Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘เมืองคอน’ เตรียมรับมือ! น้ำป่าคีรีวงมาแล้ว ปลายน้ำยกของขึ้นด่วน หวั่นซ้ำรอย (คลิป) #SootinClaimon.Com

Posted on November 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614738

'เมืองคอน' เตรียมรับมือ! น้ำป่าคีรีวงมาแล้ว ปลายน้ำยกของขึ้นด่วน หวั่นซ้ำรอย (คลิป)

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 11.58 น.

10 พ.ย.64 เฟซบุ๊ก “Maneewan Triprom” ได้โพสต์คลิปวีดีโอความยาว 0.39 วินาที โดยภายในคลิปน้ำป่าจากยอดเขาคีรีวงได้ไหลลงมาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งฝนก็ได้ตกลงมาทั้งคืน ผู้โพสต์รายดังกล่าวจึงได้แจ้งเตือนพื้นที่ใน อ.เมือง และใกล้เคียง ให้เตรียมรับมือ และยกของขึ้นที่สูงเพราะคาดว่าน้ำจะเพิ่มขึ้นและลงไปอย่างรวดเร็ว 

โดยข้อความระบุว่า “ตกทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ขนของหนีน้ำก่อนละ กลัวมันอิซ้ำรอย”.

ขณะที่เฟซบุ๊ก “Suthipong Jaroenrak” ไฟล์สดสถานการณ์น้ำป่าคีรีวง ระบุข้อความว่า “น้ำป่าคีรีวง มาแล้ว ปลายน้ำโปรดระวัง” -008

ขอบคุณข้อมูลและคลิปจาก : เฟซบุ๊ก “Maneewan Triprom” , “Suthipong Jaroenrak”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

GISTDA โกอินเตอร์! นั่งประธานคณะกรรมการดาวเทียมสำรวจโลก #SootinClaimon.Com

Posted on November 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614737

GISTDA โกอินเตอร์! นั่งประธานคณะกรรมการดาวเทียมสำรวจโลก

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 11.56 น.

GISTDA โกอินเตอร์ พร้อมดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการดาวเทียมสำรวจโลก (CEOS) ปลายปีหน้า เน้นผลักดันการใช้เทคโนโลยีอวกาศแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกับองค์กรอวกาศทั่วโลก

ประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน): สทอภ. หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับเลือกจากการประชุมใหญ่นานาชาติ CEOS Plenary 2021 เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการดาวเทียมสำรวจโลก (Committee on Earth Observation Satellite: CEOS) โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือนพฤศจิกายน 2565 และจะดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า CEOS เป็นความร่วมมือขององค์กรอวกาศจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มีภารกิจเกี่ยวกับดาวเทียมสำรวจโลก โดยในปัจจุบันมีดาวเทียมที่ปฏิบัติการรวมกันถึง 201 ดวง ซึ่ง CEOS จะทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย การแลกเปลี่ยนข้อมูล การร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี การกำหนดรูปแบบการบริการ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ข้อมูลภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถดำเนินการในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและการประยุกต์ใช้ข้อมูลในการแก้ไขปัญหาได้ร่วมกันทั่วโลกอย่างยั่งยืนในด้านต่างๆ การที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานฯ จะเป็นโอกาสสร้างการรับรู้และตระหนักถึงศักยภาพด้านการสำรวจโลกของประเทศไทยในเวทีระดับโลก และผลักดันประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภัยธรรมชาติที่หลายประเทศกำลังให้ความสำคัญ

CEOS ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2527 โดย GISTDA ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 CEOS มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมีผู้บริหารหน่วยงานสมาชิกเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา รวมถึงวางแผนและกำหนดนโยบายในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมา GISTDA เคยทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ มาแล้ว 1 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2552 ปัจจุบัน CEOS มีสมาชิกหลักจากประเทศต่างๆ ที่มีดาวเทียมสำรวจโลกเป็นของตัวเองทั้งสิ้น 34 องค์กร จาก 24 ประเทศ และสมาชิกสมทบซึ่งเป็นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการใช้ดาวเทียมสำรวจโลกอีก 29 องค์กร สำหรับ GISTDA ในฐานะองค์กรหลักด้านอวกาศของประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก CEOS ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 รวมแล้วปีนี้ก็ครบ 20 ปีพอดี

ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวต่อว่า CEOS ถือเป็นเวทีระดับโลกที่องค์กรชั้นนำด้านอวกาศในประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าการเป็นประธานในครั้งนี้จะต้องทำงานร่วมกับผู้บริหาร วิศวกร และนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในด้านเทคโนโลยีอวกาศมากยิ่งขึ้น อีกทั้งประเทศไทยได้ให้ความสำคัญในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีนโยบายในการบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และตั้งเป้าหมายที่จะแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2593 ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางและภารกิจหลักของ CEOS และในโอกาสที่ GISTDA ได้รับเลือกให้เป็นประธานฯ ในครั้งนี้เราจะมุ่งผลักดันการนำเอาเทคโนโลยีอวกาศไปใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกับสมาชิกจากทั่วโลก รวมทั้งจะเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว เพื่อให้มวลมนุษยชาติตระหนักถึงความสำคัญในการดำรงอยู่ต่อไปในอนาคตได้อย่างปลอดภัย

อนึ่ง หน่วยงานที่เป็นประธาน CEOS ปีที่ผ่านมา คือ NASA จากสหรัฐอเมริกา และในปีปัจจุบัน คือ CNES จากสาธารณรัฐฝรั่งเศส สำหรับ GISTDA จากประเทศไทย นั้น จะดำรงตำแหน่งประธาน CEOS ในเดือนพฤศจิกายน 2565 ต่อไป ตามลำดับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ย่ำถิ่น‘แปดริ้ว’ เที่ยวงานนมัสการ‘หลวงพ่อโสธร’12-21 พ.ย.นี้ #SootinClaimon.Com

Posted on November 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614736

ย่ำถิ่น‘แปดริ้ว’ เที่ยวงานนมัสการ‘หลวงพ่อโสธร’12-21 พ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 11.53 น.

