Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ทะเลหมอก’ปกคลุมเมืองพะเยา อุณภูมิลดหนาวเย็น10-13 องศา

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620211

'ทะเลหมอก'ปกคลุมเมืองพะเยา อุณภูมิลดหนาวเย็น10-13 องศา

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.43 น.

5 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดพะเยา ที่ยังคงหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง ช่วงเช้าของจังหวัดมีหมอกปกคลุม อุณหภูมิต่ำสุด10-13 องศาเซลเซียล โดยที่บริเวณพื้นที่ในจังหวัดพะเยาจะเห็นปรากฎการณ์ของทะเลหมอกเป็นบริเวณกว้าง

เมื่อพระอาทิตย์ทอแสงขึ้นในยามเช้าจะเป็นทัศนียภาพที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก และจะเห็นไอน้ำจำนวนมากขึ้นเหนือน้ำกว๊านพะเยา สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นอย่างมาก 

โดยปรากฎการณ์ทะเลหมอกที่ปกคลุมตัวเมืองไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ปีนี้เกิดขึ้นเร็วและติดต่อกันมากหลายวันแล้ว โดยหากอากาศเย็นจัดก็จะมีให้เห็น อากาศจะหนาวเย็นและหนาวนาน ทำให้แหล่งท่องเที่ยวมีความสวยงาม จะเกิดปรากฎการณ์ทะเลหมอกที่สวยงาม 

สำหรับอุณหภูมิที่จังหวัดพะเยาเริ่มลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส โดยเช้านี้ที่ดอยอุณหภูมิ ต่ำสุด อยู่ที่ 10-13 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มว่าอุณหภูมิจะลดลงอีก ทำให้พื้นที่ภาคเหนือเริ่มปรับสภาพอากาศเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัว ขณะที่ตามเทือกเขาหรือยอดดอยอุณหภูมิจะอยู่ในเกณฑ์หนาวถึงหนาวจัด และอุณภูมิลดลงอีก. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ภูกระดึง’หนาวมาก 6.5 องศา ‘แม่คะนิ้ง’ขาวโพลนเป็นวันที่2

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620209

'ภูกระดึง'หนาวมาก 6.5 องศา 'แม่คะนิ้ง'ขาวโพลนเป็นวันที่2

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.13 น.

5 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพในวันนี้อากาศหนาวยังคงมีต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดเลย และหนาวมากขึ้นติดต่อกันเป็นวัน 4 และวันนี้ได้เกิดแม่คะนิ้งที่ยอดภูกระดึงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี บริเวณสระอโนดาต ทางไปผาหล่มสัก ซึ่งเป็นทางเดินใกล้ริมน้ำอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ที่อุณหภูมิจะลดลงต่ำสุด ที่บริเวณนี้เพราะเป็นหุบเขา ร่องน้ำ ลึกของภูกระดึง

ด้านนายสำเร็จ ภูแสนศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวว่า วันนี้เกิดแม่คะนิ้งเป็นวันที่ 2 ภูกระดึง เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยววันละไม่เกิน 2,000 คน ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก มีการตรวจโควิดเข้มข้นแม่คะนิ้งพบเป็นวันที่ 2 และคาดว่าหากพรุ่งนี้จะมีโอกาสเจอแม่คะนิ้งอีกครั้ง. 012

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆ อ.เมืองเลย 9.2 องศาเซลเซียส , อ.วังสะพุง 10.6 องศาเซลเซียส , อ.ด่านซ้าย 12.0 องศาเซลเซียส , อ.เชียงคาน 13.0 องศาเซลเซียส , อ.ท่าลี่ 13.5 องศาเซลเซียส , อ.ภูกระดึง 9.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูเรือ 10.0 องศาเซลเซียส , อ.นาแห้ว 10.0 องศาเซลเซียส ,อ.ปากชม 12.0 องศาเซลเซียส , อ.นาด้วง 11.0 องศาเซลเซียส ,อ.ภูหลวง 11.0 องศาเซลเซียส , อ.ผาขาว 11.9 องศาเซลเซียส , อ.เอราวัณ 12.0 องศาเซลเซียส , อ.หนองหิน 13.0 องศาเซลเซียส ,อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 6.5 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 7.0 องศาเซลเซียส ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 7.0 องศาเซลเซียส ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 5.0 องศาเซลเซียส ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 9.0 องศาเซลเซียส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘ศูนย์เด็กเล็ก’ก้าวแรกปลูกฝัง ‘วินัยจราจร’ลดสูญเสียบนถนน

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620166

รายงานพิเศษ : ‘ศูนย์เด็กเล็ก’ก้าวแรกปลูกฝัง  ‘วินัยจราจร’ลดสูญเสียบนถนน

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) จัดการบรรยาย (ออนไลน์) เรื่อง “สร้างวินัยทางถนนเด็กไทยให้เต็มร้อย” โดยผู้บรรยายคือ ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์อุดาการ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เล่าว่า ย้อนกลับไปในปี 2554 เริ่มทำงานปลูกฝังวินัยจราจรกับเด็กระดับปฐมวัย เนื่องจากในทางการศึกษานั้นเชื่อว่า “ปฐมวัยเปรียบดั่งรากแก้ว” ประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับในช่วงปฐมวัยจะส่งผลต่อความมั่นคงของชีวิตคนคนนั้น การปลูกฝังสิ่งที่ดีงามจึงควรเริ่มต้นในวัยนี้

