Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ผลักดัน‘บำนาญถ้วนหน้า’ คำตอบสุดท้ายอยู่ที่‘การเมือง’

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705197

สกู๊ปแนวหน้า : ผลักดัน‘บำนาญถ้วนหน้า’  คำตอบสุดท้ายอยู่ที่‘การเมือง’

สกู๊ปแนวหน้า : ผลักดัน‘บำนาญถ้วนหน้า’ คำตอบสุดท้ายอยู่ที่‘การเมือง’

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.

“12,519,926 คน” เป็นจำนวน “ผู้สูงอายุในประเทศไทย” ตามข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2565 ที่เผยแพร่โดย กรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 18.94 ของประชากรทั้งประเทศในช่วงเวลาเดียวกันคือ 66,090,475 คน เข้าใกล้นิยามความเป็น “สังคมสูงวัยสมบูรณ์” ที่ประชากรอายุ 60 ปี
ขึ้นไปมีสัดส่วนร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นที่รับรู้กันว่า “สังคมไทยแก่ก่อนรวย” เพราะประเทศอื่นๆ ที่เข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยล้วนเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งมีการเตรียมระบบออมเงินรวมถึงจัดสรรทรัพยากรมาจัดทำระบบบำนาญ

ปัจจุบันประเทศไทยมีการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แบบขั้นบันไดตามช่วงอายุที่ 600-1,000 บาท/เดือน ซึ่งในความเป็นจริงไม่เพียงพอกับค่าครองชีพจึงเป็นที่มาของข้อเรียกร้อง “บำนาญถ้วนหน้า” จากภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง ต้องการให้รัฐไทยเพิ่มการจ่ายเป็น 3,000 บาท/เดือน ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ มีการแถลงข่าว“ร่วมผลักดันบำนาญถ้วนหน้า สู่นโยบายสำคัญพรรคการเมือง” โดยสภาองค์กรของผู้บริโภค

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า บำนาญถ้วนหน้า เป็นแนวคิดที่มีการพูดคุยกันในภาคประชาชน แต่การจะขับเคลื่อนไปให้สำเร็จต้องมีหลายส่วน ทั้งการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ดังที่หลายกลุ่มทำอยู่ เช่น สลัม 4 ภาค เครือข่ายรัฐสวัสดิการ วีแฟร์ (WeFair) แต่ทางภาควิชาการเองก็ยังไม่ตกผลึก ยังมีความกังวลว่าทำแล้วจะสร้างภาระให้ประเทศหรือไม่? มีงบประมาณเพียงพอหรือเปล่า?

“ดูเหมือนภาควิชาการจะยังไม่ชัดเจน เพราะภาคประชาชนเราชัดเจนว่าเงินมีแน่นอน ทำได้ แล้วก็เหมือนจะรีๆ รอๆ กับภาคการเมืองอยู่อีกส่วนหนึ่งว่าการเมืองจะเอาไหม? แน่นอนเราคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องทดลองปฏิบัติการแล้วก็ทำเลย เพราะฉะนั้นมันก็ต้องการเจตจำนงจากหลายส่วนที่จะมาช่วยทำให้เกิดความสำเร็จ แล้วก็ข้อมูลต่างๆ ที่ประชาชนจะผลักดันจะใช้ ย่อมมีความสำคัญที่ทำให้เห็นว่าขณะนี้เรื่องงบประมาณเราไม่ต้องกังวลอย่างไร? หรือถ้ามีแล้วจะทำให้เกิดประโยชน์อย่างไร? สิ่งเหล่านี้อาจจะต้องทำให้ชัดเจนมากขึ้น” สารี กล่าว

นิมิตร์ เทียนอุดม เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ กล่าวว่า ในขณะที่นักวิชาการบอกว่าบำนาญถ้วนหน้าสามารถทำได้ และภาคประชาชนซึ่งเผชิญกับปัญหาก็บอกว่าควรทำเพราะสัดส่วนประชากรร้อยละ 20 ของประเทศเข้าสู่วัยสูงอายุแล้วแต่ยังยากจนและไม่มีเงินออม ด้วยเงื่อนไขข้างต้นนั้นสุกงอมพอที่จะทำ แต่ที่ยังทำไม่ได้เพราะติดอยู่ที่วิธีคิดของผู้มีอำนาจที่ไม่พร้อมกระจายทรัพยากรอย่างเป็นธรรม

“ดูจากการเสนอผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม ที่ไปดูแนวทางการแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ ที่จะเปลี่ยนจากเบี้ยยังชีพเป็นบำนาญ 3,000 บาท การนำเสนอในสภามีคนต่อคิวอภิปรายทุกพรรค 30 กว่าคน ไม่มีพรรคไหนค้านเลย สภาลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าควรจะต้องแก้ควรจะต้องแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ เปลี่ยนเบี้ยยังชีพเป็นบำนาญ แก้มาตรา 9 ใช้คำนี้เลย บำนาญแห่งชาติแก้มาตรา 11 แก้เรื่องเงินว่าจะต้องใช้เงินกี่เปอร์เซ็นต์ สภาลงมติกันเป็นเอกฉันท์เลย ไปถึง ครม. (คณะรัฐมนตรี) ครม. ไม่พิจารณาเสียอย่าง..จบ!” นิมิตร์ กล่าว

หนูเกณ อินทจันทร์ ตัวแทนผู้สูงอายุ เครือข่ายสลัมสี่ภาค กล่าวว่า สังคมปัจจุบันผู้สูงอายุมักอาศัยอยู่เพียงลำพัง มีรายได้จากเบี้ยยังชีพ หรือบางรายยังได้บัตรคนจน (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ)สำหรับนำไปแลกอาหารแห้งมาเก็บไว้กินแบบเดือนชนเดือนค่าน้ำ-ไฟฟ้าก็ประหยัดกันแบบสุดๆ และหลายคนยังต้องทำงานแม้สุขภาพไม่ค่อยดีเพื่อให้พอมีรายได้เพิ่มขึ้นมาบ้าง

“เราตัวคนเดียว สามีก็เสียไปสิบกว่าปีที่แล้ว มีลูกแต่ลูกเขาก็มีรายได้ไม่มั่นคงเพราะเขาอาชีพอิสระ แล้วลูกครอบครัวเขาก็ไม่สมบูรณ์นะ เราก็ต้องมารับผิดชอบดูภาระ ส่งหลานเรียน เราก็ต้องขายของ ตื่นตั้งแต่ตี 3 พอขายของเสร็จตอนเช้าเราก็ต้องออกไปทำงานข้างนอก ไปทำความสะอาดซึ่งได้เดือนละ 2,500 บาท ไม่ได้ไปทำทุกวัน แล้วงานส่วนอื่นเราก็ไปทำงานสังคม ลงชุมชน ทำเรื่องบำนาญ ไปพูดคุยกับพี่น้องที่อยู่ในชุมชน ให้เห็นว่าทำไมถึงอยากให้เกิด เราก็ยกตัวอย่างตัวเรา 600 มันไม่พอ” หนูเกณ กล่าว

