Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เรื่องเล่าผู้กล้านาม’วิจิตร’เสือพเนจร วิถีเศร้าแห่งการสิ้นลมในวังวนของ’ความไม่พร้อม’

Posted on January 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704251

เรื่องเล่าผู้กล้านาม'วิจิตร'เสือพเนจร วิถีเศร้าแห่งการสิ้นลมในวังวนของ'ความไม่พร้อม'

เรื่องเล่าผู้กล้านาม’วิจิตร’เสือพเนจร วิถีเศร้าแห่งการสิ้นลมในวังวนของ’ความไม่พร้อม’

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.18 น.

14 ม.ค.66 จากกรณีเพจ ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รายงานข่าวเศร้ากับการจากไปของ“เสือวิจิตร” เสือโคร่งหนุ่มดาวดังแห่งห้วยขาแข้ง โดยพบซากอยู่ที่บริเวณริมห้วย อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร ในสภาพลำตัวและคอมีบาดแผลคล้ายถูกฟันเขี้ยวของสัตว์ป่ากัด มีร่องรอยเล็บของสัตว์ป่าขนาดใหญ่อยู่ทั่วลำตัว บริเวณข้อเท้าหน้าหัก มีแผลเน่าหลายจุด คาดสาเหตุเกิดจากการต่อสู้แย่งชิงอาณาเขต (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สิ้น ‘เสือวิจิตร’ เสือโคร่งหนุ่มจากห้วยขาแข้ง หลังพบเป็นซากในเขตอุทยานฯแม่วงก์)

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก Thailand Tiger Project DNP ได้เล่าเรื่องราวของวิถีเสือผู้กล้านาม“วิจิตร”ว่า “ความไม่พร้อม” เป็นคำที่มักใช้สื่อความหมายในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก และเป็นสถานการณ์ที่มนุษย์หลายคนไม่อยากพบเจอ หรือหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญ

“วิจิตร” เสือโคร่งสายเลือดแห่งป่าห้วยขาแข้ง เป็นอีกชีวิตหนึ่งที่ไม่มีสิทธิ์หลีกเลี่ยง “ความไม่พร้อม”

วิจิตรเป็นลูกชายตัวเดียวของเลือดเนื้อระหว่างเอื้องกับธนากรโดยในครอกพี่น้องมีตัวเมียประกอบด้วยอภิญญาและผกา ที่เติบโตมาในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์กีบนานาชนิดไล่เรียงตามขนาดตั้งแต่ เก้ง หมูป่า กวางป่า วัวแดง และ กระทิง แต่เมื่อย่างเข้าสู่วัยที่ต้องการโปรตีนจากเนื้อสัตว์มากกว่าน้ำนมจากเต้านมแม่เพื่อการเจริญเติบโต วัวแดงจึงเป็นชนิดอาหารหลักที่แม่เอื้องลงแรงเพื่อแลกกับการเจริญเติบโตของลูกทั้งสาม

ในทุกๆ ครั้งของการล่าเหยื่อของแม่เสือโคร่งเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงลูกนั้น “โอกาส” และ “ความเสี่ยง” เป็นสถานการณ์ที่มักมีวิถีตีคู่มาพร้อมๆ กันเสมอ แล้วแต่ว่าสิ่งใดจะถึงเส้นชัยก่อนเท่านั้นเอง สำหรับแม่เอื้องก็เช่นกันแม้ว่าประสบการณ์ที่สะสมมาจากการหาเลี้ยงดูลูกมาหลายครอก “ โอกาส” จึงเป็นสิ่งที่แม่เอื้องได้เอื้อมถึงก่อนที่ “ความเสี่ยง” จะเดินทางมาถึง จึงทำให้ลูกครอกก่อนๆ นั้นมีการเติบโตแบบปกติ

ทว่าในช่วงเวลาของการเลี้ยงดูลูกครอกวิจิตรทั้งสามนั้น มีเพียงครั้งเดียวที่ “ความเสี่ยง” ได้เกิดขึ้นเมื่อครั้งมันลงมือล่าวัวแดงขนาดใหญ่แล้วพลาดท่าได้รับบาดเจ็บที่ค่อนข้างรุนแรง เป็นเหตุให้การล่าอาหารเพื่อเลี้ยงดูลูกน้อยถูกขัดจังหวะด้วย “ความไม่พร้อม” ของร่างกายผู้เป็นแม่ หมูป่าขนาดย่อมๆจึงเป็นชนิดอาหารที่แม่พอใช้พละกำลังที่หลงเหลือจัดหาให้ได้เป็นอาหารเพียงแค่ติดท้องประทังความหิว ไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้เสือทั้งสามมีการเติบโตในเกณฑ์ระดับปกติทั่วไป เป็นนุดวิจัยให้ฉายาว่า “เสือแคระ”

ไม่เพียงแต่โครงสร้างร่างกายของ วิจิตร ถูกขัดจังหวะด้วยความไม่พร้อมในการหาเลี้ยงของแม่ การสูญเสียอำนาจของธนากร ผู้พ่อในช่วงปลายของชีวิต ทำให้เกิดความไม่พร้อมของชีวิตทับซ้อนขึ้นมาอีก

วิจิตรจึงเป็นเสือที่ใช้เวลาในการดำรงชีวิตในบ้าน พ่อ แม่นานกว่าเสือวัยรุ่นอื่นๆ แต่ท้ายที่สุดแม้ว่า มันไม่พร้อม ที่จะออกเผชิญโลก แต่ มันไม่อาจจะยื้อเวลาต่อไปได้เมื่อสิ้นแม่และพ่อไปจากบ้านที่เคยอบอุ่น

การออกท่องโลกของมันสร้างกระแสความรับรู้เรื่องราวของเสือพเนจรนาม “วิจิตร”ให้เกิดขึ้นแก่คนไทยกลุ่มใหญ่ๆ ที่ทุกคนคอยติดตามและเอาใจช่วยให้มันได้มีบ้านอยู่อาศัยที่สงบสุข สามารถหาคู่ชีวิตที่จะสืบทอดเชื้อสายของ ธนากร ผู้พ่อ

โดยปลายทางสุดท้ายที่วิจิตรได้ค้นพบเมื่อออกจากบ้านแม่ที่ห้วยขาแข้งคือ ป่าแม่วงก์-คลองลาน ที่มันพบว่ายังมีพื้นที่ว่างให้มันได้จับจอง ซึ่งหลังจากครั้งนั้นเรื่องราวของมันก็เงียบหายไป ด้วยความคาดหวังว่า มันคงมีบ้านที่มีขนาดกว้างใหญ่และคงจะมีคู่ชีวิตอย่างน้อยหนึ่งตัวภายใต้การคุ้มครองพื้นที่อย่างดีจากเจ้าหน้าที่รัฐ

