Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ศิษย์เศร้า! ‘หลวงปู่สุพจน์’ เจ้าคณะจังหวัดตราดมรณภาพแล้วหลังติดเชื้อโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/605620

ศิษย์เศร้า! 'หลวงปู่สุพจน์' เจ้าคณะจังหวัดตราดมรณภาพแล้วหลังติดเชื้อโควิด

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564, 10.27 น.

คณะศรัทธาและศิษยานุศิษย์เศร้า! พระวิมลเมธาจารย์ (หลวงปู่สุพจน์) เจ้าอาวาสวัดห้วงพัฒนา เจ้าคณะจังหวัดตราด(ธ)มรณภาพแล้วที่ รพ.ตราด จากการติดเชื้อโควิด – 19 คณะญาติธรรมและกรรมการวัดเตรียมทำพิธีฌาปณกิจวันนี้ (30 ก.ย.) ที่วัดวรดิตถาราม ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด

วันที่ 30 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดว่า เมื่อเวลา 19.22 น.วันที่ 29 กันยายน 2564 โรงพยาบาลตราดได้แจ้งให้ประชาชนและญาติธรรมของวัดห้วงพัฒนา ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด ได้ทราบและแสดงความเสียใจว่า พระวิมลเมธาจารย์ (หลวงปู่สุพจน์) เจ้าอาวาสวัดห้วงพัฒนา เจ้าคณะจังหวัดตราด (ธ) มรณภาพแล้วที่โรงพยาบาลตราด จากการติดเชื้อโควิด – 19 หลังจากได้เดินทางเข้ามารักษาอาการป่วยในช่วงเช้าวันที่ 29 กันยายน 2564 ได้มีอาการอาพาธจากเหตุมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาทำบุญที่วัดซึ่งเป็นวันพระเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา และท่านได้รักษาตัวเองอยู่ที่วัดโดยไม่ได้เข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งใด 

กระทั่งเมื่อเช้าวันนี้ (29 ก.ย.) ท่านมีอาการเหนื่อยหอบมากจึงเข้ารับการรักษาจากแพทย์ที่โรงพยาบาลตราด และได้มรณภาพเมื่อเวลา 19.22 น.ทั้งนี้ ในวันที่ 30 กันยายน 2564 นี้คณะญาติธรรม และกรรมการวัดจะมีการทำพิธีฌาปณกิจที่วัดวรดิตถาราม ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด

สำหรับ ประวัติโดยย่อ พระวิมลเมธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดตราด(ธ) เจ้าอาวาสวัดห้วงพัฒนา “พระวิมลเมธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดตราด (ธ)” นามเดิมสุพจน์นามสกุล รัตนพาหิระ อายุ 67 พรรษา 46 เกิดเมื่อวันพุธ (ชื้น 6 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา) เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2488 ณ บ้านเลขที่ 40 ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด เป็นบุตรของพ่อสวงษ์ และคุณแม่พร รัตนพาหิระ มีพี่น้องรวมทั้งหมด 8 คนด้วยกัน

เมื่อหลวงพ่อมีอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ โดยโยมบิดามารดาจึงพร้อมใจกันให้หลวงพ่อบรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดคีริวิหาร ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2508 ได้รับฉายาว่า ฐิตพุพโต และได้เดินทางไปปฏิบัติธรรมในสถานที่ต่างๆ จนมีชื่อเสียงปรากฎมากมาย

หลวงพ่อสุพจน์ ฐิตพุพโต เป็นพระสานุศิษย์องค์หนึ่งของแม่ทัพธรรมสายอรัญวาสี ซึ่งมีจิตมุ่งมั่นปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นไปตามแนวทางของการหลุดพันตามวิถีครูบาอาจารย์ผู้มีความชำนาญในสายวิปัสสนากรรมฐานท่านมีใจรักและเลื่อมใสในการปฏิบัติธรรมมาก่อน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตะลึงตาแตก! ‘หมอแล็บแพนด้า’ โพสต์ช่วยตรวจสอบค่าไฟบ้านนี้พุ่ง 120 ล้าน #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/605609

ตะลึงตาแตก! ‘หมอแล็บแพนด้า’ โพสต์ช่วยตรวจสอบค่าไฟบ้านนี้พุ่ง 120 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564, 09.22 น.

กลายเป็นที่ฮือฮา และชาวเน็ตให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อเพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” โพสต์ภาพบิลเก็บค่าไฟที่มียอดเก็บจำนวนกว่า 120 ล้านบาท ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย และเกิดความสงสัยว่าทำไมค่าไฟถึงแพงขนาดนี้

โดยหมอแล็บแพนด้าระบุข้อความว่า “ฝากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยดูค่าไฟบ้านนี้ให้หน่อยครับ”. -008

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : หมอแล็บแพนด้า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 30 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/605563

ลึกลับในสนามข่าว : 30 กันยายน 2564

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงาน สวทช.