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า หลักประกันรายได้หรือบำนาญถ้วนหน้าถือเป็นเรื่องใหญ่และซับซ้อน ซึ่งจะมีปัญหาว่าประเทศไทยจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้ในส่วนนี้ โดยเฉพาะช่วง 3 ปีล่าสุดยังเจอการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เกิดความจนถ้วนหน้า แม้กระทั่งรัฐบาลก็จนลงด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ดูจะคล้ายกับการเกิดขึ้นของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่กว่ากฎหมายจะออกมาในปี 2545 ก็ต้องเผชิญกับข้อกังวลเดียวกัน และเวลานั้นไทยก็เพิ่งเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ปี 2540 มาหมาดๆ

“พอมองจริงๆ ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2545 รัฐบาลก็มีเงินไปใช้จ่ายเรื่องการรักษาพยาบาล เรื่องการสงเคราะห์เต็มไปหมดแล้ว พอเราเอาวิชาการมาดู ถ้าเราเริ่มต้นเฉพาะเจาะจงคน 45 ล้านคน ที่ยังไม่มีหลักประกัน เพราะตอนนั้นข้าราชการก็มี ประกันสังคมก็มี คน 45 ล้านคนที่ยังไม่มี มีแต่การสงเคราะห์ ก็เพิ่มเงินอีกไม่มากตอนนั้นตัวเลขดูเหมือนว่าเริ่มต้นเรามีการจ่าย ต้องนึกถึงว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว สงเคราะห์อยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ถ้าทำถ้วนหน้าเข้ามาครอบคลุมคน เพิ่มอีกแค่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาทก็ทำได้แล้ว”นพ.ประทีป กล่าว

ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในภาควิชาการมีไม่น้อยที่เห็นด้วยกับการมีระบบบำนาญถ้วนหน้า แม้จะมีความกังวลในประเด็นการจัดหางบประมาณให้เพียงพอ แต่ก็มีนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านได้เสนอแนวทางว่าจะหาจากที่ไหนได้บ้าง ขณะที่ในภาคการเมือง ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2565 เป็นต้นมาที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้เห็นชอบรายงานการศึกษา เรื่องแนวทางการเสนอกฎหมายบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ และขั้นตอนต่อไปคือการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

“ภาคประชาชน ภาควิชาการและภาคการเมืองมีเสียงสนับสนุน แล้วถ้าทำโหวตผมก็เชื่อว่าทั่วประเทศมันน่าจะมีเสียงที่สนับสนุนมากกว่า เพราะมันสมเหตุสมผล มันคุ้มครองความยากจน มันคือชีวิตของคนที่มันเดือดร้อนจริงๆ ในทางเศรษฐศาสตร์มหภาคมันมีประโยชน์ตรงที่ช่วยเป็น Economic Stabilizer (ตัวปรับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ) ก็คือเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงระดับเศรษฐกิจมหภาคด้วย คือถ้ามีEconomic Shock (เหตุการณ์ช็อกทางเศรษฐกิจ) เข้ามา มันสามารถที่จะรักษาระดับการบริโภคได้” ดร.ทีปกร กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยิ่งใหญ่ตระการตา! นางรำนับหมื่นรำบวงสรวงสดุดี’กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม’

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705226

ยิ่งใหญ่ตระการตา! นางรำนับหมื่นรำบวงสรวงสดุดี'กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม'

ยิ่งใหญ่ตระการตา! นางรำนับหมื่นรำบวงสรวงสดุดี’กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม’

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.39 น.

ยิ่งใหญ่ตระการตา! นางรำนับหมื่นรำบวงสรวงสดุดี พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรฯ ครบ 130 ปี น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานหน้าพระอนุสาวรีย์ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม พระผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี “5 แยกกรมหลวงประจักษ์” นายพลากร สุวรรณรัตน์ องคมนตรี เป็นประธานประกอบพิธีวันที่รำลึกเฉลิมฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานีสู่ปีที่ 130 โดยมีทายาทราชสกุลทองใหญ่ นำโดย หม่อมหลวงสุพิชาน์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ หม่อมหลวงสวรรณศิริ ทองใหญ่ หม่อมหลวงทิพย์วรรณ ทองแถม นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นางนงรัตน์ คงเกษม ประธานแม่บ้านนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีทั้ง 4 ท่าน นายบัญชา กันหาสินธุ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี นายศักดา เกตุแก้ว รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี นางบุญนิสา จันโทภาส รองปลัด อบจ.อุดรธานี ดร.ธนดร พุทธรักษ์ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ชมรม สมาคมต่างๆ ประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานี ร่วมพิธี

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 06.15 น.นายพลากร สุวรรณรัตน์ องคมนตรี นำชาวอุดรธานีประกอบพิธีสงฆ์ ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 130 รูป ประกอบพิธีถวายราชสักการะด้วยพานพุ่มดอกไม้สด พิธีบายศรีสู่ขวัญบ้านสู่ขวัญเมือง ถวายเครื่องสังเวยบูชา และอ่านประกาศสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ที่เลือกบ้านหมากแข้งเป็นชัยภูมิตั้งบ้านแปลงเมืองจนเจริญเติบโตเป็นเมืองอุดรธานีในปัจจุบัน และการรำบวงสรวงสดุดีน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม พระผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี ที่ถือเป็นประเพณีที่จัดขึ้นทุกปี โดยในปีนี้มีประชาชนมาร่วมรำรอบอนุสาวรีย์ และกระจายออกไปบนถนน 5 สาย จำนวนนับหมื่นคน รวมทั้งศิลปินดัง ธชย ประทุมวรรณ หรือ เก่ง ธชย หรือชื่อเดิม สิทธิกร ประทุมวรรณ รู้จักกันในชื่อ เก่ง เดอะวอยซ์ เป็นที่รู้จักจากการประกวดรายการ เดอะวอยซ์ไทยแลนด์ เสียงจริง ตัวจริง ปีที่ 1 และได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากการประกวด โดยเคยได้รางวัลศิลปินเดี่ยวจากโค้ก มิวสิค อวอร์ค พ.ศ.2553

ซึ่งถือเป็นพลังแห่งความศรัทธาที่มากล้นของพี่น้องประชาชนชาวอุดรธานีที่มีต่อพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งเชื่อว่าพระองค์ท่านยังคอยปกปักษ์รักษา คุ้มครองเมือง และชาวอุดรธานี ให้อยู่เย็นเป็นสุขตราบทุกวันนี้  และถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานีที่ทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการพลังสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ

พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 25 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 กับเจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ประสูติเมื่อวันที่ 5 เมษายน พุทธศักราช 2399 มีพระนามเดิมว่า “พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทองกอง ก้อนใหญ่” พระองค์ทรงเป็นต้นราชสกุล “ทองใหญ่” เมื่อรัตนโกสินทร์ศก 112 ซึ่งตรงกับปีพุทธศักราช 2436 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ไทยเกิดกรณีพิพาทเรื่องดินแดนกับประเทศฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสได้ส่งเรือรบเข้ามาปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยาและบังคับให้ไทยยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง อันได้แก่ บริเวณประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในปัจจุบันให้แก่ฝรั่งเศส โดยไทยจะต้องไม่มีกองกำลังทหารในรัศมี 25 กิโลเมตร บนฝั่งฟากตะวันตกของแม่น้ำโขง

