Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘สกาย-ไอซีที’ผนึกกำลัง‘มจธ.’ เชื่อมทักษะจากชั้นเรียนสู่ปฏิบัติจริง

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712079

‘สกาย-ไอซีที’ผนึกกำลัง‘มจธ.’  เชื่อมทักษะจากชั้นเรียนสู่ปฏิบัติจริง

‘สกาย-ไอซีที’ผนึกกำลัง‘มจธ.’ เชื่อมทักษะจากชั้นเรียนสู่ปฏิบัติจริง

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ในการร่วมกันพัฒนานักศึกษาสู่การเป็น Tech Talent ที่ผ่านการปฏิบัติงานจริงและส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานบัณฑิตหลังจบการศึกษา ตลอดจนสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนางานบริการทางวิชาการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศต่อไปในอนาคต

ตามปณิธานของสกาย ไอซีที ด้านTech Talent Transformation ที่มุ่งสร้าง Tech Talent สายเลือดใหม่เข้ามาเติมเต็ม Tech Ecosystem ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์ดิจิทัลภายในท่าอากาศยาน (Digital Airport Experiences) แก่ผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท พร้อมสนับสนุนการวิจัยและศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับการบริการภายในท่าอากาศยาน

ร่วมกับ Edutainment Socio-Interaction Computing Lab (ESIC Lab) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เพื่อยกระดับการบริการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้พร้อมก้าวสู่การเป็นท่าอากาศยานอัจฉริยะ (Digital Airport) รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ สอดคล้องกับเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ คือ Connecting Thailand

สำหรับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำในประเทศไทยที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน การรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยบริษัทมุ่งเดินหน้าให้บริการโซลูชั่นใหม่ๆ ให้สอดรับกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน พร้อมช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับผู้โดยสารผ่านบริการต่างๆ อาทิ การรวมระบบแอปพลิเคชั่น ระบบรักษาความปลอดภัย และบริการอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) หรือ กล่าวว่า มจธ. มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ สร้างสรรค์งานวิจัย ผลิตบัณฑิต ไปจนถึงร่วมส่งเสริมและสนับสนุนนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมตลอดมา ซึ่งความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง บริษัท สกายไอซีที จำกัด (มหาชน) กับมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ จะเข้ามาช่วยเชื่อมต่อการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับการประยุกต์ใช้จริงได้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมจริงได้เต็มศักยภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศต่อไปในอนาคต

ผศ.ดร.ปริยกร ปุสวิโร ผู้อำนวยการESIC Lab มจธ. กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชนครั้งนี้ สามารถทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นอย่างน้อย 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.การพัฒนานักศึกษาให้มีประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะเพิ่มเติมภายนอกห้องเรียน เพื่อให้นักศึกษามีความพร้อมสำหรับการทำงานที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมได้หลังจากสำเร็จการศึกษา

2.การนำงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้พัฒนาบริการภายในท่าอากาศยาน เพื่อยกระดับท่าอากาศยานให้เป็นประตูด่านแรกของประเทศ ที่จะสร้างประสบการณ์อันดีให้กับนักท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้ ภาคการศึกษามุ่งหวังว่าจะใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของบุคลากรทางภาคการศึกษาที่มี เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องร่วมไปกับภาคอุตสาหกรรม และ 3.การต่อยอดองค์ความรู้และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาท่าอากาศยานอัจฉริยะ

ทั้งนี้ ดร.ปิยนิตย์ เวปุลานนท์ กล่าวว่างานที่สำคัญที่ต้องพัฒนาสำหรับงานบริการอัจฉริยะในท่าอากาศยาน คือ งานพัฒนาด้าน Activating Space for Digital Airport ซึ่งประกอบไปด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น การใช้เครือข่ายการตรวจจับแบบไร้สาย การระบุตำแหน่งผู้โดยสารภายในอาคารท่าอากาศยาน การนำทางผู้โดยสาร การเก็บข้อมูลด้วยเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งอยู่หลากหลายในพื้นที่

การศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ การประมวลผลแผนที่ด้วยระบบคลาวด์ รวมถึงเทคโนโลยีด้านอื่นๆที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นองค์ความรู้ใหม่ๆ รวมไปถึงงานวิจัยในลักษณะสหวิทยาการได้ในอนาคต ทั้งนี้ทุกองค์ความรู้จะเป็นความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อยกระดับ Digital Airport Experiences แก่ผู้โดยสารภายในท่าอากาศยานอย่างรอบด้าน

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘สวทช.’ผนึก‘กรมการขนส่งทางราง’และ‘สทร.’ หนุนผลิตชิ้นส่วนทดแทน ยกระดับอุตสาหกรรมระบบราง

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712072

สกู๊ปพิเศษ : ‘สวทช.’ผนึก‘กรมการขนส่งทางราง’และ‘สทร.’ หนุนผลิตชิ้นส่วนทดแทน ยกระดับอุตสาหกรรมระบบราง

สกู๊ปพิเศษ : ‘สวทช.’ผนึก‘กรมการขนส่งทางราง’และ‘สทร.’ หนุนผลิตชิ้นส่วนทดแทน ยกระดับอุตสาหกรรมระบบราง

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. กระทรวงคมนาคม ร่วมลงนามความร่วมมือการขับเคลื่อนการวิจัยพัฒนา นวัตกรรมด้านมาตรฐานและการทดสอบ สำหรับผลิตภัณฑ์ในระบบราง เพื่อการยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการพัฒนาด้านระบบรางในประเทศไทย ที่อาคารแชมเบอร์ 10 เมตร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า เทคโนโลยีระบบรางเป็นหนึ่งในระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ที่สำคัญยิ่ง เนื่องจากขนส่งผู้โดยสารจำนวนมาก และสามารถลดเวลาในการเดินทางได้จริง โดยประเทศไทยเอง ได้มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้อย่างมหาศาล ทั้งในกรุงเทพมหานคร ตามเมืองในภูมิภาคต่างๆ เช่น เชียงใหม่ภูเก็ต ขอนแก่น โคราช ฯลฯ ตลอดจนการพัฒนาระบบรถไฟรางทางคู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าในระยะทางไกลที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงระบบรางรถไฟทางไกลสมัยใหม่ อาทิ รถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และมีแผนพัฒนาอีกหลายเส้นทางตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่กระทรวงคมนาคมได้วางเป้าหมายและดำเนินการให้ระบบรางเป็นโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศ และเป็นผู้นำด้านระบบรางในภูมิภาค

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าว เพื่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางให้กับประเทศอย่างยั่งยืน ทำให้ประเทศไทยมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระบบราง และการยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตประชาชนด้านการขนส่งและการเดินทาง จำเป็นต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานด้านวิเคราะห์ทดสอบมาตรฐานเป็นปัจจัยสำคัญ

สวทช. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง จึงได้ให้ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PTEC ซึ่งมีความพร้อมด้านการทดสอบผลิตภัณฑ์ในระบบขนส่งทางรางในระดับสากล และได้รับการรับรองระบบคุณภาพ ISO/IEC17025 เรียบร้อยแล้ว เป็นห้องปฏิบัติการทดสอบชิ้นส่วนรถไฟประเภทไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อาณัติสัญญาณของระบบรถไฟ ระบบสื่อสาร และด้านประสิทธิภาพการใช้งานต่างๆ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมปัจจุบันที่ต้องการปรับรูปแบบจากผลิตภัณฑ์แบบเดิมไปสู่การผลิตชิ้นส่วนเพื่อใช้ทดแทนในระบบขนส่งทางรางที่จะมีความต้องการมากขึ้น

