Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เจาะเวลาหาอดีตผ่านสุโขทัยเชื่อมโยงความยิ่งใหญ่ของ ‘พระเจ้าอโศกมหาราช’

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619500

เจาะเวลาหาอดีตผ่านสุโขทัยเชื่อมโยงความยิ่งใหญ่ของ 'พระเจ้าอโศกมหาราช'

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.05 น.

เนื่องในโอกาส 1 ธันวาคม “วันดำรงราชานุภาพ” องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทีมข่าว “แนวหน้า ออนไลน์” ขอน้อมนำพระนิพนธ์ของท่านเพื่อเชิดชูเกียรติประวัติของ“สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ” ซึ่งเป็นองค์ต้นราชสกุลดิศกุล และ เป็นผู้ลิขิตอักษรหนังสือประวัติศาสตร์จำนวนมาก นับเป็นการชำระตำราประวัติศาสตร์ไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่5)ให้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยใน พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ซึ่งมี “พระนิพนธ์อธิบายเรื่องโดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ” เขียนว่า “สุโขทัยเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ไทย ถือได้ว่า พระองค์ (พระเจ้าศรีอินทราทิตย์)

เป็นผู้สถาปนาโครงสร้างประวัติศาสตร์ไทยที่มีลักษณะเป็นเอกภาพ ต่อเนื่องและยาวนาน” นอกจากนี้ยังมีพระวินิจฉัยว่า “สุโขทัย” เป็นราชธานีของไทย  

ทีมข่าว “แนวหน้า ออนไลน์” ออกเดินทางไปยังจังหวัดสุโขทัย เพื่อตามรอยเทศกาล “ลอยกระทง” ที่จังหวัดสุโขทัยซึ่งเป็นต้นฉบับเทศกาลลอยกระทง โดยในประวัติศาสตร์เรียกว่า “ลอยพระประทีป” หรือ “ลอยโคม” โดยมีนางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วงได้ดัดแปลงการลอยโคมมาเป็นการลอย “กระทงดอกบัว” เพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที แคว้นทักขิณา ประเทศอินเดีย

การสานต่องานลอยกระทงที่ จ.สุโขทัย จึงมีให้เห็นอยู่ทุกพื้นที่ โดยที่วัดวังทอง (ธัมฺมธโร) ต.กกแรต อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เป็นหนึ่งในวัดสาขาของวัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ก็ได้มีการจัดงานลอยกระทงขึ้น โดยมีพุทธศาสนิกชนร่วมกันสืบสานงานเทศกาลลอยกระทงในแบบฉบับของสุโขทัย ซึ่งในพื้นที่ ต.กกแรต นั้น “วัดวังทองฯ” นับเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาแห่งที่ 5 ในพื้นที่กกแรต รองจากวัดกกแรต, วัดปรักรัก และ วัดสิงห์ทอง รวมทั้งศาลพระแม่ย่า ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของคนในพื้นที่

งานลอยกระทงตามความเชื่อของชาวเหนือและพม่านั้น เชื่อว่าลอยกระทงเพื่อบูชาพระอุปคุตต์ หรือ พระบัวเข็ม ซึ่งเป็นพระอรหันต์เถระสมัยหลังพุทธกาล มีบทบาทเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในแถบไทยและพม่า โดยประวัติพระอุปคุตต์นั้นเกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ทรงมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา โปรดให้สร้างพระสถูปเจดีย์และพุทธวิหารขึ้นทั่วชมพูทวีป โดยพุทธวิหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ “อโศการาม” อยู่ในแคว้นมคธ มีพระสถูปเจดีย์ 84,000 องค์ และ พระเจ้าอโศกมหาราชทรงนำพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุในพระสถูปทั้งหมด และ สร้างพระมหาสถูปที่มีความสูงประมาณครึ่งโยชน์ประดับประดาด้วยแก้วต่างๆ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาปาฏลีบุตร โดยพระเจ้าอโศกมหาราชได้จัดให้มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เป็นเวลา 7 เดือน 7 ปี 7 วัน แต่คาดการณ์ว่าพญามารจะเข้ามาทำลายพิธีนี้ ซึ่งก็เกิดขึ้นจริง จึงได้นิมนต์พระอุปคุตซึ่งจำศีลอยู่กลางสะดือทะเลมาปราบพญามาร เมื่อพญามารสำนึกตัวและได้ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแล้ว พระอุปคุตก็ลงไปจำศีลอยู่ที่สะดือทะเลเหมือนเดิม

ประวัติศาสตร์ในครั้งพระเจ้าอโศกมหาราช ทำให้ศิษย์ยานุศิษย์ของท่านพ่อลี วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ เดินทางไปยังวัดวังทองฯ เพื่อลอยกระทรงบูชารอยพระบาทพระพุทธเจ้า และ บูชาพระอุปคุต รำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งเชื่อมโยงกับประวัติการสร้างวัดอโศการามในประเทศไทย โดย “พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์” หรือ ท่านพ่อลี ธมฺมธโร ได้รับแรงบันดาลใจ “ตั้งแต่ครั้งท่านจำพรรษาอยู่ที่ตำบลสารนาถ เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย และ ท่านประสงค์จะให้เป็นอนุสรณ์ระลึกถึงคุณของพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ของอินเดียที่ได้เผยแพร่งานพระพุทธศาสนามายังแถบเอเชีย ด้วยเหตุนี้เมื่อครั้งสร้างวัดอโศการามใหม่ๆ จึงมีพ่อแม่ครูอาจารย์ฯทั่วประเทศมาร่วมสร้าง หนึ่งในนั้นคือ สมเด็จพระญาณวชิโรดม (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)  