‘ฉะเชิงเทรา’ แถลงข่าวเชิญชวนเที่ยวงานนมัสการหลวงพ่อโสธรและงานประจำปีจังหวัดฉะเชิงเทรา 2564  ภายใต้มาตรการ COVID FREE EVENT

10 พฤศจิกายน 2564 ที่บริเวณมุขด้านหน้าพระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายแพทย์ กสิวัฒน์ ศรีประดิษฐ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน , พล.ต.ต.นันทวุฒิ  สุวรรณละออง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา , นายพงศธร ถาวรวงศ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา และนายจิรศักดิ์ อ่วมอุไร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานฉะเชิงเทรา ร่วมกันแถลงข่าว เชิญชวนเที่ยวงานนมัสการหลวงพ่อโสธรและงานประจำปีจังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ.2564  ระหว่างวันที่  12-21 พฤศจิกายน 2564  รวม 10 วัน 10 คืน  ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น  ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา  และขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย  และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบาลของรัฐบาลและของจังหวัดฉะเชิงเทรา

สำหรับงานนมัสการหลวงพ่อโสธรฯ เป็นช่วงที่รวมงานที่สำคัญๆ ของจังหวัดฉะเชิงเทราหลายกิจกรรมไว้ด้วยกัน เช่น   การแข่งขันกีฬาทางน้ำ / ประเพณีลอยกระทง / การออกร้านนิทรรศการของส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน  ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับ BlueTech City นำผ้าไทยและผลิตภัณฑ์ OTOP ของดีจังหวัดฉะเชิงเทรามาจำหน่าย และประชาสัมพันธ์ส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำของจังหวัดฉะเชิงเทรา  หอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับ คาราบาวแดง นำสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาถูกและดีมาจำหน่าย ร้านค้าจากส่วนราชการและภาคเอกชนอื่นๆ   และกิจกรรมการแสดงของนักเรียน เยาวชนที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ เวทีกลางฯ 

การจัดงานนมัสการหลวงพ่อโสธรฯ ปีนี้ ดำเนินการภายใต้มติของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งได้กำหนดมาตรการ Covid Free Event  เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อโควิด19 พ่อค้า แม่ค้า ที่มาออกร้าน ต้องฉีดวัคซีน และมีการตรวจ ATK ก่อนงาน 100 % และหลังจากจัดงานผ่านไป 5 วัน ต้องตรวจ ATK อีก 1 รอบ 100 %  ผู้เข้าร่วมงานต้องฉีดวัคซีน  และผ่านจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิทุกคน ปัจจุบันประชากรชาวฉะเชิงเทรา อายุตั้ง 12 ปีขึ้นไป อยู่ในเกณฑ์ได้รับวัคซีนจำนวน 654,702 คน ได้การฉีดวัคซีนเข็ม 1 แล้วจำนวน 552,654 คนคิดเป็น 84.41 % และการฉีดเข็ม 2 จำนวน430,352 คน คิดเป็น65.73% ข้อมูล ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ถือว่าสูงเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ  (1 ใน 5 ลำดับแรก) โดยขอความร่วมมือทุกท่าน NO FOAM NO PLASTIC NO ALCOHAL  ชาวฉะเชิงเทราร่วมเป็นเจ้าภาพ และเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับนักท่องเที่ยว สำหรับการจัดงานปีนี้ต้องดีกว่าปีที่แล้ว คือ   สะดวก : การเดินทางสะดวก การจราจรเป็นระเบียบ   สะอาด  : การจัดงานและหลังเลิกงานต้องสะอาด ปลอดภัย : ผู้ที่มาร่วมงานต้องปลอดภัยมีสุขอนามัยที่ดี และประทับใจ : ทุกคนที่มาร่วมงานต้องได้รับความประทับใจ

ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า งานนมัสการหลวงพ่อโสธรฯ เป็นงานประเพณี  ที่สำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานานถึง 131 ปี  สืบเนื่องมาจากเมื่อปี พ.ศ.2433 ได้เกิดโรคระบาดไข้ทรพิษหรือฝีดาษระบาดหนัก ประชาชนเจ็บไข้ได้ป่วยและล้มตายจำนวนมาก มีการเล่าขานกันมาว่า ศพกองทับถมกันที่วัดเมือง (วัดปัจจุบัน) เป็นร้อยเป็นพันศพเพราะเผาไม่ทัน ชาวบ้านจึงได้กราบไหว้บูชาหลวงพ่อโสธร เพื่อให้รอดพ้นจากโรคร้าย โดยจะขอจัดงานสมโภชน์และแห่องค์หลวงพ่อโสธร เพื่อให้ชาวเมืองแปดริ้วได้กราบไหว้บูชาเป็นประจำทุกปี ในช่วงเดือนสิบสอง ผลปรากฏว่าโรคระบาดฝีดาษได้สลายหมดไปดั่งอภินิหาร เป็นที่อัศจรรย์แก่ชาวแปดริ้ว นับแต่นั้นมาชาวแปดริ้วก็ยังคงรำลึกถึงบุญญาภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อโสธร จึงได้จัดงานสมโภชน์และแห่องค์หลวงพ่อโสธร ทั้งทางบกและทางน้ำขึ้น อันเป็นประเพณีติดต่อกันมา ไม่เคยว่างเว้นแม้แต่ปีเดียว ประชาชนสองฝั่งแม่น้ำบางปะกงและสองฝั่งถนนที่ขบวนหลวงพ่อโสธรแห่ผ่าน ต่างกราบไหว้บูชาตั้งเครื่องบวงสรวงถวายด้วยความรำลึกถึงพระคุณในบุญญาภินิหารในกาลครั้งนั้น

จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเที่ยวงานนมัสการหลวงพ่อโสธรและงานประจำปีจังหวัดฉะเชิงเทรา  ระหว่างวันที่  12-21 พฤศจิกายน  2564  ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา 

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลยอุณหภูมิลดฮวบภูเรือเหลือ 11-13 องศา นักท่องเที่ยวไม่ผิดหวังสัมผัสลมหนาว #SootinClaimon.Com

Posted on November 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614728

เลยอุณหภูมิลดฮวบภูเรือเหลือ 11-13 องศา นักท่องเที่ยวไม่ผิดหวังสัมผัสลมหนาว

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 11.28 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ (10 พ.ย.64) ตามรายงานอุตุนิยมวิทยาสภาวะอากาศ บริเวณจังหวัดเลย อากาศเย็น กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส จึงทำให้อากาศในจังหวัดเลย มีอากาศเย็นลงทั่วไป และมีอากาศหนาวในบางช่วงกับมีหมอกหนาในหลายพื้นที่ สำหรับบริเวณเทือกเขาและยอดภูจะมีอากาศหนาว โดยเฉพาะบริเวณยอดภูตามอุทยานต่างๆ อากาศหนาว

อย่างอุทยานแห่งชาติภูเรือ 13.0 องศาเซลเซียส และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง (ภูเรือ) 11.0 องศาเซลเซียส ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 12.0 องศาเซลเซียส จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งขึ้นชมแสงแรกของวันใหม่และสัมผัสหมอกในช่วงเช้าที่ปกคลุมไปทั้งอุทยาน ผสมกับดอกไม้เมืองหนาวบนยอดอุทยานภูเรือ ที่บานสะพรั่งรับนักท่องเที่ยว ซึ่งอุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว รูปพรรณสันฐานของภูเรือมีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูงเป็นภูผาสีสันสะดุดตาหินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตร

พื้นที่ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูง สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่ขนานนามว่า “ภูเรือ” เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม อุทยานแห่งชาติภูเรือจึงมีอากาศเย็นตลอดทั้งปีและเป็นนิยมของนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยว มาท่องเที่ยวจำนวนมากแห่มาสัมผัสหนาว  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระราชปฏิภาณโสภณ ชี้แนวทาง‘ความไม่ประมาท’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614727

พระราชปฏิภาณโสภณ ชี้แนวทาง‘ความไม่ประมาท’

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 11.27 น.

