Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ม.ขอนแก่น’ร่วมหนุน‘ปภ.’ ลดความสูญเสียบนท้องถนน

Posted on December 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624632

‘ม.ขอนแก่น’ร่วมหนุน‘ปภ.’  ลดความสูญเสียบนท้องถนน

วันอาทิตย์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รายงานสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนของโลก โดยองค์การอนามัยโลก(WHO) ในปี 2561 ประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่อแสนประชากร เท่ากับ 32.7 ซึ่งเป็นอันดับ 9 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของทวีปเอเชีย ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย มีจำนวนอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนบนโครงข่ายถนนในความรับผิดชอบขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น (อปท.) คิดเป็นร้อยละ 85 ของทั้งประเทศ ดังนั้น สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงเป็นปัญหาวิกฤตของไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ มีการจัดพิธีลงนาม“บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการสนับสนุนการดำเนินงานวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน” ระหว่าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีระยะเวลาร่วมดำเนินงาน 3 ปี ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยินดีให้การสนับสนุนทางด้านวิชาการ เพื่อส่งเสริมงานศึกษาและวิจัยด้านการจัดการความปลอดภัยทางถนน ในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้และให้คำปรึกษาทางวิชาการแก่บุคลากรของ ปภ. ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขวิกฤตการณ์ด้านความปลอดภัยทางถนนของชาติ และบรรลุเป้าหมายการลดอัตราการเสียชีวิตต่อแสนประชากรของประเทศไทยในอนาคตต่อไป

“จังหวัดขอนแก่นแจ้งว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีผลงานที่โดดเด่นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เช่น เส้นทางถนนมิตรภาพ ด้วยการนำเอาองค์ความรู้ทางวิชาการของมหาวิทยาลัยขอนแก่น นำเข้าไปปรับระบบความปลอดภัยจนปัจจุบันมีอัตราการเสียชีวิตลงอย่างมาก นับเป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นองค์ความรู้ที่เราจะสามารถนำไปขยายผลในท้องถิ่น เพื่อจะช่วยทำให้อัตราการบาดเจ็บและการเสียชีวิตของประชาชนบนท้องถนนลดลง” อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าว

ทั้งนี้ หลักการสำคัญในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการสนับสนุนการดำเนินงานวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน ทั้ง 6 ฝ่ายจะให้ความร่วมมือกันในการสนับสนุนการดำเนินงานวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน โดยมหาวิทยาลัยยินดีจะสนับสนุนเรื่องการบริการเผยแพร่องค์ความรู้ การศึกษาวิจัยเพื่อการพัฒนา และการให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนนแก่ ปภ.

ส่วน ปภ. จะทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้รับการพัฒนาความรู้ที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยทางถนนจากทางมหาวิทยาลัย และสนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการกับทางมหาวิทยาลัย

ถือเป็นการยกระดับคุณภาพการดำเนินงานวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนนสู่การปฏิบัติ เพื่อประโยชน์ของทางราชการร่วมกัน!!!

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความชั่วไม่มีในที่ลับที่แจ้ง ทำความดีไม่มีใครเห็นมันก็เป็นความดี : หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

Posted on December 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624636

ความชั่วไม่มีในที่ลับที่แจ้ง ทำความดีไม่มีใครเห็นมันก็เป็นความดี : หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป

วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.12 น.

“…ความชั่วไม่มีในที่ลับที่แจ้ง เราไปทำในที่ลับทำความชั่วมันก็บาปอยู่นั่นเท่าเดิม เราไปทำอยู่ในที่แจ้งที่คนเห็นมันก็บาปอยู่เท่าเดิม ทำความชั่วทั้งหลาย บุคคลกระทำด้วยกาย หรือพูดด้วยวาจาก็ดี คิดในใจของคนก็ดี หากไปทำความชั่วอยู่ในที่ลับมันก็บาปอยู่เท่าเดิมนั้นแหละ 

คนกระทำความดี ทำอยู่ในที่ลับ ไม่มีใครเห็นก็ดี กราบไหว้บูชา ไหว้พระสวดมนต์ก็ดี รักษาศีลก็ดี เจริญภาวนาก็ดี อยู่ในที่คนไม่เห็น อยู่ในห้อง ใครไม่เห็นก็ดี มันก็เป็นความดีอยู่นั้นแหละ ความชั่วก็เช่นกัน ความดีก็เช่นกัน…”

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผ่าสถานการณ์หาคำตอบ’สมรภูมิริมแม่น้ำเมย เหตุใดพม่าจึงรบดุเดือด’KNU’

Posted on December 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624592

ผ่าสถานการณ์หาคำตอบ'สมรภูมิริมแม่น้ำเมย เหตุใดพม่าจึงรบดุเดือด'KNU'

วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.45 น.

25 ธ.ค.64 นายภาสกร จำลองราช ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการ “สำนักข่าวชายขอบ” โพสต์ข้อเขียนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Paskorn Jumlongrach ในหัวข้อ “สมรภูมิริมแม่น้ำเมย เหตุใดพม่าจึงรบดุเดือด KNU” โดยมีรายละเอียดดังนี้

คลื่นมนุษย์นับพันที่อพยพหนีตายจากฝั่งรัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่าข้ามมาหลบภัยอยู่ฝั่งไทยในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายเลยเพราะก่อนหน้านี้หลายฝ่ายทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย ผู้นำชุมชนชายแดน รวมถึงผู้นำทหารของ KNU ต่างพูดในทำนองเดียวกันว่าในช่วงฤดูแล้งนี้ กองทัพพม่าต้องเปิดเกมรุกบุกเดินหน้าปราบปรามกองกำลังชาติพันธุ์ โดยเฉพาะ KNU ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กองทัพพม่าส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ทหารกะเหรี่ยง KNU อย่างหนัก ทำให้ชาวบ้านหลายหมื่นคนต้องหนีตายออกจากหมู่บ้านและหลบซ่อนอยู่ในป่าและริมแม่น้ำสาละวิน บางส่วนข้ามมาหลับภัยในฝั่งไทย