นอกจากการทดสอบผลิตภัณฑ์ของระบบรางในห้องปฏิบัติการทดสอบแล้ว PTEC ยังมีประสบการณ์ในการทดสอบการรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (Electro magnetic
Compatibility : EMC) สำหรับรถไฟมาแล้วมากกว่า20 ปี โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่การสำรวจการรบกวนแม่เหล็กไฟฟ้าของระบบควบคุมและโทรคมนาคมตลอดเส้นแนวราง ที่พาดผ่านสถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาล เสาโทรคมนาคม เสาวิทยุโทรทัศน์ ธนาคาร ระบบสัญญาณไฟจราจรบนถนน ซึ่งสถานที่ต่าง ๆ นี้ มีความเสี่ยงในการรบกวนสัญญาณควบคุมของระบบรถไฟด้วย โดยที่ผ่านมา PTEC ได้ดำเนินการทดสอบสำหรับรถไฟหลายเส้นทางแล้ว เช่น สายสีม่วง สายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีแดง สายสีทอง รวมถึงรถไฟฟ้า BTS อีกด้วย

ทั้งนี้ เพื่อให้ครอบคลุมการทดสอบระบบรางนอกห้องปฏิบัติการมากยิ่งขึ้นตามข้อกำหนดด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ (EHIA) ตามแนวทางสากล ซึ่งในปี 2566 สวทช. จึงให้ PTEC ทำการขยายขอบข่ายการทดสอบจากด้าน EMC โดยเพิ่มการทดสอบด้านการทดสอบเสียง (sound acoustic) เมื่อขบวนรถไฟวิ่งผ่านพื้นที่ชุมชน เพื่อกำหนดจุดวาง กำแพงกั้นเสียง ลดเสียงดังและการทดสอบแรงสั่นสะเทือนบนขบวนรถไฟขณะเคลื่อนที่ (rolling stock vibration) เพื่อให้ผู้โดยสารมีความสะดวกและปลอดภัยตลอดการเดินทาง

“ที่ผ่านมา สวทช. ร่วมเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานต่างๆ รวมถึง กรมการขนส่งทางราง และ สทร. รวมทั้งส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือร่วมกับภาคเอกชนที่มีความพร้อมและสนใจเข้ามาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยจะเน้นการนำความรู้ ความสามารถในการวิจัยพัฒนา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ที่ สวทช. มี ให้เกิดขึ้นจริงและใช้ประโยชน์จริง เพราะ สวทช. ถือเป็นขุมพลังหลักของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งเครื่องมือ บุคลากร และบริการที่พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการนำ วทน. ไปช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมระบบรางภายในประเทศและในภูมิภาค” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

ดร.สันติ เจริญพรพัฒนา ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์

ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะรับรองและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางขึ้นในประเทศไทย โดยใช้หลักการ “Thai First : ไทยทำ ไทยใช้” ของกระทรวงคมนาคม เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งกระทรวงคมนาคมเลือกที่จะใช้แรงงานขั้นสูงและคนไทยเป็นผู้ก่อสร้างงานโยธา เพื่อให้เกิดการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบขนส่งทางรางโดยคนไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและลดการจ้างที่ปรึกษาจากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

“เรามี PTEC ของ สวทช. ซึ่งมีทรัพยากรจำนวนมากและบุคลากรที่มีความรู้ ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทดสอบที่ทันสมัย องค์ความรู้ใหม่และเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ จะเข้ามาช่วยการพัฒนาระบบรางเพื่อลดการนำเข้าเทคโนโลยี ให้เราควรจะยืนอยู่ด้วยเทคโนโลยีของคนไทย ทั้งการซ่อม การสร้างและใช้เทคโนโลยีของประเทศไทย ตามนโยบาย Thai First ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเราควรจะเริ่มต้นและเรียนรู้กับเทคโนโลยีเหล่านี้” อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อ สวทช. และ สทร. และกรมการขนส่งทางราง ร่วมกันน่าจะเป็นสิ่งที่ดีในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมระบบรางในประเทศ เมื่อกรมการขนส่งทางรางออกมาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานการผลิตแล้ว ทาง สวทช. มีองค์ความรู้และวิธีการวิเคราะห์ทดสอบที่ได้มาตรฐานสากล ทาง สทร. ก็สามารถมาบูรณาการความรู้เหล่านี้เข้ามาเพื่อทำงานร่วมกันได้ เพื่อลดการนำเข้าและลดการจ่ายเงินตราต่างประเทศ ที่สำคัญคือคนไทยได้ความรู้เหล่านี้ มีมูลค่าที่เกิดขึ้นกับคนไทย ทั้งมูลค่าการจ้างงาน การผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมระบบรางได้ เป็นมูลค่าเพิ่มที่ลดการนำเข้าได้เป็นอย่างดี