nn….มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูเล็ดลอดมาจากรั้วสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือสวทช. ว่า กำลังถูกจับตามองว่าส่อจะมีการล็อก สเปกตำแหน่ง“ผู้อำนวยการสวทช.คนใหม่” ตั้งแต่ไก่โห่ ทั้งๆ ที่กระบวนการสรรหา ยังไม่ทันได้เริ่มเลย แต่ก็พูดกันแล้วว่าใครจะมาเป็นมานั่งเก้าอี้ ผอ. โดยมีเงาทะมึนของที่ปรึกษาในสวทช.หรือผู้เฒ่าหรือปู่โสมผู้ทรงอิทธิพลในสวทช.คอยชักใย วางทายาทสืบทอดอำนาจรุ่นต่อรุ่น ปมปัญหาถ้าไม่ใช่เพราะสวทช.เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องวิทยาศาสตร์เรื่องเทคโนโลยีของชาติ ที่คุมงบประมาณด้านนี้สูงถึง 1 หมื่นล้านบาท ก็คงไม่มีปัญหาวนเวียนๆ ครอบงำคนในสวทช.อยู่อย่างนี้…ก็ต้องป่าวประกาศกันว่าขณะนี้คนใน สวทช.เบื่อหน่าย กับการกระทำ ที่หวงอำนาจแบบเดิมๆ ของคนเดิมๆ แม้คนรุ่นใหม่อยากจะให้มีการเปลี่ยนแปลง มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น…แต่ฝ่ายที่ยังหวงอำนาจ ก็ยังไม่อยากปล่อยที่ผ่านมาบทบาทของ ผู้ที่ทำตัวหวงอำนาจก็มักจะเข้ามาล้วงลูก แทรกแซง จัดการทุกเรื่อง แล้วยังใช้วิชามารกีดกันใส่ร้ายโจมตีคนที่เห็นต่าง ทำให้ในอดีตคนเก่ง คนดีแนวคิดทันสมัย ถูกเตะออกจากวงการไปหลายต่อหลายคน…และในการสรรหา “ผอ.สวทช.คนใหม่” ก็เปิดเกมด้วยการแทรกแซง ทุกขั้นตอน กีดกัน ทั้งคนในและคนนอก และพยายามชี้นำเพื่อให้ได้คนของตัวเอง…ที่สำคัญพอคนของตัวเองได้คะแนนต่ำกว่า คนนอก ก็เริ่มกุข่าว ใส่ร้าย สาดโคลนใส่ทุกคนที่เกี่ยวข้องเพื่อหวังล้มกระบวนการให้ได้หรือเปล่า…และที่หนักที่สุด คือพยายามบงการให้เจ้าหน้าที่ก่อหวอด เตรียมนัดแต่งดำ สร้างความปั่นป่วนนั่นเอง…ไม่น่าเชื่อว่าหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแล วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของชาติที่เป็นองค์กรที่จะสร้างอนาคตให้คนรุ่นใหม่..จะต้องถูกแปดเปื้อน..ด้วยน้ำมือของพวกที่หลงในอำนาจไม่ยอมปล่อยมือสักที…ต้องช่วยกันติดตามจับตาตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในยุคนี้…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘3 พร้อม-5 กำแพง-1 เยียวยา’ ถอดบทเรียน‘โรงงานกับชุมชน’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/605559

สกู๊ปแนวหน้า : ‘3 พร้อม-5 กำแพง-1 เยียวยา’ ถอดบทเรียน‘โรงงานกับชุมชน’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564, 02.00 น.

ย้อนไปเมื่อเกือบ 3 เดือนที่แล้ว เกิดเหตุเพลิงไหม้และระเบิดที่โรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก บริษัท หมิงตี้เคมิคอล จำกัด ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 ถนนกิ่งแก้ว ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 5 ก.ค. 2564 ซึ่งต้องใช้เวลาข้ามวันข้ามคืนกว่าจะควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากมีการเก็บสารเคมีที่เป็นเชื้อเพลิงไว้เป็นจำนวนมาก โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีอาสากู้ภัยเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ 1 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย รวมถึงชาวบ้านในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบโรงงาน ต้องอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงเป็นการชั่วคราว

หลังเหตุการณ์สงบลง มีความพยายาม “ถอดบทเรียน” ในหลายมิติ ทั้งกรณีที่อุตสาหกรรมก่อสร้างและดำเนินกิจการก่อนชุมชนขยายมาถึง ซึ่งในประเทศไทยมีพื้นที่แบบนี้หลายจุด จะทำอย่างไรในการลดความเสี่ยงไม่ให้ซ้ำรอยกรณีโรงงานหมิงตี้ หรือแผนเผชิญเหตุในระดับท้องถิ่นจนถึงหน่วยงานส่วนกลาง ตลอดจนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกัน

ชัชชาติเปิดเผยว่า ตนและทีมงาน “เพื่อนชัชชาติ” สนใจเหตุการณ์นี้ เพราะถือเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่นำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขณะเดียวกัน ได้เห็นถึงความไม่พร้อมในการแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ รวมถึง เรื่องความไม่เข้มงวดของกฎหมายผังเมืองที่ปล่อยให้โรงงานเก็บสารเคมีอันตรายสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนในระยะอันใกล้โดยปราศจากมาตรการควบคุม และ ความไม่พร้อมในการรับมือจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นรวมถึงไม่เห็นถึงมาตรการเยียวยาและการบรรเทาผู้ที่ได้รับความเสียหายอย่างเป็นรูปธรรม

“จำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีต้องมีการทบทวน และมีการถอดบทเรียนการเกิดภัยพิบัตินี้มาเป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อมและมองให้เห็นช่องว่างที่เป็นปัจจัยลบ อันจะมีผลกระทบในระยะยาวและทำการอุดช่องว่างนั้นๆ เพื่อสามารถป้องกันไม่ให้เกิตเหตุดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต เราได้นำบทเรียนในครั้งนี้มาเป็นกรณีศึกษาเพื่อสร้างหัวใจของการรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกที่ ซึ่งปัจจุบันกรุงเทพฯ มีที่ดินประเภทอุตสาหกรรมหรือโซนสีม่วงอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ 1.นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง 2.ชายทะเลบางขุนเทียน และ 3.เอกชัย-บางบอน” ชัชชาติ กล่าว

