Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ตะลึง! ฉลามวาฬยักษ์ตัว 7-10 เมตร ว่ายมาแพ็คคู่อวดสายตานักท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617763

ตะลึง! ฉลามวาฬยักษ์ตัว 7-10 เมตร ว่ายมาแพ็คคู่อวดสายตานักท่องเที่ยว

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 21.39 น.

ตะลึง!!! ฉลามวาฬยักษ์ยาวกว่า 7-10 เมตร จำนวน 2 ตัวเวียนว่ายว่ายใกล้เรือเรือที่บริเวณเกาะปอดะสร้างความตื่นเต้นนักท่องเที่ยว  ด้านผู้ประกอบการนำเที่ยวเผยทะเลกระบี่มีความสมบูรณ์อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์ไม่ไห้ไปรบกวนสัตว์ทะเลหายาก ขณะเดียวกันพบฝูงฉลามหูดำ กว่า 100 ตัว ที่อ่าวมาหยา “สวรรค์แห่งอันดามัน” แสดงถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ

วันที่ 23 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปฉลามวาฬขนาดใหญ่ โดยเพจ Railay Eco tour เป็นคลิปขณะที่ฉลามตัวขนาดใหญ่ 2 ตัว ว่ายมาใกล้ๆเรือนำเที่ยว ด้วยความใหญ่ของมันทำหนักท่องเที่ยวต่างอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ที่ฉลามวาฬว่ายมาใกล้เรือ ก็สามารถมองเห็นความใหญ่ของมันได้อย่างชัดเจน

ผู้สื่อข่าวสอบถาม ไปยังผู้ดูแลเพจ Railay Eco Tour ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวเชิงอนุรักษ์  ทราบว่าได้เจอฉลามวาฬทั้งสองตัวขณะพานักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวที่บริเวณเกาะปอดะ เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ระหว่างที่จอดเรือใกล้เกาะ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามของธรรมชาติ ปรากฎว่ามีฉลามวาฬขนาดใหญ่2 ตัว ยาวประมาณ  7-10 เมตร ว่ายน้ำมาใกล้ๆเรือ จึงได้รีบบถ่ายคลิปเอาไว้แล้วนำมาแชร์ในโลกออนไลน์

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีโอกาสเจอฉลามวาฬในทะเลกระบี่ บ่อยครั้งแต่ตัวขนาดไม่ใหญ่ขนาดนี้  นับว่านักท่องเที่ยวโชคดีมาก อย่างไรก็ตาม อยากให้นักท่องเที่ยว  ให้ช่วยกันอนุรักษ์ ไม่ไปรบกวนมัน  พร้อมทั้งแนะนำ วิธีการอยุ่ร่วมกันกับสัตว์ทะเลหายาก  โดยไม่ไปรบกวนมัน เพราะฉลามวาฬเป็นสัตว์ทะเลหายาก แม้จะมีขนาดใหญ่แต่ไม่ใช่สัตว์ดุร้าย ซึ่งทรัพยากรทางทะเลกระบี่อุดมสมบูรณ์อยู่เเล้ว โดยเฉพาะช่วงที่มีการปิดแหล่งท่องเที่ยวช่วงโควิด-19ระบาด ธรรมชารติได้ฟื้นฟู  จึงอยากฝากไปยังผู้ประกอบการทุกคนให้ช่วยกันดูแล ให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวในการอนุรักษ์ อย่าดึงคนมาเที่ยวอย่างเดียว

ขณะเดียวกันเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์คลิปหาดูยาก!!!พบฝูงฉลามหูดำ กว่า 100 ตัว ที่อ่าวมาหยา “สวรรค์แห่งอันดามัน” แสดงถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง สำรวจบริเวณอ่าวมาหยา ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ พบฝูงฉลามหูดำ หรือฉลามครีบดำ ที่เข้ามาอาศัยในอ่าวมาหยา กว่า 100 ตัว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ย่ำถิ่นชายแดนใต้ส่องไร่‘กาแฟ’ ปั้นสู่พืชเศรษฐกิจ-พลิกวิกฤตสร้างรายได้ #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617761

ย่ำถิ่นชายแดนใต้ส่องไร่‘กาแฟ’ ปั้นสู่พืชเศรษฐกิจ-พลิกวิกฤตสร้างรายได้

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 21.32 น.

ย่ำถิ่นชายแดนใต้ส่องไร่‘กาแฟ’ ปั้นสู่พืชเศรษฐกิจ-พลิกวิกฤตสร้างรายได้

 “กาแฟ”

ถือเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นิยมปลูกกันมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้ส่งเสริมอาชีพการปลูกกาแฟให้กับเกษตรกรในพื้นที่เป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกกาแฟกว่า 2,160 ไร่ นิยมปลูกในสวนที่ผสมผสานกับพืชชนิดอื่น ตามพื้นที่ว่าง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอเบตง อำเภอธารโต จังหวัดยะลา

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ และฝ่ายธุรกิจคาเฟ่อเมซอน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาการปลูก และการผลิตกาแฟโรบัสต้าให้ครอบคลุมอย่างครบวงจร สามารถสร้างอัตลักษณ์กาแฟโรบัสต้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีตลาดรองรับที่แน่นอนและมั่นคง ภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางพระราชดำริฯ

สำหรับในการดำเนินการนั้น ศอ.บต. ได้จัดเก็บข้อมูลของเกษตรกรที่สนใจและมีพื้นที่ ปลูกกาแฟที่เหมาะสม จำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ พื้นที่อำเภอเบตง และอำเภอธารโต จังหวัดยะลา อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส รวมถึงจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร ผ่านหลักสูตร “จัดการกาแฟ โรบัสต้า” โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก Amazon เกษตรกรต้นแบบในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกร เพื่อให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อีกทั้งยังได้คัดเลือกสายพันธุ์กาแฟโรบัสต้า พันธุ์พื้นเมืองที่เหมาะสมกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำรวจผลผลิตที่มี “ผลดก ก้านยาว ข้อถี่ เมล็ดใหญ่ เปลือกบาง” แต่ละข้อมีผลสุกพร้อมกัน และดำเนินการนำร่อง 1 พื้นที่กาแฟ 1 จุดเรียนรู้ เพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น