แต่แล้วความคาดหวังไม่ได้กลายเป็นจริงเมื่อเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนได้พบเสือโคร่งขนาดใหญ่นอนหายใจรวยรินอยู่ข้างลำห้วยซึ่งท้ายที่สุดได้หมดลมหายใจไป ในสภาพที่เต็มไปด้วยริ้วรอย บาดแผล ที่คาดว่าเป็นเหตุแห่งการสิ้นลมครั้งนี้

ท้ายที่สุดได้ข้อสรุปว่ามันคือ วิจิตร เสือโคร่งที่เติบโตมาบนวิถีแห่งความไม่พร้อม แม้ว่ามันได้แสดงความกล้าหาญในการออกเดินทางและเหมือนว่าสามารถจับจองเลือกพื้นที่อยู่อาศัยได้ แต่ว่าสำหรับตัวผู้แล้วการมีคู่ชีวิตเพื่อสืบเชื้อสายของมัน เป็นสิ่งที่ถูกกระตุ้นให้มีความจำเป็นและสำคัญเหนือกว่าอาหารประทังชีวิต

ในพื้นที่ที่มันเลือกจับจองมีชนิดสัตว์ที่เป็นอาหารอาศัยอยู่ แต่ไม่ได้เพียงพอสำหรับแม่เสือที่ต้องหาเลี้ยงดูลูกอีกอย่างน้อยสองตัว คงเป็นเหตุให้บ้านของวิจิตรนั้นเปลี่ยวเหงาเกินไป มันจึงต้องขยับขยายอีกครั้งเพื่อช่วงชิงจังหวะในการหาคู่เพื่อเป้าหมายของการมีชีวิตคือ การส่งถ่ายสายพันธุกรรมให้กับเสือรุ่นต่อไป

การแสวงครั้งนี้จึงนำมาซึ่งการเดินทางที่สิ้นสุด ซึ่งวิถีแห่งการสิ้นลมของมันก็ยังคงอยู่ในวังวนของ “ความไม่พร้อม” ซึ่งครั้งนี้ก็คือปริมาณเหยื่อที่ไม่เพียงพอต่อการอยู่อาศัยและเลี้ยงดูลูกเสือให้เติบใหญ่ของเสือตัวเมีย

ความไม่พร้อม ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นล้วนเป็นวิถีแห่งธรรมชาติ แต่ “ความร่อยหรอของสัตว์ที่เป็นเหยื่อ” เป็นความไม่พร้อมที่มนุษย์เราสามารถช่วยกันแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็น การเลิกล่าสัตว์ป่าเพื่อยังชีพ การร่วมกันปกป้องไม่ไห้เกิดการล่า

แต่ท้ายที่สุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคงจะได้มีการหาแนวทางเพื่อการปกป้อง รวมถึงฟื้นฟูปริมาณสัตว์กีบที่เป็นเหยื่อในพื้นที่ป่าแม่วงก์-คลองลานให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น อย่างเป็นระบบและสอดคล้องวิถีธรรมชาติ เพื่อเป็นบ้านอีกหลังที่เสือโคร่งไทยสามารถจับจองอยู่อาศัย และสืบต่อสายพันธุ์ต่อไปนานเท่านาน

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก Thailand Tiger Project DNP

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fthailandtigerproject%2Fposts%2Fpfbid02yJaFjZYEddQA8rLkMMBt8n7Z9dLEeLFZ1rX4SVCiUeuZXvSVDqntbX3eie7hDQRfl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทรงอย่างแบด’กระหึ่ม’ซาฟารีเวิลด์’ วัยรุ่นฟันน้ำนมบุกงาน’วันเด็กแห่งชาติ’

Posted on January 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704252

'ทรงอย่างแบด'กระหึ่ม'ซาฟารีเวิลด์' วัยรุ่นฟันน้ำนมบุกงาน'วันเด็กแห่งชาติ'

‘ทรงอย่างแบด’กระหึ่ม’ซาฟารีเวิลด์’ วัยรุ่นฟันน้ำนมบุกงาน’วันเด็กแห่งชาติ’

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.03 น.

‘ทรงอย่างแบด’ กระหึ่ม ‘ซาฟารีเวิลด์’ วัยรุ่นฟันน้ำนมบุกงาน ‘วันเด็กแห่งชาติ’

14 ม.ค.2566 ต้องบอกว่ากระหึ่ม สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ เลยทีเดียว สำหรับงานวันเด็กแห่งชาติ ในปีนี้ ที่มีไฮไลต์พิเศษสุดๆเซอร์ไพรส์เด็กๆวัยรุ่นฟันน้ำนมอย่างวง เปเปอร์ เพลนส์ ที่มี่ ฮาย ธันวา เกตุสุวรรณ ฟรอนท์แมน และ เซน นครินทร์ ขุนภักดี มือเบส มาขึ้นโชว์จุดแสดงปลาโลมา และไม่พลาดที่จะนำเพลงฮิต “ทรงอย่างแบด” มาร่วมร้องในครั้งนี้ด้วย ซึ่่งผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณคลิปจาก HUNNYK.@hundanonghwi
 

อหซาฟารีเวิลด์แตกของจริง Paper Planes ตอนร้องแล้วมีโลมากระโดดข้างหลังกุนึกว่าพลุงานปีใหม่ อลังการถูกใจวัยรุ่นฟันน้ำนม555555 #วันเด็กแห่งชาติ #ทรงอย่างแบด pic.twitter.com/gAvkzx0GtF— HUNNYK. (@hundanonghwi) January 14, 2023

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องเล่าสุดซึ้งของ’แม่อุ้ย’ เดินเท้ามาไกล หอบถุงของขวัญกลับไปให้หลาน

Posted on January 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704237

เรื่องเล่าสุดซึ้งของ'แม่อุ้ย' เดินเท้ามาไกล หอบถุงของขวัญกลับไปให้หลาน

เรื่องเล่าสุดซึ้งของ’แม่อุ้ย’ เดินเท้ามาไกล หอบถุงของขวัญกลับไปให้หลาน

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.03 น.

