Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

พบตัวแล้ว! หญิงวัย40ปีหาหน่อไม้ หลงป่าลำห้วยแม่เกิ๋งน้อย #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609596

พบตัวแล้ว! หญิงวัย40ปีหาหน่อไม้ หลงป่าลำห้วยแม่เกิ๋งน้อย

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.50 น.

18 ตุลาคม 2564 จากกรณีเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 17 ตุลาคม 2564 นายวิทิต เที่ยงไทย นายอำเภอวังชิ้น ได้รับแจ้งจากนายแหลง อุตนะ ผู้ใหญ่บ้านค้างใจ หมู่ 7 ตำบลแม่เกิ๋ง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ว่า มีราษฎร์ในพื้นที่ คือน.ส.แสงดาว ทาดอก อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 44 ม.7 ต.แม่เกิ๋ง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ซึ่งเข้าไปเก็บหาหน่อไม้ บริเวณป่าลำห้วยแม่เกิ๋งน้อย ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เมื่อวันที่17ตุลาคม ร่วมเพื่อนบ้านจำนวนหลายคน ซึ่งช่วงเที่ยงวันเพื่อนบ้านได้กลับมากันหมดทุกคนแล้ว เหลือแต่ น.ส.แสงดาว ที่ยังไม่กลับมา ทางญาติรอจนถึงเย็นก็ยังไม่ออกจากป่าคาดว่าหลงป่า 

ทางนายพินิจ คงประพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย มอบหมายให้ นายรัศมี กาศเจริญ พนักงานพิทักษ์ป่า ส.2 หัวหน้าสายตรวจส่วนกลาง นำกำลังสนับสนุนการปฏิบัติงาน โดยร่วมกับปลัดอำเภอ และอส.วังชิ้น ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านบ้านค้างใจ ร่วม 40 นาย เข้าปฏิบัติการค้นหาผู้พลัดหลงในป่า สำหรับการค้นหาจากเวลา 18.00 – 23.00 น. ของวันเดียวกัน ก็ยังไม่พบแต่อย่างใดการค้นหาจึงหยุดเพียงแค่นั้น

ในวันนี้ เมื่อเวลา 08.30 น. นายวิทิต เที่ยงไทย อำเภอวังชิ้น ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเตรียมออกค้นหาอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่กำลังวางแผนในการค้นหาอยู่นั้นได้รับการประสานจาก นายพินิจ คงประพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัยว่า เมื่อเวลา 08.20 น. เช้าวันนี้ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากชาวบ้านฝั่ง จ.ลำปาง แจ้งว่าพบตัวผู้พลัดหลงแล้ว ปลอดภัยดี เดินหลงเข้าเขต ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเขตติดต่อ ซึ่งทางนายอำเภอ จึงมีการแจ้งเลิกค้นหา และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทางอุทยานนำรถโฟร์วิลเข้าไปรับตัวนางแสงดาว  มาที่บ้านค้างใจและมอบหมายให้รถกู้ชีพของอบต.แม่เกิ๋ง นำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวังชิ้นต่อไป

ทั้งนี้ ทางญาตินางแสงดาว หลังจากที่ได้พบหน้ากัน ต่างก็แสดงความยินดีที่ได้กลับมาสู่อ้อมอกกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทั้งคืนที่ผ่านมาทางญาติและลูกของนางแสงดาวต่างเป็นหวงเป็นอย่างมาก และขอบคุณทางนายอำเภอวังชิ้น ปลัดอำเภอ อส.วังชิ้น หัวหน้าอุทยานเวียงโกศัย พร้อมเจ้าหน้าที่และฝ่ายปกครอง ที่ร่วมร่วมค้นหานางสาวแสงดาว รับกลับบ้านอย่างปลอดภัยในครั้งนี้ด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เร่รอนนับสัปดาห์2ตายายตกงาน โบกรถ-นอนปั้ม-ขอข้าวประทังชีวิต #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609584

เร่รอนนับสัปดาห์2ตายายตกงาน โบกรถ-นอนปั้ม-ขอข้าวประทังชีวิต

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 12.08 น.

รันทดชีวิต 2 ตายาย ตกงานเพราะพิษโควิด-19 ไร้เงิน ต้องโบกรถจากประจวบคีรีขันธ์เพื่อกลับบ้านที่กาญจนบุรี เดินทางรอนแรมอยู่เกือบสัปดาห์ อาศัยนอนตามศาลาริมทาง ขอข้าวคนใจบุญประทังชีวิต จนมาถึงสมุทรสาคร ชาวบ้านประสานหน่วยงานรัฐช่วยเหลือ สุดท้ายพลเมืองดีอาสาขับรถไปส่งถึงกาญจนบุรี

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบ 2 ตายาย ตกรถไม่มีเงินกินข้าว ต้องมาอาศัยนอนพักอยู่ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนเศรษฐกิจ 1 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงได้ประสานไปยัง นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาครและปลัดอำเภอเมืองสมุทรสาคร เพื่อเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือ 2 ตายาย