โดยช่วงแรกๆ ที่ทำงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนนยอมรับว่าไม่ได้มองเป็นเรื่องพิเศษอะไร กระทั่งได้ฟังเรื่องราวจากแพทย์ทั้งการสูญเสียชีวิตของคนไทยจำนวนมากทั้งที่หากไม่สูญเสียคนเหล่านี้ก็จะเป็นกำลังสำคัญของชาติ หรือการที่แพทย์ต้องทำงานหนักติดต่อกันนับสิบชั่วโมงเพื่อช่วยชีวิตผู้ประสบอุบัติเหตุ เมื่อประกอบกับการที่ตนเองเป็นทั้งแม่ ย่าและครูบาอาจารย์ เรื่องนี้จึงสะเทือนใจมาก

“จุดเริ่มต้นคือลงไปเป็นที่ปรึกษาหลักให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ ต.ป่าสัก จ.ลำพูน ตอนนั้นมูลนิธิวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นได้มาขอให้ไปเป็นที่ปรึกษาโครงการ ตอนนั้นเป็นโครงการวิจัยสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนโดยการมีส่วนร่วมของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและชุมชน ทีนี้ที่เข้าไปก็คือไปช่วยคุณครูในศูนย์พัฒนาเด็ก ในการที่จะให้เขามีความเข้าใจในการจัดทำหลักสูตร ในการทำแผนงานจากประสบการณ์ การออกแบบกิจกรรมในการที่จะไปพัฒนาเด็ก” ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ กล่าว

ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะมีอายุตั้งแต่ 2-6 ปี ซึ่งในตอนแรกของโครงการ ยอมรับว่าครูในศูนย์เด็กเล็กค่อนข้างกังวลเพราะกลัวจะทำนอกเหนือจากที่หลักสูตรกำหนด จึงต้องสร้างความเข้าใจว่าการปลูกฝังวินัยจราจรมีอยู่ในแผนการสอนในหลักสูตรเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่โครงการนี้มาทำให้ชัดเจนขึ้น อีกทั้งไม่ได้ทำเพียงคนเดียวแต่ต้องอาศัยความร่วมมือกับผู้ปกครองนักเรียนตลอดจนชุมชนโดยรอบ

วันเวลาผ่านไป เริ่มเห็นพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยน เช่น เด็กเริ่มได้สวมหมวกกันน็อกเมื่อโดยสารรถจักรยานยนต์มากขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ที่สนับสนุนหมวกกันน็อกเด็ก และเมื่อเด็กสวมหมวกกันน็อกตามที่ครูสอนและทำเป็นแบบอย่าง พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ เมื่อจะขี่จักรยานยนต์ก็ต้องสวมหมวกกันน็อกตามไปด้วยโดยปริยาย “ใช้เด็กเป็นเครื่องมือเตือนสติผู้ใหญ่” ให้ผู้ใหญ่เห็นความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนน เพราะคนอื่นเตือนแล้วไม่ฟัง มีข้ออ้างสารพัด แต่หากเป็นบุตรหลานเตือนกลับพบว่ายอมฟัง

“เวลาเราลงไปตรวจเยี่ยมในแต่ศูนย์เขามีเทคนิคในการสร้างวินัยให้กับเด็กที่แตกต่างกัน อันนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่มันเกิดขึ้นในเฟส (Phase-ระยะ) แรกๆ ความประทับใจคือความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณครู เพราะว่าเฟสแรกที่ทำที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ ต.ป่าสัก จ.ลำพูน มีแรงกดดันมากๆ เลยคุณต้องต่อสู้ทุกอย่าง ถ้าคุณครูเขาถอดใจไม่สู้ต่องานก็ไม่สามารถที่จะก้าวมาจนกระทั่งเป็นตัวแบบได้ คือพลังความสำเร็จที่ป่าสักมันมีพลังทื่ทำให้ถึงกับเป็นนโยบายของระดับจังหวัด จังหวัดลำพูนถึงระดับผู้ว่าฯ ขณะนั้นหยิบขึ้นมาเป็นนโยบายเลย

จากการทำงานในระดับจุดเล็กๆ ของป่าสัก เพราะว่ามีครูไม่เยอะ ไม่กี่คนเลยแล้วเขาต้องใช้เวลาในวันเสาร์-อาทิตย์ ใช้เวลานอกจากเวลาที่เขาดูแลเด็กมานั่งประชุมกันเพื่อที่จะออกแบบการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แล้วเรื่องเหล่านั้ใหม่สำหรับเขา ตัวเราเองก็ยังใหม่ ฉะนั้นเวลาเราจะต้องมานั่งวางว่าจุดมุ่งหมายจริงๆของโครงการวิจัยตอนนั้นคือต้องการอะไร แล้วจะต้องไม่เป็นการที่ไปเพิ่มงานให้กับคุณครู และต้องย่อยให้ง่ายสำหรับเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก” ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ ระบุ

ความท้าทายในการจัดทำหลักสูตรปลูกฝังวินัยจราจรกับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กคือ “ชั้นเรียนแบบคละอายุ” ดังนั้น จะจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้เด็กทุกอายุมีส่วนร่วม ซึ่งต้องพัฒนาสื่อหลากหลายแม้จะมีงบประมาณจำกัด เช่น นำสิ่งของเหลือใช้มาดัดแปลง เนื่องจากสมัยนั้นสื่อดิจิทัลยังมีไม่มากนัก ต่อมาโครงการได้เข้าสู่ระยะที่ 2 กระจายไปในศูนย์เด็กเล็กหลายแห่งทั้ง 4 ภาค แต่ทำงานง่ายขึ้นเพราะมีบทเรียนจากโครงการระยะแรกแล้ว อีกทั้งยังมีครูจากโครงการระยะแรกมาเป็นพี่เลี้ยง

ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ กล่าวว่า “โครงการนี้นอกจากเป็นการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้แล้ว ยังสร้างนวัตกรรมด้านการผลิตสื่อด้วย” เพราะแต่ละภูมิภาคพัฒนาสื่อตามบริบทของตนเอง เช่น จ.สุพรรณบุรี(ภาคกลาง) จุดเด่นคือมีเครือข่ายเข้มแข็ง อีกทั้งยังมีงบประมาณสร้างสนามจำลองให้เด็กได้ฝึกวินัยจราจร หรือที่ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี(ภาคใต้) มีจุดแข็งด้านการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านอาทิ เพลงบอก หนังตะลุง โนราห์ มาประยุกต์ซึ่งไม่เพียงปลูกฝังเฉพาะเด็กแต่ยังรวมถึงสร้างความตระหนักให้กับคนในชุมชนด้วย

ทั้งนี้ “ความภูมิใจคือการที่กิจกรรมที่ริเริ่มจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กไม่กี่แห่งกลายเป็นสิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ยอมรับเป็นนโยบายและกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดผลงานของครู” ซึ่งเมื่อกลายเป็นตัวชี้วัดแล้วครูก็จะทำงานง่ายขึ้นด้วยเพราะเป็นหน้าที่และผลงานของครูเองไม่ใช่การเพิ่มภาระงาน และเป้าหมายต่อไปคือ “ขยายผลสู่โรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่ประถมถึงมัธยมศึกษา” เพื่อให้ช่วยกันพัฒนาต่อยอด ดังตัวอย่างของโรงเรียนบ้านหนองเงือก จ.ลำพูนที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเมื่อได้ฟังแนวคิดแล้วก็สนับสนุนส่วนครูก็เข้าใจ

“ครูเป็นคนเล่าให้ฟังเอง แต่เดิมจะขับมอเตอร์ไซค์มา แล้วเวลาจะเข้าก็จะเข้ามาในประตูที่ใกล้ห้องพักตัวเองมากที่สุดโดยไม่สนใจเลยว่าที่เขียนว่าทางเข้า-ทางออกเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้คุณครูไม่กล้าเพราะมีสารวัตรนักเรียน มีลูกเสือคอยมองอยู่ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของตัวเอง หรือครูขับมาจากบ้านไม่สวมหมวกกันน็อก จราจรลูกเสือก็จะเห็นอยู่คุณครูก็อาย ก็ต้องสวมหมวกกันน็อกมาคือทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปหมด” ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ ยกตัวอย่าง

ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ กล่าวในช่วงท้ายถึงอีกความภูมิใจในฐานะคนเป็นครูบาอาจารย์ว่า กิจกรรมนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งครูและนักเรียนกลายเป็นผู้ใส่ใจความปลอดภัยบนท้องถนนมากขึ้น นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับชุมชน อีกทั้งผลงานนี้แต่เดิมคณะครูที่ทำโครงการก็ไม่ได้หวังรางวัลอะไร ถึงขนาดต้องแนะนำให้ลองส่งประกวดนวัตกรรมด้านการศึกษาดู ซึ่งก็ได้รับรางวัลจริงๆ

“มันไม่ได้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง พวกเราทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่คงจะต้องช่วยกัน ร่วมมือกันในการที่จะทำบทบาทเหล่านี้ เพื่อที่จะทำให้เด็กๆ ของเรา
ได้มีโอกาสเติบโตขึ้นอย่างงดงาม และเป็นเด็กที่มีวินัยทางจราจรให้เต็มร้อย เพื่อที่จะลดความสูญเสีย” ผศ.ดร.เยี่ยมลักษณ์ กล่าวในท้ายที่สุด


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วช.’มอบรางวัลงานวิจัยปี’64

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620161

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021)” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา ณ เวที Highlight Stage โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯซึ่งหนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือพิธีมอบรางวัล Thailand Research Expo 2021 Award และมอบโล่แสดงความขอบคุณแก่หน่วยงานที่นำผลงานร่วมนำเสนอ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่าวช. สนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ เห็นความสำคัญในการนำเสนอผลงานวิจัยและกิจกรรมส่งเสริมการวิจัยที่มีคุณภาพจึงได้จัดให้มีกิจกรรม Thailand Research Expo 2021 Award ซึ่งเป็นการพิจารณาคัดเลือกผลงานที่มีกระบวนการนำเสนอที่มีความโดดเด่นในรูปแบบที่หลากหลายและสามารถเชื่อมโยงส่งต่องานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไปได้ โดยแบ่งผลงานออกเป็น 4 ประเภท และมีหน่วยงานที่ได้รับรางวัล ดังนี้

1.รางวัล Platinum Award จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้วยการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และยั่งยืนเพื่อยกระดับจังหวัดเพชรบุรีสู่เมืองสร้างสรรค์”จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และผลงาน “การพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกขมิ้นชันปลอดโรค และสารสำคัญสูงด้วยระบบ Substrate Culture” จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง “รางวัล Gold Award” จำนวน 4 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “ระบบอบแห้งแบบผสมผสานอัจฉริยะ” จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้, ผลงาน “Smart Safety Zone 4.0 เชื่อมั่น อุ่นใจ ปลอดภัย ในชุมชน” จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผลงาน “การพัฒนาฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชรสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารแบบยั่งยืน” จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และผลงาน “การเพิ่มมูลค่าเส้นใยผักตบชวา สู่เชิงพาณิชย์ของจังหวัดปทุมธานี” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

