Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

จีนเทาลามไทยเทา ระบบทุจริต เคลียร์ จับรีดแล้วปล่อย เริ่มเปิดเผย

Posted on January 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704724

จีนเทาลามไทยเทา ระบบทุจริต เคลียร์ จับรีดแล้วปล่อย เริ่มเปิดเผย

จีนเทาลามไทยเทา ระบบทุจริต เคลียร์ จับรีดแล้วปล่อย เริ่มเปิดเผย

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 21.12 น.

จีนเทาลามไทยเทา ระบบทุจริต เคลียร์ จับรีดแล้วปล่อย เริ่มเปิดเผย

16 มกราคม 2566 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” มีเนื้อหาดังนี้…

จีนเทาลามไทยเทา

หลังแฉเรื่องจีนเทามาหลายเดือน สงครามฝั่งจีนเทาเริ่มสงบ

แต่สงครามไทยเทาเริ่มเปิดเผย

ทั้งนี้ เพราะระบบทุจริต เคลียร์ จับรีดแล้วปล่อย กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของหน่วยงานความยุติธรรมเบื้องต้น

เราต้องกล้าพูดเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตัว

เงินทองของนอกกาย ใครมีลูกน้องก็ไถไป

แต่ผมไม่มีลูกน้อง มาคนเดียว ไปคนเดียว

เดี๋ยวนี้ พวกหิวแสงเยอะ แล้วก็หิวเงินด้วยครับ

-005

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FChuvitKamolvisit%2Fposts%2Fpfbid023avJa7z6rRsuNmRV13APfzmUiBhADRr1g9Ae37Nmsc5izp4k518yBNaUe89YpW1ml&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อย่าหาทำ!สามีน้อยใจ จัดฉากใช้มีดปาดคอหลอกภรรยา กู้ภัยช่วยเหลือวุ่น

Posted on January 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704720

อย่าหาทำ!สามีน้อยใจ จัดฉากใช้มีดปาดคอหลอกภรรยา กู้ภัยช่วยเหลือวุ่น

อย่าหาทำ!สามีน้อยใจ จัดฉากใช้มีดปาดคอหลอกภรรยา กู้ภัยช่วยเหลือวุ่น

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.54 น.

อย่าหาทำ!สามีน้อยใจ จัดฉากใช้มีดปาดคอหลอกภรรยา กู้ภัยช่วยเหลือวุ่น

16 มกราคม 2566 ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา รับแจ้งจาก น.ส.ปลา (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี แม่ค้าขายผลไม้ ย่านตลาดสดนาเกลือ ว่า สามีของเธอให้ส่งภาพถ่ายกำลังใช้มีดปาดคอตัวเอง และขังตัวเองไว้ในห้องแถวในพื้นที่หมู่ 2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงประสานไปยัง สภ.บางละมุง และส่งทีมหน่วยกู้ชีพ รถอุปกรณ์ตัดถ่างกว่า 10 นาย ไปทำการช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงปรากฏว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น มีเพียงนายวัชระ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี เดินออกมายอมรับว่าเป็นบุคคลในภาพถ่ายใช้มีดจี้คอตัวเอง และส่งไปให้ลูกชาย เพื่อต้องการให้ภรรยาและลูกชายกลับมาหา โดยตนเพิ่งเดินทางมาจาก จ.ชุมพร มาหาลูกและภรรยา เพื่อปรับความเข้าใจและปัญหาภายในครอบครัว แต่มาถึงลูกและภรรยาไม่อยู่ห้อง อีกทั้งยังโดนฝ่ายภรรยาบอกว่าจะไม่กลับมาหา ด้วยความน้อยใจ จึงเอามีดแล้วใช้ซีอิ๊วทาบริเวณปลายมีด ให้คล้ายกับสีเลือด จากนั้นนำมาจี้คอตัวเอง ทำทีว่าปาดคอตัวเอง แล้วส่งไปให้ลูกชายดูหวังว่าลูกกับภรรยาจะกลับมาหา แต่ไม่คิดว่าภาพถ่ายจะถูกส่งไปยังกู้ภัยและตำรวจ จนมีการนำกำลังมาช่วยเหลือดังกล่าว พร้อมทั้งยกมือไหว้ขอโทษเจ้าหน้าที่ที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.ปลา ทางโทรศัพท์ โดยได้รับการเปิดเผยว่าตนและสามีแยกย้ายกันอยู่ได้สักระยะหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมามีปากเสียงกับสามีมาตลอด เวลาอยู่ด้วยกันก็ชอบหาเรื่องทะเลาะ โดยก่อนเกิดเหตุสามีแจ้งว่าได้ขึ้นมาหาตนและลูกที่พัทยา แต่พอมาถึงไม่เจอตนและลูก เนื่องจากตนเดินทางมาซื้อผลไม้ที่ ตลาดไท จ.ปทุมธานี แต่สามีก็ไม่ยอมฟัง ก่อนจะส่งรูปปาดคอส่งมาให้ดู และระบุข้อความในภาพ “มันดี” ด้วยความตกใจจึงรีบโทร.ไปแจ้งกู้ภัยให้ไปช่วยเหลือสามี แต่ไม่คิดว่าจะเป็นการแต่งเรื่องหลอก ต้องขอโทษเจ้าหน้าที่ด้วย

เบื้องต้นตำรวจสายตรวจ มีการทำประวัตินายวัชระ พร้อมทั้งว่ากล่าวตักเตือนไม่ให้ทำพฤติกรรมแบบนี้อีก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านนนทบุรีโวย คนมักง่ายแอบทิ้งขยะกองเท่าภูเขา กลิ่นเหม็นคลุ้ง หวั่นไฟไหม้

Posted on January 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704718

ชาวบ้านนนทบุรีโวย คนมักง่ายแอบทิ้งขยะกองเท่าภูเขา กลิ่นเหม็นคลุ้ง หวั่นไฟไหม้

ชาวบ้านนนทบุรีโวย คนมักง่ายแอบทิ้งขยะกองเท่าภูเขา กลิ่นเหม็นคลุ้ง หวั่นไฟไหม้

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.37 น.

