Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เปิดตัวเลขชาวบ้านนับแสนไร้โฉนด 70ปีที่รอคอย‘คนลำทับ’จ่อรับการสำรวจ #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616353

เปิดตัวเลขชาวบ้านนับแสนไร้โฉนด 70ปีที่รอคอย‘คนลำทับ’จ่อรับการสำรวจ

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.33 น.

เปิดตัวเลขชาวบ้านนับแสนไร้โฉนด 70ปีที่รอคอย‘คนลำทับ’จ่อรับการสำรวจ

17 พฤศจิกายน 2564 นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่พบปะชาวบ้านหมู่ 4 บ้านเขาดิน ต.ดินอุดม อ.ลำทับ จ.กระบี่ ร่วมกับผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดิน จ.กระบี่ นายอำเภอลำทับ ว่า ตามที่กรมที่ดินได้ทำโครงการบอกดิน ระยะที่ 2 ปี 2564 ของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีที่ดินทำกิน อยู่อาศัย แต่ไม่มีหลักฐานการครอบครองที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินใดๆ มาก่อนให้แจ้งข้อมูลที่ตั้งที่ดิน เพื่อขอออกโฉนดที่ดิน นับตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 ถึง 30 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา

สำหรับการยื่นแจ้งขอออกโฉนดที่ดิน ผ่านช่องทาง บอกดิน 2 ของกรมที่ดิน ในช่วงระหว่างวันที่ 5 มีนาคม 2564 ถึง 30 มิถุนายน 2564 พบว่า มีผู้แจ้งข้อมูลทั้งสิ้น จำนวน 447,306 ราย ได้ตรวจสอบตำแหน่งที่ดินตามที่ผู้ใช้บริการ “บอกดิน” แจ้งตำแหน่งไว้ปรากฏว่าอยู่นอกเขตที่ดินของรัฐซึ่งอาจออกโฉนดที่ดินได้ จำนวน 249,985 ราย และอยู่ในเขตที่ดินของรัฐ จำนวน 197,321 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลผลข้อมูลทั้งหมด

ในส่วน อ.ลำทับ จ.กระบี่ พบว่า มีประชาชนขอออกโฉนดที่ดิน ผ่านช่องทาง บอกดิน 2 ของกรมที่ดิน จำนวน 3,765 แปลง มากที่สุดของประเทศ และจะมีการเดินสำรวจออกโฉนด ประมาณเดือนมกราคม 2565 สาเหตุที่ชาวบ้าน อ.ลำทับ แจ้งขอออกโฉนดกันมาก เนื่องจากทางนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่ ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ไม่โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ให้เข้าถึงช่องทาง “บอกดิน 2” ซึ่งตนอยากให้อำเภออื่นๆทั่วประเทศเอาตัวอย่างของ อ.ลำทับ เป็นโมเดล ในโครงการบอกดิน 3 เฟส 3 จะเริ่มในปี 65 ด้วย

ด้านนายสุชาติ มากผล อายุ 65 ปี ชาวบ้าน กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่อธิบดีกรมที่ดิน ได้ลงมาติดตามโครงการฯด้วยตัวเอง เพราะปัญหาที่ดินในพื้นที่ บางคนรอมานาน กว่า 70 ปี หรือ 1 ชั่วอายุคน ก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน สิ่งที่ชาวบ้านต้องการความชัดเจนคือเขตป่า เพราะชาวบ้านไม่รู้เลยว่าเขตป่าอยู่ตรงไหน อยากให้กรมที่ดินได้เข้ามาช่วยเหลือด้วย เพราะบางคนทำกินในที่ดินมานานแต่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวชิว ‘ฟาร์มคุณหนู’ คาเฟ่นอกเมืองพิษณุโลก สไตล์ญี่ปุ่น #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616333

เที่ยวชิว 'ฟาร์มคุณหนู' คาเฟ่นอกเมืองพิษณุโลก สไตล์ญี่ปุ่น

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.09 น.

เอาใจสายหวาน อาหารหลากหลายเมนู ที่ฟาร์มคุณหนู คาเฟ่นอกเมืองบรรยากาศสุดชิว ให้ฟีลเหมือนอยู่ญี่ปุ่น เพลิดเพลินร่มรื่นไปกับธรรมชาติ อาหารอร่อย บิงซูสุดเด็ด มุมถ่ายรูปเพียบ

วันนี้จะพาไปพักผ่อนแบบชิวๆ ที่ “ฟาร์มคุณหนู” คาเฟ่นอกเมืองสไตล์โฮมมี่ บรรยากาศฟีลเหมือนเพลิดเพลินอยู่เกาหลี ร้านตั้งอยู่เลขที่ 27/7 ม.4 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ธุรกิจครอบครัวของ นางสาวกาญจน์ณัฎฐา แก้วตรีวงษ์ อายุ 30 ปี อดีตเซลล์ขายบ้าน กทม. ที่วางมือกลับมาอยู่กับครอบครัว เปิดคาเฟ่ตามความฝันของคุณแม่ โดยตั้งชื่อร้านเป็นชื่อคุณแม่ “ฟาร์มคุณหนู”

น.ส.กาญจน์ณัฎฐา แก้วตรีวงษ์ หรือน้องไวท์ เล่าให้ฟังว่าปกติแล้วตนเองมีอาชีพเป็นเซลล์ขายบ้านอยู่ที่ กทม.เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมาได้กลับมาบ้านแล้วเกิดการระบาดของโควิดระลอกที่ 4 ทำให้มีการล็อคดาวน์เข้า-ออกพื้นที่ลำบาก จึงตัดสินใจคุยกันในครอบครัว ว่าจะทำความฝันของคุณแม่ให้เป็นจริง คือคุณแม่ฝันว่าอยากมีร้านกาแฟเล็กๆ อยู่ในบ้านตัวเอง ช่วยกันทำไม่ต้องจ้างคนงาน บริหารในครอบครัว ประกอบกับครอบครัวตนเดินทางไปญี่ปุ่นแทบทุกปี เพราะชอบในไลฟ์สไตล์ อาหาร ของประเทศเขา จึงเอามาผสมผสานกับคุณแม่ที่ชอบในการทำอาหารอยู่แล้ว พี่สาวเองก็ชอบทำเบเกอรี่อยู่แล้ว ส่วนสถานที่รอบบ้านคุณพ่อก็ปลูกต้นไม้ พวกต้นไผ่ ต้นไม้ให้ร่มเงา และจัดสวนเล็กๆ ไว้อยู่แล้ว ก็เลยตัดสินใจเปิดเป็น “ฟาร์มคุณหนู” โดยใช้ชื่อคุณแม่ คือ “หนู” มาตั้งเป็นชื่อฟาร์ม ร้านเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2564

น.ส.กาญจน์ณัฎฐา บอกต่ออีกว่า ฟาร์มคุณหนู จะให้ฟีลอารมณ์แบบอบอุ่น สไตล์โฮมมี่ ร่มรื่น มีพื้นที่ถ่ายรูปเยอะ มีมุมสวนต่างๆ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความแออัดในเมือง ได้มาสูดโอโซน เพราะมีต้นไม้เยอะ ส่วนเมนูอาหารของที่นี่จะเป็นสไตล์ ญี่ปุ่นหน่อย ที่เป็นซิกเนเจอร์เลยก็คือเมนูข้าวดงบุริ (DONBURI MENU) อย่างเมนูข้าวหมูฮ่องเต้ ข้าวแกงกระหรี่ทงคัตซึ ข้าวไก่เผ็ดภูเขาไฟระเบิด และเมนูอาหารอื่นๆ ราคาเริ่มต้นที่ 65 บาทเป็นต้นไป มีทั้งแบบจานเดียว และแบบจัดเป็นเซ็ต สายแซ่บก็มีเมนูให้เลือกทั้งเมนูส้มตำกุ้งสุก ยำแซ่บมีหลายเมนู เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของทางร้านคือนมสดสตอเบอรี่ นมสดบัตเตอร์สก็อตซ์ ราคาเริ่มต้นที่ 50 บาท และที่พลาดไม่ได้คือเมนูบิงซูแคนตาลูปญี่ปุ่น บิงซูบลูเบอรี่ สตอเบอรี่วอฟเฟิลแซนด์วิช ราคามิตรภาพคุ้มค่าปริมาณจุใจ

