Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แม่ลูกไอเดียบรรเจิด! ทำกระทงแฟนซี’ปลาช่อนสิงห์บุรี’ ออร์เดอร์ล้นทำแทบไม่ทัน #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616724

แม่ลูกไอเดียบรรเจิด! ทำกระทงแฟนซี'ปลาช่อนสิงห์บุรี' ออร์เดอร์ล้นทำแทบไม่ทัน

วันศุกร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 09.42 น.

18 พฤศจิกายน 2564 ที่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 4 ต.บางมัญ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นบ้านของสองแม่ลูก น.ส.ทักษิณา แสงจันทร์ อายุ 39 ปี อาชีพหลักรับราชการเป็นครู และ น.ส.นธัญธร  ฟักทอง อายุ 17 ปี ซึ่งยังศึกษาอยู่ ซึ่งทั้งสองกำลังเร่งทำกระทงจากอาหารปลาที่ทำจากข้าวโพดอบกรอบที่มีสีสันสวยงาม ประกอบกันเป็นรูปต่างๆ เช่น ช้าง หมีปลา ตุ๊กตาแบบต่างๆ หมูกระทะ หม้อชาบู ตะกร้าผลไม้ ครกพร้อมสาก เด็ดสุดก็จะเป็นรูปปลาช่อน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดีเมืองสิงห์ คือปลาช่อนแม่ลา แพรวมของดีเมืองสิงห์ ในนั้นประกอบด้วย กุนเชียง ซาลาเปา ปลาช่อน และตกแต่งเป็นตัวหนังสือว่า ของดีเมืองสิงห์

น.ส.นธัญธร กล่าวว่า ที่เลือกทำกระทงจากข้าวโพดอบกรอบมาขายหารายได้เสริมในช่วงเทศกาลลอยกระทงนี้เพราะว่า เมื่อคนซื้อเอาไปลอยในแม่น้ำแล้วกระทงแบบนี้สามารถเป็นอาหารให้ปลาทานได้ สามารถช่วยลดขยะในแม่น้ำ หากแต่มีเพียงธูปเทียนที่ย่อยสลายยาก แต่ก็กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ถ้าเป็นพวกพลาสติกหรือใบตองก็จะเกิดขยะได้ โดยหลายปีมานี้ขยะในประเทศไทยเราเยอะมากที่มาจากกระทง

น.ส.นธัญธร กล่าวต่อว่า หนูกับแม่จะไปเลือกซื้อข้าวโพดอบกรอบอาหารปลาก่อนเทศกาลลอยกระทงหลายเดือน เพราะราคาจะไม่สูงมาก และเลือกมาหลายๆ สีเพราะเด็กๆจะชอบ ส่วนขั้นตอนการทำก็นำข้าวโพดอบกรอบนี้ใช้น้ำแตะต่อกันประกอบเป็นรูปร่างต่างๆได้ ในการออกแบบแม่ของหนูจะเป็นคนออกแบบ คิดแบบที่คนอื่นไม่ค่อยทำ บางครั้งมีลูกค้าสั่งมา ว่าแบบนี้ทำได้ไหม ก็จะลองทำและเป็นที่พอใจของลูกค้า และมีลูกค้าประจำก็จะมารับไปขายอีกต่อหนึ่งอีก โดยขายมา 2 ปีแล้ว ปีนี้เป็นปีที่ 2 มีลูกค้าบอกต่อๆกัน จนปีนี้ออเดอร์ล้นมากจนทำแทบไม่ทัน

น.ส.ทักษิณา ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า สำหรับแบบที่ภูมิใจนำเสนอมากคือ แพรวมมิตรของดีเมืองสิงห์ ซึ่งในนั้นประกอบด้วย กุนเชียง ซาลาเปา ปลาช่อน และตกแต่งตัวหนังสือว่า ของดีเมืองสิงห์ และอีกแบบคือ ปลาช่อนแม่ลาที่เป็นสัญลักษณ์ของดีเมืองสิงห์บุรี สำหรับราคาของกระทงขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการทำ ตัวเล็กทำประมาณครึ่งชั่วโมง ถ้าอันใหญ่ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงเพราะรายละเอียดเยอะ การขายเริ่มต้นที่ 59 บาท และจะนำไปตั้งโต๊ะขายวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันลอยกระทง (19 พฤศจิกายน 2564) ตอนเช้าที่หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า (หน้าเขื่อน) และตอนเย็นขายที่บริเวณหน้าวัดสังฆราชาวาส อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ส่วนใครจะเลือกแบบกระทง สามารถเลือกได้ที่หน้า FB : Pom Anm ถ้าสนใจก็ทักมาทางกล่องข้อความ หรือสอบถามที่เบอร์โทร.094 565 2793

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวใหญ่อ่างทองแก้บนหัวหมู40หัวหลวงพ่อใหญ่ เชื่อช่วยให้รอดชีวิตจากโควิดลงปอด #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616724

สาวใหญ่อ่างทองแก้บนหัวหมู40หัวหลวงพ่อใหญ่ เชื่อช่วยให้รอดชีวิตจากโควิดลงปอด

วันศุกร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 09.39 น.

สาวใหญ่วัย 39 ปีเมืองอ่างทองแก้บนหัวหมู 40 หัวหลวงพ่อใหญ่ พระประธานในวิหาร วัดคลองห้วยโพธิ์ หลังรอดชีวิตจากอาการวิกฤติโควิดลงปิดต้องนอนในห้องไอซียูต้องใช้ท่อสวมเครื่องหายใจ สามีมาบนพ่อใหญ่ให้รอดปลอดภัย เผยตกกลางดึกนอนหลับฝันมีผู้ชายมาตะโกนที่เตียงเรียกเสียงดังสะดุ้งตื่นขึ้นมาจนมีอาการดีขึ้นหายป่วยออกจากโรงพยาบาล

วันที่ 19 พ.ย.64 ที่คลองห้วยโพธิ์ หมู่ 3 ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง นางธีรารัตน์ ปาระเมษสถิตย์ อายุ 39 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมือง พร้อมสามีได้นำหัวหมูจำนวน 40 หัวมาทำการแก้บนหลวงพ่อใหญ่ พระประธานในวิหาร วัดคลองห้วยโพธิ์ 

นางธีรารัตน์ เปิดเผยว่า ตนเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อใหญ่ที่ช่วยชีวิตให้รอดตายจากโควิด ในช่วงอาการวิกฤติ ซึ่งตนได้ป่วยติดเชื้อโควิดในช่วงเดือนสิงหาคม 2546 ที่ผ่านมาและเข้าขั้นอาการวิกฤติอยู่ในห้องไอซียูต้องใช้ท่อสวมเครื่องหายใจ และได้บอกกับทางนายเมธาสิทธิ์ ปาระเมษสถิตย์ อายุ 45 ปีสามีว่าหากในช่วงเช้าไม่โทรไปหาแสดงว่าได้จากไปแล้ว เนื่องจากตัวเองนั้นอาการทรุดหนักโควิดเข้ากินปอดต้องสวมท่อหายใจและนอนอยู่ร่วมกับผู้ที่อาการวิกฤตจำนวนหลายคนในห้องที่ทำการรักษา 

