และมีผลขนาดใหญ่ทั้งต้นมี 28 ผล เคยเก็บไปแล้ว 3 ผล และเก็บในวันนี้อีก 3 ผล เตรียมนำไปขยายพันธุ์ต่อไป 

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เปิดเผยว่า สำหรับมะพร้าวทะเลหรือมะพร้าวแฝด (LODOICEA MALDIVICA) จัดเป็นปาล์มชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่บนเกาะเล็กๆในหมู่เกาะซีเซลล์ มหาสมุทรอินเดีย มีเมล็ดขนาดใหญ่และหนักที่สุดในโลก ซึ่งสวนนงนุชพัทยา มีพันธุ์ปาล์มมากถึง 863 ชนิด และกว่า 100 ชนิด อยู่ที่สวนนงนุชพัทยาเท่านั้น ทั้งนี้ได้รับการรับรองจาก สมาคมปาล์มนานาชาติว่า มีปาล์มมากชนิดที่สุดในโลก จากการเป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมปาล์มนานาชาติ (International Palm Society 1998 หรือ IPS  1998 )  


ปัจจุบันสวนนงนุชพัทยามีต้นมะพร้าวแฝด หรือมะพร้าวทะเลอยู่ในความดูแล จำนวน 36 ต้น เป็นต้นตัวผู้ 4 ต้น และต้นตัวเมีย 7 ต้น ต้นที่ยังไม่ทราบเพศอีก 25 ต้น ซึ่งอนาคตมีแนวโน้มจะมีจำนวนมากขึ้น สำหรับมูลค่าต่อผลมะพร้าวแฝด 1 ลูก จะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาท และที่เป็นต้นกล้าราคาอยู่ที่ประมาณ 400,000 – 500,000 บาท หลังจากชมการปอกมะพร้าวทะเลที่หายากแล้ว คณะทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ได้เดินทางขึ้นเขาบันไดกฤษเพื่อร่วมปลูกป่าในสวนรุกขชาติ ที่สวนนงนุชพัทยาดูแลและจัดหาพันธุ์ไม้หายากมารวบรวมไว้ที่สวนแห่งนี้ เพื่อเป็นมรดกของชาติอีกด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มสาวดิ้นรนสู้ชีวิต ลาออกงานประจำกลับบ้านเกิด เปิดร้านเครปกรอบร้อยไส้

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628089

หนุ่มสาวดิ้นรนสู้ชีวิต ลาออกงานประจำกลับบ้านเกิด เปิดร้านเครปกรอบร้อยไส้

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.23 น.

12 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านเครปร้อยไส้ ยัยหมูอ้วน ตั้งอยู่ที่ 24/14 ถ. จ่านกร้อง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ของนายกิตติทัต ชาวบ้านเกาะ อายุ 25 ปี และน.ส.ชุติมา นามตาแสน อายุ 28 ปี เจ้าของร้าน ซึ่งก่อนมาเปิดร้านทั้งสองทำงานเป็นพนักงานที่ร้านขายยาอยู่ในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 และภาวะเศรษฐกิจ ทำให้อยากกลับบ้าน จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเปิดร้านขายเครป เพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้ 

นายกิตติทัต ชาวบ้านเกาะ อายุ 25 ปี เจ้าของร้าน กล่าวว่า ตนเป็นพนักงานที่ร้านขายยา อยู่ในกรุงเทพมหานคร ด้วยมีภูมิลำเนาอยู่ จ.พิจิตร ครอบครัวมีอาชีพค้าขาย ทำให้มีใจรักในอาชีพการค้าขาย การตัดสินใจมาเปิดร้าน ด้วยมีน้องที่รู้จักกันจะเลิกขายเครป จึงสนใจต้องการอยากทำเป็นอาชีพ จึงได้เรียนรู้สูตรการทำแป้งเครป ซึ่งเป็นสูตรที่เน้นเรื่องความกรอบ และวิธีทำเครป ฝึกฝนจนเริ่มคล่องแคล่ว จึงตัดสินใจมาเช่าตึกเปิดร้านขายเครปอยู่ที่ถนนจ่านกร้อง ด้วยมองว่า จ.พิษณุโลก เป็นเมืองที่เหมาะกับการค้าขาย ที่เปิดร้านตั้งอยู่ใกล้ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนจ่านกร้อง และเป็นเขตที่อยู่ใกล้ค่ายทหารสมเด็จพระนเรศวร เป็นจุดชุมชนที่เชื่อว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้า ผลจากการเปิดมาได้ 2 วัน ถือว่าได้รับผลตอบรับอย่างดี มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนเรื่อยๆ อาจจะเป็นเพราะในละแวกนั้นยังไม่มีคู่แข่ง จึงเป็นที่สนใจของลูกค้า