สมรภูมิริมแม่น้ำเมยครั้งนี้ กองทัพพม่าได้ส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดเฉียดแดนไทยเช่นเดียวกับสมรภูมิริมสาละวินซึ่งชาวบ้านท่าตาฝั่งในเขตอำเภอแม่สะเรียงสามารถแหงนมองและถ่ายคลิปเครื่องบินรบพม่าที่บินมากลับลำเหนือหัวตัวเองได้เลย โดยที่กองทัพไทยไม่มีปฎิกริยาใดๆ

“คนที่อยู่ด้านในก็แจ้งมาว่า ถ้าเข้าฤดูแล้งแล้วจะมีการสู้รบ และสถานการณ์จะรุนแรงขึ้น” พลเอกบอ จ่อ แฮ รองผู้บัญชาการทหาร KNLA (Karen National Liberation Army) ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union- KNU) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวชายขอบ TransborderNews ไว้เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

“ผมคิดว่ากองทัพพม่าต้องปฏิบัติการปราบปรามแน่นอน เพียงแต่จะประเมินว่ากลุ่มต่อต้านแต่ละกลุ่ม ควรเริ่มปราบปรามกลุ่มไหนก่อน เขาไม่ปราบปรามพร้อมกันทุกกลุ่ม กองทัพพม่าจะวิเคราะห์กลุ่มกองกำลังแต่ละกลุ่ม วิเคราะห์ว่าต้องเริ่มทำลายกลุ่มไหนก่อนและใช้ปฏิบัติการฆ่าล้างบางและทำให้หวาดกลัว กองทัพพม่ามีแผนแน่นอน พวกเขาไม่ยอมอยู่แบบนี้แน่”

ความหมายของคำว่า “ไม่ยอมอยู่แบบนี้แน่”ที่นายพลแห่งกองทัพ KNLA พูดถึงคือการปล่อยให้กลุ่มกองกำลังต่างๆ รวมถึงประชาชนที่ไม่เห็นด้วยจับอาวุธขึ้นมาท้าทายและต่อสู้กับทหารพม่า

ล่าสุดกองทัพพม่าได้เลือกโจมตีกองกำลังทหารกะเหรี่ยงกองพล 6 ของ KNU ที่เมืองเมียวดีซึ่งอยู่ติดกับชายแดนไทยด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จึงเกิดคำถามว่าทำไมถึงทหารพม่าถึงเริ่มต้นเปิดยุทธการสู้รบในจุดนี้ก่อน

เมียวดีเป็นเมืองหน้าด่านที่เป็นประตูค้าขายระหว่างไทย-พม่า ในอดีตที่นี่เป็นฐานที่มั่นสำคัญของกองกำลังกะเหรี่ยง แต่หลังจากการสู้รบระหว่าง KNU และพม่าอันยาวนาน ทหารพม่าได้ใช้วิธีแบ่งแยกและปกครอง โดยให้การสนับสนุนให้ทหารกะเหรี่ยงจัดตั้งกองกำลังพิทักษ์ชายแดน(Border Guard Force) เพื่อผันตัวเองจากกองกำลังต่อต้านมาเป็นทหารชายแดนอาสาที่เป็นแนวร่วมกับรัฐบาลพม่า และมีสิทธิพิเศษด้านต่างๆโดยเฉพาะการอำนวยผลประโยชน์ในธุรกรรมทางเศรษฐกิจ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพื้นที่เมียวดีได้เติบโตอย่างรวดเร็ว มีการสร้างคาสิโนผุดขึ้นมากมาย พร้อมทั้งโรงแรม อาคารพาณิชย์และสถานบันเทิงต่างๆโดยเงินลงทุนจำนวนมหาศาลมาจากนักธุรกิจชาวจีน

แน่นอนว่า กลุ่มกองกำลังกะเหรี่ยงที่แตกแตกตัวมาจาก KNU และกลายเป็นกองกำลัง BGF ย่อมได้ผลประโยชน์จากการที่ทหารพม่าให้สัมปทานนักลงทุนชาวจีนเข้ามาใช้พื้นที่นับแสนไร่ย่านนี้ซึ่งเรียกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ “ชเวโก๊กโก่”

การเข้ามาลงทุนของนักธุรกิจจีนในย่านนี้เป็นที่จับตามองอย่างยิ่งว่าเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมหรือไม่ คาดว่าในอนาคตเมืองใหม่แห่งนี้จะมีชาวจีนนับแสนคนหลั่งไหลเข้ามา
การเข้ามาของนักธุรกิจจีนเชื่อมโยงกับการลงทุนธุรกิจต่อเนื่องมากมาย เช่น ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น จึงมีการผลักดันให้มีการสร้างแหล่งพลังงานแห่งใหม่โดยการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำสาละวิน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่กองทัพพม่าโจมตรีทหารกองกำลัง KNU กองพล 5 ซึ่งมีอิทพลเหนือพื้นที่แม่น้ำสาละวินบริเวณชายแดนไทย-รัฐกะเหรี่ยงของพม่า เพื่อที่ทหารพม่าจะได้ควบคุมพื้นที่สร้างเขื่อนให้ได้

เมื่อเร็วๆนี้นักธุรกิจจีนกลุ่มหนึ่งที่เสนอตัวสร้างอุโมงค์ยักษ์เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำยวม-สาละวินสู่เขื่อนภูมิพลเล่าให้ ส.ส.ไทยรายหนึ่งฟังว่า นักธุรกิจจีนกลุ่มนี้ได้หารือกับรัฐบาลทหารพม่าแล้วเพื่อขออนุญาตสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวิน ซึ่งทหารพม่าไม่ขัดข้อง