ชาวบ้านนนทบุรีโวย คนมักง่ายแอบทิ้งขยะกองเท่าภูเขา กลิ่นเหม็นคลุ้ง หวั่นไฟไหม้

16 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ป้าอ้วน(นามสมมุติ) กรณีมีคนนำขยะมาทิ้งบริเวณที่ว่างเปล่าซึ่งติดกับบ้านของป้าอ้วน เกรงเกิดเพลิงลุกไหม้ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณ ซ.ติวานนท์ 24 แยก 7 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี พบกองขยะมีขนาดใหญ่สูงท่วมหัว

ป้าอ้วน ซึ่งรั้วบ้านอยู่ติดกับกองขยะ เปิดเผยว่า บ้านป้าได้รับความเดือดร้อนกับกองขยะกองนี้มาประมาณ 2 ปีแล้ว ตนไม่รู้ว่าใครต่อใครนำมาทิ้งเต็มไปหมดกองขยะใหญ่สูงขึ้นทุกวัน บางครั้งก็มีรถที่อื่นขนขยะมาทิ้งช่วงเวลากลางคืน ซึ่งตนก็กลัวว่าวันใดวันหนึ่งถ้าเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นมากลัวว่าเพลิงจะลุกลามเข้าบ้าน ส่วนเรื่องกลิ่นไม่ต้องพูดถึง โชยมาตามลมตลอด อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูและแก้ไขปัญหากับกองขยะ ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน บางวันไม่รู้ว่าใครต่อใครนำขยะมาทิ้งเต็มไปหมด ล้นออกมาที่ถนน รถวิ่งเข้าออกหมู่บ้านก็ลำบาก และที่ผ่านมาก็ได้เข้าไปร้องเรียนที่เทศบาลนครนนทบุรี แต่ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย

ด้านนายธงชัย ศิรอรัตน์ อายุ 68 ปี ซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่ในซอย  กล่าวว่า ขยะที่เห็นกองเต็มเป็นแบบนี้มานานหลายปีแล้ว ที่ผ่านมามีกองขยะเต็มทั้ง 2 ฝั่งทาง บางครั้งก็มีไฟลุกไหม้ ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนนทบุรีก็นำรถน้ำมาดับเพลิง ซึ่งชาวบ้านก็กลัวว่าไฟจะลามเข้าบ้าน ทางเจ้าของที่ต้องมาจ้างรถมาเก็บขยะไปทิ้งเอง และล้อมรั้วให้สูงเพื่อตัดปัญหากับพวกมักง่ายที่นำขยะมาทิ้ง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูและเก็บขยะไปทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง และติดป้ายติดกล้องวงจรปิดเอาไว้เลย

“ใครนำมาทิ้งจับปรับดำเนินคดีตามกฎหมายไปเลย ไม่ใช่ว่านำมาทิ้งแบบนี้บางวันขยะกระจายออกมาที่ถนนเต็มไปหมดรถแทบจะวิ่งไม่ได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนนทบุรีก็นำรถมาดันกองขยะเข้าไปด้านในเพื่อไม่ให้ขยะล้นออกมาที่ถนนซึ่งตนคิดว่ามันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ” นายธงชัย กล่าว

จากนั้นทีมข่าวเข้าสอบถาม นายสิห์ อายุ 42 ปี ชาวกัมพูชา เล่าว่า พวกตนเก็บของเก่าก็จริง แต่ไม่เคยนำขยะไปทิ้งที่กองขยะ ส่วนมากเวลากลางคืนพอตกกลางคืน จะมีรถกระบะนำขยะมาทิ้งบ่อยมาก พอทิ้งเสร็จก็กลับออกไป เป็นแบบนี้เป็นประจำทุกวันจนกระทั่งขยะเป็นกองสูงแบบนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แผ่นหินศักดิ์สิทธิ์ 800 ปี! เชื่อให้พรสารพัดนึก ใครลบหลู่เจอดีทุกราย

Posted on January 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704715

แผ่นหินศักดิ์สิทธิ์ 800 ปี! เชื่อให้พรสารพัดนึก ใครลบหลู่เจอดีทุกราย

แผ่นหินศักดิ์สิทธิ์ 800 ปี! เชื่อให้พรสารพัดนึก ใครลบหลู่เจอดีทุกราย

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.24 น.

พบแผ่นหินศักดิ์สิทธิ์ 800 ปี เชื่อให้พรได้สารพัด น้ำผุด-เคลื่อนที่เองได้ ใครลบหลู่เจอดีทุกราย

16 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดนาไผ่ล้อม หมู่ 5 ต.บ้านป้อม อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย มีหินศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านมานานนับร้อยปี ลักษณะเป็นแผ่นหินสี่เหลี่ยม ขนาด 76×80 เซนติเมตร ตรงกลางมีการสกัดเป็นหลุมสี่เหลี่ยม 2 ชั้น

โดยชั้นบนมีขนาด 20×20 เซนติเมตร ชั้นล่างขนาด 8×8 เซนติเมตร มีน้ำใสสะอาดเต็มหลุม แล้วยังมีหลุมเล็กๆขนาด 1×1 นิ้ว จำนวน 8 หลุม อยู่รอบๆ พร้อมกับมีเรื่องเล่าน้ำผุดขึ้นมาเอง และแผ่นหินเคลื่อนที่เองได้

นายสม โพธิ์ทุ่ง อายุ 80 ปี ชาวบ้านนาไผ่ล้อม หมู่ 5 ต.บ้านป้อม อ.คีรีมาศ เล่าให้ฟังว่า แผ่นหินศักดิ์สิทธิ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อหิน” สันนิษฐานว่ามีอายุมากถึง 800 ปี อาจจะเคยเป็นแท่นประดิษฐานเทวรูปมาก่อน ซึ่งแต่เดิมนั้นตั้งวางอยู่ใกล้จอมปลวกใต้ต้นโพธิ์กลางทุ่งนา ก่อนจะทำพิธีอัญเชิญใหญ่โตย้ายมาที่วัด ตนเองเกิดมาจำความได้ก็เห็นแล้ว ถ้าใครไปทำอะไรไม่ดี เช่น ยืนฉี่รด ลองยกแผ่นหินเล่น หรือพูดจาลบหลู่ ก็จะมีอันเป็นไปต่างๆนาๆ ต้องมารำวงหรือจุดธูปเทียนแก้บนจึงจะพ้นภัย