นายชัชนนท์ เต็มนา นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา เปิดเผยว่า การปลูกกาแฟในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สายพันธ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่มากที่สุด คือ สายพันธ์ชุมพร 2 เนื่องจากสามารถปลูกร่วมกับสายพันธ์พื้นเมืองได้ เพราะจะทำให้ มีการเจริญเติบโตที่ดีกว่าพันธุ์อื่นๆ รวมถึงเป็นสายพันธ์ที่ต้านทานต่อโรค สามารถปรับตัว ให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศของพื้นที่ได้ อีกทั้งยังปลูกในพื้นที่ราบ หรือพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร แต่เกษตรกรจะต้องเพิ่มขั้นตอนในการดูแลรักษามากกว่าพืชชนิดอื่น นอกจากนี้ทางกรมวิชาการเกษตรพืชสวนธารโต จังหวัดยะลา ยังได้ส่งตัวอย่างของกาแฟโรบัสต้า ไปทดลอง พบว่า กาแฟโรบัสต้าในพื้นที่มีรสชาติของบราวชูก้า ซึ่งจะมีความหอมหวานในตัว เป็นจุดเด่น ทำให้กาแฟมีความแตกต่าง และมีรสชาติเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวของพื้นที่อีกด้วย

ด้านนางซารีฮะ สามาวี มูหัมมัดลุตฟี สะมาวี อยู่หมู่ 5 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส  หนึ่งในเกษตรกรที่ปลูกกาแฟ ในพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกกาแฟในครั้งนี้ ว่า ที่ผ่านมาตนได้ปลูกผลไม้ชนิดอื่น แต่เนื่องจากมีผลผลิตไม่ดี ประกอบกับราคาผลไม้ตกต่ำ จึงลองหันมาปลูกกาแฟ ศึกษาวิธีการปลูก ขั้นตอนต่างๆ รวมถึงมีวิทยากรมาให้ความรู้ในเรื่องของดูแลต้นกาแฟ สอนวิธีการตัดแต่งกิ่งกาแฟ การขยายพันธุ์ เพื่อให้ได้กาแฟที่มีผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ จากการเรียนรู้ พบว่าในปีแรกกาแฟมีผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ จนต่อมาได้ขยายพื้นที่ปลูกผสมผสานกับผลไม้ชนิดอื่น ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี กาแฟมีผลผลิตออกเป็นจำนวนมาก

“ตนจึงนำไปแปรรูปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่าย เป็นของตนเอง โดยใช้ชื่อว่า “สามาวี คอฟฟี่” จำหน่ายในกิโลกรัมละ 500 บาท นอกจากนี้ตนยังได้เตรียมขยายพื้นที่สวน เพื่อปลูกกาแฟอีก 2 แปลง ซึ่งเชื่อว่ากาแฟจะเป็นผลผลิตทางการเกษตรอีกชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่เป็นจำนวนมากได้ในอนาคต”

อย่างไรก็ตามเป้าหมายหลักที่สำคัญของศอ.บต. เพื่อต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบูรณาการขับเคลื่อนร่วมกับทุกภาคส่วน ส่งเสริมและผลักดัน ให้เกษตรกรหันมาปลูกกาแฟ ซึ่งถือเป็นพืชอัตลักษณ์ชนิดใหม่ในพื้นที่ที่อนาคตจะสร้างงาน สร้างรายได้ ให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตที่ดียิ่งขึ้น -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้เชี่ยวชาญด้านธงชาติแนะกองประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ ชี้แจงขอโทษ-แก้ไข-งดเผยแพร่ #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617759

ผู้เชี่ยวชาญด้านธงชาติแนะกองประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ ชี้แจงขอโทษ-แก้ไข-งดเผยแพร่

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 21.25 น.

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 นายพฤฒิพล ประชุมผล ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย แสดงความเห็นกรณีภาพโปรโมทมิสยูนิเวิร์สฯ ที่มีลักษณะเหยียบธงชาติ จน นายสนธิญา สวัสดี ได้นำไปร้องให้ ผบช.น.ตรวจสอบนั้น มองว่า “กรณีดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะมีความผิด ผู้ร้องสามารถไปร้องได้ แต่ต้องดูที่เจตนาว่าดูหมิ่นลบหลู่และเหยียดหยามหรือไม่ แนะนำว่าทางกองประกวดควรทำหนังสือชี้แจงขอโทษ แก้ไข และงดเผยแพร่”

“เข้าใจว่าบางคนอาจจะไม่เข้าใจหรือทำโดยพลการ ถ้าไม่เจตนาก็อยากให้ไปแก้ไข เพราะมันกระทบความรู้สึกคนไทย แนะนำให้ขอโทษ”

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก “พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย” โพสต์ข้อความระบุว่า “เข้าใจว่าไม่มีเจตนาลบหลู่ดูหมิ่นเหยียดหยาม … แต่ถ้าทำไปโดยไม่คิด แล้วสิ่งที่ทำลงไป มันไปกระทบความรู้สึกคนอื่นหรือสังคมส่วนรวม … ก็ควรหลีกเลี่ยงซะ … หัวอกเขาหัวอกเราล่ะนะ … นักกีฬาทีมชาติเขาก็ปักธงชาติบนหน้าอกเสื้อ และพยายามทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อสัญลักษณ์สูงสุดของชาติเราทุกคน … “การให้ความสำคัญ มันเป็นเรื่องของการสำนึกในคุณค่า” … ยากจะอธิบาย เพราะแต่ละคนเกิดมา ย่อมพิจารณาคุณค่าต่อสิ่งรอบกายต่างกัน … บางคนเที่ยวป่า โยนขวดน้ำดื่มลงพื้น แล้วบอกช่างแมร่งมัน แค่ขวดเดียว … บางคนเที่ยวป่าติดถุงพลาสติกไปเก็บขยะที่คนอื่นทิ้งไว้ตามทาง … “แต่เหนือสิ่งอื่นใด … เกิดเป็นคนควรเคารพความรู้สึกผู้อื่นครับ” … อย่าเอาคำพูดที่ว่าไม่เห็นเป็นไร ไปตัดสินความรู้สึกใคร … ตอนเด็กๆ เพื่อนล้อชื่อพ่อชื่อแม่ … เรารู้สึกอย่างไร แต่คนอื่นอาจเฉยๆ ซึ่งเราก็รู้ว่ามันไม่ดี … ดังนั้น … “การเคารพความรู้สึกผู้อื่น คือจุดเริ่มต้นความสง่างามของการดำรงตนอยู่ในสังคม เพราะท้ายสุดแล้ว ผู้นั้นย่อมจะได้รับเกียรติจากผู้อื่นเป็นการตอบแทนเช่นกัน”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนาวนี้ไปเที่ยวชมหมู่บ้านกะหล่ำชิม ‘กะหล่ำปลีห่อไข่’ ปลอดสารเคมีที่บ้านวังส้มซ่า #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617731