2.รางวัล Silver Award จำนวน 6 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “การประเมินผลโครงการนำร่องให้ผู้ป่วยรับยาที่ร้านขายยาเพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล” จากโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP), ผลงาน “การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของเกษตร
ผู้เลี้ยงปูขาว” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, ผลงาน “แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินในการประกอบธุรกิจโรงแรม สถานที่พัก และการใช้ประโยชน์ที่ดิน กรณีศึกษา อำเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์, ผลงาน “การพัฒนาระบบป้องกันการเสพติดซ้ำของเด็กและเยาวชนโดยการตรวจสารเสพติดในเส้นผม” จากสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม, ผลงาน “Phayao Learning city บนฐานการเรียนรู้ในรูปแบบ BCG Economy Model” จากมหาวิทยาลัยพะเยา และผลงาน “เนื้อเทียมวีแกนเสริมโปรตีนข้าวไฮโดรไลเสท” จากมหาวิทยาลัยรังสิต

3.รางวัล Bronze Award จำนวน 8 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “ชุดกังหันกระแสน้ำผลิตไฟฟ้านวัตกรรมทั่วถึง” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ผลงาน “ระบบเฝ้าระวังคัดกรองสุขภาพจิตเชิงรุก Mental Health Check In เพื่อบริการประชาชนในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” จากกรมสุขภาพจิต, ผลงาน “อาหารเพื่อสุขภาพเชิงสร้างสรรค์” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, ผลงาน “การวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าคราม” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, ผลงาน “ผลการรักษาผิวเปลือกส้มบริเวณต้นขาด้วยสารสกัดตรีกฏก” จากสถาบันพระบรมราชชนก, ผลงาน “คอนกรีตแห้งสำเร็จรูปสำหรับสภาพแวดล้อมทางทะเล” จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ, ผลงาน “อุปกรณ์หัวจับยึดสำหรับอัดแรงยางพารา” จากกรมทางหลวง และผลงาน “โปรไบโอติกเพื่อสุขภาพ” จากบริษัท ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหาร ซีพีเอฟ จำกัด

และ 4.รางวัลชมเชย จำนวน 12 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “Smart Energy ระบบจ่ายไฟกลับอัตโนมัติ” จากการไฟฟ้านครหลวง, ผลงาน “ระบบอำนวยการ
ยิงปืนใหญ่ทางยุทธวิธีด้วยการติดต่อสื่อสารวิทยุทางทหารแบบดิจิทัลและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, ผลงาน “การสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการออกแบบโคมไฟประดับตกแต่ง” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, ผลงาน“การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมทักษะการออกแบบการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้วยกระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุพรรณบุรี” จากมหาวิทยาลัย เวสเทิร์น, ผลงาน “การจัดการการเรียนรู้โรงเรียนเกษตรกร (Farmer Academy) ตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ อย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, ผลงาน“มหัศจรรย์ฟองอากาศขนาดเล็กจิ๋ว : เกษตรกรรมบนวิถีปกติใหม่” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, ผลงาน “การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มฟังก์ชั่นจากข้าวสีไทยในเชิงพาณิชย์” จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์, ผลงาน“นวัตกรรมเซนเซอร์แบบกระดาษเพื่อทดสอบฟอร์มาลินในอาหาร” จากมหาวิทยาลัยบูรพา, ผลงาน “ระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อการลาดตระเวนทางทะเล” จากกระทรวงกลาโหม, ผลงาน “พื้นที่ทางวัฒนธรรม ท่าลาว และตลาดพังพลาย ผ่านทางแผนที่ทางวัฒนธรรม” จากมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, ผลงาน “โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกและการแปรรูปมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์สำหรับชุมชนฐานราก จังหวัดอุบลราชธานี” จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และผลงาน “ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ” จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ฟ้าใส’ลูกช้างป่าอาการดีขึ้นมาก ทีมสัตวแพทย์เจาะเก็บเลือดประเมินอาการ

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620188

'ฟ้าใส'ลูกช้างป่าอาการดีขึ้นมาก ทีมสัตวแพทย์เจาะเก็บเลือดประเมินอาการ

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 21.26 น.

รองเท้าใหม่ “น้องฟ้าใส” ลูกช้างป่าถูกบ่วงรัดข้อเท้าจนขาด ล่าสุดทีมเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์จัดทำโฟมเป็นเท้าเทียมชั่วคราวช่วยพยุงขา

วันที่ 4 ธันวาคม 2564 เวลา 09. 30 น. สพ.ญ.สุนิตา วิงวอน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.2 เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน และทีมสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน พัทยา ทำการรักษาข้อเท้าข้างขวาที่ถูกบ่วงยังมีคราบหนองคลุมอยู่ และมีเนื้อตายบางส่วน แต่ดีขึ้นมากจากเมื่อวาน จึงทำการขัดและล้างแผลให้สะอาด หลังจากนั้นได้ทายาฆ่าเชื้อเฉพาะที่และพันแผลป้องกันสิ่งสกปรก และจัดทำโฟมเป็นเท้าเทียมชั่วคราวเพื่อเป็นการพยุงขาข้างนี้