เมื่อเดินทางมาถึงที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว พบ 2 ตายาย ทราบชื่อคือ นายปัญญา ภมรวงษ์ อายุ 54 ปี และ น.ส.นิภา ศรีนวล อายุ 61 ปี โดยทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ฝ่ายชายเป็นคนพิการและมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานและไขมันในเส้นเลือด ซึ่งทั้งสองคนอยู่ในสภาพอิดโรย นั่งพักอยู่ใกล้ๆกับริมถนนเศรษฐกิจ 1 ภายในปั๊มน้ำมัน ข้างตัวมีกระเป๋าสัมภาระจำนวน 4 ใบ

จากการสอบถาม 2 ตายาย ทราบว่า ทั้งสองคนเป็นชาวบ้านจังหวัดกาญจนบุรี แต่ไปทำงานที่ร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 5 ปี กระทั่งช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ร้านอาหารที่ทำอยู่ปิดตัวลง จึงตัดสินใจเดินทางกับบ้านใน อ.มะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี แต่ด้วยความที่ไม่มีเงินเนื่องจาก นายปัญญาฯ ต้องนำเงินไปรักษาตัว จึงต้องใช้วิธีโบกรถจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อกลับบ้าน โดยออกเดินทางด้วยการโบกรถมาได้ประมาณ 6-7 วัน อาศัยนอนตามศาลาพักผู้โดยสารหรือวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง และขอข้าวคนใจบุญกินประทังชีวิต จนกระทั่งเดินมาถึงที่จังหวัดสมุทรสาคร

เมื่อรถคันที่ 2 ตายายโบกมาจอดใกล้กับปั๊มน้ำมันดังกล่าว เป็นเวลาประมาณ 4 โมงเย็น 2 ตายายจึงได้หาที่นั่งพักและเข้าไปขออาหารร้านค้าภายในปั๊มกินประทังชีวิต และเตรียมหาที่นอนพักค้างคืนภายในปั๊ม จนกระทั่ง นางอ้อ วิถีชอบ อายุ 53 ปี ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงได้เข้ามาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน และเห็นสภาพ 2 ตายาย จึงเข้าไปสอบถาม เมื่อทราบเรื่องราวได้เกิดความสงสาร ซื้อของกินให้กับ 2 ตายาย พร้อมขอเรี่ยไรเงินจากพนักงานร้านสะดวกซื้อและคนในปั๊มน้ำมันได้ 300 บาท เพื่อนำมาให้กับ 2 ตายาย รวมทั้งติดต่อมายังผู้สื่อข่าวเพื่อให้ช่วยประสานหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ

ทั้งนี้ ขณะที่ นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาคร กำลังเข้ามาช่วยเหลือ 2 ตายาย โดยได้ประสานบ้านพักฉุกเฉิน เพื่อนำตัว 2 ตายาย เข้าไปพักในคืนนี้ก่อนที่จะพาไปส่งที่จังหวัดกาญจนบุรี ในวันรุ่งขึ้น ได้มีพลเมืองดีทราบชื่อคือ นายยศพนธ์ธรณ์ ชมเกล็ดแก้ว อายุ 29 ปี ได้ทราบเหตุการณ์และได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากแฟนสาวของตนเอง จึงได้อาสาที่จะพา 2 ตายายไปส่งที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจะไปส่งที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ตามความต้องการของ 2 ตายาย ที่จะเข้ารักษาตัวก่อนกลับบ้านที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย โดยนายวุฒิพงษ์ฯ ได้มอบเงินติดตัวให้กับ 2 ตายาย 1 พันบาท และมอบเงินเพื่อเป็นค่าน้ำมันให้กับพลเมืองดีที่อาสาขับรถไปส่งอีก 1 พันบาท

นายยศพนธ์ธรณ์ ชมเกล็ดแก้ว พลเมืองดี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเป็นคนจังหวัดนครปฐม ที่แวะเข้ามาในปั๊มน้ำมันเพื่อมากดเงินจากตู้ ATM ไปจ่ายค่าเสื้อในตลาดมหาชัย เมื่อแฟนมาเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง จึงได้อาสาที่จะขับรถไปส่ง 2 ตายาย โดยส่วนตัวชอบช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนอยู่แล้ว เวลาเจอคนที่เดือดร้อนตกรถหรือต้องการให้ไปส่งที่ไหน ตนเองก็จะช่วยไปส่งให้เป็นประจำ

ขณะเดียวกัน นายวุฒิพงษ์ฯ ยังได้กำชับ 2 ตายาย เมื่อกลับไปถึงที่บ้านแล้ว ให้รีบไปดำเนินการขอรับสิทธิ์ผู้พิการและผู้สูงอายุที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งไปขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุที่ อบต.ในพื้นที่เพื่อจะได้เข้าถึงสวัสดิการรัฐ เนื่องจากที่ผ่านมา 2 ตายาย ยังไม่เคยลงทะเบียนหรือขอรับสิทธิ์ในสวัสดิการที่รัฐจัดให้แต่อย่างใด .009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตื่นเช้าเดินเล่น! ตลาดนัดเปิดท้ายริมกว๊านพะเยา นั่งชิวกินอาหารชมวิว #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609577

ตื่นเช้าเดินเล่น! ตลาดนัดเปิดท้ายริมกว๊านพะเยา นั่งชิวกินอาหารชมวิว

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.52 น.

