Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฟังแล้วภูมิใจ! เพลง’เราคือคนไทย’ออกมาให้ฟังแล้ว ชาวเน็ตแห่แชร์เนื้อหากินใจมาก

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619073

ฟังแล้วภูมิใจ! เพลง'เราคือคนไทย'ออกมาให้ฟังแล้ว ชาวเน็ตแห่แชร์เนื้อหากินใจมาก

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 21.04 น.

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เพจเฟซบุ๊ก We are Thai – เราคือคนไทย ได้เผยแพร่บทเพลง “เราคือคนไทย” ซึ่งเป็นเพลงที่แสดงถึงความรักซึ่งประกอบไว้ด้วยหลายส่วนที่อยู่ในหัวใจ ของผู้อำนวยการเพลงและร่วมขับร้องเพลงนี้ คือ หม่อมหลวงรจนาธร ณ สงขลา ผ่านการบอกเล่าด้วยคำร้องและทำนองเพลง โดยครูแว่น จักราวุธ แสวงผล โดยในครั้งนี้ได้รวบรวมพี่ๆน้องๆญาติสนิทมิตรสหายส่วนเล็กๆส่วนนึงมาร่วมแสดงออกในเพลงนี้กัน

โดยมีรายนามผู้ขับร้อง เรียงตามลำดับการปรากฏในวิดีโอ ดังนี้
๑. หม่อมหลวงรจนาธร ณ สงขลา
๒. หม่อมหลวงสวรรณศิริ ทองใหญ่
๓. อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา
๔. หม่อมหลวงวันรัชดา วรวุฒิ
๕. ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา
๖. พิชญะ พิชัยรณรงค์สงคราม
๗. วรสุดา ชุมสาย ณ อยุธยา
๘. จักราวุธ ชุมสาย ณ อยุธยา
๙. ดร.กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา
๑๐. สานุพันธ์ ชุมสาย ณ อยุธยา
๑๑. ปนัย อิศรางกูร ณ อยุธยา
๑๒. วรวิทย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
๑๓. หม่อมหลวงพิทยากรณ์ รัชนี และ ผศ.ดร.จารุดา รัชนี ณ อยุธยา
๑๔. หม่อมหลวงอรดิศ ( ดิศกุล ) สนิทวงศ์ และ วัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
๑๕. ดร.นฎาประไพ สุจริตกุล
๑๖. ดร.จารุวรี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

—- เนื้อเพลง เราคือคนไทย —-

เรามีสิ่งที่ใครไม่มี ที่สั่งที่สมนานปี ที่ส่งต่อมาถึงเรา
ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ประวัติศาสตร์นั้นยืนยาว
เงาพระปรางค์ในเจ้าพระยา สะท้อนเรื่องราวล้ำค่า ที่ไม่มีวันลบเลือน
เสียงเห่เรือ เอ่อเออเอ้อเออเออเอ่อ เป็นดั่งเสียงย้ำเตือนว่าเราคือใคร
เรายึดเหนี่ยวกันไว้เเน่นหนา ด้วยสิ่งเคารพบูชา ชาติศาสนาสถาบัน
รักครอบครัวดูแลใกล้ชิด เอื้อเฟื้อเจือจานญาติมิตร เราฝากความรักให้กัน
พวงมาลัยในมือของยาย ลูกหลานต้องเอามาไหว้ มากราบมากอดขอพร
น้ำอบไทย ในขันใบน้อย ลอยมะลิดอกไม้กลิ่นหอมชื่นใจ

 

*ฉันไม่ขออะไรจากแผ่นดินนี้
นอกจากขอทำดีเพื่อแผ่นดินไทย
ฉันจะขออะไรได้มากกว่านี้
เพราะแผ่นดินผืนนี้นั้นมีแต่ให้
ตั้งแต่ลืมตา มาจนเติบโต มีแต่ร่มเย็น ไม่เคยขาดหาย
ตั้งแต่วันวาน มาจนวันนี้ เราไม่เคยลืม เรามาจากไหน
เราคือคนไทย เราคือคนไทย
เรารู้สึกอิ่มเอมหัวใจ ที่ใครก็รักเมืองไทย เขาอยากจะมาหาเรา
เราได้อยู่อาศัยได้กิน ต้องทดแทนคุณแผ่นดิน สำหรับทุกทุกเรื่องราว
เงาพระปรางค์ในเจ้าพระยา สะท้อนเรื่องราวล้ำค่า ที่ไม่มีวันลบเลือน
เสียงเห่เรือ เอ่อเออเอ้อเออเออเอ่อ เป็นดั่งเสียงย้ำเตือนว่าเราคือใคร

 

**ฉันไม่ขออะไรจากแผ่นดินนี้
นอกจากขอทำดีเพื่อแผ่นดินไทย
ฉันจะขออะไรได้มากกว่านี้
เพราะแผ่นดินผืนนี้นั้นมีแต่ให้
ฉันไม่ขออะไรจากแผ่นดินนี้
นอกจากขอทำดีเพื่อแผ่นดินไทย
ฉันจะขออะไรได้มากกว่านี้
เพราะแผ่นดินผืนนี้นั้นมีแต่ให้
ตั้งแต่ลืมตา มาจนเติบโต มีแต่ร่มเย็น ไม่เคยขาดหาย
ตั้งแต่วันวาน มาจนวันนี้ เราไม่เคยลืม เรามาจากไหน
เราคือคนไทย เราคือคนไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากบทเพลงดังกล่าวเผยแพร่ออกไปเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมเป็นจำนวนมาก อาทิ ไพเราะมากๆๆ ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมกันสร้างสรรค์เพลงนี้ ซาบซึ้งใจที่สุดค่ะแชร์ไปแล้วนะคะ, ขอบคุณทุกๆท่านที่ขับร้องเพลงอันทรงคุณค่าของคนไทย,ภาคภูมิแผ่นดินไทย ภูมิใจที่เกิดบนแผ่นดินไทยค่ะ,เพลงไพเราะงดงามมากๆเลย,เพราะมากๆครับ ขอบคุณทุกๆท่านที่ร่วมกันสร้างสรรค์ และส่งมอบแนวคิดดีๆ เพื่อสังคม เพื่อประเทศของเรา

ไพเราะซาบซึ้งตราตรึงเป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดความเป็นไทยออกมาได้ดีที่สุดเลย ภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทยและมีวัฒนธรรมที่ดีงามเช่นนี้ เราคือคนไทย ,ไพเราะทรงคุณค่าของความเป็นไทย,ไพเราะมาก ขออนุญาตเผยแพร่ค่ะ ,เราคือคนไทย สยามเมืองยิ้ม, ไพเราะและกินใจมาก ภูมิใจที่เป็นคนไทยเช่นกัน,เป็นเพลงที่ไพเราะและทรงคุณค่ามาก…ภูมิใจในความเป็นคนไทย..เป็นต้น

ขอบคุณภาพประกอบวิดีโอบางส่วนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
#เราคือคนไทย
#WeAreThai

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก  WeAreThai

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กนก’โพสต์ลอยๆ บอกพระท่านบวชเพื่อพุทธศาสนา ยกเว้นบางคนสึกเพื่อจรรโลง

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619064

'กนก'โพสต์ลอยๆ บอกพระท่านบวชเพื่อพุทธศาสนา ยกเว้นบางคนสึกเพื่อจรรโลง

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 20.38 น.