เมื่อลอยกระทงเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางต่อมายัง “วัดศรีชุม” ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มากราบสักการะบูชา “พระอจนะ” พระพุทธรูปปางมารวิชัยซึ่งเป็นพระประธานของวัดศรีชุม โดยวัดนี้เป็นสถานที่พบศิลาจารึกหลักที่ 2 เรียกว่า ศิลาจารึกวัดศรีชุม บอกเล่าความเป็นมาของราชวงศ์พระร่วง , ราชวงศ์ผาเมือง และ การตั้งเมืองสุโขทัย รวมทั้งพบแผ่นหินแกะที่มาจากเจดีย์วัดมหาธาตุจารึกรูปบุคคลและอาคารในสมัยสุโขทัย นอกจากนี้ยังมีต้นมะม่วงป่าอายุกว่า 200 ปี ให้ชื่นชม สมดั่งคำนิยามที่พบในศิลาจารึกหลักที่ 1สะท้อนให้เห็นการบริหารงานด้านเศรษฐกิจที่มีความเป็นเสรีประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขตั้งแต่ครั้งสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยทรงมีพระราชวิเทโศบายว่า “…ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงินค้า ทองค้า” รวมทั้งประโยค “…เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว…” ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้วยระบบเกษตรกรรมแบบยังชีพ และ ส่งออกเครื่องถ้วยชามสังคโลก…”

ประวัติศาสตร์ของอาณาจักรสุโขทัย สะท้อนให้เห็นรากความเป็นชาติไทย ซึ่งยาวนานกว่า 700 ปี ผ่านโบราณสถานหลายแห่งที่สะท้อนให้เห็นความเป็นมาของ “ชาติไทย” และ พระพุทธศาสนา ดั่งพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ในหนังสือ “เที่ยวเมืองพระร่วง” เมื่อพุทธศักราช 2451 ที่ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า “สุโขทัยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรไทย และ สุโขทัยในเวลานั้นคงจะเป็นเมืองหลวงแห่งคณะไทยฝ่ายเหนือ”

คำว่า “สุโขทัย” ในประวัติศาสตร์เขียนว่า “ศุโขทัย” ต่อมาเขียนเป็น “สุโขทัย” ซึ่งเป็นการผสมคำ 2 คำคือ “สุข และ อุทัย” หมายถึง รุ่งอรุณแห่งความสุข จึงยังโดดเด่นและแจ่มชัดให้อนุชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงประวัติศาสตร์ “ชาติไทย” ผ่านจังหวัดสุโขทัย


 
(หมายเหตุ : วัดวังทองธัมมธโร จ.สุโขทัย สาขาวัดอโศการาม ซึ่งเป็นวัดร้างกว่า 700 ปี ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมบุญร่วมใจสร้าง “ศาลาท่านพ่อลี ธมฺมธโร” (ลูกศิษย์ร่วมใจสร้างถวาย) ซึ่งศาลาแห่งนี้จะเป็นศาลาการเปรียญ เพื่อประโยชน์สำหรับพุทธบริษัท 4 ใช้เป็นสถานที่ทำวัตร สวดมนต์ เจริญจิตภาวนาและศาสนกิจต่างๆ โดยร่วมบุญได้ด้วยการโอนปัจจัยผ่านบัญชี ธ.กสิกรไทย สาขาบางเมฆขาว, บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 070-8-54459-0, ชื่อบัญชี พระมหาสามเรือน โดดสู้ และ นส.แก้วตา เตชะประเสริฐ และ นส.นงลักษณ์ นิลขำ สอบถามเพิ่มเติมและรับของที่ระลึกพร้อมใบอนุโมทนาได้ที่ 081-148-9285 LINE ID @014ynqoi ชื่อ ลูกศิษย์ท่านพ่อลี
 
รวมทั้งติดตามรับฟังข่าวสารและธรรมเทศนาของพ่อแม่ครูอาจารย์ฯได้ที่เพจ : ลูกศิษย์ท่านพ่อลี ธัมมธโร วัดอโศการาม https://web.facebook.com/watasokaram.org โดยทุกวันอาทิตย์ จะมีพ่อแม่ครูอาจารย์ฯทั่วประเทศเมตตามาบรรยายธรรมเทศนาที่วัดอโศการาม) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระบี่ต้อนรับ นทท.เที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางกรุงเฮลซิงกิ-กระบี่

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619483

กระบี่ต้อนรับ นทท.เที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางกรุงเฮลซิงกิ-กระบี่

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.41 น.

วันที่ 1 ธ.ค.64 นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในการต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ สายการบิน FINNAIR เส้นทางกรุงเฮลซิงกิ-กระบี่  เที่ยวบินแรกในการเปิดรับนักท่องเที่ยว ภายหลังสถานการณ์โควิด – 19 โดยมีนายอรรถพร เนื่องอุดม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ นายอุทิศ ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกระบี่ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ นางสาววิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ นายนัทที อดิศราลักษณ์ ประธานกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดกระบี่ นายอภิชิต อินทจันทร์ ผู้บริหารบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจังหวัดกระบี่ ให้การต้อนรับสายการบิน Finnair เที่ยวบิน AY155 เส้นทางกรุงเฮลซิงกิ-กระบี่ โดยมีผู้โดยสารเดินทางมา จำนวน 96 คน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่  

นายอรรถพร เนื่องอุดม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ กล่าวว่า สำหรับตารางบินฤดูหนาว สายการบิน Finnair จะทำการบินเส้นทางกรุงเฮลซิงกิ-กระบี่ เข้า-ออก สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ระหว่างวันที่ 1, 8 – 31 ธันวาคม 2564 และระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 24 มีนาคม 2565 ทั้งหมด 18 เที่ยวบิน ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับความต้องการเดินทางมาประเทศไทยของนักท่องเที่ยวจากตลาดฟินแลนด์และตลาดนอร์ดิกได้เพิ่มมากขึ้น 

โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 และไตรมาส 1 ปี 2565 และกรมท่าอากาศยานได้อนุมัติจัดสรรเวลาการบินให้เที่ยวบินระหว่างประเทศทำการบินที่ท่าอากาศยานกระบี่เพิ่มเติมในเดือนธันวาคมนี้ เที่ยวบิน Charter flight โดยสายการบิน TUI FLY NORDIC จากหลายเมือง ได้แก่ เฮลซิงกิ, ออสโล, สตอกโฮล์ม-อาร์ลันดา, กอทเทนเบิร์ก รวมทั้งหมด 10 เที่ยวบินเข้า-ออกโดยทำการบินวันที่ 18, 22, 23, 29, และ 30 ธันวาคม 2564 – สายการบิน SCOOT AIRLINES เส้นทางบิน สิงคโปร์-กระบี่-สิงคโปร์ ทำการบินในทุกวันอังคาร วันศุกร์ วันเสาร์ ของสัปดาห์ รวมทั้งสิ้น 26 เที่ยวบินเข้า-ออก มายังท่าอากาศยานกระบี่

นายอุทิศ ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานกระบี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า นับว่าเป็นโอกาสอันดีของจังหวัดกระบี่ ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐฟินแลนด์เป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตลาดนอร์ดิก โดยในปี 2562 ก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐฟินแลนด์เดินทางมาประเทศไทยจำนวน 128,012 คน สร้างรายได้ 10,121.86 ล้านบาท และมีการเดินทางเข้าสู่จังหวัดกระบี่จำนวน 63,375 คน สร้างรายได้ 5,011.03 ล้านบาท โดยมีสายการบิน Finnair เป็นสายการบินสำคัญที่นำนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทย 

ดังนั้น การหวนกลับมาบินเส้นทางกรุงเฮลซิงกิ-กระบี่ อีกครั้ง ของสายการบิน FINNAIR ในครั้งนี้นับเป็นสัญญาณที่ดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย กลับมาการเปิดประเทศอีกครั้งเป็นเที่ยวบินแรกในการเปิดประเทศ ภายหลังสถานการณ์โควิด 19 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่กับภายใต้มาตรฐานด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด 

เริ่มจากการตรวจวัดคัดกรองอุณหภูมิ ตรวจสอบเอกสารเข้าราชอาณาจักรผ่านระบบ  Thailand pass โดยเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคจะทำการตรวจสอบเอกสารดังนี้  Passport  QR Code Thailand pass ผลการตรวจ  RT-PCR ก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ความครบถ้วนของเอกสาร หลังจากได้รับอนุญาตคนเข้าเมือง ผู้เดินทางรับกระเป๋า และสัมภาระจากสายสะพายลำเลียงกระเป๋า จุดที่ 4 ด่านศุลกากร จุดที่ 5 ลงทะเบียนผู้เดินทางกับโรงแรมที่ผ่านมาตรฐาน  SHA +/AQ เพื่อขึ้นรถบัสระบบปิดมีมาตรฐาน  SHA +/AQ เป็นรายบุคคล จากนั้นผู้โดยสารออกจากสนามบินไปยังจุด  Swab center ของโรงพยาบาลคู่สัญญา จากนั้นนำผู้โดยสารเข้าสู่โรงแรมหรือสถานที่พัก โอกาสนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่และคณะได้นำคณะผู้บริหารรัฐและดเอกชนแจกของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงตาบุญชื่น’เดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่า เป็นวันที่ 19 ถึงประจวบฯแล้ว

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619471

'หลวงตาบุญชื่น'เดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่า เป็นวันที่ 19 ถึงประจวบฯแล้ว

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.05 น.

วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโท ซึ่งเป็นพระธุดงค์สายป่า วัย 72 ปี ได้เดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่าจากจังหวัดภาคใต้เป็นวันที่ 19 ออกจาก อ.ปะทิว จ.ชุมพร ถึงสี่แยกหนองปริก ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีหน่วยกู้ภัยในพื้นที่คอยดูแล ตลอดเส้นทางที่เดินจาริกธุดงค์มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากรอถวายน้ำดื่ม ซึ่งหลวงตาบุญชื่น รับแต่เพียงน้ำเปล่าและไม่ขอรับปัจจัยหรือเงินโดยเด็ดขาด 

โดยได้ตั้งมั่นปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงบุญจาริกธรรม ตามรอยพระเกจิชื่อดัง คือ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยทางคณะศิษยานุศิษย์ที่ติดตามหลวงตาจะเก็บเพียงน้ำไว้ให้คณะผู้ติดตามดื่มเท่านั้น ในส่วนที่เหลือทั้งหมดจะได้แบ่งแยกแจกจ่ายไปตามวัดและโรงเรียนต่างๆในพื้นที่ รวมถึงให้ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากหรือมีฐานะยากจนนำไปดื่มกิน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สาธุชนและผู้คนต่อไป โดยในวันนี้ หลวงตาบุญชื่น จะพักจำวัดที่ วัดท่าม่วง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ

ประวัติ หลวงตาบุญชื่น เดิมเป็นชาวบ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เคยเป็นทหารเกณฑ์ และเคยผ่านสงครามเวียดนาม ประมาณปี 2512 สังกัดพลกองพันปืนใหญ่ จ.อุดรธานี และเคยผ่านการฝึกรบพิเศษ ก่อนปลดประจำการ พร้อมเหรียญทหารผ่านศึก ในอดีตเคยแต่งงานมีลูกทั้งหมด 4 คน หลังสร้างครอบครัว ก็ได้ขอมาอุปสมบทในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9 และศึกษาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น จนซึ้งในพระธรรม จนขอตัดทางโลกเข้าสู่ทางธรรม ตั้งแต่ปี 2552 จากนั้นได้ออกแสวงบุญเป็นพระสายป่าธรรมยุติ เดินธุดงค์ไปหลายแห่ง และจำวัดตามป่าเขาได้กว่า 7 พรรษาแล้ว.
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายอำเภอพนมทวนชวนเที่ยวงานวันดินโลก 5-6 ธ.ค.นี้

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619459

นายอำเภอพนมทวนชวนเที่ยวงานวันดินโลก 5-6 ธ.ค.นี้

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.37 น.