ทางสามีได้พึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อใหญ่ พระประธานในวิหาร วัดคลองห้วยโพธิ์ ที่ชาวบ้านให้ความนับถือเป็นที่พึ่งทางใจได้ทำการบนบานสานกล่าวเป็นหัวหมูจำนวน 40 หัว ขอให้ภรรยาหายจากอาการป่วยโดยเร็ววัน

นางธีรารัตน์ เล่าต่อว่า ในช่วงกลางดึกที่ตนหลับไปได้พบว่ามีผู้ชายมาตะโกนที่บริเวณเตียงตนอย่างดังให้ตื่นขึ้นมาตนก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาและมีอาการดีขึ้นหายป่วยอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าหลวงพ่อใหญ่ ที่ช่วยชีวิตให้รอดตายจากโควิด ในช่วงอาการวิกฤติ หายกลับมาใช้ชีวิตไดตามปกติและได้เดินทางมาทำการแก้บนหัวหมู 40 หัวที่วิหารหลวงพ่อใหญ่ หลังจากทำการแก้บนแล้วก็จะนำหัวหมูทั้งหมดไปตั้งโรงทานเลี้ยงชาวบ้านที่มาร่วมงานทอดกฐินวัดคลองห้วยโพธิ์ต่อไป   -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครีเอทเศษวัสดุเหลือใช้ ทำ’กระทง’กะลามะพร้าว ลอยสะเดาะเคราะห์ลดโลกร้อน #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616716

ครีเอทเศษวัสดุเหลือใช้ ทำ'กระทง'กะลามะพร้าว ลอยสะเดาะเคราะห์ลดโลกร้อน

วันศุกร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 08.45 น.

19 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าสามัคคีธรรม บ้านห้วยทรายคำ หมู่ 6 ต.นาแขม อ.เมืองเลย จ.เลย ดร. ณัณธิญาจ์ มังคละคีรีวัฒนธรรมจังหวัดเลย เป็นประธานการจัดงานลอยกระทง กะลามะพร้าวเศษวัสดุเหลือใช้ เป็นการนำเศษวัสดุเหลือใช้ ภายในชุมชนกะลามะพร้าว นำกลับมาใช้ มาร่วมกันทำในวัด เพื่อบูชาพระรัตนตรัยและช่วยลดโลกร้อน ที่ชาวบ้าน บ้านห้วยทรายคำ รวมตัวกันทำกว่า 3 ปีแล้ว

พระอธิการเอกสิทธิ์ กิตติคุตโต เจ้าอาวาสวัดป่าสามัคคีธรรม บ้านห้วยทรายคำ กล่าวว่า ความเป็นมากระทงกะลาลอยเคราะห์ ชาวบ้านรอบบริเวณวัดป่าสามัคคีธรรมที นำกะลามะพร้าวมาประกอบอาหารเตรียมงานวัด

จากนี้นชาวบ้านก็ไปเผาไฟ ทิ้งจึงเกิดความเสียดายจึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ว่าควรนำของวัสดุเหลือใช้ดูไร้ค่านั้นมาใช้ประโยชน์และเห็นเศษผึ้งที่วางกองอยู่ หลังจากที่แห่ต้นเทียนและต้นปราสาทผึ้งออกพรรษาแล้วจึงมีความคิดว่า จะทำกลีบบัวโดยใช้เศษผึ้งเหล่านี้ มาต้มให้ละลายแล้วนำมะละกอมาแกะสลักเป็นแม่พิมพ์กลีบบัว พร้อมกับนำกะลามะพร้าวที่เป็นขยะเหลือใช้มาตัดตกแต่งให้เป็นรูปร่างกระทง แล้วนำมาประกอบเป็นกระทงแล้วนำฝ้ายดิบมาปั่นเป็นไส้ลักษณะคล้ายกับตีนกามาใส่ในกระทง พร้อมกันนั้นก็ได้เพิ่มพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา เข้าไปด้วยมีการเจริญพระพุทธมนต์สวดสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา อายุก่อนนำกระทงดังกล่าวไปลอย โดยได้กำหนดให้กระทงหนึ่งอันแทนอายุ12 ปี จึงนำมาซึ่งกระทงกะลาลอยเคราะห์ที่ปรากฏอยู่วัดนี้

อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่บ้านผู้สูงอายุ ที่มาทำภารกิจที่วัดก็ได้มีกิจกรรมทำร่วมกันได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บุรีรัมย์อลังการ! งานลอยกระทงบารายศรัทธา สมมาสายน้ำ ที่ปราสาทเมืองต่ำ #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616713

บุรีรัมย์อลังการ! งานลอยกระทงบารายศรัทธา สมมาสายน้ำ ที่ปราสาทเมืองต่ำ

วันศุกร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 08.16 น.

จังหวัดบุรีรัมย์จัดงานงานเทศกาลลอยกระทง ผ่านพิธีกรรมและความเชื่อ “บารายศรัทธา สมมาสายน้ำ ปราสาทเมืองต่ำ น้อมนำบูชา” ที่ปราสาทเมืองต่ำ อำเภอประโคนชัย

19 พฤศจิกายน 2564 เมื่อ​ช่วง​ค่ำวันที่​ 18 พ.ย.64​ ที่ผ่านมา​ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดงานเทศกาลลอยกระทง “บารายศรัทธา สมมาสายน้ำ ปราสาทเมืองต่ำ น้อมนำบูชา” ที่บริเวณปราสาทเมืองต่ำ ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด อำเภอประโคนชัย และตำบลจระเข้มากจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมฟื้นฟู สืบสาน อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงานของไทย ผ่านพิธีกรรมความชื่อและความศรัทธา

โดยมีพิธีสมมาสายน้ำ สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 ทิศรอบปราสาทเมืองต่ำ ซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองบุรีรัมย์ สะท้อนถึงศรัทธาความเชื่อ ความเคารพสักการะของพี่น้องชาวไทย และคนพื้นถิ่นอีสาน ที่มีต่อสายน้ำอย่างไม่เสื่อมคลาย ทำให้ประเพณีการลอยกระทงได้รับการสืบสานจากรุ่นสู่รุ่นจวบจนปัจจุบัน ก่อนลอยกระทงที่บารายพันปี หรือทะเลเมืองต่ำ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมงานจำนวนมากผ่านการคัดกรองด้วยมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