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 นายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page ว่า พระท่านบวชเพื่อจรรโลง พุทธศาสนา ยกเว้นบางคน สึกเพื่อจรรโลง สาธุชนยกมือไล่ผ้าเหลืองเรืองรองขึ้น สิ้นเสนียด….ไปอีกหนึ่ง

-007

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วิธีหนีนรกสำหรับผู้มีเวลาน้อย’ คำสอน ‘หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619037

'วิธีหนีนรกสำหรับผู้มีเวลาน้อย' คำสอน 'หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.29 น.

“…ท่านสาธุชนที่มีเวลาน้อย เพราะต้องประกอบอาชีพ หาเวลาไปนั่งกรรมฐานก็ทำได้ยาก เพราะเวลาว่างมีน้อย ก็ให้ทำตามนี้จะมีผลสมบูรณ์แน่นอน และไม่เสียเวลาประกอบการงาน ตายแล้วรับรองไม่ลงนรกแน่ 

๑.”เจริญพุทธานุสสติแบบง่ายๆ” ให้จัดของบูชาพระพุทธรูปทุกวัน ที่ท่านเรียกว่า “ถวายข้าวพระพุทธรูป” ของที่ถวายก็เอาอาหารเท่าที่มีอยู่ หรือผลไม้ที่หาได้ง่าย เวลาเช้าหรือตอนสายก็ได้ นำของที่หาได้ถวายพระพุทธรูปที่บ้าน ทำเป็นประจำวัน เวลาถวายคิดในใจหรือว่าออกเสียงก็ได้ ดังนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายข้าวแกง และน้ำแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นการบูชาพระคุณ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัยให้ข้าพระพุทธเจ้าได้เข้าสู่ พระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เถิด” 

เวลาถวายให้ตั้งใจดูภาพพระพุทธรูปด้วยความเคารพ และจดจำรูปของท่านไว้ตั้งใจทำอย่างนี้ทุกวัน อารมณ์ใจจะมีความคิดถึงและห่วงใยในพระพุทธรูป จะคิดเสมอว่าวันนี้เรามีของอย่างนี้ถวายท่าน

วันพรุ่งนี้เราจะหาอะไรถวายท่าน การทำและคิดอย่างนี้เป็นปกติ ไม่จำเป็นต้องคิดทุกวัน เมื่อจิตมีอารมณ์ว่างจากงานอื่นจิตจะคิดขึ้นมาเอง และเราก็ห่วงการถวายของแก่ท่านทุกวัน ทำอย่างนี้จนมีอารมณ์ชิน ถึงเวลาต้องหาของเท่าที่จะพึงหาได้ถวายท่าน อารมณ์ใจอย่างนี้ท่านเรียกว่า “มีฌานในพุทธานุสสติกรรมฐาน” เป็นมหากุศลใหญ่ ตายเมื่อไรไปสวรรค์เมื่อนั้น

๒.”เจริญธัมมานุสสติแบบง่ายๆ” ตั้งใจบูชาพระและสวดมนต์เป็นประจำเวลา จะวันละหนึ่งหรือสองครั้งหรือกี่ครั้งก็ได้ “กำหนดเวลาไว้” ถ้าถึงเวลานั้นต้องบูชาพระและสวดมนต์ การสวดมนต์ก็ไม่ต้องสวดมาก ขอให้สวดตามที่จะพึงทำได้ เช่น “อิติปิโสฯ” เป็นต้น เท่านี้ก็มีบุญเหลือหลายแล้ว เพราะบท “อิติปิโสฯ” พรรณนาความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ครบถ้วน หรือถ้าสวดมนต์ไม่ได้เลย ก็บูชาแบบสั้นๆ แต่มีผลครบถ้วน เช่น ตั้ง “นโมฯ” ๓ จบ แล้วว่า “พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ” แปลเป็นภาษา ไทยว่า “ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง ขอถึงพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง” เพียงเท่านี้ก็ดี มีอานิสงส์มากมาย

เวลาบูชา ตั้งใจจำภาพพระพุทธรูป แล้วตั้งใจว่าตามที่กล่าวมาแล้ว ทำให้ชินจะทำเวลาไหนก็ได้ ถ้าเหนื่อยหรืออ่อนเพลียมาก นั่งบูชาไม่ไหว นอนยกมือไหว้แล้วตั้งใจคิดตามที่กล่าวมาแล้ว 

ถ้าอยู่ในระหว่างการเดินทาง เมื่อถึงเวลาบูชาพระก็คิดในใจตามที่ปฏิบัติมา ถ้าทำอย่างนี้เป็นอารมณ์ชิน ถึงเวลาถ้าไม่ได้ทำไม่สบายใจ หรือถ้ามีเทปบันทึกเสียงธรรม เวลานอนฟังเสียงธรรมที่ชอบใจ หรือบันทึกเสียงพระสวดมนต์ไว้ ตั้งใจฟังก่อนหลับเป็นปกติ อารมณ์ใจขนาดนี้ท่านว่า “มีฌานในธัมมานุสสติกรรมฐาน” บุญใหญ่มาก ตายแล้วลงนรกไม่ได้ เกิดใหม่เป็นคนฉลาดเพราะมีปัญญามาก

๓.”เจริญสังฆานุสสติแบบง่ายๆ” “หลวงพ่อปาน” วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุทธยา ท่านสอนไว้แล้ว พร้อมกับ “จาคานุสสติกรรมฐาน” และ “ทานบารมี” ท่านให้ทำดังนี้ เมื่อถึงเวลากลางคืนท่านให้สวด “คาถาวิระทะโยฯ” ๑ จบ พร้อมกับเอาข้าวสาร หรือข้าวเปลือก ๑ จอก หรือถ้วยเล็กๆ ก็ได้ ใส่อะไรก็ได้เพื่อเก็บไว้ถวายพระเมื่อรวบรวมได้มากพอควร 

“คาถาวิระทะโยฯ นี้เป็นคาถามหาลาภ ทำให้หากินคล่อง กำจัดความยากจน เข็ญใจ” ถ้าทำจนชินกำลังใจทรงตัวที่เรียกว่าเป็น “สมาธิ” จะมีความเป็นอยู่ดีมาก หรือตอนเช้าถ้ามีเวลาพอ มีพระมาบิณฑบาตให้ใส่บาตรพระตามกำลังที่จะใส่ได้เป็นประจำ ก่อนใส่บาตรให้ว่าคาถาวิระทะโยฯ ๑ จบ ที่ท่านให้ทำอย่างนี้ ท่านบอกว่า เพื่อให้มีการหาเลี้ยงชีพคล่องตัว ไม่ยากจนเข็ญใจ แต่เนื้อแท้แล้วผลมีตามนั้นแน่