ซึ่งในขณะนั้น พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ ผู้สำเร็จราชการมณฑลฝ่ายเหนือ มีกองบัญชาการตั้งอยู่ ณ เมืองหนองคาย จำเป็นต้องย้ายที่ตั้งกองบัญชาการลงมาทางใต้ เมื่อวันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2436 และทรงเห็นว่า “บ้านหมากแข้ง” มีทำเล และชัยภูมิเหมาะสมที่จะตั้งกองบัญชาการ สามารถใช้เป็นศูนย์กลางบังคับบัญชา ดูแลปกครองหัวเมืองโดยรอบได้จึงทรงตั้งกองบัญชาการแห่งใหม่ขึ้น ณ ที่แห่งนี้การตัดสินพระทัยของพระองค์ แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพ พระปรีชาสามารถ และพระวิริยะอุตสาหะ ทรงอดทนต่อความตรากตรำลำบาก มิได้ท้อถอย ประกอบกับทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกล “บ้านหมากแข้ง” จึงได้พัฒนาความเจริญรุ่งเรืองมาเป็น “จังหวัดอุดรธานี” ในปัจจุบัน

พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ขณะดำรงพระชนม์ชีพ ทรงเป็นนักการทหาร นักปกครอง ที่ปรีชาสามารถยิ่งพระองค์หนึ่ง อีกทั้งทรงเชี่ยวชาญในศิลปวิทยาการหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นด้านการช่าง ด้านกวีนิพนธ์ ด้านการคลัง และยังทรงรับราชการในตำแหน่งสำคัญ กล่าวคือ ทรงดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการทหารกรมทหารล้อมพระราชวัง แม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ที่ยกกำลังไปปราบปรามพวกฮ่อ ณ มณฑลลาวพวน ผู้บังคับราชการทหารประจำซอง ในพระบรมมหาราชวัง และองคมนตรี สำหรับตำแหน่งสุดท้ายในชีวิต การรับราชการคือ เสนาบดี กระทรวงกลาโหม พร้อมกับทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ พระองค์สิ้นพระชนม์ด้วยโรคอันตะพิการ เมื่อวัน ที่ 25 มกราคม พุทธศักราช 2467 สิริพระชันษา 68 ปี

สำหรับการรำบวงสรวงในปีนี้ได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวงสวรรณศิริ ทองใหญ่ ทายาทราชสกุลทองใหญ่ พร้อมบุรุษ สตรีชาวอุดรธานีนับหมื่นคนแต่งกายชุดเสื้อสีแสด ผ้าถุงพื้นเมือง และสไบย้อมคราม ทัดดอกทองกวาว ดอกไม้ประจำจังหวัดอุดรธานี รำบนถนน 5 สาย ประกอบด้วยถนนทหาร 2 ด้าน ถนนศรีสุข ถนนโภคานุสรณ์ และถนนสุรการ ล้อมรอบอนุสาวรีย์ โดยปลายแถวทหารยาวถึงปากซอยมหามิตร และห้าแยกน้ำพุ ถนนศรีสุขถึงแยกโรงเรียนบ้านหมากแข้ง ถนนโภคาณุสรณ์ถึงแยกโรงแรมเจริญโฮเต็ล และถนนสุรการถึงแยกท๊อปเวิลด์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พลังศรัทธา! ‘พระ-โยม’โหนสลิงสรงน้ำล้าง’พระธาตุพนม’ เตรียมพร้อมทำบุญใหญ่เดือนสาม

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705216

พลังศรัทธา! 'พระ-โยม'โหนสลิงสรงน้ำล้าง'พระธาตุพนม' เตรียมพร้อมทำบุญใหญ่เดือนสาม

พลังศรัทธา! ‘พระ-โยม’โหนสลิงสรงน้ำล้าง’พระธาตุพนม’ เตรียมพร้อมทำบุญใหญ่เดือนสาม

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.27 น.

พลังศรัทธา! พระ-โยมโหนสลิงสูงเกือบ 60 เมตร สรงน้ำล้างพระธาตุพนม เตรียมพร้อมทำบุญใหญ่เดือนสาม งานนมัสการฯ 9 วัน 9 คืน

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม สถานที่ประดิษฐานองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก โยภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี โดยมีพลังศรัทธาทั้งพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ข้าโอกาสพระธาตุพนม ต่างร่วมกันสรงน้ำทำความสะอาดองค์พระธาตุพนม เพื่อความสง่างามเตรียมพร้อมการจัดงานบุญประเพณีใหญ่ของอีสาน คืองานนมัสการองค์พระธาตุพนม หรือบุญเดือนสาม ถือเป็นงานบุญประเพณีที่สำคัญ จัดขึ้นยิ่งใหญ่ทุกปี  ส่วนปีนี้กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2566 รวม 9 วัน 9 คืน

ที่สำคัญก่อนการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนมของทุกปี ประชาชน นักท่องเที่ยว จะได้เห็นภาพการแสดงออกของพลังศรัทธา ได้มีข้าโอกาส ลูกศิษย์พระธาตุพนม ทั้งภิกษุสงฆ์ สามเณร ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร  ที่มีความชำนาญเรื่องการปีนที่สูง ขึ้นไปติดตั้งลวดสลิงรอบองค์พระธาตุพนม จากยอดความสูงเกือบ 60 เมตร เพื่อโรยตัวสรงน้ำทำความสะอาด ตั้งแต่ยอดองค์พระธาตุพนมลงมา เพื่อให้เกิดความสง่างาม ถือเป็นประเพณีปฏิบัติทุกปี ก่อนที่จะมีการจัดงานนมัสการขึ้น

ทั้งนี้ อาจารย์หมง อภัยโส ในฐานะประธานชมรมศิษย์พระธาตุพนม เปิดเผยว่า สำหรับงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ถือเป็นงานประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนาน ตั้งแต่การก่อสร้างองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชน ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า โดยทุกปีจะมีงานบุญเดือนสาม นมัสการองค์พระธาตุพนม เปิดโอกาสให้ ข้าโอกาสพระธาตุพนม ทั้งชาวไทย ชาวลาว ชาวต่างชาติ มาสักการะบูชาแบบใกล้ชิด อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กำหนดจัดขึ้น รวม 9 วัน 9 คืน สิ่งที่ขาดไม่ได้ก่อนจัดงานนอกจากการเตรียมสถานที่ รองรับสายบุญประชาชนนักท่องเที่ยว จะต้องมีการสรงน้ำล้างทำความสะอาดพระธาตุพนม จากพลังศรัทธาทั้งพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ลูกศิษย์วัดพระธาตุพนม บรรดาตำรวจทหาร ที่มีความชำนาญเรื่องความสูง มาร่วมแสดงออกถึงพลังศรัทธาปีนขึ้นไปบนยอดพระธาตุพนม โรยตัวทำความสะอาด ล้างสิ่งปฏิกูลมูลนก หรือฝุ่นละออง ต่างๆ ให้มีความสง่างาม ถือเป็นอีกกิจกรรมสำคัญ ที่แสดงออกถึงความเคารพศรัทธา ไม่ว่าจะมีความสูงหรืออันตราย แต่ศิษย์วัดพระธาตุพนม ยังมีความมุ่งมั่นที่จะสรงน้ำทำความสะอาด เพื่อเกิดอานิสงส์ผลบุญ และเชื่อว่าไม่มีอันตราย เนื่องจากองค์พระธาตุพนมคุ้มครองปกปักรักษา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รักด้วยลำแข้ง!! เปิดใจคู่รักเมียกระทืบผัว หลังเก็บทรงไม่อยู่แวะซื้อเหล้า

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705213

รักด้วยลำแข้ง!! เปิดใจคู่รักเมียกระทืบผัว หลังเก็บทรงไม่อยู่แวะซื้อเหล้า

รักด้วยลำแข้ง!! เปิดใจคู่รักเมียกระทืบผัว หลังเก็บทรงไม่อยู่แวะซื้อเหล้า

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.18 น.