ดร.สันติ เจริญพรพัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. กล่าวว่า สทร. ยึดเป้าหมายของประเทศในการขนส่งทางรางจาก 15% เป็น 40% ในอนาคต ซึ่ง สทร. ไม่สามารถดำเนินการได้โดยองค์กรเดียว หากขาดหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม เพื่อดำเนินการร่วมกัน ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีในการซ่อมบำรุง การส่งเสริมการวิจัยเพื่อผลิตชิ้นส่วนในประเทศ และระบบทดสอบและรับรองมาตรฐานซึ่งทาง PTEC สวทช. มีความเชี่ยวชาญในระบบทดสอบมาตรฐานที่ได้มาตรฐานสากล ความร่วมมือในการดำเนินงานขับเคลื่อนการวิจัยพัฒนา นวัตกรรมด้านมาตรฐานและการทดสอบ สำหรับผลิตภัณฑ์ในระบบรางเพื่อการยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการพัฒนาด้านระบบรางในประเทศไทย

“สิ่งสำคัญคือ ผู้ประกอบการ เวลาจะใช้ชิ้นส่วนใดก็จะอ้างอิงระบบมาตรฐานในการทดสอบ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมากในการร่วมมือกับ PTEC สวทช. ครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการผลิตชิ้นส่วนทดแทนที่ได้มาตรฐาน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมระบบรางในประเทศให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตามเป้าหมาย Thai Frist ของกระทรวงคมนาคมต่อไป”ผู้อำนวยการ สทร. กล่าว

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สางปมบุหรี่ไฟฟ้า…หลากปัญหารอวันแก้

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712097

สกู๊ปพิเศษ : สางปมบุหรี่ไฟฟ้า...หลากปัญหารอวันแก้

สกู๊ปพิเศษ : สางปมบุหรี่ไฟฟ้า…หลากปัญหารอวันแก้

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ที่จริงเรื่องบุหรี่ไฟฟ้ามีประเด็นให้วิวาทะกันมาพอสมควรแต่มาดังเป็นพลุแตกอีกครั้งก็เพราะดาราไต้หวัน ถูกตำรวจสน.ห้วยขวางที่ตั้งด่านตรวจจัดให้เธอถ่ายรูปคู่กับบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนซื้อหรือนำเข้ามาจนนำไปสู่เรื่องราวตำรวจเตารีดบานปลายเสื่อมเสียวงการตำรวจไปแล้ว

มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมโฟกัสกรุ๊ปเรื่อง “สางปม บุหรี่ไฟฟ้า…หลากปัญหา รอวันแก้” เมื่อเร็วๆ นี้ มีสื่ออาวุโสผู้ลึกซึ้งด้านงานสุขภาวะอย่าง วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ สื่อมวลชนอาวุโส ดำเนินรายการ

ผู้คร่ำหวอดในการรณรงค์เรื่องบุหรี่อย่าง นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ชี้ว่าบนโลกใบนี้ 32 ประเทศ เป็นอย่างน้อยมีกฎหมายห้ามเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า สะท้อนให้เห็นว่าทั่วโลกตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้ามีข้อมูลชัดเจนว่าเด็กทั่วโลกสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งเด็กมัธยมปลายอเมริกัน นิวซีแลนด์ รวมทั้งเด็กมัธยมต้นของไทย อายุ 13-15 ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มจาก 3.3% ในปี 2558 เป็น 8.1% ในปี 2564 บุหรี่ไฟฟ้าก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพราะละอองลอยมีสารโลหะหนักหลายชนิด เช่นเหล็ก ทองแดง นิกเกิล สังกะสี โครเมียม และตะกั่ว รวมทั้งสารนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสมองเด็กและวัยรุ่น