สำหรับการจัดงาน “บารายศรัทธา สมมาสายน้ำ ปราสาทเมืองต่ำ น้อมนำบูชา” จัดขึ้นในวันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งมีพิธีสมมาน้ำ ทักษิณาวัตรเพื่อขอขมาสายน้ำทั้ง 4 ทิศรอบปราสาทเมืองต่ำ การแสดงแสง สี เสียง ชุด บารายศรัทธา สมมาสายน้ำ ปราสาทเมืองต่ำน้อมนำบูชา เดินเที่ยวชมตลาดอารยธรรมของโบราณ สตรีทฟู้ดเมืองต่ำ กิจกรรมลอยกระทง ณ บารายพันปี การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแสดงร้องเพลงไทยลูกทุ่ง  ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมงานได้อีก 1 วัน คือวันที่ 19 พ.ย.64

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปั้น‘เขาหลัก’สู่‘เซิร์ฟทาวน์’ ดันกีฬากระดานโต้คลื่น กระตุ้นท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616686

ปั้น‘เขาหลัก’สู่‘เซิร์ฟทาวน์’ ดันกีฬากระดานโต้คลื่น กระตุ้นท่องเที่ยว

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 20.21 น.

ปั้น‘เขาหลัก’สู่‘เซิร์ฟทาวน์’ ดันกีฬากระดานโต้คลื่น กระตุ้นท่องเที่ยว

18 พฤศจิกายน 2564 ที่โรงแรมอัปสรา บีชฟร้อนท์ แอนด์วิลล่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ว่าที่ร้อยเอกพงศ์ศักดิ์ เวทยาวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า ร่วมกับ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา ,การกีฬาแห่งประเทศไทย ,เทศบาลตำบลคึกคัก และชมรากีฬาโต้คลื่นจังหวัดพังงา แถลงเปิดการแข่งขันกีฬากระดานโต้คลื่นเขาหลัก ในวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2564 ก่อนมอบกระดานโต้คลื่นให้ตัวแทนกลุ่มเยาวชน

การจัดการแข่งขันครั้งนี้ ได้จัดขึ้นเพื่อเยาวชน และกลุ่มบีกินเนอร์ ภายใต้คำแนะนำด้านสาธารณะสุข และความปลอดภัย ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก ให้เป็นเมือง “เซิร์ฟทาวน์” เพื่อการท่องเที่ยว และเป็นเวทีให้เยาวชนที่ได้ฝึกฝนมาตลอดทั้งปี ได้แสดงศักยภาพของตัวเอง และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ผู้คนจากต่างถิ่นได้รู้จักเขาหลักมายิ่งขึ้น โดยคาดว่าในการแข่งขันครั้งนี้จะมีนักท่องเที่ยวและผู้ติดตามมากกว่า 400 ท่านเดินทางเข้ามาในแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้ภาคการท่องเที่ยวเขาหลัก และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้ชัดเจนมากขึ้น

ส่วนการแข่งขันในครั้งนี้ได้แบ่งออกเป็น 3 คือ รุ่นเยาวชนอายุต่ำกว่า 12 ปี รุ่นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี และรุ่น บีกินเนอร์ ซึ่งจะถือเป็นบันไดให้นักกีฬาได้ไต่ระดับไปสู่ทีมชาติในอนาคตต่อไป-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฟนคลับเกรียวกราว! ‘แทค ภรัณยู’ ประกาศเตรียมเปิดค่ายหนังโป๊ถูกกฎหมาย #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616679

แฟนคลับเกรียวกราว! 'แทค ภรัณยู' ประกาศเตรียมเปิดค่ายหนังโป๊ถูกกฎหมาย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.50 น.

ภายหลังจากที่มีการยื่นข้อเสนอให้หนังโป๊ถูกกฎหมาย ทำให้หลายๆคนสนใจเป็นอย่างมาก ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ 

จนล่าสุด หนุ่ม “แทค ภรัณยู” ดารา นักแสดง ได้ออกมาโพสต์ข้อความแจ้งข่าวบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Tack Pharunyoo” โดยระบุข้อความว่า “หนังโป็ ถูกกฎหมายกูเปิด ค่ายหนังเลย (แตกโปรดักชั่น) วอร์มข้อมือไว้เลย…(โลกสวยไปไกลๆ)”

งานนี้ทำเอาแฟนคลับแห่กดถูกใจ และเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ งั้นผมขอเปิดเป็นคลื่นวิทยุนะคับอาจารย์ (แตกเรดิโอว์)​ , รับผู้กำกับมั้ยคะ , รอครับ , สมัครค่ะ , สมัครตากล้องครับ , ตามเลยค่ะ , ขอเป็นพระเอกครับ , สวยมาก โลกสวยออกไป, พ่อเอาแล้ว, ชอบอ่ะ ตรงๆ ไม่โกหกดี, ประทับใจความเผ็ดและเด็ดนี้ เป็นต้น. -008 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก “Tack Pharunyoo”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขอให้มีอิทธิบาท ๔ แล้วความสำเร็จจะเป็นของทุกท่าน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616647

ขอให้มีอิทธิบาท ๔ แล้วความสำเร็จจะเป็นของทุกท่าน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.30 น.

จิตใจที่จะสามารถทำอะไร หรือสามารถบรรลุผลให้ประสบกับความสำเร็จ เป็นที่หนึ่งได้นั้น ต้องมีคุณธรรมอยู่ ๔ ประการด้วยกัน เรียกว่า อิทธิบาท ๔ ประกอบด้วย ๑. ฉันทะ คือ ความชอบใจ ความรัก ความพอใจในงาน ในสิ่งที่เราจะกระทำ ๒. วิริยะ คือความขยันหมั่นเพียร ความอุตสาหะพยามยาม กระทำงานของเราให้สมบูรณ์ ๓. จิตตะ แปลว่า ความจดจ่อ ใส่ใจ หรือความตั่งมั่นของจิตใจ คือการมีสมาธิในการทำงานนั้นๆ หรือทำสิ่งนั้นๆ ด้วยความจดจ่อ เอาใจใส่ และ ๔. วิมังสา คือ ความใคร่ครวญ การใช้เหตุผล ใช้สติ ใช้ปัญญา

