Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘อว.’ชี้เปรี้ยง! จ่ายเงินใส่ชื่อผลงานวิชาการผิดจริยธรรมร้ายแรง เตือนคนรับจ้างทำมีโทษทั้งจำ-ปรับ

Posted on January 10, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703167

‘อว.’ชี้เปรี้ยง! จ่ายเงินใส่ชื่อผลงานวิชาการผิดจริยธรรมร้ายแรง เตือนคนรับจ้างทำมีโทษทั้งจำ-ปรับ

‘อว.’ชี้เปรี้ยง! จ่ายเงินใส่ชื่อผลงานวิชาการผิดจริยธรรมร้ายแรง เตือนคนรับจ้างทำมีโทษทั้งจำ-ปรับ

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.08 น.

วันที่ 9 มกราคม 2566 เฟซบุ๊ก “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” เผยแพร่ข่าว ระบุว่า ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่ามีนักวิจัยจำนวนหนึ่งได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ ผ่านการซื้อผลงานเพื่อให้ตัวเองได้มีชื่ออยู่ในบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ ทางกระทรวง อว. จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนและติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการผิดจริยธรรมทางวิชาการอย่างชัดเจน  

“ขอขอบคุณนักวิชาการและสื่อมวลชนที่ห่วงใยและได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกระทรวง อว. ว่ามีกลไกที่เป็นช่องโหว่ในการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการโดยที่บุคคลที่มีชื่ออยู่ในบทความนั้นอาจไม่ได้เป็นผู้วิจัยในโครงการจริง เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและจริงจัง หากพบว่าดำเนินการจริงต้องถือเป็นความผิดและลงโทษอย่างรวดเร็ว” รมว.อว. กล่าว

ด้าน ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตาม พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.2562 มาตรา 70 ระบุว่า “ห้ามมิให้ผู้ใด จ้าง วาน ใช้ให้ผู้อื่นทำผลงานทางวิชาการเพื่อไปใช้ในการเสนอเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเพื่อใช้ในการทำผลงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขอตำแหน่งทางวิชาการ หรือเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การเลื่อนตำแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะหรือการให้ได้รับเงินเดือนหรือเงินอื่นในระดับที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ก็ตาม  

ห้ามมิให้ผู้ใดรับจ้างหรือรับดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เพื่อให้ผู้อื่นนำผลงานนั้นไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือโดยสุจริตตามสมควร โดยหากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”  และยังมีประกาศเรื่อง มาตรฐานการวิจัย โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระบุถึงมาตรฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ รวมทั้งจริยธรรมนักวิจัยด้วย 

ดังนั้น การที่มีนักวิจัยได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ ผ่านการซื้อผลงานเพื่อให้ตัวเองได้มีชื่ออยู่ในบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ จึงเป็นการผิดจริยธรรมทางวิชาการ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยมีหน้าที่ในการเคร่งครัดดูแลให้บุคลากรดำเนินการให้ถูกต้องไม่ผิดหลักจริยธรรม และสำนักงานปลัดกระทรวง อว. โดยคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (กพอ) และคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) จะต้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด  

ปลัดกระทรวง อว.กล่าวต่อว่า กระทรวง อว. ได้แจ้งย้ำไปยังที่ประชุมอธิการบดีของมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน และหน่วยงานวิจัยต่างๆ ให้ตรวจสอบข้อมูลของบุคลากรอย่างใกล้ชิด ตามแนวทางในการกำกับจริยธรรมการตีพิมพ์ผลงานวิจัย รวมทั้งการนำผลงานที่ผิดจริยธรรมมาขอตำแหน่งวิชาการ หากตรวจพบประเด็นใดให้ดำเนินการทันทีและป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำในลักษณะนี้อีก  

“กระทรวง อว. ได้จัดให้มีทีมงานส่วนกลางเข้าไปตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึกแล้ว ขอขอบคุณท่านที่ได้ให้ข้อมูลมายังสำนักปลัดกระทรวง อว. (สป.อว.)  และหากมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมสามารถแจ้งข้อมูลมายัง สป.อว. ได้ทันที” ปลัดกระทรวง อว. กล่าว  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://www.naewna.com/likesara/703028 มาถึงจุดนี้แล้ว? แฉด้านมืดแวดวงวิชาการ แค่มีเงินจ่ายก็ใส่รายชื่อร่วมในงานวิจัยระดับนานาชาติได้
https://www.naewna.com/likesara/703158 มช.เคลื่อนไหวแล้ว! สั่งตั้ง คกก.สอบวินัยร้ายแรง กรณีบุคลากรซื้องานวิจัย

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FMHESIThailand%2Fposts%2Fpfbid028YgduoKEiNdL7LxV1nhy1nwwYDSphxKB9cnKaV4rqc5svRSBLfUpsNKUZtqs1TvBl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มช.เคลื่อนไหวแล้ว! สั่งตั้ง คกก.สอบวินัยร้ายแรง กรณีบุคลากรซื้องานวิจัย

Posted on January 10, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703158

มช.เคลื่อนไหวแล้ว! สั่งตั้ง คกก.สอบวินัยร้ายแรง กรณีบุคลากรซื้องานวิจัย

มช.เคลื่อนไหวแล้ว! สั่งตั้ง คกก.สอบวินัยร้ายแรง กรณีบุคลากรซื้องานวิจัย

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.37 น.

วันที่ 9 มกราคม 2566 เพจเฟซบุ๊ก “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Chiang Mai University”  โพสต์ข้อความระบุว่า ตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ มีการลงข่าว เรื่อง การกระทำผิดจริยธรรมและจรรยาบรรณการวิจัย โดยมีบุคลากรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวนั้น

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างสูงสุด โดยถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพื่อดำเนินการทางวินัยกับบุคคลดังกล่าวตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยต่อไปแล้ว

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอยืนยันที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ตามหลักธรรมาภิบาลและคุณธรรมทางวิชาการต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ปัญหาของคนเราทุกวันนี้อยู่ที่อยู่เฉยๆ ไม่ได้’

Posted on January 10, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703151

'ปัญหาของคนเราทุกวันนี้อยู่ที่อยู่เฉยๆ ไม่ได้'

‘ปัญหาของคนเราทุกวันนี้อยู่ที่อยู่เฉยๆ ไม่ได้’

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.22 น.