“บุหรี่ไฟฟ้าหลายยี่ห้อมีสารนิโคตินเท่ากับสูบบุหรี่ 20 มวนและบางยี่ห้อมีสารนิโคตินเท่ากับการสูบบุหรี่ถึง 50 มวน”หมอประกิตย้ำข้อมูลที่น่าตกใจ

ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ยังพูดถึงข้ออ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่มวนว่าไม่เป็นความจริง เรื่องนี้องค์การอนามัยโลก ยังไม่มีข้อสรุป ส่วนองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกายืนยันว่าไม่เคยรับรองให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ เช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย สอดคล้องกับงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2564-2565 ไม่มีข้อสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ได้ มิหนำซ้ำยังพบว่า 60% ของคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่กลับมาสูบบุหรี่ชนิดมวนใหม่ ปัญหาใหญ่สุดของบุหรี่ไฟฟ้าคือทำให้เด็กที่ไม่เคยสูบบุหรี่เข้ามาสูบบุหรี่ไฟฟ้าและเด็กที่เริ่มต้นสูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงที่จะสูบบุหรี่ธรรมดามากกว่าเด็กที่ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า 2-4 เท่า ส่วนคนที่เลิกสูบบุหรี่ไปแล้วก็กลับมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทน อยากให้สื่อมวลชนช่วยกันเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องผ่านการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ ที่เข้าถึงเด็กและเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่เสียงสะท้อนจากคนบังคับใช้กฎหมายอย่างนายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการส่วนบังคับคดี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค บอกว่ามีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เช่น คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 ออกตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ยังมีประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่ และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 244 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 246 วรรคหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่ปัญหาใหญ่ที่สคบ.สะท้อนก็คือมีการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศจากรายใหญ่ประมาณ 10 ราย แล้วนำมากระจายขายทั่วประเทศทั้งออฟไลน์และออนไลน์ซึ่งเด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ ขณะนี้ได้ส่งข้อมูลไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ให้บังคับใช้กฎหมายถึง 300 website ส่วนในกทม. สคบ.สนธิกำลังจับกุมผู้ขายในกทม. ที่ตลาดคลองถมถึง 13 ครั้ง หลังจากนั้นก็กลับมาขยายอีก ถ้าจะจัดการปัญหานี้จะต้องแก้ที่ต้นน้ำคือรายใหญ่ที่ลักลอบนำเข้าซึ่งตอนนี้ได้คุยกันหลายหน่วยงานแล้วว่าจะนำกฎหมายฟอกเงินเงินมาใช้บังคับ

“สคบ.เคยได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองหลายคนว่าพบแท่งรูปร่างแปลกๆ ในกระเป๋านักเรียนของลูกและพบว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้า” ผอ.เลิศศักดิ์เผยข้อมูลชวนสะดุ้งสำหรับผู้ปกครอง

วันนั้นสื่อมวลชนได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอทางแก้ปัญหาไว้อย่างน่าสนใจทั้งการสื่อสารข้อมูล องค์ความรู้ต่างๆที่แสดงให้เห็นพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากกว่านี้ เพราะเปิดเข้าไปดูที่ไหนก็มักจะเห็นแต่ด้านดีมากกว่าด้านลบ เช่น สูบแล้วดี เท่ ช่วยลดหรือเลิกบุหรี่แบบมวนได้ หรือกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาให้ได้ผลไปถึงผู้มีอำนาจหรือฝ่ายการเมืองก็อาจจะต้องอาศัยคนที่ส่งเสียงดังแล้วคนฟังอย่าง คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายต้องช่วยส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองและนักการเมืองที่กำลังหาเสียงกันอยู่ในขณะนี้ว่าเราไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า กัญชาเสรี หรือกาสิโนถูกกฎหมาย สุดท้าย นายอภิวัชร์ เกตุทัต ประธานมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะสรุปว่า ฟังทุกฝ่ายแล้วจำเป็นต้องจับมือกันเป็นเครือข่ายทั้งการให้ข้อมูลกับสังคมและร่วมกันขับเคลื่อนผลักดัน มาตรการและนโยบายต่อไป