จุดเด่นของร้านคือเครปที่ร้านจะเน้นไปที่ความกรอบของแป้ง มีให้เลือก 2 แบบ คือแบบแป้งชาโคล สีดำ กับแป้งวานิลา สีครีม ส่วนไส้ที่นำมาให้ลูกค้าเลือก จะเป็นยี่ห้อที่ผู้คนนิยมรับประทาน ทั้งนี้ในส่วนของแป้งนั้นตนจะทำ ก่อนวันขาย 1วัน ทำตอนกลางคืน แล้วตอนเช้าก็นำออกมาขาย เพื่อให้ได้แป้งที่ใหม่และกรอบ หอม อร่อย 

นายกิตติทัต บอกว่า ช่วงนี้ยอมรับว่าเป็นช่วงที่ฝึกฝีมือ หากมีความชำนาญและได้รับผลตอบรับจากลูกค้ามากยิ่งขึ้น ในอนาคตก็จะเพิ่มไส้ คิดค้นทำไส้ให้หลากหลาย ทั้งไส้เค็มและไส้หวาน เน้นเอาใจวัยรุ่นมากขึ้นไปอีก เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการรับประทานเครป จากร้าน“เครปร้อยไส้ ยัยหมูอ้วน”

สำหรับราคาเครป ที่ร้านเริ่มต้นที่ ชิ้นละ 20-25 บาท แต่หากต้องการเพิ่มไส้ สามารถเพิ่มได้อย่างละ 5-10 อย่าง ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป สามารถโทรสั่งจองล่วงหน้าได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 088-685-0684  หรือที่ Page Facebook : “เครปร้อยไส้ ยัยหมูอ้วน”. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมพื้นที่ทำบุญครั้งใหญ่สร้าง ‘พระพุทธรูปปางเปิดโลกวัดชัฏป่าหวาย’ สวนผึ้ง

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628088

เตรียมพื้นที่ทำบุญครั้งใหญ่สร้าง 'พระพุทธรูปปางเปิดโลกวัดชัฏป่าหวาย' สวนผึ้ง

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.21 น.

วัดชัฏป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เตรียมดำเนินการก่อสร้างพระพุทธรูปปางเปิดโลกสูงขนาด 6-9 เมตร และหล่อพระไพรีพินาศเพื่อความเป็นสิริมงคลสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่น่าสนใจแก่นักท่องเที่ยว

พระครูประพลฌศักดิ์ พลญาโน เจ้าอาวาสวัดชัฏป่าหวาย และเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมบ้านห้วยน้ำหนัก อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ดูพื้นที่บริเวณลานวัดชัฏป่าหวายเพื่อเตรียมก่อสร้างพระพุทธรูปปางเปิดโลกองค์ความสูงขนาด 6-9  เมตร องค์ยืนหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ใช้พื้นที่บริเวณศาลาเผาศพเก่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทำพิธีสวดถอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เพื่อก่อสร้างพระพุทธรูปปางเปิดโลกที่สวยงามสูงสง่า ไว้เป็นพุทธบูชา

นอกจากนี้ยังได้ก่อสร้างศาลา เพื่อประดิษฐานพระไพรีพินาศไว้ด้านในซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างศาลาอยู่รุดหน้าไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นแล้ว โดยจะมีการจัดพิธีหล่อเททององค์พระไพรีพินาศที่บริเวณลานวัด ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการรอฤกษ์ยามดีจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ จะเป็นผู้กำหนดจัดพิธี เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มากราบสักการะขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคล และจะเป็นจุดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เมื่อนักท่องเที่ยวขับรถผ่านเข้าตัวตลาดชัฏป่าหวายก็จะพบเห็นองค์พระพุทธรูปขาดใหญ่สูงตระหง่านอย่างสวยงามชัดเจน

วัดชัฏป่าหวาย เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขต อ.สวนผึ้ง ซึ่งติดต่อกับ อ.จอมบึง และ อ.บ้านคา อยู่ทางด้านทิศตะวันตกติดกับชาดแดนไทย – เมียนมา เป็นวัดที่อยู่ในเส้นทางผ่านที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางแวะกราบขอพรได้อย่างสะดวก ก่อนที่จะผ่านเข้าไปท่องเที่ยวยังพื้นที่เชื่อมต่อได้อีกหลายแห่งด้วย  –  003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจ้าของฟาร์มหมูสิงห์บุรี’ฝากไว้ให้คิด! ปศุสัตว์ล้มเหลว หมูติดAFSกว่าจะรู้ก็สายไป

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628071

'เจ้าของฟาร์มหมูสิงห์บุรี'ฝากไว้ให้คิด! ปศุสัตว์ล้มเหลว หมูติดAFSกว่าจะรู้ก็สายไป

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 08.44 น.