การลงทุนของนักธุรกิจจีนในพื้นที่เมืองเมียวดีจึงเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่สร้างความสลับซับซ้อนให้กับการสู้รบระหว่างทหารพม่าและกองกำลังกะเหรี่ยง KNU มากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันภายหลังจากการทำรัฐประหารของทหารพม่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2546 ประชาชนที่ออกมาคัดค้านและหนีการปราบปรามของทหารพม่าบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและเยาวชนได้เข้าร่วมการฝึกยุทธวิธีการรบขั้นพื้นฐานกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์จัดตั้งเป็นกองกำลังป้องกันประชาชน (People’s Defense Force – PDF)

พื้นที่กองพล 6 ของกองกำลังกะเหรี่ยง KNU ถือว่าเป็นฐานฝึกอบรมที่สำคัญให้กับ PDF ซึ่งทหารพม่าก็รับรู้ดีและเคยมีการสังหารเยาวชนกลุ่มนี้ภายหลังการจบหลักสูตรและเตรียมกลับเข้าสู่เมือง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ KNU กองพล 6 ต้องเป็นเป้าหมายการโจมตีแรกของฤดูแล้งนี้จากกองทัพพม่า

คาดว่ามีประชาชนหลายหมื่นคนต้องหนีภัยการสู้รบและหลายพันคนหนีข้ามแม่น้ำเมยมาพักพิงยังฝั่งไทย แต่ส่วนใหญ่แล้วยังคงหลบๆซ่อนๆอยู่ตามป่าและริมแม่น้ำฝั่งรัฐกะเหรี่ยงเพราะการจะข้ามฟากได้ต้องได้รับการอนุญาตจากทหารไทย ซึ่งประชาชนกลุ่มนี้กำลังเผชิญความลำบากแสนสาหัสเพราะขาดแคลนอาหาร ยิ่งขณะนี้เป็นฤดูหนาวที่อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วในเวลาค่ำคืน แต่พวกเขาไม่มีเสื้อผ้ากันหนาวและผ้าห่มที่เพียงพอ ทำให้เกิดการเจ็บป่วยแต่ก็ไม่มียารักษาโรค

การสู้รบระหว่างกองทัพพม่าและกองกำลังกะเหรี่ยง KNU ยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติได้เมื่อไร สภาวะทุกข์ยากของประชาชนชาวกะเหรี่ยงจึงยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีใครรู้ว่าอีกนานแค่ไหนความสงบถึงจะคืนกลับมา

ท่าทีของกองทัพไทยยังคงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้สมรภูมิริมแม่น้ำเมยและสาละวินดุเดือดหรือสงบง่าย

ขอบคุณภาพจาก JITTRAPON KAICOME

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สั่งพักงานครูฉาวแล้ว! หลังถูกแฉชวน นร.’สวิงกิ้งแลกเกรด’ ตั้งกรรมการสอบ

Posted on December 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624586

สั่งพักงานครูฉาวแล้ว! หลังถูกแฉชวน นร.'สวิงกิ้งแลกเกรด' ตั้งกรรมการสอบ

วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.15 น.

วันที่ 25 ธันวาคม 2564 จากกรณีที่โลกทวิตเตอร์ มีการพูดถึงพฤติกรรมของครูชายสอนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนชื่อดังของภาคใต้ พร้อมติด #โรงเรียนรั้วฟ้าขาวแห่งหนึ่ง โดยครูคนดังกล่าวมีเพศสัมพันธ์กับนักเรียนสาวซึ่งเป็นลูกศิษย์หลายราย บางรายถูกขอมีเพศสัมพันธ์เพื่อแลกกับเกรดผลการเรียน มีการชวนนักเรียนสาวไปสวิงกิ้ง หรือส่งภาพอวัยวะเพศให้ดู และยังชวนนักเรียนชายเข้ากลุ่มสยิว

ล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจของโรงเรียนที่เกิดเหตุ ได้ออกมาโพสต์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า “เรียน ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน สืบเนื่องจากมีกระแสข่าวในสื่อโซเชียลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของบุคลากรในโรงเรียนต่อนักเรียน ในลักษณะกระทำผิดวินัย และได้สร้างความวิตกกังวลแก่นักเรียนและผู้ปกครอง

โรงเรียน (ขอสงวนชื่อโรงเรียน) เห็นความสำคัญถึงความปลอดภัยของนักเรียน และความกังวลของผู้ปกครอง รวมถึงประโยชน์ของทางราชการ จึงได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบเสาะหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามระเบียบและให้เกิดความกระจ่าง และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ โรงเรียน (ขอสงวนชื่อโรงเรียน) ได้ดำเนินการให้บุคลากรดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าผลการสืบเสาะหาข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ เมื่อโรงเรียนได้ดำเนินการสืบเสาะหาข้อเท็จจริงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง จึงเรียนมาเพื่อประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มชะแลเล่าอาถรรพ์ในเขาพระอินทร์ เจอเจ้าป่าชายตัวดำสูงใหญ่สวดคาถากรอกหู

Posted on December 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624578

หนุ่มชะแลเล่าอาถรรพ์ในเขาพระอินทร์ เจอเจ้าป่าชายตัวดำสูงใหญ่สวดคาถากรอกหู

วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.07 น.

หนุ่มชะแล อำเภอทองผาภูมิ เล่าเหตุการณ์ระทึกขณะหลงอยู่ในป่าเขาพระอินทร์ 5 วัน 4 คืนเชื่อได้กลับมาเพราะบารมี “หลวงพ่อวิจิตร ภัททกิตตโก” เจ้าอาวาสวัดบ้านน้ำมุด พระเกจิชื่อดังที่ชาวบ้านให้ความนับถือมาช่วยทำพิธี เผยระหว่างหลงอยู่ในป่าเจอชาย 2 คนตัวดำ สูงใหญ่ หน้าตาดุดัน สวดคาถาใส่หู พร้อมบอกให้เดินตามไปสลับกับการคลานท่ามกลางความมืด ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีจุดหมาย ไม่รู้เวลา ไม่รู้วันจนได้ยินเสียงสวดมนต์เข้าหูอีกข้าง ก่อนได้ยินกรี๊ดร้องด้วยความเจ็บปวดของชายทั้ง 2 แล้วหายตัวไป