พระราชปฏิภาณโสภณ ชี้แนวทาง‘ความไม่ประมาท’

ความประมาทเป็นหนทางสู่ความตาย

เป็นคำที่มักได้ยินกันบ่อยๆ มนุษย์ที่ตั้งอยู่บนความไม่ประมาทย่อมนำแต่ความสุขมาให้ พระราชปฏิภาณโสภณ โสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ได้เมตตามาแสดงธรรมบรรยาย ในหัวข้อ “ความไม่ประมาท” บนเวที “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” จัดโดย บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ตามนโยบายส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา ด้วยปณิธานองค์กร “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสต่อกัน”

พระราชปฏิภาณโสภณ เริ่มกล่าวถึงความไม่ประมาทว่า เป็นธรรมใหญ่ หรือเป็นธรรมสำคัญที่รวมพระไตรปิฏกไว้ทั้งหมด พระพุทธองค์ตรัสว่า ธรรมะทั้งหลายรวบรวมไว้ในสติ คือ ความไม่ประมาท เปรียบเหมือนรอยเท้าสัตว์ทั้งหลายรวมลงในรอยเท้าช้าง เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่ ธรรมะ คือ สติ หรือความไม่ประมาทเป็นหลักสำคัญของชีวิต เราชาวพุทธโชคดีที่ได้พบพระพุทธศาสนา หรือความจริงของชีวิตที่เรียกว่าสัจจธรรม ทำให้เข้าใจชีวิตกันบ้างตามสมควร นอกจากการได้ยินได้ฟัง แล้วนำมาปฏิบัติก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการรู้และการปฏิบัติต่างกัน ปฏิบัติธรรมตามสมควรแก่ธรรมที่ได้ตรองเห็นแล้ว เมื่อเราได้ตรองเห็นได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติตามธรรมนั้น ก็ถือได้ว่าธรรมะนั้นเป็นประโยชน์

หลวงพ่อยกตัวอย่างคำว่า “ตนเป็นที่พึ่งของตน” คือการพึ่งธรรมะ พึ่งความดี พึ่งสติปัญญา หากเราไม่มีสติปัญญา เราจะไม่มีที่พึ่ง ต้องมีสติและความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต วันข้างหน้าคนที่ทำมาหากินได้แล้วไม่รู้จักเก็บ ไม่รู้จักใช้ คือ ผู้ที่ประมาท การเกิดโรคภัยไข้เจ็บก็ทำให้มีสติ ประมาทไม่ได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า เกิดมาเป็นคนนั้นยาก เพราะคนที่เกิดมาเป็นคนเพราะบุญ จึงได้มาเกิดเป็นคน บุญของแต่ละคนแตกต่างกันจึงเกิดออกมาต่างกัน ได้อัตภาพดี ครอบครัวดี ประเทศดี บางคนเกิดมา ดีบ้างไม่ดีบ้าง บางคนไม่ดีเลย

พระพุทธเจ้ารู้ความจริงของชีวิต ความเป็นมาของชีวิต และอธิบายในหลักของสังสารวัฏหรือการเวียนว่ายตายเกิด หมายความว่า คนเราไม่ได้เกิดในชาติเดียวและตายในชาติเดียว แต่หมายถึงการท่องเที่ยวมาจากภพอื่น มาจากอัตภาพอื่น บางคนคิดว่าตายแล้วสูญ บางคนคิดว่าตายแล้วไม่สูญ แล้วแต่จะจินตนาการเชื่อกันไป แต่พระพุทธเจ้ารู้ความจริงว่าสังสารวัฏนั้นยาวมาก แต่ละชาตินับไม่ถ้วน ชาตินี้พระองค์จึงบำเพ็ญบารมีสุดท้าย รู้ความจริงถึงความไม่เที่ยง มีการเกิดดับ ทุกอย่างเปลี่ยนไปตลอดเวลา ชีวิตคนเรามีแต่มุ่งไปข้างหน้า ไม่มีถอยหลัง เวลานั้นย้อนกลับไม่ได้มีแต่มุ่งไปข้างหน้า

นี่คือความไม่เที่ยง ความไม่แน่นอนของชีวิต เราได้เห็นกันอย่างหยาบ ๆ แต่พระพุทธเจ้าเห็นด้วยทรรศนะ

ท่านเล่าว่า จิตใจของเราเปลี่ยนเร็วกว่าร่างกาย จิตเกิดที่ตาเห็น หูได้ยิน เวลาได้กลิ่น จิตเกิดที่จมูก เวลาทานอาหารรู้รส จิตเกิดที่ลิ้น เวลารู้สัมผัส จิตเกิดที่ร่างกาย เวลานึกคิดอะไร จิตเกิดที่ใจ จิตมีการเกิดดับที่รวดเร็ว สิ่งนี้ คือ อนิจจังไม่เที่ยง จิตอาศัยการเกิดที่ตา เกิดที่ประสาทตา แก้วตา มีสิ่งที่ถูกเห็น มีรูปารมณ์มากระทบประสาทตา โดยมีแสงสว่างเป็นสื่อ รูปต่าง ๆ มากระทบกันจิตจึงเกิด เกิดที่แก้วตาเห็นรูปที่มากระทบ การกระทบเรียกว่าผัสสะ เมื่อเกิดแล้วเราก็รู้สึกว่าเราเห็น ตัวเห็นนั้นคือจิต เมื่อกระทบแล้วดับไป แต่มีการกระทบอยู่ตลอดเวลา จึงมีการเห็นตลอด มีความต่อเนื่องกันไป ไม่ว่าทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จิตที่เกิดอยู่ก็มีการดับเป็นปกติ เป็นอนิจจังไม่เที่ยง จะไปห้ามการเกิดการดับไม่ได้ เมื่อมีเหตุปัจจัยก็มีการเกิดการดับ พอเกิดมาเป็นคนก็มีร่างกาย มีจิตที่เกิดดับตลอด จนวันหนึ่งดับแล้วไม่เกิดอีกก็เรียกว่าตาย

พระพุทธองค์ตรัสรู้ความจริงเห็นการเกิดดับไปตามเหตุปัจจัย เห็นด้วยปัญญาญาณและเกิดความเบื่อหน่าย สิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา มีการเปลี่ยนแปลงดับไปตลอดเวลา จึงเบื่อหน่าย ที่เข้าใจว่าเป็นของเรานั้นไม่ใช่เลย เพราะเปลี่ยนแปลงเกิดดับไปตลอดเวลา จิตจึงน้อมไปพระนิพพาน มีปัญญาเป็นมรรคญาณ เห็นพระนิพพานเป็นอารมณ์ จึงตัดเยื่อใยในชีวิตได้หมด เห็นตามจริงว่าแท้จริงเเล้วสิ่งเรานั้นไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา ที่เราเรียกว่า อุปาทาน ท่านเห็นสังสารวัฏเป็นทุกข์ สิ่งที่เป็นเหตุสำคัญ คือ ความยินดี ความพอใจ คือ สมุทัย ท่านชี้ให้เห็นว่าชีวิตเป็นทุกข์เพราะมีความแก่ เจ็บ ตาย มีความเสียใจ สมุทัย คือ ตัณหา โลภะ ยินดี ไม่เที่ยงก็เห็นว่าเที่ยง ไม่ใช่ของเราก็เห็นเป็นของเรา ชีวิตที่เป็นไปอย่างนี้คือกิเลส