‘ผมเคยเห็นและจำได้ว่า หินแผ่นนี้เคลื่อนที่เองได้ บางทีย้ายไปอยู่ตรงนั้น แล้วก็ย้ายมาอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครกล้ายกเล่น หรือย้ายไปแน่นอน เพราะชาวบ้านทุกคนต่างก็กลัวจะมีอันเป็นไป” นายสม กล่าวและว่า นอกจากนี้ชาวบ้านบางคนยังเชื่อว่า น้ำที่อยู่ในหลุมตรงกลางแผ่นหิน สามารถผุดซึมขึ้นมาเองได้ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเคยตักใส่ขวดนำไปดื่มรักษาโรค แต่พบว่าน้ำมีอยู่เต็มหลุมเหมือนเดิม ทั้งที่ยังไม่มีใครเทน้ำเติมคืนให้ และเมื่อดื่มน้ำก็หายเจ็บป่วย บางคนเอาน้ำไปลูบทาตัวรักษากลากเกลื้อนก็หายเช่นกัน’

นายสม เล่าอีกว่า เคยมีพระสงฆ์จากวัดอื่นกว่า 10 รูป มาจุดธูปอธิษฐานกับหลวงพ่อหิน ขอให้จับได้ใบดำก็สมปรารถนากันทั้งหมด ยกเว้นพระรูปหนึ่งในวัดแห่งนี้ ที่หัวเราะเยาะพระทั้ง 10 รูป ว่าเชื่ออะไรแบบนั้น จะช่วยอะไรได้ แต่สุดท้ายตนเองจับได้ใบแดงต้องไปเป็นทหารอยู่คนเดียว แล้วก็มีหลายคนที่มาขอโชคลาภได้ดังหวัง บางคนสำเร็จในธุรกิจการงาน เขาก็มาสร้างวิหารหลังใหม่ให้กับหลวงพ่อหิน อีกด้วย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อแม่ไม่เห็น! หนูน้อยวัยขวบเศษ หัวทิ่มถังน้ำเกือบ5นาที อาการโคม่า

Posted on January 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704710

พ่อแม่ไม่เห็น! หนูน้อยวัยขวบเศษ หัวทิ่มถังน้ำเกือบ5นาที อาการโคม่า

พ่อแม่ไม่เห็น! หนูน้อยวัยขวบเศษ หัวทิ่มถังน้ำเกือบ5นาที อาการโคม่า

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.04 น.

16 มกราคม 2566 เรื่องราวอุทาหรณ์รายนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น.ศูนย์สั่งการโรงพยาบาลชลบุรี ได้สั่งการให้ คณะหมอและพยาบาล โรงพยาบาลเมืองพัทยา ออกไปทำการช่วยเหลือเด็กชาย อายุประมาณ 1 ขวบ ตกลงไปในถังน้ำ

โดยมีสภาวะจมอยู่ในน้ำเป็นเวลานานไม่ได้สติ เหตุเกิดที่ร้านเช่ารถจักรยานยนต์แห่งหนึ่ง ซอยเย็นสบายพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งโรงพยาบาลเมืองพัทยา จึงจัดส่งทีมแพทย์และพยาบาล ออกไปทำการช่วยเหลือทันที  

แต่ยังไม่ถึงบ้านที่เกิดเหตุ แม่และตา ของเด็ก ได้ขี่รถจักรยานยนต์ อุ้มเด็กมาส่งยังรถพยาบาลในระหว่างทาง โดยพบเด็กชาย ชื่อ น้องคอปเตอร์ อายุ 1 ขวบ 10 เดือน อยู่ในการหมดสติ ไม่หายใจ หมอจึงเริ่มทำการปั้มหัวใจ แล้วนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเมืองพัทยาทีน

แต่ว่าเด็กมีการอยู่ในน้ำนาน หมอพยายามปั๊มหัวใจช่วย จนหัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง แต่เด็กหายใจเองไม่ได้ ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนย้ายไปรักษาต่อที่ศูนย์เด็กเล็ก รพ.ชลบุรี       

นางสาวจอย นามสมมุติ อายุ 29 ปี แม่ของน้องคอปเปอร์ เล่าทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุ น้องเดินตามคุณยายออกมาบริเวณหน้าบ้าน แต่จังหวะนั้นไม่มีใครเห็นน้อง แต่มาเห็นกันอีกที น้องหัวทิ่มตกลงไปในถังน้ำ ซึ่งเป็นถังสี 20 ลิตรที่ใช้แล้ว นำมาเป็นถังไว้ใส่น้ำ ตั้งอยู่บริเวณก็อกน้ำหน้าบ้าน

โดยสันนิษฐานว่า น้องน่าจะไปก้มลงน้ำ ก่อนจะพลาดหัวทิ่มตกลงไปในถังนานเกือบ 5 นาที จนมีคนมาเห็นและรีบช่วยน้องขึ้นจากถังน้ำ แล้วรีบแจ้งโรงพยาบาลมาทำการช่วยเหลือ ยอมรับตอนแรกที่เห็นสภาพของลูก หัวใจแทบสลาย พร้อมทั้งภาวนาขอให้น้องปลอดภัย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เด็กที่ยังไม่รู้ว่าไฟร้อน ถ้าเชื่อคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ไว้ก่อน จะไม่เป็นการเชื่ออย่างงมงาย

Posted on January 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704700

เด็กที่ยังไม่รู้ว่าไฟร้อน ถ้าเชื่อคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ไว้ก่อน จะไม่เป็นการเชื่ออย่างงมงาย

เด็กที่ยังไม่รู้ว่าไฟร้อน ถ้าเชื่อคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ไว้ก่อน จะไม่เป็นการเชื่ออย่างงมงาย

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.31 น.

” เด็กที่ยังไม่รู้ว่าไฟร้อน ถ้าเชื่อคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ไว้ก่อน จะไม่เป็นการเชื่ออย่างงมงาย แต่จะเป็นการเชื่อที่ช่วยคุ้มครองรักษาเด็กเอง มิให้ถูกไฟลวก ไฟไหม้พอง ฉันใด ผู้ที่ยังไม่เห็นถนัดชัดแจ้งด้วยตนเอง ในเรื่องกรรม และผลของกรรม ถ้าเชื่อที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ก่อน ก็จะไม่เป็นการเชื่ออย่างงมงาย แต่จะเป็นการเชื่อ ที่ช่วยคุ้มครองรักษา ผู้เชื่อเองมิให้ได้รับผลร้าย จากการกระทำที่ไม่ดี แต่ให้ได้รับผลดี จากการทำดี ฉันนั้น “

โอวาทธรรม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อโหสิกรรม! ‘ครูบาอริยชาติ’เตือนเป็นอุทาหรณ์ สื่อเพจดังพาดพิงเสียหาย

Posted on January 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704654

อโหสิกรรม! 'ครูบาอริยชาติ'เตือนเป็นอุทาหรณ์ สื่อเพจดังพาดพิงเสียหาย

อโหสิกรรม! ‘ครูบาอริยชาติ’เตือนเป็นอุทาหรณ์ สื่อเพจดังพาดพิงเสียหาย

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.58 น.