เรื่องเล่าสุดซึ้ง แม่อุ้ย เดินเท้ามาไกล หอบถุงของขวัญกลับไปให้หลานในวันเด็กแห่งชาติ

14 ม.ค.2566 วันเด็กแห่งชาติ เป็นอีกหนึ่งวันที่ทำให้เด็กๆหลายคนมีความสุข เพราะจะได้ของขวัญ ตุ๊กตา ทานขนมอร่อยๆ เล่น เต้น สนุกสนานตามประสาวัยเด็ก ขณะที่ มูลนิธิกระจกเงา ยังได้เดินทางสัญจรไปแจกของขวัญมากมายให้เด็กๆตามถิ่นทุรกันดารถึงจังหวัดเชียงราย 

มูลนิธิกระจกเงา ได้เล่าเรื่องราวที่ทำหลายคนน้ำตาคลอผ่านทวิตเตอร์ ว่า ” แม่อุ้ยคนหนึ่ง เดินเท้าจากบ้านมารอรับของขวัญไปให้หลาน เพราะบ้านของแกนั้นอยู่ไกล เกินกว่าจะกระเตงหลานตัวน้อยสองคนมาด้วยกันไหว

แกกลับบ้านไปพร้อมถุงของขวัญจากขบวนสัญจร 

ให้ของขวัญเป็นความสุขของหลานๆ และให้รอยยิ้มของหลานๆ เป็นความสุขของแม่อุ้ยอีกที ” 

แม่อุ้ยคนหนึ่ง เดินเท้าจากบ้านมารอรับของขวัญไปให้หลาน เพราะบ้านของแกนั้นอยู่ไกล เกินกว่าจะกระเตงหลานตัวน้อยสองคนมาด้วยกันไหว

แกกลับบ้านไปพร้อมถุงของขวัญจากขบวนสัญจร

ให้ของขวัญเป็นความสุขของหลานๆ และให้รอยยิ้มของหลานๆ เป็นความสุขของแม่อุ้ยอีกที #วันเด็กแห่งชาติ pic.twitter.com/AnQEkgG1BJ— มูลนิธิกระจกเงา (@Mirror_org) January 14, 2023

,

ขบวนสัญจรเริ่มแล้ว ????

ของขวัญที่คุณบริจาคมาในขบวนนี้ จะได้ทำหน้าที่ส่งความสุข ถึงเด็กๆ ชาติพันธุ์บนดอย ของเล่น ตุ๊กตา ของคุณ กำลังจะมีเพื่อนใหม่โดยสมบูรณ์
.
ใน “วันเด็ก (สัญจร) แห่งชาติ”
เสาร์ ที่ 12 มกราคม 2566
ณ #มูลนิธิกระจกเงาเชียงราย #วันเด็ก2566 pic.twitter.com/QeUSH74JUu— มูลนิธิกระจกเงา (@Mirror_org) January 14, 2023

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชัชชาติ’ถึงกับต้องยกมือไหว้ เมื่อเด็กชายคนนี้บอกอาชีพในฝัน

Posted on January 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704228

'ชัชชาติ'ถึงกับต้องยกมือไหว้ เมื่อเด็กชายคนนี้บอกอาชีพในฝัน

‘ชัชชาติ’ถึงกับต้องยกมือไหว้ เมื่อเด็กชายคนนี้บอกอาชีพในฝัน

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.30 น.

‘ชัชชาติ’ถึงกับต้องยกมือไหว้ เมื่อเด็กชายคนนี้บอกความฝันตอนโต

หลังจากที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำขวัญวันเด็กประจำปี 2566 ว่า “เรียนอย่าแบด แซดอย่าบ่อย สู้อย่าถอย ค่อยๆ สร้างพลังใจ” โดยได้อธิบายว่า เรียนอย่าแบด หมายถึง ตั้งใจเรียน เรียนให้สนุก ให้รู้จริง แต่อย่าไปเครียดกับการเรียนอย่างเดียว แค่เรียนไม่แย่ก็พอ แซดอย่าบ่อย หมายถึง เศร้าได้ ผิดหวังได้ แต่อย่าเยอะ พยายามมองโลกในแง่บวก สู้อย่าถอย หมายถึง ค่อยๆ สู้ สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างไม่เป็นไร ค่อยๆ สะสมประสบการณ์ เพื่อความสำเร็จในวันหน้า และ ค่อยๆ สร้างพลังใจ หมายถึง กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญในการทำทุกอย่าง อยากให้น้องๆ มีพลังใจที่เข้มแข็ง กทม.พร้อมสนับสนุนทุกด้าน ให้เด็กๆ ก้าวต่อไป เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต

โดย ผู้ว่าฯชัชชาติ ได้พาเด็กๆนักเรียนทำกิจกรรมต่างๆมากมายรวมถึง พาเยี่ยมชมห้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมนั่งเก้าอี้ถ่ายรูปร่วมกัน 

แต่งงานนี้ ทำเรียกเสียงหัวเราะกันทั้งห้อง เมื่อผู้ว่าฯถามเด็กชายคนหนึ่งว่า โตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร  ? มีเด็กคนหนึ่งตอบว่า อยากเป็นพระ ทำให้นักข่าวที่ทำข่าวอยู่หัวเราะ ส่วนนายชัชชาติก็ตกใจ ก่อนที่จะกล่าวว่า ไม่เป็นไร เป็นพระไม่ใช่เรื่องน่าขำนะ เป็นเรื่องที่ดี ผู้ว่าฯยกมือไหว้พร้อมกล่าวว่า อนุโมทนาด้วยนะลูก

009  ขอบคุณ เรื่องเล่าเช้านี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ค้าอ่างทองแต่งนักเรียนมาขายผักในตลาดย้อนวันวานสมัยยังเป็นเด็ก

Posted on January 15, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704197

แม่ค้าอ่างทองแต่งนักเรียนมาขายผักในตลาดย้อนวันวานสมัยยังเป็นเด็ก

แม่ค้าอ่างทองแต่งนักเรียนมาขายผักในตลาดย้อนวันวานสมัยยังเป็นเด็ก

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.49 น.

วันนี้ (14 ม.ค.66) ซึ่งเป็นเด็กแห่งชาติ ที่บริเวณตลาดเกษตรสุวพันธ์ ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง นางกิมลั้ง ไหลพึ้งทอง อายุ 53 ปี แม่ค้าขายผักในตลาดได้แต่งชุดนักเรียนหญิงมาขายผักสร้างสีสันความสนุกสนานให้กับเพื่อนพ่อค้าแม่ค้า ถ่ายรูปพูดคุยนึกถึงความหลังสมัยยังเป็นเด็ก พร้อมกับการจับจ่ายขายของกันย่างมีความสุขสนุกสนาน

นางกิมลั้ง เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งตนเป็นเด็กนักเรียนทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมวันเด็กให้กับนักเรียนมีการแข่งขันปิดตากินมันแกวที่ผูกเชือกไว้ เป่าลูกโป่ง กินขนมโก๋ นึกถึงทีไรก็มีความสุข และวันนี้เป็นวันเด็กแห่งชาติจึงได้ซื้อชุดนักเรียนมาแต่งเพื่อย้อนวันวานสมัยยังเป็นเด็กขายผักในตลาดพูดคุยนึกถึงความหลังสมัยยังเป็นเด็ก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ซากุระเมืองไทย’ สะพรั่งอวดโฉมงดงามเต็มหุบดอยยาว-ผาหม่นทั่วเชียงราย 11 จุด

Posted on January 14, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704190

'ซากุระเมืองไทย' สะพรั่งอวดโฉมงดงามเต็มหุบดอยยาว-ผาหม่นทั่วเชียงราย 11 จุด

‘ซากุระเมืองไทย’ สะพรั่งอวดโฉมงดงามเต็มหุบดอยยาว-ผาหม่นทั่วเชียงราย 11 จุด

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.31 น.