เก็บทรงไม่อยู่ หนุ่มเมาเหล้า เมียตามกลับบ้าน แวะซื้อเหล้าร้านค้าพลาดนิดเดียวรถล้มเมียหวดเติมแข้ง 

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 19 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรณีมีผู้โพสคลิปใน Tiktok เหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดหน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่งใน ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เป็นภาพสามีภรรยาคู่หนึ่งขับรถจักรยานยนต์มาคนละคัน และมาจอดรถซื้อของภายในร้านค้าดังกล่าว หลังจากซื้อของเสร็จแล้ว ก็ได้ค่อมรถจักรยานยนต์เพื่อเตรียมจะกลับบ้าน แต่ในขณะที่ฝ่ายชายกำลังสตาร์ทรถ อยู่ๆก็เกิดเสียหลักประคองรถไม่อยู่ ทำให้รถจักรยานยนต์ล้มทับตนเอง จากนั้นฝ่ายหญิงได้ลงจากรถของตนลงมาพุ่งตรงเข้าไปหาสามี ทั้งถีบและเตะไม่ยั้ง จนมีพลเมืองดีเข้ามาห้าม จากนั้นก็แยกย้ายกันไป โดยคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ลงไปในโลกโซเชียลมีผู้เข้าไปรับชมและแชร์กันอย่างแพร่หลาย โดยจากคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 12 ม.ค.66 เวลา 18.09 น. 

นางสมบัติ (นามสกุลสมมุติ) อายุ 60 ปี ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เล่าว่า ระหว่างเกิดเหตุตนกำลังขายของอยู่ภายในร้าน ทราบอีกทีก็เห็นทั้งคู่ทะเลาะวิวาทกันแล้ว ซึ่งตนก็ร้องให้หยุด ส่วนลูกค้าอีกคนที่มาซื้อของก็ช่วยห้าม โดยฝ่ายสามีนั้นมีอาการเมา และภรรยาก็ไปรับสามีที่ทำงาน แต่ฝ่ายชายจะแวะซื้อบุรี่ และซื้อเหล้ากิน แต่ภรรยาไม่ยอมให้ซื้อเหล้า เลยมีปากเสียงกันจนเป็นเหตุให้ทะเลาะกันด้งกล่าว 

ขณะที่ฝ่ายชายที่อยู่ในคลิป ชื่อว่า “นายตี๋” ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ในวันเกิดเหตุตนได้ไปกินเลี้ยงที่บริษัท โดยภรรยาไปตามกลับบ้าน และได้กลับมาแวะซื้อของที่ร้านดังกล่าว ซึ่งตนก็มีอาการมืนเมา เมื่อซื้อของเสร็จแล้วกำลังจะสตาร์ทรถแต่รถได้เข้าเกียร์ค้างไว้จึงทำรถกระตุกและล้มลง จากนั้นภรรยาก็เข้ามาทำร้ายตน ซึ่งคิดว่าตนเองเมาแล้วเก็บทรงไม่อยู่ ซึ่งจากนั้นก็ได้กลับบ้านและได้ปรับความเข้าใจกัน ขอโทษกันและคืนดีกันแล้ว ซึ่งตนก็เห็นคลิปในโซเชียลที่ออกไปแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร ก็ยินดีที่จะให้ข้อมูล

นายชัชชัย เกษอุดมทรัพย์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 ม.3 ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร คนห้าม เล่าว่า วันเกิดเหตุตนได้พาลูกชายไปซื้อขนมที่ร้านดังกล่าว ซึ่งสองสามีภรรยาก็ได้มีปากเสียงกันตั้งแต่มาจอดรถ เมื่อซื้อของเสร็จก็เห็นว่า ทั้งสองคนทะเลาะกันและลงไม้ลงมือกัน จึงเข้าไปห้ามปราม ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันกลับ 

ขณะที่คนในหมู่บ้านทราบเรื่องหลังจากมีการเผยแพร่คลิป ก็จอดรถพูดคุยกับผู้สื่อว่า การโดนตีนเมียดีกว่าโดนตีนผู้ชายอื่นซึ่งอาจจะทำให้ตายได้ ถือว่าเป็นบุญนะ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวต้องดูพฤติการณ์ด้วย ก็สมควรที่จะเกิดแล้วถ้าทำตัวดีเมียคงไม่ทำแบบนี้

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวก็ได้เดินทางไปพบกับภรรยาสายโหดตามคลิป พร้อมได้โชว์แผลบริเวณนิ้วโป้งเท้าด้านขวาให้ผู้สื่อข่าวดู จังหวะที่เตะกับสามีและไปโดนพื้นปูนจนเล็บนิ้วโป้งเท้าขวาหลุด โดยน.ส.สุวณี กอบธัญกิจ(แตง) ภรรยา อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 264/2 ม.3 ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ได้เล่าว่า นายอุเทน ถ้วนถี่ (ตี๋) สามี อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 264/2 ม.3 ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร  ตนได้ขับรถไปรับสามีที่ทำงาน ซึ่งสามีก็ได้ดื่มเหล้าจนเมา และขากลับก็มาแวะซื้อบุรี่ร้านของชำ ซึ่งสามีก็ขอซื้อเหล้าดื่มอีก แต่เจ้าของร้านบอกว่าเมาแล้วไม่ขายให้ จากนั้นก็ได้กลับมาที่รถและจะ สตาร์ทรถกลับบ้านปรากฏว่ารถได้ล้มลง ด้วยความที่โมโห ตนจึงเดินเข้าไปถีบและเตะสามีหลายครั้งอย่างที่เห็นในคลิป ซึ่งหลังจากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้พูดคุยกันและปรับความเข้าใจกัน สามีก็รับปากว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ซึ่งก็ยังรักกันเหมือนเดิม.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ที่ใดไม่มีสวดมนต์ประจำ ที่นั้นจะไม่มีเทวดารักษา ด้วยเทวดาชอบฟังเสียงสวดมนต์’

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705194

'ที่ใดไม่มีสวดมนต์ประจำ ที่นั้นจะไม่มีเทวดารักษา ด้วยเทวดาชอบฟังเสียงสวดมนต์'

‘ที่ใดไม่มีสวดมนต์ประจำ ที่นั้นจะไม่มีเทวดารักษา ด้วยเทวดาชอบฟังเสียงสวดมนต์’

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.24 น.

“…ที่ใดไม่มีสวดมนต์ประจำ ที่นั้นจะไม่มีเทวดารักษา บ้านเรือนใดไม่มีการสวดมนต์ บ้านเรือนนั้นก็ไม่มีเทวดารักษา ด้วยเทวดาชอบฟังเสียงสวดมนต์ คิดตามเหตุผลก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะพระพุทธมนต์เป็นมงคลสูงส่ง เป็นมงคลแก่บ้านเรือนสถานที่ และจิตใจ ผู้สวดมนต์เป็นประจำก็ย่อมจะได้รับความคุ้มครองรักษา จากพรหมเทพผู้ได้มีส่วนร่วมสดับรับฟังด้วย การสวดมนต์จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ควรละเลย…” 

โอวาทธรรม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใจเกินร้อย!! ผู้หมวดทุ่มสุดตัวถอดเครื่องแบบกระโดดลงสระน้ำจับหนุ่มคลั่ง

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705193

ใจเกินร้อย!! ผู้หมวดทุ่มสุดตัวถอดเครื่องแบบกระโดดลงสระน้ำจับหนุ่มคลั่ง

ใจเกินร้อย!! ผู้หมวดทุ่มสุดตัวถอดเครื่องแบบกระโดดลงสระน้ำจับหนุ่มคลั่ง

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.24 น.