ถ้ามีคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร กิจอันใดก็ตาม จะเป็นทางโลกก็ดี เช่น การแข่งขันกีฬา หรือว่าการประกอบอาชีพ ทำมาหากิน ทำมาค้าขาย หรือการเรียนหนังสือ อยากจะเรียนให้จบ ก็ต้องอาศัยคุณธรรมเหล่านี้ หรือในทางธรรม จะประพฤติปฏิบัติตน เพื่อให้บรรลุถึง มรรค ผล นิพพาน ได้นั้น ก็ต้องอาศัยอิทธิบาท ๔ นี้ คือต้องมี “ฉันทะ” คือ มีความรัก ความชอบ ในสิ่งที่เราปรารถนา “วิริยะ” มีความขยันเหมั่นเพียร ที่จะทำหน้าที่การงานของเราให้บรรลุล่วงไปได้ “จิตตะ” มีความตั้งมั่น อยู่ในการงานของเรา ไม่ปล่อยให้จิตใจของเราลอยไปลอยมา คิดจะทำแต่เรื่องโน้น เรื่องนี้ งานหลักที่ควรลงมือทำกลับไม่ทำ ถ้าไม่ทำแล้ว ก็จะไม่สามารถบรรลุถึงผลที่ปรารถนาได้ และ “วิมังสา” คือ ความเฉลียวฉลาด รู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่กำลังทำอยู่นั้น ถูกหรือผิดอย่างไร ถ้ามีคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรย่อมจะประสบความสำเร็จ 

เพราะอิทธิ…แปลว่าความยิ่งใหญ่ บาท..แปลว่าทางเดิน “อิทธิบาท” จึงแปลว่าทางเดินที่จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่นั่นเอง ถ้าเราปรารถนาจะประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการงานก็ดี การศึกษาก็ดี หรือกิจการงานใดๆ ก็ตาม เราต้องใช้ อิทธิบาท ๔ สิ่งแรก เราต้องถามตัวเองเสียก่อนว่าเราชอบอะไร เรารักอะไร เพราะว่าการที่เราจะไปทำอะไร ถ้าทำในสิ่งที่เราไม่ชอบเราไม่รักแล้ว บางทีมันจะทำให้เราไม่มีความยินดี ไม่มีความพออกพอใจ มันก็จะทำให้เราไม่มีความขยันหมั่นเพียรที่จะประกอบภารกิจการงานนั้นๆ  ดังนั้นให้เราถามตัวเองเสียก่อนว่าเราชอบอะไร บางคนชอบเล่นกีฬา บางคนอยากเป็นหมอ บางคนชอบเป็นพยาบาล บางคนชอบเป็นดารา นักร้อง นักแสดง หรือบางคนชอบเป็นนักเรียน อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องถามตัวเองดูเสียก่อน ให้เรามีความมั่นใจ ถ้าเรารู้แล้วว่าเราชอบอะไร เราจะมีความขยันหมั่นเพียร มันจะง่าย ถ้าเราไปเลือกทำในสิ่งที่เราไม่ชอบแล้วมันจะฝืนตัวเอง เมื่อฝืนตัวเองแล้วจะไปทำมันก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

บางครั้งพ่อแม่มีลูก อยากให้ลูกเป็นหมอ เป็นทนายความ เป็นครู แต่บางทีลูกกลับไม่ชอบเป็นครู ไม่ชอบเป็นหมอ หรือไม่ชอบเป็นทนายความ พ่อแม่ก็ไม่ควรไปบังคับลูก เพราะว่าถ้าไปบังคับลูกแล้วลูกไม่สามารถจะทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบได้ เพราะไปฝืนใจเขา ทำไปแล้วก็ไม่เกิดผลดีอะไร ควรเปิดโอกาสให้ลูกเลือกทำในสิ่งที่เขาชอบ เพราะว่าสิ่งที่เขาชอบ ทำไปแล้วมันง่ายมันสนุก แล้วเขาจะมีความพากเพียร มีความขยัน มีความตั้งอกตั้งใจ และจะพยายามทำในสิ่งนั้นๆ จนประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ 

ยกเว้นสิ่งที่เขาชอบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร เช่น เขาชอบอาชีพการทำงาน เปิดบาร์ เปิดผับ เปิดโรงเหล้า โรงยา อย่างนี้เป็นต้น ถือว่าเป็นอาชีพที่ไม่เหมาะสม เป็นอบายมุข ไม่ควรกระท เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องห้ามลูก ไม่ควรส่งเสริม เพราะทำไปแล้วจะมีแต่ความเสื่อมเสียตามมา มีแต่ความวุ่นวาย มีแต่เรื่องราวต่างๆ อันนี้ พ่อแม่ต้องบอกเขาสอนเขา ให้เขาเปลี่ยนใจให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำอาชีพที่สุจริตเป็นสัมมาอาชีวะ พ่อแม่ควรส่งเสริมลูกให้ไปในทิศทางนี้ นี่คือเรื่องของ “ฉันทะ” ความชอบใจ ความพอใจ ถ้าคนเรานั้น ได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบแล้ว เวลาจะทำอะไรก็ง่าย ความขยันหมั่นเพียรก็จะตามมา เป็นเหตุที่จะทำให้ประสบกับความสำเร็จในที่สุด

เหตุปัจจัยที่ ๒ ก็คือ “วิริยะ” ความขยันหมั่นเพียร ถ้าเราชอบอะไรแล้วไม่ต้องมีคนบอก ไม่ต้องมีคนใช้ ถึงเวลาเราก็จะทำเองเลย เพราะเราชอบ จิตใจจะอยู่กับสิ่งนั้นๆ การกระทำจะเป็นไปได้อย่างดี ผลต่างๆ ที่ปรารถนาก็จะตามมา เช่น ถ้าอยากจะได้ปริญญาตรี โท เอก ก็ต้องชอบเรียนหนังสือ ถ้าชอบแล้วก็จะขยันเรียนหนังสือขยันเข้าห้องเรียน ขยันฟังอาจารย์ ขยันดูหนังสือ ขยันทำการบ้าน อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเราขยันแล้วผลที่ปรารถนาก็จะต้องตามมาอย่างแน่นอน เพราะว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น นั่นเอง ตรงข้ามกับคนที่มีแต่ความเกียจคร้าน ถึงแม้จะไปโรงเรียน ก็ไม่ชอบเรียน เวลาเรียนก็ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ตั้งใจฟัง การบ้านก็ไม่ทำ หนังสือก็ไม่อ่าน อย่างนี้ยากที่จะเรียนจบได้ หรือเรียนได้ก็ไม่ดี เพราะขาดวิริยะ ความขยันหมั่นเพียร นั่นเอง ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ว่าจะทำธุรกิจการงานอะไรก็ตาม ทางโลกหรือทางธรรม เราต้องมีวิริยะ  ความขยันหมั่นเพียร