18 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณถนนริมกว๊านพะเยา ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา มีพ่อค้าแม่ค้า ได้นำเอาสินค้าอุปโภคบริโภคอาหารคาวหวาน อาหารเช้ากาแฟ ขนมนม เนย ผลไม้ และอื่นๆอีกเป็นจำนวนมากนำมาตั้งวางขาย แบบเปิดท้ายรถยนต์ของแต่ละคนแต่ละเจ้า ตามริมถนนชายกว๊านในตอนเช้าตั้งแต่เวลา 05.00 น.- 10.00 น.ของทุกวันเสาร์และอาทิตย์จนเป็นตลาดนัดเช้า 

โดยมีนักท่องเที่ยวตลอดจนผู้คนทั่วไปต่างมาซื้อ และนั่งรับประทาน  ริมกว๊านพะเยา เพื่อชมบรรยากาศของกว๊านพะเยาในยามเช้า ที่สวยงามของสายน้ำกว๊านพะเยาและภูเขาล้อมรอบ ที่เป็นธรรมชาติ และจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพะเยา จนถือว่าเป็นตลาดนัดเช้า เสาร์-อาทิตย์ ขายท้ายรถ 1เดียวของจังหวัด และกำลังเป็นที่สนใจของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัด จะพากันมาเที่ยวชมเพราะเป็นวันหยุด 

สำหรับบรรยากาศช่วงเช้าตลาดนัดเช้าเสาร์อาทิตย์ เปิดขายท้ายรถหนึ่งเดียวของพะเยา พบว่าได้มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้านำรถของตัวเองมาจอด แล้วก็ตั้งวางขายสินค้าของตัวเอง และบางคันได้เปิดท้ายรถนำสินค้าขายบนรถ จนเรียกว่าตลาดนัดท้ายรถ  จอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ นำมาขายเป็นแนวยาวตลอดของถนนชายกว๊าน กว่า 500 เมตร  อย่างสวยงาม 

ทั้งนี้จะมีบรรดานักท่องเที่ยวและผู้คนทั่วไปต่างมาเดินจับจ่ายซื้อสินค้าพร้อมกับนั่งรับประทานกันบริเวณริมกว๊านพะเยา โดยจะมีเก้าอี้โต๊ะของบรรดาร้านค้าตั้งไว้รองรับลูกค้าไว้ให้นั่งรับประทานเพื่อนั่งชมวิวภูเขาดอยหนอกด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ว่าฯสุราษฎร์หนุนสร้าง‘ท่าเรือสำราญ’เกาะสมุย เปิดประเทศโกยรายได้ #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609575

ผู้ว่าฯสุราษฎร์หนุนสร้าง‘ท่าเรือสำราญ’เกาะสมุย เปิดประเทศโกยรายได้

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 11.46 น.

ผู้ว่าฯสุราษฎร์หนุนสร้าง‘ท่าเรือสำราญ’เกาะสมุย เปิดประเทศโกยรายได้

18 ตุลาคม 2564 นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า จ.สุราษฎร์ธานี ขอสนับสนุนให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า ดำเนินการโครงการก่อสร้างท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise) ที่บริเวณแหลมหินคม ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย ที่มีการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบ เพื่อรองรับเรือท่องเที่ยวในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย ซึ่งปี 2561 มีเรือสำราญ จากยุโรปและสิงคโปร์เข้าเกาะสมุย 48 ลำ และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปี 2563 มีเรือสำราญขนาดใหญ่เส้นทางยุโรป อเมริกา และสิงคโปร์ แจ้งเข้าเกาะสมุยเพิ่มขึ้นเป็น 64 ลำ มีความจุลำละ 2,000-6,000 คน แต่เป็นช่วงเกิดระบาดโควิด-19 ต้องหยุดไป คาดว่าหลังสถานการณ์โควิดการท่องเที่ยวเรือสำราญ จะกลับมาเดินทางอีกแน่นอน

นายวิชวุทย์ กล่าวว่า เกาะสมุยเป็นจุดสำคัญในเส้นทางเดินเรือท่องเที่ยวของประเทศไทย และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว มีเรือสำราญต้องการเดินทางเข้ามายังเกาะสมุย ปีละ 100 ลำ หรือไม่น้อยกว่า 300,000 คน จะเป็นการสร้างโอกาสเปิดประเทศอีกเส้นทางหนึ่งที่จะสามารถสร้างรายได้การท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ ซึ่งเกาะสมุย ยังไม่มีท่าเรือ เพื่อรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ และพื้นที่บริเวณแหลมหินคม ถือเป็น จุดยุทธศาสตร์การพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญ (Cruise Terminal) เนื่องจากมีร่องน้ำลึกที่เหมาะสมอยู่แล้ว และมีแนวกันลมกันคลื่นขนาดใหญ่ สามารถรับเรือเข้าเทียบได้ตลอดปี