สำหรับแผลที่ขาซ้ายที่รูกระสุนพบว่ามีหนองลดลงแต่ยังคงมีเนื้อตายอยู่ ได้ทำการล้างแผลและยัดผ้าก๊อสผสมยาฆ่าเชื้อชนิดครีมในแผล และทำเลเซอร์เพื่อลดปวดที่แผลและเร่งการสร้างของเนื้อเยื่อใหม่ ทำการให้สารน้ำเกลือเข้าเส้นเลือด ยารักษาภาวะไตวาย วิตามินซี ยาฆ่าเชื้อ ยาบำรุงเลือด และกลูโคส

พฤติกรรมโดยทั่วไปยังร่าเริงดี ปรับตัวเข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมใหม่ และพี่เลี้ยงใหม่ได้ดี สัตวแพทย์ทำการเจาะเก็บเลือดเพื่อประเมินและติดตามค่าเลือดของลูกช้าง ทั้งนี้ทางสัตวแพทย์ สบอ.2 จะได้ร่วมกันวางแผนการรักษาและติดตามการรักษาดูแลลูกช้างป่ากับทีมสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวานต่อไป น้องเปลี่ยนชื่อจาก “ขวากรัก” เป็น “ฟ้าใส” แล้วนะคะ

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระเนมิราชออกบวช’ : หลวงพ่อวิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620174

'พระเนมิราชออกบวช' : หลวงพ่อวิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.34 น.

“พระครูเกษมวรกิจ” หรือ “หลวงพ่อวิชัย เขมิโย” เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาจม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมตตาให้หลักธรรมแก่ญาติโยมที่ไปถวายสังฆทานที่สำนักวิปัสสนากัมมัฏฐานพุทธเกษตรดินแดนสุขาวดี คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี และในวันนั้นมีสามีภรรยาคู่หนึ่งปุจฉากับหลวงพ่อวิชัยว่า “เมื่อลูกที่ยังเล็กอยู่โต ก็จะออกบวชด้วยกันทั้งสองสามีภรรยา จะทำได้หรือไม่” ด้วยเหตุนี้ หลวงพ่อวิชัย จึงเมตตาวิสัชนาโดยยกตัวอย่าง “พระเนมิราชออกบวช” ดังนี้ 

“เมื่อตั้งความดำริไว้ เมื่อถึงจุดนั้น เหมือนเราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เราจะรู้ว่าเมื่อไหร่เราแก่ นี่จะบอกให้ช่างผม ถ้าผมฉันหงอกเส้นเดียวให้บอกฉันหน่อยน่ะ ถ้าผมหงอกเส้นเดียว ความแก่ก็ครอบงำแล้ว เหมือนพระเนมิราช มอบทรัพย์สมบัติให้ข้าทาสบริวารเยอะๆ ให้กุลบุตร กุลธิดาหมด ก็โอ้! ความแก่ครอบงำเราแล้ว พระองค์ก็เสด็จออกบวชอยู่ในป่าหิมพานต์ ก็คือ พระพุทธเจ้าในชาตินี้ก็เป็นพระเนมิราช แต่พวกเรานี่ ไม่ใช่เส้นเดียวหรอก เต็มศรีษะแล้ว ก็ยังว่าตัวเองยังไม่แก่สินั่นน่ะ ก็ไปหายาย้อมผมมาดับอยู่ ยังประมาท ผู้มาบวช นี่ผู้ไม่ประมาท! ผมหงอกเส้นเดียวน่ะ โอ้ย!ความแก่เขาครอบงำแล้ว 

พระเนมิราช ร่ำรวยกว่าพวกเราขนาดไหน ท่านก็ออกบวช พวกเราลองคิดดู เราจะอยู่เฝ้าเอาโลกไม่ได้หรอก ถึงเวลา ก็ดำริไว้ว่า สักวันหนึ่งจะเป็นของเราแน่นอน “ดำริ” คือ คิดไว้ว่า โอกาสนี้ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะพยายาม เมื่อแก่ก็บวช นี่คือ “ดำริไว้ ตั้งใจไว้” รักษาดำริไว้ คือ ตั้งใจไว้ สักวันหนึ่งความตั้งใจของเราจะประสบความสำเร็จ เราตั้งใจไว้ เหมือนเราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เมื่อถึงเวลาแล้วก็ไป 

แต่คนจะคิดอย่างนี้ ก็ไม่ค่อยมีน่ะ คิดว่าโลกนี้มันน่าอยู่ ยังรื่นเริงบันเทิงใจอยู่ น่าอยู่ ที่เราคิด (ออกบวช) อย่างนี้ก็แสดงว่า มีของเก่าของเราบันดาลให้คิดอย่างนี้ ก็ให้นั่งพิจารณาทุกวัน การนั่งพิจารณาทุกวันคือ คิดสะสมๆ ว่า สักวันหนึ่ง สักวันเราต้องออกบวช เพราะเรามองเห็นว่า ไม่มีอะไรเป็นของเรา แต่เมื่อเราสร้างภาระขึ้นมาแล้ว ต้องให้หมดภาระก่อน เราถึงจะออกบวชได้ พระพุทธเจ้าจึงให้ออกบวชได้ แต่ต้องหมดภาระ ทุกสิ่งอย่างเขาสร้างของเขามา เขาก็ดูแลกัน น้องอยู่บ้านนอก เคยเห็นกบ เห็นอึ่งมันไข่ไหม ไข่แล้วไปดูไหม ไปดูตอนที่ลูกมันออกมาได้ไหม แน่ะ! แม่มันไข่ทิ้งไว้แล้ว อึ่งอ่างเหมือนกัน กบเหมือนกัน เขียดเหมือนกัน ไข่ทิ้งแล้ว มันไม่สนใจอะไรเลย ลูกมันเกิดมาก็เป็นกบ เป็นเขียด เป็นอึ่งอ่างกันไป คือ ธรรมชาติมันสร้างของมันมาอย่างนั้น 