เหตุปัจจัยที่ ๓ คือ “จิตตะ” แปลว่าความใส่ใจ ความจดจ่อ ทำใจให้อยู่กับหน้าที่การงาน ไม่เถลไถลนั่นเอง ทำแต่หน้าที่ของเราอย่างเดียว เวลาทำงาน ก็ต้องทำอย่างเต็มที่ไม่เถลไถลไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บ้าง นั่งกินกาแฟบ้าง คุยกับคนโน้น คุยกับคนนี้ ผลงานก็ไม่มี ต่อไปบริษัทก็เจ๊ง ก็ต้องตกงาน ต้องออกจากงาน ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทก็ต้องลำบาก ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีจิตตะความใส่ใจ มีความจดจ่อ มีสมาธิความแน่วแน่กับการทำงาน จะไม่เกียจคร้าน ไม่หนีเที่ยว ไม่เถลไถลไปไหน ผลงานก็จะเกิดขึ้น มีรายได้มีความเจริญรุ่งเรือง ประสบกับความสำเร็จในชีวิต

เหตุปัจจัยที่ ๔ คือ “วิมังสา” การใคร่ครวญ การใช้สติปัญญา รู้จักคิด รู้จักอ่าน ว่าสิ่งที่ทำไปนั้น ถูกหรือผิดอย่างไร ถ้าสิ่งที่ทำไปได้ผลดี ก็ควรจะทำให้มากขึ้น ถ้าสิ่งไหนผิดก็ควรจะแก้ไข อย่างเช่นการค้าขาย บางทีอาจจะขายไม่ได้ ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าทำไมของถึงขายไม่ออก เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะของไม่ดีไม่มีคุณภาพหรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ควรพัฒนาคุณภาพ พัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น หรือถ้าสินค้าดีมีคุณภาพ แต่ไม่มีใครซื้อ ก็ต้องเปลี่ยนสินค้าใหม่ เรียกว่าใช้วิมังสา ใช้สติ ใช้ปัญญา ใช้ความฉลาดนั่นเอง คือ ต้องรู้จักคิด ไม่ใช่ทำแบบ หลับหูหลับตา ไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก ไม่ใช้สติไม่ใช้ปัญญา ผลที่จะเกิดตามมาจะไม่ดีอย่างที่อยากจะให้เป็น แต่ถ้าใช้สติปัญญา รู้จักเลือก รู้ว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ มันก็จะนำไปสู่ผล คือความสำเร็จนั่นเอง

ถ้าพวกเราทุกคนปรารถนาที่จะประสบกับความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในหน้าที่การงาน การเรียน การกีฬา การกระทำอะไรต่างๆ ขอให้ใช้คุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้คือ  ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา คือ ๑. ต้องมีความรักความชอบใจในสิ่งที่ทำ ๒. ต้องมีความขยัน  ๓. ต้องมีความจดจ่อ มีความใส่ใจ จิตใจต้องมีสมาธิ ไม่เถลไถลไปทำอย่างอื่น และ ๔. ต้องมีความฉลาด ถ้าไม่รู้ ก็ต้องไปศึกษาจากผู้รู้ หรือหาหนังสือมาอ่าน หรือจ้างผู้ที่มีความรู้ มาเป็นที่ปรึกษา อย่างนี้เป็นต้น แล้วเราก็จะมีความรู้ มีสติปัญญา สามารถที่จะดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทางที่เราปรารถนาได้ ไปสู่ความสำเร็จ ไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้

ขอฝากคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ให้กับญาติโยมนำไปพินิจพิจารณา ถ้าปรารถนาความสำเร็จในชีวิต ก็ขอให้มี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา หรือ อิทธิบาท ๔ แล้วความสำเร็จจะเป็นของทุกท่านอย่างแน่นอน

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนึ่งเดียวในอ่างทอง ลอยกระทงในวิหาร ‘วัดคลองห้วยโพธิ์’ จัดเป็นปีที่ 7 #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616666

หนึ่งเดียวในอ่างทอง ลอยกระทงในวิหาร 'วัดคลองห้วยโพธิ์' จัดเป็นปีที่ 7

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.33 น.

วัดคลองห้วยโพธิ์ จัดงานประเพณี “ลอยกระทงในวิหาร” หนึ่งเดียวในจังหวัดอ่างทอง  ติดต่อกันเป็นปีที่ 7 หลังจากพื้นที่ประสบภัยแล้ง ปีนี้จัดพร้อมกับงานกฐิน  เริ่มตั้งแต่เช้ายันค่ำ

18 พ.ย.64 ที่วัดคลองห้วยโพธิ์ หมู่ 3 ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมือง จ.อ่างทอง พระครูปลัดสุรินทร์ อภิยาโน เจ้าอาวาสวัดคลองห้วยโพธิ์ ได้จัดงานประเพณีลอยกระทงในวิหารวัดคลองห้วยโพธิ์ ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 7  โดยในปีนี้จัดพร้อมกับงานทอดกฐิน ร่วมงานลอยกระทงภายในวิหารหนึ่งเดียวของ จังหวัดอ่างทอง  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาประเพณีวัฒนธรรมสืบและการท่องเที่ยว โดยให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้มาลอยกระทงไหว้พระขอพรกันตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงช่วงค่ำ

พระครูปลัดสุรินทร์ กล่าวว่า หลังจากเกิดภัยแล้งเมื่อปี พ.ศ. 2557 ทำให้ในลำคลองห้วยโพธิ์แห้งขอด ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีสถานที่ลอยกระทง ทางวัดคลองห้วยโพธิ์ จึงได้ปรึกษากับทางญาติโยม ในการใช้พื้นที่ด้านในวิหาร ที่มีสองชั้นโดยชั้นล่างต่ำกว่าชั้นบน 30 เซนติเมตร และกว้าง 1 เมตร เมื่อเติมน้ำเข้ามาในบริเวณวิหาร ก็คล้ายกับเป็นลำคลองใช้สำหรับการลอยกระทง ขอขมาพระแม่คงคา ไหว้พระขอพร  “จัดกันมาเป็นประเพณีเป็นปีที่ 7 แล้ว และในปีนี้จัดพร้อมกับงานทอดกฐินของทางวัด โดยให้ทางญาติโยมที่มาร่วมงานกฐิน ได้ลอยกระทงกันตั้งแต่เช้า เพื่อรักษาประเพณี และส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย” พระครูปลัดสุรินทร์ กล่าว.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวปัตตานีร่ำไห้ ‘กำแพงวังเก่าจะบังติกอ’ ถูกทุบทิ้ง จนท.แจงทรุดโทรมต้องบูรณะใหม่ #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616622

ชาวปัตตานีร่ำไห้ 'กำแพงวังเก่าจะบังติกอ' ถูกทุบทิ้ง จนท.แจงทรุดโทรมต้องบูรณะใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.46 น.