16 มกราคม 2566 ที่ วัดแสงแก้วโพธิญาณ ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย พระมหาสุบรรณ มหาคมฺภี เจ้าคณะ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ได้เดินทางไปให้กำลังใจพระเดชพระคุณเจ้า พระภาวนารัตนญาณวิ (ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต) เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ในขณะที่นายอุดมปกป้องบวรกุล นายอำเภอแม่สรวย ตำรวจ สภ.แม่สรวย สาธารณสุขและฝ่ายปกครอง พร้อมทั้งญาติโยมวัดแสงแก้วโพธิญาณจำนวนมาก เข้าไปกราบนมัสการ

หลังจากเพจหนึ่งนำเสนอข่าวภิกษุรูปหนึ่งกระทำผิดพระธรรมวินัยเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยนำภาพส่วนหนึ่งของครูบาอริยชาติมาประกอบข่าว ก่อนที่จะมีสื่อยักษ์ใหญ่รายหนึ่งนำเสนอข่าวจนกลายเป็นกระแส

ครูบาอริยชาติ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อนานมาแล้วและมีการระงับอธิกรณ์ไปแล้ว แต่ปรากฎว่ากลับมีการนำเสนอข่าวดังกล่าวและนำภาพของตนไปประกอบในทำนองว่าเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องรุนแรงมากและในฐานะภิกษุถือว่ามีโทษถึงตาย โดยเฉพาะเกิดขึ้นหลังจากทางวัดจัดพิธีจัดงานสมโภช 16 ปี โสฬสญาณมงคล วัดแสงแก้วโพธิญาณ และทำบุญอายุวัฒนมงคล 42 ปี ของตน แล้วเสร็จวันที่ 13 ม.ค.

หลังจากนั้นอีก 2 วันก็เกิดข่าวนี้ขึ้น ซึ่งตนขอบอกว่าข่าวนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนเพราะทราบว่าเป็นเรื่องเก่าที่เคยเกิดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ นานแล้วและมีการระงับอธิกรณ์หรือแก้ไขเรื่องราวกันทางสงฆ์ไปแล้ว แต่กลับนำข่าวนี้มารื้อฟื้นและนำภาพของตนไปประกอบในเพจๆหนึ่ง

จากนั้นก็มีสื่อใหญ่รายหนึ่งนำเสนอจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต โดยมีภิกษุผู้ใหญ่ ญาติโยม และผู้เกี่ยวข้องต่างสอบถามไปที่วัดแสงแก้วโพธิญาณกันอย่างมาหกมายจนเกรงว่าจะทำให้ผู้คนเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ทั้งนี้ยืนยันอีกว่าตนบวชมาได้นานกว่า 25 ปีแล้ว จนกระทั่งปัจจุบันมีญาติโยมและผู้คนเดินทางเข้าวัดเป็นจำนวนมากหากว่ากระทำสิ่งใดก็ย่อมอยู่ในหูในตาของผู้คน โดยไม่อาจหนีพ้นอย่างแน่นอน

ครูบาอริยชาติ กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะส่งผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะต่อผู้ที่พบเห็นสื่อแล้วไม่ทราบข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงได้ปรึกษากับผู้ที่เกี่ยวข้อง และปรึกษานายอนันต์ชัย ไชยเดชประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรมซึ่งเป็นลูกศิษย์มานาน เพราะเกรงว่าผลกระทบจะขยายวงออกไปอีกจากนั้นจึงได้แถลงข้อเท็จจริงในครั้งนี้และได้รับคำแนะนำให้วางเฉย โดยรอว่าจะมีการขอโทษหรือแก้ไขหรือไม่

ล่าสุดทราบว่าสื่อดังกล่าวได้ตัดข่าวและภาพดังกล่าวออกไปแล้ว ตนจึงขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่าการจะนำเสนอข่าวสารใดๆ ขอให้มีข้อมูลหลักฐานและหากยังไม่มีขอให้ตรวจสอบให้ถ่องแท้ก่อนด้วย กระนั้นภายในใจแล้วตนไม่ได้ติดใจหรือคิดมากในเรื่องนี้ จึงได้อโหสิกรรมหรือให้อภัยต่อผู้กระทำแล้ว

ทางด้านพระมหาสุบรรณ มหาคมฺภี เจ้าคณะ อ.แม่สรวย กล่าวว่าหลังจากทางคณะสงฆ์ได้รับทราบข่าวก็ได้ปรึกษากันในคณะสงฆ์และตรวจสอบเรื่องราวก็ไม่พบว่าครูบาอริยชาติกระทำตามข่าวแต่อย่างใดแต่กลับมีภาพของวัดแสงแก้วโพธิญานด้วย จึงถือเป็นความผิดพลาดในการนำเสนอข่าว ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาการประกอบศาสนกิจระหว่างคณะสงฆ์และวัดแสงแก้วโพธิญาณตั้งแต่ปี 2550 หรือ 16 ปีมาแล้ว ก็พบว่าครูบาอริยชาติมีจริยวัตรที่ดี สงบเรียบร้อย มีเมตตา อนุเคราะห์แก่สังคมและชุมชนมาโดยตลอด แต่ข่าวที่ผิดพลาดดังกล่าวระบุข้อความหนึ่งว่า “เชียงรายก็มีเหมือนกัน” ทำนองให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็นวัดที่จ.เชียงราย จึงขอให้ในอนาคตมีความระมัดระวังให้มากด้วย