จบการประชุมวันนั้นเลยนึกถึง นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ พูดไว้เมื่อ 3 พ.ย.2565 ว่าบริษัทบุหรี่ไฟฟ้าได้แฝงตัวเข้ามาในรัฐสภาและกรรมาธิการถึงขนาดเสนอให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าเสรีแล้ว

หมอประกิต,สคบ. และอีกหลายหน่วยงานคงต้องออกแรงเหนื่อยกันอีกหลายยกล่ะคราวนี้

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใช้วิจารณญาณ! ‘อ.อ๊อด’พิสูจน์กับมือ การหักเหของแสง ได้ภาพแบบเดียวกับ’หมอปลาย’

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712056

ใช้วิจารณญาณ! 'อ.อ๊อด'พิสูจน์กับมือ การหักเหของแสง ได้ภาพแบบเดียวกับ'หมอปลาย'

ใช้วิจารณญาณ! ‘อ.อ๊อด’พิสูจน์กับมือ การหักเหของแสง ได้ภาพแบบเดียวกับ’หมอปลาย’

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.10 น.

ขอให้ใช้วิจารณญาณ! ‘อ.อ๊อด’พิสูจน์กับมือ การหักเหของแสง ได้ภาพแบบเดียวกับ’หมอปลาย’ 

18 ก.พ.66 จากกรณี หมอปลาย พรายกระซิบ ได้โพสต์ภาพถ่ายระบุว่า ถ่ายเองกับมือเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาที่ออสเตรเลีย และ เชื่อว่าถ่ายติดมนุษย์ต่างดาว (อ่านข่าว https://www.naewna.com/likesara/711802/preview )

ขณะที่ อ.อ๊อด หรือ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์และนักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พิสูจน์เรื่องนี้ด้วยตัวเอง อ.อ๊อด บอกว่า มันเป็นการหักเหของแสง เวลาถ่ายรูป เราก็จะเห็นเป็นช่วง สีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง เราจะเห็นช่วงของสี ของแสง แต่ถ้าถ่ายด้วยกล้องสมัย 10 ปีที่แล้ว ถ้าเราดูของเค้าเนี่ย มันก็จะเป็นเหมือนสีรุ้ง แต่ว่าตัวม่วงเนี่ยมันก็จะเยอะหน่อย ก็เลยมองเป็นรูปคน รวมกับตัวต้นไม้ที่อยู่ด้านหลัง มันไม่มีอะไรเลย เป็นการหักเหของแสง บวกกับ การจินตนาการไปเองว่ามันคือมนุษย์ต่างดาว ไม่มีอะไรเลย 

เฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong

เรื่องของสิ่งลี้ลับ UFO วัตถุที่บินได้ อาจารย์ขอบอกว่า เคารพในความเชืื่อ ไม่ลบหลู่ เพราะเป็นสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้   แต่มีความเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้  เมื่อมีชาวเน็ตท่านหนึ่ง โพสต์ภาพ ที่ระบุว่า ถ่ายไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว อ้างว่าเป็นภาพมนุษย์ต่างดาว พร้อมข้อความ “ทั้งกาแล็กซีไม่ได้มีแค่มนุษย์อย่างเดียว” 