เปิดใจผู้หมวด สภ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี ถอดเครื่องแบบไล่จับหนุ่มหลอนยาอาละวาดข้าวของและทำร้ายพ่อแม่ถึงในสระน้ำ เพื่อนตรด้วยกันชื่นชมเรียกฉายาผู้หมวดแรมโบ้ลุยหนุ่มอาละวาด จิตเวช ทุกรายเป็นเสร็จ เจ้าตัวเปิดใจหากไม่จับมาก็จะอาละวาดอีกตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เต็มที่เพื่อพี่น้องประชาชนชาวทุ่งฝนอุ่นใจ

18 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเพจสภ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานีโพสต์ภาพการติดตามจับหนุ่มเมาอาละวาดทำลายข้าวของ และหนีลงไปในน้ำ เดือดร้อน จนท.ตำรวจ สายตรวจป้องกันและปราบปราม สภ.ทุ่งฝน ต้องตามจับด้วยการแก้ผ้าลงจับกันถึงในน้ำ ต่อมา ร.ต.ต.พนมไพร ถนอมสมบัติ รอง สว(ป) สภ.ทุงฝน ซึ่งเป็นตำรวจที่ถอดเครื่องแบบตำรวจลงสระน้ำ เพื่อจับกุมตัวนายแทค อายุ 40 ปี สร้างความชื่นชมให้กับประชาชนในพื้นที่อ.ทุ่งฝนเป็นอย่างมาก เป็นตร.ที่ทุ่มเทกล้าที่จะถอดเครื่องแบบเพื่อไปไล่จับโจรที่หนีไปในสระน้ำไม่ยอมขึ้นมา จนสุดท้ายจับตัวได้ในที่สุด

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ ร.ต.อ.พนมไพร หรือ ผู้หมวดเอ๋ ตำแหน่ง รองสว (ป) สภ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี โดยผู้หมวดเอ๋ออกเวรแล้วไปอยู่เฝ้าสวนยางพารา จึงเดินทางไปพบ พร้อมเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ที่ไล่จับหนุ่มหลอนทำร้ายพ่อแม่เกิดขึ้นเมื่อบ่ายสองของวันที่ 16 ม.ค.66 ที่ผ่านมา ตนเองปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร 20 สภ.ทุ่งฝนรับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีหนุ่มคลั่งทำลายข้าวของและอาละวาดจะทำร้ายพ่อแม่ที่หลังหนึ่งที่บ้านบุญมี หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปพร้อมด้วยตร.สายตรวจรถยนต์ 3 นายประกอบไปด้วย ตนเอง ด.ต.สมศักดิ์ แก้วกงพาน ผบ.หมู่(ป)สภ.ทุ่งฝน และส.ต.ต.ธนพล พันหล่อมโส ผบ.หมู่ (ป) สภ.ทุ่งฝน เดินทางไปทันที เมื่อไปถึงพบพ่อของผู้ก่อเหตุบอกว่า ท่าทางจะหลอนยาอาละวาดขอเงินไม่ได้ และหลบไปอยู่กระท่อมนา ตร.จึงตามไปกระท่อมนา

เมื่อไปถึงทราบผู้ก่อเหตุคือนายแทค อายุ 40 ปีแกล้งนอนหลับอยู่กระท่อมนา พ่อบอกให้จับไปเลยไม่งั้นทำร้ายพ่อแม่อีกแน่ ตร.ก็เลยควบคุมตัวจะขึ้นรถสายตรวจ ปรากฏว่านายแทคกระโดดลงจากรถวิ่งหนีทั้งๆ ที่ใส่กุญแจมือ แล้ววิ่งลงไปในสระน้ำ ไม่ยอมขึ้นมา พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นานเกือบ 30 นาที นายแทคก็ไม่ยอมขึ้นมาแต่อย่างใด จึงตัดสินใจถอดเครื่องแบบลงไปควบคุมขึ้นมาจากสระน้ำทันที ที่ตัดสินใจถอดเครื่องแบบลงเพราะตัวผู้ก่อเหตุไม่ยอมขึ้นมาเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมขึ้นและห่วงกลัวจะเป็นตะคริวจมน้ำตายได้ก็ไม่ได้คิดอะไรมากถือว่าเป็นหน้าที่ทำเต็มที่ให้พี่น้องในเขตอ.ทุ่งฝนได้อุ่นใจ เพราะถ้าไม่จับไปพ่อแม่และชาวบ้านก็พากันกลัวจะอาละวาดอีก ทั้งนี้ตนเองเคยเจอคนคลั่งอาละวาดถือมีดจะทำร้ายบ่อยครั้งแต่ไม่กลัว

ขณะที่ ด.ต.องอาจ ยางนอก พนักงานวิทยุ สภ.ทุ่งฝน เปิดเผยว่า ชื่นชมผู้หมวดพนมไพร ชาวบ้านก็ชื่นชม เพราะถ้าผู้หมวดเข้าเวรวันไหนมีเหตุหนุ่มคลั่งอาละวาดเป็นต้องเสร็จผู้หมวดทุกราย ท่านจะจับมาให้ได้ จนชาวบ้านในพื้นที่อ.ทุ่งฝนก็พากันอุ่นใจ อย่างตนเองเข้าเวรวิทยุหากมีเหตุหนุ่มคลั่ง หนุ่มหลอน หรือหนุ่มจิตเวชอาละวาดแล้วหลบหนี แกจะตามจับให้ได้เอามาควบคุมสติอารมณ์ที่โรงพักเอาไว้ เมื่อผู้หมวดเอ๋เดินทางไปสามารถควบคุมตัวได้เสร็จทุกรายจนชาวบ้านตั้งฉายาให้ ผู้หมวดแรมโบ้ อย่างรายนี้ลงทุนถอดเครื่องแบบลุยจับหนุ่มคลั่งทำร้ายข้าวของและจะทำร้ายพ่อแม่จนชาวบ้านเขาพากันอุ่นใจ นับเป็นเรื่องราวดีๆ ของตร.ที่ทุ่มเทการทำงานเพื่อความสุขของพี่น้องประชาชนในอ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายได้ปัง!! เหมือนมากซาลาเปา ‘ลูกท้อ-ส้ม’ รับตรุษจีน

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

รายได้ปัง!! เหมือนมากซาลาเปา 'ลูกท้อ-ส้ม' รับตรุษจีน

รายได้ปัง!! เหมือนมากซาลาเปา ‘ลูกท้อ-ส้ม’ รับตรุษจีน

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.14 น.