หนาวนี้ไปเที่ยวชมหมู่บ้านกะหล่ำชิม 'กะหล่ำปลีห่อไข่' ปลอดสารเคมีที่บ้านวังส้มซ่า

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.51 น.

หนาวนี้ชวนชิมเมนู “กะหล่ำปลีห่อไข่ปลอดสารเคมี” เมนูเด็ดต่อยอดจากสวนผักกะหล่ำปลีปลอดสารเคมี บนพื้นที่ราบที่ประสบความสำเร็จเป็นแห่งแรกของพิษณุโลกที่ศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า ดึงนักท่องเที่ยวชมวิถีชุมชน

วันที่ 23 พ.ย.64 ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า บ้านวังส้มซ่า ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นหมู่บ้านนวัตวิถีของชุมชน ต.ท่าโพธิ์ ที่ขณะนี้ทางหมู่บ้านได้มีความคิดริเริ่มในการปลูกกะหล่ำปลีทั้งหมู่บ้าน เพื่อลดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน อีกทั้งน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง สร้างแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยกะหล่ำปลี ที่ชาวบ้านกำลังปลูกไว้ล็อตแรก ได้เริ่มผลผลิตบ้างแล้ว จนชาวบ้านได้นำหัวกะหล่ำปลีมาคิดเป็นเมนูเด็ด ที่ต่อยอดให้กับชุมชม ด้วยการเป็นเมนู “กะหล่ำปลีห่อไข่ปลอดสารเคมี” ให้นักท่องเที่ยวได้ชิม และเลือกซื้ออีกด้วย โดยในวันนี้นางดวงฤดี โพธิ์ทอง สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า พร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกกลุ่มโชว์ฝีมือการทำเมนู “กะหล่ำปลีห่อไข่” เมนูอาหารเด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี ต่อยอดจากสวนกะหล่ำปลีปลอดสารเคมีบ้านวังส้มซ่า ที่ได้ส่งเสริมให้คนในชุมชนได้ปลูกกะหล่ำปลีปลอดสารเคมีในพื้นที่ราบได้ผลสำเร็จเป็นรายใหญ่ที่สุดใน จังหวัดพิษณุโลก 

นางสาววรัญญา หอมธูป อายุ 32 ปี ผู้ประสานงานชุมชนบ้านวังส้มซ่า ได้ให้สัมภาษณ์ว่าศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า ประสบความสำเร็จในการเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้พื้นถิ่น โดยหยิบยกเอาผลผลิต อาหาร คนพื้นถิ่นมาต่อยอด ส่งเสริมสร้างเป็นจุดขายให้กับชุมชนอย่างที่ผ่านมาคือเมนู ส้มซ่า ข้าวห่อใบบัว และในช่วงนี้ทางชุมชนบ้านวังส้มซ่า ได้การปลูกกะหล่ำปลีปลอดสารเคมีในพื้นที่ราบประสบความสำเร็จ มีการกระจายไปยังบ้านเรือนประชาชนในชุมชนกว่า 50 หลังคาเรือนที่หันมาใช้พื้นที่ว่างในบริเวณบ้าน รอบๆ บ้าน อย่างสวนกล้วย และบริเวณริมแม่น้ำน่าน 

หรือแม้แต่ตามริมรั้วบ้าน หันมาปลูกกะหล่ำปลีปลอดสารเคมี ตามแนวพระราชดำริเกษตรพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ปลูกไว้ทานเองในครอบครัว เหลือจากนั้นก็ขาย สร้างรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน โดยผลผลิตที่ได้จะส่งขายให้กับทางศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า และทางศูนย์เรียนรู้ฯ ก็ได้ต่อยอดนำกรหล่ำปลีปลอดสารเคมีที่ปลูกโดยคนในชุมชน มาต่อยอดเป็นเมนูเด็ดคือ “เมนูกะหล่ำปลีห่อไข่ปลอดสารเคมี” ซึ่งเป็นเมนูที่เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดีเพราะปลอดสารเคมี 100%

นางสาววรัญญา บอกต่ออีกว่า ด้วยหลักการทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง บ้านวังส้มซ่าประยุกต์ใช้ มีการณรงค์เรื่องการปลูกกะหล่ำปลี หรือปลูกผักอื่นๆ ในพื้นที่ราบ เป็นเวลา 90 วัน ทำให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน และหลังจากนั้นเราก็ต่อยอดจากการขายกะหล่ำปลีเป็นหัว ราคากิโลกรัมละ 25-30 บาท โดยเรามีตลาดผักปลอดสารเคมีที่รับซื้อผลผลิตในแต่ละปีและด้วยความที่เราเป็นชุมชนท่องเที่ยวโอท็อป นวัตวิถีบ้านวังส้มซ่า ที่ต้องมีการต้อนรับคณะศึกษาดูงานอยู่แล้วจึงนำกะหล่ำปลีปลอดสารเคมีมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารพื้นถิ่น คือเมนูกะหล่ำปลีห่อไข่ 