“…คนเรานี้แปลกอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ปัญหาของคนเราทุกวันนี้อยู่ที่อยู่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องไปโน่นมานี่ ต้องทำโน่นทำนี่ นอกจากทำมาหากินแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องไปทำอะไรมากมายเลย ถ้ามีงานมีการมีอาชีพ มีรายได้มีปัจจัย ๔ พร้อมแล้ว ก็น่าจะสุขสบายกัน แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะอยู่เฉยๆ กันไม่ได้ ไม่เคยคิดด้วยว่าทำไมไม่อยู่เฉยๆกัน ปัญหาของโลกเราทุกวันนี้ก็อยู่ตรงนี้เอง ไม่รู้ว่าการอยู่เฉยๆดีที่สุด ต่างคนต่างอยู่กันไป หาปัจจัย ๔ ได้แล้วก็น่าจะพอ ถ้าเห็นใครเดือดร้อนก็ช่วยเหลือกันไป เก็บส่วนที่เราต้องมีไว้ แล้วก็อยู่กับบ้านกัน แสนจะสุขแสนจะสบาย

อย่างอาตมาก็อยู่ที่นี่มาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ก็ไม่ได้ไปไหน มีปัจจัย ๔ พอเพียงแล้วก็จบ ไม่เห็นต้องมีอะไรมากไปกว่านั้น ก็อยู่มาได้ แต่มองไม่เห็นกัน เหมือนเส้นผมบังภูเขา เราจึงแสวงหาอะไรวุ่นวายกันไปหมด ได้มามากน้อยเพียงไร ก็ไม่เคยอิ่มเคยพอ เคยสุขอย่างจริงๆเลย มีแต่เอาความทุกข์มาเพิ่ม อย่างโยมก็เอาลูกมาแบกอีกคนหนึ่ง ถ้าสมัยที่เรียนจบแล้วทำงานทำการ อยู่เป็นโสดได้ ก็จะแสนจะสบาย…” 

โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คณบดีคณะท่องเที่ยวฯ DPU เสนอ 4 แนวทางในการรับมือเมื่อไทยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีน

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703140

คณบดีคณะท่องเที่ยวฯ DPU เสนอ 4 แนวทางในการรับมือเมื่อไทยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีน

คณบดีคณะท่องเที่ยวฯ DPU เสนอ 4 แนวทางในการรับมือเมื่อไทยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีน

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.55 น.

คณบดีคณะท่องเที่ยวฯ DPU เสนอ 4 แนวทางในการรับมือเมื่อไทยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีนแต่ขาดแคลนแรงงาน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณฑกานติ ชุบชูวงศ์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า เมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศเปิดประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 นี้ คาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มเดินมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย และคาดว่าในไตรมาศแรกจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก  เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวจีน แต่เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระยะเวลากว่า 3 ปี ทำให้ภาคการท่องเที่ยวขาดแคลนแรงงานไม่น้อย ต่อปัญหาดังกล่าวจึงเสนอ 4 แนวทางหลักในการแก้ปัญหาแรงงานขาด ในช่วงเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีน  โดยประกอบด้วย 

1.) การเพิ่มแรงงานเสริม (Additional Non-permanent Staff) การรับนักศึกษาฝึกงานแบบสหกิจศึกษาและการฝึกงานแบบปกติเพื่อเสริมทีมพนักงานประจำ โดยเน้นนักศึกษาที่มีทักษะการบริการและสามารถใช้ทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษได้

หรือการรับนักศึกษามาทำงานแบบรายวัน (Casual) สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือระหว่างสัปดาห์แล้วแต่ความต้องการสถานประกอบการ หรือทำงานแบบรายชั่วโมง โดยวิธีการนี้สามารถรับนักศึกษาด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมระดับปริญญาตรีหรือสายอาชีวศึกษา ขึ้นอยู่กับระดับของสถานประกอบการว่าต้องการทักษะภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษระดับใด หากเป็นโรงแรม 4-5 ดาว อาจเน้นความสามารถด้านภาษามากขึ้น การจ้างแบบนี้จะเป็นการสนับสนุนการฝึกทักษะให้แก่นักศึกษาในระหว่างเรียน  และยังเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถรับผู้เคยมีประสบการณ์ด้านโรงแรม ท่องเที่ยว บริการที่ลาออกไปแล้ว และมีอาชีพอื่น แต่ยังสามารถมาช่วยงานแบบรายวัน หรือรายชั่วโมงเมื่อต้องการ  

2.) การอบรมทักษะเพิ่มเติมหรือเพิ่มทักษะใหม่ (Upskill and New skill) หลังจากการระบาดของโควิด-19 เกือบ 3 ปี ทำให้พนักงานเก่าอาจลาออก หรือย้ายงาน ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมและบริการจำเป็นจะต้องจัดอบรมทักษะภาษาจีน อบรมความรู้พื้นฐานวัฒนธรรมจีน การสื่อสารที่ถูกต้อง  เช่น อะไรควรหรือไม่ควรทำ (dos and don’ts) และประเด็นละเอียดอ่อนต่าง ๆ  การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและควรบริการชาวจีนอย่างไร เป็นต้น

3.) การเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและการบริการ (Effective Communication and Service) ควรมีการสื่อสารและให้ข้อมูลเรื่องการบริการต่าง ๆ ด้วยภาษาจีนในโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว อย่างครบถ้วนและเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถศึกษาด้วยตนเอง และลดการสอบถามพนักงาน  ข้อมูลที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ และสื่อโซเชียลอื่น ๆ ควรถูกต้องและตรงกับความเป็นจริง เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาตามมา และควรเพิ่มการบริการด้วยตัวเอง (Self service) มากขึ้น โดยอาจวางสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ และใช้ภาษาจีนแบบสั้นๆ หรือสัญญาลักษณ์ที่เข้าใจง่ายแทน จะช่วยลดความต้องการผู้ให้บริการได้ พร้อมด้วยการจัดเตรียม facilities และอุปกรณ์ในการบริการต่าง ๆ ให้พร้อมตามจุดต่าง ๆ โดยคาดคะเนความต้องการล่วงหน้า เพื่อลดการขอบริการเพิ่มเติมจากพนักงาน