ผลการแนะนำของท่าน นอกจากจะมีผลในการคล่องตัวในการครองชีพแล้ว ก็เป็น “สังฆานุสสติกรรมฐาน” โดยตรงเพราะจิตคิดถึงพระสงฆ์เป็นปกติ และคิดถึงการถวายของพระ เป็น “จาคานุสสติกรรมฐาน” จะใช้ข้าวหรือไม่มีข้าวใช้เงินแทนก็ได้ จะใส่ด้วยเงินมากน้อยสุดแล้วแต่จะพึงมี ถ้าบังเอิญวันไหนไม่มีเงิน จะใช้เป็นผลไม้หรืออะไรแทนก็ได้ ที่บริโภคได้หรือใช้ประโยชน์ได้ เพื่อเอาไว้ถวายพระแทนเงินหรือข้าว 

เมื่อจัดไว้เพื่อถวายแล้วตอนนี้เป็น “ทานบารมี” ทานบารมีเป็นปัจจัยให้มีลาภมาก หากบางท่านที่มีฐานะไม่สะดวกในการจัดหาข้าวหรือเงินใส่บาตรประจำวันให้ปลูกพริก มะเขือ หรือฟักแฟง แตง น้ำเต้า หรืออะไรที่กินได้ สักต้นหรือสองต้น คิดในใจและตั้งใจแน่วแน่ว่า ถ้ามีผลขึ้นมาเมื่อไร ผลจากการปลูกนี้เราจะเอาไปถวายพระเพื่อทำเป็นอาหาร เราจะไม่บริโภคเอง ทุกวันที่เรารดน้ำพรวนดิน หรือเห็นพืชต้นนั้น เราก็คิดว่าต้นนี้ผลเราจะถวายพระ ความรู้สึกประจำวันอย่างนี้ท่านเรียกว่า “สังฆานุสสติกรรมฐาน” ถ้าคิดทุกวันเมื่อถึงเวลาจะทำ หรือคิดเตรียมจะทำเป็นประจำทุกวัน ท่านถือว่าเป็นฌานในสังฆานุสสติกรรมฐาน

คำว่า “อนุสสติ” ไม่ได้แปลว่า นั่งสมาธิท่านแปลว่า “ตามนึกถึง” จะนึกถึงด้วยจริยาอย่างไรก็ตาม ก็ถือว่านึกถึงเหมือนกันถ้านึกถึงเป็นประจำเมื่อถึงเวลา ก็ถือว่า เป็น “ฌาน” ถ้าทรงกำลังนึกถึงพระไตรสรณคมน์อย่างนี้เป็นประจำ จะหนีนรกได้ในชาตินี้แน่นอน 

แต่ไม่รับรองว่าจะหนีได้ทุกชาติตลอดไป เพราะกำลังใจที่ทรงความดีเพื่อหนีนรกตลอดกาลท่านยังทำไม่ครบ ถ้าจะหนีนรกให้ครบทุกชาติ จะเกิดอีกกี่ชาติก็ไม่ยอมลงนรก บาปเก่าที่ทำมาแล้วก็ไม่มีอำนาจที่จะดึงลงนรกได้อีก ต้องเพิ่มศีล ๕ และกรรมบถ ๑๐ ให้ครบถ้วนในอารมณ์ใจ และปฏิบัติได้ครบสมบูรณ์…”

คัดลอกจากหนังสือพ่อสอนลูก เล่ม ๑ หน้าที่ ๒๓๖-๒๓๙ (พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.ดูไบนำสองบล็อกเกอร์สาวชื่อดังร่วมกระตุ้นท่องเที่ยวไทยลงสัมผัสธรรมชาติเกาะสมุย

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619017

ททท.ดูไบนำสองบล็อกเกอร์สาวชื่อดังร่วมกระตุ้นท่องเที่ยวไทยลงสัมผัสธรรมชาติเกาะสมุย

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.41 น.

วันที่ 29 พ.ย.64 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้นำสองบล็อกเกอร์สาวที่มีชื่อเสียงที่มีผู้ติดตามอินสตาร์แกรมหลักล้านคนในดูไบ และประเทศใกล้เคียงเดินทางมายังเกาะสมุย สำหรับสองบล็อกเกอร์สาวประกอบด้วย ด๊อกเตอร์โมนา เอสเอ ซาเคอร์ นาจวา ซึ่งเป็นบล็อกเกอร์สาวที่มีผู้ติดตามอินสตาร์แกรมถึงหนึ่งล้านคน ส่วนนางลามิตต้า แฟรงค์กี้ อดีตมิสเลบานอน และยังเป็นดาราละครที่มีผู้ติดตามอินสตาร์แกรมกว่าแปดแสนคน

โดยสองบล็อกเกอร์ได้เดินทางไปท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติของเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ซึ่งทุกสถานที่เป็นที่ตื่นตาตื่นใจให้แก่สองสาวอย่างมาก ซึ่งการเดินทางมาท่องเที่ยวในครั้งนี้ของสองบล็อกเกอร์สาวเป็นครั้งแรกที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย จึงเป็นภาพจำที่แสนประทับใจทำให้ ด๊อกเตอร์โมนา เอสเอ ซาเคอร์ นาจวา ได้ทำการไลฟ์สดตลอดเวลาที่ได้ไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ

ที่สำคัญสองบล็อกเกอร์สาวจากดูไบต่างชื่นชอบการเสริมความงามอย่างมาก ซึ่งได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลกรุงเทพสมุย เพื่อใช้บริการการฉีดวิตามินเข้าเส้นเลือดเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายได้ขับเซลผิวที่เสื่อมสภาพ ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันจากภายในร่างกายสู่ภายนอก และการนวดหน้าขับเซลผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนทำให้มีใบหน้าที่สดใส การเข้าใช้บริการด้านสุขภาพของโรงพยาบาลกรุงเทพสมุยทำให้สองสาวต่างชื่นชอบ ซึ่งระหว่างที่ใช้บริการก็ได้ไลฟ์สดกลับไปยังดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตลอดเวลา ซึ่งมีผู้ติดตามเข้ามาชมสองสาวบล็อกเกอร์ชื่อดังของดูไบทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานดูไบ หวังให้สองบล็อกเกอร์สาวเปป็นแม่เหล็กในการดึงดูดความสนใจของคนดูไบ และบรรดาสาวๆ ที่รักความสวยความงามจากประเทศตะวันออกกลางเดินทางมายังประเทศไทยซึ่งซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศและผู้ประกอบการ

ด๊อกเตอร์โมนา เอสเอ ซาเคอร์ นาจวา กล่าวว่า การเดินทางมาประเทศไทยครั้งแรกมีความประทับใจหลายอย่าง ความเปป็นมิตรของคนไทย บ้านเมืองที่สะอาด และอาหารที่อร่อย ซึ่งจะแนะนำให้ชาวดูไบ และชาวตะวันออกกลางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย ขอแนะนำให้ผู้ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยจะต้องฉีดวัคซีนเพราะจะง่ายต่อการเดินทางเข้าประเทศไทย การได้เดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสมุย และได้ท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ ทุกแห่งมีความประทับใจอย่างมาก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวประเทศไทย

ด้านนางจีรณา มะลิทอง ผู้จัดการพยาบาล โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการ ที่สำคัญโรงพยาบาลมีความพร้อมที่จะให้บริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากเทรนการท่องเที่ยวใหม่นักท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสวยงาม ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับชาวเกาะสมุย  -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โควิด-19 ‘Disruption’ จุดหักเหไทยสู่โลกเทคโนโลยีเต็มตัว

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619009

โควิด-19 'Disruption' จุดหักเหไทยสู่โลกเทคโนโลยีเต็มตัว

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.32 น.