12 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง บริษัทการุณฟาร์ม จำกัด เลขที่ 80 ม.4 ต.บางน้ำเชี่ยว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นฟาร์มหมูของ นายพัฒนพงษ์ การุณยศิริ หรือเฮียบุ๊ง เจ้าของฟาร์มหมูรายใหญ่ของจังหวัดสิงห์บุรี ที่ออกโรงโต้กรมปศุสัตว์ จากกรณีพบหมูติดโรค ASF ตายหลายหมื่นตัว จนสุดท้ายต้องปิดฟาร์มหมูไป พร้อมขุดเก็บซากส่งตรวจซ้ำเองเพื่อยืนยันว่า หมูที่ฟาร์มตายเพราะติดโรค ASF แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีหน่วยงานไหนรับฟังปัญหา จนต้องขาดทุนสองร้อยกว่าล้าน และอยากให้ฝ่ายรัฐบาล ออกมายอมรับความจริงและรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

นายพัฒนพงษ์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า กรณีหมูเป็นโรคตายนี้ เป็นมาตั้งแต่ปลายปี 60 จนถึงปัจจุบัน ก็ประมาณ 4 – 5 ปี ก่อนหน้านี้หลายๆ คนหรือแม้แต่ฝ่ายปศุสัตว์ต่างบอกว่าเป็น “ไข้หนังแดง” ซึ่งตนคิดว่า ดูจากอาการของหมูที่เป็นแล้วไม่น่าจะใช่ และโรคนี้เกิดระบาดพร้อมกันทั้งประเทศ ตัวยาที่รักษาอาจจะเอาไม่อยู่ เพราะหมูมีไข้ขึ้นสูงมาก อุณหภูมิอยู่ที่ 43 องศา เลือดจะไปคลั่งที่ผิวหนังจนเส้นเลือดแตก เครื่องในเสียหายหมด และติดต่อกันอย่างรวดเร็ว ตนจึงคิดว่าโรคระบาดที่เกิดไม่ใช่ “ไข้หนังแดง” แต่น่าจะเป็นโรค อหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ AFS เพราะโรคนี้ตอนนั้นกำลังระบาดอยู่ในประเทศจีน แต่ขณะนั้นก็ไม่มีใครเชื่อ ซึ่งกว่าความจริงจะเปิดเผย มันก็สายไปแล้ว คนทำฟาร์มหมูขาดทุนเสียหายกันเป็นแสนล้าน

นายพัฒนพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนในฟาร์มของตนเริ่มมีหมูป่วยตั้งแต่ 10 สิงหาคม และระบาดอย่างรวดเร็ว หมูตายทุกวัน ซึ่งมีทั้งหมดสองหมื่นกว่าตัว รวมแล้วเสียหายประมาณสองร้อยล้านบาท ซึ่งก็ต้องทำลายทั้งหมด ทั้งขายทิ้งและขุดหลุมฝังพร้อมกันแทบจะไม่ทัน 

สำหรับสาเหตุการตายมีอยู่ 2 สาเหตุ สาเหตุแรกคือเกิดจากโรคระบาด ซึ่งเราไม่สามารถจะจัดการได้เพราะไม่มียารักษา ส่วนสาเหตุที่สองคือความบกพร่องของกรมปศุสัตว์ คือการที่จะขายหมูข้ามเขตนั้นมันขายไม่ได้ ถ้าไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้าย กว่าจะอนุญาต กว่าจะเคลื่อนย้าย บางครั้งก็ติดปัญหา ตนลงทุนตั้งหลายร้อยล้านบาท เพื่อรอใบอนุญาตใบเดียวในการขนย้ายแต่ละครั้ง นั่นก็คือความล้มเหลวของระบบกรมปศุสัตว์ในประเทศไทย ซึ่งทำให้หมูต้องขาดตลาด ราคาหมูจึงสูงขึ้น คนทำฟาร์มหมูขาดทุนทั่วประเทศเสียหายเป็นแสนล้าน แบบนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ และตนขอแนะนำให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ลาออกทางเดียวเท่านั้น.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,298,775 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
How app culture turned astrology into a modern obsession
"มาดามเดียร์ วทันยา" โพสต์ เสียใจไร้คำชี้แจงการใช้งบจาก "รมว.สธ." #SootinClaimon.Com
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
ไร้เงา หมอสรณ ศาลปกครองสูงสุดงดอ่านคำสั่ง คดีเพิกถอนมติพ้นประธาน กสทช.
เปิดไลน์อัพโชว์ระดับเวิลด์คลาส 12 การแสดง 9 ประเทศทั่วโลก ‘Bangkok Festivals’ ปีนี้
ประชาธิปัตย์ ตั้ง มาดามเดียร ์ ร่วมทีมขุนพลภาค กทม.

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d