นอกจากนี้ ควรมีการจัดระบบคิว (Queueing system) การกำหนดเส้นทางการเดินเข้าและออก เพื่อลดความสับสน การเดินสวนทาง และลดปัญหาการแซง  จะทำให้บริการง่ายขึ้น และไม่ส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวทั่วไป หรือจัดแยกโซนหากคาดว่าจะรับนักท่องเที่ยวเป็นกรุ๊ป ขณะเดียวกัน   ในจุดที่มีนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมาก เช่น จุดขายบัตรเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว สถานบันเทิง  จุดขายคูปองตาม food courts ควรมีล่าม หรือนักศึกษาฝึกงานที่สามารถใช้ภาษาจีนได้ดีมาช่วยเป็นล่ามเสริม และให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยว

4.) การใช้เทคโนโลยี่มากขึ้น (Use more IT) การใช้เทคโนโลยีมาช่วยด้าน  check-in/check-out การตรวจสอบยอดการชำระเงินล่วงหน้า  วิธีการชำระเงิน ก็สามารถช่วยลดความต้องการติดต่อผู้ให้บริการในโรงแรมได้ ส่วนในจุดท่องเที่ยว หรือร้านอาหารควรมีระบบ card หรือ QR code มาช่วยในการให้ข้อมูลและการชำระเงิน  

ผศ.ดร. มณฑกานติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การวางแผนการจัดการนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะลดปัญหาการขาดพนักงานแล้ว ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายการจ้างงานประจำ และสามารถบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ภาคธุรกิจควรมีการประสานงานกับสถาบันการศึกษาในท้องถิ่น  เพื่อรับนักศึกษามาฝึกงาน และทำงานแบบรายวันและรายชั่วโมง โดยมีค่าตอบแทนตามความเหมาะสม  ขณะเดียวกันในแต่ละธุรกิจก็ต้องจัดระบบพี่เลี้ยง เพื่อให้เกิดประโยชน์และให้ความรู้แก่นักเรียนและนักศึกษาด้วย  การทำงานแบบนี้จะก่อให้เกิด win-win ทั้ง 2 ฝ่ายและทำให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการได้ในช่วงหลังโควิด- 19 ที่ลูกค้าต่างชาติกลับมาแล้ว  

“แม้รัฐบาลจะพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีน แต่ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ขนส่ง ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ควรเน้นการบริการโดยใช้ระบบ SHA+ ต่อไป โดยจะต้องยึดแนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อ เช่น มีเจลแอลกอฮอล์ไว้ล้างมือ การใช้ช้อนกลาง  หรือเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวใส่แมสก์เมื่ออยู่ในที่ที่อากาศปิด และพนักงานรวมทั้งแรงงานเสริมควรได้รับการฉีดวัคซีนตามข้อกำหนด  

การช่วยกันดูแลสุขอนามัยและสอดส่องนักท่องเที่ยวผู้มีความเสี่ยงในช่วงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจีนยังมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวิธีการสื่อสารเรื่องมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม จะเป็นการช่วยป้องกันนักท่องเที่ยวจากการเจ็บป่วย หรือหากติดแล้วก็จะช่วยจัดการดูแลรักษาให้หายได้เร็ว ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจและเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างมีความสุข  ขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันพนักงานขององค์กรและชาวไทยให้ปลอดภัยจากการติดเชื้ออีกด้วย” ผศ.ดร.มณฑกานติ กล่าวในตอนท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้อนตัวอะไร? ‘ทนายตั้ม’โพสต์โต้เดือด’ยงยุทธ’ โดนไล่ตะเพิดพ้นเพื่อไทย

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703096

ร้อนตัวอะไร? 'ทนายตั้ม'โพสต์โต้เดือด'ยงยุทธ' โดนไล่ตะเพิดพ้นเพื่อไทย

ร้อนตัวอะไร? ‘ทนายตั้ม’โพสต์โต้เดือด’ยงยุทธ’ โดนไล่ตะเพิดพ้นเพื่อไทย

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.51 น.

9 ม.ค.2566 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า “อ้าว คุณยงยุทธ ผมยังไม่ได้พูดชื่อคุณเลย ร้อนตัวอะไรหรือเปล่าครับ แล้วจะมาขับผมออกจากพรรคเพื่อไทยทำไม ในเมื่อผมเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่มีความนิยมชมชอบในพรรคเหมือนประชาชนทั่วไปมาหลายปีแล้ว ผมทำผิดอะไรในการให้คำแนะนำกับลูกความ และช่วยปัดเป่าทำความสะอาดพรรค ไม่ให้พรรคมัวหมอง”

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นไปต่างๆนาๆ ทำให้ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เข้าไปตอบว่า “ถ้าจะขับออกขอเงิน 2,000 บาทคืนด้วยนะ”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fsittra%2Fposts%2Fpfbid0FQDADy69FQXQ2sbqLvFBBJenWYiKSE6kSEEGpX8JLnhk56Lwifugxy7y2h5zviatl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัดจุกกะเฌอศรีราชา เตรียมจัดงานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตอุโบสถ 9 วัน 9 คืน

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703076

วัดจุกกะเฌอศรีราชา เตรียมจัดงานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตอุโบสถ 9 วัน 9 คืน

วัดจุกกะเฌอศรีราชา เตรียมจัดงานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตอุโบสถ 9 วัน 9 คืน

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.03 น.