ด้าน นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอแม่สรวย กล่วาว่า ผู้นำข่าวและภาพดังกล่าวที่นำเสนอถือว่ามีความเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่เมื่อนำเสนอแล้วทำให้เกิดกระทบและทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ อ.แม่สรวย และโดยเฉพาะครูบาอริยเจ้ารวมถึงวัด ที่สำคัญคือส่งผลกระทบต่อทางด้านจิตใจ จึงขอให้การนำเสนอข่าวได้มีการใช้จรรยาบรรณด้วยเพราะเมื่อนำเสนอไปแล้วอาจเกิดผลกระทบอย่างไม่คาดคิดได้

นายยา ศรีทา ไวยาวัจกรณ์วัดแสงแก้วโพธิญาณ และนายเสกสรรค์ ศรีทา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ต.เจดีย์หลวงรวมทั้งญาติโยมอีกหลายคนต่างกล่าวทั้งน้ำตาเหมือนกันว่า รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจต่อเหตุการณ์อย่างมาก โดยหลายคนร่วมทำบุญและร่วมสร้างวัดแสงแก้วโพธิญาณมาตั้งแต่แรกเริ่ม และยืนยันว่าครูบาอริยชาติไม่เคยทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งามแต่อย่างใดเลย ทั้งนี้หลายคนอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปขอขมาครูบาอริยชาติด้วย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจสาว(เคย)พิการ ไม่ลืมพระคุณ’ศิริราช’ จะให้จนกว่าสิ้นลมหายใจ

Posted on January 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704653

เปิดใจสาว(เคย)พิการ ไม่ลืมพระคุณ’ศิริราช’ จะให้จนกว่าสิ้นลมหายใจ

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.54 น.

เปิดใจนักธุรกิจแม่ค้าออนไลน์เมืองโพธาราม ที่ชาวโซเชียลต่างชื่นชมนำเงิน 1 แสนบริจาคโรงพยาบาลศิริราชมาตลอด 9 ปีเต็ม! เพื่อตอบแทนคุณหมอที่ให้ชีวิตใหม่เดินได้ตามปกติ 

16 ม.ค.66 จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการชื่นชม หญิงสาวรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปผ่าน TikTok @bb7529 นำเงิน 1 แสนบริจาคให้กับทางโรงพยาบาลศิริราช มานานถึง 9 ปี เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา จนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์

โดยหญิงสาวรายนี้ ได้ระบุข้อความว่า “พิการขาแต่กำเนิด แต่มีบุญ ที่ศิริราชรักษาหาย แม่ไม่มีเงิน ตอนนั้นบริจาคเงินไป 20 บาท เคยอธิษฐานไว้ว่า ถ้าเรามีกินมีใช้ เราจะมาบริจาคศิริราชทุกปี ตอนนี้มีแล้วน่ะ คืนให้ปีละแสน จะ 9 ปีแล้ว ขอบคุณศิริราชที่ให้ชีวิตใหม่”

พร้อมทั้งเล่าเรื่องราว เมื่อ 37 ปีก่อน เธอมีความพิการขาแต่กำเนิด โดยเป็นอาการที่ใช้ขาหลังเดิน ไปที่ไหนก็รักษาไม่ได้ จนอายุ 6 เดือน ได้มารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช จนหายดี สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ อีกทั้งทางโรงพยาบาลยังไม่คิดเงินและบอกว่าถ้าอยากบริจาคก็ตามศรัทธา วันนั้นคุณแม่เลยบริจาคไป 20 บาท เนื่องจากที่บ้านยากจน ทำงานก่อสร้าง แต่มาถึงวันนี้ที่เธอมีกินมีใช้ จึงอยากจะบริจาคให้กับทางศิริราช เพื่อเป็นการตอบแทนและช่วยผู้อื่นต่อไป โดยบริจาคปีละ 1 แสนบาท ต่อเนื่องมาถึง 9 ปีแล้ว พร้อมทั้งยังได้โชว์ภาพรอยแผลผ่าตัดที่ด้านหลังข้อเท้าของเธออีกด้วย หลังจากเรื่องราวของเธอได้ถูกเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างขออนุโมทนาบุญในครั้งนี้

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นางพัชรี จันทร์พรมราช หรือ คุณบี อายุ 37 ปี หญิงสาวเจ้าของคลิป กำลังอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว พร้อมทั้งพบกับคุณแม่ นางสมจิต แดงหาญ อายุ 58 ปี และคุณป้า นางสาวกันหา แดงหาญ อายุ 62 ปี เป็นผู้ที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กที่บ้านใน ต.ดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

จากการสอบถาม นางสมจิต แดงหาญ ซึ่งเป็นคุณแม่ของคุณบี เล่าว่า ตนเป็นคนโพธาราม ส่วนคุณพ่อของน้องบีเป็นชาวนครสวรรค์ โดยเมื่อ 38 ปี ก่อนมีอาชีพก่อสร้าง หาเช้ากินค่ำและบ้านไม่มีฐานะอะไร ได้ให้กำเนิดน้องบี และพบว่า ขาซ้ายของน้องบีมีความพิการผิดรูปที่หลังเท้า จึงไปรักษาที่โรงพยาบาลแม่และเด็ก จ.ราชบุรี ซึ่งคุณหมอได้ทำการใส่เฝือก เพื่อที่จะให้บิดคืนสภาพตามปกติ รักษาอยู่ประมาณ 1 เดือน ก็ไม่เป็นผล จากนั้นได้เดินทางไปรักษาที่ จ.นครสวรรค์ โดยรักษากับหมอน้ำมัน ตามคำแนะนำของเพื่อนบ้าน รักษาประมาณ 3 เดือน ก็ไม่หาย จึงได้พากลับมารักษากับหมอพระ ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยรักษาด้วยการหักกระดูกเพื่อให้กระดูปรับโครงสร้างใหม่ รักษาได้ประมาณ 5 เดือนแต่ก็ไม่สามารถรักษาได้ จนเกิดการท้อ จึงไม่เดินทางไปรักษาต่อที่ไหน จนกระทั่ง น้องบี เกิดอาการไม่สบาย ตนจึงได้พาไปกวาดยากับหมอบ้านที่บ้านหนองอ้อ ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม ซึ่งคุณหมอแนะนำให้ตนพาน้องบีไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากมีหมอที่เก่งและเชี่ยวชาญ