เหมือนคนเราเหมือนกันต้องคิดอย่างนั้น แต่ไม่ใช่เราจะอย่างนั้นน่ะ แต่เมื่อเขามีครอบมีครัวแล้วก็เอ่อ เราก็ไม่ต้องช่วยอะไรเขาหรอก เราช่วยเขามาเต็มที่แล้ว พระพุทธเจ้าสรรเสริญ เหมือนอึ่งอ่าง เหมือนกบ ไข่แล้วทิ้งหมด กบ เขียด มันไข่ทิ้งหมด ลูกมันก็เลี้ยงตัวเองจนโต ธรรมชาติทุกอย่างเป็นเช่นนั้น ถ้าเราไม่เข้าข้างตัวเอง” 

สำหรับประวัติของ “พระเนมิราช” ในพระไตรปิฎกเขียนไว้ว่า พระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง พระนามว่า มาฆะเทวะ (อดีตชาติของพระเนมิราช) รับสั่งให้ช่างตัดพระเกศาทูลพระองค์ทันทีที่เห็นพระเกศาหงอกขาว เมื่อช่างเห็นพระเกศาหงอกเป็นเส้นแรกจึงทูลพระองค์ให้ทรงทราบ พระเนมิราชจึงทรงสละราชสมบัติออกไปผนวชเป็นฤาษี และมีรับสั่งให้พระโอรสประพฤติตามพระองค์โดยเมื่อเกศาแรกหงอก ให้ออกบวช 

เมื่อมาฆะเทวะสิ้นพระชนม์ได้ประสูติใหม่ในเทวโลก และได้ทอดพระเนตรลงมาเห็นลูกหลานของพระองค์ว่า มีการประพฤติตามอย่างพระองค์สืบต่อมาตามที่ได้รับสั่งไว้ เมื่อ“มาฆะเทวะ” สิ้นบุญในชั้นเทวโลก จึงจุติลงมาเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในราชวงศ์เดิม มีพระนามว่า “เนมิราช” หรือ พระเจ้าเนมิราช โดยทรงปกครองไพร่ฟ้า จนกระทั่งพระอินทร์ หรือ ท้าวสักกะจอมเทพ อัญเชิญให้เสด็จไปเที่ยวท่องสวรรค์และนรกด้วยราชรถวิเศษ มีช่างตัดพระเกศากลับชาติมาเกิดเป็นสารถีขับราชรถวิเศษพาไปยังสวรรค์และนรก 

สำหรับ “มาฆเทวะ” หรือ “เนมิราช” นั้นคืออดีตชาติหนึ่งของ “องค์สมณโคดมบรมครู” ส่วนช่างตัดพระเกศา ที่กลับชาติมาเกิดเป็นสารถีนั้น เป็นอดีตชาติหนึ่งของ “พระอานนท์” ซึ่งเป็นสหชาติกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวกรี๊ดลั่น! โคตรตัวเงินตัวทองตัวเขื่องบุกแพปลา คิดว่าเป็นจระเข้

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620157

สาวกรี๊ดลั่น! โคตรตัวเงินตัวทองตัวเขื่องบุกแพปลา คิดว่าเป็นจระเข้

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.51 น.

สาวกรี๊ดลั่น! โคตรตัวเงินตัวทองตัวเขื่องบุกแพปลาในพังงาคิดว่าเป็นจระเข้ หนุ่มใหญ่เมืองคอนจับโชว์ไปปล่อยธรรมชาติ

วันที่ 4 ธ.ค.64 นายพรชัย อุบลกาญจน์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 3 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพ่อค้าขายปลาตลาดท่ายาง เผยว่า วันนี้ขณะที่ตนกำลังเลือกซื้อปลา ที่แพปลาแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.พังงา เพื่อนำมาขายตลาดที่ อ.ทุ่งใหญ่ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงร้องกรี๊ดดังลั่นของผู้หญิงในแพปลา เมื่อหันไปดูพบว่ามีตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ยาวเกือบ 2 เมตร วิ่งพรวดพราดเข้ามาภายในแพปลา จนเจ้าของแพปลา ลูกจ้าง รวมทั้งลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ตกใจแตกตื่นวิ่งหนีกันคนละทิศละทาง เนื่องจากคิดว่าเป็นจระเข้ 

อย่างไรก็ตาม ตนพอจะมีประสบการณ์จับตัวเงินตัวทอง จับงูอยู่บ้างจึงหาอุปกรณ์รอบตัวที่พอจะใช้เป็นเครื่องมือจับตัวเงินตัวทองโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาท จึงจับตัวเงินตัวทองได้สำเร็จ ก่อนจะนำไปปล่อยแหล่งธรรมชาติใกล้ๆ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัดดังเมืองคอนตั้งโรงทานปรุงอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัยน้ำท่วมถวายเป็นพระราชกุศล

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620151

วัดดังเมืองคอนตั้งโรงทานปรุงอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัยน้ำท่วมถวายเป็นพระราชกุศล

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.33 น.