เมื่อเราต้องเวียนว่ายตายเกิด เพราะเหตุปัจจัยยังมี บุญ บาป ความดีชั่ว กรรมยังทำอยู่ กรรมเกิดที่ กาย วาจา ใจ ทำไม่ดี พูดไม่ดี คิดไม่ดี เรียกว่า บาป ทำให้คนเป็นทุกข์ ใครที่ทำดีพูดดี คิดดี คือ กรรมดี ทุกคนทั้งโลกคนสัตว์สิ่งมีชีวิตทั้งหลายทุกคนทำกรรมอยู่ตลอด กรรมดีทำให้มีสุข กรรมดีที่ทำไว้ หากสิ้นไปแล้วก็จะไปสร้างอัตภาพ สร้างชีวิตดีให้ในภพหน้า ตรงกันข้ามกรรมที่ไม่ดี ก็จะไปสร้างอัตภาพสร้างชีวิตที่ไม่ดีให้ พระพุทธองค์จึงสอนว่าอย่าประมาทอย่าไปทำกรรมไม่ดี ถ้าประมาทไปทำกรรม นั่นแหละจะรับผลของการกระทำนั้น นี่เรียกว่ากฎแห่งกรรม ถ้าเราเข้าใจกฎแห่งกรรม มีความไม่ประมาท ไม่ไปตามอำนาจของกิเลส ก็จะมีแต่กรรมดี ทำกาย วาจา ของเราให้อยู่ในขอบเขตของศีล รักษากายวาจาให้เรียบร้อย ไม่ให้เป็นโทษ เกิดมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ไม่ฆ่า ไม่ทำร้าย ไม่ขโมย ไม่ผิดคู่ครอง พูดจามีแต่คำสัตย์ ไม่พูดเหลวไหล ต้องอาศัยศีลเป็นเครื่องรักษา จิตใจอาศัยภาวนาเป็นเครื่องอบรม ถ้าจิตดี ความประพฤติดีไปด้วย ถ้าจิตไม่ดีเราก็จะทำกรรมไม่ดี จิตใจต้องรักษา รู้จักเห็นโทษของความโกรธ จิตใจจะเดือดร้อน และยังไปกระทบคนอื่นด้วย

หลวงพ่อแนะนำว่า หากว่าเห็นโทษของความโกรธ ต้องระงับไม่ให้เกิด มีสติ หากระงับไม่ทัน เกิดไปแล้วพยายามให้ดับเร็ว ๆ ต้องมีสังวรณ์ ไม่ประมาท ไม่ปล่อยให้เกิดความโกรธบ่อย แม้แต่สงคราม การรบรากันก็เกิดจากความโกรธ ถ้ามีความรักปรารถนาดี มีเมตตาต่อกันสิ่งเหล่านั้นก็จะไม่เกิด เราต้องไม่ประมาท ระวังใจไม่ให้ขัดเคือง ต้องคอยระมัดระวังใจของเราไม่ปล่อยไปตามความโกรธ เสพความโกรธจนกลายเป็นอาฆาตพยาบาท ทั้งนี้เพราะเรารู้ไม่ทันกิเลส หลงไปในกิเลส เกิดการทำร้ายทำลายกัน เป็นสิ่งที่น่ากลัว สิ่งตรงข้ามความโกรธคือความเมตตา

ท่านทิ้งท้ายว่า ให้หมั่นเจริญเมตตา เมตตาคือรัก ปรารถนาดี การฝึกแผ่เมตตา ต้องให้ตนเอง รักตนเองก่อน รักตนเอง ต้องไม่ทำร้ายคนเอง ปรารถนาให้ตนเองมีสุข เมื่อรักตัวเองอยากให้ตัวมีสุขต้องไม่ทำร้ายตัวเอง ด้วยระงับโกรธ ฝึกบ่อยๆ สำรวม ระวังไว้ไม่ประมาท จิตใจจะเย็นลง ชีวิตได้มาโดยยาก ได้เป็นคนก็ยาก พ่อแม่ทะนุถนอมมา เราจึงอย่าทำร้ายตนเอง สัตว์อื่นก็มีชีวิต รักตนเอง เราไม่ควรไปโกรธเกลียดใครทำร้ายใคร เมื่อฝึกเมตตาธรรมบ่อยๆ จิตใจเปลี่ยนได้ จิตใจจะเย็นรู้จักอดทนอดกลั้น ให้อภัย มีเมตตา กรุณา สงสาร บาปให้ผลเป็นทุกข์ บุญให้ผลเป็นสุขแล้ว จะต้องตั้งตัวอยู่ในความไม่ประมาท ไม่ให้บาปอกุศลครอบงำ

สำหรับผู้สนใจร่วมฟังธรรมบรรยายดี ๆ ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” สามารถลงทะเบียน ผ่าน QR Code เพื่อเข้าร่วมฟังธรรมบรรยายที่ ชั้น 14 A อาคารยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ ถนนสีลม ได้จำนวนจำกัด 50 ท่าน โดยแสดงหลักฐานการรับวัคซีนแล้วอย่างน้อย จำนวน 1 เข็ม หรือติดตามรับชมผ่านระบบ live สด ทุกวันศุกร์ เวลา 12:00 – 13:30 น. ทางช่องทาง facebook fanpage CP ALL และสามารถรับฟังย้อนหลังได้ที่ช่องทางเดียวกัน พร้อมรับฟังคติธรรมดี ๆ ในช่องทาง TikTok ได้ที่ ธรรมะ TikTok

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดฟาร์มหนุ่มเมืองโอ่ง! ขยายพันธุ์บอนหูช้างด่างขาวขายต้นละหมื่น-ล้านบาท #SootinClaimon.Com

Posted on November 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614719

เปิดฟาร์มหนุ่มเมืองโอ่ง! ขยายพันธุ์บอนหูช้างด่างขาวขายต้นละหมื่น-ล้านบาท

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 10.42 น.