นายอำเภอพนมทวน กาญจนบุรี ชวนเที่ยวงานวันดินโลก (World Soil Day) สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่และโคก หนอง นา โมเดล ประจำปี 2564 ช่วงระหว่างวันที่ 5-6 ธ.ค.นี้

วันที่ 1 ธ.ค.64 นายวันชัย ศรีวงษ์ญาติดี นายอำเภอพนมทวน จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Sciences–IUSS) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล ประกาศนียบัตร และประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ “นักวิทยาศาสตร์ดิน เพื่อมนุษยธรรม” (The Humanitarian Soil Scientist) แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ต่อมาองค์การสหประชาชาติได้ประกาศพระเกียรติคุณรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพเป็นวันดินโลก (World Soil Day) ซึ่งงานวันดินโลกจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2545 มาจนถึงปัจจุบัน รวมประมาณ 19 ปี

อำเภอพนมทวน จึงเตรียมจัดงานวันดินโลก (World Soil Day) “สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่และโคก หนอง นา โมเตล” ประจำปี 2564 ขึ้นที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอพนมทวน ระหว่างวันที่ 5-6 ธ.ค.64 เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-23.00 น.ของทุกวัน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของวันดินโลก  โครงการเศรษฐกิจพอเพียง โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ และโครงการโคก หนอง นาโมเดล ของส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าและอาหารจากผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มเกษตรกร และองค์กรภาคีเครือข่ายต่าง ๆ

โดยในวันที่ 5 ธ.ค.64 เวลา 17.00-21.00 น.ชมการประกวดขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งประเภทชายและประเภทหญิง (รอบเพลงบังคับ) และการแสตงตลกจากคณะโอบะ เสียงเหน่อ และวันที่ 6 ธ.ค.- เวลา 17.00-17.30 น.แข่งขันการตำส้มตำลีลา และการแข่งขันการฝัดข้าวลีลา และเวลา 17.00-21.00 น.มีการประกดขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งประเภทชายและประเภทหญิง (รอบเพลงถนัด)

ทั้งนี้ภายในงานตังกล่าว จะใต้สัมผัสกับบรรยากาศแบบภูมิปัญญาชาวบ้านและเป็นกันเองตลอดการจัดงาน ดังนั้นอำเภอพนมทวนจึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวกาญจนบุรี รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียงและ กทม.มาเที่ยวชมบรรยากาศภายในงานกันอย่างพร้อมเพรียง และเชื่อว่าทุกคนที่มาจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิษณุโลกเปิดหมู่บ้านทำมาค้าขายแห่งใหม่ ‘วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบ้านแยง’

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619443

พิษณุโลกเปิดหมู่บ้านทำมาค้าขายแห่งใหม่ 'วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบ้านแยง'

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.17 น.

จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้า มุ่งพัฒนาท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก เปิดหมู่บ้านทำมาค้าขายแห่งใหม่ “วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ต.บ้านแยง” อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

วันที่ 1 ธ.ค.64 นายสมเกียรติ พูลสุขเสริม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดตัว “วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ต.บ้านแยง” ที่ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ภายใต้โครงการหมู่บ้านทำมาค้าขายแห่งใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2564 โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ภายในงานมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ ที่กรมการค้าภายในเข้ามาช่วยส่งเสริมพัฒนา เพื่อเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรด เป็นน้ำสับปะรดสกัดเย็นผสมสมุนไพรพร้อมดื่ม แบรนด์ “TP Fresh” เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มผู้รักสุขภาพ

นางอุบลรัตน์ ศิลตระกูล พาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศโดยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็ง ด้วยการสร้างโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถให้กับชุมชน โครงการหมู่บ้านทำมาค้าขาย โดยกรมการค้าภายใน ได้เล็งเห็นศักยภาพและความเข้มแข็งของชุมชนแห่งนี้ จึงได้เข้ามาช่วยส่งเสริมและพัฒนาให้เข้าร่วมโครงการ โดยการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรดเป็นน้ำสับปะรดสกัดเย็นผสมสมุนไพรพร้อมดื่ม แบรนด์ “TP Fresh”

“วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ต.บ้านแยง” เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด บ้านถ้ำพริก ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีพื้นที่ในการปลูกสับปะรดรวมกัน 315 ไร่ ที่สร้างรายได้ให้แก่วิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ ด้วยการจำหน่ายสับปะรดผลสด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรด เช่น สับปะรดเคี้ยวหนึบ น้ำสับปะรดพร้อมดื่ม ผงหมักเนื้อนุ่ม ชาสับปะรด และชีสพายสับปะรด ที่เป็นสินค้าขายดี มีกำลังการผลิตถึงวันละ 2,000 ชิ้นหัวใจสำคัญของวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ คือสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่มีรสชาติดีเนื่องจากเป็นการปลูกที่ความสูง จากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร เป็นความสูงที่เหมาะสมกับการปลูกสับปะรด มีโปแตสเซียมในดินสูง จึงทำให้มีรสชาติ ที่หอมหวาน ไม่กัดลิ้นเมื่อรับประทาน 

แตกต่างจากการปลูกในแหล่งอื่น และได้มาตรฐาน Good Agriculture Practices (GAP) ซึ่งเป็นแนวทางในการทำการเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีตรงตามมาตรฐานที่กำหนด ได้ผลผลิตสูง คุ้มค่า การลงทุน และกระบวนการผลิตจะต้องปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค มีการใช้ทรัพยากรที่เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดความยั่งยืนทางการเกษตรและไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม 