นางสมจิต แม่ของน้องบี เล่าว่า ตนได้ไปทำงานก่อสร้างที่อโศก จึงได้ตัดสินใจพาน้องบีนั่งแท็กซี่ไปยังโรงพยาบาลศิริราช ขณะนั้นมีเงินติดตัวเพียง 100 บาทเศษ จ่ายเป็นค่าแท็กซี่ไป 70 บาท เหลือไม่ประมาณ 20-30 บาท โดยที่น้องบี ขณะนั้นอายุเพียงแค่ 6 เดือน ได้พบกับทางแพทย์ แพทย์ได้สอบถามถึงการรักษาที่ผ่านมา และถามถึงอาชีพ ความเป็นอยู่ ตนก็ตอบไปตามความจริงทุกเรื่องและยอมรับว่าครอบครัวยากจน แพทย์จึงรับไว้เป็นคนไข้อานาถา พร้อมทั้งนัดการรักษาประมาณ 3 เดือน จนครบกำหนดการผ่าเฝือกออก พบว่า เท้าของน้องบีเริ่มกลับสู่ปกติและมีอาการบวม ซึ่งแพทย์ระบุว่า อาการบวมจะหายไปและจะสามารถกลับมาเดินได้ตามปกติ ตนดีใจและสอบถามค่ารักษาพยาบาล เนื่องจากตนกลัวค่ารักษาพยาบาลที่แพง แต่แพทย์แจ้งว่า “ตามแต่คุณแม่จะทำบุญให้กับทางโรงพยาบาล” ตนรู้สึกดีใจที่ลูกสามารถกลับมาปกติและขอบคุณแพทย์ผู้รักษา ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน ได้นำเงินที่มีอยู่ขณะนั้น 20 บาท หยอดใส่ตู้บริจาคของโรงพยาบาลศิริราช และ พาลูก (น้องบี) เดินทางกลับบ้านจังหวัดราชบุรี จนกระทั่งผ่านไปราว 10 เดือน เท้าที่บวม เริ่มเดินได้และหายเป็นปกติ

นางพัชรี จันทร์พรมราช หรือ คุณบี เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตนรู้สึกตกใจที่คลิปตนเองโพสต์ไว้ กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ และที่ผ่านมาตนก็เคยลงมาทุกๆ ปี จนปีนี้เข้าสู่ปีที่ 9  

คุณบี เล่าชีวิตว่า หลังจากที่กลับมาเดินได้ปกติ กระทั่งเรียนจบการศึกษาชั้น ปวช. วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม ได้แต่งงานมีครอบครัว มีอาชีพค้าขาย โดยขายปลาสด ขายเสื้อผ้าตามตลาดนัดโดยไปขายกับสามี ชีวิตก็ลุ่มๆดอนๆ มาตลอด 8 ปี จนกระทั่งเกิดน้ำท่วมใหม่ที่กรุงเทพมหานคร ไม่สามารถเข้าไปซื้อของมาขายได้ จึงทำให้ขาดรายได้แม้กระทั่งเงินที่จะใช้จ่ายยังไม่พอ

ต่อมา ในปี 2556 มีเพื่อนแนะนำให้มาขายของออนไลน์ ด้วยการขายครีมความงาม เพราะตนเองมีหน้าตาที่สวยงาม ผิวพรรณดี จึงได้ลองมาขายทางออนไลน์ ครั้งแรกไม่มีคนสนใจ ประกอบกับครอบครัว รวมไปถึงสามีไม่สนับสนุน แต่ตนอยากลองทำและไม่ท้อ คิดว่าได้ค่านมลูกก็ยังดี จะได้มาช่วยจุนเจอครอบครัว หลังผ่านไปประมาณ 6 เดือน ตนกลายเป็นที่รู้จักทางออนไลน์ มีลูกค้าและมีตัวแทนขาย ทำกำไรได้ประมาณ 4 – 5 แสนบาท จึงนำเงินมาตัดรถยนต์และใช้หนี้สินต่างๆ พร้อมทั้ง อธิษฐานว่าถ้าตนเองมีกินมีใช้แล้วจะกลับไปนำเงินบริจาคให้กับทางโรงพยาบาลศิริราช

โดยปีแรก พ.ศ.2557 ตนได้นำเงินสดประมาณ 7-8 หมื่น ไปบริจาคให้โรงพยาบาลศิริราชตามที่ได้ตั้งมั่นและอธิษฐานไว้ มาในปีที่ พ.ศ.2558 ธุรกิจเริ่มดีขึ้นจึงนำเงินที่เก็บออมไว้ครบ 1 แสนเศษ ไปบริจาคให้กับทางโรงพยาบาลศิริราช เป็นปีที่ 2 และก็ทำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันตามที่ปรากฎเป็นข่าว 

คุณบี เล่าต่อว่า ตอนปี 2560 เกิดการดราม่า เมื่อตนนำมาลงในติ๊กตอก พบว่ามีคนเข้ามาคอมเม้นท์ว่า “ตนเองนำเงิน 1 แสน ไปบริจาคให้โรงพยาบาลศิริราช ทำเพื่ออะไร ทำไมต้องโชว์” ซึ่งตอนนั้นตนก็เกิดความน้อยใจ แต่ไม่ท้อ ไม่สนใจและก็ยังคงบริจาคเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันและตนมีความเชื่อว่า การที่ตนเองได้รับชีวิตใหม่ จากทางโรงพยาบาลศิริราช เพราะครอบครัวมีฐานะยากจน มีเงินเพียง 20 บาท แต่ทางโรงพยาบาลช่วยตนจนสามารถกลับมาเดินได้เป็นคนปกติและการที่ตนเองมีเงินบริจาค เพราะธุรกิจประสบความสำเร็จ เพราะเราไม่ลืมพระคุณ ทั้งพระคุณพ่อแม่ พระคุณป้าที่ช่วยเลี้ยงดูและที่ลืมไม่ได้คือโรงพยาบาลศิริราช ตนจึงตั้งใจและตั้งมั่นไว้จะนำเงิน 1 แสน ไปบริจาคให้กับทางศิริราชในทุกๆปี เพื่อเป็นการตอบแทนและช่วยผู้อื่นต่อไป