ไปดูหนุ่มใหญ่ชาวอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ซื้อบอนหูช้างด่างขาวมาขยายพันธุ์ขาย เผยราคาเล่นหากันหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาทขึ้นอยู่ที่ขนาดของลำต้นและลวดลาย นับเป็นที่นิยมชื่นชอบในวงการไม้ด่างที่ทำเงินล้านในช่วงโควิด – 19 หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีข่าวฮือฮาหนุ่มฉะเชิงเทรา นำบอนหูช้างด่างขาว 5 ต้นแลกกับรถตู้หรูที่มีราคาคันละเกือบ 3 ล้านได้ 1 คันมาแล้ว  

วันนี้…ทีมเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ พาไปชมการเลี้ยงไม้ด่างประเภทบอน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมขึ้นมาเรื่อยๆ หลังจากที่ก่อนหน้านี้กระแสความนิยมจะชอบกล้วยด่างหลายสายพันธุ์ที่สามารถทำเงินสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำของผู้ที่ชื่นชอบนิยมกันมาแล้วช่วงปัญหาโควิด -19  กำลังระบาดถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ทำให้หลายคนมีรายได้ บางคนถึงขั้นพลิกชีวิตมีเงินถึงหลักแสนหลักล้านบาทกันมาแล้ว 

อย่างครอบครัวของนายธนกร เพ็งนาเรนทร์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 412 หมู่ 13 ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ที่ได้หันมายึดอาชีพเพาะเลี้ยงกล้วยด่างและต้นบอนหูช้างด่างขาว และต้นออดิบใบด่างสีทอง เพาะขยายหน่อปลูกใส่ตะกร้าเลี้ยงดูแลใช้พื้นที่เกือบ 100 ตารางวา พร้อมติดตั้งกล้องงจรปิดนับสิบตัว เพื่อป้องกันการสูนจ์หาย อีกทั้งติดตั้งไฟส่องสว่างทั่วพื้นที่เพื่อป้องกันคนร้ายเข้ามาขโมย 

สำหรับบอนหูช้างด่างขาว หรือ Acolocasia gageana variegated เป็นไม้ฟอกอากาศลักษณะใบมีลักษะเป็นลายละเอียดเล็กๆ มีทั้งลายด่างขาวและลายด่างเหลือง ด่างสีทองราคาเล่นหากันหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาทขึ้นอยู่ที่ขนาดของลำต้นและลวดลาย โดยก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวหนุ่มจังหวัดฉะเชิงเทรา นำบอนหูช้างด่างขาว 5 ต้นแลกกับรถตู้หรูที่มีราคาคันละเกือบ 3 ล้านบาทได้ 1 คันมาแล้วเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เช่นเดียวกันกระแสข่าวการขายต้นออดิบด่างเหลืองของหนุ่มเจ้าของร้านอาหารที่จังหวัดพังงา ที่ขายได้เงินในราคาต้นละครึ่งล้านบาทมาแล้ว ส่งผลให้กระแสไม้ด่างเริ่มคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง  

นายธนกร เพ็งนาเรนทร์ เจ้าของ เปิดเผยว่า มองว่ามีคนเริ่มนิยมบอนมากขึ้น หลังจากที่ราคากล้วยด่างถีบตัวสูงขึ้นมาก คนเลยพยายามหาไม้ด่างอื่นมาทดแทน ก็เลยกลายเป็นไม้บอน ที่บ้านจึงสะสมมาเรื่อย ๆ จนมาจุดพีคคือ นำเงินจากขายกล้วยด่างมาซื้อบอนเข้ามาปลูกที่บ้าน และเดินตลาดคู่กันระหว่างขายกล้วยด่างและบอนทางตลาดออนไลน์เป็นหลักและขายกันปากต่อปากมากด้วย มีบอนหูช้างเป็นหลัก และออดิบ ภาษาภาคกลางเรียกคูณด่าง มีลวดลายต่างกัน ออดิบด่างสามารถกินดิบๆ ได้ คนภาคใต้ชอบกินกินจิ้มน้ำพริก ส่วนต้นนี้ชื่อหยาดพิรุณ คือ เป็นลายกระจายเหลืองมีสิบกว่าลายในกลุ่มออดิบที่มีอยู่ แพงสุดซื้อมาต้นละ 4 แสนบาท 

“ก่อนหน้านี้ทำงานหลายอาชีพแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าไปลงทุนเลี้ยงนกหัวจุก นกเลิฟเบิร์ด จนในที่สุดก็มาพบกับความสำเร็จของการปลูกเลี้ยงกล้วยด่างแดงอินโดขาย ทำให้ครอบครัวเริ่มฟื้นตัวและนำเงินที่ได้ไปหาซื้อต้นบอนหูช้างด่างขาวและด่างเหลืองและต้นออดิบเอามาปลูกเพิ่ม ควบคู่กันไปกับการเลี้ยงกล้วยด่าง ทำให้ตอนนี้ที่บ้านมีการขยายหน่อพันธุ์เพิ่มขึ้นอีก มีลูกค้าหันมาสนใจสอบถามเหมือนกัน ส่วนราคาก็ขึ้นอยู่กับขนาดและลวดลายของแต่ละสายพันธุ์” นายธนกร กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับการเลี้ยงไม้ด่างและไม้ตระกูลบอนและไม้ใบอีกหลายชนิดถือว่ายังคงทำเงินสร้างรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิด -19 ได้เป็นอย่างดี สำหรับนักเล่นบางคนที่นิยมชื่นชอบไม้ประเภทนี้ และยังสามารถแลกสิ่งของที่มีราคาได้แม้กระทั่งรถยนต์ที่มีราคานับล้านบาทมาแล้วขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งสองฝ่าย –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดฐานทหารรับ นทท. ชม ‘วิวดอยช้างมูบ’ วิว 360 องศา ชายแดนไทย-เมียนมา #SootinClaimon.Com

Posted on November 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614711

เปิดฐานทหารรับ นทท. ชม 'วิวดอยช้างมูบ' วิว 360 องศา ชายแดนไทย-เมียนมา

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 10.05 น.

“เชียงราย” อากาศเริ่มมีความหนาวเย็นลงในระยะนี้ ส่งผลทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะตามยอดเขา ยอดดอย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวมไปถึงพื้นที่ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ตั้งอยู่บนแนวสันเขาแบ่งเขตแดนไทย – เมียนมา ใกล้พื้นที่บ้านผาฮี้ ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งเสริมให้ทางทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3  กองกำลังผาเมือง ปรับภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามและเปิดให้ประชาชนได้เข้าเยี่ยมชมปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว

ทั้งนี้ ทางกองกำลังผาเมือง ได้ปรับภูมิทัศน์ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจุดชมวิวชมทะเลหมอก รวมทั้งมีร้านกาแฟ phamuang coffee @DoichangMub โดยใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปลูกในท้องถิ่นเพื่อให้ชาวสวนกาแฟในชุมชนมีรายได้  ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนมากขึ้น นอกจากนี้ร้านกาแฟ ยังเป็นสถานที่ฝึกวิชาชีพให้กับน้องๆ กำลังพล ที่สนใจการชงกาแฟได้เรียนรู้เพื่อต่อยอดนำไปประกอบอาชีพเมื่อปลดประจำการได้อีกด้วย

“ดอยช้างมูบ” ร้านกาแฟ phamuang coffee @DoichangMub” ถือเป็นสถานที่ตอบรับกับกระแสการท่องเที่ยวปัจจุบันได้อย่างดี  เป็นจุดชมวิวที่สวยบนดอยช้างมูบ คาดว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดเชียงราย ที่กองกำลังผาเมืองได้ส่งเสริมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ให้ความสนใจท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ พร้อมชมทิวทัศน์ทะเลหมอกประเทศ ไทย –เมียนมา ได้ 360 องศา เห็นวิวทิวทัศน์ หมู่บ้านชุมชนและฐานทหารของประเทศเมียนมา  ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คที่น่าสนใจและได้รับความนิยมโดยเฉพาะบรรยากาศช่วงฤดูหนาวนี้ ทั้งนี้ น้องๆ ทหารที่ได้รับการฝึกงานบริการร้านกาแฟพร้อมที่จะให้บริการ  