วันที่ 14 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงฤดูหนาวต้นปี 2566 พบว่าตามภูเขา ดอยต่างๆ ที่มีต้นพญาเสือโคร่ง หรือ “ซากุระเมืองไทย” ต่างมีการผลิดอกเป็นสีชมพูกันอย่างหนาตามากขึ้น ในขณะที่อุณหภูมิตามยอดดอยอยู่ที่ประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส ทำให้ดอกซากุระเมืองไทยกำลังเบ่งบานได้อย่างงดงามโดยเฉพาะที่หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาวบนเทือกเขาดอยยาว-ดอยผาหม่น หมู่ 14 ต.ปออ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เริ่มมีดอกผลิมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยทางหน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาวได้มีการบันทึกภาพพัฒนาการการผลิของดอกซากุระเมืองไทยตั้งแต่ยังมีแต่กิ่งไม้กระทั่งช่วงต้นเดือน ม.ค.นี้ ดอกเริ่มผลิและทางหน่วยยังคงเก็บภาพความคืบหน้าเพื่อเผยแพร่ทางเพจของหน่วยเป็นประจำทุกวัน ล่าสุดมีการแจ้งว่าดอกได้เบ่งบานในพื้นที่ทั้งหมดกว่า 30-40% แล้ว ทำให้เริ่มมีความงดงามสลับกับต้นไม้เขียวขจีบนยอดเขา บริเวณหน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว 

นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย เปิดเผยว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปเยือน จ.เชียงราย และ จ.พะเยา เพื่อสัมผัสอากาศที่เย็นสบายโดยเฉพาะช่วงเดือน ม.ค.ของทุกปี ก็จะมีดอกซากุระเมืองไทย บานสะพรั่งแต่งแต้มสีสันให้กับผืนป่า ซึ่งในแต่ละปีจะผลิให้เห็นความงดงามเพียงครั้งเดียวและเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์ หรือประมาณ 20 วันเท่านั้น รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ด้วย 

ทั้งนี้ จ.เชียงราย มีจุดชมดอกซากุระเมืองไทยอยู่จำนวน 11 จุด ประกอบด้วยจุดชมวิวเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านปางขอน อ.เมืองเชียงราย สนามเฮลิคอปเตอร์และร้านกาแฟปางขอนในหมู่บ้านปางขอนทางขึ้นพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี ดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง สุสานนายพลต้นบนดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง 

นอกจากนี้ ยังมีบริเวณทางขึ้นดอยแม่สลองและบริเวณไร่ชา 101 อ.แม่ฟ้าหลวง นอกจากนี้ยังที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย (ดอยช้าง) อ.แม่สรวย หน่วยต้นน้ำห้วยส้าน อ.แม่ลาว หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว อ.เวียงแก่น โรงเรียนบรรพตวิทยา อ.เวียงแก่น ระหว่างเส้นทางภูชี้เดือน-ภูชี้ดาว และทางขึ้นภูชี้ฟ้า อ.เทิง สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ททท.สำนักงานเชียงราย โทรศัพท์ 053-717433,053-744674-5 http://www.tourismchiangrai-phayao.com. และ fackbook ของ ททท.สำนักงานเชียงรายได้

ภาพจาก:หน่วยต้นน้ำหงาว-งาว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระโตโน่’บิณฑบาตชุมชน ทม.นครพนมน้อมใจถวาย’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ก่อนลาสิกขาพรุ่งนี้

Posted on January 14, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704180

'พระโตโน่'บิณฑบาตชุมชน ทม.นครพนมน้อมใจถวาย'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'ก่อนลาสิกขาพรุ่งนี้

‘พระโตโน่’บิณฑบาตชุมชน ทม.นครพนมน้อมใจถวาย’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ก่อนลาสิกขาพรุ่งนี้

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.19 น.

‘พระโตโน่-ภาคิน สุทธิสัทโธ’ บิณฑบาตชุมชนเทศบาลเมืองนครพนม น้อมใจถวายแด่ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” ฉันเช้าบนรถเพื่อข้ามโขงร่วมพิธียกช่อฟ้าฝั่งลาว ก่อนกลับมาเตรียมลาสิกขา 15 มกราคม 2566 

เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 14 ม.ค.66 ที่บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ เขตเทศบาลเมืองนครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดถนนสุนทรวิจิตร ยาวไปถึงลานพญาศรีสัตตนาคราช เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ระยะทางกว่า 500 เมตร เนื่องแน่นไปด้วยพุทธศาสนิกชน ประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ชาวลาว รวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีนและเวียดนาม ได้พร้อมใจกันออกมาทำบุญตักบาตร พระโตโน่-ภาคิน สุทธิสัทโธ พร้อมคณะสงฆ์ที่ร่วมอุปสมบทอีก 3 รูป ที่ร่วมในกิจกรรม “ONE MAN AND THE RIVER หนึ่งคนว่าย หลายคนให้” ว่ายน้ำข้าม 2 ฝั่งโขง (ไทย-ลาว) เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลทั้งสองแห่งคือ รพ.นครพนม และ รพ.แขวงคำม่วน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2565 จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ได้รับการสนับสนุนทั้งชาวไทย ชาวลาว มียอดบริจาคกว่า 87 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวโด่งดังไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ภายหลัง พระโตโน่-ภาคิน สุทธิสัทโธ และคณะจึงตั้งใจจะอุปสมบทในการตั้งมั่นเจริญภาวนาปฏิบัติกิจวัตรสงฆ์ เป็นระยะเวลา 7 วันเพื่อสร้างอานิสงส์ตอบแทนคุณทั้งชาวไทยชาวลาวโดยอุปบมบทที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา

สำหรับวันนี้เป็นการปฏิบัติกิจวัตรสงฆ์เป็นวันที่ 6 โดยก่อนหน้านี้วันที่ 13 มกราคม พระโตโน่ ได้เดินทางกลับมาจากจำวัดที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ที่ข้ามแม่น้ำโขงไปปฏิบัติธรรม สวดมนต์เจริญภาวนา และออกเดินโปรดบิณฑบาตชาวแขวงคำม่วน สปป.ลาว เป็นเวลา 2 วัน ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันก็เดินทางกลับมายังฝั่งไทย เข้าจำวัดอยู่วัดพระธาตุพนมฯ รุ่งเช้าวันที่ 14 มกราคม เวลา 05.00 น. ก็นั่งรถตู้เดินทางโปรดบิณฑบาตแก่ญาติโยมในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เป็นการสร้างอานิสงส์ผลบุญร่วมกัน

ในการเดียวกันนี้ พระโตโน่ ยังได้นำพุทธศาสนิกชน พลังศรัทธาที่ร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตร น้อมถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เพื่อเป็นการถวายพระพรชัยมงคล ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพลานามัยแข็งแรงในเร็ววัน เป็นการร่วมกันถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