วัดจุกกะเฌอศรีราชา เตรียมจัดงานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตอุโบสถในวันที่ 21-29 ม.ค.2566 รวม 9 วัน 9 คืน 

วันที่ 9 ม.ค.66 พระอธิการจาลึก สญญฺโต เจ้าอาวาสวัดจุกกะเฌอ ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เปิดเผยได้เตรียมจัดงานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตอุโบสถ หลังเก่าที่ชำรุดและได้บูรณะขึ้นใหม่ ของวัดจุกกะเฌอ  สำหรับการจัดงานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตพระอุโบสถวัดจุกกะเฌอ นั้นจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-29 มกราคม 2566 ซึ่งงานจะตรงกับช่วงเทศกาลตรุษจีน รวมทั้งสิ้น 9 วัน 9 คืน และในวันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2566 เวลา 15.00 น. จะมีพิธีเปิดงานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตอุโบสถ อย่างเป็นทางการ โดยนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และในวันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2566 เวลา 19.19 น.จะมีการตัดหวายลูกนิมิต โดยมีคณะกรรมการอุปถัมภ์ นำโดยตระกูลคุณปลื้ม นายบุญเลิศ น้อมศิลป์ ประธานที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลนครแหลมฉบัง นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีเทศบาลนครแหลมฉบัง นายวันชัย พุ่มเมือง ประธานสภาเทศบาลนครแหลมฉบัง 

โดยทางวัดจุกกะเฌอได้มีการแบ่งหน้าที่ของแผนกต่างๆ ไว้แล้วเช่น แผนกอำนวยการ แผนกปฎิคม แผนกการเงิน-บัญชี แผนกสถานที่ แผนกรักษาความปลอดภัย แผนกจราจร โดยได้มีการระบุผู้ที่รับผิดชอบไว้ในเบื้องต้นแล้ว โดยงานนี้ทางวัดจุกกะเฌอและกรรมการวัดต้องเตรียมการทุกอย่างให้พร้อม เพราะงานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิต ไม่ใช่การจัดงานวัดทั่วไป จะมีผู้คนจากทั่วสารทิศมาทำบุญ จึงต้องเตรียมทุกด้านให้เพียงพอ ทั้งที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งจตุปัจจัยที่ทางวัดจุกกะเฌอได้จากการผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตรในครั้งนี้จะนำไป สมทบทุนจัดสร้างรูปเหมือน “หลวงปู่เริ่ม ปรโม” อดีตเจ้าอาวาสวัดจุกกะเฌอ และพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เคารพ และศรัทธาของชาวจังหวัดชลบุรี ขนาดหน้าตัก 9 เมตร สูง 11 เมตร ซึ่งองค์ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ซึ่งพุทธศาสนิกชนชาวพุทธท่านใดที่ไม่มีเวลาเดินทางมาร่วมงานผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิตรในครั้งนี้ได้ถ้าอยากจะร่วมทำบุญสามารถร่วมทำบุญได้ที่ บัญชีของวัดจุกกะเฌอ ชื่อธนาคารกรุงไทย สาขาสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ บัญชีเลขที่ 454-0-37730-2 

พระอธิการจาลึก สญญฺโต เจ้าอาวาสวัดจุกกะเฌอ กล่าวว่า การฝังลูกนิมิตนี้มีชื่อเรียกเป็นทางการอีกอย่างหนึ่งว่าการ “ผูกพัทธสีมา” (ซึ่งก็แปลว่า เขตทำสังฆกรรมที่กำหนดตามพุทธานุญาต) โดยปัจจุบันจะเริ่มจากพระสงฆ์ ประชุมพร้อมกันในโบสถ์ เพื่อทำพิธี สวดถอน มิให้อาณาบริเวณที่จะกำหนดนี้ ไปทับที่ที่เคยเป็นสีมา หรือเป็นที่ที่มีเจ้าของครอบครองอยู่ก่อน เมื่อพระสงฆ์สวดถอนเป็นแห่งๆ ไปตลอดสถานที่ ที่กำหนดเป็นเขตแดนทำสังฆกรรมแล้วว่า มีอาณาเขตเท่าใด จากนั้นจะต้องไปขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เพื่อให้ที่ดินบริเวณนั้นเป็นสิทธิ์ของสงฆ์ ที่เรียกว่าขอ วิสุงคามสีมา (คือเขตที่ได้พระราชทานแก่สงฆ์ เพื่อใช้เป็นที่ทำสังฆกรรม) เป็นการแยกส่วนบ้านออกจากส่วนวัด ( วิสุง แปลว่า ต่างหาก คาม แปลว่า บ้าน) การที่ต้องขอพระบรมราชานุญาตเพราะถือว่า พระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของแผ่นดิน การจะกระทำใดบนพื้นแผ่นดินจึงต้องขอพระบรมราชานุญาตก่อน โดยทั่วไป ลูกนิมิตที่ใช้ผูกสีมาจะมีจำนวน 9 ลูก โดยฝังตามทิศต่างๆ โดยรอบอุโบสถทั้ง 8 ทิศๆ ละ 1 ลูก และฝังไว้กลางอุโบสถอีก 1 ลูกเป็นลูกเอก เมื่อจะผูกสีมาพระสงฆ์จำนวน 4 รูป ก็จะเดินตรวจลูกนิมิตที่วางไว้ตามทิศต่างๆ 

โดยเริ่มตั้งแต่ทิศตะวันออกเป็นต้นไป เรียกว่า สวดทักสีมา จนครบทุกทิศและมาจบที่ทิศตะวันออกอีกครั้ง เพื่อให้แนวนิมิตบรรจบกัน เมื่อสวดทักนิมิตจบแล้ว ก็จะกลับเข้าไปประชุมสงฆ์ในอุโบสถ และสวดประกาศสีมาอีกครั้ง หลังจากนั้นก็จะทำการตัดลูกนิมิตลงหลุมเพื่อกลบ แล้วสร้างเป็นซุ้มหรือก่อเป็นฐานตั้งใบสีมาต่อไป ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าปัจจุบันใบสีมานี้ ได้กลายเป็นเครื่องหมายบอกเขตของโบสถ์แทนลูกนิมิต ที่เป็นเครื่องหมายเดิมที่ถูกฝังอยู่ข้างใต้ไปแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของความสวยงาม หรือการออกแบบในภายหลังก็ได้ อนึ่ง ลูกนิมิตที่ใช้ฝังตามทิศต่างๆ นี้ มีผู้เปรียบว่าเป็นเสมือนองค์พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์สาวกสำคัญๆ กล่าวคือ ลูกนิมิตที่ฝังทาง ทิศตะวันออก หมายถึง พระอัญญาโกณฑัญญะ ซึ่งได้ชื่อว่า ผู้รู้ราตรีกาลนาน คือ มีความรู้มาก ผ่านโลกมามาก, 