ในช่วงปี 2558 เป็นต้นมา ข่าวการลดพนักงานในอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วโลกทยอยออกมาให้ได้เห็นกันอย่างไม่ขาดสาย โดยเป็นผลมาจากปรากฎการณ์ “Digital Disruption” ที่กระแสแห่งเทคโนโลยีเป็นตัวชี้นำทิศทางการพัฒนาทุกประเทศทั่วโลก และ “ประเทศไทย” ก็เป็นหนึ่งในประเทศซึ่งต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อรับกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่จุดพลุมาจาก “ซิลิคอน วัลเล่ย์” ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบวกกับสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศ “มหาอำนาจ” ในการใช้ค่าเงินดอลล่าร์เป็นตัวกลาง ทำให้ไทยยิ่งต้องปรับตัวรับการ “Disruption” ครั้งใหญ่จากการขยับตัวสู่โลกดิจิตอลอย่างไม่หยุดยั้งของพญาอินทรีย์ 

เมื่อมาถึงปี 2564 นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทุกประเทศทั่วโลก ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 และ 3 ซึ่ง “ประเทศไทย” เป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกโควิด-19  Disruption ตั้งแต่กลางปี 2562 จนเกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า “Disruption Changing” 

@พิษโควิด-19 กระทบการจ้างงานมากสุด !

ข่าวพาดหัวรายวันในทุกมุมของโลก และ ทุกอาชีพในไทย ได้รับผลกระทบจากโควิด-19  แม้แต่ “ช้าง” ก็ยังถูกโควิด-19 ดิสรัปชั่น โดยปางช้างหลายจังหวัดต้องปิดตัวลง หลังจาก “ช้าง” ตกงาน จากพิษโควิด – 19 หลายเชือก เช่นเดียวกับแรงงานคน (ที่อยู่นอกภาคเกษตรกรรม) ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินตั้งแต่ต้นปี 2564 ว่า ลูกจ้างรายวันที่มีอยู่ 5.1 ล้านคน มีแรงงานประมาณ 5 แสนคนอยู่ในภาวะเสมือนว่างงาน และอีก 5 แสนคนมีรายได้ลดลงอย่างรุนแรง ส่วนผู้ประกอบการอาชีพอิสระที่มีจำนวน 8.2 ล้านคน คาดว่าจะมีแรงงาน 6 แสนคนอยู่ในสภาวะว่างงาน และอีก 3 ล้านคน มีรายได้ลดลงอย่างรุนแรง

ภาวะ “โควิด-19” ที่เข้ามาดิสรัปชั่นประเทศไทย ยังเกิดภาวะแรงงานในเมืองผันตัวไปเป็นแรงงานภาคเกษตรกรรมในต่างจังหวัด อันเป็นผลมาจากการว่างงาน โดยข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพบว่า ในเดือนมีนาคม ปี 2564 พบประชากรกลุ่มวัยทำงาน เป็นผู้ว่างงานกว่า 7.6 แสนคน และเป็นผู้เสมือนว่างงาน หรือทำงานในภาคเกษตรกว่า 4.3 ล้านคน และมีผู้ที่มีงานทำแต่ไม่ได้รับค่าจ้างกว่า 7.8 แสนคน

“ดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุภาวะเศรษฐกิจสังคมโดยเฉพาะสถานการณ์ด้านแรงงานไทยในช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 มีผู้ว่างงานและอัตราการว่างงานสูงที่สุดตั้งแต่มี COVID-19 โดยมีผู้ว่างงาน 8.7 แสนคน และภาพรวมการจ้างงาน มีจำนวนผู้มีงานทำ 37.7 ล้านคน ลดลงร้อยละ 0.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการจ้างงานภาคเกษตรกรรมยังคงขยายตัวได้ ซึ่งมีการจ้างงาน 12.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มฤดูการเพาะปลูกข้าว และยังพบว่า ผู้ที่มีการศึกษาระดับอุดมศึกษามีอัตราการว่างงานสูงสุดร้อยละ 3.63 รองลงมาเป็น ปวส. ร้อยละ 3.16 ซึ่งผู้ว่างงานส่วนใหญ่จบในสาขาทั่วไป เช่น บริหารธุรกิจ และ การตลาด ซึ่งมีแนวโน้มประสบปัญหาการว่างงานยาวนานเพราะภาวะเศรษฐกิจขยายตัวอย่างจำกัดและคนกลุ่มนี้มีทักษะไม่ต่างกันจึงหางานได้ยากขึ้น

@หนี้ครัวเรือนสูงกับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่ต้องยอมรับ 

ความจริงอย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับคือตัวเลขการกู้ยืมเงินภาคครัวเรือนของคนไทยยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย”  การกู้ยืมเงินภาคครัวเรือนในไตรมาส 2/2564 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง มียอดคงค้างหนี้ครัวเรือนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.27 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 89.3% ต่อจีดีพี ขณะที่ “สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี” ชะลอลงในไตรมาส 2/2564 น่าจะเป็น “ภาวะชั่วคราว” และไม่ได้หมายความว่า หนี้สินภาคครัวเรือนมีความน่ากังวลลดลง ในทางกลับกัน ยอดคงค้างหนี้สินของครัวเรือนที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นในระหว่างไตรมาสนั้น เป็นมาตรวัดที่สะท้อนว่า ภาระหนี้ในระดับครัวเรือนยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างมี “นัยสำคัญ” เมื่อเทียบกับในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา
 
ปัจจุบันยังพบว่า เกิดความเหลื่อมล้ำในเศรษฐกิจเมือง และเศรษฐกิจรอบปริมณฑล โดยราคาค่าอาหารในรูปแบบแกงถุงซึ่งวางขายในเขตพื้นที่ปริมณฑล เช่น จังหวัดสมุทรปราการ บางร้านขายราคาเพียงถุงละ 10 บาทเท่านั้น ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจต่อครัวเรือนซึ่งยังมีการใช้จ่ายต่อวันที่สูงขึ้น ซึ่งรายจ่ายในจังหวัดรอบปริมณฑลก็มีค่าใช้จ่ายต่อวันใกล้เคียงกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร อย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉลี่ยคนเมืองจะต้องมีเงิน 300 บาทต่อวัน จึงจะพอกับค่ารถและค่าอาหารในปัจจุบัน เพราะค่าใช้จ่ายในทุกวันนี้ รถโดยสารสาธารณะแบบปรับอากาศใหม่ (สีฟ้า) ซึ่งได้รับสัมปทานโดยภาคเอกชนมีการปรับราคา คิดค่าโดยสารขั้นต่ำ 4 กิโลเมตรแรก 15 บาท ระยะทาง 4-16 กิโลเมตร 20 บาท และ ระยะทาง 16 กิโลเมตรขึ้นไป คิดราคา 25 บาท และ เน้นให้ผู้โดยสารต่อรถโดยสาร หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ เอ็มอาร์ที  