จากกรณีที่นายไวพจน์ วังคีรี อายุ 31 ปี อยู่บ้านเขาพระอินทร์ หมู่ที่ 5 (บ้านภูเตย) ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ ได้หายตัวไปจากพื้นที่บริเวณไร่มันในหมู่บ้าน ขณะที่แม่ยังคงยืนดูลูกเดินเข้าทำธุระส่วนตัวในดงมันแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้ในเวลาต่อมาจะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเฉพาะกิจลาดหญ้าฯ อส.อำเภอทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่อุทยานลำคลองงู อาสาสมัครมูลฯธิพิทักษ์กาญจน์ และเพื่อนบ้านรวมกว่า 70 คน ออกค้นหาตลอดระยะเวลาที่หายไปตั้งแต่บ่ายวันที่ 19 ธันวาม 2564 แต่ก็ไม่พบร่อยรอยใดๆ 

จนกระทั่งในเวลา 17.30 น.ของวันที่ 23 ธ.ค.64 ชาวบ้านภูเตย พบตัวนายไวพจน์ วังคีรี ซึ่งอยู่ในสภาพอิดโรย ร่างกายไร้เสื้อผ้า เหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว เดินเท้าเปล่าเท้าทั้ง 2 ข้างบาดแผลพุพอง ยืนโบกรถอยู่ริมข้างทางบริเวณทุ่งเกษตร หมู่ที่ 5 บ้านภูเตย อบต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ ไร่ของนายทองสุก วรรณสัมผัส ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 8 กม.ก่อนจะแจ้งข่าวให้ดีให้ครอบครัวทราบในเวลาต่อมา

จึงเกิดคำถามมากมายตามว่า ตลอดระยะเวลา 5 วัน 4 คืนที่หายตัวไป นายไวพจน์ วังคีรี หรือที่ครอบครัวเรียกชื่อเล่นว่า บิน ไปอยู่ไหน ไปกับใคร เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนนับร้อยที่ช่วยกันออกตามหาแทบพลิกแผ่นดิน เดินค้นหาร่องรอยในพื้นที่เกือบทุกตารางนี้ เริ่มตั้งแต่ในพื้นที่ไร่มัน จุดที่นายบินเดินเข้าไป แต่ไม่พบร่องรอยใดๆเลย ตลอด 5 วันจนสุดท้ายครอบครัวต้องไปนิมนต์พระวิจิตร ภัททกิตตโก (หลวงตาจิตร) เจ้าอาวาสวัดบ้านน้ำมุด (พระเกจิอาจารย์ ชื่อดัง) ที่ชาวบ้านเคารพเลื่อมใสมาทำพิธีในบ่ายวันที่ 25 ธันวาคม 2564 จนนำมาสู่การพบตัวนายบิน ในเวลาเย็นวันนั้นเอง

วันนี้ (25 ธ.ค.64) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 25/15 ม 5 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายบิน เต็มไปด้วยญาติ พี่น้อง เพื่อนสนิท รวมทั้งเพื่อนบ้านในหมู่บ้านและมาจากต่างหมู่บ้าน ที่เดินทางมาเยี่ยมและแสดงความยินดีกับพ่อและแม่ของนายบิน รวมทั้งมาร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญให้กับนายบิน พร้อมทั้งไต่ถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากนายบิน

ในขณะที่นายบิน เองยังอยู่ในสภาพที่อิดโรย เนื่องจากความเหนื่อยล้า และยังขวัญเสียกับเรื่องราวที่เพิ่งพบเจอมา และยังคงต้องนอนพัก สลับกับการลุกนั่งบ้างในบางครั้งบนเตียนนอน กลางลานบ้าน ส่วนบริเวณแขนและมือทั้ง 2 ข้างพบร่องลอยบาดแผลและรอยถลอก จากการโดนใบไม้บาดและมีรอยฟกช้ำ เท้าทั้ง 2 ข้าง พบรอยช้ำเป็นจ้ำๆ และพุพองบริเวณหลังและฝ่าเท้า 

พร้อมกับเล่าเรื่องราวให้ฟังว่า “ผมยังนอนผวา สะดุ้งตื่น ภาพผู้ชายตัวดำ รูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางน่ากลัวที่คอยสวดคาถาหรืออะไรก็ไม่รู้กรอกหูผมอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งขู่ผมทุกครั้งที่ผมคิดจะหาทางหนีเพื่อจะกลับบ้าน

เที่ยงวันที่ 19 ธันวาคม ผมขับรถมอเตอร์ไซด์เพื่อจะไปรับแม่ กลับบ้านมากินข้าวเที่ยงด้วยกัน หลังจากช่วยพ่อรดน้ำผักที่แปลงผัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกันมากนัก เมื่อขึ้นไปรับแม่ที่สวนพริกมาถึงที่รถมอเตอร์ไซด์จอดอยู่ ผมรู้สึกปวดท้องจึงบอกให้แม่รอที่รถ เพื่อจะเข้าไปปลดทุกข์ในดงมันที่ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พอเดินเข้าไปในดงมันยังไม่ทันทำอะไร ทุกอย่างก็มืดลง 

ผมพยายามหันกลับไปมองหาแม่ แต่ก็ไม่พบ ไม่เจอและไม่ได้ยินอะไร นอกจากชาย 2 คนตัวดำ สูงใหญ่ หน้าตาดุดัน ที่สวดคาถาหรืออะไรใส่หูผม พร้อมบอกให้ผมเดินตามไป ผมต้องค่อยเดินสลับกับการคลานไปอย่างช้าๆ เนื่องจากทุกอย่างอยู่ในความมืด ไม่มีลม ไม่มีแสงสว่างใดๆ ไม่มีจุดหมาย แต่ต้องไปตามเสียง ที่ชาย 2 คนที่คอยสั่งผมอยู่บนยอดเขา ไม่รู้เวลา ไม่รู้วัน ทุกครั้งที่ผมคิดจะหันกลับบ้าน ผู้ชายทั้ง 2 ก็จะรู้และขู่ ยิ่งทำให้ตนเองหวาดกลัว