สำหรับใครที่สนใจอยากมาชิลกับบรรยากาศ เพลินไปกับทานอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มอร่อย ฟาร์มคุณหนูตั้งอยู่ที่ บ้านโป่งหม้อข้าว ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สอบถามเส้นทางได้ทาง 090 954 4289 หรือเพจ Facebook : ฟาร์มคุณหนู สาขาใหญ่ ร้านเปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 10.30-19.00 น.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านโวยกู้เงินกองทุนฟื้นฟูซื้อวัวบริษัทเอกชนแต่กลับส่งวัวผิดสเปค-ผอมแห้ง #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616314

ชาวบ้านโวยกู้เงินกองทุนฟื้นฟูซื้อวัวบริษัทเอกชนแต่กลับส่งวัวผิดสเปค-ผอมแห้ง

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.29 น.

ชาวบ้านในตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย สมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดกาฬสินธุ์ เดือดร้อนหนัก หลังรวมกลุ่มกู้เงินกองทุน 5 แสนบาทเพื่อซื้อวัวพันธุ์ดีกับบริษัทเอกชนมาเลี้ยงหวังสร้างงาน สร้างอาชีพ แต่ถูกนายทุนจัดส่งวัวมาให้ 10 ตัวราคาตัวละ 36,000 บาทรวม 360,000 บาท ไม่ตรงตามสัญญา ทั้งน้ำหนักและสายพันธุ์ไม่ตรงสเปค บางตัวผอมแห้ง มีตุ่มคล้ายป่วยโรคลัมปีสกิล รวมค่าอาหารเสริม ค่าหญ้าอีกว่า 140,000 บาท วอนนายทุนคืนเงิน แต่บ่ายเบี่ยงตลอด เรียกร้องส่วนราชการช่วยเหลือ

วันที่ 17 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการดำเนินชีวิตของประชาชนในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี ซึ่งที่นอกจากจะประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวัง จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 แล้วยังได้รับความเดือดร้อนจากการถูกนายทุนพ่อค้าขายวัว บริษัทเอกชนจัดส่งวัวไม่ได้สเป็กมาให้

โดยล่าสุดที่บ้านธนบุรี ต.โพนงาม อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ชาวบ้านซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรยั่งยืนบ้านธนบุรีจำนวน 10 คน นำโดยนายวิเชฐ เขตประกร อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 12 บ้านธนบุรี ต.โพนงาม ประธานกลุ่มเกษตรยั่งยืนบ้านธนบุรี  ได้รวมตัวกันปรับทุกข์ และเรียกร้องให้นายทุนคืนเงินจำนวน 500,000 บาท เป็นเงินค่าซื้อวัว 10 ตัว และค่าอาหารวัว หลังมีการจัดส่งมาแต่ไม่ตรงตามสัญญา ทั้งน้ำหนักและสายพันธุ์ โดยชาวบ้านระบุว่าได้เข้าร้องทุกข์กับปรึกษากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา จ.กาฬสินธุ์ และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

นายวิเชฐ เขตประกร ประธานกลุ่มเกษตรยั่งยืนบ้านธนบุรี กล่าวว่า ตนและชาวบ้านที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา จ.กาฬสินธุ์ ได้รวมกลุ่มกันในนามกลุ่มเกษตรยั่งยืนบ้านธนบุรี 10 คนทำโครงการขอกู้เงินกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา จ.กาฬสินธุ์จำนวน 500,000 บาท ในปีเมื่อปี 2563 และได้รับการอนุมัติต้นปี 2564 เพื่อนำมาซื้อวัวลูกผสมพันธุ์ดีมาเลี้ยงสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยการจัดซื้อได้รับคำแนะนำจากผู้ประสานงานคนหนึ่งซึ่งมีความเชื่อใจกัน ก่อนที่จะมีการติดต่อกับแหล่งจำหน่ายวัว ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งและทำสัญญาซื้อขายระหว่างกลุ่มเรากับนายทุนบริษัทตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 

โดยในสัญญาซื้อขาย 500,00 บาทระบุว่าการวัวต้องเป็นสายพันธุ์ผสมบราห์มันจำนวน 10 ตัว แต่ละตัวต้องมีน้ำหนัก 300 กิโลกรัมราคาตัวละ 36,000 บาท รวมเป็นเงิน 360,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 140,000 บาท แบ่งเป็นค่าอาหารเสริม ค่าหญ้าหมัก และค่าดำเนินการอื่นๆ ทั้งนี้กำหนดมอบวัววันที่ 10 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมามา

นายวิเชฐ กล่าวต่อว่า หลังจากกองทุนฯได้อนุมัติเงินกู้ 500,000 บาทเข้าบัญชีของกลุ่มฯจึงทยอยโอนเงินจำนวนดังกล่าวให้กับนายทุนขายวัวและอาหารเสริมเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564 จากนั้นวันที่ 24 กันยายน 2564 ได้เดินทางไปดูตัววัวเพื่อทำการคัดเลือกวัวที่จะนำมาเลี้ยงที่ฟาร์มแห่งหนึ่งใน อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม หลังจากนั้นจึงได้กลับมาที่บ้านด้วยความดีใจที่จะได้มีวัวงามเลี้ยงและจะได้มีกำไรเมื่อถึงอายุจำหน่าย

นายวิเชฐ กล่าวอีกว่า แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์พลิกผันเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ขณะที่ตนไปธุระต่างอำเภอมีคนเป็นตัวแทนนายทุนได้จัดส่งวัวมาให้กับกลุ่มจำนวน 10 ตัว ซึ่งทางสมาชิกกลุ่มได้ตรวจสอบสภาพวัวแต่ละตัวที่ส่งให้นั้นไม่เป็นไปตามสเป็กที่กลุ่มต้องการและไม่ตรงตามสัญญา อีกทั้งไม่ใช่วัวตัวที่ไปคัดเลือกและจองไว้ โดยวัวที่ส่งมาบางตัวไม่ใช่พันธุ์ผสมบราห์มัน เป็นวัวพื้นบ้าน บางตัวรูปร่างผอมแห้ง อายุไม่เป็นไปตามสัญญา และส่วนใหญ่น้ำหนักไม่ถึง 300 กิโลกรัม 

“อีกทั้งบางตัวมีตุ่มขึ้นตามผิวหนังคล้ายกับเป็นโรคลัมปีสกิน ซึ่งทางสมาชิกกลุ่มได้โทรศัพท์แจ้งให้ตนทราบจึงได้รีบเดินทางมาดู พร้อมตกลงกันในกลุ่มว่าจะไม่ลงชื่อยอมรับวัวที่ส่งมา เพราะมองว่าเป็นวัวขี้โรค จากนั้นได้แจ้งให้นายทุนมารับวัวจำนวนดังกล่าวกลับไป และบอกว่าจะนำวัวมาเปลี่ยนจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการส่งวัวมาให้ใหม่ และหากไม่ส่งวัวมา ทางกลุ่มอยากขอเงินคืนเพื่อที่จะเอาไปซื้อเอง” นายวิเชฐกล่าว