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ หมายถึง พระมหากัสสปะ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ทรงธุดงค์คุณ, ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หมายถึง พระราหุล ผู้เป็นเลิศทางการศึกษา, ทิศใต้ หมายถึง พระสารีบุตร ผู้เลิศในทางปัญญา, ทิศเหนือ หมายถึง พระโมคัลลานะ ผู้เลิศทางฤทธิ์, ทิศตะวันตก หมายถึง พระอานนท์ ผู้เลิศในทางพหูสูต, ทิศตะวันตกเฉียงใต้ หมายถึง พระอุบาลี ผู้เลิศในทางวินัย และ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หมายถึง พระควัมปติ ผู้เลิศในทางลาภและรูปงาม 

ส่วนลูกนิมิต กลางโบสถ์ ก็คือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเหตุที่ในสมัยก่อน การที่จะสร้างโบสถ์ได้หลังหนึ่งๆ หรือแม้จะซ่อมแซมโบสถ์เก่าให้สวยงามขึ้นมิใช่เรื่องง่าย และต้องใช้ระยะเวลานานมาก ดังนั้น จึงเชื่อกันว่า หากใครได้มีโอกาสทำบุญ “ฝังลูกนิมิต” หรือพูดง่ายๆ ว่าได้ร่วมสร้างโบสถ์ให้พระได้ใช้ทำสังฆกรรมนั้น จะมีอานิสงส์ถึง 6 ประการด้วยกัน คือ 1. ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บทุกชาติ ปราศจากอุปัททวะ (อุ-ปัด-ทะ-วะ สิ่งอัปมงคล) ทั้งหลาย 2. ไม่เกิดในตระกูลต่ำ 3. หากเกิดในมนุษย์โลก ก็จะเกิดเป็นท้าวพระยามหากษัตริย์ 4. หากเกิดในเทวโลก ก็จะเกิดเป็นท้าวสักกเทวราช 5. จะสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีผิวพรรณผ่องใส และ 6. มีอายุยืนนาน และมักจะใส่สมุด ดินสอ เข็มและด้ายลงไปในหลุมที่ฝังลูกนิมิตด้วย เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้มีความจำดี มีปัญญาเฉียบแหลมเหมือนเข็ม และมีความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเหมือนความยาวของด้าย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

องค์การสวนสัตว์ส่ง‘นกกาฮัง’กลับบ้าน‘ดอยหลวงเชียงดาว’ในรอบ 20 ปี

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703066

องค์การสวนสัตว์ส่ง‘นกกาฮัง’กลับบ้าน‘ดอยหลวงเชียงดาว’ในรอบ 20 ปี

องค์การสวนสัตว์ส่ง‘นกกาฮัง’กลับบ้าน‘ดอยหลวงเชียงดาว’ในรอบ 20 ปี

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.50 น.

องค์การสวนสัตว์ส่ง‘นกกาฮัง’กลับบ้าน‘ดอยหลวงเชียงดาว’ในรอบ 20 ปี

9 มกราคม 2566 ที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย , นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ , นายกฤตภาส ขันทะธงสกุลดี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ , นายสงัด บูรณภัทรโชติ นายอำเภอเชียงดาว , นายณัฐกุล ขันทะสอน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว , คณะผู้บริหารองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย , ดร.วรพัฒน์ อรรถยุกติ ประธานมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก , หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ-เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่ภาคเหนือ , องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น , หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐ , ผู้นำชุมชน , ผู้นำโรงเรียน , ตัวแทนชาวบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันเปิดโครงการ “การทดลองปล่อยนกกาฮังคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในเขตพื้นที่ภาคเหนือ” ภายใต้แนวคิด “นกกาฮัง ปิ๊กบ้าน”

ทั้งนี้ การนำนกกาฮังที่ได้รับการฟื้นฟูพฤติกรรมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของกระบวนการในการฟื้นฟูประชากรนกเงือกขนาดใหญ่ขึ้นใหม่อีกครั้ง ภายหลังการสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคเหนือมานานนับ 20 ปี 

จากความสำเร็จขั้นต้นของการนำนกกาฮังคู่แรก ที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคเหนือ ณ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ. ลำปาง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งนกที่ทำการทดลองปล่อยยังคงสามารถอาศัยอยู่ได้ในพื้นที่ป่าธรรมชาติ  คณะผู้วิจัยของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าในพื้นที่ภาคเหนือกว่า 6 แห่ง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาวิจัย การทดลองปล่อยนกกาฮังคืนสู่ธรรมชาติฯ เป็นครั้งที่ 2 ณ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ของสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว (พื้นที่บริเวณดอยหลวงเชียงดาว) ขึ้น ซึ่งถือเป็นนกกาฮังคู่แรก ที่ทำการทดลองปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอย่างเป็นทางการในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่         

นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าปัจจุบันการแพร่กระจายของนกกาฮังในประเทศไทยอยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทั้งนี้พบว่า บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น พื้นที่ทางภาคเหนือ นกกาฮังได้สูญหายจากธรรมชาติไปหมดสิ้นในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมา ทั้งนี้ทางองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ที่มีพันธกิจหลักทางด้านการอนุรักษ์ วิจัยพันธุ์สัตว์ป่าหายากทั้งในถิ่นอาศัยและนอกถิ่นอาศัย ได้ดำเนินความพยายามในการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ จนมีจำนวนประชากรบางส่วนที่เพียงพอต่อการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติเพื่อประโยชน์ในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ 