ผมอาศัยกินน้ำตามแอ่งน้ำเล็กๆ ที่เจอระหว่างทาง โดยเอาใบไม้มาม้วนแทนแก้วเพื่อคลายหิว บางครั้งก็กินหยวกกล้วยจากต้นกล้วยป่า ประทังความหิว อาศัยนอนใต้ต้นไม้บ้าง ตามโขดหินบ้าง บางคืนหนาวจนถึงกระดูก บางครั้งต้องเอาใบตองกล้วยป่ามาปูนอน มันเป็นช่วงเวลาที่สุดแสนจะทรมาน คิดถึงพ่อและแม่อยู่ตลอดเวลา ในหูจะได้ยินเสียงสวดของผู้ชาย 2 คนนั้น สลับกับเสียงขู่ อยู่ตลอดเวลา 

ต่อมาผมเริ่มได้ยินเสียงพระสวดมนต์ แทรกเข้ามาในหูอีกข้าง ไม่นานเสียงพระที่สวดมนต์ค่อยๆ ดังขึ้นๆ ขณะที่เสียงสวดของชาย 2 คน เริ่มแผ่วลงๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงชาย 2 คนนั้นกรี๊ดร้องด้วยความเจ็บปวด วินาทีนั้นมีแสงสว่างเกิดขึ้นผมจึงได้เดินตามแสงสว่างนั้นออกมาจากที่มืดต่อจากนั้นผมจำอะไรไม่ได้ ก่อนจะรู้สึกตัวอีกที่เหมือนเดินอยู่ข้างทางที่ไหนสักแห่ง แต่ไม่รู้ขณะที่ตาเริ่มพร่ามัว มารู้สึกตัวอีกที่ก็พบพ่อและแม่ รวมทั้งพี่ๆ และญาติ ทุกคนดีใจ ผมก็ดีใจที่ได้เจอพ่อและแม่อีกครั้ง หมอมาดูอาการผม ก่อนที่ทุกคนจะพาผมกลับบ้านอีกครั้ง 

ผมเหมือนตายแล้วเกิดใหม่จริงๆ ไม่คิดว่าจะได้กลับมาบ้านอีกครั้ง มันเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัว ผมไม่รู้จะเล่าอย่างไร ภาพผู้ชาย 2 คนยังติดตาผมอยู่จนวันนี้ ผมคงไม่กล้าออกไปไหนสักพักพี่

เมื่อถามว่าถ้าหายดีแล้วจะไปหาหลวงตาจันทร์ ที่วัดบ้านน้ำมุด ไหม ผมต้องไปแน่นอน ที่ผมรอดชีวิตมาได้ในครั้งนี้เพราะบารมีหลวงตาจันทร์ ที่ท่านช่วยผม แม่บอกว่าจะให้ผมบวช ผมก็ตั้งใจอยากบวชสักพักก่อนครับ….”

ขณะที่นายรวย และนางสมจิตร วังคีรี 2 สามีภรรยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยรอยยิ้มว่า รู้สึกดีใจมากที่ลูกชายปลอดภัย ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และเพื่อนบ้านทุกคนที่ช่วยออกติดตามหา ลูกชายของตนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่พบตัว ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ตนเองเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่าเป็นเรื่องของความอาถรรพ์ของบ้านเขาพระอินทร์ ไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะเกิดกับครอบครัวของตนเอง 

ที่สำคัญการที่ลูกชายตนเองกลับมาได้อย่างปลอดภัยเป็นพระบารมีของหลวงตาจันทร์ วัดบ้านน้ำมุด ที่ท่านเมตตามาช่วยทำพิธี เพราะหลังจากที่ญาติที่อยู่บ้านน้ำมุด พาหลวงตามาทำพิธีบริเวณไร่มันสัมปะหลัง ที่เกิดเหตุได้ไม่ถึงชั่วโมง ก็ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่าพบลูกชายที่บ้านภูเตย ซึ่งก่อนหน้าจะเดินทางกลับหลวงตาจันทร์บอกกับทุกคนว่า ไม่ต้องออกค้นหาหรอก เพราะทุกคนเหนื่อยมามากแล้ว ภายในวันนี้เดี๋ยวเขาก็ออกมาเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่อัศจรรย์มากๆ โดยช่วงหนึ่งระหว่างทำพิธี ทุกคนที่อยู่ในพิธีได้ยินเสียงหลวงตาจันทร์พูดกับใครก็ไม่รู้ว่าให้ปล่อยตัวลูกชายของตนเองมา ถ้าไม่ปล่อยจะได้เห็นดี พร้อมกันนั้นหลวงตาได้ท่องคาถาซึ่งน่าจะเป็นภาษาเขมร

ชาวบ้านที่นี่ทุกคนเคารพและศรัทธาในตัวหลวงตาจันทร์ โดยใครที่มีเรื่องเดือดเนื้อ ร้อนใจ ก็มักจะไปหาหลวงตาจันทร์ ที่วัดบ้านน้ำมุด หลวงตาก็จะเมตตาให้ความช่วยเหลือ และครั้งนี้ไม่ใช้ครั้งแรกที่หลวงตาช่วยคนที่หายไปแบบน้องบิน เมื่อก่อนเคยมีเด็กในหมู่บ้านอื่นหายไป 2-3 วันก็ได้หลวงตาไปช่วยทำพิธีจนเด็กกลับมาได้อย่างปลอดภัย

ส่วนในเย็นวันนี้ที่บ้านนายบิน นายรวย และนางสมจิตร และเพื่อนบ้านเตรียมจัดงานฉลองที่ลูกชายกลับบ้านมาอย่างปลอดภัย อีกทั้งเป็นการเลี้ยงขอบคุณเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครฯ รวมทั้งเพื่อบ้านทุกคนที่ช่วยออกตามหาลูกชายตลอด 5 วัน ที่หายตัวไป  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ได้ฤกษ์ย้ายเสาไฟทะลุกลางสะพานลอยหน้าห้างสรรพสินค้าขาเข้าพัทยา

Posted on December 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624559

ได้ฤกษ์ย้ายเสาไฟทะลุกลางสะพานลอยหน้าห้างสรรพสินค้าขาเข้าพัทยา

วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 12.27 น.