นอกจากนั้นยังมีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยแนวคิดแบบ Value Chain(ห่วงโซ่คุณค่าทางการตลาด) โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า และมีการ สร้างห้องเก็บผลผลิตตามมาตรฐาน “GAP” โครงการหมู่บ้านทำมาค้าขาย เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีสมาชิกเป็นเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน เพื่อให้การประกอบธุรกิจมีประสิทธิภาพ สามารถดำรงธุรกิจของชุมชนได้อย่างมั่นคง ชุมชนเติบโตขึ้น อย่างแข็งแรง อยู่ดีกินดี มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถพึ่งพาตนเอง และลดการย้ายถิ่นฐานจากชุมชนเข้าสู่เมือง โดยมีวิสาหกิจชุมชนร่วมโครงการแล้วจำนวน 25 แห่ง

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กรมการค้าภายใน ได้ส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเป็น “หมู่บ้านทำมาค้าขายแห่งใหม่” จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ต.บ้านแยง จังหวัดพิษณุโลก วิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมล้านนาสันปูเลย จังหวัดพะเยา กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านบ่อหลวง จังหวัดน่าน วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ทำมือบ้านจงเจริญ จังหวัดเชียงราย วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาป่าหนาด จังหวัดเลย วิสาหกิจชุมชนศูนย์ทำร่ม บ่อสร้าง จังหวัดเชียงใหม่ และวิสาหกิจชุมชนบ้านสหกรณ์ หมู่ที่ 3 ตำบลโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร โดยทุกที่มีความพร้อม ที่ก้าวไปสู่เป้าหมายของ “หมู่บ้านทำมาค้าขายแห่งใหม่” ที่ประสบผลสำเร็จและเป็นแรงสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน .

ด้านนายอนุศักดิ์ ธรรมาธิวัฒน์ ประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ต.บ้านแยง เปิดเผยว่า การรวมกลุ่มของวิสาหกิจชุมชนบ้านแยง เกิดจากความเลื่อมล่ำทางการตลาด ของราคาสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ที่ชาวบ้านแยง ส่วนใหญ่ไว้ และต้องส่งโรงงานที่ จ.ประจวบฯ แต่หลังจากหลายภาคส่วนมาส่งเสริมการแปรรูป ทั้งน้ำไปทำน้ำสกัดเย็น สับปะรดเคี้ยวหนึบ น้ำสับปะรดพร้อมดื่ม ผงหมักเนื้อนุ่ม ชาสับปะรด และชีสพายสับปะรด เป็นต้น ทำให้ชาวบ้านเริ่มมีรายได้มากยิ่งขึ้น และไม่ต้องรอราคาจากโรงงานเหมือนแต่ก่อนอย่างใด ซึ่งอนาคตกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ต.บ้านแยงก็จะมีการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวชุมชนต่อไป เพื่อให้ประชาชนมีรายได้และสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนอีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้านเสริมสวยสุขใจ! ได้ฟีลศาลเจ้า-ทำผมไปอิ่มบุญ เปิดบทสวดทิเบตให้ลูกค้าฟัง

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619406

ร้านเสริมสวยสุขใจ! ได้ฟีลศาลเจ้า-ทำผมไปอิ่มบุญ เปิดบทสวดทิเบตให้ลูกค้าฟัง

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.21 น.

ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง บรรยากาศคล้ายศาลเจ้า ประดับพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิเต็มร้าน เจ้าของเปิดเพลงบทสวดมนต์ทิเบตให้ลูกค้าฟัง เชื่อศรัทธาสุขกายสบายใจ

ที่ร้านเสริมสวยสุขใจ บรรยากาศภายในร้าน คล้ายภายในศาลเจ้า พบรูปปั้นฮกลกซิ่ว เห้งเจีย เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิตั้งบูชาจำนวนมาก พร้อมเปิดเพลงบทสวดมนต์ทิเบต ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการได้ฟัง 

โดยที่ร้านแอปเปิ้ลบิวตี้ เลขที่16 ซอยต้นโพธิ์ ถนนสุทธาวาส ตำบลตลาดหวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เป็นการตกแต่งร้านเสริมสวยด้วยบรรยากาศที่คล้ายกับศาลเจ้าและยังคล้ายกับการเข้าวัดทำบุญ หญิงสาวที่เข้าไปใช้บริการพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า เข้าไปเสริมสวยที่ร้านแอปเปิ้ลบิวตี้ มีความสุขกายสบายใจ และยังได้ความสวยงามออกมาแบบจัดเต็ม ไม่พลาดต้องเป็นลูกค้าประจำ

ด้านนางสาวเปิ้ล ทาแก้ว ช่างเสริมสวย วัย 38 ปี เจ้าของร้านแอปเปิ้ลบิวตี้ เล่าให้ฟังว่า ตนเองกินเจชอบทำบุญ มีความเชื่อความศรัทธา ฮกลกซิ่ว เห้งเจีย เจ้าพ่อกวนอู เจ้าแม่กวนอิม พระพุทธรูป เช่ามาบูชาที่ร้านแล้วทำให้ชีวิตดีขึ้น ประสบความสำเร็จหลายๆเรื่องจึงทำการเช่าบูชาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และได้มีกัลยาณมิตรที่ดี มีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตตลอด ตนเองจะเปิดเพลงบทสวดมนต์ทิเบตให้ลูกค้าได้ฟัง พร้อมกับการตกแต่งร้านด้วยพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิตั้งบูชาจำนวนมาก 

ลูกค้าที่เข้าร้านเสริมสวยร้านแอปเปิ้ลบิวตี้ บอกว่าบรรยากาศร้านเสริมสวยคล้ายๆเหมือนกับเข้าไปถือศีลกินเจภายในวัดหรือศาลเจ้า แต่ได้ความสวยงามแบบจัดเต็มออกมา โดยตนเองได้เปิดร้านเสริมสวยมานานกว่า 16 ปี ให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 19.00 น. ไม่มีวันหยุด. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชียงรายคึกคักเปิดจังหวัดต้อนรับนักท่องเที่ยว 5 เที่ยวบินหลังโควิดคลี่คลาย

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619395

เชียงรายคึกคักเปิดจังหวัดต้อนรับนักท่องเที่ยว 5 เที่ยวบินหลังโควิดคลี่คลาย

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.56 น.