สำหรับ “นกกาฮัง” นั้นถือเป็นนกเงือก 1 ใน 13 ชนิดที่พบในประเทศไทย จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และอยู่ในบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)  เมื่อพิจารณาถึงความสำคัญที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และเป็นชนิดพันธุ์ที่มีความโดดเด่น ดึงดูดความสนใจของสาธารณะชนทั่วไปในการสร้างให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ป่าหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทยได้ จึงมีแนวคิดริเริ่มในการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรนกเงือกขนาดใหญ่ขึ้นในพื้นที่อนุรักษ์ภาคเหนือของประเทศไทย

ทั้งนี้ตามแผนระยะที่ 1 ทางโครงการวิจัยฯ มีแผนการทดลองปล่อยนกกาฮังคู่แรกคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง และคู่ที่สอง ณ พื้นที่ป่าอนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 2 ใน 6 เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อศึกษาการใช้พื้นที่เชิงนิเวศ การกระจาย และการอยู่รอดได้ในพื้นที่ โดยจะทยอยปล่อยเพิ่มเติมเป็นระยะๆ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคเหนือแห่งต่าง ๆ รวมถึงจะมีการดำเนินงานติดตามภายหลังการทดลองปล่อยที่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติของ IUCN SSC และ AZA ในการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติที่เป็นไปตามหลักทางวิชาการสากลในอีกหลายปีข้างหน้าต่อไป

จึงถือเป็นวาระสำคัญที่อยากให้เยาวชนและประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์  รวมถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยกันอนุรักษ์นกกาฮังที่เป็นหนึ่งในนกเงือกขนาดใหญ่ของไทยนี้ ให้สามารถคงอยู่คู่กับจังหวัดเชียงใหม่ ดินแดนแหล่งต้นกำเนิดวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ารวมถึงมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันสมบูรณ์ ทั้งนี้ดอยเชียงดาว” จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ของโลกจากยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย

สำหรับ นกกาฮัง 1 คู่ ที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในวันนี้ได้รับการตั้งชื่อตัวเมียชื่อ “ปิ๊ก” ภาษาพื้นเมืองแปลว่า กลับ ตัวผู้ ชื่อ “ป่า” เรียกรวมว่า ปิ๊ก ป่า หมายความว่า กลับป่า หรือกลับบ้านที่ป่าเป็นที่เรียบร้อย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ดอกนางพญาเสือโคร่ง’ภูหินร่องกล้าฯ เริ่มบานแล้ว ไปจนสิ้นสุดฤดูหนาวนี้

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703046

'ดอกนางพญาเสือโคร่ง'ภูหินร่องกล้าฯ เริ่มบานแล้ว ไปจนสิ้นสุดฤดูหนาวนี้

‘ดอกนางพญาเสือโคร่ง’ภูหินร่องกล้าฯ เริ่มบานแล้ว ไปจนสิ้นสุดฤดูหนาวนี้

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.17 น.

ดอกนางพญาเสือโคร่ง เริ่มบานเป็นสีชมพูบนโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า คาดปลายสัปดาห์นี้ต้นอื่นๆจะเริ่มทยอยบานเป็นสีชมพูเต็มหน่วย รอรับนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม ขณะที่ทุ่งดอกกระดาษบานเต็มที่หลากสีสวยงามและจะบานให้ชมยาวๆ ไปจนสิ้นสุดฤดูหนาวนี้

วันที่ 9 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ม.10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ต้นนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งเป็นที่ชมพูต้นแรก ที่บริเวณหน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ต้นอื่นกว่า 20 ต้นทั่วทั้งหน่วยที่สลัดใบทิ้งตั้งแต่ช่วงปีใหม่ ตอนนี้ปลายกิ่งเริ่มติดช่อดอกตูมๆ เป็นสีชมพูเข้มคาดว่าปลายสัปดาห์นี้จะเริ่มทยอยผลิดอกบานให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามแน่นอน

นายศุภกุล จันทร์ลา นายศุภกุล จันทร์ลา หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ได้กล่าวว่าปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวน ส่งผลให้ต้นนางพญาเสือโคร่งออกดอกล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้หลายสัปดาห์ แต่ขณะนี้ต้นนางพญาเสือโคร่งต้นแรกบริเวณหน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่ ผลิดอกเป็นสีชมพูเต็มต้นแล้ว แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่โซนบ้านพักจึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายแบบใกล้ชิด แต่ต้นอื่นๆ กว่า 20 ต้น

โดยเฉพาะต้นรับแขกที่บริเวณหน้าป้ายโครงการฯ รวมไปถึงบริเวณผาไททานิค ผาบอกรัก บริเวณปลายกิ่งออกดอกตูมเป็นสีชมพูเข้มเต็มกิ่งแล้ว คาดว่าช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ปลายสัปดาห์นี้จะผลิดอกบานเป็นสีชมพูให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันแน่นอน ส่วนต้นอื่นๆตลอดทางเดินบางกิ่ง บางต้นก็เริ่มผลิดอกแล้วเช่นกัน

ขณะที่ทุ่งดอกกระดาษทั้ง 2 แปลง คือบริเวณทางเข้าและบริเวณใต้หน้าผาชมวิว ขณะนี้ดอกบานถึงจุดพีคสวยงาม 100% เต็มทุ่งแล้วและจะยังบานให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามยาวๆ ไปจนถึงสิ้นสุดฤดูหนาว ท่ามกลางสภาพอากาศที่ยังคงหนาวเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงกลางวัน 18-22 องศาเท่านั้น

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวชมความสวยงามของทุ่งดอกกระดาษ หรือดอกนางพญาเสือโคร่งและมวลหมู่ดอกไม้อื่นๆ ก็สามารถเดินทางมาได้ เปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-17.00 น. โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า จะตั้งอยู่บนพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อยู่เลยตัวที่ทำการอุทยานฯ มาประมาณ 3 กิโลเมตร สามารถสอบถามเส้นทาง และข้อมูลอื่นๆ ได้ทาง เพจ Facebook : โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวย แซ่บ เก่ง! ผู้ใหญ่บ้านสาวสอง แห่ง’บ้านภูสวรรค์’จังหวัดเลย

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703045

สวย แซ่บ เก่ง! ผู้ใหญ่บ้านสาวสอง แห่ง'บ้านภูสวรรค์'จังหวัดเลย

สวย แซ่บ เก่ง! ผู้ใหญ่บ้านสาวสอง แห่ง’บ้านภูสวรรค์’จังหวัดเลย

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.15 น.