อดีต รมว.คมนาคม กล่าวต่อไปว่า ทีมงานเพื่อนชัชชาติได้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายมาเป็นแนวทาง “3 พร้อม-5 กำแพง-1 เยียวยา” โดย “พร้อมที่ 1 ก่อนเกิดเหตุ” มี 2 กำแพงที่ควรคำนึงถึง คือ “กำแพงที่ 1” การพิจารณาเรื่องผังเมืองและการจัดการพื้นที่ กับ “กำแพงที่ 2” คือ การจัดเก็บวัตถุอันตราย “พร้อมที่ 2 ช่วงเกิดเหตุ” มี 3 กำแพงที่จำเป็นต้องพิจารณา คือ “กำแพงที่ 3” การระงับเหตุด้วยตนเอง “กำแพงที่ 4” คือ การระงับเหตุจากหน่วยงานรัฐ และ “กำแพงที่ 5” การอพยพ และ “พร้อมที่ 3 หลังเกิดเหตุ” สิ่งต้องคำนึงถึงมากที่สุด คือ มาตรการเยียวยา

เมื่อวิเคราะห์จากนโยบายของแผนปฏิบัติการ ป้องกันและบรรเทาภัยจากอัคคีภัยกรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ.2563 และแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาภัยจาก สารเคมีและวัตถุอันตรายกรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ.2563 1.เรื่องผังเมืองและการจัดการพื้นที่ พบว่า มีการอนุญาตให้โรงงานหมิงตี้ขยายพื้นที่และกำลังในการผลิตซึ่งขัดกับผังเมือง อีกทั้งไม่พบการเผยแพร่การประเมินหรือแผนที่ความเสี่ยงรอบโรงงาน ทำให้ขาดการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสุขลักษณะและความปลอดภัยของประชาชนโดยรอบ

ซึ่งเกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่ถูกต้องตามจำแนกประเภท การดำเนินการที่ถูกต้องควรจัดทำแผนที่และประเมินความเสี่ยงในทุกพื้นที่ของกรุงเทพฯ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ หากพื้นที่นั้นมีความเสี่ยงสูงและการใช้ประโยชน์ที่ดินผิดต้องเสนอเรื่องให้คณะกรรมการผังเมืองจังหวัดดำเนินการต่อไป โดยการบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมายที่แท้จริง

2.การจัดเก็บวัตถุอันตราย พบว่าโครงสร้างอาคารที่ใช้จัดเก็บสารสไตรีนโมโนเมอร์ของโรงงานหมิงตี้ ไม่สามารถจำกัดความรุนแรงในการเกิดเหตุหรือป้องกันการระเบิดได้ ทำให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของภัยพิบัติในครั้งนี้ จึงควรมีการเตรียมความพร้อมเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยการประสานงานร่วมกับกรมโรงงานให้ดำเนินการตรวจสอบระบบการป้องกันอัคคีภัย การเก็บรักษา และระบบความปลอดภัยของวัตถุอันตรายที่อยู่ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งข้อมูลวัตถุอันตรายควรเป็นสาธารณะ ง่ายต่อการเข้าถึง เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับประชาชน

3.การระงับเหตุด้วยตนเอง สารเคมีที่ระเบิดและไฟไหม้ที่ลุกลามเป็นวงกว้างนั้น เกิดจากมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในโรงงานไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ในสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ควรรอความช่วยเหลือ ทุกโรงงานจะต้องมีระบบอัตโนมัติในการจัดการตนเอง จึงเสนอให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารเพื่อขยายอำนาจในการลงพื้นที่หรือส่งต่อให้เอกชนดำเนินการตรวจสอบ รวมถึงจัดทำแผนดำเนินการเชิงรุกตรวจสอบมาตรการระงับเหตุของโรงงานต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

4.การระงับเหตุจากหน่วยงานรัฐ จากเหตุการณ์นี้จะเห็นถึงความไม่พร้อม ได้แก่ “อุปกรณ์เผชิญเหตุของเจ้าหน้าที่”ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิต “ข้อมูลสาเหตุของต้นเพลิง” ทำให้การระงับเหตุเป็นไปด้วยความล่าช้า “การสื่อสารที่สับสน” เนื่องจากขาดความรวดเร็วและสม่ำเสมอ ดังนั้นต้องเพิ่มความตื่นตัวในการทำงานเพื่อการระงับเหตุ ทั้งการจัดเตรียมอุปกรณ์ การซักซ้อม แนวทางการสื่อสารกับประชาชนทั้งเนื้อหาและความถี่ รวมถึงจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมอยู่เสมอ ตลอดจนเรียกข้อมูลตามกำแพงที่ 1 มาใช้วิเคราะห์เหตุการณ์

และ 5.การอพยพ กรณีไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ พบว่าประชาชนได้รับความสับสนเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีระบบแจ้งเตือนและแนวทางให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย อีกทั้งการออกคำสั่งให้อพยพและการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวไม่สอดคล้องกัน ทำให้การอพยพเป็นไปด้วยความไม่แน่ใจรวมถึงการจราจรที่เป็นปัญหา เพื่อเป็นการอุดรูรั่วปัญหานี้ ผู้อำนวยการที่มีอำนาจสูงสุดจึงควรมอบหมายไปยังผู้มีอำนาจในพื้นที่เพื่อความคล่องตัวในการสั่งการเพื่ออพยพ มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมถึงเส้นทางการเดินทาง ซึ่งข้อมูลสถานที่ในการอพยพควรดำเนินการรวบรวมและจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะแนวทางการสื่อสารกับประชาชน