ด้านนางสำเนียง ขันวิสิทธิ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 บ้านธนบุรี หมู่ 5 ต.โพนงาม สมาชิกกลุ่มเกษตรยั่งยืนบ้านธนบุรี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดดังกล่าว การที่นำวัวที่ไม่ตรงสเป็กมาส่งให้ ไม่ต่างกับส่งวัวขี้โรคมาให้จึงได้ประสานกับทางนายทุน ซึ่งเป็นตัวแทนมาทำสัญญาซื้อขายกับกลุ่ม เพื่อขอให้โอนเงินมาคืนกับกลุ่มและเพื่อที่สมาชิกกลุ่มเราจะไปจัดหาซื้อวัวจากแหล่งอื่นที่มีคุณภาพมาเลี้ยงเองแต่ทางตัวแทนนายทุนก็บ่ายเบี่ยงและผลัดวันประกันพรุ่งเรื่อยมา สุดท้ายไม่สามารติดต่อไป จึงได้เตรียมเอกสารไปปรึกษาข้อกฎหมายกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา จ.กาฬสินธุ์ และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อประมาณกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

ขณะที่นายรัชต มูลทรัพย์ (ชื่อ อ่านว่า รัด-ชะ-ตะ) หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ทางกองทุนฯได้อนุมัติสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย วงเงิน 500,000 บาทให้กับกลุ่มเกษตรยั่งยืนบ้านธนบุรี ต.โพนงาม อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เพื่อจัดซื้อวัวมาเลี้ยงจริงโดยโอนผ่านทางธนาคารในส่วนของการดำเนินการต่างๆ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง ทางกลุ่มจะเป็นฝ่ายดำเนินการเอง ซึ่งระเบียบว่าไว้อย่างนั้น

นายรัชตกล่าวอีกว่า หลังจากทราบปัญหาความเดือดร้อนของสมาชิกกองทุนฯ กลุ่มเกษตรยั่งยืนบ้านธนบุรีที่ปฏิเสธการรับวัวที่ฝ่ายคู่สัญญาจัดส่งให้ พร้อมเรียกร้องให้ทางฝ่ายคู่สัญญาจ่ายเงินคืนนั้น ทางกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขา จ.กาฬสินธุ์ กำลังดำเนินการพิจารณาแนวทางช่วยเหลือ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 60 วัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตเซลล์แมนผันตัวขาย ‘กาแฟคั่วมือ’ เงินลงทุน5พันบาท จนตั้งตัวได้ยอดขายพุ่ง #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616292

อดีตเซลล์แมนผันตัวขาย 'กาแฟคั่วมือ' เงินลงทุน5พันบาท จนตั้งตัวได้ยอดขายพุ่ง

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.08 น.

พาไปที่จังหวัดราชบุรี มาชิมกาแฟสด สไตล์กาต้มมอคค่าพอท ที่มีกลิ่นหอมจากเมล็ดกาแฟคั่วด้วยมือ ชวนให้น่าหลงใหลเข้ามาจิบกาแฟคลายเครียด เปิดเป็นร้านเล็กๆ ด้วยรถจักรยานโบราณที่มาดัดแปลงเป็นบาร์ขายกาแฟสด หน้าร้านข้าวแกงใต้ “รองแลข้าวอกงร้อยหม้อ” ริมถนนอุดมสิริ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี

ผู้สื่อข่าวได้แวะเข้าไปชิมรสชาติของกาแฟ ด้วยความหอมของเม็ดกาแฟที่คั่วบดอกมาและผ่านน้ำร้อนด้วยหม้อกาต้มมอคค่าพอท ได้พุดคุยกับเจ้าของร้านบาริสต้าหนุ่ม วัย 34 ปี คือนายราชันย์ เมาน้อย หรือคุณชันย์ เป็นชาวเมืองราชบุรี ที่กำลังชงกาแฟสดให้กับลูกค้า ที่แวะมาอุดหนุนทั้งเจ้าประจำและขาจรที่ผ่านไปมา

คุณชันย์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำงานประจำเหมือนคนทั่วไป ทำงานบริษัทตำแหน่งเซลล์มา 6 ปี เกิดความเบื่อจึงลาออก แต่ด้วยความชอบมันไม่เหมือนกัน ก็เลยหาอะไรทำเป็นของตัวเอง มาขายน้ำอ้อยอยู่ระยะหนึ่ง และเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟเห็นรุ่นพี่ขายกาแฟสด โดยใช้รถจักรยานโบราณมาทำเป็นบาร์ขายกาแฟ ประกอบกับที่ตนเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนรักกาแฟ จึงได้รองศึกษาและเรียนรู้ซึ่งมีรุ่นที่ที่รู้จักกันแนะนำวิทีขายกาแฟให้ จึงมามองลู่ทางเพื่อที่จะมาขายกาแฟสดดู

ซึ่งตนจำได้ว่ามีรถจักรยานโบราณ 1 คัน ที่สมัยเรียนใช้ปั่นไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย หลังจากจบแล้วได้จอดทิ้งไว้ที่บ้านสภาพผุพังไปตามกาลเวลา รวมๆ แล้วก็ 15 ปี โดยรถคันนี้คือเป็นรถของรุ่นพี่ที่เขาจบไปแล้วเขาไม่เอาไปด้วย ตนก็เลยไปเอามาซ่อมแล้วเอามาขี่ไปเรียนหนังสือ จึงได้นำรถจักรยานโบราณมาทำเป็นบาร์ขาย นำมาบิ้วดัดแปลงเป็นบาร์ขายกาแฟสด โดยการลงทุนแบบเก็บเล็กผสมน้อย ค่อยๆ ซื้ออุปกรณ์ต่างๆเข้าร้าน เริ่มต้นจากเงิน 5,000 บาท มีหม้อต้ม 5 ชิ้น เตาแก็ส ชุดชงกาแฟ

คุณชันย์ เล่าต่อว่า สำหรับเมนูของทางร้านหลักๆ จะเป็นเมนูกาแฟสด โดยเมล็ดกาแฟสดที่ร้านคือจะใช้เมล็ดกาแฟที่คั่วเองเป็นหลัก จะใช้เมล็ดกาแฟของไทยที่คิดมาทำสูตรผสมด้วยการบดมือเอง มีทั้งโรบัสต้าและอาราบิก้า ที่สำคัญเป็นกาแฟอินทรีย์ ปลอดสารพิษด้วย

นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆอีก ประมาณ 20 เมนูขึ้นไป เมนูกาแฟ เมนูชา และ เมนูน้ำหวานทั่วไป เริ่มราคาจาก 25 – 40 บาท ราคาจะกลางๆ ปัจจุบันเปิดขายมาได้ 2 ปี เริ่มแรกๆ ขายได้วันละ 10 แก้ว จนมาถึงทุกวันนี้ได้ย้ายมาขายที่ปัจจุบัน หน้าร้านข้าวแกงใต้ได้ 3 เดือน หลังจากที่เริ่มหันเข้ามาขายในเมืองถือว่าตอบโจทก์ที่ดีเลย มีการตอบรับจากลูกค้าที่เยอะตั้งแต่วันแรกจนมาถึงวันนี้ โอเคเลยครับ วันหนึ่งขายได้ประมาณเฉลี่ยแล้ว 50 แก้ว ต่อวัน และมีลูกค้าขาประจำที่ชื่นชอบรสชาติกาแฟของตนเอง

สำหรับใครที่สนใจอยากรองชิมรสชาติกาแฟสดแบบคั่วมือ มาชิมได้ที่ร้าน “ชันย์กาแฟสดคั่วมือ” ตั้งขายอยู่ที่หน้าร้านข้าวแกงใต้รองแลข้าวแกงร้อยหม้อ ริมถนนเส้นอุดมสิริ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ขายตั้งแต่ 07.00 – 14.00 น. เบอร์โทรศัพท์ 063-7959464 หรือ ติดตามได้ที่ F B แฟนเพจ ชันกาแฟคั่วมือ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้องลองชิม! ‘เค้กจิ้งหรีด’อร่อยละมุนลิ้น หวานน้อยโปรตีนสูง #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616254

ต้องลองชิม! 'เค้กจิ้งหรีด'อร่อยละมุนลิ้น หวานน้อยโปรตีนสูง

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 13.38 น.