9 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผู้ติดตามสื่อติ๊กต็อกของ “ผู้ใหญ่ต้อ” หรือนายณัฏฐนนท์ สุดตานนท์ สาวประเภทสอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านภูสวรรค์ ต.เสี้ยว อ.เมืองเลย จ.เลย กำลังประกาศเสียงตามสายแจ้งข่าวสารให้แก่ลูกบ้านได้รับทราบสวยจนสาวๆแท้ชิดซ้าย มีผู้เข้ามาชมจำนวนมาก พร้อมแสดงความคิดเห็นชื่นชมความสวยงามและความสามารถของผู้ใหญ่ต้อกันอย่างคึกคัก

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านภูสวรรค์ เพื่อพิสูจน์ความงามจากตัวจริงของผู้ใหญ่ต้อ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านยังไม่มีป้าย เพราะเพิ่งได้รับการแต่งตั้ง นายณัฏฐนนท์ สุดตานนท์ หรือผู้ใหญ่ต้อ เล่าอย่างฉะฉานว่า ตอนนี้อายุ 30 ปีบริบูรณ์ เป็นสาวประเภทสองเต็มตัวเพิ่งได้รับการเลือกตั้งจากชาวบ้านให้เป็นผู้ใหญ่บ้านเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาษาอังกฤษธุรกิจ การจัดการสำนักงาน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

ก่อนหน้านี้ทำงานฝ่ายการตลาดอยู่ฟู้ดแพนด้าแต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงกลับมาอยู่บ้าน เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือสังคม งานหรือกิจกรรมต่างๆของหมู่บ้าน ชาวบ้านเห็นว่าเป็นคนมีจิตอาสาจึงสนับสนุนให้ลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน แทนคนเก่าที่หมดวาระลงมีเวลาตัดสินใจอยู่เพียง 5 วัน

ลำบากใจเกรงว่าชาวบ้านจะไม่ยอมรับเพราะเราเป็นสาวประเภทสองมีคนโจมตีว่า “อย่าไปเลือกมัน มันเป็นกระเทย” แต่ก็มีกำลังใจจากพ่อแม่และคนรอบข้าง ทำให้ไม่ท้อ กลายเป็นแรงผลักดันให้สู้จนชนะเลือกตั้งชัยชนะของตนถือเป็นเป็นบทพิสูจน์ว่า ได้ทำลายกำแพงความเชื่อทัศนคติดของสังคมเดิมๆ ชาวบ้านเริ่มเปิดกว้าง

ให้การยอมรับคนเพศที่สาม ไม่ว่าจะเป็นกระเทย ทอม ดี้ ตุ๊ด แต๋วเพศไหนก็ได้ ถ้ามีความมั่นใจ เชื่อมั่นในของตนเองแล้วคนก็จะยอมรับเอง เอาความรู้ความสามารถเข้าสู้แล้วความสำเร็จก็จะตามมา ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือน ที่เข้ามารับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านการเป็นสาวประเภทสองไม่เป็นอุปสรรค์ในการทำงานทั้งบู๊ทั้งบุ๋นทำได้หมด มีความสุข สนุกกับงาน ในอนาคตหากพี่น้องประชาชนให้ความสนับสนุนก็อยากทำหน้าที่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป ผู้ใหญ่ต้อคนสวยกล่าว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาถึงจุดนี้แล้ว? แฉด้านมืดแวดวงวิชาการ แค่มีเงินจ่ายก็ใส่รายชื่อร่วมในงานวิจัยระดับนานาชาติได้

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703028

มาถึงจุดนี้แล้ว? แฉด้านมืดแวดวงวิชาการ แค่มีเงินจ่ายก็ใส่รายชื่อร่วมในงานวิจัยระดับนานาชาติได้

มาถึงจุดนี้แล้ว? แฉด้านมืดแวดวงวิชาการ แค่มีเงินจ่ายก็ใส่รายชื่อร่วมในงานวิจัยระดับนานาชาติได้

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.48 น.

มาถึงจุดนี้แล้ว? แฉด้านมืดแวดวงวิชาการ แค่มีเงินจ่ายก็ใส่รายชื่อร่วมในงานวิจัยระดับนานาชาติได้

9 ม.ค. 2566 ผศ.ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Chainarong Setthachua” ระบุว่า “อาชญากรรมทางวิชาการมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ล่าสุดช็อปปิ้งบทความแล้วจ่ายเงินเพื่อให้มีขื่อเป็นผู้แต่ง/ผู้แต่งร่วม ทุก ม.ควรตรวจสอบด่วน”

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2566 ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)โพสต็ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Anan Jongkaewwattana” ระบุว่า “ธุรกิจที่น่ากลัวที่สุดของสังคมวิจัยคือการที่นักวิจัยไป shopping งานวิจัยที่ตัวเองไม่ได้ทำ เช่น ไปอ่านงานที่คิดว่าอยากมีชื่อตัวเองใน paper นั้นๆแล้วใช้เงินไปซื้อตำแหน่งของการเป็นผู้แต่ง หรือ ผู้นิพนธ์ ในงานวิจัย ชื่อแรกก็จะแพงหน่อย ชื่อกลางๆก็จะถูกหน่อย