ในด้านของ “มาตรการเยียวยา” เหตุการณ์นี้ได้ผ่านพ้นไปแล้วมากกว่า 60 วัน แต่มาตรการความช่วยเหลือยังคงไม่ชัดเจนและกระจัดกระจาย การเยียวยาเป็นไปอย่างล่าช้า รวมถึง
ไม่มีการตรวจสุขภาพของประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบ แท้จริงแล้วภาครัฐควรดำเนินการเชิงรุกให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจความเสียหาย รวบรวมสิทธิประโยชน์ ติดตามการชดเชย ตลอดจนประสานความร่วมมือไปยังสำนักอนามัยและสำนักการแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพ

เพื่อประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โธ่ถัง!โรงเรียนท่วม 2 คุณครูต้องปีนเข้าออกบ้านพัก-‘เด็ดดวง’จมน้ำทุนหายหลายแสน #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/605594

โธ่ถัง!โรงเรียนท่วม 2 คุณครูต้องปีนเข้าออกบ้านพัก-‘เด็ดดวง’จมน้ำทุนหายหลายแสน

วันพุธ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564, 22.29 น.

โธ่ถัง!โรงเรียนท่วม 2 คุณครูต้องปีนเข้าออกบ้านพัก-‘เด็ดดวง’จมน้ำทุนหายหลายแสน

29 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุโขทัย ว่า มวลน้ำที่ลดลงในเขต อ.เมืองสุโขทัย ไหลสู่ ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ นอกจากส่งผลกระทบต่อนาข้าว ถนน และบ้านเรือนประชาชนแล้ว ในโรงเรียนบ้านน้ำเรื่อง ต.ท่าฉนวน ก็ได้รับความเสียหาย รวมทั้งบ้านพักครูยังถูกน้ำท่วมขังสูง 1 เมตร จนไม่สามารถขึ้นลงทางบันไดหน้าบ้านพักได้

ทั้งนี้ ทำให้คุณครูสาว 2 คนที่อาศัยอยู่ในบ้านพักหลังนี้ ต้องใช้วิธีเอาไม้กระดานมาวางพาดด้านหลังบ้าน แล้วค่อยๆเดินเกาะปีนป่ายเหยียบคานไม้ที่มีระยะห่างกัน เพื่อเปิดหน้าต่างใช้เป็นทางเข้า-ออกบ้านพักครูชั่วคราวแทน ซึ่งดูแล้วหวาดเสียว น่าเป็นห่วง เกรงจะพลาดตกลงมาได้

ส่วนที่โรงผลิต “น้ำปลาเด็ดดวง” น้ำปลาโบราณชื่อดังในสุโขทัย ตั้งอยู่หมู่ 12 ต.ท่าฉนวน ก็ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ทำให้โอ่งกว่า 200 ใบที่ใช้หมักน้ำปลามาได้นาน 1 ปีแล้ว ต้องจมน้ำเสียหายกว่า 800,000 บาท

นางเด็ดดวง จินดาเฟื่อง อายุ 65 ปี ประธานกลุ่มสตรีต้มน้ำปลาโบราณ กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้เสียหายถึงขั้นหมดทุนทำน้ำปลา ส่วนที่กู้มาทั้งหมด 400,000 บาท ก็ลอยหายไปกับน้ำ จึงอยากวิงวอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จ่าย1ล้าน ไม่ขาย!ตื่นตา‘บอนสีพันธุ์จงอางเผือก’ของอดีตแม่ค้าขายขนม #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/605593

จ่าย1ล้าน ไม่ขาย!ตื่นตา‘บอนสีพันธุ์จงอางเผือก’ของอดีตแม่ค้าขายขนม

วันพุธ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564, 22.14 น.

ตื่นตา “บอนสีพันธุ์จงอางเผือก” ต้นละ 1 ล้านบาทของอดีตแม่ค้าขายขนมในโรงเรียน ผันตัวปลูกไม้มงคลจำหน่ายรายได้ดี งานนี้ “คอหวย” ห้ามพลาด

29 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าว จ.พังงา ได้รับแจ้งว่ามีต้นบอนสีราคาสูงถึงต้นละ 1 ล้านบาท ที่ร้านนานาพันธุ์ไม้ เลขที่ 14/1 หมู่ 7 ต.บ่อแสน อ.ทับปุด จ.พังงา จึงเดินทางเข้าติดต่อที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายไม้มงคล พบว่า เจ้าของร้าน คือ นางชมบงกช จิรวัฒน์วิจารณ์ อายุ 54 ปี อดีตเป็นแม่ค้าขายขนมในโรงเรียน ผันตัวจากแม่ค้าขายขนมช่วงปี 2562 มาศึกษาต้นไม้ โดยเฉพาะไม้มงคล จากที่ส่วนตัวไม่ชอบไม้มงคลประเภทดอก จึงศึกษาต้นไม้มงคลประเภทใบในช่วงปี 2562 เป็นต้นมา

จากนั้นได้ใช้เวลาหลังจากเลี้ยงหลานที่บ้าน ปลูก เพาะ ชำต้นไม้มงคล โดยเฉพาะจำพวกบอนสี กระทั่งติดตลาดจากปากต่อปาก และได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทำรายได้และชื่อเสียงเพิ่มพูนมากเพิ่มขึ้น นอกจากจะเป็นร้านจำหน่ายไม้มงคลแล้ว ยังเป็นแหล่งรับซื้อไม้มงคลระดับหมู่บ้าน ขยายเป็นระดับตำบล และอำเภอ ตามลำดับ