ในส่วนการดำเนินธุรกิจความงามที่ตนเองประสบความสำเร็จ ปัจจุบันฐานะครอบครัวดีขึ้น แม้ธุรกิจจะซบเซาไปบ้างเพราะสถานการณ์โควิดแต่ก็ยังสามารถประครองได้ และตนก็ทำหน้าที่เสียภาษีเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้ ตนและครอบครัวต้องขอบคุณทางคุณหมอและพยาบาลทุกๆคนที่ช่วยเหลือตนและรักษาตนจนหายเป็นเดินได้ตามปกติและไม่รังเกียจครอบครัวตนที่มีฐานะยากจน รับตนเป็นคนไข้รักษาจนหาย ซึ่งจากนี้ตนตั้งมั่นจะบริจาคให้โรงพยาบาลศิริ แผนกกุมารเวชทุกปี ครบ 10 ปี จะได้ 1 ล้านบาทถ้วน 20 ปี จำนวน 2 ล้านบาท และ 30 ปี จำนวน 3 ล้านบาท ขอให้ผลบุญถึงทุกคน และจะทำทุกปีจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขายไม่ออก! แผง’ลอตเตอรี่’ลูกค้าเงียบอย่างกับป่าช้า คู่แข่งคือหวยออนไลน์

Posted on January 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704640

ขายไม่ออก! แผง'ลอตเตอรี่'ลูกค้าเงียบอย่างกับป่าช้า คู่แข่งคือหวยออนไลน์

ขายไม่ออก! แผง’ลอตเตอรี่’ลูกค้าเงียบอย่างกับป่าช้า คู่แข่งคือหวยออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.12 น.

16 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา บรรยากาศการซื้อขายลอตเตอรี่ ในงวดนี้ 17 มกราคม 2566 ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาเอื้ออารี อำเภอเมืองจังหวัดเลย บรรยากาศเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด

พ่อค้าแม่ค้า ต่างพูดเป้นเสียงเดียวกันว่า ช่วงนี้คนซื้อน้อย คนขายต้องนั่งตบยุง ประกอบกับสาเหตุหลักจากพิษลอตเตอรี่ออนไลน์ ทั้งเป๋าตัง และแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ ทำให้ยิ่งขายไม่ออก ลูกค้าเงียบยังกับป่าช้า

แม่ค้าลอตเตอร์รี่โอดครวญทิ้งท้าย ยิ่งอีกสัก 1-2 งวดหน้า น่าจะเผาจริง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิถีชาวนารุ่นใหม่ เลี้ยงควายงามใช้ประโยชน์ ผลิตน้ำเชื้อขายเดือนละ1ล้าน

Posted on January 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704628

วิถีชาวนารุ่นใหม่  เลี้ยงควายงามใช้ประโยชน์ ผลิตน้ำเชื้อขายเดือนละ1ล้าน

วิถีชาวนารุ่นใหม่ เลี้ยงควายงามใช้ประโยชน์ ผลิตน้ำเชื้อขายเดือนละ1ล้าน

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.47 น.

เกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์ เริ่มหันมานิยมเลี้ยงควายพันธุ์พื้นเมือง ฉุดราคาที่เคยตกต่ำตัวละไม่กี่หมื่นบาทเป็นหลักแสนบาท ด้านเจ้าของ “เบิ้มพันล้าน” ควายพ่อพันธุ์มูลค่า 30 ล้าน เผยผลิตน้ำเชื้อจำหน่ายรายได้สูงถึงเดือนละ 1 ล้านบาท ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงควายรุ่นใหม่ ระบุเลี้ยงควายไม่ได้เลี้ยงตามกระแส แต่เลี้ยงเพื่อประโยชน์ในการใช้แรงงานทดแทนค่าจ้างรถไถนา ได้มูลเป็นปุ๋ยคอกบำรุงข้าวและพืชทดแทนปุ๋ยเคมีที่ราคาสูง

16 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของเกษตรชาว จ.กาฬสินธุ์ 18 อำเภอในช่วงฤดูแล้งพบว่า นอกจากจะทำการเกษตร ปลูกพืชอายุสั้นที่เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศและปริมาณน้ำแล้ว ยังมีการเลี้ยง “ควายพื้นเมือง” และ “ควายงาม” กันเป็นจำนวนมาก อย่างที่เรียกว่าฟื้นฟูตลาดควายที่ซบเซามานานให้เกิดความคึกคักอีกครั้งมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้เกิดธุรกิจหน่ายน้ำเชื้อควายงามหรือควายพันธุ์ดี หลายสายพันธุ์ เพื่อสนองความต้องการของเกษตรกรเป็นจำนวนมากเช่นกัน

นายมงคล มองเพ็ชร นายกเทศมนตรีตำบลคำบง เจ้าของ “เบิ้มพันล้าน” อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าเดิม ครอบครัวตนเลี้ยงควายฝูงมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เกิดมาก็เห็นพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง เลี้ยงควายเพื่อใช้แรงงาน และจำหน่ายเป็นทุนการศึกษาให้ลูก ผลดีของการเลี้ยงควายอีกอย่างหนึ่งคือได้ปุ๋ยคอกบำรุงข้าวและพืชสวนพืชไร่ ในระยะหลังต่อมาอาจจะเห็นว่าประชากรควายลดจำนวนลง ชาวบ้านไม่นิยมที่จะเลี้ยงควายมากเหมือนสมัยก่อน 

ทั้งนี้ เป็นไปตามยุคสมัย ควายถูกส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์ ถูกแปรรูปเป็นอาหาร เกษตรกรใช้รถไถแทนแรงงานควาย ซึ่งรวดเร็ว สะดวกสบายกว่า และมีการใช้ปุ๋ยเคมีแทนปุ๋ยคอก เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืช ประชากรควายจึงลดจำนวนไปดังกล่าว

นายมงคลกล่าวอีกว่า สำหรับตนมีความผูกพันกับควายมาก ทั้งรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณควายมากด้วย ชีวิตตนมาถึงวันนี้ได้เพราะเลี้ยงควาย เพราะควายเป็นสัตว์ที่เชื่อง เลี้ยงง่าย ร่างกายแข็งแรง อดทน มีภูมิต้านทานโรคสูงกว่าวัว ดังนั้นครอบครัวตนจึงเลี้ยงควายมาโดยตลอด ขณะที่ภาวะค่าครองชีพสูงขึ้น น้ำมันแพง ราคาปุ๋ยสูงขึ้น พบว่าเกษตรกรรายย่อย รายใหญ่ 