เมื่อได้จำนวนผู้แต่งครบแล้ว งานวิจัยผีๆนี้ก็ส่งไปตีพิมพ์โดยคนที่จ่ายเงินเป็นผู้แต่งก็จะไปสามารถ claim ผลงานทางวิชาการ หรือ ไปใช้ขอทุนจากหน่วยงานต่างๆเพื่อถอนทุนคืนได้ งานวิจัยที่ออกมาจะมีผู้แต่งแบบหลากหลายสถาบัน หลายประเทศที่ไม่เคยเห็นหน้า หรือรู้จักกันเลย พฤติกรรมแบบนี้ไม่แตกต่างจากการคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นในวงการราชการเลย ที่เสียใจคือ เห็นชื่อนักวิจัยของไทยในงานแบบนี้ด้วย”

จากนั้น ดร.อนันต์ ได้โพสต์ข้อความอีกครั้งในวันที่ 8 ม.ค. 2566 ว่า “วารสารวิชาการที่สามารถพบงานวิจัยผีๆที่วางขายสิทธิ์การเป็นผู้แต่งไม่ได้จำกัดอยู่ในวารสารที่อยู่ในระดับล่างๆเท่านั้น วารสาร Vacuum ของสำนักพิมพ์ Elsevier มีค่า Impact factor สูงถึง 4.11 ก็พบว่าสามารถมีงานวิจัยนำไปลงตีพิมพ์ได้ นอกจากนี้งานวิจัยที่ลงตีพิมพ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Review article แต่เป็น Research article ซึ่งต้องลงข้อมูลทางเทคนิค การวิเคราะห์ผล ตลอดจนการสังเคราะห์งานวิจัยออกมา ซึ่งถ้าผ่านมาให้ลงวารสารระดับนี้ได้ แสดงว่าต้องมีข้อมูลดิบไว้ยืนยันได้ มี lab notebook มายืนยันว่าทำ experiment ไหนใน paper นี้

เมื่อดูรายละเอียดการมีส่วนร่วมของผู้แต่งแต่ละคน โดยเฉพาะผู้แต่งที่มาจากประเทศไทย จะเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆครับที่บุคลากรใน Faculty of Nursing จะสามารถเขียนวารสารวิชาการในหัวข้อเชิงเทคนิคได้ขนาดนี้ และ ยากที่จะเชื่อว่าจะมีเทคนิคส่วนไหนในงานนี้เกี่ยวข้องกับงานด้านพยาบาล หรือ Occupational therapy เลย…แถมหนึ่งในนั้นมีหน้าที่ Funding acquisition หาทุนมาให้คณะผู้วิจัยด้วย!

จุดที่พีคที่สุดคือ corresponding author หรือ ผู้นิพนธ์หลักสำคัญที่สุด เป็นนักวิจัยจากอินโดนีเซีย มาจาก Faculty of Law ซึ่งไม่มีหน้าที่อะไรใน paper นี้เลยจากข้อมูลที่ระบุใน paper เพียงจ่าย $1000 ตามที่ระบุใน website ก็สามารถได้เป็น 1st Author และ Corresponding author ได้ตามต้องการ ปล. ข้อมูลทั้งหมดนี้ผมไม่ได้เป็นคนหาเองด้วยนะครับ แต่เป็นนักวิจัยต่างชาติเอามา post ใน website ที่รวบรวมงานวิจัยต่างๆที่มีปัญหา”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fanan.jongkaewwattana%2Fposts%2Fpfbid0Z1S8q7cgS1hp6adzh833AgzBH9RzZYdAQJQ3nWcXez41KGJnAg4mAdKSzUedQcSdl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,923,372 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เหนื่อยง่าย นอนหงายแล้วอึดอัด อาจเสี่ยง ‘โรคลิ้นหัวใจ’
สีหศักดิ์​ เผยน้ำมันภายในประเทศ​ เริ่มมีเสถียรภาพ ชี้ โอมาน เสนอขายส่วนเกิน แต่ต้องต่อรองราคา
เช็กเลย!เปิดโฉมวิปรัฐบาล ยุครัฐบาลอนุทิน กรวีร์นั่งประธานฯ-ภราดรที่ปรึกษาฯ
'หรั่ง กฤษฎากร'ดับร้อนกลางทุ่งบัว! ขึ้นแท่นพระเอกซีรีส์แฟนตาซี 'เมื่อฉันทะลุมิติ มาในโลกนิยาย ไกรทอง'
งานพรมแดงที่ทั้งโลกแฟชันเฝ้ารอ Disney+ พร้อมถ่ายทอดสดเปิดตัว ‘The Devil Wears Prada 2’
​รัฐบาลเล็งออกพรก. กู้เงิน5แสนล. อ้างเร่งด่วนรับวิกฤต
สีหศักดิ์ เยือนเมียนมา เตรียมหารือ ประธานาธิบดีเมียนมาคนใหม่ ถกแก้ฝุ่นพิษ-อาชญากรรมข้ามชาติ
อนุทิน จ่อตั้ง ทรงศักดิ์ คุมป้องกันภัยพิบัติภาคเหนือ
อึ้ง2ลำจอดแช่คืนเดียว ฟาดกำไร48ล. ตร.เปิดแผนเรือน้ำมัน
ป.ป.ช. เตรียมแถลงเคลียร์ครหา 2 มาตรฐาน พรุ่งนี้ จากเหตุวินิจฉัยทรัพย์สิน รมต. สวนทางคำตัดสินศาล รธน.

Recent Posts

  • คืบหน้าคดีเลือกตั้ง 69 ศาล รธน.สั่งพยานแจงปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ใน 15 วัน
  • รสนา สะกิด เอกนัฏ ใช้ความกล้าหาญ เรียกคืนค่าการกลั่น 14บาท/ลิตร มาลดราคาน้ำมัน
  • นายกฯ เตรียมเปิดงานสงกรานต์พระประแดง ครบรอบ 211 ปีเมืองนครเขื่อนขันธ์
  • ส่องชะตากรรม 10 สส.ส้ม ถ้าศาลรับฟ้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที หากผิดจริงโทษตัดสิทธิตลอดชีวิต
  • เอกนิติ ยัน เพดานหนี้สาธารณะคงเดิม 70% เผย ถกงบประมาณเรียบร้อยยึดหลักเดิม

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d