ล่าสุดนางชมบงกช ได้รับซื้อบอนสี พันธุ์จงอาง ในราคาต้นละ 8,000 บาท ที่น่าแปลกคือลำต้นและใบเป็นสีขาว ซึ่งมีการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญบอนสีว่าเป็นพันธุ์จงอางเผือก นานประมาณ 1 อาทิตย์ และมีการลงรูปต้นบอนสีพันธุ์จงอางเผือกดังกล่าว มีผู้ให้ราคาในช่วงแรกเป็นเงินจำนวน 7 แสนบาท ต่อมามีร้านจำหน่ายไม้ประดับในเขตกรุงเทพฯ ให้ราคาสูงถึง 1 ล้านบาท พร้อมเดินทางลงมารับ แต่นางชมบงกช ไม่ขาย เนื่องจากต้องการปลูกเพาะไว้เป็นสิริมงคลภายในบ้าน ขณะเดียวกันที่ชี้ให้สื่อมวลชนดูตัวเลขที่ปรากฏบนใบของ ต้นบอนสี พันธุ์ จงอางเผือก ต้นดังกล่าว โดยบอกว่า เห็นเป็นตัวเลข 91 บางคนบอกว่าเป็นเลข 74

นางชมบงกช นำสื่อมวลชนชมสวนที่เพาะเลี้ยงต้นไม้มงคลหลากหลายชนิดหลายพันธุ์ มีทั้งบอนสีชนิดต่างๆ ต้นเศรษฐีชนิดต่างๆ ไม้มงคลหลากหลายชนิด ที่น่าสนใจอีกต้นคือ ต้น หนุมานกลับหัว เป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง ใบมีสีแดงอมน้ำตาล ใต้ใบมีสีเขียวอมแดง สอบถามราคาทราบว่า เพิ่งขายให้ลูกค้าไปในราคาต้นละ 12,000 บาท

นางชมบงกช กล่าวว่า หลังจากที่หยุดขายขนมในโรงเรียนกลับมาเลี้ยงหลานที่บ้าน ได้ปลูกต้นโป๊ยเซียน เพราะชอบปลูกต้นไม้โดยเฉพาะไม้มงคล ด้วยความที่ไม่ชอบต้นไม้มีดอกจึงหันมาศึกษาไม้มงคลประเภทใบ เช่น บอนสี ไม้มงคลด่าง และอื่นๆ ปัจจุบันมีรายได้ดีสำหรับการขายไม้มงคลต่างๆ และ ได้สั่งเมล็ดมาเพาะปลูกเพื่อจำหน่าย พร้อมเปิดโอกาสให้ชาวบ้าน ประชาชนที่ชื่นชอบต้นไม้มาขายให้ตนเอง โดยให้ราคาตามท้องตลาด ซึ่งตนเองไม่ชอบเล่นหวย จึงไม่ได้ซื้อหวย แต่ยอมรับว่าเคยถูกตัวเลขมา 3 งวดซ้อน

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องแต้ว’เข้าครัวโชว์ฝีมือซี๊ดได้ใจ ญาติแห่ต้อนรับเรียกขวัญกลับบ้าน #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/605587

'น้องแต้ว'เข้าครัวโชว์ฝีมือซี๊ดได้ใจ ญาติแห่ต้อนรับเรียกขวัญกลับบ้าน

วันพุธ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564, 21.13 น.

ตามไปดูความน่ารักของน้องแต้ว ฮีโร่โอลิมปิค ไม่เฉพาะชกมวยเก่งเท่านั้นแต่ทำอาหารอร่อยเสียด้วย วันนี้ลงทุนโชว์ฝีมือทำลาบหมู บอกเวลาใช้ทัพพีปรุงอาหารคล้ายต่อมวย ซี๊ดได้ใจสุดแซบ ขณะที่วันนี้รวมญาติๆ แบบนิว Normal พากันผูกฝ้ายรับขวัญหลานแต้วเรียกขวัญมาเด้อขวัญเอ๊ย!! ดังกึกก้อง 

29 ก.ย.64 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 117 หมู่ที่ 5 บ้านป่าก้าว ต.โพนสูง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของน้องแต้ว หรือ เรือตรีหญิงสุดาดร สีสอนดี อายุ 30 ปี นักชกเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิคที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันนี้ที่บ้านน้องแต้วบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก หลังจากน้องแต้ว ฮีโร่เหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิคได้เดินทางมาพักผ่อนอยู่ที่บ้านก็ได้มีญาติๆ ได้เดินทางมาผูกข้อต่อแขนเพื่อรับขวัญหลานแต้วที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

โดยเป็นการรวมญาติแบบ New normal ในช่วงการระบาดโควิด ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย โดยการผูกฝ้ายรับขวัญครั้งนี้ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เรียกขวัญให้กับหลานแต้ว “มาเด้อขวัญเอ๊ย” ดังกึกก้อง ทั้งนี้ประเพณีการผูกฝ้ายแขนรับขวัญเป็นประเพณีอีสานที่สืบทอดกันมานานหากลูกหลานจากบ้านไปนาน หลังจากผูกข้อต่อแขนเสร็จ ญาติๆ ได้ถ่ายรูปร่วมกับน้องแต้วฮีโรเหรียญทองแดงโอลิมปิค พร้อมชูนิ้วให้กำลังใจงวดหน้าขอเหรียญทอง