ที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ศึกษาดูงานทางภูมิประเทศ ที่หลายๆ หน่วยงานให้ความสนใจด้วย ซึ่งปีนี้แม้จะเป็นช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 แต่ด้วยสภาพพื้นที่ซึ่งมีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,485 เมตร หากวันไหนมีอากาศเย็นจะเกิดปรากฎการณ์ทะเลหมอกให้เห็นได้ตลอดวัน ซึ่งคาดว่าจะยังคงเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนซึ่งพื้นที่มีมาตรการป้องกันตรวจการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวและให้ฉีดพ่นแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ ก่อนเข้าไปท่องเที่ยวทุกคน ซึ่งก็พบมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันทยอยกันไปท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสายบ้างแล้ว

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางเข้าไปท่องที่ยวชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.ของทุกวัน  โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมแต่อย่างใด หรือใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศแบบเต็มอิ่มก็สามารถพักค้างแรมได้ โดยทางทหารได้จัดพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ให้ได้ประมาณ 20 เต็นท์ต่อวัน มีห้องน้ำบริการให้ โดยไม่เสียค่าบริการใดๆเช่นกัน  สามารถสอบถามข้อมูลการเข้าชมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์  081-9211116  หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง เพจ phamuang coffee DoichangMub.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฤดูกาลท่องเที่ยว! ‘ทุ่งทานตะวัน’ ลพบุรี แปลงแรกบานสะพรั่งรับลมหนาว #SootinClaimon.Com

Posted on November 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614701

ฤดูกาลท่องเที่ยว! 'ทุ่งทานตะวัน' ลพบุรี แปลงแรกบานสะพรั่งรับลมหนาว

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 08.22 น.

ทุ่งทานตะวันแปลงแรกของจังหวัดบานรับลมหนาว รอรับนักท่องเที่ยวหลังเปิดประเทศ กำลังบานสวยงาม 

สำหรับสภาพอากาศในพื้นที่ จ.ลพบุรี กำลังเริ่มเย็นลง ลมหนาวเริ่มพัดเข้ามาใน จ.ลพบุรี และในวันนี้ทุ่งทานตะวันแปลงแรกของจังหวัดก็กำลังบานสะพั่งเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่งจำนวนนับร้อยไร่ ซึ่งดอกใหญ่ ชูช่อกำลังสวยงาม ในพื้นที่บ้านชอนเหล็กไฟ ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี ซึ่งทุ่งทานตะวันแปลงนี้จะชูช่อดอกเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง รับแสงแดดรอรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาสัมผัสความสวยงามของดอกทานตะวัน ในช่วงปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้ได้ประมาณ 15 วัน หรือ 2 สัปดาห์ แต่นอกจากแปลงนี้ก็จะมีแปลงอื่นๆอีกหลายแปลงในพื้นที่ อ.หนองม่วง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสวยงามของทุ่งดอกไม้อย่าง ทุ่งทานตะวัน สามารถแวะมาสัมผัสความสวยงามได้แล้ว จังหวัดลพบุรีพร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้ามาชมทุ่งทานตะวันที่สวยงามกันแล้ว. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูโขนวัย57ปีสู้ชีวิต! เช่าเพิงพักหลังคามุงจาก สุดรันทดไฟฟ้าประปาไม่มีใช้ #SootinClaimon.Com

Posted on November 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614674

ครูโขนวัย57ปีสู้ชีวิต! เช่าเพิงพักหลังคามุงจาก สุดรันทดไฟฟ้าประปาไม่มีใช้

วันอังคาร ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 20.10 น.

9 พฤศจิกายน 2564 เมื่อเวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านไม่มีเลขที่ ม.7 ซอย ส.ส.สำเร็จวานิช 2 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยบ้านหลังดังกล่าวมีลักษณะเป็นเพิงพักหลังคามุงด้วยจาก ของนายทรงโรจน์ แสงมาลา หรือครูต่อ อายุ 57 ปี ครูโขนไทย ถูกน้ำขังมาเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน แถมเคราะห์ซ้ำมาโดนพายุฝนพัดหลังคาปลิวหายไป ทำให้ชุดโขนกลองและเครื่องดนตรีไทยได้รับความเสียหาย ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เวลานอนต้องอาศัยหลับนอนบนแคร่ไม้ นอกจากนี้ภายในบ้านยังไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าและน้ำประปาใช้อีกด้วย 

นายทรงโรจน์ เผยว่า ตนได้มาเช่าที่ตรงนี้เป็นที่พักอาศัยในราคาเดือนละ 6,000 บาท อยู่มาได้ประมาณ 3 ปี นอกจากจะรับงานแสดงโขนตามวัดและสถานที่ต่างๆยังได้เพาะเลี้ยงไก่ชนขายเป็นอาชีพเสริม ก่อนหน้านี้ได้รับซื้อเครื่องดนตรีไทยมาจากเพื่อนโดยใช้วิธีผ่อนส่ง ตอนที่ยังไม่มีโควิดระบาด มีงานจองเข้ามาเกือบ 20 งานต่อเดือน หลังโควิดระบาดเขายกเลิกจ้างหมดทำให้ไม่มีเงินผ่อนส่งค่าเครื่องดนตรี แต่เขาก็เห็นใจเข้าใจสถานการณ์ไม่ได้ว่าอะไร ถ้ามีเราก็ผ่อนส่งเขาไป

ตอนนี้คนที่อยู่ในบ้านเวลานอนต้องคอยระวังงู ตะขาบ เพราะมันจะหนีน้ำหลบขึ้นมาบนพื้น คนที่อยู่ในบ้านต้องเดินเท้าลุยน้ำเข้าออก ระยะทางเข้าออกจากซอยประมาณ 600 เมตร ตอนนี้ขาเป็นแผลเน่าพุพองจากน้ำกัดเท้า 

ครูต่อ กล่าวเพิ่มอีกว่า ตอนนี้ได้ไปหาที่ดินเพื่อจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ที่สะดวกกว่านี้และมีไฟฟ้าใช้ เจ้าของที่ดินแห่งใหม่เขาเก็บค่าเช่าเดือนละ 6,000 เหมือนกัน แต่ต้องรอรวบรวมเงินให้ได้ก่อนถึงจะย้ายออกจากที่นี่ได้ ที่ผ่านมาตนไม่เคยเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากใคร ยังคิดเสมอว่ามีคนที่ลำบากกว่าตน แต่ก็มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาแจกของใช้ถุงยังชีพบ้าง ก็ขอขอบคุณภาคส่วนที่ให้ความช่วยเหลือ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ดร.พลรชฏ’ สร้างสวนเอไอ&ปั้นเกษตรรุ่นใหม่น้อมนำเกษตรพอเพียงกู้ลมหายใจเกษตรกรไทย #SootinClaimon.Com

Posted on November 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/614642

'ดร.พลรชฏ' สร้างสวนเอไอ&ปั้นเกษตรรุ่นใหม่น้อมนำเกษตรพอเพียงกู้ลมหายใจเกษตรกรไทย

วันอังคาร ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.14 น.