ฟาร์มจิ้งหรีดสยามบั๊กส์-เมืองพัทยา SiamBugs Cricket Farm by Camisu โพสต์แนะนำเมนู เค้กจิ้งหรีดละมุนลิ้นหวานน้อยอร่อยได้คุณค่า ซึ่งทำมาจากผงโปรตีนจิ้งหรีด ซึ่งโปรตีนสูงมีแคลเซียมแมกนีเซียม ธาตุเหล็ก ไฟเบอร์ โอเมก้า ผสมผสานกับแป้งข้าวไรซ์เบอร์รี่ ยิ่งดีต่อใจดีต่อสุขภาพ ซึ่งสร้างความสนใจอย่างมาก  

ว่าที่ ร.ต.หญิง สุวิมล จันทจร ผู้บริหารฟาร์มจิ้งหรีดสยามบั๊กส์-เมืองพัทยา กล่าวว่า สำหรับเมนูเค้กจิ้งหรีดนี้ ตนได้คิดเมนูนี้ขึ้นมาโดยร่วมกับวิสาหกิจชุมชน นำส่วนผสมของจิ้งหรีดใส่เข้าไปในเค้กซึ่งจะได้รสชาติดีไม่หวาน มีโปรตีน โดยตนนั้นทำฟาร์มจิ้งหรีดอยู่แล้วจึงได้คิดทำเมนูเค้กขึ้น

โดยนำจิ้งหรีดมาอบแห้งบดเป็นผงคล้ายแป้ง สามารถนำมาใส่แทงแป้งและมีรสชาติเหมือนเครื่องปรุงรส แล้วแต่จะใส่ไปในส่วนผสมแค่ไหน โดยจะมีรสชาติอร่อยมีโปรตีน เพราะจิ้งหรีดนั้นมีโปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นถึง 2 เท่า  

ตอนนี้เราได้ทำขายผงจิ้งหรีด 100% โดยสามารถนำมาแทนแป้งหรือเครื่องปรุงรส ทั้งใส่เค้ก อาหารคาวหวาน ไม่ว่าจะเป็น ยำ แกง ต้มเพราะจะมีโปรตีนมากกว่าซึ่งนอกจากทำเค้กแล้วทางฟาร์มจิ้งหรีดสยามบั๊กส์-เมืองพัทยา ยังมีทำคุ้กกี้ ทองม้วน จำหน่ายแล้ว ซึ่งที่จริงแล้วจะเน้นทำ ผงจิ้งหรีดเพื่อเอาไปใส่ประกอบอาหารมากกว่า ซึ่งก็มีลูกค้าสนใจสอบถามจำนวนมาก

สำหรับผู้ที่สนใจก็สามารถติดต่อสอบถามดูข้อมูลได้ที่ ฟาร์มจิ้งหรีดสยามบั๊กส์-เมืองพัทยา หรือเบอร์ 085 027 7032 

-012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โจรอาละวาดขโมยข้าวเปลือกตากไว้ตามถนน ชาวนาโอดราคาต่ำยังมาซ้ำเติมอีก #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616234

โจรอาละวาดขโมยข้าวเปลือกตากไว้ตามถนน ชาวนาโอดราคาต่ำยังมาซ้ำเติมอีก

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 12.15 น.

โจรลักขโมยข้าวเริ่มออกอาละวาด ล่าสุดก่อเหตุลักขโมยข้าวที่ตากไว้ตามถนน เพื่อลดความชื้นคืนเดียวหายไป 5 กระสอบ ชาวนาโอดราคาข้าวตกต่ำยังมาลักขโมยซ้ำเติมอีก  วอนเห็นใจปีหนึ่งทำนาครั้งเดียวหวังได้ผลผลิตบริโภคและขายแต่กลับถูกโจรลักขโมย

วันที่ 17 พ.ย.64 ชาวนาบ้านหนองแห้ว ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ และพื้นที่ใกล้เคียง ต่างหวาดผวาพากันนำเต็นท์ออกไปกางเพื่อนอนเฝ้าข้าวเปลือกที่ตากไว้ตามถนน ขณะที่บางคนก็เปลี่ยนใจนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวเสร็จมาตามหน้าบ้าน และพื้นที่ว่างรอบบ้านของตัวเอง หลังมีคนร้ายตระเวนก่อเหตุลักขโมยข้าวเปลือกที่ชาวนานำไปตากไว้ตามถนน โดยภายในคืนเดียวมีข้าวถูกลักขโมยไปจำนวน 5 กระสอบ คาดว่าคนร้ายน่าจะขับรถยนต์มาดูลาดเลาก่อน พอสบโอกาสช่วงกลางคืนที่ไม่มีใครนอนเฝ้า ก็จะจอดรถแล้วใช้กระสอบปุ๋ยที่เตรียมมาบรรจุเอาข้าวเปลือกใส่รถแล้วหลบหนีไป โดยไม่รู้ว่าเป็นคนในหรือนอกพื้นที่ เพราะบริเวณจุดเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด

จากการสอบถามนางปิยดา เดชวารี อายุ 61 ปี เล่าว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยตนได้นำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้ว ไปตากเพื่อลดความชื้นไว้บนถนนทางเชื่อมต่อเข้า-ออกหมู่บ้าน โดยที่เลือกตามบนถนนลาดยางเพราะจะแห้งเร็ว ช่วงกลางวันที่ตากก็จะเกลี่ยข้าวผึ่งเอาไว้ พอตกเย็นก็จะเกลี่ยรวมไว้เป็นกองแล้วใช้ผ้าใบหรือตาข่ายคลุมปิดเอาไว้ จะได้ไม่ต้องขนเข้าขนออก แต่ไม่ได้มีใครนอนเฝ้าเพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาก่อเหตุลักขโมย กระทั่งรุ่งเช้าอีกวันจะมาเกลี่ยข้าวตากแดด ก็พบรอยผ้าใบฉีกขาดและข้าวเปลือกที่ตากเอาไว้ถูกขโมยไปประมาณ 5 กระสอบ หากคิดเป็นเงินก็ประมาณกระสอบละ 500 บาท

จากการสอบถามชาวนาหมู่บ้านใกล้เคียง ทราบว่าในคืนเดียวกันมีชาวนาที่ถูกลักขโมยข้าวอีก 2 ราย  แต่ไม่รู้ว่าหายไปเท่าไหร่ ก็เสียใจและเสียดายเพราะปีหนึ่งทำนาแค่ครั้งเดียวลำบากก็ลำบาก ก็หวังว่าจะเก็บผลผลิตไว้บริโภค และขายเอาเงินมาใช้ยามจำเป็น แต่กลับถูกคนร้ายมาลักขโมยซ้ำเติมราคาข้าวที่ตกต่ำอีก

เบื้องต้นก็ได้แจ้งผู้นำชุมชนแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งตำรวจ เพราะคิดว่ายังไงก็คงไม่ได้ข้าวคืนอยู่แล้วก็ไม่อยากจะยุ่งยาก แต่ก็อยากฝากชาวนาคนอื่นให้ระมัดระวังด้วย หากเป็นไปได้ก็ตากไว้ใกล้บ้านแต่หากจำเป็นต้องนำไปตากตามถนน ก็ควรจะนอนเฝ้าเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกลักขโมย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอธีระวัฒน์’เปิดความชอกช้ำ‘แพทย์ใช้ทุน’ หนึ่งต้นเหตุรพ.ต่างจังหวัดขาดหมอ #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616204

‘หมอธีระวัฒน์’เปิดความชอกช้ำ‘แพทย์ใช้ทุน’ หนึ่งต้นเหตุรพ.ต่างจังหวัดขาดหมอ

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 09.46 น.