นายบุญโฮม ศรีสุขา อายุ 70 ปีปู่น้องแต้วฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิค เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวย้อนอดีตไปถึงเรื่องราวของหลานแต้วว่า เป็นคนที่มีความเลือดนักสู้มาตั้งแต่เด็ก พ่อจับให้ชกมวยเพื่อช่วยพ่อหาเลี้ยงครอบครัว เพราะครอบครัวยากจน โดยเขาเริ่มฝึกมวยกับกระสอบทรายแขวนไว้ต้นชมพู่ต้นนี้ที่อยู่หน้าบ้าน พ่อเขาจะเข็นให้วิ่ง ชกมวยเช้าเย็น เขาเป็นคนกลัวพ่อและมีความตั้งใจอยู่แล้วจึงขยันฝึกซ้อม ปู่ก็มาลงนวมให้หลานเป็นบางครั้ง ต้นชมพู่ต้นนี้ถือเป็นต้นตำรับที่เป็นหมอมวยของบักแต้วและจากตำนานกระสอบทรายใต้ต้นชมพู่ จนตอนนี้ได้เป็นฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิคญาติๆ และปู่ดีใจกับบักแต้วทำความฝันได้ถึงจุดนี้ และต่อไปก็ขอให้ได้เหรียญทองนำชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยให้จงได้

โดยก่อนจะร่วมรับประทานกับญาติๆ น้องแต้วฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิคไม่เก่งเฉพาะชกมวยเท่านั้น ลาบหมูได้อร่อยสุดซี๊ดถึงใจ โดยน้องแต้วลงครัวโชว์ฝีมือทำลาบหมูสู่ญาติพี่น้องกินเลยทีเดียว โดยได้ซื้อหมูมา 1 ตัวเพื่อมาทำลาบหมู ย่างหมูและเมนูอื่นๆให้แก่ญาติพี่น้องได้รับประทานหลังจากห่างบ้านไปนานหลายปี นอกจากนี้ยังมีขนมจีน หรือ “ข้าวปุ้น” อีก 50 กก.ส้มตำอีกถุงใหญ่หนึ่ง โดยการทำลาบหมูครั้งนี้น้องแต้วอาสาทำลาบหมูให้ญาติๆ กินด้วย

ทั้งลวกหมูให้สุกจากนั้นมาใส่เครื่องปรุงแบบอีสานคือ ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลา ผงชูรส บีบมะนาวใส่ โดยใช้มือซ้ายปรุงแถมพูดติดตลกเหมือนๆ ชกมวยเลยเวลาปรุงลาบหมูโดยเฉพาะมือซ้าย พอปรุงเสร็จน้องแต้วชิมดูบอกว่าสุดยอดแซบอีหลีจากนั้นน้องแต้วและญาติๆ ก็ได้ร่วมรับประทานอาหารร่วมกันบรรยากาศเป็นไปอย่างมีความสุข
.
009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

GISTDA ใช้ดาวเทียมจับภาพชัยภูมิ…น้ำเต็มเมือง! #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/605579

GISTDA ใช้ดาวเทียมจับภาพชัยภูมิ...น้ำเต็มเมือง!

วันพุธ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.18 น.

GISTDA เผยภาพจากดาวเทียม Pléiades (เปลยาด) ที่โคจรผ่านประเทศไทย ของวันที่ 29 กันยายน 2564 เมื่อเวลา 11.14 น. พบพื้นที่น้ำท่วมบริเวณอำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เต็มพื้นที่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วมด้วยข้อมูลจากดาวเทียม Pléiades (เปลยาด) พบว่าปัจจุบันชัยภูมิยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมอยู่ประมาณ 230,000 ไร่ ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชน และบริเวณริมแม่น้ำสายหลัก ลำน้ำย่อย รวมถึงเส้นทางการจราจร

นอกจากนี้ ภาพจากดาวเทียมดังกล่าวจะเห็นว่ามีมวลน้ำปรากฏเป็นโทนสีน้ำตาล ซึ่งหมายถึงมวลน้ำที่มีอัตราการไหลช้า หรืออาจจะเป็นน้ำนิ่งในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมวลน้ำเหล่านี้จะไหลจากอำเภอเมืองชัยภูมิ เข้าสู่เขตอำเภอแวงใหญ่ และอำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น ขอให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือใกล้เคียง โดยเฉพาะแนวริมตลิ่ง ริมลำน้ำสายหลักสายรอง เฝ้าสังเกตสถานการณ์และติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดครับ

ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เพิ่มเติมได้ที่ http://flood.gistda.or.th

-(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม 8 หนึ่งในมงคล 38 ประการ’ ธรรมเทศนา ‘พระราชปัญญาวชิโรดม’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/605546

'จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม 8 หนึ่งในมงคล 38 ประการ' ธรรมเทศนา 'พระราชปัญญาวชิโรดม'

วันพุธ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.57 น.

“พระราชปัญญาวชิโรดม” (สุพล ขนฺติพโล) เจ้าอาวาสวัดเทพเจติยาจารย์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ อดีตพระเลขาฯท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เมตตานำศรัทธาญาติโยมสวดมนต์ออนไลน์ใน “โครงการทำดี ๑๐๑ วัน” บูชาคุณแม่พ่อ สานต่อปณิธานท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม ถึง 19 พฤศจิกายน 2564 โดยสวดมนต์ในบทต่างๆ

อาทิ อนันตลักขณะสูตร , โพชฌังคะปริตร, มหาสมัยสูตร และ ในทุกวันอังคารมีการสวดพระอภิธรรมเพื่ออุทิศถวายแด่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม อดีตเจ้าอาวาส วัดธรรมมงคล และ ผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตาสุภาพ (Willpower Institute)ซึ่งมีสาขากว่า  200 สาขาทั่วโลก ทั้งในประเทศไทย , แคนนาดา และ สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ในแต่ละวัน พระราชปัญญาวชิโรดม จะแสดงพระธรรมเทศนาในหัวข้อต่างๆ โดยในวันที่  21 กันยายนที่ผ่านมา ได้แสดงธรรมในหัวข้อ “ข้อ  35 หนึ่งในมงคล 38 ประการ : ผู้ถูกครอบงำด้วยโลกธรรม 8 ประการ จิตไม่หวั่นไหวเป็นความดีสูงสุด” ซึ่งทาง “แนวหน้า ออนไลน์” นำเนื้อหาบางส่วนมานำเสนอเป็นธรรมทาน ดังต่อไปนี้ 