ทั้งนี้ ด้วยเกาะสมุยมีความจำเป็นจะต้องมีจุดรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมากรมเจ้าท่าได้จัดประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น ประชาชนเกาะสมุยเห็นด้วยว่าบริเวณแหลมหินคม มีความเหมาะสมที่สุด มีระดับน้ำลึกกว่า 20 เมตร และสร้างสะพานยาว 800 เมตรรองรับได้ ซึ่งที่ผ่านมาเกาะสมุยไม่มีท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ทำให้เรือสำราญต้องลอยกลางทะเล โดยใช้เรือขนาดเล็กนำนักนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะเสียเวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มระดับสูงจากยุโรป อเมริกา รวมถึงนักท่องเที่ยวเอเชียที่ต้องการขึ้นเกาะ หากมีท่าเทียบเรือจะเป็นการอำนวยความสะดวกได้มาก

ด้านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ได้สำรวจข้อมูลไว้เมื่อปี 2558 ประเทศไทย มีตลาดเรือสำราญจากทั่วโลกเข้าประเทศ โดยจะมีนักท่องเที่ยวจำนวน 5 แสนคน ซึ่งจะทำรายได้ 3,500 ล้านบาทต่อปี และปี 2557 กรมการท่องเที่ยว ระบุว่า ภาคใต้สามารถดึงดูดเงินจากตลาดการท่องเที่ยว ได้มากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเป็นที่นิยมสูง และยังมีการใช้จ่ายในพื้นที่สูงกว่า 5.05 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปี 2555-2557 อยู่ที่ 30% แต่หากเจาะจงเฉพาะที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีการเติบโตในช่วง 3 ปี 32.71% ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย/คน/ทริป 12,132 บาท รองจากกรุงเทพฯอยู่ที่ 12,454 บาท ซึ่งการมีท่าเรือ จะช่วยช่วยตอกย้ำจุดหมายทางทะเลชั้นนำ ของภาคใต้ด้วย-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกลื่อนตลาด! ใบกระท่อมแพคกล่องอย่างดี โผล่ขึ้นห้างแล้ววางคู่เชลฟ์ผัก #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609558

เกลื่อนตลาด! ใบกระท่อมแพคกล่องอย่างดี โผล่ขึ้นห้างแล้ววางคู่เชลฟ์ผัก

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.15 น.

เกลื่อนตลาด! ใบกระท่อมแพคใส่กล่องอย่างดี วางจำหน่ายในห้างสพรรสินค้าชื่อดัง

18 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการว่างจำหน่ายใบกระท่อมสด ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง โดยวางจำหน่ายบนเชลฟ์ผักและผลไม้แปรรูป ภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีประกาศ ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดย สามารถปลูก ซื้อ ขาย ได้อย่างเสรี แต่ก็ยังมีข้อห้ามบางประการ เช่น ห้ามจำหน่ายให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือสตรีมีครรภ์ ห้ามจำหน่ายในวัดและโรงเรียน เป็นต้น.009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มใหญ่ใจถึง! ควักเงิน5แสน ซื้อต้นอ้อดิบ’ด่างเหลืองจันทร์ฉาย’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609437

หนุ่มใหญ่ใจถึง! ควักเงิน5แสน ซื้อต้นอ้อดิบ'ด่างเหลืองจันทร์ฉาย'

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.08 น.

17 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวราย​งานว่า​ นายนิวัฒน์​ สุขกุล​  อายุ​ 48​ ปี​ 26/107 ม.7​ ต.คึกคัก​ อ.ตะกั่วป่า​ จ.พังงา​ เจ้าของร้านอาหารย่านเขาหลัก​ ได้เดินทางไปบ้าน นายสุทธิศักดิ์​ มีเถื่อน​ อายุ​ 36​ ปี​  92/2​ บ้านทุ่งสูง​ ม.4​ ต.เขาใหญ่​ อ.อ่าวลึก​ จ.กระบี่​ อาชีพเกษตรกร​และชื่นชอบการปลูกอ้อดิบหรือต้นคูน​และบอนสี​ เพื่อซื้ออ้อดิบหรือต้นคูน ​ด่างเหลืองจันทร์ฉาย ในราคา​ 555,555 บาท​ ซึ่งต้นดังกล่าวมีความด่างเป็นสีเหลืองหายาก​ ซึ่งในบรรดาผู้ที่ชื่นชอบต่างต้องการได้มาครอบครอง

นายนิวัฒน์​ ผู้ซื้อ​ กล่าวว่า​ ปกติเป็นคนชอบไม้ด่างบอนสีอยู่แล้วแล้วก็มีการซื้อมาขายไปสะสม จนมาเจอต้นอ้อดิบหรือต้นคูน ตอนนี้รู้สึกถึงความด่างความสวย รวมไปถึงเจ้าของที่ขายเองก็มีการดูแลรักษาอย่างดีด้วยความชอบในต้นไม้อยู่แล้วก็เลยตกลงราคากันที่​ 555,555 บาท​