วัดเขาพระทอง วัดดังเมืองคอน ตั้งโรงทานปรุงอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัยน้ำท่วม ถวายเป็นพระราชกุศล 5 ธันวามหาราช

วันที่ 4 ธ.ค.64 ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ วัดเขาพระทอง หมู่ 1 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง พร้อมคณะสงฆ์ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันประกอบพิธีพิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.64 เปิดโรงทานพระเวสสันดรชาดก เพื่อผลิตอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย เป็นการทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล โดยมีประชาชนเกือบ 100 คนเข้าร่วมกิจกรรมท่ามกลางมาตรการควบคุมป้องกันไวรัสโควิด – 19 อย่างเคร่งครัด

หลังประกอบพิธีทางศาสนาภายในศาลเฉลิมพระเกียรติ พระสงฆ์พร้อมคณะพุทธบริษัทฯ เดินทางมายังอาคารปฏิบัติธรรมปัญญานันทโลกุตรวิมุตติธรรม (ศาลาริมน้ำ) เพื่อร่วมกันประกอบอาหาร ช่วยกันบรรจุกล่องก่อนนำแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ช่วงระหว่างวันที่ 29 พ.ย.- 4 ธ.ค. 2564 นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายประกอบอาหารนำออกแจกจ่ายประชานในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอีกด้วย

พระมหาอารยนันต์ กล่าวว่า ปกติช่วงวันสำคัญของชาติ 5 ธ.ค.วัดจะประกอบพิธีทำบุญลักษณะต่างๆเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวง รัชกาลที่ 9 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวง รัฐกาลที่ 10 พระบรมวงศานุวงศ์  นอกจากนี้ช่วงที่บ้านเมืองประสบปัญหาวิกฤติไม่ว่าภัยธรรมชาติ โรคระบาดต่าง ๆ วัดก็ตั้งโรงทานพระเวสสันดรชาดก ประกอบอาหารออกแจกจ่ายผู้ประสบภัย รวมทั้งแจกข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มให้ญาติโยมในพื้นที่ อ.ชะอวด และอำเภออื่นๆ โดยมีผู้ใจบุญร่วมกันบริจาคเงินและสิ่งของร่วมในโครงการจำนวนมาก

 โดยหลังจากดำเนินการโครงการ “เดินธุดงค์ธรรมยาตรา 810.4 กม. “ กรุงเทพมาหานคร ” เพื่อบอกบุญระดมทุนสร้างโบสถ์วัดเขาพระทอง ขณะนี้วัดอยู่ระหว่างการระดมทุนสมทบทุนสร้างโบสถ์วัดเขาพระทองได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ทางวัดจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อระดมทุนก่อสร้างโบสถ์ให้แล้วเสร็จ ซึ่งพุทธบริษัทที่สนใจอยากร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ สามารถบริจาคเงินเขาบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี กองทุน เสบียงบุญสร้างโบสถ์ วัดเขาพระทอง เลขบัญชี 822-0-63803-6. ติดต่อสอบถาม โทร 094-795-2998 พระมหามหาอารยนันต์ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตแห่แซว’พระมหาสมปอง’หลัง’หมอแล็บแพนด้า’ทักแชทชวนไปเตะบอลหลังสึก

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620099

ชาวเน็ตแห่แซว'พระมหาสมปอง'หลัง'หมอแล็บแพนด้า'ทักแชทชวนไปเตะบอลหลังสึก

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.29 น.

4 ธ.ค.64 ทุกการเคลื่อนไหวยังถูกจับจ้องจากโลกโซเซียลอย่างต่อเนื่อง หลังจากพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต  พระนักเทศน์ชื่อดัง เตรียมจะลาสิกขา โดยใช้ฤกษ์วันเกิดแม่วันที่ 2 มกราคม 2565 แต่ไม่แน่อาจจะเร็วกว่าเดิมนั้น

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า ของนักเทคนิคการแพทย์ (ทนพ.) ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ โพสต์ข้อความแชทคุยผ่านไลน์กับพระมหาสมปองว่า…หลังวันที่ 2 ม.ค. สึกแล้วเจอกันครับ!! ถ้าสึกแล้วไปดูบอลกันนะครับ ลงเตะด้วย ท่านเตะบอลเป็นไหมครับ

ขณะที่พระมหาสมปอง ตอบกลับมาแบบขำๆตามสไตล์ว่า เลี้ยงเก่งกว่าแมสซี่ ไขว้ดีกว่าโรนัลโด้ โหม่งเก่งกว่าโมราต้า ยิงคมเก่งกว่าโจ้ 5 หลา ก็มหาสมปองนี่แหละ ไม่ได้โม้ (พี่บาส สมรักษ์กล่าวไว้)

ขณะที่บรรดาชาวเน็ต ได้เข้าไปคอมเม้นต์แซวพระมหาสมปองว่า พส.ท็อปฟอร์มสุด,ถอดสบงแล้วทรงพลังของจริง555,สโมสรต้องมาเซ็น และทีมชาติก็ต้องติดแล้วละครับ ถ้าเก่งระดับนี้,ไม่ให้ไปซ้อมวิ่งก่อนเหรอครับ เดวก็หอบ,สึกมา ต้องวอร์มก่อนละ, เป็นต้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาว นทท.ทะลัก 3 เกาะเมืองตราด เผยห้องพักปีใหม่ถูกจ้องเต็มแล้ว

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620107

หยุดยาว นทท.ทะลัก 3 เกาะเมืองตราด เผยห้องพักปีใหม่ถูกจ้องเต็มแล้ว

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.06 น.