…การสวดมนต์การนั่งสมาธิในแต่ละวันนั้น เป็นการสร้าง “มหากุศล” ยิ่งใหญ่ให้แก่ตนเองและครอบครัว ตลอดจนถึงประเทศชาติและทั่วโลกด้วย ขณะนี้ที่อเมริกาก็เป็นตอนเช้า เขาก็มาร่วมสวดมนต์ด้วย ที่แคนาดา ที่ฝรั่งเศส ที่ออสเตรเลีย แล้วก็สลามัตดัทตั้ง สลามัตดัทตั้งก็คือ อินโดนีเซีย และ ประเทศลาว ก็มาสวดมนต์ด้วย เพราะฉะนั้นเครือข่ายของการสวดมนต์โยงใยไปทั่วโลกเลย ก็เป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ 

วันนี้พูดถึงเรื่องมงคล 38 คือ หลักการดำเนินชีวิตให้เกิดความเจริญความเป็นมงคลสูงสุดข้อที่ 35 พุทธัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะกัมปะติ เอตัมมังคะละมุตตะมัง ผู้ถูกครอบงำด้วยโลกธรรม 8 ประการ จิตไม่หวั่นไหวเป็นความดีสูงสุดอย่างหนึ่ง พระพุทธองค์ตรัสว่า โลกธรรม 8 เป็นสิ่งที่ติดตามสัตว์โลกทั้งปวง หาที่สุดไม่ได้ และ ใช่ว่าจะติดตามแต่ปุถุชนคนธรรมดาทั่วไปก็หาไม่ แม้พระอริยะเจ้าทั้งหลาย มีพระพุทธเจ้า เป็นต้น ก็ย่อมติดตามไปเช่นเดียวกัน 

 โลกธรรม 8 ประการนี้แบ่งเป็นสองปรถการ หรือ เป็นสองแบบ ประการที่หนึ่งเป็นสิ่งที่คนทั้งหลายอยากได้ เพราะเป็นประโยชน์มี 4 อย่าง 1.ลาภะ คือ การได้ทรัพย์สมบัติ ได้ภรรยา ได้สามี ได้ลูก ได้บ้าน ได้ที่ดิน ได้เพชรนิลจินดา ได้สิ่งของต่างๆ เป็นต้น ข้อที่ 2.ยัสสะ คือ การได้ยศ ได้อำนาจ ได้ตำแหน่งใหญ่โตได้หน้าที่การงาน เป็นต้น ข้อที่ 3.ปะสังสา คือ การได้รับการยกย่อง การชมเชย การสรรเสริญ หรือว่า การสดุดี เป็นต้น มีเยอะ ข้อที่ 4.สุขขะ ก็คือ ได้ความสุขกายสุขใจ มีความร่าเริง บันเทิงใจ และก็เบิกบาน ชื่นใจ เป็นต้น 

ประการที่สอง เป็นสิ่งที่คนทั้งหลายไม่อยากได้ ไม่ยากให้เกิดขึ้นด้วย เพราะมันเสียผลประโยชน มี 4 อย่าง 1.อลาภะ การเสียทรัพย์สินสมบัติ การเสียภรายา เสียสามี เสียบิดามารดา เสียลูกหญิงลูกชาย แล้วก็เสียบ้าน เสียที่ดิน เสียทรัพย์สินต่างๆพวกเพชรนิลจินดา เป็นต้น ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น 

ข้อที่ 2.อยัสสะ การเสียยศ เสียตำแหน่ง เสียหน้าที่การงาน เสียอำนาจวาสนา ใหญ่โต ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เป็นต้น ข้อที่ 3.นินทา คือ การถูกนินทาใส่ร้ายป้ายสี มีการถูกตำหนิติเตียน ต่อว่าด่าทอ ต่อหน้าและลับหลัง เป็นต้น ข้อที่ 4.ทุกขะ คือ การได้ความทุกข์กายทุกข์ใจป่วยไข้จากโรคต่างๆ จะเป็นโรคปวดท้อง โรคปวดหัว หรือว่าโรคทางกาย  โรคทางใจ โรคเครียด โรคหงุดหงิด แล้วก็โรคมะเร็งต่างๆ เช่น โรคมะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งสมอง เป็นต้น ทำให้ทุกข์ทั้งร่างกายและจิตใจ 

โลกธรรมทั้ง 8 ปรถการนี้ จะมีธรรมะคู่กันไปอย่างงนี้ตลอด ได้ทรัพย์สินทั้งหลายมา ถึงเวลาก็เสียไป สองได้ยศได้ตำแหน่งมา ถึงเวลาก็เสียไปอีก ข้อที่ 3 ได้สรรเสริญมา ถึงเวลาก็เสียไป กลับได้ถูกนินทามา ข้อที่ 4.ได้ความสุขมา ถึงเวลาก็หายไป กลับได้ความทุกข์มา 

โลกธรรมทั้ง 8 ประการเหล่านี้ จะอยู่อย่างนี้ตลอดไป ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ยังถูกสรรเสริญและนินทา ถูกต่อว่า ด่าทอต่างๆนานา

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมสวดมนต์ออนไลน์ ในโครงการ “ทำดี ๑๐๑ วัน” บูชาคุณแม่พ่อ สานต่อปณิธานท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม โดยสามารถร่วมกิจกรรมได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ 
1.ทางเฟสบุ๊คชื่อ : วัดเทพเจติยาจารย์ (https://www.facebook.com/tepjetiyajan/videos/988126932034820/)
2.ทางยูทูบชื่อ : วัดเทพเจติยาจารย์ official (https://youtu.be/7WjE4UvOBOs) 
3.ทางแอพพลิเคชั่น ZOOM / Room id : 3457558779 และ password : wattep11 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มบส. รวมพลังส่งกำลังใจถึงผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ-อีสาน #SootinClaimon.Com

Posted on October 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/605507

มบส. รวมพลังส่งกำลังใจถึงผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ-อีสาน

วันพุธ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.00 น.