‘ถ้าถามว่าราคาแพงเวอร์ไปไหมผมไม่อยากให้มองที่ตัวเลข​ หรือราคา​ ผมอยากให้มองที่ความชอบส่วนตัวของแต่ละคนไม่เหมือนกันและต้นไม้คือสิ่งที่ผมชอบผมจึงมองที่คุณค่าทางด้านจิตใจมากกว่า’

ด้านนายสุทธิศักดิ์​ ผู้ขาย​ กล่าวว่า​ ปกติตนเองนั้นไม่มีความรู้แล้วก็ไม่เคยชอบไม้ด่างเลยเพราะตัวเองนั้นอาชีพเป็นแค่เกษตรกรเลี้ยงหมูส่งให้กับบริษัท จนมาวันหนึ่งช่วงเมื่อ 3 เดือนที่แล้วเองไปเจอไม้ด่างบริเวณใกล้บ้านก็เลยถ่ายรูป จากนั้นก็เอาไปถามคนที่รู้จักว่าคือต้นอะไรชนิดอะไร แล้วคนที่รู้จักก็แนะนำให้ไปดูในเพจต้นไม้เกี่ยวกับต้นอ้อดิบหรือต้นคูน​ บอนสี

หลังจากนั้นตนเองก็เข้าไปศึกษาหาความรู้ในเพจแล้วก็ได้ประมูล ต้นอ้อดิบหรือต้นคูนเหลืองจันทร์ฉายมา 1 ต้นในราคา 1,400 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จนมาถึงวันนี้สามารถแยก และขายไปแล้ว 2 ครั้ง ได้เงินร่วมแสนบาท แต่ครั้งนี้ มีคนสนใจที่จะเอาทั้งต้นทั้งกอซึ่งตัวเองก็ตั้งไว้ที่ 600,000 บาท​ ทางผู้ซื้อเองก็ได้ขอต่อรองลดราคาจึงจบที่ 555,555 บาท ซึ่งตนเองก็ไม่คาดคิดว่า จากซื้อมาต้นละ 1,400 บาทจะสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองหลายเท่าตัว. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สนามบินสมุยคึกคัก! นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ เดินทางเข้าเกาะแบบบลูโซน #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609428

สนามบินสมุยคึกคัก! นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ เดินทางเข้าเกาะแบบบลูโซน

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.26 น.

17 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เริ่มใช้รูปแบบบลูโซน เป็นการลดมาตรการคัดกรองเข้าเกาะสมุย ที่ผ่อนคลายให้กับผู้ที่เดินทางเข้าทางเรือและทางเครื่องบินภายในประเทศ สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส หรือมีผลตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR หรือแอนติเจน เทส คิท (ATK) ไม่เกิน 7 วัน สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะสมุยได้โดยที่ไม่ต้องกักตัว ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศในโครงการสมุยพลัส แซนด์บ็อกซ์ ฉีดวัคซีนครบโดสและตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR วันแรกไม่พบเชื้อก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวที่เกาะสมุยได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกักตัวเช่นกัน

โดยบรรยากาศภายในท่าอากาศยานนานาชาติสมุย วันนี้ได้มีเที่ยวบินเข้าเกาะสมุยจำนวน 10 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารทั้งหมด 630 คน ซึ่งเป็นเที่ยวบินจากภูเก็ตที่เป็นผู้โดยสารจากโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิเป็นผู้โดยสารจากโครงการสมุยพลัส แซนด์บ็อกซ์ นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้โดยสารจะเป็นนักท่องเที่ยวคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้บรรยากาศภายในท่าอากาศยานนานาชาติสมุยคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่เคยเงียบเหงามานานจากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

น.ส.อารดา สุวรรณไพรพัฒนะ นักท่องเที่ยวคนไทย กล่าวว่า จากที่เกาะสมุยนำรูปแบบบลูโซนมาใช้ ทำให้การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสะดวกมากขึ้นไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสาร จากเดิมที่ต้องแสดงเอกสารผลการตรวจหาเชื้อโควิดประกอบ แต่ตอนนี้แสดงแค่หลักฐานการฉีดวัคซีนครบโดสในแอพพลิเคชั่นหมอพร้อมเท่านั้นก็เดินทางเข้าได้เลย ส่วนการจองห้องพักก็จะจองเป็นวิลล่าที่พักรวมกันได้ในเฉพาะกลุ่มเดียวกัน การเดินทางไปท่องเที่ยวก็ไม่ไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากเพราะยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย 100 %

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการการเดินทางเข้าเกาะสมุยด้วยรูปแบบบลูโซน ที่นำมาใช้กับผู้ที่เดินทางเข้าเกาะสมุยทางเรือและทางเครื่องบินภายในประเทศที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้ที่เดินทางเข้าต้องมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งได้แก่ 1.การได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค ซิโนฟาร์ม สปุตนิก วี หรือสูตรไขว้ ครบจำนวน 2 เข็มไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือ แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ โมเดอร์นา จอห์นสันแอนด์จอนห์สัน จำนวน 1 เข็ม ไ่ม่น้อยกว่า 21 วัน หรือกรณหายป่วยโควิด-19 ไม่เกิน 90 วัน โดยมีเอกสารใบรับรองแพทย์ 2.การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR หรือ แอนติเจน เทส คิท (ATK) ระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีที่เดินทางมากับบิดา มารดา ผู้ปกครอง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณพระ! เจ้าอาวาสถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่หนึ่ง12ล้าน นำเงินซ่อมศาลาวัด #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609423

คุณพระ! เจ้าอาวาสถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่หนึ่ง12ล้าน นำเงินซ่อมศาลาวัด

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 13.47 น.

เจ้าอาวาสวัดชายแดนเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง 2 ใบ รับเงิน 12 ล้าน เตรียมนำเงินที่ได้ไปซ่อมแซมศาลาที่เก่าทรุดโทรม  

17 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดโพธิ์ธยาราม บ้านนาโพธิ์ ต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นอยู่อยู่แถบชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบพระอธิการพิศ พุทธสาโร (พิศ สีสิงห์) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ธยาราม หลังจากทราบว่าท่านเจ้าอาวาสโชคดีสุดๆ ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2564 หมายเลข 386372 จำนวน 2 ใบ ได้รับเงิน 12 ล้านบาท 

ท่านเจ้าอาวาส เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า หลังจากที่ได้มีการออกรางวัลสลากกินแบ่งแล้ว ก็ได้นำสลากที่ซื้อมาออกมาตรวจ พบว่าถูกรางวัลที่ 1 ตอนแรกเมื่อทราบว่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ก็พยายามควบคุมอารมณ์เพราะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของตัวเอง เกรงว่าจะมีการตื่นตกใจไปมากกว่านี้ และความรู้สึกตอนนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้วแต่ก็รู้สึกดีใจอยู่ไม่หาย

พระอธิการพิศ พุทธสาโร เล่าต่อว่า ก่อนจะซื้อลอตเตอรี่ 2 ใบนี้ ไม่มีสิ่งบอกเหตุหรือเกิดความฝันอะไรเลย โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกสาวซึ่งเป็นคนขายลอตเตอรี่เดินทางเข้ามาที่วัด จึงช่วยซื้อไว้ ซึ่งก็ยังไม่รู้จะซื้อเลขตัวไหน และไม่มีเลขในใจอยู่เลย จึงสุ่มหยิบขึ้นมา 1 ชุด 2 ใบ แล้วก็จ่ายเงินให้กับลูกสาวไป

จนกระทั่งมาทราบข่าวว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 จึงได้ให้ชาวบ้านพาเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจบ้านโดนเอาว์ ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยตั้งใจไว้ว่าจะนำเงินจำนวนหนึ่งไปเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและปรับปรุงศาลาวัดที่เก่าแก่ทรุดโทรมอยู่ในขณะนี้ คาดว่าจะใช้เงินจำนวนกว่า 1 ล้านบาท จากนั้นจะฝากเงินไว้กับธนาคาร เพื่อเก็บไว้เป็นเงินค่าใช้จ่ายภายในวัดต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ไพศาล’โพสต์ 3 หลักคิดในหลวง ร.9 แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609392

‘ไพศาล’โพสต์ 3 หลักคิดในหลวง ร.9 แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 09.08 น.

‘ไพศาล’โพสต์ 3 หลักคิดในหลวง ร.9 แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ

17 ตุลาคม 2564 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเพฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

หลักคิด ของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำที่ทรงพระราชทานไว้แล้วนั้น มี 3 หลักใหญ่คือ

1 จัดทางให้น้ำไป

2 จัดที่ให้น้ำอยู่และ

3 จัดทางให้น้ำไหลออกทะเล

ทั้ง 3 กระบวนทัศน์แห่งพระมหาราชเจ้าพระองค์นั้น ต้องทำเสียตั้งแต่ฤดูแล้ง

และต้องทำอย่างต่อเนื่องด้วยความสำนึกในหน้าที่รับผิดชอบ

ก็จะสัมฤทธิ์ผลเป็นอาณาประโยชน์แก่ราษฎร!!!!

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่อาจพูดหาเสียงในเทศกาลน้ำท่วมได้!

มีแต่จะสะท้อนให้เห็นว่าเพราะละเลยเพิกเฉยไม่ใยดี จึงเกิดสภาพน้ำท่วมขนาดนี้

ทั้งที่ปริมาณน้ำขณะนี้น้อยกว่าปริมาณน้ำปี 2554 ถึง 1.5 เมตร!!!

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : เปิดเมือง-อยู่กับโควิด(จบ) ‘แรงงานข้ามชาติ’อยู่จุดไหน #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609322

สกู๊ปแนวหน้า : เปิดเมือง-อยู่กับโควิด(จบ)  ‘แรงงานข้ามชาติ’อยู่จุดไหน

วันอาทิตย์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 07.35 น.