รองผู้ว่าฯ เชียงรายนำหัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชน หอการค้าฯ สมาพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ เปิดจังหวัดต้อนรับนักท่องเที่ยว 1 ธ.ค.64 ที่เดินทางโดยสายการบิน 5 เที่ยวบินจาก กทม.-เชียงราย ภายใต้แนวคิด “Blooming Chiangrai” หรือ “บานสะพรั่ง เชียงราย” เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้จังหวัดเชียงราย เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด

วันที่ 1 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย ดร.อนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจน ภาคเอกชน หน่วยงานต่างๆ ร่วมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยสายการบินต่างๆ จำนวน 5 เที่ยวบิน ในการเปิดจังหวัดต้อนรับนักท่องเที่ยว วันที่ 1 ธ.ค.64 ภายใต้แนวคิด “Blooming Chiangrai” หรือ “บานสะพรั่ง เชียงราย” เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้จังหวัดเชียงราย เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย  หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีแนวโน้มดีขึ้นเป็นลำดับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท.สำนักงานเชียงราย จึงได้ร่วมกับ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย สายการบินภายในประเทศ หอการค้าจังหวัดเชียงราย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดเชียงราย สมาคมโรงแรมจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย กำหนดจัดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวนี้ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความพร้อมของจังหวัดเชียงราย ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและเพื่อเป็นการสร้างความประทับใจ สร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

นายวุฒิชัย กล่าวว่า จังหวัดเชียงราย มีความพร้อมสำหรับการต้อนนักท่องเที่ยว โดยได้ร้อยดวงใจทุกภาคส่วนเป็นหนึ่งเดียวมาให้การต้อนรับเที่ยวที่บินจาก กรุงเทพ เชียงราย ซึ่งเป็นสายการบินที่สำคัญลงมาสู่จังหวัดเชียงรายในการเปิดประเทศตามนโยบายของ ศบค.กลาง และตามมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย หรือมาตรฐานทั่วไป จังหวัดเชียงรายได้มีการฉีดวัคซีนเกิน 70% แล้ว เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาเที่ยวยังจังหวัดเชียงราย ซึ่งที่ผ่านมาสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายนั้นเงียบเหงามากเนื่องจากสถานการการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ทั่วโลกจะต้องเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

“จังหวัดเชียงรายจึงได้ร่วมกับทุกภาคส่วนพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ คือ อุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน และดอยทุกดอย อีกทั้งยังเป็นแนวเขตติดต่อระหว่างประเทศอีก 2 ประเทศ คือ เมียนมา และ สปป.ลาว และสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้าง คือ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ กับผลงานวัดร่องขุ่น ที่นักท่องเที่ยวต่างรู้จักกันดี” นายวุฒิชัย กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ว่าฯกาญจน์งัด 7 มาตรการป้องกันโควิดหลังจังหวัดเป็นพื้นที่นำร่องด้านท่องเที่ยว

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619380

ผู้ว่าฯกาญจน์งัด 7 มาตรการป้องกันโควิดหลังจังหวัดเป็นพื้นที่นำร่องด้านท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.05 น.

ผู้ว่าฯ กาญจนบุรีประกาศ 7 มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หลังจังหวัดกาญจน์เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ส่วนสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ให้รอไปก่อน ด้านร้านอาหารจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ได้ถึง 5 ทุ่ม แต่ต้องผ่านการประเมินในระดับ SHA ของ ททท.เท่านั้น

วันที่ 1 ธ.ค.64 นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี และผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี ลงนามในประกาศคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 5477/2564 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 COVID – 19) จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว

เนื้อหารายละเอียดระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นระยะอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ประกอบกับคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 5116/2564ลงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2564 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 นั้น

โดยที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของประเทศไทย ในห้วงเวลาที่ผ่านมามีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 จึงมีคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ที่ 22/2564 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 29) ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ได้กำหนดให้จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว

ดังนั้น จังหวัดกาญจนบุรี จึงยกเลิกคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 5116/2564 ลงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2564 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 และ 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อ 7 (1) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2563 และข้อ 8 (ฉบับที่ 15) ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2563 (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2564 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2564 และ (ฉบับที่ 39) ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน
พ.ศ.2564

 ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี จึงกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชน และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ดังนี้

ข้อ 1 ข้อปฏิบัติในการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าอย่างถูกวิธีตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะยังคงเป็นข้อปฏิบัติและมาตรการป้องกันโรคที่สำคัญเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่หรือรับเชื้อ เมื่อพบผู้ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ว่ากล่าวตักเตือนและสั่งให้ผู้นั้นปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้าผู้นั้นไม่ปฏิบัติตามให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558  ต่อไป

ข้อ 2 ให้อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ตรวจสอบดูแลการดำเนินการจัดกิจกรรม และข้อกำหนดในการงด หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ที่ รับผิดชอบ พร้อมทั้งให้ความเห็นกรณีมีกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีทราบด้วย

ข้อ 3 การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวสามารถทำได้ตามความเหมาะสม โดยปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด เช่น มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร(Covid Free Setting)

ข้อ 4 ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม สามารถเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ตามเวลาปกติ โดยอนุญาตให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านได้เฉพาะร้านที่ผ่านการตรวจประเมินตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety & Health Administration) ในระดับ SHA ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือตามมาตรฐานความปลอดภัยป้องกันโรค COVD – 19 รองรับสุขภาพดีวิถีใหม่ (Thai Stop Covid Plus) ของกรมอนามัยไม่เกินเวลา 23.00 น.