ทั้งนี้ พระโตโน่หลังบิณฑบาตเสร็จ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จะข้ามไปฝั่งประเทศลาวอีกครั้ง โดยฉันเช้าบนรถตู้เพื่อให้ไปทันร่วมพิธีทำบุญยกช่อฟ้า ศาลาการเปรียญหลังใหม่ที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง แขวงคำม่วน สปป.ลาว และหลังจากเสร็จกิจวัตรทำบุญที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง จะได้เดินทางไปจำวัดที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และเตรียมลาสิกขา ในวันที่ 15 มกราคม 2566 จากนั้นช่วงบ่ายก็เดินทางโดยสารเครื่องบินกลับ กทม.เพื่อติดตามสอบถามกรณีการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์มอบแก่โรงพยาบาลทั้งสองแห่งคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว’ผลลัพธ์เลิศ วิถี‘การศึกษา’แบบ‘เกาหลีใต้’

Posted on January 14, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704138

สกู๊ปแนวหน้า : ‘มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว’ผลลัพธ์เลิศ  วิถี‘การศึกษา’แบบ‘เกาหลีใต้’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว’ผลลัพธ์เลิศ วิถี‘การศึกษา’แบบ‘เกาหลีใต้’

วันเสาร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เกาหลีใต้” ประเทศที่โดดเด่นทั้งอุตสาหกรรมไม่ว่ายานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สื่อบันเทิง“เค-ป๊อป (K-Pop)” รวมไปถึง “การศึกษา” ที่ผลคะแนนการทดสอบวัดความรู้ระหว่างประเทศอย่าง PISA เกาะกลุ่มหัวแถวของโลกของทวีปเอเชีย อาทิ การทดสอบในปี 2561 มี 77 ประเทศ และเขตปกครองเข้าร่วม เกาหลีใต้อยู่ได้อันดับที่ 7 เป็นรองเพียงจีนแผ่นดินใหญ่ (ทดสอบใน 4 พื้นที่คือกรุงปักกิ่ง เมืองเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซูและมณฑลเจ้อเจียง) สิงคโปร์ มาเก๊า ฮ่องกง เอสโตเนีย และญี่ปุ่นตามลำดับ ส่วนปีนั้นไทยอยู่อันดับที่ 60

เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมกับ โครงการประเมินและพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (TEDET) จัดบรรยายหัวข้อ “สร้างนิสัยเรียนเก่งตามแบบฉบับเกาหลี” โดยวิทยากรคือ ดร.ไพบูลย์ ปีตะเสน ประธานศูนย์เกาหลีศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มธ. ซึ่งเคยมีประสบการณ์เรียนต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติ กรุงโซล สถาบันอุดมศึกษาอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึง “Reborn Rich” ซีรี่ส์ดังจากแดนกิมจิ ที่มีมหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นฉากหลังส่วนหนึ่งด้วย

“เขาฉายภาพของมหาวิทยาลัยโซล และฉายให้เห็นถึงการเรียนให้มีผลดี การเข้าไปแข่งขันในวงการธุรกิจ มันคือเรื่องเดียวกัน การที่เราเรียนได้ประสบความสำเร็จมันก็เป็นบันไดก้าวแรกที่จะให้เราไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างประสบความสำเร็จเหมือนกัน อันนี้มาในภาพมหาวิทยาลัยโซลในยุค 90 (ปี 2533-2542) ในฉากในหนัง” ดร.ไพบูลย์กล่าว

ดร.ไพบูลย์ เล่าต่อไปว่า เมื่อครั้งได้ทุนจากประเทศไทยไปเรียนที่เกาหลีใต้ในช่วงทศวรรษ 1990 ได้พบนักเรียนท้องถิ่นชั้น ม.6 คนหนึ่ง เลือกที่จะไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยในทันทีหลังเรียนจบ เพราะตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติ กรุงโซล ให้ได้ ซึ่งในปีแรกหลังจบ ม.6 เขาสอบไม่ผ่าน จึงใช้เวลาอ่านหนังสืออีก 1 ปีก่อนกลับมาสอบแต่ครั้งนี้สอบผ่านได้เข้าไปเรียน โดยไม่สนใจที่นั่งในมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่เขาสอบได้แล้วแต่อย่างใด

ความน่าสนใจคือพฤติกรรมแปลกๆ ของเด็กคนนี้“เมื่ออ่านหนังสือจบก็จะฉีกทำลายหนังสือทิ้ง” ซึ่งหลังจากสังเกตอยู่หลายวันจึงตัดสินใจเข้าไปสอบถาม และได้รับคำตอบว่า “ถ้าอยากไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเลก็ต้องไม่เหลือเส้นทางให้กลับหลัง” การอ่านหนังสือแล้วทำลายทิ้งก็เพื่อกระตุ้นให้ต้องจำสาระสำคัญของบทเรียนให้ได้ ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเดินทางไป-กลับระหว่างที่พักกับมหาวิทยาลัยเป็นประจำ ราวกับว่าได้เข้าไปเรียนแล้ว เพื่อปลุกเร้าตนเองว่าจะต้องเข้าไปเรียนให้ได้ด้วย

อีกเหตุการณ์หนึ่งคือเมื่อ ดร.ไพบูลย์ ได้เพื่อนร่วมห้องในหอพักเป็นลูกครึ่งเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ในเวลานั้นก็คุยกันว่าจะเลือกห้องไหนระหว่างชั้น 5 กับชั้น 2 ซึ่ง เพื่อนคนนี้ขอให้เลือกชั้น 2 แม้จะเป็นห้องแคบๆ เมื่อเทียบกับชั้น 5 ที่ห้องกว้างกว่า โดยให้เหตุผล 3 ข้อ คือ 1.สะดวกในการเดินทาง หากอยู่ชั้น 5 ต้องใช้ลิฟต์ในการขึ้น-ลง แต่อยู่ชั้น 2 เดินลงบันไดเองได้ ทำให้ในตอนเช้าเมื่อต้องขึ้นรถไปเรียนซึ่งรถก็มีที่นั่งจำกัดจะทำได้ง่ายกว่า

2.หลีกเลี่ยงการถูกรบกวน เนื่องจากเพื่อนคนนี้ทราบว่าคณะที่ตนเรียนสอบช้าที่สุด และนักศึกษาทุกคณะเมื่อสอบเสร็จก็มักจะมีปาร์ตี้สังสรรค์ ดังนั้นการเลือกห้องเล็กๆ
ก็น่าจะทำให้เพื่อนจากคณะอื่นๆ ไม่มาขอใช้ห้องเป็นพื้นที่สังสรรค์ 3.ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกอยากอยู่ในห้องนานๆ วิถีชีวิตของนักศึกษาในเกาหลีใต้นิยมไปอ่านหนังสือในห้องสมุด โดยห้องในหอพักมีไว้เพียงเป็นที่ซุกหัวนอนเท่านั้น โดยห้องสมุดในมหาวิทยาลัยนั้นเปิด 24 ชั่วโมง และในทุกเช้าจะตื่นกันตั้งแต่ตี 4 เพื่อรีบกินมื้อเช้าแล้วเข้าไปหาพื้นที่อ่านหนังสือ