ในตอนที่แล้ว (เปิดเมือง-อยู่กับโควิด (1) ถอดบทเรียนดูแลคนฐานราก : สกู๊ปแนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 16 ต.ค. 2564) เรื่องเล่าจากงานเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “คนทุกข์ในเมือง : โรคระบาด ปากท้อง บ้าน และงาน” จัดโดย สมาคมสังคมวิทยาสาธารณะ ได้กล่าวถึงแรงงานหรือคนระดับฐานรากที่มีความสำคัญในการหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของเมืองและประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ไปแล้ว ส่วนในฉบับนี้ จะเป็นเรื่องของ “แรงงานข้ามชาติ” ที่มีความสำคัญเช่นกัน แต่ปัญหานั้นซับซ้อนยิ่งกว่าคนไทย และเมื่อเศรษฐกิจกลับมาเปิดอีกครั้ง หลายอาชีพก็น่าจะมีความต้องการใช้แรงงานกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น

สืบสกุล กิจนุกร หัวหน้าศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บอกเล่าเรื่องราวการทำงานกับแรงงานข้ามชาติและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.เชียงราย อันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ว่า ที่นี่มีการตั้ง“ศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ” ขึ้นมาตั้งแต่เดือนเม.ย.2563 ซึ่งเป็นช่วงโควิด-19 ระบาดระลอกแรก เป็นองค์กรอาสาสมัครที่ทีมงานเกือบทั้งหมดเป็นแรงงานข้ามชาติ ทำงานในลักษณะร่วมกับชุมชนของแรงงานข้ามชาติ และทำงานแบบองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ได้รับทุนสนับสนุนซึ่งต้องมีแผนและเป้าหมายการดำเนินงาน

ศูนย์นี้มีการทำงานเป็น 3 ระยะตั้งแต่ระลอกแรก ได้แก่ 1.บรรเทาความเดือดร้อนและระวังตนเอง เช่น การแจกถุงยังชีพ 2.เข้าถึงการคุ้มครองทางสังคม เช่น สิทธิแรงงาน รวมถึงสร้างความร่วมมือทั้งกับภาครัฐและภาคชุมชนของไทย และ 3.รับมือกับการระบาดในเมือง ซึ่งเป็นภารกิจล่าสุด เริ่มตั้งแตเดือน ก.ย. 2564 เป็นต้นมา
ซึ่ง “สถานการณ์โควิด-19 นำมาซึ่งความเสี่ยง” 3 เรื่องคือ “ปากท้อง” จากการถูกเลิกจ้างหรือลดเวลาทำงานส่งผลกระทบกับค่าใช้จ่ายประจำวัน “สุขภาพ” ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย และ “การข้ามแดน”เพราะพรมแดนถูกปิด

“แรงงานข้ามชาติอยู่ในทุกที่” ตั้งแต่แคมป์คนงานก่อสร้างย่านชานเมือง ไปจนถึงร้านค้าหรือหอพักในเมือง หรือแม้แต่ในบ้านของใครหลายคน “แรงงานข้ามชาติมักอาศัยอยู่เป็นชุมชนและครอบครัวใหญ่” แม้จะเป็นห้องเช่าเล็กๆ ก็จะอาศัยอยู่รวมกัน จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำระบบกักตัวและรักษาโรคที่บ้าน (Home Isolation) “บริการที่ชุมชนช่วยเหลือกันเองเข้าถึงได้ง่ายกว่าภาครัฐ” เพราะอาสาสมัครรู้ว่าชุมชนไหนลำบากมาก-น้อยเพียงใด

“เมื่อเราสร้างตัวตนของเราขึ้นมา มันทำให้ผมคิดว่าตอนแรกหน่วยงานภาครัฐช็อก กอ.รมน. เรียกไปคุย ถามว่าอาจารย์ทำอะไรอยู่? คือเขาไม่รู้ว่ามีแรงงานข้ามชาติอยู่ในเมือง เขาไม่รู้ว่าแรงงานข้ามชาติอยู่ในหอพักเป็นจำนวนมากเราก็อธิบายไป แต่สุดท้ายด้านหนึ่งก็คือมันทำให้การควบคุมโรคมันเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น ตรวจโควิดเชิงรุกรอบแรกยังใช้น้ำลายในการตรวจอยู่เลย โรงพยาบาลประจำจังหวัดก็ไม่รู้จะไปตรวจแรงงานข้ามชาติอยู่ไหนที่อยู่ในหอพัก เพราะเขาเข้าไม่ถึง เขารู้จักก็คือรู้จักศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติก็ใช้พวกเราเข้าไปช่วยทำงาน” สืบสกุล กล่าว

หัวหน้าศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เล่าต่อไปว่า ในการทำงานด้านการเข้าถึงสิทธิ มีการให้ความรู้เรื่องประกันสังคม การขึ้นทะเบียนแรงงาน ซึ่งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ ทำงานร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด โดยเฉพาะการตั้งจุดรับขึ้นทะเบียนแรงงาน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของแรงงานจากเดิมที่ต้องใช้บริการจากนายหน้า โดยมีอาสาสมัครที่เป็นแรงงานข้ามชาติซึ่งทำงานในไทยมานานมาช่วยด้านงานเอกสารที่ทั้งหมดเป็นภาษาไทย เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะใช้ภาษาไทยได้ค่อนข้างดี