ข้อ 5 สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ทั่วราชอาณาจักร ยังคงมีความจำเป็นให้ปิดดำเนินการไว้ก่อน โดยให้หน่วยงานและผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่อนคลายการเปิดสถานประกอบกิจการได้ตามแผนและกรอบเวลาที่รัฐบาลจะประกาศกำหนดต่อไป

ข้อ 6 มาตรการเพื่อการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้างทั่วราชอาณาจักร เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 ในกลุ่มแรงงานก่อสร้างในเขตพื้นที่อื่นนอกจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี พิจารณามาตรการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ (Bubble and Seal) และมาตรการการเดินทางเคลื่อนย้ายระหว่างที่พักและสถานที่ทำงานภายใต้การกำกับควบคุม (Sealed Route) มาใช้บังคับให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่และลักษณะของพื้นที่ หรือสถานที่ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคาร สถานที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับแรงงาน งานก่อสร้าง และการเดินทางเคลื่อนย้ายแรงงาน ในกลุ่มแรงงานก่อสร้างในพื้นที่ความรับผิดชอบด้วย

ข้อ 7 มาตรการเพื่อการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานในสถานประกอบกิจการหรือโรงงานทั่วราชอาณาจักร ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ดำเนินการตรวจสอบกำกับดูแล ประเมินผลการปฏิบัติ และให้ข้อเสนอแนะต่อผู้ประกอบการหรือผู้รับผิดชอบในสถานประกอบกิจการหรือโรงงานในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติด้านสาธารณสุขของสถานประกอบกิจการหรือโรงงานและมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ (Bubble and Seal) เพื่อป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 ตามหลักเกณฑ์ และแนวทางที่ราชการกำหนด 

หากมีกรณีเกิดการแพร่ระบาดขึ้นในสถานประกอบกิจการหรือโรงงาน ให้ผู้ประกอบการหรือผู้รับผิดชอบในสถานประกอบกิจการหรือโรงงานดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ (Bubble and Seal) ซึ่งต้องมีการปรับระดับความเข้มข้นของมาตรการ ทั้งนี้ ยังคงให้สถานประกอบกิจการหรือโรงงานดำเนินกิจการต่อไป ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด มีมาตรการการเดินทางเคลื่อนย้ายระหว่างที่พักและสถานที่ทำงานภายใต้การกำกับควบคุม (Sealed Route)

มีการบริหารจัดการในการแยกผู้ติดเชื้อ ผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อและกลุ่มเปราะบาง มีบริการด้านการแพทย์ และสาธารณสุข รวมทั้งมีการจัดเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด การดำเนินการของสถานประกอบ กิจการหรือโรงงานตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ (Bubble and Seal)

และมาตรการการเดินทางเคลื่อนย้ายระหว่างที่พักและสถานที่ทำงานภายใต้การกำกับควบคุม (Sealed Route) ดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่ ศปก.ศบค. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กรุงเทพมหานคร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยให้มีการกำกับ ติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อวยพรปีใหม่คนไทย ขอสิ่งเป็นมงคลหลั่งไหลกลับสู่ประเทศ

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619377

เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อวยพรปีใหม่คนไทย ขอสิ่งเป็นมงคลหลั่งไหลกลับสู่ประเทศ

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.39 น.

เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อวยพรคนไทยประสบความสุข ความเจริญ เตือนสุขทุกข์อยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่เสกเป่า แนะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ขอสิ่งที่เป็นมงคลหลั่งไหลกลับสู่ประเทศไทย

1 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางมายังวัดป่าบ้านตาดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ทางพระราชวชิรธรรมาจารย์ หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม เจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ได้ให้พรปีใหม่คนไทย ว่า ปีเก่า 2564 จะหมดไป ก้าวเข้าสู่ปี 2565 คนไทยทุกคนปรารถนาความสุข ไม่ปรารถนาความทุกข์ เหตุการณ์เวลาที่ผ่านมาจะเป็นครูสอนพวกเราได้อย่างดียิ่ง ถ้าพวกเราย้อนกลับไปตรวจตราพิจารณาการดำเนินชีวิตของพวกเรา มีส่วนไหนที่ผิดพลาดและส่วนไหนถูกต้องก็พยายามรักษาความถูกต้องเอาไว้ให้มั่นคงยั่งยืนติดต่อไป เพราะความสุขความทุกข์เกิดจากการกระทำของพวกเราเอง ไม่ได้เกิดจากการเสกเป่าอะไรทั้งนั้น

ในทางพระพุทธศาสนาบอกว่ามีกรรมเป็นตัวกำหนด ฉะนั้น เมื่อตรวจตราดูแล้วความปรารถนาความสุขทำสิ่งที่ถูกต้อง ควรกระทำ สิ่งที่ถูกต้องให้คุณให้ประโยชน์แก่ตัวเองทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต ไม่เป็นภัยต่อตนเองและผู้อื่นทั้งปัจจุบันและอนาคต จะเป็นการขึ้นชื่อว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้อง ทำถูกต้องแล้วก็ถือว่าหมดไปพร้อมกับความทุกข์ยากลำบากของพวกเรา

ส่วนปีใหม่ที่เข้ามาถึงในชีวิตของพวกเราจะนำความสุขความเจริญมาสู่ชีวิตของพวกเราอย่างแน่นอน ฉะนั้น ในโอกาสปีใหม่ที่จะเข้ามาถึงในชีวิตเราชาวไทยทุกคน ขออำนวยอวยพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญ สิ่งใดที่ไม่เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาขอให้หมดไปจากชีวิตของพวกเราชาวไทยทุกท่านทุกคน และสิ่งที่เป็นมงคล สิ่งที่ได้ยินดีน่าปรารถนาขอให้หลั่งไหลกลับเข้าสู่ประเทศไทย สู่ชาวไทยทุกท่านทุกคน ใครตั้งจิตปรารถนาสิ่งใดแล้วที่เป็นไปโดยชอบประกอบด้วยธรรม ความปรารถนาทั้งหลายเหล่านั้นจงสำเร็จ จงสำเร็จ และจงสำเร็จ ที่จะมาถึงทุกท่านทุกคนเทอญ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขับรถผ่านถนนเพชรเกษมเมืองโอ่งอย่าลืมแวะชิมไก่ย่างในกะละมัง อร่อยจนต้องเข้าคิว

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619375

ขับรถผ่านถนนเพชรเกษมเมืองโอ่งอย่าลืมแวะชิมไก่ย่างในกะละมัง อร่อยจนต้องเข้าคิว

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.32 น.