“คนเกาหลีจะชอบอ่านหนังสือในห้องสมุด ไม่เหมือนกับคนไทยที่ชอบอ่านที่บ้าน คืออ่านที่บ้านมันเงียบจริงแต่ข้อเสียคือเราอาจจะขาดวินัยได้ เราอาจจะทำโน่นทำนี่
จนเพลินแล้วเวลาอ่านมันไม่มีบรรยากาศเหมือนกับคนที่นั่งอ่านแข่งขันกับเราอยู่ มีคนอีกเป็นร้อยที่อยู่ด้านข้างเรา ห้องสมุดเกาหลีก็เงียบเหมือนกัน เขา (เพื่อนร่วมห้องที่หอพัก) ก็เลยบอกถ้าอยู่ห้องสบายเกินไปจะทำโน่นทำนี่วอกแวก เขาแถมให้อีกเหตุผลหนึ่งคือถ้าห้องใหญ่จะซื้อของเข้ามาเยอะแล้วเปลืองเงินมาก

ตลอดเวลาที่เขาเรียนกับผมมาทั้ง ป.โท-ป.เอก เขาใช้แก้วแค่ใบเดียวเอง ถ้าเขาใช้ห้องใหญ่เขาก็จะต้องมีแก้วกาแฟ แก้วน้ำ เยอะแยะมากมาย แก้วนมแก้วอะไร สะสมเจอแก้วสวยๆ ก็ต้องซื้อเพราะเขามีพื้นที่จัดเก็บ แต่ถ้าห้องมันเล็กเขาจำเป็นจะต้องใส่ของได้น้อย เสื้อผ้าเขาก็มีเท่าที่เขาต้องการ แก้วน้ำ ปากกา ดินสอ เวลาจะซื้อแต่ละอย่างที่จะบรรจุเข้าไปเขาก็ต้องคิด ผมก็เลยเห็นดีด้วยกับเขาในเมื่อเขาให้เหตุผลมาแล้วว่าเราควรจะอยู่ห้องเล็ก จบไวแล้วก็ประหยัดเงินด้วย” ดร.ไพบูลย์ ระบุ

ข้อคิดที่ ดร.ไพบูลย์ ได้เพื่อนร่วมห้องในหอพักคนนี้คือ “การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียน” ซึ่งในวันที่เรียนจบเพื่อนคนนี้มีเงินเหลือเก็บออมมากกว่านักศึกษาคนอื่นๆ ในกลุ่ม แต่ก็อาจเป็นเพราะยุคนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ จึงไม่มีใครมารบกวนมากนัก จึงฝากเพิ่มเติมถึงคนยุคปัจจุบันด้วยว่า “ขอให้มีเป้าหมายแน่ชัดว่าตนเองต้องการทำอะไร และสร้างเงื่อนไขให้เดินไปตามเส้นทางนั้น” อย่าให้วอกแวก

เมื่อเทียบรายได้ต่อหัวระหว่างคนไทยกับคนเกาหลีใต้ทั้ง 2 ชาติเคยอยู่ระดับเดียวกันจนกระทั่งถึงปี 2518 จากนั้นเกาหลีใต้ก็ค่อยๆ ทิ้งห่างไทยขึ้นไปเรื่อยๆ โดยการสำรวจครั้งล่าสุดในปี 2563 พบว่า เกาหลีใต้อยู่ที่ 32,780 เหรียญสหรัฐต่อปี ส่วนไทยอยู่ที่ 7,260 เหรียญสหรัฐต่อปี หรือโดยสรุปคือ ในปี 2563คนเกาหลีใต้มีรายได้มากกว่าคนไทยถึงเกือบ 5 เท่า และการศึกษาก็คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

โดยเกาหลีใต้วางนโยบายหลักด้านการศึกษาไว้ 4 เรื่อง 1.จัดหาการศึกษาคุณภาพสูงให้แก่ประชาชน 2.ขยายโอกาสตามความฝันและความสามารถของนักเรียน 3.สนับสนุนการศึกษาในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และ 4.จัดให้มีการศึกษาในภาคปฏิบัติ โดยการให้น้ำหนักที่ความเท่าเทียมกันและวางอยู่บนค่านิยมที่เป็นสากล ซึ่งอาจเป็นเพราะยุคก่อนปี 2518 (ที่คนเกาหลีใต้ยังมีรายได้ต่อหัวไล่เลี่ยกับคนไทย) เป็นช่วงที่เกาหลีใต้ต้องฟื้นฟูประเทศหลังสงครามเกาหลี (ปี 2493-2496) เวลานั้น
จึงยังไม่มีโอกาสได้ให้ความสำคัญกับการศึกษามากนัก

แต่เมื่อโอกาสอำนวย รัฐบาลเกาหลีใต้จึงทุ่มเทกับการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างมาก โดยมีสัดส่วนงบประมาณรายจ่ายด้านนี้สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก อยู่ที่ร้อยละ 14 ของงบประมาณทั้งหมดต่อปี เช่นเดียวกับในฝั่งครัวเรือนที่พ่อแม่ผู้ปกครองในเกาหลีใต้ ลงทุนด้านการศึกษาให้บุตรหลานมากที่สุดในโลก คิดเป็นร้อยละ 0.8 ของรายได้ทั้งหมดที่มีต่อปี ซึ่งสูงยิ่งกว่าหลายประเทศในทวีปยุโรปไม่ว่าจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนีหรือเนเธอร์แลนด์เสียด้วยซ้ำ

ตัวอย่างผลสำเร็จของเกาหลีใต้ เกิดขึ้นในการสอบ PISA เมื่อปี 2552 โดยการสอบ PISA จะจัดสอบทุกๆ 3 ปี วัดผลใน 3 ด้าน คือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการอ่าน คะแนนด้านการอ่านและคณิตศาสตร์ของเกาหลีใต้อยู่ที่เกือบ 550 คะแนน มากที่สุดในโลก และมากกว่าฟินแลนด์หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา ส่วนด้านวิทยาศาสตร์แพ้เพียงฟินแลนด์กับญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าฟินแลนด์คือประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียง “โหมโรง” ฉายภาพการให้ความสำคัญของการศึกษาตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคลไปจนถึงครัวเรือนและภาครัฐ ซึ่งผู้สนใจเคล็ดลับการเรียนเก่งแบบคนเกาหลี สามารถเข้าไปรับชม-รับฟัง ได้ที่เพจ “TEDET” หรือที่ลิงก์ https://www.facebook.com/tedet.or.th/videos/652560313327745

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขดตัวแน่นิ่ง! สงสาร’งูเขียวมีหงอน’คล้ายพญานาคคำชะโนด ป่วยหนักต้องพาไปรักษา

Posted on January 14, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704168

ขดตัวแน่นิ่ง! สงสาร'งูเขียวมีหงอน'คล้ายพญานาคคำชะโนด ป่วยหนักต้องพาไปรักษา

ขดตัวแน่นิ่ง! สงสาร’งูเขียวมีหงอน’คล้ายพญานาคคำชะโนด ป่วยหนักต้องพาไปรักษา

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 22.50 น.