ส่วนการแสวงหาความร่วมมือกับชุมชนไทย มีการทำงานร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จัดอบรม อาสาสมัครสาธารณสุขแรงงานข้ามชาติ (อสรช.) เพื่อทำงานร่วมกับ อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) โดยชวนผู้นำชุมชนแรงงานข้ามชาติ กับ อสม. ไทยในเขตเทศบาล มาอบรมร่วมกัน “เหตุที่ จ.เชียงราย ไม่ใช้คำว่าอาสาสมัครแรงงานต่างด้าว (อสต.) เนื่องจากเป็นคำที่ให้ความรู้สึกดูถูกและกีดกัน” แม้จะอบรมได้เพียงครั้งเดียวจากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ 3 ครั้ง เพราะเกิดโควิด-19 ระบาดใหญ่ในพื้นที่จึงต้องระงับไป แต่ก็ทำให้ทั้ง 2 กลุ่มมีปฏิสัมพันธ์กัน

“เมื่อเกิดการระบาดทำให้มีการส่งต่อข้อมูล เพราะว่าในเมืองมันยังมี อสม. ทำงานอยู่ ก็ส่งต่อข้อมูลมายังเราที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ เราก็มีคนลงไปดูได้ ก็ทำให้การควบคุมการระบาดทำได้ง่ายมากขึ้น ถามว่าเราทำงานกับระยะรับมือการระบาดในเมือง ตอนนี้ทำอะไร มันระบาดมาหลายระลอก แต่ระลอกนี้แรงสุดก็คือตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564 เป็นต้นมา มันระบาดจากชานเมืองมาก่อน คือในแคมป์คนงานก่อสร้าง ผู้ติดเชื้อประมาณ 100 คน

แต่สิ่งที่เขาทำคือปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง แล้วบริษัทก็ดูแลอาหารการกิน ก็มี รพ.สต. ลงไป ทางทีมเราก็ลงไปช่วยอธิบายเรื่องสิทธิของคนงาน โดยเฉพาะเมื่อเขาถูกกักตัว 14 วัน เขามีสิทธิได้รับการชดเชยจากการว่างงานจากประกันสังคม เราเข้าไปอธิบายเรื่องนี้พร้อมกับเรื่องอาหารการกิน การรักษาโรค และการเซตระบบระหว่างแรงงานข้ามชาติกับ รพ.สต. เราออกแบบการสื่อสารที่เป็นภาษาเมียนมากับไทย ให้แรงงานกับ รพ.สต. ได้คุยกัน ทำให้ง่ายมากขึ้นในการสื่อสารและติดตามอาการของผู้ป่วย” สืบสกุล ระบุ

สืบสกุล สรุปบทเรียนการทำงานด้านแรงงานข้ามชาติในสถานการณ์โควิด-19 พบว่า 1.ทุกคนรู้ว่าขาดแรงงานข้ามชาติไม่ได้..แต่ไม่มีใครอยากดูแล ทุกคนรู้ว่าแรงงานข้ามชาติมีความสำคัญต่อการสร้างเศรษฐกิจของเมือง แต่ในภาพรวมไม่ค่อยมีใครอยากดูแลคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งสาเหตุมาจากคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ฐานเสียงในการเลือกตั้ง ส่วนนายจ้างนั้นมีทั้งที่ดูแลแรงงานดีและไม่ดี2.ข้อจำกัดจากระเบียบราชการ หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถซื้อสิ่งของจำเป็นไปช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยได้

3.ขาดการทำงานแบบบูรณาการ ในพื้นที่หนึ่งมีหลายหน่วยงานแต่มีลักษณะต่างคนต่างทำ ซึ่งการเกิดขึ้นของศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ เป็นเพราะต้องการ
อุดช่องว่างนี้ 4.ทุกคนรู้ว่ามีแรงงานข้ามชาติ..แต่ไม่มีใครอยากรู้จัก ประเด็นนี้ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐแต่รวมถึงสังคมไทยด้วย เช่น เคยเจอเจ้าของหอพักรายหนึ่ง บอกว่าแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในหอพักใกล้ๆ กันไม่มีบัตร ซึ่งหมายถึงเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งที่จริงๆ แรงงานเหล่านั้นมีบัตรซึ่งหมายถึงเป็นแรงงานถูกกฎหมาย เมื่อถามกลับไปว่ารู้ได้อย่างไรว่าไม่มีบัตร เจ้าของหอพักก็ตอบสั้นๆ ว่าไม่รู้แต่เดาเอาเอง เป็นต้น

“ตอนนี้ทุกร้านทุกบ้านมีแรงงานข้ามชาติทำงานอยู่สถานการณ์โควิดบอกเราว่าเราใช้แรงงานเขา แต่เราไม่ได้ดูแลเขา” หัวหน้าศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวในท้ายที่สุด


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,312,065 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
State agency promotes growing economic trees to serve as loan collateral

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d