โดยคัดกะหล่ำปลีหัวขนาดครึ่งกิโลกรัม มาคว้านด้วยมีดแกะสลักเป็นสี่เหลี่ยมตรงกลางสำหรับเทไข่ใส่ จากนั้นใช้ไข่ไก่ 5 ฟอง มาตีผสมกับเครื่องปรุงเล็กน้อยตามใจชอบ โรยแครอทหั่นเต๋า และต้นหอม เมื่อตีไข่เข้ากันดีแล้วก็นำไปเทใส่ตรงกลางกะหล่ำปลีที่เราคว้านไว้ประมาณครึ่งนึงของไข่ทั้งหมด จากนั้นนำไปใส่ซึ้งนึ่งประมาณ 30 นาที โดยทุกๆ 10 นาทีจะคอยเปิดซึ้งเติมไข่ที่ตีไว้ไปจนหมด และนึ่งต่อ คอยใช้ส้อมจิ้มดูว่าไข่สุกดีหรือยัง เมื่อสุกดีแล้วก็นำมาตักหั่นเป็นชิ้น ทานกับข้าวสวยร้อนๆ จะได้รสชาติของไข่ตุ๋น และได้รสชาติความหอมหวานของกะหล่ำปลี โดยราคาขายเมนู กะหล่ำปลีห่อไข่ปลอดสารเคมี เริ่มต้นที่หัวละ 79 บาท ซึ่งสามารถทานได้ 3-5 คน

ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม 2565 นี้ ซึ่งจะเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวกะหล่ำปลีก็จะเปิดศูนย์เรียนรู้เปิดให้คณะผู้ที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ได้ลงมือทำเมนูกะหล่ำปลีห่อไข่ด้วยตนเอง ตั้งแต่เดินเลือกกะหล่ำปลีเอง ตัดเอง ลงมือปรุงเองทุกขั้นตอน จนถึงชิมเมนูของตนเองด้วย แต่ถ้าใครไม่สะดวกมาเรียนรู้ แต่อยากชิมเมนู “กะหล่ำปลีห่อไข่ปลอดสารเคมี” แห่งบ้านวังส้มซ่าก็สามารถสั่งได้ทาง เพจ facebook : บ้านวังส้มซ่า หรือสอบถามได้ทาง 086-9291745  ได้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใจสงบเป็นเหมือนน้ำในสระที่นิ่ง ถ้าไปตักหรือโยนก้อนหินลงไปน้ำก็จะกระเพื่อม : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617712

ใจสงบเป็นเหมือนน้ำในสระที่นิ่ง ถ้าไปตักหรือโยนก้อนหินลงไปน้ำก็จะกระเพื่อม : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.27 น.

” ถ้าใจสงบปัญหาภายนอกจะไม่เป็นปัญหา ถ้าใจไม่สงบก็จะเป็นปัญหา เช่น จะยึดติดกับการกินอยู่แบบเดิม ๆ เคยสุขเคยสบายอย่างไรก็จะยึดติด ถ้าใจสงบจะตัดได้จะสละความสุขแบบเดิม ๆ ได้เพื่อแลกกับสถานที่ที่สงบ เพราะใจที่สงบจะชอบสถานที่ที่สงบ จะไม่ชอบแสงสีเสียง จึงควรพยายามทำใจให้สงบให้ได้ ยิ่งสงบก็ยิ่งอยู่ง่าย อยู่ที่ไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นสถานที่ ๆ สงบ สถานที่ ๆ มีคนมีเรื่องวุ่นวายจะไม่ชอบอยู่ เพราะจะทำลายความสงบ 

ใจสงบก็เป็นเหมือนน้ำในสระที่นิ่ง ถ้าไปตักน้ำหรือโยนก้อนหินลงไปในน้ำ น้ำก็จะกระเพื่อม ถ้ามีรูป เสียง กลิ่น รสมากระทบ ใจที่สงบก็จะกระเพื่อมขึ้นมา เพราะยังไม่ได้กำจัดตัวที่ทำให้ใจกระเพื่อม ความจริงรูป เสียง กลิ่น รสไม่ได้ทำให้ใจกระเพื่อม เป็นเพียงชนวน ตัวที่ทำให้ใจกระเพื่อมก็คือกิเลส ตัวโลภ โกรธ หลง ถ้าไม่มีกิเลสแล้วใจจะไม่กระเพื่อม ไม่ว่าจะสัมผัสรับรู้เรื่องอะไร รูป เสียง กลิ่น รสอะไร จะรับรู้เฉย ๆ สำหรับใจที่ยังมีกิเลส เวลาสงบกิเลสจะถูกกดไว้ไม่ให้ทำงาน แต่พอออกมารับรู้รูป เสียง กลิ่น รสมาคิดปรุงแต่ง กิเลสก็จะออกมาแสดงปฏิกิริยาต่อรูป เสียง กลิ่น รส ทำให้ใจกระเพื่อม

ความสงบนี้สำคัญมาก ถ้าไม่สงบจะไม่เห็นกิเลส ถ้ามีความสงบ พอไปสัมผัสรับรู้อะไร แล้วใจกระเพื่อมขึ้นมา ก็จะรู้ทันทีว่ากิเลสโผล่ออกมาแล้ว ถ้าไม่กระเพื่อมก็จะรู้ว่ากิเลสไม่ได้ออกมา ใจจะกระเพื่อมถ้ามีความอยากกับสิ่งที่สัมผัสรับรู้ ถ้าไม่มีความอยากก็จะไม่กระเพื่อม ความกระเพื่อมก็คือความทุกข์ใจ ที่เกิดจากความอยากนี่เอง “

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดรันทดสองตายายชาวคุ้มสุขสบายเมืองน้ำดำเลี้ยงหลานกำพร้า 3 ชีวิตแม่ติดเชื้อโควิดดับ #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617710

สุดรันทดสองตายายชาวคุ้มสุขสบายเมืองน้ำดำเลี้ยงหลานกำพร้า 3 ชีวิตแม่ติดเชื้อโควิดดับ

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.13 น.