ร้านจำหน่ายซาลาเปาปรับกลยุทธ์การขายด้วยการทำซาลาเปาซิ่วท้อและซาลาเปาผลส้ม เป็นทางเลือกแทนผลไม้ที่มีราคาแพงในช่วงเทศกาลตรุษจีน ผลตอบรับทางออนไลน์ดีเกินคาด รายได้วันละหมื่นบาท จนทำขายแทบไม่ทันเลยทีเดียว

18 ม.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านท้องมังกรคาเฟ่ เลขที่ 45/4 ถนนเจิมปัญญา เขตเทศบาลนครตรัง น.ส. นัฐกมล ท่าห้อง อายุ 33 ปีเจ้าของร้าน ได้ปรับกลยุทธ์ในการขายซาลาเปาแบบเดิม ๆ มาทำซาลาเปาสิ่วท้อและซาลาเปาผลส้ม ซึ่งซิ่วท้อหรือลูกท้อ และส้ม นับเป็นผลไม้มงคลที่ชาวไทยเชื้อสายจีน นิยมหาซื้อไปมอบให้กับญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และเป็นผลไม้เซ่นไหว้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน แต่เนื่องจากผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ จะมีราคาแพงขึ้นมากในช่วงตรุษจีน โดยเฉพาะสิ่วท้อ ถือว่าเป็นขนมมงคลนำไปมอบให้ เพื่อเสริมโชคลาภบารมี ทำให้อายุยืน สุขภาพแข็งแรง แต่แทบจะไม่มีขาย ทำให้เจ้าของร้านซาลาเปา ผุดไอเดียทำซาลาเปาสิ่วท้อและเปาส้มขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า

ซึ่งทำออกมาได้เหมือนสิ่วท้อและผลส้มเป็นอย่างมาก นอกจากจะเป็นผลไม้หรือขนมมงคลแล้ว ยังมีราคาที่ถูกกว่า หาซื้อได้ง่ายและเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งต้องปิดหน้าร้านในช่วงนี้ เพื่อผลิตซาลาเปาสิ่วท้อกับเปาส้มขายให้ทันตามออเดอร์ของลูกค้า ที่สั่งซื้อเข้ามาวันละ 400-500 ลูก สร้างรายได้วันละนับ 10,000 บาทเลยทีเดียว

สำหรับซาลาเปาสิ่วท้อ มีไส้ถั่วเหลืองงาขาวและไส้เผือกหอม ขายลูกละ 25 บาท ส่วนซาลาเปาส้มไส้คัสตาร์ด ใช้ส้มแมนดารินแท้ เคี่ยวเองผสมกับแครอท ทำให้ได้สีสันออกมาคล้ายผลส้ม ขายลูกละ 30 บาท ซึ่งทุกลูกเป็นงาน Hand make หรืองานทำมือ ใช้สีธรรมชาติ สด ใหม่ หอมกรุ่นจากเตาแบบวันต่อวัน ที่สำคัญคือไม่ใส่สารอันตรายต่อผู้บริโภค โดยทำขายมาเป็นปีที่ 2 แล้ว ผลตอบรับดีเกินคาดจนต้องปิดหน้าร้าน เพื่อเร่งผลิตเปาสิ่วท้อและเปาส้มรับทรัพย์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนกันเลยทีเดียว

ด้าน น.ส. นัฐกมล ท่าห้อง เจ้าของไอเดีย กล่าวว่า ผลตอบรับค่อนข้างดีเพราะลูกค้ารู้จักมากขึ้น ทั้งทางโซเชียลและหน้าร้าน ตอนนี้ทำไม่ทัน แต่ถ้าลูกค้าสนใจสามารถติดต่อได้ทางเฟสบุ๊กท้องมังกรคาเฟ่ ซึ่งตอนนี้ผลิตได้วันละประมาณ 400 ลูก ส่วนลักษณะพิเศษของขนมคือใช้สีธรรมชาติ เป็นแฮนด์เมดทุกลูก มีความพิถีพิถันขึ้น ไม่ใช้สารกันบูดไม่ใช้สารเสริม ลูกค่าจึงมั่นใจได้ว่าสินค้าทุกลูกมีความปลอดภัยและมีคุณภาพแน่นอน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่าเวทนา! ทิ้งเหลนวัย5ขวบให้ตาวัย74 เลี้ยงเพียงลำพังอย่างอนาถา

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705173

น่าเวทนา! ทิ้งเหลนวัย5ขวบให้ตาวัย74 เลี้ยงเพียงลำพังอย่างอนาถา

น่าเวทนา! ทิ้งเหลนวัย5ขวบให้ตาวัย74 เลี้ยงเพียงลำพังอย่างอนาถา

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.55 น.

สุดเวทนาตาวัย 74 ถูกลูกหลานทอดทิ้ง ปล่อยเลี้ยงเหลน 5 ขวบเพียงลำพัง อดมื้อกินมื้อ เคยถึงขั้นคิดสั้น จะพาเหลนฆ่าตัวตาย – ขณะเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือมอบถุงยังชีพและเงินจำนวนหนึ่ง

18 ม.ค.2566 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านชุมชนชุมเห็ด หลังโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมืองบุรีรัมย์ ว่ามีคุณตาที่แก่ชราท่านหนึ่งถูกลูกหลานทอดทิ้งไม่เคยกลับมาเหลียวแล แถมปล่อยให้เลี้ยงเหลนอายุ 5 ขวบตามลำพัง ใช้ชีวิตอยู่อย่างอดอยาก มีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุและเงินสงเคราะห์เด็กแรกเกิดประทังชีวิต บางครั้งเพื่อนบ้านเวทนาสงสารก็แบ่งปันข้าวอาหารให้บ้าง

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งก็พบ นายสัมฤทธิ์  แกล้วกล้า  อายุ 74 ปี ซึ่งมีสภาพร่างกายแก่ชรา เดินเหินไม่สะดวก อาศัยอยู่ในบ้านที่ค่อนข้างคับแคบ ทรุดโทรมกับ ด.ญ.ชญาดา หรือ น้องต้นข้าว อายุ 5 ขวบ ซึ่งเป็นเหลนเพียงลำพัง โดยคุณตา เล่าให้ฟังว่า ภรรยาเสียชีวิตไปกว่า 30 ปีแล้ว มีลูกทั้งหมด 3 คน คนโตเป็นผู้ชายไปรับจ้างอยู่ที่ จ.ปทุมธานี กว่า 20 ปีแล้ว ล่าสุดทราบว่าป่วยต้องตัดลำไส้ นอนติดเตียงแต่ก็ติดต่อไม่ได้หลายปีแล้ว คนที่สองเป็นผู้หญิงไปทำงานที่พัทยาติดต่อไม่ได้หลายปีเหมือนกัน แต่มีเพื่อนบ้านที่ไปทำงานที่พัทยาแล้วไปเจอ แต่พอเพื่อนบ้านไปถามลูกสาวกลับบอกว่าไม่เคยรู้จักคนนามสกุลนี้

ส่วนลูกชายคนเล็กก็ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในกรมประมงกว่า 10 ปีแล้วไม่เคยกลับมาเยี่ยมเลย แต่พอตนเองติดต่อไปหาและขอเงินมาใช้จ่ายบ้างเขาก็บอกว่าไม่มี ส่วนหลานสาวซึ่งเป็นแม่ของน้องต้นข้าว เมื่อก่อนทำงานเป็นลูกจ้างที่โรงพยาบาล แต่หลังจากน้องต้นข้าวอายุได้ 7 เดือน ก็ทิ้งเอาไว้แล้วหนีหายไปเลย ปล่อยให้ตนเลี้ยงเหลนเพียงลำพัง