ส่วนราคาค่าอาหารในเมืองซึ่งขายร้านอาหารริมถนนนั้น อย่างเมนูธรรมดาที่หารับประทานได้ง่าย เช่น ข้าวราดผัดกระเพรา เริ่มต้นจานละ 40 บาท ส่วนในพื้นที่ศูนย์การค้าบางแห่ง ปรับราคาข้าวราดผัดกระเพราเป็นจานละ 70 บาท โดยร้านอาหารทั้งบนดิน และบนห้างมีป้ายเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาลเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ซึ่งทั้งหมดเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นบนความหลากหลายในหลายมิติของโลกยุคปัจจุบัน 

เรื่องปากท้องของคนไทย จึงเป็น “โจทย์” ที่ยากสำหรับทุกรัฐบาล ยิ่งถ้ามีตัวแปรเข้ามาดิสรัปชั่น อย่าง การระบาดของโรคโควิด-19 เข้ามา ทำให้ต้องมองย้อนกลับไปในเชิงนโยบายการบริหารประเทศในมิติเศรษฐกิจ 

@มุมมองสะท้อนหลายด้านที่ควรฟัง 

“ธนิต โสรัตน์” รองประธานสภานายจ้าง ผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เคยสะท้อนมุมมองผ่านคอลัมน์ “เศรษฐกิจรอบทิศ” ในเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ดอทคอมว่า 6 ศตวรรษที่ผ่านมาไทยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมต่อเนื่อง 12 ฉบับใช้เงินไปมหาศาลแต่ทำไมคนจนจึงยังมีมากมาย ตัวเลขทางการระบุว่ามีถึง 13.7 ล้านคนทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำสูงสุดติดลำดับโลกอีกทั้งการคอรัปชั่นซึ่งไม่ได้ลดลงแต่กลับพุ่งสูงสุดช่วง 7 ปีดัชนีคอรัปชั่น (CPI : Corruption Perceptions Index) จากลำดับที่ 85 ของโลกมาอยู่ลำดับ 104 จาก 180 ประเทศ แผน “สศช.” ฉบับใหม่จะต้องถอดบทเรียนความล้มเหลวในการปฏิรูปประเทศที่ยังคงเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเภทก่อสร้างขนาดใหญ่ “Physical Infrastructure” เป็นหลักที่อาจไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยสมาร์ทเทคโนโลยีซึ่งอาจพลิกจากโอกาสกลายเป็นการถอยหลัง กรณีศึกษาเวียดนามที่ส่งออกแซงหน้าไทยมาหลายปีและเศรษฐกิจขยายตัวโตอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพได้อย่างชัดเจน

รองประธานสภานายจ้างฯ ตั้งคำถามว่า อนาคตของประเทศหลังข้ามช็อตการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ต่างๆ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมฉบับใหม่จะต้องตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และต้องสอดคล้องกับเศรษฐกิจของยุคดิจิทัลที่กำลังจะก้าวผ่านสู่ “เศรษฐกิจควอนตัม”  การเมืองในรูปแบบอุปถัมภ์จะต้องลดบทบาทหรือขจัดจากสังคมไทยได้อย่างไร เป็นคำถามที่ไม่เห็นคำตอบในช่วง 10 ปีจากนี้ไป อนาคตที่ปฏิเสธไม่ได้ประเทศไทยต้องเดินทางไปตามบริบทใหม่ของทิศทางของโลกเป็นทางเดินใหม่มีความไม่แน่นอนสูงและไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร? 

การตั้งคำถามของรองประธานสภานายจ้างฯ ในการต่อยอดมุมมองพัฒนาเศรษฐกิจของไทยนั้น ไม่เชื่อว่าการลงทุนในเมกกะโปรเจกต์ ที่เป็นเสมือนระบบบริหารเศรษฐกิจที่สืบทอดอำนาจมากันทุกรัฐบาลจะทำให้พลิกฟื้นรายได้ต่อครัวเรือนของคนไทยให้กลับมาดีขึ้นได้ โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด-19 

“ปางอุบล อำนวยสิทธิ์” ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือ Data Scientist Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าเทรนด์การประกาศจ้างงานบนเว็บไซต์ JobsDB.com ที่จำนวนงานในธุรกิจที่เติบโตไปกับกระแสเทคโนโลยีอย่าง E-commerce โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ เติบโตแซงระดับช่วงก่อนโควิดไปแล้ว ขณะที่งานในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมาก และน่าจะฟื้นได้ช้าอย่างภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างชัดเจน

ท่ามกลาง Covid-19 Disruption เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ปากท้องคนไทยกินไม่อิ่มเหมือนเช่นเคย ด้วยการจ้างงานที่ลดลง และ รายได้จากการค้าขายต่อวันที่ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งทุกอย่างต้อง “รอเวลา” ให้เป็นฟ้าหลังฝน หรือ ยุคหลังการระบาดของโควิด-19 หรือ “Post Pandemic Covid-19” เป็นยุคที่ “ประชาชน” จะกลายเป็นศูนย์กลางของทุกอย่างเมื่อวันนั้นมาถึง ซึ่งคำว่า “ประชาชน” เป็นศูนย์กลางของอำนาจ “ไม่ใช่” รูปแบบการประท้วงเพื่อเอาอำนาจมาสู่ตนแบบเวทีล้มอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระมหาสมปอง’เผยกำหนดวันสึก ‘พระมหาไพรวัลย์’คาด 4 ธ.ค.นี้

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/618990

'พระมหาสมปอง'เผยกำหนดวันสึก 'พระมหาไพรวัลย์'คาด 4 ธ.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.52 น.