สุดรันทดสองตา-ยายชาวคุ้มสุขสบาย เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ รับจ้างเลี้ยงควายรายได้วันละ 300 บาท  เลี้ยงหลานสาวกำพร้าอายุ  11 ขวบ, 6 ขวบ,และหลานชายวัย 3 เดือน หลังแม่ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตที่จังหวัดสมุทรปราการ ยังไม่ได้รับการเยียวยาการเสียชีวิตจากโควิดจากหน่วยงานไหน ด้านชมรมแม่ดีเด่นจังหวัดกาฬสินธุ์ รุดเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินและถุงยังชีพช่วยเหลือเบื้องต้น

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ที่บ้านเลขที่ 70/98 คุ้มสุขสบาย ซอยวิโรจน์รัตน์ ถนนถีนานนท์ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ นางระเบียบ ร่มไทรทอง ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย ผศ.สุมาลี ใจยสิทธิ์ ผู้ช่วยนายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ นางจงกลนี เกียรติดำเนินงาม คณะกรรมการเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ และคณะในนามสมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ โดยชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกันมอบทุนแม่ผู้ยากไร้ และถุงยังชีพ ให้กับครอบครัวนางพูนสุข  มะลาด อายุ 58 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นครอบครัวยากจน อาศัยอยู่ด้วยกัน 5 ชีวิต และต้องรับจ้างเลี้ยงควายรายได้วันละ 300 บาท  เลี้ยงหลานสาวกำพร้าอายุ 11 ขวบ, 6 ขวบ,และหลานชายวัย 3 เดือน หลังแม่ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตที่จังหวัดสมุทรปราการ

นางระเบียบ ร่มไทรทอง ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากทราบว่าครอบครัวนางพูนสุข ซึ่งฐานะยากจน อาศัยอยู่กับนายวิชัย มะลาด สามี อายุ 64 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างเลี้ยงควายให้กับเพื่อนบ้าน มีรายได้วันละ 300 บาท ขณะที่มีภาระต้องเลี้ยงดูหลาน 3 คน และบ้านเช่าเดือนละ 600 บาท รายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงดูหลาน โดยเฉพาะหลานชายอายุ 3 เดือนที่ต้องดื่มนม นอกจากนี้อาหารการกิน บางมื้อต้องอาศัยเพื่อนบ้านนำมาแบ่งปันให้ได้กินพอประทังชีวิต ดังนั้น ที่ประชุมชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.กาฬสินธุ์ จึงได้มีมติมอบทุนแม่ผู้ยากไร้จำนวน 5,000 บาท พร้อมถุงยังชีพจากเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น เนื่องจากฐานะยากจน รายได้น้อยกว่ารายจ่าย

ด้านนางพูนสุข มะลาด อายุ 58 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ตนและนายวิชัย สามี มีภาระต้องเลี้ยงดูหลานทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นเด็กกำพร้า แม่เสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อโควิด-19 ที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกเขยคือพ่อของหลานทั้ง 3 คน ยังทำงานขายแรงงานที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อหารายได้ส่งเสียบุตรทั้ง 3 คน แต่ก็ไม่พอ โดยคนโตชื่อ ด.ญ.ดิว อายุ 11 ขวบ คนรองชื่อ ด.ญ.หมิว อายุ 6 ขวบ และคนสุดท้องชื่อ ด.ช.ไดม่อน อายุ 3 เดือน ซึ่งน้องไดม่อนนั้น ถือกำเนิดในช่วงนาทีฉุกเฉินก็ว่าได้ และน่าสงสารมาก เนื่องจากแม่คือนางธิดารัตน์ มะลาด อายุ 35 ปี ติดเชื้อโควิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.64 ขณะที่น้องไดม่อนอยู่ในครรภ์ได้ 8 เดือน หมอที่รักษาอาการติดเชื้อโควิดได้ผ่าน้องไดม่อนออกมาเมื่อวันที่  2 ส.ค.64 ก่อนที่นางธิดารัตน์จะเสียชีวิตในวันที่ 5 ส.ค.64 ดังกล่าว

นางพูนสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงที่ลูกสาวคือนางธิดารัตน์ติดเชื้อโควิดนั้น สามีและลูกสาว 2 คนก็ติดเชื้อโควิดรวม 4 ชีวิต โชคดีที่น้องไดม่อนที่อยู่ในครรภ์ไม่ติดเชื้อ ซึ่ง 3 คนพ่อลูกหายเป็นปกติแล้ว ขณะที่นางธิดารัตน์ลูกสาวเสียชีวิต ทั้งนี้ ได้ทิ้งลูก 3 คนให้ตนกับนายวิชัยซึ่งเป็นยายกับตาเลี้ยงดู โดยมีรายได้จากรับจ้างลี้ยงควายวันละ 300 บาท ซึ่งไม่พอกับค่าใช้จ่ายรายวัน โดยเฉพาะค่านมผงที่ต้องซื้อมาชงเลี้ยงหลานชายวัย 3 ขวบ รวมทั้งค่าแพมเพิร์สด้วย

อย่างไรก็ตามหลังลูกสาวเสียชีวิตไป ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเรื่องเงินเยียวยาจากการเสียชีวิตของหน่วยงานไหน ที่ผ่านมามีจิตอาสา และสาธารณสุข เข้ามาช่วยเหลือมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ล่าสุดเพิ่งจะไปยื่นเรื่องและขอคำปรึกษากับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กาฬสินธุ์ แต่ความช่วยเหลือยังมาไม่ถึง เพิ่งจะมีวันนี้ที่ทางชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำ จ.กาฬสินธุ์ นำทุนมามอบให้ ซึ่งต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้ความช่วยเหลือครอบครัวตนและหลานกำพร้า 3 ชีวิต