ขดตัวเหมือนป่วยหนัก งูเขียวมีหงอนคล้ายพญานาคที่ศาลปู่ย่าคำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี อ้าปากค้างตัวผอมเหมือนป่วยหนัก จิตอาสาพาไปหาหมอรักษา คอหวยลุ้นให้หายหลังให้โชคมาแล้วหลายงวดติด

13 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการคำชะโนด บ้านโนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แจ้งนายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอดมินเพจบ้านดุงอัพเดต ไปรับงูเขียวมีหงอนคล้ายพญานาค ที่อาศัยอยู่ในศาลปู่ศรีสุทโธและย่าประทุมมา ลานบวงสราวงทางเข้าเกาะคำชะโนด ตอนนี้งูเขียวคล้ายพญานาคตัวนี้น่าจะมีอาการป่วยหนัก อยากให้พาไปรักษากับหมอสัตว์ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปรับงูเขียวพญานาคตัวนี้ทันที (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตกตื่นทั้งคำชะโนด’งูเขียวมีหงอน’คล้ายพญานาค-‘อ.เจษฎา’ไขคำตอบให้แล้ว)

โดยพบว่างูเขียวพญานาคที่อยู่บนศาลปู่ย่ามีสภาพซึม ตัวผอมกว่าปกติ อ้าปากค้างเหมือนกินอาหารไม่ได้ และขดตัวแน่นิ่งไม่ยอมเคลื่อนไปไหน ซึ่งปกติงูพญานาคตัวนี้จะมีลักษณะอ้วนและร่าเริง แม้นักท่องเที่ยวจะมาถ่ายรูปก็สู้กล้อง แต่วันนี้ดูอาการน่าจะป่วยหนักคาดว่าจะเกิดต่อสู้หรือกับสัตว์ชนิดอื่น เช่น ตุ๊กแก หรือกินอาหารเป็นพิษ  นายวีระพล จึงได้จับเอางูใส่กล่องกระดาษ เพื่อไปรักษาที่รพ.สัตว์ที่จ.อุดรธานี แต่ก็ไม่วายนักท่องเที่ยวพากันแห่ถ่ายรูปงูเขียวพญานาคตัวนี้ และภาวนาให้หายจากอาการป่วยเร็วๆ

ทั้งนี้ งูเขียวคล้ายพญานาคตัวนี้ เคยสร้างความฮือฮาตกลงมาจากตุ้นประดู่เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.65 ที่ผ่านมา คอหวยถูกหวยมาแล้ว 2 งวดแต่มาวันนี้ป่วยหนักต้องพาไปรักษา คอหวยก็ภาวนาให้หายเร็วๆ มาประจำที่ศาลปู่ย่าฯ คำชะโนดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปต่อไป

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพื่อนบ้านมหาภัย เปิดเพลง-บทสวดกระหึ่ม กรอกหูชาวบ้าน สุดจะทนกว่า3ปี

Posted on January 14, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/704159

เพื่อนบ้านมหาภัย เปิดเพลง-บทสวดกระหึ่ม กรอกหูชาวบ้าน สุดจะทนกว่า3ปี

เพื่อนบ้านมหาภัย เปิดเพลง-บทสวดกระหึ่ม กรอกหูชาวบ้าน สุดจะทนกว่า3ปี

วันศุกร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2566, 21.34 น.

โผล่อีก! เพื่อนบ้านเปิดเพลง-บทสวดมนต์ เช้ายันเย็น ชาวบ้านหัวจะปวด เดือดร้อนมานานกว่า 3 ปี คุณยายวัย 77 ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดสมองตีบ ร่ำไห้ต่อหน้านักข่าว พ้อเสียงเพลงของเพื่อนบ้านกรอกหูทุกวัน ไม่ได้หลับพักผ่อน เคยไปตักเตือนแล้วโดนขู่แล้ว เอามีดไล่ฟันชาวบ้าน วอนอยากจะขอความช่วยเหลือ

13 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่บ้านเชียงหมู่ 2 คุ้มหัวบึง เขตเทศบาล ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ว่ามีเพื่อนบ้านเปิดเพลงสวดมนต์ลั่นหมู่บ้านตั้งแต่เช้ายันเย็น จนชาวบ้านใกล้เคียงอยู่ไม่ได้ โดยหนุ่มรายนี้ จะเปิดเพลงผ่านลำโพงเสียงดังกระหึ่ม ตั้งแต่ตี 5 ทุกวัน โดยเช้าๆจะเปิดเพลงสวดมนต์ตั้งแต่ตี 5 สายๆ มาเปิดเพลงลูกทุ่ง บ่ายและเย็นเปิดเพลงแสดงสดลูกทุ่งสลับกันไปมายัน 3 ถึง 4 ทุ่ม พร้อมกันนี้ ชาวบ้านยังส่งคลิปของการเปิดเพลงมาให้ดูและคลิปของชาวบ้านและหนุ่มรายนี้ปะทะคารมกันเดือดมาแล้วหลายครั้ง

ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามชาวบ้าน บ้านน้อยหัวบึง ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เอือมระอากับชายคนนี้ อายุ 50 ปี ที่มีบ้านอยู่กลางซอย แต่ละวันจะเปิดเพลงลั่นหมู่บ้านตั้งแต่เช้ายันเย็น ทำให้ชาวบ้านเสียสุขภาพจิต ชาวบ้านเคยไปบอกหลายครั้งแล้ว เขาก็บอกว่าไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร เปิดเฉพาะกลางวัน ยามวิกาลไม่ได้เปิด โดยเฉพาะวันพุธ ซึ่งเจ้าตัวอ้างเป็นร่างทรงของปู่ขุนเชียงสวัสดิ์ พอเข้าทรงเสร็จแล้วก็จะกินเหล้ากินเลี้ยงอยู่ภายในบ้านสรวญเสเฮฮาเปิดเพลงลูกทุ่งสุดมัน  

ชาวบ้านบอกว่า อดทนฟังเสียงเพลงแบบนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว ไปร้องที่เทศบาล ต.บ้านเชียง ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านถือตระกร้าหมากเดินออกจากบ้านตัวเองมาขอพักกับเพื่อนบ้านเพราะทนเสียงเปิดเพลงลั่นหมู่บ้านของชายคนนี้ไม่ไหว บอกว่า เขาเปิดเพลงประจำจนทนฟังไม่ได้ ก็ต้องหลบเสียงมาขออยู่กับเพื่อนบ้านแบบนี้ทุกวัน