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 จากกรณีโลกออนไลน์เกิดกระแสภายหลังจากที่ พระมหาไพรวัลย์ วัดสร้อยทอง ได้โพสต์ระบุว่า ใกล้สลัดปลอกคอ พร้อมขอบคุณ 18 ปีที่ผ่านมา และถามหาบริษัทขนย้ายสิ่งของ คล้ายต้องการจะลาสิกขา จนทำให้ญาติโยมและแฟนเพจเข้าไปให้กำลังใจและขอร้องว่าไม่อยากให้พระรูปดังต้องสึก ซึ่งที่ผ่านมา พระมหาไพรวัลย์ แสดงจุดยืนชัดเจนว่าสาเหตุเป็นเพราะการแต่งตั้งเจ้าอาวาสคนใหม่นั้น

ความคืบหน้าล่าสุด  พระมหาสมปอง ตาลปุตโต เปิดเผยถึงกระแสข่าวนี้ว่า  คาดว่าเจ้าตัวคงยังไม่สึกเร็วๆ นี้ เหตุผลหลักๆ ก็คงมาจากเรื่องแต่งตั้งเจ้าอาวาส อาตมาไม่สนใจเรื่องใครจะขึ้นเป็นเจ้าอาวาส แต่พระมหาไพรวัลย์ เคยพูดถึงเรื่องความยุติธรรม และทราบว่าเจ้าตัวคุยกับเจ้าคุณอุทัยบ่อย ที่ลาสิกขาก็เพื่อเจ้าคุณอุทัย เป็นการตัดสินใจของตนเองล้วนๆ ไม่ใช่เรื่องแรงกดดัน ไม่ได้เครียดอะไร

พระมหาสมปอง กล่าวอีกว่า จากนี้เราจะออกงานคู่กันครั้งสุดท้ายที่ จ.เชียงใหม่ แล้วคาดว่าวันที่ 4-5 ธันวาคมนี้ พระมหาไพรวัลย์ก็จะสึก ก่อนจะให้สัมภาษณ์ทีเดียว และจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 6 ธ.ค.2564 

ส่วนในเพจ ไพรวัลย์ วรรณบุตร โพสต์ภาพการ์ตูน เป็นภาพพระสงฆ์ถอนจีวรและใส่ชุดสีขาว พร้อมแคปชั่นว่า ชอบภาพนี้นะ… พร้อมคอมเมนต์ใต้ภาพด้วยว่า ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่อย่าตำนาน เดี๋ยวมันแหลก นะน้องนะ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ใหญ่บ้านนำทีมถางป่า! พ่นยาฆ่ากองทัพ’หนอนตัวดำ’บุกหมู่บ้าน

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/618916

ผู้ใหญ่บ้านนำทีมถางป่า! พ่นยาฆ่ากองทัพ'หนอนตัวดำ'บุกหมู่บ้าน

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.31 น.

29 พฤศจิกายน 2564 จากกรณีที่ชาวบ้านในหมู่บ้านสยามนิเวศน์ 1 และหมู่บ้านสุขเจริญ 2 หมู่ที่ 10 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้ถูกกองทัพหนอนตัวดำชักใยบุกเข้าไปในหมู่บ้านทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 10 หลังคาเรือน

โดยตรวจสอบพบว่าเป็นตัวหนอนสีดำลำตัวเป็นปล้องมีขน ส่วนหัวเป็นสีส้มอมแดงส่วนท้ายเป็นสีเหลือง เดินไต่ยั้วเยี้ยเต็มกำแพงและตัวบ้านนับล้านตัว อีกทั้งหนอนตัวดังกล่าวยังสามารถชักใยคล้ายแมลงมุมโรยตัวจากที่สูงลงมาสู่บ้านด้านล่างได้เห็นแล้วน่าสยดสยองขนลุกขนพอง โดยกองทัพหนอนดังกล่าวมาจากป่าด้านหลังหมู่บ้านตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา วันที่ 29 พ.ย.64 นาย สุรศักดิ์ ศรีพระราม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ต.ในคลองบางปลากด นำทีมงานและเครื่องพ่นยาแบบหมอกควันจำนวน 2 เครื่อง ลงเดินเท้าฉีดพ่นตามแนวกำแพงและบ้านเรือนประชาชนที่ถูกกองทัพหนอนบุกบ้านทุกหลังคาเรือน โดยน้ำยาที่ฉีดพ่นฆ่าหนอนเป็นสารตัวเดียวกันที่ใช้กำจัดยุงลายซึ่งใช้ผสมกับน้ำมันดีเซลแต่ใส่ในปริมาณมากกว่า 10 เท่า หลังจากที่ฉีดพ่นแล้วเสร็จสังเกตพบว่าตัวหนอนหล่นลงมาตายเกลื่อนพื้นเป็นจำนวนมาก บางตัวยังคลานชักดิ้นชักงออยู่ คาดน่าจะตายเกือบทั้งหมด ก่อนที่จะประสานทางเจ้าของบ้านช่วยกันเก็บกวาดซากตัวหนอนไปทิ้ง 

จากการสอบถาม นาย สุรศักดิ์ ศรีพระราม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ต.ในคลองบางปลากด ทราบว่าในตนพร้อมทีมงานได้นำเครื่องพ่นยาแบบหมอกควัน ลงฉีดพ่นฆ่าหนอนมา 2 วันแล้วโดยรวมหนอนส่วนใหญ่จะตกลงมาตาย ตัวไหนที่ยังไม่ตายจะคลานชักดิ้นชักงอสักครู่ใหญ่แล้วหล่นมาตายตามกันซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนของชาวบ้านเบื้องต้น แต่หลังจากหมดฤทธิ์ยากองทัพหนอนที่ยังไม่เข้ามาในหมู่บ้านจะกลับเข้ามาบุกในหมู่บ้านอีก โดยหลังจากนี้จะประสานไปยังเจ้าของหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีป่าให้มาดำเนินการมาตัดต้นไม้และถางป่าให้หมดพร้อมโรยปูนขาวและฉีดยาฆ่าแมลงซ้ำ เพื่อตัดวงจรและทางเดินของตัวหนอนเพื่อป้องกันไม่ให้หนอนกลับมาบุกบ้านเรือนประชาชนได้อีกต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ครูตั้ม’ ยอมทิ้งอาชีพแม่พิมพ์กลับบ้านเกิดเดินตามรอยศาสตร์พระราชา ทำเกษตรผสมผสาน

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/618887

'ครูตั้ม' ยอมทิ้งอาชีพแม่พิมพ์กลับบ้านเกิดเดินตามรอยศาสตร์พระราชา ทำเกษตรผสมผสาน

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 12.41 น.

หลายคนมองว่าการรับราชการเป็นอาชีพที่มั่นคงทั้งกับตัวเองและครอบครัว แต่ประดิษฐ์ เวหน หรือครูตั้ม วัย 41 ปีชาว อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เขากลับเลือกที่จะลาออกจากการเป็นครูมานานถึง 12 ปี เดินทางกลับบ้านเกิดหันมาทำสวนเกษตรผสมผสานตามศาสตร์พระราชา ชื่อ “บ้านสวนพ่อพอเพียง พนมรุ้งคืนถิ่น” บนเนื้อที่ 10 ไร่ที่บ้านโคกสะอาด ต.ปังกู อ.ประโคนชัย 