ขณะที่นางไพฑูรย์ โนนศรีชัย อายุ 76 ปี บ้านเลขที่ 70/82 ถนนมาประณีต เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เห็นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวนางพูนสุขแล้วสงสาร ไหนจะสูญเสียลูกสาวที่เป็นเสาหลักของครอบครัว จากสาเหตุติดเชื้อโควิด-19 และต้องเลี้ยงดูหลานกำพร้า 3 ชีวิต โดยไม่มีงานทำ และไม่มีรายได้ ทั้งสุขภาพไม่ค่อยจะดี เพราะสูงอายุ โดยเฉพาะนายวิชัยซึ่งถูกควายขวิดจนไส้แตก ร่างกายกำลังฟื้นตัว สุขภาพยังอ่อนแออยู่ แต่ก็สู้เพื่อหลาน และรอสิ้นเดือนที่ลูกเขยหรือพ่อของเด็กๆจะส่งเงินมาช่วยค่าเลี้ยงดูเท่านั้น ส่งที่ตนและเพื่อนบ้านพอช่วยได้ก็คือแบ่งปันอาหารให้ตามอัตภาพ และให้เป็นคนดูแลฝูงควาย และเกี่ยวหญ้าให้บ้าง นอกจากนี้ว่างๆก็มาเป็นเพื่อนคุย ปลอบใจกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่พอจะหยิบยื่นให้กันได้ในยามลำบากตามประสาชาวบ้าน

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้มีจิตศรัทธา ต้องการช่วยเหลือค่านมแก่น้องไดม่อน สามารถบริจาคผ่านบัญชีนางพูนสุข มะลาด ธนาคาร ธ.ก.ส.สาขากาฬสินธุ์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 020093480943 ได้   –   003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กัดฟันสู้หมูแพง!‘ข้าวสตูเกียดฟั่ง’ร้านดังหาดใหญ่ ยังตรึงราคาเดิม #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617709

กัดฟันสู้หมูแพง!‘ข้าวสตูเกียดฟั่ง’ร้านดังหาดใหญ่ ยังตรึงราคาเดิม

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.10 น.

กัดฟันสู้หมูแพง!‘ข้าวสตูเกียดฟั่ง’ร้านดังหาดใหญ่ ยังตรึงราคาเดิม

23 พฤศจิกายน 2564 ในช่วงนี้ราคาหมูในตลาดทรัพย์สินพลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปรับสูงขึ้นทุกวัน โดยวันนี้ราคาหมูหน้าเขียง เนื้อแดง กก.ละ 125 บาท หมูสามชั้น กก.ละ145 บาท เนื้อติดมัน กก.ละ 125 บาท เนื้อสันนอก กก.ละ 140 บาท เนื้อสันใน กก.ละ 140 บาท คอหมู กก.ละ145 บาท ซี่โครงอ่อน กก.ละ 135 บาท กระดูกซี่โครงหมู กก.ละ  105 บาท ขาหน้า กก.ละ 185 บาท ขาหลัง กก.ละ 135 บาท ยังถือเป็นราคาที่ผู้บริโภครับได้ แต่คิดว่าราคาหมูมีแนวโน้มสูงขึ้นแน่นอน เนื่องจากขณะนี้หมูในฟาร์มต่างๆมีปัญหาโรคอหิวาต์สุกรระบาด ปัญหาน้ำท่วม และหัวอาหารยังมีราคาสูงทำให้ต้นทุนสูง

ส่วนที่ “ข้าวสตูเกียดฟั่ง” ร้านดังกลางเมืองสงขลา ถนนนางงาม เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา มีลูกค้าทยอยเข้ามานั่งกินข้าวสตูในร้านอย่างต่อเนื่อง โดย ธนธร ศิริคติธรรม เจ้าของร้านข้าวสตูเกียดฟั่ง รุ่นที่ 3 เป็นผู้ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งยังคงขายดีอยู่เช่นเดิม แม้เป็นช่วงที่ จ.สงขลา อยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนติดอันดับ 2 ของประเทศ วันนี้เจอราคาหมูแพงที่มีการปรับราคาหมูขึ้นไปแล้ว เนื่องจากทางร้านใช้หมูเป็นวัตถุดิบในการทำหมูสตูและซาลาเปาลูกใหญ่ด้วย โดยทางร้านยืนยัน ณ ตอนนี้ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด ยังคงขายในราคาปกติ ของทางร้าน

สำหรับข้าวสตู ราคา 60 , 80 , 100 และ 150 บาท ส่วนหมูกรอบ ราคา 60 , 80 , 100 และ 150 บาท เช่นเดียวกัน ลูกค้าจะสั่งได้ตามราคาที่ตั้งเอาไว้ รวมทั้งหมูกรอบด้วย

ธนธร ศิริคติธรรม เจ้าของร้านข้าวสตูเกียดฟั่ง(โกยาว) เจ้าแรกต้นตำรับในสงขลา กล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่ได้ ทางร้านยังไม่มีการขึ้นราคา เพราะตอนนี้มีโควิด-19 ลูกค้าประจำลูกค้าขาจรก็มากันเยอะ แล้ว เรายังคงใช้มาตรฐานเดิม คือ ยังไม่มีการขึ้นราคา ณ ตอนนี้ จึงฝากบอกลูกค้าว่าทางร้านยังไม่ขึ้นราคา ขณะที่หมูขึ้นราคาไปแล้ว เนื่องจากสถานการณ์อย่างนี้ เราคิดว่าอย่าขึ้นราคาก่อนดีกว่า สถานการณ์แบบนี้และเศรษฐกิจแบบนี้แต่ละบ้านก็ลำบากอยู่แล้ว เราจึงไม่ขึ้นราคา ลูกค้าได้ซื้อด้วย และมีโครงการคนละครึ่งด้วย -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยแชร์ก็ยังดี! น่าสงสารมีคนนำลูกสุนัขกว่า 10 ตัวมาปล่อยทิ้งไว้แถวๆเขาใหญ่ #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617708

ช่วยแชร์ก็ยังดี! น่าสงสารมีคนนำลูกสุนัขกว่า 10 ตัวมาปล่อยทิ้งไว้แถวๆเขาใหญ่

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.04 น.