‘หมอธีระวัฒน์’เปิดความชอกช้ำ‘แพทย์ใช้ทุน’ หนึ่งต้นเหตุรพ.ต่างจังหวัดขาดหมอ

17 พฤศจิกายน 2564 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” หัวข้อ “ความชอกช้ำ ของแพทย์ใช้ทุนโรงพยาบาลชุมชน” มีเนื้อหาดังนี้…

ความชอกช้ำ ของแพทย์ใช้ทุนโรงพยาบาลชุมชน

หมอดื้อ

จากใจของนายแพทย์ประกิต อนุกูลวิทยา อายุ 30 ปี ขณะเขียนเรื่องนี้ ปฏิบัติงานเป็นแพทย์ประจำบ้านอายุรกรรมประสาทชั้นปีที่ 3 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

2564 บรรจุเป็น อาจารย์ หน่วยประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ จุฬา

“หมอไปไหน หมอทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่ออกตรวจ”

คงเป็นคำถาม ที่คนไข้ที่ไปใช้บริการที่โรงพยาบาลทั่วไปถาม บางคนคงคิดว่าหมอไปเปิดคลินิกบ้าง บางคนคงคิดว่าหมอไปอยู่เวรเอกชนบ้าง แต่มีไม่กี่คนที่รู้ว่าแพทย์ใช้ทุนที่อยู่โรงพยาบาลชุมชนเขาทำอะไรกัน ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยผ่านเหตุการณ์นั้นมา

เป็นที่ทราบกันดี ระบบการเรียนแพทย์ในประเทศไทยนั้น เรียนเป็นระยะเวลาทั้งหมด 6 ปี และหลังจากเรียนจบจากโรงเรียนแพทย์ แพทย์เกือบทั้งหมดต้องออกไปทำงานเพื่อชดใช้ทุน เนื่องจากการเรียนแพทย์ในประเทศไทย รัฐบาลมีส่วนสนับสนุนในการเรียน มีแค่ไม่กี่โรงเรียนแพทย์บางที่เท่านั้น ที่ไม่ต้องชดใช้ทุน

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แพทย์ที่จบทุกคนก็จำเป็นต้องเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะในปีแรกของการทำงาน เพื่อจะได้มีโอกาสในการเข้ามาเรียนต่อเฉพาะทาง ซึ่งโรงพยาบาลที่ไปทำงานส่วนใหญ่ก็คือโรงพยาบาลจังหวัด หรือโรงพยาบาลศูนย์ที่มีความสามารถในการฝึกอบรมได้ หลังจากนั้นก็จะออกไปชดใช้ทุนที่โรงพยาบาลชุมชน ซึ่งการชดใช้ทุนอย่างน้อย รวมทั้งหมดประมาณ 3 ปี หลังจากนั้นจึงสามารถขอทุนเข้ามาเรียนต่อเฉพาะทางได้

แพทย์ส่วนใหญ่ในระบบสาธารณสุขของประเทศไทยส่วนใหญ่จะต้องเคยผ่านการใช้ทุนที่โรงพยาบาลชุมชน ซึ่งจากที่เราประมาณกัน หนึ่งปีน่าจะมีผู้ที่จบแพทย์ประมาณ 2,000 กว่าคน ซึ่งเป็นจำนวนมาก

แต่แล้วทำไมสาธารณสุขของไทยยังขาดแคลนแพทย์ที่อยู่โรงพยาบาลชุมชน ถ้าถามปัญหาในผู้ใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข ก็คงบอกว่าแพทย์หลังจากชดใช้ทุน 3 ปี ก็อาจจะมาเรียนต่อบ้าง ลาออกบ้าง หรืออาจจะขอย้ายกลับมาบ้านเกิดบ้าง

แต่สาเหตุที่แท้จริงที่อยู่ใต้พรมของปัญหาเหล่านี้ล่ะ ว่าทำไมแพทย์ถึงไม่พอ การกระจายแพทย์ถึงไม่เป็นสัดส่วน บางภูมิภาคขาดแคลน บางภูมิภาคมีแพทย์ล้นหลาม ปัจจัยอะไรที่ทำให้แพทย์ไม่ไปอยู่โรงพยาบาลชุมชนต่อ สาเหตุหลักที่แท้จริงของการเกิดปัญหาเหล่านี้

น่าจะเกิดจากนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่มอบให้กับแพทย์ใช้ทุนที่ทำให้ทนแรงกดดันไม่ได้ และการเอารัดเอาเปรียบของแพทย์อาวุโส (Staff)

หนึ่งวันทำงานของแพทย์ใช้ทุนที่อยู่ตามโรงพยาบาลชุมชน ไม่ได้สบายอย่างที่คิด บางคนต้องตื่นมาแต่เช้า เพื่อมาตรวจคนไข้ในหอผู้ป่วยซึ่งอาจจะเป็น 10-20 คน หรือบางคนอาจจะตรวจมากถึง 50 คน หลังจากนั้นอาจจะต้องมาตรวจผู้ป่วยนอกที่รับบริการ เฉลี่ยวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 50-100 คน บางวันอาจจะมากกว่า 150 คนเลยก็ได้ ตอนเย็นยังต้องมาอยู่เวร ที่บางคืนไม่ได้นอน ซึ่งเดือนหนึ่งเฉลี่ยแล้ว ไม่ต่ำกว่า 10 เวรต่อเดือน

ซึ่งงานอื่นๆที่แพทย์ใช้ทุนต้องทำในโรงพยาบาล เช่น บางคนต้องเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลไปด้วย หรือบางคนต้องรับผิดชอบดูแลการสรุปเวชระเบียน (Audit chart) บางวันต้องออกไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย หรือประชุมแผนงานการดูแลผู้ป่วยของแต่ละโรค (Service plan) เป็นต้น

ซึ่งจะเห็นได้ว่างานบางอย่างไม่ได้เป็นการตรวจหรือดูแลผู้ป่วย แต่เป็นจากนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่ทำให้เกิดงานเหล่านี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า แพทย์ใช้ทุนหนึ่งคนที่เพิ่งจบมาต้องมาเผชิญงานหนัก และงานที่ทำบางส่วน โรงเรียนแพทย์ไม่ได้สอนความรู้เหล่านี้เอาไว้ ทำให้แพทย์เลือกที่จะหาทางออกอื่น เช่น ไปเรียนต่อเฉพาะทาง หรือลาออก เพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็นเหล่านี้

ส่วนปัจจัยที่สอง คือการเอารัดเอาเปรียบจากแพทย์อาวุโส (Staff) ซึ่งแพทย์ใช้ทุนคงจะต้องเจอกับปัญหานี้ เช่น การบังคับซื้อเวรให้อยู่เวรแทนตนเองเพื่อตนเองจะไปอยู่คลินิกอื่นนอกโรงพยาบาล การจำกัดจำนวนคนไข้ในการตรวจวันละไม่กี่คนเพื่อนำเวลาราชการไปตรวจคลินิกอื่นนอกโรงพยาบาล

การเลือกคนไข้ในการตรวจ การให้ทำงานวันหยุดให้ โดยไม่มีค่าตอบแทน หรือแม้แต่แพทย์อาวุโสบางท่าน มีชื่ออยู่ในโรงพยาบาลเพื่อใช้สิทธิ์สวัสดิการต่างๆแต่ไม่เคยมาทำงานตรวจคนไข้ หรือให้บังคับให้แพทย์ใช้ทุน ทำงานโดยที่ไม่อยากทำ นี่ยังไม่รวมถึงการที่แพทย์อาวุโสที่เป็นแพทย์เฉพาะทาง (Specialists) รับปรึกษาและตอบคำปรึกษา ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ ด่าทอ