ไปชิมไก่ย่างในกะละมังสูตรเด็ดของร้านอโรทัย ริมถนนเพชรเกษม เมืองราชบุรี หมักเนื้อไก่เข้มข้นนานถึง 2 วันก่อนย่าง ขายเพียงวันละกว่า 30 ตัว หมดแล้วหมดเลยลูกค้าต้องมายืนรอกลัวอดกิน  

วันนี้…ทีมเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ พาไปชิมไก่ย่างสูตรเด็ดไม่เหมือนใคร ตั้งขายอยู่หน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งริมถนนเพชรเกษม ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี ชื่อว่าร้านไก่ย่างอโนทัย ที่นี่เขามีการย่างไก่ด้วยเตาถ่าน ใช้กะละมัง และตะแกลงเหล็กเป็นอุปกรณ์วางไก่ย่าง นับ 10 เตา ใช้ไม้ไผ่ 2 อันหนีบตัวไก่ไว้ไม่ให้ขยับ เป็นกรรมวิธีสูตรเด็ดของทางร้านเพราะกะละมังเป็นวัสดุที่คุมความร้อนได้เป็นอย่างดี เมื่อนำไก่ไปวางบนตะแกลง เหล็กก็จะทำให้เกิดการระอุของเนื้อไก่ทั่วทั้งตัว สีของไก่จะเหลืองส่งกลิ่นหอมถึงเครื่องเทศที่ใช้ในการหมักไก่นานถึง 2 วัน ทำให้เป็นที่ถูกปาก ถูกใจของลูกค้า และนักเดินทางที่จะจอดรถแวะซื้อรับประทาน แถมยังมีส้มตำสูตรต่าง ๆ ทั้งตำปู ตำไทย ตำปลาร้า ตำหอยดอง ตำแตง ตำถั่ว ตำไข่เค็ม ราคา 30 บาท ขึ้นไป และอีกหลายเมนู

นอกจากนี้ ยังมีปลาดุกย่าง ปีกไก่ย่าง ข้าวเหนียวห่อละ 10 บาทบอกได้คำเดียวว่าสุดยอดแซบอีหลี จากการสังเกตมีลูกค้ายืนรอสั่งจองไก่ และส้มตำกันเกือบจะเต็มร้าน แม้จะรอนานเกือบครึ่งชั่วโมงแต่ก็ไม่มีใครบ่น อย่างช่วงนี้เป็นช่วงเปิดประเทศ เปิดแหล่งท่องเที่ยว ทำให้มีนักเดินทางจอดรถแวะซื้อไปรับประทานกันอย่างคึกคัก 

นางสุภาพรรณ โพธิ์ทอง อายุ 30 ปี เจ้าของร้านไก่ย่างอโนทัย กล่าวว่า ทำขายมานาน 4 ปีแล้ว แต่ก่อนจะขายไก่ย่างอย่างเดียว แต่มาช่วงนี้ขายส้มตำเพิ่มด้วย ซึ่งไก่ย่างอโนทัย ได้แนวคิดการใช้กะละมังมาจากนายเอกราช ฤทธิศักดิ์ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นสามีได้คิดค้นสูตรการหมักย่างไก่เอง ช่วงนี้ขายดีหมดทุกวันขายเพียงวันละ 30 ตัว หมดแล้วหมดเลยได้จะหมักไว้ 2 วัน ย่างประมาณ 2 โมง

จากการสอบถามลูกค้าบอกว่า เครื่องเทศเข้าเนื้อไก่ดีมาก เนื้อนุ่ม เนื้อเต่งไม่เหี่ยว ส่วนการใช้กะละมังในการย่างไก่นั้นเชื่อว่าจะทำให้ไก่สุกทั้งตัว ไม่ต้องใช้ถ่านเยอะด้วย เพราะจะร้อนระอุอยู่ตลอด ทำให้เนื้อเหลืองสวย มองน่ากิน ทำไม่เหมือนใครจะดีมาก ใช้สูตรของทางร้านทำจนลูกค้าติดใจ

ส่วนการใช้กะละมังย่างไก่ ช่วยทำให้ไก่ไม่ไหม้ ควบคุมไฟได้ดี สุกเสมอทั้งตัว เปิดขายตัวละ 150 – 180 บาท ส่วนปลาดุกขายตัวละ 30-50 บาท เครื่องเทศได้พยายามคิดสูตรปรับปรุงเรื่อยมา กว่าจะลงตัวรวมทั้งสูตรน้ำจิ้มรสเด็ดด้วยทำให้ลูกค้าติดใจในรสชาติมาอุดหนุนกันขายหมดทุกวัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,307,045 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Helping Phuket youngsters establish a career
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
เปิดตัวระบบแผนที่‘Agri-Map Online’ บริการเชิงรุกผ่านอินเตอร์เนต เผยแพร่ข้อมูลพื้นฐานเกษตร
'เอมิ ฟูคาดะ' (Eimi Fukada) นางเอก AV ญี่ปุ่นวอนผู้ชมอย่ากด Skip เนื้อเรื่อง !!!
Beijing hotel puts Thai cuisine on show
Supreme Patriarch spared asset rule
HKEX offers to buy LSE for $36.6b
ตระกูลคล้ายมนต์
เลื่อนเผยแพร่ร่างกม.พรรคการเมือง เหตุมีประเด็นต้องปรับปรุง

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d