“ดร.พลรชฏ เปียถนอม” น้อมนำกระแสพระราชดำริ ในหลวง ร.9 นำ “เกษตรพอเพียง” พลิกแดนเนรมิต สวนสนุกเก่าพื้นที่ 33 ไร่ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยเทคโนโลยีการ “เกษตรแม่นยำ” ลงทุนซอฟท์แวร์และสวนมะม่วงถึง 40 ล้านโดยฝีมือของ ดร.พลรชฏ เปียถนอม ผู้เคยสร้างชื่อ “ข้าวหอมมะลิไทย” สู่ตลาดเครื่องดื่มแปรรูป วันนี้สวมบทบาทกู้ลมหายใจเกษตรกรไทยกับเอไอ และพร้อมสร้างคนรุ่นใหม่สู่วงการเกษตร 

“มะม่วงมีหน้าที่ออกลูก ก็ต้องออกลูก ที่นี่ผมต้องการทำเป็นแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างเกษตรป้ายแดง เพื่อทดแทนเกษตรกรรุ่นเก่า” นี่คือประโยคที่บอกเล่าอย่างเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นของ “ดร.พลรชฏ เปียถนอม” ผู้พัฒนาเกษตรเมืองไทย ในวัยเกือบ 69 ปี ยังเต็มไปด้วยเป้าหมายที่มองโลกในแง่บวกว่า วันหนึ่งประเทศไทยจะมีนโยบายการปั้น “เกษตรกรรุ่นใหม่” วัย 20 กว่าปีไปจนถึง 30 ปี สู่เส้นทางการเป็นเกษตรกรมืออาชีพ ที่มีความรู้และทักษะอย่างครบเครื่อง โดยเฉพาะการทำเกษตรกรรมที่ผสมผสานกับทักษะการตลาดอย่างมืออาชีพ 

“แนวหน้า ออนไลน์” มีโอกาสได้สัมภาษณ์ “ดร.พลรชฏ” ถึงเรื่องราวที่มาแห่งแรงบันดาลใจในการปลุกปั้น “สวนสนุกแดนเนรมิต” บนพื้นที่ 33 ไร่ ให้เป็นตัวอย่าง “สวนเกษตรใจกลางเมืองหลวง”  

“ประเทศเนเธอร์แลนด์เล็กกว่าเรา 5 เท่า แต่ขายสินค้าเกษตรออกมากกว่าเรา 6 เท่า ประเทศเราใหญ่กว่าเขา 5 เท่า แต่ขายสินค้าถูกกว่าเนเธอร์แลนด์ 6 เท่า ซึ่งผมไม่ได้มองว่าระบบของประเทศไทยเป็นอุปสรรค แต่มองว่าจะสร้างยังไงให้ 3 ฝ่ายมารวมกัน คือ เจ้าของที่ดิน เจ้าของทุนและผู้ประกอบการ ที่สำคัญประเทศไทยยังไม่มีระบบให้ผู้ประกอบการปริญญาตรี ป้ายแดง มีโอกาสเป็นเจ้าของธุรกิจที่เป็นสินค้าเกษตร” อาจารย์พลรชฏเปรียบเทียบมูลค่าราคาสินค้าเกษตรที่ทำให้ “เนเธอร์แลนด์” เป็นเมืองเกษตรที่ใครๆก็อยากเป็นเกษตรกร และเห็นช่องว่างในประเทศไทย ที่ยังไม่มีการผลักดันบัณฑิตจบใหม่ให้มีทักษะด้านการตลาดที่ขายสินค้าเกษตรได้ตั้งแต่เริ่มผลิต สร้างแบรนด์ วางแผนการตลาดและหาตลาด 

จากจุดเริ่มต้นแนวคิดนี้ทำให้อาจารย์พลรชฏบุกเบิกที่ดินร้างว่างเปล่าด้วยการคุยกับเจ้าของที่ดินเมื่อปี 2563 ซึ่งเป็นที่ดินที่เคยเป็นสวนสนุกแดนเนรมิตเก่า โดยเจ้าของที่ดินผืนนี้คือ ตระกูล “เสรีเริงฤทธิ์” โดยต้นตระกูล คือ “หลวงเสรีเริงฤทธิ์” มีตำแหน่งเป็น “อธิบดีกรมรถไฟ” ระหว่าง พ.ศ.2492-2502 เป็นช่วงหลังจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และคณะยึดอำนาจในวันที่ 20 ตุลาคม ปี 2501 โดยปัจจุบันที่ดินในผืนแดนเนรมิตเก่า ทางตระกูล “เสรีเริงฤทธิ์” รอการพัฒนาที่ดิน แต่ไม่มีเป้าหมายขายขาดให้กับผู้ใดผู้หนึ่ง 

ดร.พลรชฏ บอกด้วยว่า ปัจจุบันมีพื้นที่รกร้างว่างเปล่าในกรุงเทพมหานคร ประมาณ 1 ล้านกว่าไร่ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือ อยู่ระหว่างรอการพัฒนา รวมทั้งยังเห็นว่า หากพื้นที่เหล่านี้นำมาใช้ประโยชน์เป็น “สวนเกษตรกลางเมือง” ก็จะเป็นการน้อมนำพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ 9) มาใช้อย่างจริงจัง 

“แล้ววันนี้ เราไม่กลับมาดู ในกรุงเทพฯ มีใครพัฒนาเกษตรในเมืองบ้าง ผมว่าจุดนี้ต่างหากที่พูดกันปาวๆ โครงการเศรษฐกิจพอเพียง แต่ในมือคุณไม่มีใครทำ ชุมชนต่างๆในเมือง มีใครทำเกษตรบ้าง เพราะอนาคตก็ไม่มีใครอยากทำเกษตรต่างจังหวัด เพราะการทำเกษตรในที่ห่างไกล ต้นทุนก็สูง เพราะลอจิสติกส์ (logistic) ก็แพงมาก ของเน่าเสีย ก็มาเป็นขยะในเมืองหลวง เพราะฉะนั้นก็ต้องกลับมาดูใหม่ว่า เกษตรในเมือง หน้าตาเป็นอย่างไร จริงๆ การทำเกษตรในเมือง การสร้างผู้ประกอบการใหม่ การอยู่ใกล้แหล่งผู้บริโภค เป้าหมายการลดของเสีย ก็เป็นโมเดลของสหประชาชาติที่บอกว่า ม้า 3 ขา ทำไงให้มีคนพอมีพอกิน มีคนลงทุนแล้วได้กำไรบ้าง โลกสิ่งแวดล้อม 3 ขา ซึ่งเป็นที่มาของเราในการบูรณาการ โดยขาที่ 1 คือ เจ้าของที่ดินว่างเปล่า ซึ่งระหว่างที่มีที่ดินรอพัฒนาจะใช้ประโยชน์มันในการปลูกพืชได้ไหม”