เรื่องนี้ ถ้าใครเชื่อว่า เป็นมนุษย์ต่างดาว ก็อาจจะเข้าใจได้ แต่ถ้าพิจารณาภาพถ่ายนี้ดีๆ เป็นการถ่ายภาพย้อนแสงและเราดูตรงบริเวณหัวสีเขียว หรือเหนือสีม่วงจะเป็นเหมือนสีรุ้ง การที่เป็นลักษณะอย่างนั้นก็เป็นการหักเหของแสง ผ่านเลนส์กล้อง ธรรมดานี่เองตามหลักวิทยาศาสตร์  มันจะให้สีม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง เราจะเห็นว่ามีสีม่วง คราม น้ำเงิน ไล่มา แต่บังเอิญ การหักเหของแสงสีม่วงเยอะกว่า ถ้าถ่ายกลับด้านตามแสง ไม่ย้อนแสง ก็จะไม่เห็น คล้ายกันกับภาพถ่ายรุ้งกินน้ำและมีการจินตนาการว่า คือ”มนุษย์ต่างดาว” จึงขอให้ใช้วิจารณญาณ 

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fphutdhawong%2Fvideos%2F934008274427451%2F&show_text=false&width=560&t=0

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รำลึกถึงบุญคุณช้าง! ‘ภูหลวง’ จัดพิธีบวงสวงพญาช้าง-นางผมหอม

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712053

รำลึกถึงบุญคุณช้าง! 'ภูหลวง' จัดพิธีบวงสวงพญาช้าง-นางผมหอม

รำลึกถึงบุญคุณช้าง! ‘ภูหลวง’ จัดพิธีบวงสวงพญาช้าง-นางผมหอม

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.06 น.

วันที่ 18 ก.พ.66 นางสาวพรทิพย์ คล้ายชม นายอำเภอภูหลวง เป็นประธานบวงสวงพญาช้าง เพื่อจัดงานประเพณีพญาช้าง-นางผมหอมร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอภูหลวง ตามประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งชาวภูหลวงได้ทำกันมา และสืบสานตำนานพญาช้าง-นางผมหอม และรักษาไว้ซึ่งประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น และการดำเนินวิถีชีวิตของประชาชนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้คงกับคนภูหลวง 

สำหรับตำนานพญาช้าง-นางผมหอม เป็นความศรัทธาและความเชื่อถือของราษฎรในพื้นที่อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ที่เล่าขานสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน และด้วยความเชื่อว่าวิญญาณของพญาช้าง-นางผมหอม และบริวารยังคงสถิตอยู่บริเวณภูหอ ภูหลวง และสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อ พญาช้าง-นางผมหอม และช้างบริวารในพื้นที่อำเภอภูหลวงและอำเภอใกล้เคียง ภูเรือ ภูกระดึง และอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ (พื้นที่ป่ารอยต่อ) ให้ระลึกถึง บุญคุณช้างที่อยู่คู่ป่าภูหลวง ซึ่งช้างนั้นเป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์ไทย ช้างเป็นสัตว์ที่ดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานานในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สยามประเทศเคยใช้ธงชาติเป็น รูปช้างเผือก ชาวไทยเชื่อกันว่าช้างเผือกเป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์ ช้างเผือกจึงได้รับการยกย่องเสมือนเจ้านายชั้นสูง ปัจจุบันมีรูปปั้นพญาช้าง-นางผมหอม ตั้งอยู่ที่วัดโนนสว่าง บ้านหนองบัว ตำบลภูหอ ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอำเภอภูหลวง ให้ความเคารพสักการบูชา

การจัดงานประเพณีพญาช้าง-นางผมหอม ของชาวอำเภอภูหลวง ร่วมกับหน่วยงานราชการ สภาวัฒนธรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2543 จึงถือเป็นประเพณีสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน 23 ปีแล้ว – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ประกวดมิสแกรนด์ตะลุยเมืองปายโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแม่ฮ่องสอน

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712016

ผู้ประกวดมิสแกรนด์ตะลุยเมืองปายโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแม่ฮ่องสอน

ผู้ประกวดมิสแกรนด์ตะลุยเมืองปายโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังแม่ฮ่องสอน

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.01 น.