ซึ่งปัญหานี้เองทำให้แพทย์ใช้ทุนรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม บางคนถึงขั้นลาออกก่อนชดใช้ทุนครบ และเกลียดระบบนี้ไปเลย หรืออาจจะเป็นปัจจัยให้แพทย์ใช้ทุนต้องดิ้นรนเพื่อไปเรียนต่อเฉพาะทาง เพื่อไม่ให้อยู่ในชนชั้นล่างสุดของห่วงโซ่อาหารนี้

นโยบายกระทรวงที่เข้าใจปัญหาของแพทย์ใช้ทุนน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่น่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เช่น การให้แพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลชุมชนมีส่วนให้ความเห็นกับนโยบายที่กระทรวงสาธารณสุขจะออก การจำกัดเวลาในการทำงานของแพทย์ต่อสัปดาห์ให้เป็นรูปธรรม การจัดสรรบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลงานอื่นๆที่แพทย์ใช้ทุนไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือการจัดภาระงานของแพทย์อาวุโสกับแพทย์ใช้ทุนให้เทียบเท่ากัน และมีการตรวจสอบแพทย์ที่เอารัดเอาเปรียบและกำหนดบทลงโทษ เป็นต้น

การมีแนวทางเหล่านี้ อาจจะไม่ได้แก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่อาจจะลดความเครียดของแพทย์ใช้ทุน ที่ต้องมารับภาระเหล่านี้ได้ และอาจจะให้เขามีความสุขในการทำงานได้ ซึ่งก็จะมีผลต่อการตัดสินใจในการลาออก หรือการไปเรียนต่อของแพทย์ใช้ทุน ซึ่งน่าจะลดปัญหาการกระจายแพทย์ได้บางส่วน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้ำท่วมก็ไม่แคร์! ไอเดียเกษตรใหม่ ‘สวนมะนาวลอยน้ำ’ สะเทินน้ำสะเทินบก #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616198

น้ำท่วมก็ไม่แคร์! ไอเดียเกษตรใหม่ 'สวนมะนาวลอยน้ำ' สะเทินน้ำสะเทินบก

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 08.51 น.

17 พฤศจิกายน 2564 ตามที่กลุ่มเกษตรหนุกหนาน ได้โพสต์เฟสบุ๊คมีข้อความ ได้เวลาสวนมะนาวยกตัวลอยน้ำแล้ว ถึงน้ำจะมากหรือน้ำจะน้อย จะท่วมนานหรือไม่ท่วม สวนมะนาวสะเทินน้ำสะเทินบก ของอาจารย์สุพจน์ก็อยู่รอดปลอดภัย ปรับตัวไปกับธรรมชาติของฤดูกาลที่นี่#สวนมะนาวลอยฟ้า พร้อมมีรูปประกอบ น้ำท่วมสวนมะนาว ให้ได้ชม เนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พ.ย.64 ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักและมีน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลเขารูปช้าง ทำให้สวนมะนาวลอยน้ำมีน้ำท่วม อย่างที่เห็นตามในภาพ

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เดินทางไปยังสวนมะนาวลอยน้ำของนายสุพจน์ อ่อนเจริญ ที่ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลาซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมใหม่ทางด้านการเกษตร สวนมะนาวลอยน้ำ ของนายสุพจน์ อ่อนเจริญ หมู่ที่ 5 ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดย สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสงขลา

นายสุพจน์ อ่อนเจริญ สมาชิกกลุ่มเกษตรกรหนุกหนาน เจ้าของสวนมะนาวลอยน้ำ เล่าว่า บริเวณบ้าน มีพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกพันธุ์ไม้แบบผสมผสาน กว่า 50 ชนิด ทั้งที่กินได้ ใช้สอย และเป็นสมุนไพร รอบบริเวณบ้าน แทบจะไม่มีที่ว่างเลย เนื่องจากใช้พื้นที่บริเวณบ้าน อย่างเต็มที่ ในส่วนสระน้ำ ขนาด 10 x 15 เมตร ลึกประมาณ 2 เมตร และปลูกมะนาวลอยน้ำตลอดทั้งปีในสระแห่งนี้ มีผลผลิตให้เกษตรกรที่จะเข้ามาเรียนรู้ได้เห็นอย่างชัดเจน

สำหรับมะนาวที่ปลูกทั้งลอยน้ำ และสะเทือนน้ำสะเทินบก จำนวนกว่า 100 ต้น โดยคุณสุพจน์ ทำสวนมะนาวมาแล้วกว่า 10 ปี ลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จ ในการทำสวนมะนาวลอยน้ำและมะนาวสะเทินน้ำสะเทินบก

เนื่องจากบ้านอยู่ในพื้นที่ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ที่ข้างบ้านน้ำท่วมทุกปีเพราะเป็นทางผ่านของน้ำที่ระบายจากตัวเมือง จึงเกิดนวัตกรรมการปลูกมะนาวแบบลอยน้ำ โดยบริเวณรอบบ้านทำสวนแบบผสมผสาน อยู่แบบธรรมชาติไม่ขวางธรรมชาติ เรียนรู้จากธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติพึ่งพาเรา เราพึ่งพาธรรมชาติ คือทำแบบผสมผสาน ทำทุกอย่างที่อยากกิน ทุกอย่างที่รัก ทุกอย่างที่ชอบก็ปลูกอย่างนั้น เพื่อลดรายจ่ายไม่ได้ทำเพื่อเป็นธุรกิจ เพื่อลดรายจ่ายในครอบครัว และก็เป็นรายได้ของเราในส่วนที่มันเหลือออกมา

คุณสุพจน์ อ่อนเจริญ กล่าวว่า สวนมะนาวลอยน้ำ เนื่องจากพื้นที่ในบริเวณบ้านน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ถ้าเราจะถมที่ก็ต้องใช้งบเยอะ เราจะได้ทำให้เป็นตัวอย่าง พื้นที่ที่เราไม่มีงบ แต่เราสามารถปลูกพืชได้ พื้นที่ที่มันจำกัด ทำอย่างไรให้มันสามารถอยู่ได้ เลี้ยงตัวเองได้ พื้นที่ที่เราคิดว่าทำไม่ได้ เราก็ต้องหาวิธีการคิดวิธีการ พื้นที่ที่มันเป็นสระ เพราะการทำเกษตรก็ต้องมีสระ เพราะในสระเป็นพื้นที่ที่หายไป 1 ไร่ ก็หายไปเยอะ เพราะฉะนั้นในสระเราก็สามารถปลูกได้ จะปลูกพริกปลูกมะเขือพวงมะนาวลอยน้ำ ปลูกได้หมดและก็แปลงที่น้ำยังไม่ท่วมก็เป็นพื้นที่ที่ราบลุ่มอยู่ หน้าแล้งก็แห้ง ก็ทำเป็นแพเอาไว้ ก็ให้เป็นแปลงสะเทินบกสะเทินน้ำ น้ำมาเมื่อไหร่ก็ลอยขึ้น พอน้ำแห้งก็ลงกลับที่เดิม

ตอนที่น้ำท่วมเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการท่วมครั้งแรก บริเวณตรงนี้มันจะท่วมทุกปี ปีละ 2- 3 ครั้ง ประมาณวันหรือสองวันแล้วมันก็แห้งไป เมื่อฝนตกมันก็ท่วมขึ้นมาใหม่ บางช่วง ก็อยู่ได้หลายๆวัน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องคิด ว่าเราจะทำอย่างไรไม่ให้ต้นไม้เราเสียหาย ปลูกแล้วไม่ต้องเสียกำลังใจว่า ปลูกแล้วตาย แต่ปลูกครั้งเดียว ให้มันอยู่ได้หลายๆปี