23 พ.ย.64 เฟซบุ๊ก ที่นี่เขาใหญ่ โพสต์ขอความเมตตาเนื่องจากมีคนนำลูกสุนัขมาปล่อยทิ้งไว้ แถวๆโบนันซ่าเขาใหญ่ มีน้องผู้ชายได้ยินเสียงร้องเลยเข้าไปดู เพราะปกติบริเวณนี้จะไม่มีลูกสุนัขอยู่ จึงเห็นลูกสุนัขหลายตัว นับได้10ตัว ร้องเสียงดัง จึงรู้ว่ามีคนนำมาปล่อยทิ้ง น้องเลยไปหาข้าวหานมมาให้เพราะสงสาร และน้องได้ติดต่อมายังเพจ ขอความกรุณาลงโพสต์ให้เผื่อมีคนต้องการมารับน้องๆไปเลี้ยง เพราะน้องหมาน่าสงสารมาก หากท่านใดสนใจนำน้องไปเลี้ยง สามารถติดต่อน้องเอฟได้เลยนะคับ เพราะน้องอยู่แถวนั้น เนื่องจากน้องเองก็ไม่มีกำลังจะซื้อนมซื้อข้าวไปให้บ่อย และสงสารน้องหมามากๆคับ

เบอร์ติดต่อน้องเอฟนะคับ โทร 0642405513 พิกัดน้องมาอยู่ แถวๆโบนันซ่าคับ ช่วยแชร์ก็ยังดีคับ เผื่อมีท่านใดเห็นโพสต์และอยากเอาไปเลี้ยงคับ ขอบคุณครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์ผิวหนังชี้ ภาวะ‘ผมร่วงเป็นหย่อม’ เกิดได้หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617705

แพทย์ผิวหนังชี้ ภาวะ‘ผมร่วงเป็นหย่อม’ เกิดได้หลังฉีดวัคซีนโควิด-19

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.41 น.

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ชี้ภาวะ “ผมร่วงเป็นหย่อม” เกิดขึ้นได้หลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 ร่างกายจะมีการกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันตนเอง ทำให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบที่บริเวณต่อมผมทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมได้ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาที่ถูกวิธี

23 พฤศจิกายน 2564 นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคผมร่วงเป็นหย่อมเป็นโรคที่พบได้บ่อยในทุกช่วงอายุ ผู้ป่วยจะมีอาการผมร่วงเป็นหย่อมๆที่ศีรษะ โดยอาจจะมีขนร่วงที่บริเวณอื่นร่วมด้วย เช่น คิ้ว หนวด จอนหรือขนตามร่างกาย ในรายที่เป็นมาก อาจมีอาการผมร่วงทั่วศีรษะหรือขนตามร่างกายร่วงจนหมด โดยปกติแล้วโรคนี้จะเกิดไม่มีสาเหตุแน่ชัด

จากข้อมูลทางวิชาการเชื่อว่าการสร้างภูมิคุ้มกันตนเองของร่างกายร่วมกับการเสียการควบคุมของระบบภูมิคุ้มกัน และอาจมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์เกี่ยวข้อง หรือร่างกายถูกกระตุ้นได้จากปัจจัยบางอย่าง เช่น ความเครียดจากภาวะเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจ ทำให้มีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวและสารสื่อประสาทที่บริเวณต่อมผม ส่งผลต่อการสร้างผมผิดปกติและวงจรชีวิตของผมเปลี่ยนจากระยะเจริญเติบโตเป็นระยะหลุดร่วงได้เร็วขึ้น

“สำหรับภาวะผมร่วงเป็นหย่อมภายหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากวัคซีนมีกระบวนการเลียนแบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันต้านตนเองทำให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบที่บริเวณต่อมผมและมีผลทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมได้” นายแพทย์มานัส กล่าว

ด้านแพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า ภาวะผมร่วงเป็นหย่อมภายหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ยังจำเป็นที่จะต้องรอผลการศึกษามากกว่านี้ในเรื่องอุบัติการณ์การเกิดหลังจากการฉีดวัคซีน ในปัจจุบันมีการศึกษาผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมที่กลับมาเป็นซ้ำหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 และมีความเป็นไปได้ถึงการเกิดโรคผมร่วงเป็นหย่อมสามารถเกิดขึ้นใหม่ หรือผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมที่เป็นอยู่แล้ว และจะมีอาการมากขึ้นหลังฉีดวัคซีน โดยจะคล้ายคลึงกับผู้ป่วยที่มีภาวะผมร่วงหลังจากมีการติดเชื้อโควิด-19 แต่ยังไม่มีรายงานการศึกษาผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวมากพอที่จะสรุปผลได้

นอกจากนี้ยังพบว่าโรคผมร่วงเป็นหย่อมอาจเกิดภายหลังจากการฉีดวัคซีนอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น วัคซีนงูสวัด , วัคซีนไวรัสตับอักเสบบีและวัคซีนโรคไข้สมองอักเสบเจอี รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคผมร่วงเป็นหย่อมร่วมด้วย เช่น ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ , ความเครียด , การเจ็บป่วย , โรคภูมิแพ้ , โรคไทรอยด์ , โรคลูปัส, ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก และภาวการณ์ขาดวิตามินดี

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีภาวะผมร่วงเป็นหย่อมเพียงเล็กน้อย อาการผมร่วงอาจหายได้เองหรือสามารถรับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางด้วยการทายาสเตียรอยด์หรือฉีดยาสเตียรอยด์ที่ศีรษะร่วมกับการทายาไมน็อกซิดิล 2-5% วันละ 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นผมให้ขึ้นใหม่ ส่วนการรับประทานเหล็กและวิตามิน เช่น สังกะสี, ไบโอติน, วิตามินดี ยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการชัดเจนว่าจะมีส่วนช่วยรักษา แต่อย่างไรก็ตามหากอาการผมร่วงไม่ดีขึ้น มีผมร่วงทั่วศีรษะหรือมีขนตามร่างกายร่วงด้วย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของหมาไล่กัดเพื่อนบ้านยันไม่ใช่พิทบูลเป็นพันธุ์ ‘เฟรนช์บูลด็อก’ ไม่ดุร้ายนิสัยขี้เล่น #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617704

เจ้าของหมาไล่กัดเพื่อนบ้านยันไม่ใช่พิทบูลเป็นพันธุ์ 'เฟรนช์บูลด็อก' ไม่ดุร้ายนิสัยขี้เล่น

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.40 น.