เริ่มหันมาหาวิธีการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งการเลี้ยงควายก็คืออีกทางเลือกหนึ่ง เพื่อใช้แรงงาน และได้ปุ๋ยคอก สำหรับตนปัจจุบันมีควายที่เลี้ยง 20 ตัว เน้นควายงาม ซึ่งจะมีมูลค่าสูงกว่าควายพื้นเมืองทั่วไป โดยมี “เบิ้มพันล้าน” ควายพันธุ์ไทยแท้  เป็นพระเอกในฟาร์ม ซื้อมาเมื่อ 6 ปีที่แล้วราคา 5 แสนบาท ขณะที่ราคาควายงามโดยทั่วไปราคาตัวละ 40,000-50,000 บาท ทั้งนี้ ตนได้เลี้ยงเบิ้มพันล้าน เพื่อผลิตน้ำเชื้อจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้สนใจ และเพื่อกระจายพันธุกรรมควายไทย ให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง

“อย่างไรก็ตาม หลังจากในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ได้จัดให้มีการประกวดควายงามขึ้น 2-3 ครั้งที่ผ่านมา สามารถทำให้วงการตลาดควายไทยฟื้นตัวมากขึ้น ส่งผลให้ช่วงนี้มีรายได้จากการจำหน่ายน้ำเชื้อเบิ้มพันล้านเดือนละ 1 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าในตัวเบิ้มพันล้าน ประเมินไว้ในราคา 30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สำหรับวงการเลี้ยงควายงามหรือควายพื้นเมืองในจ.กาฬสินธุ์ ปัจจุบันได้จัดตั้งกลุ่มคนเลี้ยงควายลุ่มน้ำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีสมาชิก 350 ราย ประชากรควายประมาณ 10,000 ตัว” นายมงคลกล่าว

ด้านนายพร้อมพงศ์ พิมเภา อายุ 36 ปี บ้านแสนสุข เขตเทศบาลตำบลกุดสิม อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์  กล่าวว่า ตนประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีทำนา ปลูกพืชสวน พืชไร่ ต้นทุนการทำเกษตรเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ทั้งค่ารถไถ ราคาปุ๋ยเคมีตามท้องตลาด ที่สูงขึ้น จึงมองหาวิธีลดทุนทำการเกษตร โดยได้หันมาเลี้ยงควาย ทั้งนี้ ไมได้เลี้ยงตามกระแส แต่เลี้ยงเพื่อการอนุรักษ์และเพื่อใช้แรงงาน 

นอกจากนี้ยังได้ปุ๋ยคอกบำรุงข้าวและแปลงเกษตร ซึ่งเป็นการฟื้นฟูวิถีชาวนาไทยอีสานอีกด้วย จึงไปติดต่อขอซื้อควายเพศเมียจากโรงฆ่าสัตว์มา 1 ตัวราคา  2 หมื่นบาท โดยตนตั้งชื่อให้ว่า “บุญรอด” ใช้เวลาขุน 2 ปีครึ่ง ก็ได้อายุผสมพันธุ์ โดยไปติดต่อน้ำเชื้อเบิ้มพันล้านมาผสมเทียม

นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า ช่วงที่บุญรอดตั้งครรภ์ รูปร่างผิวพรรณมันเปล่งปลั่งสวยงามมาก ถึงขนาดมีนายฮ้อยมาติดต่อขอซื้อทั้งแม่และลูกในท้องในราคา 2 แสนบาท ตนก็ไม่ขาย และหลังจากบุญรอดตกลูกออกมา เป็นเพศผู้ชื่อ “เพชรภูไท” รูปพรรณสวยงาม เหมือพ่อ “เบิ้มพันล้าน” มาก ซึ่งขณะนี้มีอายุ 2 เดือน มีนายฮ้อยมาให้ราคาทั้งแม่ลูก 5 แสนบาทแล้ว ตนก็ไม่ขาย เพราะตั้งใจจะเลี้ยงไว้ใช้แรงงาน เอาปุ๋ยคอกบำรุงข้าวและพืช นอกจากนี้ยังตั้งใจที่จะเลี้ยงเพชรภูไท เป็นพ่อพันธุ์อีกด้วย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,922,166 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม รับสมัครที่ปรึกษาวัฒนธรรม รุ่น 2 สู่บทบาท “ผู้ออกแบบอนาคตเมือง”
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มอบทุนนักศึกษา และเสวนาภายใต้หัวข้อ 'Mathematics for Industrial Solutions'ประจำปี 2569
ตรวจพบ "ยาเบื่อหนู" ปนเปื้อนในอาหารเด็ก HiPP ในออสเตรีย
เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’
งานพรมแดงที่ทั้งโลกแฟชันเฝ้ารอ Disney+ พร้อมถ่ายทอดสดเปิดตัว ‘The Devil Wears Prada 2’
กองทัพอิสราเอลยอมรับ ภาพทหารใช้ค้อนทุบ "รูปปั้นพระเยซู" ในเลบานอน เป็น "เรื่องจริง"
อนุทิน สั่งเข้มสู้ฝุ่น บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด เซฟสุขภาพประชาชนระยะยาว
สีหศักดิ์​ เผยน้ำมันภายในประเทศ​ เริ่มมีเสถียรภาพ ชี้ โอมาน เสนอขายส่วนเกิน แต่ต้องต่อรองราคา
สิงคโปร์ อินโดฯ มาเลเซีย ยืนยันดูแล "ช่องแคบมะละกา" เปิดใช้งานปลอดภัย ท่ามกลางความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
GMM Music ปิดจบด้วยดีร่อนจดหมายถ้อยแถลงความร่วมมือบริหารจัดการศิลปิน

Recent Posts

  • อินโดนีเซียพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ คาดดันกำลังผลิตพุ่ง 3 เท่าภายในปี 2028
  • เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. ในออสเตรเลีย แม่จี้บริษัทรับผิดชอบ
  • รมว.แรงงานสหรัฐฯ “ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์” ลาออก
  • ระเบิด-ไฟไหม้บ้านในเพนซิลเวเนีย แม่-ลูก รวม 7 คนเสียชีวิตยกครัว
  • ญี่ปุ่นผ่อนคลายกฎส่งออกอาวุธ เปิดทางขายยุทโธปกรณ์ต่างประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d