โดยเนื้อที่ 10 ไร่ ครูตั้ม และสมาชิกในครอบครัวจะช่วยกันทำเองไม่ได้จ้างแรงงาน โดยได้แบ่งพื้นที่ปลูกป่าหรือไม้ยืนต้น 4 ไร่  ทำนา 3 ไร่ ปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ 2 ไร่ และทำที่อยู่อาศัยอีก 1 ไร่ โดยไม้ยืนต้นที่ปลูกก็จะมีมากกว่า 20 ชนิด เช่น ต้นมะค่า แดง พะยอม ยาง สะเดา ขี้เหล็ก และอื่นๆ นอกนั้นก็เป็นไม้ผล พืชผักสวนครัว และนาข้าว ส่วนสัตว์เลี้ยงก็จะมีทั้ง หมู กบ ปลา ไก่ไข่ เป็ด และหอย ซึ่งนอกจากจะนำผลผลิตไปประกอบอาหารบริโภคในครัวเรือนแล้วเพื่อลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถขายนำผลผลิตไปวางขายหน้าสวน และนำไปแปรรูปส่งขายผ่านออนไลน์สร้างรายได้เข้าครัวเรือนได้อีกด้วย นอกจากนั้นมูลสัตว์ที่เลี้ยงไว้ก็ยังสามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยใส่พืชผักที่ปลูกไว้ เป็นการลดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย เรียกได้ว่าเป็นการทำการเกษตรแบบครบวงจรเน้นการพึ่งพาตนเอง ตามรอยศาสตร์พระราชา

ครูตั้ม เล่าว่า อาชีพข้าราชการครูถือเป็นความฝันของพ่อแม่และของตัวเอง เพราะถือเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงมีเงินเดือน มีสวัสดิการที่สามารถดูแลคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็ได้ทำตามฝันมาแล้ว 12 ปี แต่พอล่าสุดได้ไปเป็นครูอยู่ที่จ.ระยอง ก็ค่อนข้างไกลจากบ้านเกิด ช่วงวันหยุดถึงจะมีโอกาสได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ กระทั่งปี 2559  มีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี ของ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ “อาจารย์ยักษ์” จนเกิดแรงบันดาลใจว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้อยู่กับครอบครัว จากนั้นเดือน มี.ค.2560 จึงตัดสินใจลาออกจากครูโดยที่เพื่อนครู และคนในครอบครัวต่างก็ตกใจ  และยอมรับว่าช่วงแรกพ่อและแม่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจลาออก เพราะกว่าจะได้เป็นครูไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่จะอธิบายให้ใครเข้าใจโดยที่ยังไม่ได้ลงมือทำก็ค่อนข้างยาก 

หลังจากลาออกก็เดินทางกลับมาบ้านเกิด วางแผนปรับพื้นที่ 10 ไร่ ที่พ่อแม่เคยใช้ปลูกมันปลูกอ้อยแต่ประสบปัญหาขาดทุนทุกปี เปลี่ยนเป็นสวนเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนอกจากที่ตัวครูตั้ม จะเข้าอบรมกับอาจารยักษ์จนเกิดแรงบันดาลใจแล้ว ยังได้พาพ่อกับแม่ไปอบรมกับพ่อคำเดื่องภาษี และพี่คำนึง บ้านตามา ซึ่งเป็นบุคคลต้นแบบในการทำเกษตรพอเพียงเพื่อเปิดใจด้วย หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือปรับพื้นที่เป็นลักษณะโคกหนองนาโมเดล ทั้งขุดสระ ปลูกต้นไม้ ปลูกไม้ผล พืชผักสวนครัว  ทำนา เลี้ยงสัตว์ โดยเน้นการใช้ภูมิปัญญาและองค์ความรู้ของพ่อหลวงภูมิพล หลังจากทำเกษตรผสมผสานตามรอยศาสตร์พระราชา ผ่านมา 4 ปีปัจจุบันก็มีความอุดมสมบูรณ์ทางอาหารด้วยการพึ่งพาตนเอง ที่สำคัญก็ได้ค้นพบความสุขที่แท้จริงคือการได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวคนที่รัก เพราะทุกวันนี้สมาชิกในครอบครัวไม่ได้ทำงานตามหน้าที่ แต่ทำงานตามวิถีในแต่ละวัน ไม่ต้องดิ้นรนแข่งกับเวลา

ครูตั้ม ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า วันนี้ขอเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่จะตอบโจทย์ ว่าคนรุ่นใหม่ที่หันมาทำเกษตรตามรอยพ่อหลวง อยู่ได้จริงมั๊ย มีความสุขจริงมั๊ย และอยู่แบบพอเพียงได้จริงหรือไม่ ก็อยากฝากถึงคนที่คิดจะหันมาทำการเกษตรว่าไม่ต้องกลัวถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ หากเราใฝ่ที่จะเรียนรู้ และวางแผนที่ดีก็เชื่อว่าจะประสบผลและมีความสุขกับผลลัพธ์ที่ได้อย่างแน่นอน แต่หากใครยังไม่มั่นใจก็สามารถมาดูตัวอย่างหรือศึกษาเรียนรู้วิธีแนวทางได้ที่ “สวนพ่อพอเพียง พนมรุ้งคืนถิ่น” ของครูตั้มได้ และหากใครอยากจะรับประทานผลไม้ ข้าว พืชผักปลอดสาร ผลผลิตจากสวน และเครือข่ายเกษตรที่แปรรูปแล้ว และไข่ไก่สดๆวันต่อวันก็สามารถมาซื้อได้ที่หน้าสวน หรือสั่งออนไลน์ผ่าน  https://lin.ee/Cxd8ANL ได้  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดกรุพระเก่าโบราณ ‘หลวงพ่อพิณ’ อดีตเกจิชื่อดังวัดอุบลฯเมืองโอ่งสร้างก่อนปี 2500

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/618875

เปิดกรุพระเก่าโบราณ 'หลวงพ่อพิณ' อดีตเกจิชื่อดังวัดอุบลฯเมืองโอ่งสร้างก่อนปี 2500

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 11.55 น.

เปิดกรุพระเนื้อดินและเนื้อโลหะนับร้อยองค์อยู่ในไหดินเผาโบราณ วัดอุบลวรรณาราม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสเผยเป็นของหลวงพ่อพิณ อินทสาโร อดีตเจ้าอาวาสองค์ก่อนสร้างเก็บรักษาไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน เตรียมเปิดให้เช่าบูชานำเงินมาบูรณะวัด

วันที่ 29 พ.ย.64 ที่บริเวณกุฏิสงฆ์ วัดอุบลวรรณาราม ต.ศรีสุราษฎร์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี นายกรณ์พจน์ มหาวิริโย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 นายคำนวล เจียมจำเริญสกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 และนายกังวาฬ จันทร์ลอยนภา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ศรีสุราษฎร์ พร้อมด้วยไวยาวัจกรวัดได้ช่วยกันนำพระเก่าโบราณนับร้อยองค์ ออกมาพร้อมด้วยโถฟักทองเนื้อดินเผาโบราณสีเขียว และลังไม้โบราณ ภายในบรรจุพระเครื่องจำนวนมาก หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการค้นพบพระเครื่องชุดดังกล่าว จากฐานพระประธานภายในอุโบสถหลังเก่าของวัดอายุมากกว่า 100 ปี  