ภายหลังจากโลกโซเซียลได้มีการเผยแพร่การภาพการตุบรื้อกำแพงวังเก่าจะบังติกอ ซึ่งเป็นวังโบราณของเจ้าเมืองปัตตานี ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำปัตตานีตรงสามแยกจะบังติกอบนเส้นทางถนนหน้าวัง ซึ่งเป็นถนนลาดยางเลียบแม่น้ำปัตตานีถนนนี้เชื่อมระหว่างตัวเมือง ซึ่งตั้งต้นจากที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์ปัตตานี เลียบแม่น้ำปัตตานีไปต่อกับถนนยะรัง เป็นเส้นทางรถยนต์เชื่อมระหว่างปัตตานีกับ จ.ยะลา 

ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากวังจะบังติกอได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนเชื้อสายมาลายูปาตานี และของพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นสัญลักษณ์ชิ้นสุดท้ายที่บงบอกถึงยุคสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบบกษัตริย์หัวเมืองมาลายูก่อนที่จะถูกยุบปกครองเป็นรูปแบบมณฑลเทศาภิบาล แล้วมาเป็นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จนตราบทุกวันนี้

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่าในราชสมัยสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2445 พระยาแขกเจ้าเมือง ตานี ยะหริ่ง สายบุรี ระแงะ รามันห์ ยะลา และหนองจิก คบคิดขบถรัฐบาลต้องใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามจนระงับเหตุได้ ต่อมาจึงได้มีการยกเลิกระบบกินเมืองและตั้งมณฑลเทศาภิบาลซึ่งเป็นการดึงอำนาจของหัวเมืองต่าง ๆ เข้าสู่ศูนย์กลาง จัดตั้งมณฑลปัตตานีเมื่อ พ.ศ. 2449 มีเมืองใหญ่น้อยรวมกัน 7 เมือง คือ ปัตตานี ยะลา ยะหริ่ง ระแงะ รามัน สายบุรี และหนองจิก โดยแต่งตั้งให้พระยาศักดิ์เสนี (หนา) ดำรงตำแหน่งเป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลปัตตานี

หลังจากจัดตั้งเป็นมณฑลปัตตานีโดยสมบูรณ์ ได้ยุบหัวเมืองทั้ง 7 เหลือเพียง 4 เมือง คือยุบเมืองหนองจิกและยะหริ่ง เข้ากับเมืองปัตตานี ยุบรวมเมืองรามันเข้ากับยะละรวมเรียกยะลา ส่วนระแงะกับสายบุรี คงไว้เช่นเดิม กระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับนโยบายยกเลิกระบบเจ้าเมือง โดยอาศัยช่วงที่เจ้าเมืองคนใดคนหนึ่งถึงแก่อสัญกรรมแล้วไม่แต่งตั้งคนใหม่ทดแทน แต่มีการโยกย้ายยุบรวมตามความเหมาะสม ต่อมายุบเมืองระแงะเข้ากับบางนรา แล้วเปลี่ยนชื่อบางนราเป็นเมืองนราธิวาส เมื่อ พ.ศ 2458 ปีต่อมา พ.ศ. 2459 โปรดให้เรียกทุกเมืองที่เหลืออยู่เป็นจังหวัด มณฑลปัตตานีตอนนั้นจึงประกอบด้วย 4 จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสายบุรี จนกระทั่งปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2474 เมื่อมีการประกาศยุบเลิกมณฑลปัตตานี ได้ลดฐานะจังหวัดสายบุรีเป็นอำเภอตะลุบัน

มณฑลปัตตานีแตกต่างจากมณฑลทั่วไป คือ ประกอบด้วยราษฎรหลากหลายเชื้อชาติ ภาษา ขนบธรรมเนียมและศาสนา จึงมีการผ่อนผันเป็นพิเศษให้สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่น เช่น ผ่อนผันให้เกณฑ์ชายฉกรรจ์เป็นตำรวจภูธรแทนการเกณฑ์เป็นทหาร เนื่องจากชาวมุสลิมไม่พอใจในการเกณฑ์เป็นทหาร ได้มีการจัดตั้งศาลเป็น 2 ศาล คือ ศาลทั่วไปและศาลสำหรับการพิจารณาคดีศาสนาอิสลาม รัฐบาลยังประกาศยกเว้นการเก็บภาษีบางอย่าง เช่น ภาษีค่านา ค่าราชการ และสรรพภาษีภายใน พ.ศ. 2474 มณฑลปัตตานีได้รวมเข้ากับมณฑลนครศรีธรรมราช

ดังนั้นวังจะบังติกอจึงเต็มไปด้วยความทรงจำของคนมาลายูปาตานี ทั้งในแง่ดีและในแง่ของการสูญเสีย แม้จะเป็นเรื่องในอดีตของการเปลี่ยนแปลนการปกครองบ้านเมืองในดินแดนแห่งนี้ ทำให้ความผูกพันธ์สายสัมพันธ์ของวังจะบังติกอแยกจากคนมาลายูปาตานีและคนเชื้อสายมาลายูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้อย่างสิ้นเชิง แม้ปัจจุบันยังคงเหลือแค่สิ่งปรักหักพัง มีเพียงกำแพงวัง ประตูวังในสภาพทรุดโทรมตามกาลเวลาแล้วก็ตาม

ดังนั้นการทุบรื้อถอนกำแพงวังด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม โดยไม่บอกแจ้งล่วงหน้าจะถูกวิพากษ์อย่างหนักจากสังคมชาวมาลายูปาตานีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นการตอบย้ำถึงการรังแกและกดขี่ที่อาจไม่สามารถห้ามความรู้สึกเหล่านั้นได้เลย ดังนั้นรัฐต้องรีบเข้ามาดำเนินการแก้ไขให้กลับสู้สภาพเดิมโดยเร็ว เพราะมันเป็นมูลค่าทางโบราณคดี เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่เป็นสตอรี่ของชายแดนภาคใต้

ล่าสุดอัสรี สุทธิศาสตร์สกุล กรรมการมัสยิดรายอจะบังติกอ พร้อมด้วย ผศ.ดรงพรประวีณ์ พุ่มเกิด ผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี นายอุดมศักดิ์ สาริฝีน นายช่างโยธาปฏิบัตทำงาน สำนักศิลปากร ที่11 เข้าพบนายรอซีดี แวดอเลาะ ที่บ้านเลขที่ 34 ตั้งภายในรั้ววังในฐานะผู้ดูแลและครอบครองพื้นที่วังแห่งนี้ เพื่อสอบถามหารือถึงสาเหตุของรื้อกำแพงวังในครั้งนี้เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไข โดยนายรอซีดี แวดอเลาะ ในฐานะคนที่ครอบครองพื้นที่วังแห่งนี้ได้ยินยันหนักแน่นว่ารื้อเพื่อบูรณะซ่อมแซมให้กลับมาใหม่อีกครั้ง ไม่ทุบทำลายตามที่การปรากฏในสังคมโซเซียลแต่อย่างใด เนื่องจากกำแพงวังดังกล่าวมีสภาพทรุดโทรมอย่างหนักถ้าไม่ทุบรื้อถอนอาจจะพังได้ในระยะ 3-4 วันก็เป็นได้ จึงได้รีบแก้ไขสถานการณ์จึงหาช่างมารื้อเพื่อสร้างใหม่ถามสภาพที่เห็น