ในส่วนผลผลิต เพราะอาจจะได้ต่ำกว่า ที่เราปลูกบนดินสักหน่อยเท่านั้นเอง แต่เราสามารถบังคับผลผลิตให้ออกตามฤดูกาลได้เพราะไม่ได้ลงดิน โดยเฉพาะมะนาวเราบังคับได้ จะให้ออกช่วงไหนก็ได้ เพราะเราจะให้รดน้ำใส่ปุ๋ย อะไรได้หมด เพราะเราบังคับได้ มันเป็นการดีตรงนั้น และมะนาวลอยน้ำอยู่ มันดีตรงที่ว่า คือสามารถกันโรคได้ รากสามารถหาอาหารกินเองได้ ในขณะที่อยู่ในน้ำ เราไม่ต้องไปรดน้ำ ในส่วนมะนาวที่สะเทินบกสะเทินน้ำก็ต้องรดน้ำ แต่ก็ดีตรงที่ว่าสามารถลอยขึ้นได้ เวลาน้ำมาลอยขึ้น เวลาน้ำลงก็กลับตั้งที่เดิม. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระหึ่ม!เปิดแคมเปญ‘เมืองรอง ต้องไปน่าน’ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616169

กระหึ่ม!เปิดแคมเปญ‘เมืองรอง ต้องไปน่าน’ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.54 น.

ททท.สำนักงานน่าน จับมือสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน และสายการบินไทยสมายด์จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจท่องเที่ยว “เมืองรอง ต้องไปน่าน” Trade Meet 2021 กระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว หวังช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 4.7 ล้านบาท

16 พฤศจิกายน 2564 ที่โรงแรมน่านกรีน เลก วิว รีสอร์ท ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจท่องเที่ยว “เมืองรอง ต้องไปน่าน” Trade Meet 2021 นำผู้ประกอบการด้านธุรกิจนำเที่ยว (Travel Agent) จำนวน 30 ราย ร่วมเจรจาธุรกิจ (Table Top Sale) กับผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่าน โดยมีนายโยธิน  ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน กล่าวรายงานการจัดกิจกรรม โดยมีพันธมิตรสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) ให้ความร่วมมือในการจัดงานครั้งนี้        

นายโยธิน กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด – 19 ในหลายพื้นที่ของประเทศคลี่คลายรัฐบาลได้ผ่อนคลายข้อจำกัด มาตรการป้องกัน และการควบคุมโรค รวมทั้งการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไปพร้อมกับด้านสุขอนามัยที่รู้จักกันดีในชื่อมาตรฐาน SHA และ SHA Plus  ประกอบกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน มีแผนงานส่งเสริมการตลาด ประจำปี 2565 ภายใต้โครงการเที่ยวเมืองรองต้องไปน่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นเมืองรองเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชม และผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน สอดคล้องตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเด็นการท่องเที่ยว ที่มีแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรองที่มีศักยภาพ ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพรายได้สูง ส่งเสริมสินค้าและบริการ ที่มีศักยภาพสู่ระดับสากล การดูแลความปลอดภัยและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้เกิด   การกระจายรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวสู่ชมชน

ทั้งนี้ ททท.สำนักงานน่าน ได้ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน (สธน.) และสายการบินไทยสมายด์ กำหนดจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจท่องเที่ยว “เมืองรอง ต้องไปน่าน” Trade Meet 2021 ขึ้น โดยนำผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว (Travel Agent) จำนวน 30 ราย ในฐานะผู้ซื้อ (Buyers) มาพบปะเจรจาธุรกิจ   กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ประกอบด้วย ชมรมที่พัก ชมรมรถเช่า ชมรมร้านอาหาร ท่องเที่ยวชุมชน Cluster เครื่องเงิน Cluster ผ้าทอ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (ของฝาก ของที่ระลึก) สายการบินไทยสมายด์ สายการบินนกแอร์ และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ในฐานะผู้ขาย (Sellers) เพื่อนำเสนอขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย

สนท.ยังได้ใช้โอกาสนี้เดินทางสำรวจสินค้าและบริการ สถานประกอบการ ชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และอื่นๆ ซึ่งจะทำให้เห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมของจังหวัดน่าน สามารถนำไปออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทางใหม่ๆ เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดน่าน (เมืองรอง) ได้อย่างมั่นใจ     

ททท. สำนักงานน่าน คาดหวังว่าการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวครั้งนี้ จะส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่าน และผู้ประกอบการสมาชิก สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย ให้สามารถต่อยอดขยายผลด้านการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ สมาชิก สนท. จะจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดน่าน เสนอขาย Package ให้กับนักท่องเที่ยวนอกพื้นที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดน่าน (เมืองรอง) เพิ่มขึ้น จำนวนไม่ต่ำกว่า 300 คน (PAX) และสามารถรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยว เข้าสู่พื้นที่จังหวัดน่าน ไม่ต่ำกว่า 4,719,000 บาท

อีกทั้งการท่องเที่ยวภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย จะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยวภายใต้พฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งจังหวัดน่านมีศักยภาพความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังมาถึงด้วย 

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศึกรักสามเส้า! เมียเก่ายกพวกปิดซอยบุกบ้านเมียใหม่รุมทำร้ายร่างกายจนดั้งหัก #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616165

ศึกรักสามเส้า! เมียเก่ายกพวกปิดซอยบุกบ้านเมียใหม่รุมทำร้ายร่างกายจนดั้งหัก

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.43 น.

ศึกรักสามเส้าเดือดสนั่นเมืองอุดร! เมียเก่ายกพวกปิดซอยบุกบ้านเมียใหม่รุมทำร้ายร่างกายจนเมียใหม่ดั้งหัก แถมกระชากผมและลากคอยายอีก 2 คนที่เข้าไปช่วยออกกลางถนนทำร้ายร่างกายเกือบถึงตาย ชาวบ้านเห็นเหตุการณ์วิ่งเข้ามาช่วยตกใจทั้งซอย ก่อนไปเมียเก่ายังขู่ซ้ำ “นี่แค่เตือนนะ” ขณะที่ฝ่ายเมียใหม่เผยนาทีถูกรุมยำสุดโหด ลั่นเอาเรื่องจนถึงที่สุด แจ้งความตำรวจแล้วแต่คดียังไม่คืบ ด้านฝ่ายเมียเก่ายันไม่จับมือ ไม่ขอเคลียร์ ส่วนผัวไม่เอาแล้วอยากได้ก็เอาไป เผยสาเหตุทั้ง 2 ฝ่ายบาดหมางแคลงใจเรื่องสามีและด่าทอกันในโซเซียลสารพัดคำด่าจนนำมาซึ่งการลงมือทำร้ายกัน

วันที่ 16 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งในบ้านอาสาพัฒนา ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.มิว (นามสมมติ) อายุ 20 ปีว่าถูกผู้หญิงชื่อ “อ้อม” ซึ่งเป็นภรรยาเก่าของแฟนใหม่ของ น.ส.มิวพาพวกรวม 5 คนเป็นหญิง 4 คนและทอมอีก 1 คนบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายถึงภายในบ้าน โดยกลุ่มคนดังกล่าวไม่พูดพร่ำทำเพลงได้เข้าตะลุมบอนทั้งต่อยกระชากผมและลากคอออกมาที่ถนนหน้าบ้านทำร้ายร่างกาย น.ส.มิว จนน่วมไปทั้งตัวจนดั้งหัก โดยกลุ่มคนดังกล่าวหลังก่อเหตุปิดซอยทำร้ายร่างกาย น.ส.มิวแล้วได้ทิ้งรองเท้าเอาไว้ให้ดูต่างหน้าและก่อนไปได้บอกด้วยว่า “นี่แค่เตือนนะ” นอกจากนี้ ยังมียายอีก 2 คนที่เข้ามาห้ามก็โดนลูกหลงไปด้วย ทำให้ครอบครัวตกใจมากและหวั่นไม่ปลอดภัยไป น.ส.มิว จึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.บ้านดุง แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า วันนี้จึงนำเรื่องร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว

ส่วนสาเหตุทราบว่าเป็นศึกรักสามเส้าโดย น.ส.มิว เป็นแฟนใหม่ของอดีตสามี น.ส.อ้อม และมีการบาดหมางแคลงใจเรื่องสามีและด่าทอกันในโซเซียลสารพัดคำด่าจนนำมาซึ่งการลงมือทำร้ายในครั้งนี้

ทั้งนี้ น.ส.มิว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ย.64 ทีผ่านมา เวลาประมาณเที่ยง ขณะที่ตนนอนเล่นอยู่หน้าทีวีภายในบ้านสักพักก็มีผู้หญิงทราบต่อมาว่าเป็นอดีตภรรยาของแฟนใหม่ตน ชื่อ “อ้อม” ตอนแรกเขาเรียกชื่อหนูอยู่นอกบ้านว่า “อีมิว” สักพักเขาก็เดินเข้ามาภายในบ้าน พร้อมพวกรวม 5 คนเป็นผู้หญิง 4 ทอม 1 ไม่พูดพร่ำทำเพลงเข้ามารุมทำร้ายตนทั้งเตะทั้งต่อยทั้งถีบ ตนตกใจได้ร้องให้คนช่วย ยายที่อยู่ภายในบ้านได้เข้ามาห้าม แต่ปรากฎว่ากลุ่มคนที่รุมทำร้ายไม่ฟัง ล็อคคอและดึงผมยายวัย 59 ปี และกระชากผมของตนออกไปนอกบ้านพร้อมกันสองคน จากนั้นก็รุมทำร้ายบริเวณหน้าบ้าน 

ต่อมายายวัย 71 ปี ซึ่งเป็นญาติกันได้วิ่งเข้ามาห้ามอีกก็โดนกลุ่มคนดังกล่าวทำร้ายจนพากันระบมไปทั้งตัว พอทำร้ายเสร็จเขาก็พากันเดินออกไปขึ้นรถหน้าปากซอย ก่อนไปก็บอกว่า นี่แค่เตือนนะ! 

“หนูโดนรุมสกรัมจนดั้งหัก ไปหาหมอตรวจร่างกายและไปแจ้งความแล้ว ตอนนี้หวั่นความไม่ปลอดภัยง กลัวผู้หญิงคนนี้จะมาพวกมาอีก เพราะหลังก่อเหตุเขาก็ทักเฟสและโทรมาขู่ตลอด ส่วนสาเหตุเขาบอกว่าหนูไปด่าเขาว่า ขาย…และเข้าไปในบ้านเขาขโมยสิ่งของ หนูยืนยันหนูไม่รู้จักบ้านเขาด้วย ส่วนแฟนใหม่ที่เป็นอดีตสามีเขาเพิ่งคบกันได้ 2 เดือนก็มาเกิดขึ้น หากเมียเก่าเขาอยากได้ก็ให้เขาไปเลย หนูไม่เอาแล้ว เพราะเขามาทำร้ายหนูและยายหนูที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่พวกเขาก็พาพวกมาทำร้ายคุณยายที่อายุมากแล้ว ครอบครัวหนูงไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดแน่นอน หนูอยากให้สื่อมวลชนนำเสนอเรื่องนี้เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับหนูด้วยด้วย เพราะครอบครัวหนูถูกทำร้ายถึงบ้านและแจ้งตำรวจก็ไม่มีความคืบหน้าเลย” น.ส.มิว กล่าว

คุณยายสมควร ภูต้องศรี อายุ 59 ปี ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า วันนั้นเห็นผู้หญิงมาด่ามิว ซึ่งเป็นหลานอยู่หน้าบ้าน สักพักเขาก็เดินเข้ามาในบ้านทำร้ายน้องมิว ตนจึงได้เข้าไปห้าม แต่เขาไม่ฟัง เขาล็อคคอยายและกระชากผมออกไปทำร้ายที่ถนนหน้าบ้านพัก ดึงคอยายแรงมากจนสร้อยที่ห้อยพระไว้ขาด ยายเพิ่งป่วยมาและไม่คิดว่าจะมีคนมาทำร้ายแบบนี้ 

ส่วนยายกว้าง ชัยเมือง อายุ 71 ปี บอกว่า มีบ้านอยู่ตรงข้าม ช่วงนั้นเห็นคนรุมทำร้ายน้องมิว ซึ่งเป็นหลานและทำร้ายยายสมควร ซึ่งเป็นน้องสาวก็วิ่งเข้าไปช่วย ก็โดนกลุ่มคนเหล่านี้ตบที่ใบหน้าและทั้งมือเท้าเตะมันดูชุลมุนไปหมด ครอบครัวอยากจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะอุกอาจที่มาทำร้ายยาย ทั้งที่ยายก็อายุมากแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ “น้องอ้อม” ภรรยาเก่าของแฟนใหม่น้องมิว ที่พาพวกไปรุมทำร้ายน้องมิว โดยน้องอ้อมยอมรับว่า ได้เข้าไปทำร้ายเขาจริง แต่มันมีเหตุมาก่อน เขามาด่าเราในเฟสบอกว่า ขาย…ในรถหรือ และโพสต์กระแนะกระแหนตนตลอด วันนั้นตนไม่ได้ไปเพื่อไปตีไปฆ่า ตนไปมือเปล่า ไม่ได้มีอาวุธจะแจ้งพยายามฆ่าไม่ได้ สาเหตุเพราะตัวมิวและผัวใหม่เขานั่นแหละมาด่าหนูตลอด พูดไม่หยุด เลิกกันแล้วก็ไม่เลิกและมาบ้านตนบุกบ้านงัดบ้านตนด้วย มาถามคนในหมู่บ้านได้ 

น้องอ้อมกล่าวต่อว่า ตัวผู้หญิงนี่ตัวดี พอได้ผัวตนแล้วก็มาเย้ยตนตลอด ทำให้ตนอดไม่ได้ จึงพาเพื่อนไปถามดูว่า “สูยังไม่จบกันหรือแต่ก็โดนเขาเหน็บติดตามชมต่อไป” ทำให้ตนเลือดขึ้นหน้า ส่วนยายที่บอกว่าตนทำร้ายร่างกายนั้นตนไม่ได้ทำร้าย แต่คุณยายนั่นแหละที่มาขูดหน้าตนยังมีรอยแผลอยู่เลย

“ทำไมมาวุ่นวายกับหนูแท้ เลิกแล้วก็เลิกกันไป อยากได้ผัวก็ให้ไปแล้ว อย่าไปโพสต์ด่ากันอีก ถ้าหนูไม่ปกป้องตัวเองก็จะคาราคังอยู่ตลอด ตอนนี้หนูเลิกกับสามีคนนี้แล้วไม่ขอยุ่ง ส่วนเรื่องที่เข้าไปทำร้าย หนูไม่รับเคลียร์ ไม่ขอโทษ ไม่ไปขอขมา ไม่จับมือแน่นอน” น้องอ้อม กล่าว  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,309,192 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Born to be King
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
Helping Phuket youngsters establish a career
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
'น้องน้ำใส'เด็ก-เยาวชนดีเด่นปี59
ตระกูลคล้ายมนต์
ใครเอ่ย? นางร้ายอันฟอลสามี เหตุมือที่สามทำขาเตียงสั่น

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d