“ขาที่ 2 บริษัทที่มีเงินเหลือ พร้อมทำซีเอสอาร์ ก็เอามาลงทุนให้บัณฑิตที่จบปริญญาตรี ตกงานและว่างงาน และ ขาที่ 3 ก็คือ เด็กๆที่เพิ่งจบปริญญาตรีและพร้อมจะพัฒนาตัวเอง เพื่อพัฒนาให้เป็นผู้ประกอบการป้ายแดง โดยใช้เวลาฝึกปีสองปีก็นำทักษะการทำเกษตรกลางเมืองไปปลูกเอง ขายเอง เป็นอาชีพใหม่ได้  จะทำให้มีเกษตรกรรุ่นใหม่ ไปแทนเกษตรกรรุ่นเก่า ซึ่งปัจจุบันมีถึง 4.9 ล้านครัวเรือน บริษัทที่มีกำลังทรัพย์ก็ได้ส่งเสริมปั้นผู้ประกอบการใหม่ออกมาสู่ตลาด และ เจ้าของที่ดิน ก็ได้ใช้ประโยชน์ที่ดิน เพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม นี่คือ โมเดลที่ผมทำ” อาจารย์พลรชฏเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง 

ดร.พลรชฏยังมองว่า การปลูกอาหารทางการเกษตรไว้เพื่อทานเอง และ แบ่งปันในชุมชนเดียวกัน รวมทั้งชุมชนรอบข้าง และ รวบรวมสินค้าเกษตรส่วนที่เหลือไว้ขาย เพื่อกลับมาสร้างรายได้ให้กับชุมชน นั่นคือ แก่นของเศรษฐกิจพอเพียง

“ในหลวง รัชกาลที่ 9 สอนให้คนตกปลา ก็ไม่มีหน่วยยงานสอน มีแต่เอาปลาไปให้ เอ้า! คุณกินก็แล้วกัน ฉันอบรมให้แล้ว แต่เด็กๆที่จบปริญญาตรีใหม่ๆ ยังเด็กเกินไปที่จะเป็นเรื่องการทำธุรกิจ แต่ที่เนรมิตเกษตรสอนให้หมดเลย คุณต้องรู้เรื่องตลาด ซัพพลายเชน อย่างนี้ มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน เพราะในชีวิตจริงของการเป็นผู้ประกอบการ บ้านเราเป็นบิสซิเนสในกระดาษ ไม่ใช่เรียลไลฟ์” ผู้ปลุกปั้นสวนเกษตรกลางเมืองเล่าทิ้งท้าย 

“ดร.พลรชฏ เปียถนอม” จบด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันศศินทร์ โดยขอเกษียณอายุจากการเป็นพนักงานบริษัทเอกชนในวัย 45 ปี และผันตัวเองเป็น “เกษตรกร” ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อส่งออกประเทศญี่ปุ่น กิโลกรัมละ 700 บาท  โดยเป็นเกษตรกรถึง 30 กว่าปี และ ในปี 2560 เป็นมือหนึ่งเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ “ข้าวหอมมะลิไทย” ด้วยการนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 

ปัจจุบัน “ดร.พลรชฏ” เนรมิตสวนเกษตรเป็นสวนกลางเมือง และ สร้างแบรนด์ภายใต้ชื่อ “เนรมิตเกษตร” โดยใช้พื้นที่ของสวนสนุกแดนเนรมิตเก่า ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองให้ผลภายใน 1-2 ปี จากเดิมที่ปกติมะม่วงจะให้ผลอย่างน้อยใช้เวลา 5 ปี รวมทั้งสร้างโรงเรือนแบบญี่ปุ่นและปลูกสตรอเบอร์รี่สายพันธุ์ที่เรียกว่า “เจ้าหญิงฮากิฮิเมะ” สายพันธุ์ญี่ปุ่น และโรงเรือนเมล่อนอีก 300 กว่าลูก  

รวมทั้งยังคงเดินหน้าพัฒนาโปรแกรมเอไอ (Artificial Intelligence : AI) ในแนวทาง “เกษตรแม่นยำ” ให้กับกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงไทยส่งออก ซึ่งมีสมาชิกกว่า 800 คน โดย ดร.พลรชฏลงทุนด้านการพัฒนาโปรแกรม 20 กว่าล้านบาท และพัฒนาพื้นที่เกษตรในการทดลองอุปกรณ์เอไออีก 20 กว่าล้านบาท รวมเป็นกว่า 40 ล้านบาท โดยใช้ดาวเทียมของประเทศญี่ปุ่นวิเคราะห์ปัญหาที่รู้ถึงสภาพอากาศ และสภาพดิน เช่น ดินขาดโพแทสเซี่ยมเท่าไหร่ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงมีการปลูกมะม่วงที่มีคุณภาพและให้ผลผลิตได้ราคาดีขึ้น จากราคากิโลกรัมละ 5 บาท เป็น 50 บาท และได้ผลผลิตตามมาตรฐานที่ตลาดต่างประเทศต้องการ# 


พลิกพื้นที่รกร้างว่างเปล่าใน กทม. เป็น “สวนเกษตรกลางเมือง” 
ลดค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง!  รอผัง กทม.ใหม่ คลอด 


1.บริเวณ : ที่ดิน 73 ไร่ หลังห้างเซ็นทรัลพระราม 9 ปรับเป็นสวนผัก 
พลิกที่ดิน :  โครงการ “สวนผักในกลางพระราม 9” หรือ  g Garden – Urban Farming & Farmer’s Connect 


2.บริเวณ : ที่ดิน 24 ไร่ ช่วง MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรม จุดตัดรถไฟฟ้าสายสีส้ม- MRT สีน้ำเงิน (ที่ดินของ บ.แหลมทองค้าสัตว์ จำกัด)
พลิกที่ดิน : สวนมะนาว 


3.บริเวณ : ที่ดิน 200-300 ไร่ ติดถนนเกษตร-นวมินทร์ (ประเสริฐมนูญกิจ) (ที่ดินของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี) 
พลิกที่ดิน : ทำสวนเกษตรผสมผสาน 


4.บริเวณ : ที่ดิน 33 ไร่ แดนเนรมิตเก่า ถ.พหลโยธิน (ที่ดินของตระกูล “เสรีเริงฤทธิ์”) 
พลิกที่ดิน : สวนเกษตรกลางเมือง ภายใต้ชื่อ “เนรมิตเกษตร” 


ที่มา :  “แนวหน้า ออนไลน์” รวบรวม –  003
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,310,141 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Born to be King
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
Helping Phuket youngsters establish a career
'น้องน้ำใส'เด็ก-เยาวชนดีเด่นปี59
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
ใครเอ่ย? นางร้ายอันฟอลสามี เหตุมือที่สามทำขาเตียงสั่น

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d