ด้านคณะฯที่ร่วมกันหารือก็ได้พูดถึงว่าทำไมถึงไม่บอกกล่าวหรือแจ้งปัญหาให้ทราบก่อนที่จะมีการทุบทิ้งเพราะยังพอมีแนวทางการแก้ไข ได้อยู่ตามหลักวิชาการการดูแลของช่างโยธาโบราณสถาน แต่เมื่อมีความตั้งใจที่รื้อเอบูรณะซ่อมแซม ก็ต้องดำเนินการซ่อมแซมให้กลับมาให้เหมือนมากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องวัสดุการก่อสร้างต้องให้เหมือนเดิมเช่นต้องใช้ปูนขาวหมักเหมือนเดิมเพราะมีสภาพระบายความชื่นได้ดีกว่าปูนซิเมนตร์ทั่วไป จึงมีข้อตกลงร่วมกันว่าทางฝ่ายสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา โดยช่างโยธาฯจะเข้ามาควบคุมงานบูรณะกำแพงวังเพื่อให้เป็นไปคามหลักวิชาการโบราณคดี ทางนายรอซีดี ดอเลาะ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ โดยจะมีทางสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนาฯอาจร่วมสมทบอีกทางหนึ่ง

หลังจากยุติในเรื่องการรื้อนายรอซัดี แวดอเลาะ ได้นำคณะลงไปดูสภาพกำแพงวังที่ช่างกำลังดำเนินการรื้อถอน เพื่อแนะนำแนวทางที่จะมีการดำเนินการบูรณะให้เป็นตามวิชาโบราณคดี ทั้งนี้เพื่อให้กำแพงกลับมาเหมือนเดิมมากที่สุดภายหลังจากการบูรณะซ่อมแซมใหม่ในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัจจุบันวังเก่าจะบังตีฆอแห่งนี้กลายเป็นสตอรี่เป็นแหล่งมาร์ชของปัตตานีที่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่มาปัตตานีจะต้องแวะชมวังเก่าแห่งนี้ จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประวัติความเป็นมาของชุมชน วังเก่าจะบังติกอ เป็นวังโบราณของเจ้าเมืองปัตตานี ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำปัตตานีตรงสามแยกจะบังติกอบนเส้นทางถนนหน้าวัง ซึ่งเป็นถนนลาดยางเลียบแม่น้ำปัตตานีถนนนี้เชื่อมระหว่างตัวเมือง ซึ่งตั้งต้นจากที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์ปัตตานี เลียบแม่น้ำปัตตานีไปต่อกับถนนยะรัง เป็นเส้นทางรถยนต์เชื่อมระหว่างปัตตานีกับจังหวัดยะลา

เจ้าเมืองปัตตานีราชวงค์กลันตันจะบังติกอที่ปกครองเมืองปัตตานีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2388-2449 มีทั้งหมด  5 พระองค์ 1. ตนกูบือซา หรือ ตนกูมูฮัมหมัด 2. ตนกูปูเต๊ะ 3. ตนกูตีมุง หรือ รายอโต๊ะเยาะห์ 4. ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน ไม่ได้ประทับในวังจะบังติกอ แต่ได้สร้างวังใหม่ทางทิศตะวันออกของวังเก่าติดกับมัสยิดรายอจะบังติกอปัจจุบัน 5. ตนกูอับดุลกอเดร์ กามารุดดิน ได้ประทับที่วังใหม่จะบังติกอ ซึ่งเป็นวังของบิดาเป็นผู้สร้างแต่ปัจจุบันกลายเป็นที่รกร้างและเป็นเชื้อสายราชวงศ์กลันตันองค์สุดท้ายที่ปกครองเมืองปัตตานี

สถานที่ฝั่งศพของเจ้าเมืองทั้ง 5 พระองค์ 1. ตนกูบือซาหรือตนกูมูฮำหมัด ศพของพระองค์ไปฝังไว้ ณ สุสานตันหยงดาโต๊ะ  (แหลมโพธิ์ ) 2. ตนกูปูเต๊ะ ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ เมืองกลันตัน ประเทศมาเลเซียปัจจุบัน 3. ตนกูตีมุงหรือรายอโต๊ะเยาห์ ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ สุสานกูโบร์โต๊ะเยาะห์ ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัปัตตานี 4. ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ กูโบร์โต๊ะเยาะห์ ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 5. ตนกูอับดุลกอเดร์ กามารุดดิน ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ เมืองกลันตัน ประเทศมาเลเซียปัจจุบัน

วังจะบังติกอ ตั้งอยู่ที่ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี สร้างโดยสถาปนิกชาวจีนในสมัยตนกูมูฮัมหมัดหรือตนกูบือซา พ.ศ. 2388-2399 เชื้อสายราชวงศ์กลันตัน    ( กำปงลาว์หรือบ้านทะเล)ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองปัตตานี ตัววังล้อมด้วยกำแพงทึบก่ออิฐถือปูน รูปทรงของวังเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดใหญ่ หลังคาทรงปั้นหยา หรือแบบลีมะ ตัวอาคารเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายกพื้นสูง 1 เมตร สร้างด้วยไม้ ภายในอาคารมีห้องโถงขนาดใหญ่ใช้เป็นที่ทำงานของเจ้าเมือง ส่วนด้านหลังของห้องโถงจะเป็นที่อยู่อาศัยของภรรยาและบริวาร วังจะบังติกอได้ใช้เป็นศูนย์กลางการปกครองในท้องถิ่นและเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าเมืองปัตตานี จนกระทั่งถึงสมัยตนกูอับดุลกอร์เดร์ เจ้าเมืองคนสุดท้าย ได้มีการยุบเมืองรวมเป็นมณฑลปัตตานี ทำให้วังซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองก็เปลี่ยนสภาพไปกลายเป็นเพียงที่อยู่อาศัยของบุตรหลานสืบต่อมาถึงปัจจุบัน จนกระทั่งล่าสุดวังเก่าแห่งนี้ครอบครัวของนายนายสุรียะ  แวดอเลาะ หรือครูซูยี เข้ามาครอบครองมาหลายสิบปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้กำลังป่วยไม่สบายเป็นคนไข้ติดเตียงมาระยะหนึ่งแล้ว โดยปกติแล้วเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางชมวังเก่าครูซูยี จะคอยทำหน้าที่บรรยายถึงสตอรี่ของวังเก่าแห่งนี้เป็นประจำ จึงทำให้ขณะนี้นายรอซีดี แวดอเลาะ ในฐานะน้องชายต้องมารับผิดชอบแทนเกือบทั้งหมด. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รอชมเลย! ‘โจโฉ’ รับคำท้านักเขียนชื่อดัง อยู่ป่าวันละ 5 พัน กับมีดเล่มเดียว #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616557

รอชมเลย! ‘โจโฉ’ รับคำท้านักเขียนชื่อดัง อยู่ป่าวันละ 5 พัน กับมีดเล่มเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.47 น.