ตาสัมฤทธิ์ บอกว่า  เมื่อ 3 – 4 ปีก่อน ยังพอมีเรี่ยวแรงก็จะเอาหลานไปฝากกับเพื่อนบ้าน แล้วออกไปรับจ้างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ประปาตามบ้านก็พอได้เงินมาบ้าง เดือนละ 2 – 3 พันบาท บวกกับเบี้ยคนชราอีกเดือนละ 700 บาท และเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดของเหลนเดือนละ 600 บาท ก็พอใช้ชีวิตอยู่กันได้

แต่มาปีนี้ด้วยสังขารที่ร่วงโรยเพราะแก่ชรามาก สายตาเริ่มพร่ามัว แขนขาอ่อนแรง เดินเหินไม่ค่อยสะดวก จึงไม่ค่อยมีใครจ้าง ต้องอาศัยแค่เบี้ยคนชราและเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดประทังชีวิตไปวันๆ ก็อยู่กันแบบยากลำบาก อดมื้อ กินมื้อ จนต้องนำเครื่องมือช่างที่มีไปจำนำเพื่อเอาเงินมาซื้อข้าวกิน จนตอนนี้ไม่มีอะไรไปจำนำแล้ว บางวันก็ไปขออาหารจากบ้านพักคนชรามากิน และมีเพื่อนบ้านที่เวทนาสงสงสารหยิบยื่นข้าว อาหารให้บ้างตามกำลัง  ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านก็เก็บจากที่คนอื่นทิ้งแล้วเอามาซ่อมใช้เพราะไม่มีเงินซื้อ

คุณตาสัมฤทธิ์ ยังพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อก่อนรับจ้างขับรถ เลี้ยงลูกหลานจนโต แต่พอแก่ชรามาลูกหลานก็ทอดทิ้งไม่เหลียวแล ก็ท้อใจถึงขั้นคิดสั้นจะฆ่าตัวตายไปพร้อมกับเหลน อยู่ไปก็ไม่มีใครให้พึ่งพา อยากให้ลูกหลานกลับมาดูแลให้กำลังใจบ้าง ลำพังตัวเองก็ไม่ได้ต้องการอะไรแล้วเพราะแก่มากแล้ว แต่เป็นห่วงอนาคตเหลนเพราะอายุ 7 ขวบก็ต้องเข้าเรียน แต่ตนคงไม่มีปัญญาส่งเสียลำพังข้าวจะกินแต่ละมื้อยังลำบาก หากเป็นไปได้ก็อยากให้ลูกหลานที่รู้ข่าวมารับเหลนไปดูแล หรือพอมีหน่วยงานที่จะช่วยเหลือได้ก็อยากให้ช่วย หากใครอยากจะช่วยเหลือต่อลมหายใจให้ตากับเหลน สามารถบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี นายสัมฤทธิ์ แกล้วกล้า เลขที่บัญชี 020191552577  ธนาคารออมสินสาขาบุรีรัมย์

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ทางเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ โดย นายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ มอบหมายให้นายสมศักดิ์ ธีระวิวัฒนกิจ รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นางสาวภรภัทร สงวนสิน ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และเยี่ยมให้กำลังใจ นายสัมฤทธิ์ แกล้วกล้า พร้อมมอบถุงยังชีพ และเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งแล้ว

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของร้านส้มตำแจงดราม่า ‘ใจดำ’ ไม่อนุญาตให้ขายของในร้าน

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705164

เจ้าของร้านส้มตำแจงดราม่า 'ใจดำ' ไม่อนุญาตให้ขายของในร้าน

เจ้าของร้านส้มตำแจงดราม่า ‘ใจดำ’ ไม่อนุญาตให้ขายของในร้าน

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.34 น.

18 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ “ร้านส้มตำ ที่แม่ค้าปากจัด สักXXXทั้งตัว” ถ.ราษฎร์อุทิศ (ค.2) ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อตรวจสอบกรณีที่ทางร้านได้มีการเขียนป้ายติดหน้าร้านว่า “ไม่อนุญาตให้นำของเข้ามาขายในร้าน” พร้อมทั้งโพสข้อความลงในเพจของร้าน จนเกิดเป็นประเด็นดราม่า มีการคอมเม้นท์ต่อว่า แม่ค้าใจดำ จนกลายเป็นที่สนใจเข้ามาคอมเม้นท์กันจำนวนมาก

เมื่อไปถึงที่ร้านดังกล่าว ซึ่งเป็นร้านขายส้มตำและสารพัดยำ รวมถึงจิ้มจุ่ม เป็นร้านแบบเรัยบง่ายชั้นเดียว พบว่ามีรถจอดเป็นแถวยาวทั้งสองฝั่งถนน เข้าไปในร้าน พบกับ ป้ายไม้ขนาดกว้าง 60 ซม.สูงประมาณ 100 ซม.มีข้อความเขียนว่า”ไม่อนุญาตให้นำของเข้ามาขายในร้าน” ตั้งเด่นอยู่หน้าร้าน ซึ่งเป็นป้ายที่เดียวกับที่นำไปโพสลงบนโซเชี่ยล

น.ส.ธัญชนก หวดไธสง อายุ 32 ปี เจ้าของร้าน ที่กำลังง่วนกับการปรุงอาหารกันมือเป็นระวิง พร้อมทั้งเปิดเผยถึงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นว่า สาเหตุที่ต้องขึ้นป้ายดังกล่าว และโพสต์บนเพจของร้านจนเกิดการต่อว่า กล่าวหาว่า ร้านใจดำ ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้ใจดำ สาเหตุที่ต้องห้าม เพราะมีแม่ค้าเร่บางรายที่เข้าไปขายสินค้าให้ลูกค้าภายในร้าน แล้วไปรบกวนแถมยังบังคับให้ซื้อสินค้า ไม่ซื้อยังมัการต่อว่า จนเกิดความไม่สบายใจต่อลูกค้าของร้าน จึงว่ากล่าวตักเตือน แต่กลับไม่ฟังแถมยังเถียงกับตนเองอีก ในเมื่อไม่ฟังกันทางร้านจึงจำเป็นต้องปกป้องลูกค้า และ ปกป้องร้าน ด้วยงดไม่ให้เข้ามาขายในร้าน แต่ยังอนุญาตให้ขายตรงหน้าร้านได้ จึงขอให้ทุกคนเข้าใจด้วย ถึงแม่ค้าจะเป็นคนปากจัดแต่ก็ไม่ใจดำ เพราะที่ผ่านมาหากไม่เกิดเหตุขึ้น ก็ให้เข้ามาขายตลอดหลายปี  

สำหรับตนเอง เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ค้าดี เพราะเคยเป็นแม่ค้าเร่มาตั้งแต่เด็ก แต่ในเมื่อลูกค้าเราถูกรบกวน จึงจำเป็นจะต้องดูแล เพื่อรักษาลูกค้าไว้ เพราะลูกค้าคือผู้ที่มีบุญคุณนำเงินมาให้เรา 

ด้านนางรัศมี หวดไธสง อายุ 55 ปี มารดาของของแม่ค้า ได้เปิดเผยว่า ทางร้านไม่เคยใจดำกับพ่อค้าแม่ค้าด้วยกัน แต่เหตุที่เกิดขึ้น มันรับไม่ได้ จึงจำเป็นต้องหาทางออกที่ดี เพื่อให้ลูกค้าสบายใจที่เข้ามารับประทานอาหารในร้าน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนย้ายลูกเสือโคร่ง 3 ตัวถึงสวนสัตว์บึงฉวากแล้ว เผย’หมอ’ผูกพันมาก กลั้นน้ำตาไม่อยู่

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705154

ขนย้ายลูกเสือโคร่ง 3 ตัวถึงสวนสัตว์บึงฉวากแล้ว เผย'หมอ'ผูกพันมาก กลั้นน้ำตาไม่อยู่

ขนย้ายลูกเสือโคร่ง 3 ตัวถึงสวนสัตว์บึงฉวากแล้ว เผย’หมอ’ผูกพันมาก กลั้นน้ำตาไม่อยู่

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.09 น.