29 กันยายน 2564  จากอิทธิพลพายุ “เตี้ยนหมู่” ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ-อีสาน โดยตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. – ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากใน 30 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม รวม 172 อำเภอ 805 ตำบล 4,715 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 197,795 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 7 ราย (ลพบุรี 6 ราย และเพชรบูรณ์ 1 ราย) สูญหาย 1 ราย (เพชรบูรณ์ 1 ราย)

ถึงแม้ในบางพื้นที่สถานการณ์จะคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ และพื้นที่ลาดเชิงเขายังคงต้องเฝ้าระวังเรื่องของน้ำป่าไหลหลากหากฝนตกลงหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่ริมลำน้ำ อาจได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมในระดับสูง

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา น้องๆนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยาขอเป็นตัวแทนนิสิต-นักศึกษา และตัวแทนประชาชนแสดงความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย จึงฝากความห่วงใยผ่าน “แนวหน้าออนไลน์” ถึงพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

นายพงศกร เจริญนิช นักศึกษาสาขาวิชาการสื่อสารมวลชน คณะวิทยาการจัดการ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสภานักศึกษา ประจำปี 2564 กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคเหนือและอีสาน รู้สึกหดหู่และอยากส่งกำลังใจให้กับประชาชนที่ประสบภัย ว่าให้สู้ๆเราไม่เคยทิ้งกันและเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน และฝากถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้รีบลงไปช่วยผู้ที่ประสบภัยโดยด่วน เพราะตอนนี้ภัยพิบัติมาแล้วเรารอไม่ได้

นายปารเมศ พุดเผือกผ่อง นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะครุศาสตร์ สาขาจิตวิทยาและการแนะแนว กล่าวว่า จากข่าวอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่อยากจะขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน  จึงอยากส่งกำลังใจ อยากบอกกับทุกคนว่าอย่าเพิ่งหมดหวังและขอให้ทุกท่านดูแลสุขภาพของให้ปลอดภัย อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว และเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน

นายอชิระ วินมูน จากสาขาการออกแบบกราฟิกและอินโฟร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 กล่าวว่าจากการติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำท่วม รู้สึกเศร้าและเสียใจเป็นย่างมากกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ ก็อยากเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคนขอให้สู้ ขอให้ทุกคนปลอดภัย มีสติ และใจเย็นๆที่สำคัญต้องสามัคคีกัน ซึ่งคนที่มีแรงมีกำลังก็ขอให้ช่วยผู้ที่อ่อนแอกว่า เพื่อเราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน  และอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน  ขอให้รีบเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะด้วยทางไหนก็ตาม และผมขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน

นายหัสวรรษ บุญจีน นักศึกษาอยู่ชั้นปีที่3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาสังคมศึกษา คบ.4 ปี  กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย  ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินและเกิดความยากลำบากต่อการดำรงชีวิต  อีกทั้ง ประเทศไทยยังคงอยู่ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดของไรวัสโควิด-19 ยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ ผมขอเป็นตัวแทนของสาขาในการส่งกำลังใจไปยังพี่น้องในทุกพื้นที่ รวมถึงฝากกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ภาคสนาม  รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้ปฏิบัติหน้าที่โดยเต็มความสามารถและขอขอบคุณที่อดทนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกคนด้วยความเต็มใจ ท้ายที่สุดก็ขอฝากกำลังใจไปสู่ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน

นายนิติภูมิ แก้วใหม่ นักศึกษาชั้นปีที่ 2  คณะวิทยาการจัดการสาขาการสื่อสารมวลชน กล่าวว่า จากการติดตามข่าวสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดของไทย  มีความรู้สึกตกใจและเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงอยากส่งกำลังใจขอให้ทุกคนสู้ๆ อย่าท้อกับปัญหา เพราะเดี๋ยวมันจะผ่านไปได้ด้วยดี และฝากถึงหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ขอให้รีบช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด และเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ยอมเหนื่อยเพื่อพวกเรา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,316,641 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สุดภาคภูมิใจ! 'บุ๋ม ปนัดดา'รับเครื่องหมายอภิรักษ์นาวีจากกองทัพเรือ
EC outlines tough rules for referendum
"บิ๊กฉัตร"เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง
เลาะรั้วเกษตร : หวยออกวันที่ 15
ปรองดอง=ต่อรอง+เกี้ยเซียะ?
ครั้งแรกในสหรัฐ แคลิฟอร์เนียจ่อแบนรถยนต์ใช้น้ำมัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Play to win using  gamification to rejig staff engagement
Walking in the Princess’s wonderland
'คณะก้าวหน้า' บินลัดฟ้าฝรั่งเศสร่วมงานเปิดบ้าน อองโตนี ที่พำนัก 'ปรีดี'
Grand Opening W22 Hotel by Burasari

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d