รอชมเลย! ‘โจโฉ’ ยูทูบเบอร์ช่องดัง รับคำท้านักเขียนชื่อดัง ‘คมฉาน ตะวันฉาย’ อยู่ป่าวันละ 5,000 บาท กับมีดเล่มเดียว ลั่นอย่ากลับคำ เตรียมนำเงินที่ได้ไปทำบุญ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล หลังจากที่ชาวเน็ตรายหนึ่งเข้าไปคอมเมนต์ในช่องของ “โจโฉ” ยูทูบเบอร์ช่องดัง ที่เผยแพร่เรื่องราวชีวิตตัวเองในการใช้ชีวิตในป่า การเอาชีวิตรอดในป่า ว่า “โจโฉ” เข้าไปในป่า เพื่อหลอกตาคนดูจริงหรือไม่ ทำไมเข้าไปใช้ชีวิตในป่า 3 วัน 2 คืน ถึงไม่มีสภาพอิดโรย ทั้งที่พกอาหารและน้ำไปเพียงเล็กน้อย

ต่อมาเรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อเจ้าของช่อง “โจโฉ” ออกมาตอบข้อความดังกล่าว ว่าการเข้าไปในป่าของตนนั้นเข้าไป เพื่อเป็นการสาธิตการในการใช้ชีวิตในป่า

และประกาศท้า ชาวเน็ตคนดังกล่าวที่เข้าไปแสดงความคิดเห็น ว่ากล้าวางเงิน 10 ล้านหรือไม่ โดยระบุข้อความบางส่วนว่า “ถ้าคุณกล้าบอกว่าผมหลอกคนดูของผม คุณกล้าวางเงิน 10 ล้านไหมครับ ไม่ต้องว่า 3 วันหรอก ผมจะอยู่ 10 วันให้คุณดู”

แต่เรื่องราวดราม่าครั้งนี้ ยังมีต่อ เมื่อ “พรรณชัย คงสนิท” นักเขียนชื่อดัง หรือที่หลายคนคุ้นหูในนามปากกาว่า “คมฉาน ตะวันฉาย” ได้ออกมาท้าทาย “โจโฉ” โดยระบุว่า “ผมท้าโจโฉดีกว่า ไม่ต้องถึง 10 ล้านหรอก ผมเอาวันละ 5000 พอ จะให้นอนในป่ากี่คืนบอกมา ขอมีดอย่างเดียว..ติดต่อขออนุญาต จนท.ที่ดูแลพื้นที่ป่าให้เรียบร้อย…ผมจะเอาเงินซื้อเครื่องฟอกไตให้ รพ…บอกวันมาได้เลย…ทำคลิปมานั่น .มันไม่ได้เก่งกาจหรือวิเศษวิโสอะไรเลย..คนเที่ยวป่าเขาก็ทำได้หมด..แล้วไม่ใช่ผมคนเดียวที่อยากรับคำท้า..คนเที่ยวป่าจริงๆ เขาก็คงอยากท้าโจโฉเหมือนกัน ..เพราะที่โจโฉมาอวดนึ่น..เขาทำกันได้หมด ที่โจโฉมาทำคลิปนั่น..บางเทปคนเที่ยวป่าเขายังขำเลย”

และล่าสุด “โจโฉ” ได้ออกมารับคำท้า “คมฉาน ตะวันฉาย” ที่ระบุว่า จะให้เงินวันละ 5 พัน หากใช้ชีวิตอยู่ในป่ากี่คืนก็ได้แต่ต้องอยู่ในนั้นเพียงมีดเล่มเดียว โดยระบุข้อความว่า “ผมขอรับคำท้าครับ..!!คุณ พรรณชัย คงสนิทนามปากกา คมฉาน ตะวันฉาย นักเขียนชื่อดังเกี่ยวกับธรรมชาติ หนังสือเลื่องชื่อ ไปตามฝันคนรักป่า ตะกอนป่า หรรษาประดาน้ำ แบกเป้ไปเก็บดาว และคอลัมนิสต์อีกมากมาย ก่อนอื่นผมต้องกราบขออภัยที่เเสดงกิริยามารยาทไม่ดีต่อโพสต์สาธารณะที่อาจารย์ได้เขียนไปบนหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว และผมขอยืนยันจุดยืนว่าผมเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่อยากพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมจากใจจริงเช่นท่าน

และหัวใจหลักของโพสต์นี้ ประเด็นที่สำคัญที่สุดอาจารย์ท้าผมและทุกๆ คนว่า อาจารย์ขอวันละ 5000 กี่วันก็ได้ โดยใช้มีดเพียงเล่มเดียว และจะนำเงินทั้งหมดไปซื้อเครื่องฟอกไตให้โรงพยาบาล ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อส่วนรวม ผมจึงขอรับคำท้าครับ และขอพี่น้องเพื่อนฝูงที่มีจิตที่เป็นกุศลร่วมด้วยช่วยกันทำบุญใหญ่ก่อนสิ้นปีในครั้งนี้ร่วมกัน

หวังว่าท่านจะไม่กลับคำพูดของตนเอง โดยส่วนตัวผมคิดยอดเงินในใจไว้แล้วครับ และจะมีพี่น้องเพื่อนฝูงสมทบมาอีก หากท่านอาจารย์ รับคำท้า โปรดคอมเม้นท์กลับมาในเพจ ผมจะเริ่มสบทบทุนทันที แต่ถ้าหากเกิน 1 สัปดาห์ ผมก็จะถือว่างานนี้อาจารย์แค่พูดเล่นและจบเรื่องกันไป และต้องขออภัยเพื่อนฝูงพี่ๆ น้องๆ ทุกๆ คนที่เสียเวลาอันมีค่าของทุกคนมาอ่านโพสต์นี้ด้วย ด้วยความเคารพอย่างสูง โจโฉ”.-008

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก Komchan Kok, Jocho Sippawat

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,308,935 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Born to be King
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
Helping Phuket youngsters establish a career
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
'น้องน้ำใส'เด็ก-เยาวชนดีเด่นปี59
เปิดตัวระบบแผนที่‘Agri-Map Online’ บริการเชิงรุกผ่านอินเตอร์เนต เผยแพร่ข้อมูลพื้นฐานเกษตร
ตระกูลคล้ายมนต์

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d