วันหยุดยาว 5 ธันวาคมนักท่องเที่ยวทะลัก 3 เกาะหลัก “เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก” ในจังหวัดตราดกว่า 1 หมื่นคน ขณะที่โรงแรมในเมืองตราดยอดจองห้องพักเพิ่มถึง 70-80% เผยปีใหม่นักท่องเที่ยวจองห้องพักเต็มแล้ว

จากวันหยุดยาวช่วงวันที่ 4-6 ธันวาคม 2564 และหยุดชดเชยในวันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 อีก 1 วัน ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตราด โดบเฉพาะ 3 เกาะหลักของจังหวัดตราด คือ เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก ปรากฏว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาลงเรือโดยสารทั้งเรือเฟอร์รี่เรือสปีดโบ๊ท เพื่อไปท่องเที่ยวจำนวนมาก ท่ามกลางอากาศเย็น และท้องฟ้าโปร่ง แดดแรง และคลื่นทะลที่มีลมแรงพัด

โดยที่ท่าเทียบเรือแหลมศอก ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด เรือโดยสารของบริษัทบุญศิริ จำกัด, เกาะกูดเอกซ์เพรส และเกาะกูดปริ้นเซส เปิดบริการอยู่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาลงเรือเพื่อเดินทางไปยังอำเภอเกาะกูดกว่า 1,000 คนโดยเรือบุญศิริ รับนักท่องเที่ยวเกือบ 500 คน เรือเกาะกูดเอกซ์เพรส ได้ 380 คนและเรือเกาะกูดปริ้นเซส รับได้ 180 คน และเต็มทั้ง 3 ลำ นอกจากนี้ยังมีเรือสปีดโบ๊ทจากอ่าวกูดและอ่าวขามอีกว่า 10 เที่ยวเดินทางไปด้วย และในช่วงบ่ายยังมีเรือบุญศิริอีก 1 เที่ยว และช่วง 10.00 น.ที่ออกไปแล้วอีก 1 เที่ยว รวมมีนักท่องเที่ยว 1 พันคนเดินทางไปเกาะกูด

ส่วนที่ท่าเรือเกาะช้างเฟอร์รี่ และท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด นักท่องเที่ยวเดินทางมาลงเรือเฟอร์รี่จำนวนมากเช่นกัน แต่ยังไม่ถึงต่อคิวลงเรือนานเหมือนเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จำนวนรถยนต์ที่ลงเรือมีมากกว่า 2,000 คันที่ลงไปเกาะช้างไปแล้ว ในช่วงครึ่งวันที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ที่ท่าเรืออนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง เรือสปีดโป๊ทของ 3 บริษัทคือ ปาหนัน, ลีลาวดี และซีเทลล์ มีนักท่องเที่ยวกว่า 500 คนเดินทางไป ซึ่งมีเที่ยวเดินเรือกว่า 10 เที่ยวที่จะเดินทางไปในวันนี้

นางสาววิยะดา อมรเพชรกุล ผู้บริหารเรือบุญศิริ กล่าวว่า ช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์นี้ทางบริษัทเพิ่มเที่ยวเรือเต็มทั้ง 4 เที่ยวโดยสลับวิ่งมารับทั้งช่วงเช้าและบ่ายโดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเต็มตลอดทั้ง 4 เที่ยว ส่วนเรือจากบริษัทอื่นๆ ทั้งเกาะกูดเอกซ์เพรส และเกาะกูดปริ้นเซส มีนักท่องเที่ยวเต็มเช่นกันทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปอำเภอเกาะกูดในวันนี้มีกว่า 1,500 คน และยังมีเรือสปีดโบ๊ทอีกเกือบเที่ยวที่เดินทางไป ซึ่งในแต่ละวันน่าจะมีนักท่องเที่ยวเกิน 5,000 คน 

นางสาววรารัตน์ โชติวรรณ เจ้าของโรงแรมตราดซิตี้ และเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาตราดและเข้าจองห้องพักในตัวเมืองตราด ที่มีโรงแรมมากกว่า 20 แห่งพบว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักเพิ่มขึ้น และรอเดินทางไปยังเกาะต่างๆ ในจ.ตราด ซึ่งมีอัตราพักกว่า 70% แม้จะยังไม่เท่ากับปีที่ผ่านมา แต่ก็นับว่าดีท่ามกลางเชื้อไวรัสโควิด 19 ทีทยังต้องควบคุมอยู่ 

ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดตราดในวันหยุดยาวนี้ในวันนี้มีมากว่า 10,000 คน ซึ่งตลอด 3 วันน่าจะมีมากและยังมีในช่วงสุดสัปดาห์วันหยุดวันที่ 10-12 ธันวาคม 2564 จะมีจำนวนมากเหมือนสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ การเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของเรือนจำชั่วคราวเขาระกำและอันซีนใหม่ของจังหวัดตราดคือ พระจมน้ำ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การท่องเที่ยวของจ.ตราดเริ่มฟื้นจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดแล้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,306,320 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Supreme Patriarch spared asset rule
HKEX offers to buy LSE for $36.6b
ดวงตาสวรรค์! พระธาตุเขาน้อย อลังการ งดงาม
“โจอี้”ครูฝึกสอนพันธุ์ร็อกจากแดนอีสาน ลูกทีม“โค้ชป๊อป”
Beijing hotel puts Thai cuisine on show
'เอมิ ฟูคาดะ' (Eimi Fukada) นางเอก AV ญี่ปุ่นวอนผู้ชมอย่ากด Skip เนื้อเรื่อง !!!
ยื่นกกต.ยุบพรรคเสรีรวมไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Diesel price expected to drop to THB28 per litre next month #SootinClaimon.Com
เลื่อนเผยแพร่ร่างกม.พรรคการเมือง เหตุมีประเด็นต้องปรับปรุง
CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และมหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดช่วงที่ 2'เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568'

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d