เจ้าของหมาที่ไล่กัดเพื่อนบ้านในหมู่บ้านจัดสรรที่บุรีรัมย์ยันไม่ใช่พิทบูลเป็นสายพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกมีนิสัยขี้เล่นไม่ดุร้ายและฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่เพื่อความสบายใจคนในหมู่บ้านเตรียมเอาไปไว้บ้านเกิดที่ยโสธร ด้าน อบต.-ปศุสัตว์รุดตรวจสอบพร้อมพูดคุยทำความเข้าใจทั้งสองฝ่ายลดปัญหาขัดแย้ง   

ความคืบหน้ากรณีที่ชาวบ้านในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนทางอำเภอว่า มีสุนัขพันธุ์พิทบูลของคนที่มาเช่าบ้านอยู่ติดกับสวนสาธารณะของหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าวจำนวน 2 ตัว สีดำ และสีขาว วิ่งเพ่นพ่านไล่กัดชาวบ้านไปทั่ว โดยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (22 พ.ย.) สุนัขได้ไล่กัดชาวบ้านถึง 2 คนในวันเดียวคือ ภรรยาชาวต่างชาติ โดนกัดขณะกำลังปั่นจักรยานออกกำลังกายบริเวณสวนสาธารณะ และอีกคนถูกกัดขณะนำขยะออกมาทิ้งหน้าบ้านโดยไม่ทันตั้งตัวจนกางเกงขาดเป็นรู มีรอยฟันสุนัขเป็นสีแดง บริเวณขาของผู้เสียหายทั้ง 2 คน แต่ยังเคราะห์ดีที่ตอนเกิดเหตุผู้เสียหายร้องตะโกนให้คนช่วย เพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ได้ยินเสียงจึงออกมาช่วยขับไล่สุนัข  ทำให้ไม่ได้บาดเจ็บมาก แต่กรณีดังกล่าวทั้งผู้เสียหายที่ถูกสุนัขกัด และราษฎรที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร ก็อยากให้เจ้าของดูแลควบคุมสุนัขของตัวเองไม่ให้ออกมาสร้างความเดือดร้อนกับคนอื่น

ล่าสุดวันนี้ (23 พ.ย.64) น.ส.มารศรี เค้าไธสง ปลัด อบต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ อบต.ก็ได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านจัดสรรที่เกิดเหตุตามที่ได้รับร้องเรียน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่า มีชาวบ้านถูกสุนัขกัด 2 คนแต่มีแผลลักษณะคล้ายรอยข่วนไม่ได้เข้าลึกถึงกับเลือดออก และเมื่อไปตรวจสอบที่บ้านเจ้าของสุนัข ซึ่งเช่าอยู่บริเวณใกล้กับสวนสาธารณะสำหรับออกกำลังกายและสนามเด็กเล่นก็พบสุนัขตัวสีดำและสีขาว 2 ตัวอยู่ภายในบ้านจริง เมื่อเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปใกล้กับรั้วบ้านก็ไม่ได้มีท่าทางดุร้ายหรือส่งเสียงเห่าเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

ทั้งนี้ จากการสอบถามคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว บอกว่า เป็นเพื่อนร่วมงานที่มาอาศัยอยู่ด้วยกัน ส่วนเจ้าของสุนัขออกไปทำงานต่างอำเภอ เจ้าหน้าที่จึงได้โทรศัพท์สอบถามกับเจ้าของสุนัข ชื่อว่านายโชค อายุ 29  ปี ได้ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ว่า สุนัขทั้งสองตัวเป็นสายพันธุ์เฟรนช์บูลด็อก ปัจจุบันอายุประมาณ 2 ปียันยันว่าไม่ใช่สุนัขพันธุ์พิทบูลตามที่ชาวบ้านเข้าใจ และสุนัขเฟรนช์บูลด็อกก็มีนิสัยขี้เล่นขี้อ้อนไม่ดุร้าย 

ส่วนที่เพื่อนบ้านบอกว่าถูกสุนัขของตนเองกัดนั้นตนเองก็ยังไม่ได้พูดคุยกับคนที่บอกว่าถูกกัดเลยว่า เรื่องราวเป็นยังไงเป็นอะไรมากหรือไม่ ซึ่งหากสุนัขของตนเองกัดจริงก็พร้อมจะรับผิดชอบ แต่เท่าที่ตนเองเลี้ยงสุนัข 2 ตัวนี้มาก็ไม่เคยแสดงอาการดุร้ายหรือไปกัดใครเลย เพราะตนก็รู้อยู่แล้วว่าเขามีนิสัยยังไง แต่ถ้าหากเป็นสุนัขพันธุ์ที่ดุร้ายก็คงจะไม่ปล่อยออกมาเพ่นพ่านนอกบ้านแน่นอน เพราะตนเองก็ไม่ได้อยากมีปัญหากับเพื่อนบ้านอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจของคนในหมู่บ้าน ตนก็รับปากว่าจะนำสุนัขทั้ง 2 ตัวไปไว้ที่ จ.ยโสธร เพื่อตัดปัญหา

ขณะที่ปลัด อบต.หนองคู บอกว่า หลังจากลงพื้นที่มาสอบถามข้อมูลรายละเอียดในเบื้องต้นแล้วก็จะได้นัดทั้งฝ่ายชาวบ้านและเจ้าของสุนัขมาพูดคุยกัน เพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายและป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยเนื่องจากอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ทั้งนี้ ยังได้ขอความร่วมมือผู้ที่เลี้ยงสุนัขตามบ้านเรือนในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ อบต.ก็ควรจะควบคุมดูแลสุนัขของตัวเองเป็นอย่างดี อย่าปล่อยไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นด้วย  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,308,137 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Born to be King
Helping Phuket youngsters establish a career
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
Harm reduction with safer alternatives new approach to public health
'เอมิ ฟูคาดะ' (Eimi Fukada) นางเอก AV ญี่ปุ่นวอนผู้ชมอย่ากด Skip เนื้อเรื่อง !!!
HKEX offers to buy LSE for $36.6b
Beijing hotel puts Thai cuisine on show
Supreme Patriarch spared asset rule
ตระกูลคล้ายมนต์

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d