ทีมสัตวแพทย์ขนย้ายลูกเสือโคร่ง 3 ตัวของกลางที่ตรวจยึดได้จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี)  เดินทางถึงศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวากแล้วอย่างปลอดภัย รวมระยะเวลาเดินทางกว่า 8 ชั่วโมง

18 มกราคม 2566 เวลา 05.00 น. ทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล ขนย้ายลูกเสือโคร่งของกลาง จำนวน 3 ตัว ตามที่ได้ดำเนินการจับกุม เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 65 (คดีอาญา 1684/65 ยึดทรัพย์ 250) จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) มาเลี้ยงดูแล ณ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยคณะเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ดำเนินการส่งมอบ-รับมอบ ลูกเสือโคร่งของกลาง ตามคดีอาญาที่ 1684/2565 ยึดทรัพย์ที่ 250/2565 จำนวน 3 ตัว ได้แก่ มุกดา เพศเมีย สะหวัน เพศเมีย และข้ามโขง เพศผู้ โดยมีนายธีระยุทธ วงศ์ไพเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) แทนผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เป็นผู้ส่งมอบ นางสาวธชพรรณ ลีลาพตะ นายสัตวแพทย์ และนางสาวมาริษา ชุ่มวิจิตร นายสัตวแพทย์ กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นผู้รับมอบ

การเคลื่อนย้ายลูกเสือโคร่งดังกล่าวข้างต้น ใช้รถยนต์ราชการหมายเลขทะเบียน ฮต 6406 กรุงเทพมหานคร และหมายเลขทะเบียน กจ 2619 ราชบุรี เคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนางสาวธชพรรณ ลีลาพตะ และนางสาวมาริษา ชุ่มวิจิตร นายสัตวแพทย์ กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นผู้แทนเป็นผู้ควบคุมการขนย้าย พร้อม สพ.ญ.กนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สอป.สบอ.3 (บ้านโป่ง) และ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก คณะทำงานผู้ดูแลสุขภาพลูกเสือโคร่งระหว่างการเคลื่อนย้าย

คณะเริ่มทำการขนย้ายตั้งแต่ช่วงเวลา 19.00 น. ของวันที่ 17 ม.ค. 2566 และเดินทางถึงยังศูนย์พัฒนาฯ บึงฉวากเวลา 03.33 น. ของวันที่ 18 ม.ค. 2566 เป็นที่เรียบร้อย รวมระยะเวลา 8 ชั่วโมง 33 นาที ตลอดการเดินทางไม่เกิดเหตุฉุกเฉิน สภาพร่างกายลูกเสือโคร่งทั้ง 3 ตัว ปกติ นอนหลับตลอดการเดินทาง ซึ่งปกติแล้วลูกเสือโคร่งทั้ง 3 ตัว จะมีพฤติกรรมนอนหลับช่วงเวลากลางคืนเป็นส่วนใหญ่ ทีมสัตวแพทย์จึงวางแผนการเดินทางเป็นช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังมีพี่เลี้ยงดูแลลูกเสือโคร่งทั้งง 3 ตัว อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากพบความผิดปกติจะทำการแจ้งทีมสัตวแพทย์ สัตวบาลทันที ภารกิจขนย้ายลูกเสือโคร่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ ขณะนำส่งลูกเสือโคร่ง 3 ตัว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ร่วมกับผู้เลี้ยงได้อุ้มลูกเสือนำไปใส่กรง ท้ายรถตู้ ระหว่างนั้นสัตวแพทย์หญิง คชรินทร์ ราชสินธุ์ กลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ด้วยความผูกพันและคุ้นชินกับลูกเสือทั้ง 3 ตัว ด้านนายชัยวัฒน์ ฯ ให้เหตุผลว่า “การที่ลูกเสือ ทั้ง 3 ตัว ไปอยู่ที่ศูนย์พัฒนาฯบึงฉวาก เป็นข้อดีมากกว่า ในทุกๆด้าน ทั้งด้านงบประมาณ ที่สถานีเพาะเลี้ยงจุฬาภรณ์ มีไม่เพียงพอ ด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่ศูนย์พัฒนาฯบึงฉวาก มีความพร้อมกว่าแน่นอน รวมถึงด้านบุคลากร ที่สถานีเพาะเลี้ยงจุฬาภรณ์มีน้อยกว่ามาก อีกทั้งที่ศูนย์พัฒนาฯบึงฉวากมีความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์ และยังมีงบประมาณเพียงพอที่จะดูแลลูกเสือทั้ง 3 ตัวนี้

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก สวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี โพสต์ความคืบหน้าว่า เช้าวันใหม่กับสถานที่ใหม่ของ 3 น้องตระกูล ข.หลังจากที่เดินทางมาถึงเมื่อเวลา 03.33 น. น้องทั้ง 3 มีความร่าเริง ปกติดี กินเก่ง ให้นมแล้ววันนี้ 2 รอบ เวลา 6.00 น. และ 9.00 น. รวมตัวละ 450 ml.ครับ น้ำหนักชั่งแล้ว ..
น้องขิง(สะหวัน) หนัก 12.6 Kg.
น้องข้าว(มุกดา) หนัก 12.5 Kg.
น้องโขง(ข้ามโขง) หนัก 13.6 Kg.

ขอบคุณเพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช , สวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid029nDpsNLpsNgQo8TZU6z36aiRqALnET9QkE8hUA1FijW1e5HdyVSeXbedGiPGpaxrl%26id%3D100069651158728&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,915,121 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สะกดคนดูทั้งจุฬาฯ! ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ ปรากฏการณ์ดนตรีพุทธประวัติครั้งประวัติศาสตร์ไทย
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย
เครียดจนป่วย ‘Conversion Disorder’ โรคที่ต้องการความเข้าใจไม่ใช่คำวิจารณ์
ยอดตายพุ่ง 19 ศพ เหตุหม้อไอน้ำโรงไฟฟ้าอินเดียระเบิด
พริกยกสวน 'ธัญญ่า-หนิง'แท็กทีมปล่อยเซ็ตภาพ Wet Look ส่งท้ายสงกรานต์สวยฉ่ำ
AIDSID ขอเชิญร่วมทำบุญช่วยชีวิต เพิ่มภูมิคุ้มกันแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาส
รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
สงกรานต์ไทยอันดับ1 กระหึ่มโลก
ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี

Recent Posts

  • ผู้ว่าฯ-นายกฯ นิวยอร์ก หนุนเก็บภาษีคนรวยมีบ้านหลังที่ 2 มูลค่าเกิน 160 ล้านบาท
  • รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
  • ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง
  • ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี
  • ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลีย ซ้ำเติมวิกฤตเชื้อเพลิงจากสงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d