พระครูปลัดผดุงศักดิ์ ธมมทีโป เจ้าอาวาสวัดอุบลวรรณาราม องค์ปัจจุบัน เป็นผู้ค้นพบและได้นำมาเก็บรักษาไว้มีทั้งพระเนื้อดินเผาปางประจำวันทั้ง 7 วันพระเนื้อดินเผาขนาดเล็กปางต่าง ๆ พระพุทธรูปนั่งเนื้อตะกั่วหรือเรียกว่า “พระแก้บน” เก่าแก่จำนวนมาก และยังพบหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเก่าเมื่อปี พ.ศ.2520 ห่อพระไว้รวมอยู่ด้วย สันนิษฐานว่า หลวงพ่อพิณ อดีตเจ้าอาวาสองค์ ก่อนได้เก็บรวบรวมพระทั้งหมดไว้ภายในกุฏิ และองค์ต่อมาก็เก็บสืบต่อกันนี้เรื่อยๆ ซึ่งพระบางองค์น่าจะสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ 

พระครูปลัดผดุงศักดิ์ ธมมทีโป เจ้าอาวาสวัดอุบลวรรณาราม กล่าวอีกว่า เป็นพระที่สร้างขึ้นสมัยหลวงพ่อพระครูประสิทธิ์สารคุณ หรือ หลวงพ่อพิณ อินทสาโร เป็นอดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 7 ได้สร้างขึ้นและพระบางองค์ที่เก่าแก่ หลวงพ่อได้เก็บรักษาไว้ มีทั้งพระปางประจำวันปีเกิดครบทั้ง 7 วัน พระเนื้อดีบุก เนื้อตะกั่ว เป็นพระสมัยรัตนโกสินทร์ หรือ เรียกว่าเป็นพระแก้บนและยังมีพระลีลาเนื้อดิน พระโมกคัลลา พระสาลีบุตร พระกำแพงเนื้อ พระนาคปรกเนื้อดินหลายพิมพ์ทรง 

“ดูจากเนื้อน่าจะบ่งบอกความเก่า แต่ไม่ทราบว่าสร้างในปีใดสมัยใด ยังคาดการณ์ไม่ได้ เห็นกระดาษที่ห่อพระไว้อยู่ประมาณ พ.ศ.2520 แต่พระน่าจะสร้างก่อนนานแล้ว เพราะหลวงพ่อพิณท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดอุบลวรรณาราม ปี พ.ศ.2489 ส่วนพระเครื่องนั้นคงสร้างก่อนปี พ.ศ.2500 หรือจะสร้างเมื่อไหร่ยังไม่รู้ได้ เดิมทีพระเหล่านี้จะอยู่ในอุโบสถหลังเก่าทั้งหมด และอดีตเจ้าอาวาสทุกรูปจะต้องเก็บดูแลรักษากันไว้ มาถึงยุคปัจจุบันนี้อาตมาได้มาเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 11 โดยเจ้าอาวาสรูปก่อนได้เล่าให้ฟังว่าพระชุดนี้อยู่ในอุโบสถตลอด หลวงพ่อพิณ จะให้เก็บไว้ในอุโบสถที่ฐานพระประธาน และจะพุทธาภิเษกเรื่อยมาตั้งแต่สมัยท่าน” พระครูปลัดผดุงศักดิ์ กล่าว

พระครูปลัดผดุงศักดิ์ เปิดเผยต่อว่า ส่วนการพบพระนั้น เนื่องจากได้มาทำหิ้งพระใหม่ จนมาพบพระชุดนี้ ซึ่งคงจะต้องปรึกษากับคณะกรรมการวัดอีกครั้งว่าในอนาคตทางวัดจะมีโครงการบูรณะหอสวดมนต์และสร้างศาลาการเปรียญ ซึ่งวัตถุมงคลนี้อาจจะเปิดให้กับญาติโยมได้เช่าบูชาเพื่อนำปัจจัยมาบูรณะสร้างศาลาการเปรียญวัดต่อไป 

ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจสามารถโทรสอบถามได้ที่พระครูปลัดผดุงศักดิ์ ธมมทีโป เจ้าอาวาสวัดอุบลวรรณาราม   085 – 2955592 ได้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันนี้หนาวกว่าทุกวัน! เลยอุณหภูมิลด ยอดภูเรือ10องศา

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/618868

วันนี้หนาวกว่าทุกวัน! เลยอุณหภูมิลด ยอดภูเรือ10องศา

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 11.17 น.

29 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในจังหวัดเลย ในเช้าวันนี้สภาพอากาศอุณหภูมิยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง โดยยอดภูต่างๆอากาศหนาว เช่น ภูเรือ ภูกระดึง ภูหลวง อุณหภูมิลดต่ำลง ใกล้เลขตัวเดียว

ด้านนายฑีฆาวุฒิ ศรีบุรินทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ กล่าวว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวบนยอดภูเรือว่ายังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสอากาศต่อเนื่อง บนยอดภูเรือ จ.เลย สภาพอากาศในวันนี้หนาวกว่าทุกวัน อุณหภูมิลดลงจากเมื่อวาน 1-2 องศา วันนี้ต่ำสุดยอดภูเรือวัดได้ 10 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวเตรียมลุ้นเลขตัวเดียวในช่วงปลายเดือนนี้และต้นเดือนหน้า อุณหภูมิต่ำสุด อ.เมืองเลย ปี 2563 = 11.8 องศาเซลเซียส เมื่อ 6 ธ.ค. 2563 อุณหภูมิต่ำสุด อ.เมืองเลย ปี 2564 = 8.5 องศาเซลเซียส เมื่อ 3 มกราคม 2564

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆเมื่อเช้าวันนี้  อ.เมืองเลย 15.8 องศาเซลเซียส , อ.วังสะพุง 16.2 องศาเซลเซียส , อ.ด่านซ้าย 17.0 องศาเซลเซียส , อ.เชียงคาน 18.0 องศาเซลเซียส , อ.ท่าลี่ 16.5 องศาเซลเซียส , อ.ภูกระดึง 5.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูเรือ 15.0 องศาเซลเซียส , อ.นาแห้ว 14.0 องศาเซลเซียส ,อ.ปากชม 18.0 องศาเซลเซียส ,อ.นาด้วง 15.5 องศาเซลเซียส  , อ.ภูหลวง 17.0 องศาเซลเซียส , อ.ผาขาว 17.0 องศาเซลเซียส , อ.เอราวัณ 16.0 องศาเซลเซียส ,อ.หนองหิน 18.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 11.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 10.0 องศาเซลเซียส ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 11.0 องศาเซลเซียส ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 11.5 องศาเซลเซียส  ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 14.5 องศาเซลเซียส , อุณหภูมิต่ำสุดยอดหญ้าที่ อ.เมืองเลย = 14.0 องศาเซลเซียส ระดับน้ำโขงอ.เชียงคาน = – เมตร. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,307,128 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
Helping Phuket youngsters establish a career
Harm reduction with safer alternatives new approach to public health
'เอมิ ฟูคาดะ' (Eimi Fukada) นางเอก AV ญี่ปุ่นวอนผู้ชมอย่ากด Skip เนื้อเรื่อง !!!
HKEX offers to buy LSE for $36.6b
Beijing hotel puts Thai cuisine on show
Supreme Patriarch spared asset rule
ตระกูลคล้ายมนต์
เลื่อนเผยแพร่ร่างกม.พรรคการเมือง เหตุมีประเด็นต้องปรับปรุง

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d