จากกรณีที่ประชาชนชาวอำเภอสัตหีบได้โพสต์รูปสะพานลอยคนข้ามถนนบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งบริเวณตลาด 700 ไร่ขาเข้าพัทยา ริมถนนสุขุมวิท ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่กำลังก่อสร้าง แต่มีเสาไฟฟ้าแรงสูงทะลุโผล่ขึ้นมาและมีสายเคเบิ้ลโทรศัพท์พาดข้ามไปเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย เมื่อสะพานลอยสร้างเสร็จตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้ 25 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบว่าเจ้าหน้าที่กิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมทานกองทัพเรือและผู้รับเหมาย้ายเสาไฟฟ้าได้ดำเนินการรื้อย้ายเสาไฟฟ้าออกจากสะพานลอยแล้ว ซึ่งต่อไปจะได้ทำการวางเหล็กเสริมและเทคอนกรีตปิดทับ รวมทั้งเร่งรัดทำการก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามให้แล้วเสร็จตามสัญญาต่อไป ทั้งนี้ จากการสอบถามทราบว่าสะพานลอยดังกล่าวจะสามารถเปิดให้ประชาชนใช้บริการได้ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โคตรดุ! ผงะพญางูเห่าตัวคล้ายจงอางโผล่หัวชูคอแผ่แม่เบี้ยออกจากซอกตึกโรงเรียน

Posted on December 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624551

โคตรดุ! ผงะพญางูเห่าตัวคล้ายจงอางโผล่หัวชูคอแผ่แม่เบี้ยออกจากซอกตึกโรงเรียน

วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 11.01 น.

พบงูตัวใหญ๋ยาวเกือบ 3 เมตรโผล่จากซอกตึกโรงเรียนในปทุมธานี ชูคอแผ่แม่เบี้ยเตรียมฉก เจ้าหน้าที่โรงเรียนคิดว่าจงอาง แจ้งทีมอสรพิษวิทยาเข้าจับใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะจับได้ ตรวจสอบพบเป็น พญางูเห่า ตัวใหญ่คล้ายจงอ่างมาก 

เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 24 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา นางสาวรฐา ตะเพียนทอง หัวหน้าทีมอสรพิษวิทยาภาคกลางเจ้าหน้าที่กู้ภัย จ.อ่างทอง ได้รับการประสานจากทีมงานอสรพิษวิทยาปทุมธานี ว่าได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจับงูตัวขนาดใหญ่ คล้ายงูจงอาง ภายในโรงเรียนวัดเกิดการอุดม ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบ พร้อมด้วยทีมงานอสรพิษวิทยาภาคกลาง อสรพิษวิทยาปทุมธานี อสรพิษวิทยาอ่างทอง และฐานคลองหลวงเมืองใหม่ พบว่ามีงูขนาดใหญ่โผล่หัวชูคอออกมาจากซอกตึกของโรงเรียน ก่อนมุดเลื้อยกลับเข้าไปยังโผรงไต้ซอกตึก

ทางเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนหวั่นว่าหากจับงูจงอางตัวขนาดใหญ่ออกมาจากโพรงใต้ตึกโรงเรียนไม่ได้เกรงว่างูอาจจะออกมามาทำร้ายเด็กนักเรียนเป็นอันตรายได้ ทางทีมงานอสรพิษวิทยาภาคกลางจึงใช้เหยื่อล่อไว้ที่ปากโพรงและทำการแอบซุ่มเฝ้ารอนานหลายชั่วโมง สุดท้ายเจ้างูตัวขนาดใหญ่ก็โผล่ออกมาจากโพรงข้างซอกตึกโรงเรียน ทางนางสาวรฐา จึงใช้บ่วงคลองคอและช่วยกันจับตัวออกมาจากโผรงได้อย่างปลอดภัย พร้อมให้นายนิรุธ ชมงาม ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นงูเห่าตัวขนาดใหญ่มากยาวเกือบ 3 เมตร ไม่ใช้งูจงอาง แต่คล้ายจงอางมาก สร้างความโล่งใจให้กับทางโรงเรียนก่อนนำงูตัวดังกล่าวไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทหารพรานตาพระยาออกรับซื้อจักรยานเก่ามาซ่อมมอบให้ นร.ยากจนชายแดน

Posted on December 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624547

ทหารพรานตาพระยาออกรับซื้อจักรยานเก่ามาซ่อมมอบให้ นร.ยากจนชายแดน

วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.31 น.

สุดยอด! ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1206 ชค.ทพ.12 นำจิตอาสาฯออกรับซื้อรถจักรยานเก่าและชำรุดจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ เพื่อนำมาซ่อมแซมแล้วนำไปมอบให้แก่นักเรียนยากจนตามแนวชายแดนใช้เป็นพาหนะไป-กลับโรงเรียน

พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผบ.ชค.ทพ.12(ผู้บังคับชุดควบคุมกรมทหารพรานที่12) ฉก.ตาพระยา กองกำลังบูรพา ได้มอบหมายให้ ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1206(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่1206) นำกำลังพลจิตอาสา ร้อย ทพ.1206 ออกประชาสัมพันธ์ขอรับซื้อรถจักรยานเก่า(จักรยานสองล้อ) ที่ชำรุด หรือจักรยานเก่าที่ประชาชนไม่ได้ใช้แล้ว ตามหมู่บ้านชายแดน ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อจะนำมาซ่อมแซม ไปมอบให้กับโรงเรียนตามแนวชายแดน ที่มีนักเรียนฐานะยากจน อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ด้อยโอกาส ขาดแคลนทุนทรัพย์ ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางไป-กลับโรงเรียนตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบกในโครงการ “จักรยาน สานฝัน ปันสุข” สร้างฝันเติมรอยยิ้ม  