ชาวบ้าน วัย 59 ปี ชาวบ้านที่มีกำแพงติดกัน เผยว่า ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมาก เพราะรำคาญเสียงเพลงของ นายอ๊อด ตั้งแต่เช้ายัน 3-4 ทุ่ม ตอนเช้าๆ จะเปิดเพลงสวดมนต์ สายๆ มาก็เปิดเพลงมนต์แคน แก่นคูณ พักเครื่องเสียงสักพัก บ่ายๆ ก็จะเปิดเพลงลูกทุ่งแสดงสด เย็นมาก็เปิดเพลงลูกทุ่งแบบร็อค ตอนนี้ชาวบ้านทนไม่ไหวแล้ว เคยไปขอร้องเขา เขาก็ไม่ฟัง  เขาก็บอกว่า กูไม่ได้เอากระดูกพ่อ กระดูกแม่มาช่วยเสียค่าไฟและด่าพ่อด่าแม่เราด้วย ชาวบ้านเคยร้องเรียนไปเทศบาลฯ เขาก็ช่วยไม่ได้ จนชาวบ้านทนไม่ไหวโยนอุจจาระเข้าไปในบ้านเข้าไปในบ้าน หยุดไปสักพักแล้วก็มาเปิดใหม่ บางทีก็ไม่รู้หลอนอะไร ถือมีดดาบมาไล่ฟันชาวบ้าน ไม่รู้โกรธใคร ชาวบ้านก็ต้องอดทนอยู่อย่างนี้

นายพงษ์เทพ สิทธิพรม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนกับชาวบ้านเรื่องนายคนนี้เปิดเพลงเสียงดังรบกวนชาวบ้านมานานเกือบ 3 ปีแล้ว ฝ่ายปกครองเราไปขอร้องหลายครั้งแล้วก็ไม่เป็นผล เขาก็อ้างว่ารู้กฎหมาย เราก็บอกไปอยากให้เคารพสิทธิของเพื่อนบ้านด้วยเพราะชาวบ้านเขาเดือดร้อนเรื่องเสียง อย่างเมื่อวานนายอำเภอไปดู เขาก็ยังถือจอบเดินรอบบ้านและด่านายอำเภอด้วย ซึ่งต่อไปจะปรึกษาหารือเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายอ๊อด เพื่อสอบถามเรื่องราวและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น นายอ๊อดก็มีอาการโวยวายว่า ชาวบ้านมายุ่งอะไรด้วย เรามาอยู่ที่บ้านหลังนี้บ้านน้องสาวเพื่อมาพักผ่อน เราเปิดเพลงเป็นความสุขของเรา เรื่องราวนี้มีปัญหากับชาวบ้านมา 2 ปีแล้ว ชาวบ้านบุกเข้ามาจะทำร้าย มันก็เลยไม่จบซะที ยืนยันจะเปิดเพลงแบบนี้จนกว่าจะตาย เราเปิดเพลงตามกฎหมาย รู้กฎหมายด้วย ตนเองเคยเปิดบาร์ผู้หญิงผู้ชายมาแล้ว ไม่เคยทำผิดกฎหมาย เปิดเพลงกลางวัน กลางคืนไม่เคยเปิด มันเป็นเรื่องของชาวบ้านไม่ถูกกัน ส่วนชาวบ้านขอไม่ให้เปิดเพลงดัง เรายืนยันไม่ได้เปิดกลางคืน เปิดแค่กลางวัน เขาจะมาเฝ้าเราเปิดเพลงแบบนี้ไม่ได้ ทำไมไม่ออกไปทำงาน แล้วเราก็ไม่ได้กระดูกพ่อแม่ใครมาเสียค่าไฟด้วย คนทุกคนเก่งทุกคนไม่กลัวใครตายกันทุกคนเขาโยนไม้โยนขวดมา ก็โยนคืนเท่านั้น ส่วนคนป่วยก็เรื่องคนป่วย ไม่ใช่เรื่องของเรา บ้านหลังนี้สร้างมาเพื่อความสุขของตัวเอง นายอ๊อด กล่าว

ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ติดกับนายอ๊อด โดยลูกหลานได้พา ยายไพ อายุ 77 ปี ที่ป่วยโรคเส้นเลือดสมองตีบ ไปหลบอยู่ห้องนอนข้างห้องน้ำหลังเล็กๆ เพราะทนฟังเสียงเพลงไม่ได้ และยายไม่ได้พักผ่อน นอนไม่ได้ โดยยายไพร่ำไห้ต่อหน้านักข่าว ขอให้ช่วยเหลือด้วย เพราะฟังเสียงเพลงตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่ได้พักผ่อน ทั้งที่ป่วยหนักแบบนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,922,468 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’
สีหศักดิ์​ เผยน้ำมันภายในประเทศ​ เริ่มมีเสถียรภาพ ชี้ โอมาน เสนอขายส่วนเกิน แต่ต้องต่อรองราคา
งานพรมแดงที่ทั้งโลกแฟชันเฝ้ารอ Disney+ พร้อมถ่ายทอดสดเปิดตัว ‘The Devil Wears Prada 2’
​รัฐบาลเล็งออกพรก. กู้เงิน5แสนล. อ้างเร่งด่วนรับวิกฤต
อนุทิน จ่อตั้ง ทรงศักดิ์ คุมป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ
วธ.เปิดตำนานนาคาแห่งลุ่มน้ำบูรพา สืบสานถ่ายทอดตำนานความรัก-ศรัทธา ใน ‘นาคราช เดอะ มิวสิคัล’
คนเดียวในไทย แอนนี่ บรู๊ค ภูมิใจ น้องฑีฆายุ แข่งเทรดหุ้น คว้าชัยระดับโลก
ตรวจพบ "ยาเบื่อหนู" ปนเปื้อนในอาหารเด็ก HiPP ในออสเตรีย
'ก้อง-ติ๊ก-อีฟ'พร้อมใจชวนจอยหน้าเวที เสิร์ฟโชว์เต็มแม็กซ์ เพื่อแฟน ๆ '7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล'
ไวไว ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยว สืบสาน 'ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่' 2569 ฉลอง 730 ปีเชียงใหม่

Recent Posts

  • อินโดนีเซียพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ คาดดันกำลังผลิตพุ่ง 3 เท่าภายในปี 2028
  • เด็ก 12 ถูกประตูรถบัสหนีบติดคาประตู ลากไกล 350 ม. ในออสเตรเลีย แม่จี้บริษัทรับผิดชอบ
  • รมว.แรงงานสหรัฐฯ “ลอรี ชาเวซ-เดอเรเมอร์” ลาออก
  • ระเบิด-ไฟไหม้บ้านในเพนซิลเวเนีย แม่-ลูก รวม 7 คนเสียชีวิตยกครัว
  • ญี่ปุ่นผ่อนคลายกฎส่งออกอาวุธ เปิดทางขายยุทโธปกรณ์ต่างประเทศ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d