การออกประชาสัมพันธ์รับซื้อจักรยานเก่าตามหมู่บ้านชายแดนของจิตอาสา ร้อย ทพ.1206 ในครั้งนี้มีประชาชนในพื้นที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นำรถจักรยานเก่า และจักรยานชำรุด มาขายให้กับเจ้าหน้าที่จิตอาสา ร้อย ทพ.1206 จำนวน 5 คัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดซื้อในราคาที่เหมาะสมสร้างความดีใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก 

จากนั้นเจ้าหน้าที่จิตอาสา ร้อย ทพ.1206 ได้นำรถจักรยานเก่าและชำรุด มาถอดล้างทำความสะอาดและซื้ออะไหล่มาซ่อมแซม จนรถจักรยานสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่กองร้อยทหารพรานที่1206 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อีกทั้งยังได้ซื้อสีมาพ่นจนทำให้จักรยานเก่ากลายเป็นจักรยานใหม่ ทันที จากนั้น ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1206 พร้อมกำลังพลจิตอาสา ร้อย ทพ.1206 ได้นำจักรยาน ที่ซ่อมแซมและปรับปรุงใหม่ไปมอบให้กับโรงเรียนตามหมู่บ้านชายแดน ต.ป่าไร่ฯเพื่อให้คณะครู ได้จัดสรรให้นักเรียนที่มีฐานะยากจนและอยู่ห่างไกลโรงเรียน ได้นำไปใช้เป็นพาหนะไป-กลับโรงเรียน ต่อไป ซึ่งสร้างความยินดีและพึงพอใจให้แก่คณะครูและนักเรียนเป็นอย่างมาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คึกคักคนแห่เที่ยวงาน ‘เชียงรายดอกไม้งาม’ เปิดงานสุดอลังการ

Posted on December 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624544

คึกคักคนแห่เที่ยวงาน 'เชียงรายดอกไม้งาม' เปิดงานสุดอลังการ

วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.01 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำคืนวันที่ 24 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา ที่บริเวณสวนตุงและโคมนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย  เทศบาลนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จัดให้มีพิธีเปิดงาน”เชียงรายดอกไม้งาม” ภายในมีการจัดประดับตกแต่งไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวที่งดงามภายใต้แนวคิด “เชียงราย เมืองแห่งขุนเขา ทะเลหมอก ดอกไม้” ซึ่งพบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศต่างพากันไปรอเข้าชมสวนอย่างคับคั่ง และต้องต่อแถวยาวเนื่องจากมีการจัดระบบป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยการให้เข้าและออกทางเดียวรวมทั้งผู้เข้าชมต้องมีการผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ภายใน 72 ชั่วโมง หรือได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย 2 เข็ม 

ขณะที่ภายในพิธีเปิดมีการจัดการแสดงอย่างงดงามอลังการโดยนางรัตนา จงสุทธานามณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้ริเริ่มจัดางานเชียงรายดอกไม้งาม และนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นำผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเปิดงาน

โดย นางรัตนา จงสุทธานามณี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้ริเริ่มกการจัดงานเชียงรายดอกไม้งาม กล่าวว่า งานเชียงรายดอกไม้งาม เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2547 เมื่อครั้นตนยังเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เนื่องจากได้ลงพื้นที่พบปะกับประชาชนตามท้องที่ต่างๆ พบว่าหลายแห่งสามารถปลูกดอกไม้เมืองหนาวได้งดงามไม่แพ้ต่างประเทศ เช่น อ.แม่จัน ดอยผาหม่น อ.เวียงแก่น ฯลฯ รวมทั้งหน่วยงานราชการบางหน่วยสามารถปลูกดอกไม้ เช่น ทิวลิป ลิลลี่ ฯลฯ ได้อย่างงดงาม ดังนั้นจึงได้มีแนวคิดจะนำดอกไม้มาเป็นสื่อในการบ่งบอกถึงเมืองเชียงราย และได้รวบรวมดอกไม้ไปจัดงานครั้งแรกที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร อ.เมืองเชียงราย จากนั้นปีถัดมาย้ายไปยังหาดเชียงราย และสวนไม้งามริมน้ำกก ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย กระทั่งมาจัดที่สวนตุงและโคมนครเชียงรายในปัจจุบัน ซึ่งในแต่ละปีก็จะจัดประดับตกแต่งให้มีความแตกต่างกันเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีความประทับใจ

ด้านนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย  กล่าวว่า งานเชียงรายดอกไม้งาม มีกำหนดจัดขึ้นะหว่างวันที่ 24 ธ.ค.2564 ถึงวันที่ 9 ม.ค.2565 ตั้งแต่เวลา 07.00 – 21.00 น.ภายในงานมีการเนรมิตพื้นที่ให้มีแต่ดอกสีม่วงให้มากที่สุดเพราะเป็นสีประจำ จ.เชียงราย รวมทั้งมีอุโมงค์ภูเขาดอกไม้รถไฟดอกไม้ ลานดาราศาสตร์ จักรวาลดอกไม้ รถไฟดอกไม้เพื่อต้อนรับโครงการรับรถไฟที่กำลังก่อสร้างมาถึง จ.เชียงราย นอกจากนี้ในช่วงเวลากลางคืนก็จะจัดแกแลคซี่ “ดวงดาวดอกไม้” หรือ “จักรวาลดอกไม้” โดยเป็นการจำลองท้องฟ้าอีกด้วย จากนั้นวันที่ 27 ธ.ค.จะมีการประกอบพิธีตักบาตรดอกไม้บริเวณด้านหน้าสวนเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนย่างสู่ปีใหม่ 2565 ต่อไป  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โอทอปนิวนอร์มอลเมืองน้ำดำสตาร์ทวันแรกเงินเข้าทะลุเป้า 1.2 ล้าน

Posted on December 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624540

โอทอปนิวนอร์มอลเมืองน้ำดำสตาร์ทวันแรกเงินเข้าทะลุเป้า 1.2 ล้าน

วันเสาร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.10 น.

จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดงาน “โอทอปกาฬสินธุ์ นวัตกรรมล้ำค่า ภูมิปัญญาบ้านเฮา” ในรูปแบบนิว นอร์มอล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  เพื่อพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ได้มาตรฐาน ช่วยชาวบ้าน และผู้ประกอบการ ฟื้นตัวจากผลกระทบโควิด-19 และเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาล  เผยรายได้วันแรกทะลุเป้า 1.2 ล้านบาท คาด 7 วันเม็ดเงินทะลัก ไม่น้อยกว่า 9 ล้านบาท

ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังเก่า) นายทรงพล ใจกริ่ม จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงาน “โอทอปกาฬสินธุ์ นวัตกรรมล้ำค่า ภูมิปัญญาบ้านเฮา” โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พันเอกสุรศักดิ์ สำราญบำรุง รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ประธานกรรมการสันติบาตสหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยส่วนราชการ นายอำเภอ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและเครือข่าย ประชาชน ร่วมงาน พร้อมมีการออกร้าน จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าโอทอป จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ จำนวน 100 ราย การเดินแบบด้วยชุดผ้าพื้นเมือง ผ้าไหมแพรวา ราชินีแห่งไหม ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

นายทรงพล ใจกริ่ม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง โดยการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ พัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มช่องทางการตลาดโอทอป ซึ่ง จ.กาฬสินธุ์ได้ดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าและช่องทางการตลาด กิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และโอทอป ที่ผ่านการเพิ่มศักยภาพกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการโอทอปแล้ว เพื่อยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์โอทอป ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน เพิ่มโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอทอป เพื่อสร้างรายได้ เป็นการบรรเทาผลกระทบของพี่น้องประชาชนและชุมชน จากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าชุมชนที่ดีที่สุด เป็นผลิตภัณฑ์จากชุมชนที่มีคุณค่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 สนองนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติในการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

นายทรงพลกล่าวอีกว่า ความคาดหวังในการจัดงานโอทอปกาฬสินธุ์ นวัตกรรมล้ำค่า ภูมิปัญญาบ้านเฮา  ระหว่างวันที่ 24-30 ธ.ค.64 จะเป็นโอกาสดีที่เห็นความก้าวหน้าของการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอป  และเป็นการช่วยสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มช่องทางการตลาด การจำหน่ายสินค้าชุมชน โดยเฉพาะผ้าไหมแพรวา ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งไหม  ที่จะสร้างรายได้ให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการโอทอปได้เป็นอย่างดี หลังจากสภาวะการค้าขายซบเซามา 2 ปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19  ทั้งนี้ สังเกตได้จากรายได้วันแรกของการจัดงาน ทราบว่ามีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าถึง 1,200,000 บาท จึงคาดว่าการจัดงานถึงวันที่ 30 ธ.ค.หรือตลอดระยะเวลา 7 วัน จะมีเม็ดเงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนไม่น้อยกว่า 9 ล้านบาท

ด้านนายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการจัดงานโอทอปนิว นอร์มอล  ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เช่น คัดกรองผู้ร่วมงาน ตรวจสอบประวัติรับการฉีดวัคซีน ของผู้ประกอบการที่นำผลิตภัณฑ์จำหน่าย เพื่อความมั่นใจ และมีความปลอดภัย ทั้งนี้ เพื่อที่เราจะก้าวข้ามสถานการณ์โควิด-19 และฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจด้วยกัน โดยกิจกรรมในงานมีผู้ประกอบการนำผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าไทย ผ้าไหมแพรวา อาหารพื้นบ้าน อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ มาจัดแสดงและจำหน่าย 100 กลุ่ม และร่วมชมการแสดงแฟชั่นโชว์ การแสดงของศิลปิน เดินแบบการกุศล การประกวดร้องเพลงโคกหนองนากาฬสินธุ์  และการแสดงทางวัฒนธรรมอื่นๆมากมาย ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมการขายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

“จึงขอเชิญชวนมาชม ชิม ช็อป งานโอทอปกาฬสินธุ์  นวัตกรรมล้ำค่าภูมิปัญญาบ้านเฮา  ชมสินค้าผลิตภัณฑ์และศิลปะการแสดงที่หลากหลาย ชิมอาหารแปรรูปสะอาดรสชาติอร่อย และเลือกช็อปผลิตภัณฑ์โอทอป เป็นของฝาก ของขวัญ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 และเพื่อเป็นกำลังแรงใจให้กับชาวบ้าน กลุ่มผู้ผลิตสินค้าโอทอป ให้มีรายได้หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งงานนี้จะมีไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564 ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ (หลังเก่า)” นายอุทัยกล่าว  –  003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,301,249 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

CP All Laos strikes franchise deal for 7-Eleven stores #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘รุจ ศุภรุจ’ ปลื้มมีตติ้งออนไลน์ #แฟนแคมกับรุจ สุดอบอุ่น พร้อมเผยความในใจสุดซึ้ง #SootinClaimon.Com
Huawei 5G tie-up will not disrupt intelligence-sharing, U.S. officials say #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Free entrance to Nong Nooch for residents of 9 provinces, 10 Bangkok districts #SootinClaimon.Com
Attackers gear up for IOT assaults
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
'โม อมีนา-ติช่า'ประชันความแซ่บ สวมลูกไม้ซีทรูสุดเร้าร้อน
How app culture turned astrology into a modern obsession
'ปชป.'ขนรมต.ปราศรัยใหญ่ ก่อนเลือกตั้งซ่อมนครปฐม
แซ่บซี๊ดสนั่นไอจี! 'เจนี่'ปล่อยคลิปหวิวรับสงกรานต์ โชว์เรือนร่างเปลือยเปล่าสุดเซ็กซี่

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d