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.66 ที่ผ่านมา นางสาวสุทิยา ตาปนานนท์ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน นำ 8 สาวงามผู้เข้าประกวดเดินทางไปร่วมกิจกรรมของกองฯ ที่อำเภอปาย เพื่อถ่ายทำประชาสัมพันธ์โปรโมทแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฯให้แพร่หลาย

นางสาวสุทิยา ตาปนานนท์ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอนได้กล่าวว่า กองประกวดมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงได้นำสาวงามผู้เข้าประกวด เดินทางไปทำกิจกรรมที่อำเภอปาย แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ซึ่งอำเภอปายนั้น ทราบกันดีว่า เป็นที่นิยมชมชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาเที่ยวในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก สร้างรายได้ และเศรษฐกิจให้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน นำสาวงามร่วมกิจกรรมการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่

– วัดน้ำฮู  ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลเวียงใต้ อำเภอปายห่างจากตัวอำเภอไปทางโรงพยาบาลปายประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานของพระอุ่นเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสิงห์สาม (ศิลปะล้านนา) ปางมารวิชัยทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ มีพระเจดีย์สีทองบรรจุอัฐิของพระสุพรรณกัลยา

– จุดชมวิวหยุนไหล เป็นจุดชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกแห่งของ อ.ปาย  ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านสันติชล ตำบลเวียงใต้ ห่างจากหมู่บ้านสันติชล ประมาณ 1.6  กิโลเมตร เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว สามารถมองเห็นทะเลหมอกที่ถูกรายล้อมไปด้วยทิวเขาน้อยใหญ่ และทัศนียภาพบ้านเรือนของเมืองปายที่ถูกปกคลุมด้วยสายหมอก   คำว่าหยุนไหล เป็นภาษาจีนกลาง หมายถึง แหล่งที่เมฆไหลมารวมกัน สามารถชมได้ทั้งฤดูฝนและฤดูหนาว 

– ชุมชนจีนยูนาน บ้านสันติชล เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศจีน และด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมและประเพณี ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของอำเภอปาย หากมาเที่ยวแล้ว พลาดไม่ได้กับการชิมอาหารจีนยูนนาน เช่น ขาหมู หมั่นโถว

– สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ตั้งอยู่ริมถนนสาย 1095 บริเวณกิโลเมตรที่ 88 ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองปาย สะพานแห่งนี้เปรียบเสมือนประตูสู่อำเภอปาย สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทหารประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายลำเลียงเสบียงและอาวุธเข้าไปยังประเทศพม่า ในอดีตสะพานแห่งนี้ถูกสร้างด้วยไม้ แต่หลังจบสงครามได้เผาสะพานไม้นี้ทิ้ง และถูกสร้างขึ้นใหม่โดยใช้สะพานเหล็กจากสะพานนวรัฐของจังหวัดเชียงใหม่มาแทน ถือเป็นอีกหนึ่ง แลนด์มาร์คของปาย

ปิดท้ายด้วย ถนนคนเดินปาย ตั้งอยู่ที่ ตำบลเวียงใต้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในเมืองปายเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก นอกจากของฝาก ของดีต่างๆ ที่มีจำหน่ายมากมายแล้ว ถนนคนเดินปาย ยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟหลายร้าน ให้ได้นั่งทาน ถ่ายรูป เก็บไว้เป็นความทรงจำที่ประทับใจของอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ สาวงามทั้ง 8 จะขึ้นเวทีประชันความสวย ในเวทีประกวดมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน 2023 รอบตัดสิน ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป สามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดและติดตามข่าวผลการประวดได้ ทางเพจ Facebook มิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เผย’บึงอาถรรพ์ดอนปู่ตา’มีคนชอบลองของถูกสังเวยมาแล้วหลายราย

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712009

เผย'บึงอาถรรพ์ดอนปู่ตา'มีคนชอบลองของถูกสังเวยมาแล้วหลายราย

เผย’บึงอาถรรพ์ดอนปู่ตา’มีคนชอบลองของถูกสังเวยมาแล้วหลายราย

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.29 น.

กรณีนายโชคชัย อายุ 50 ปีชาวบ้านหมู่ 5 ต.คำเตย ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ แค็บ สีบรอนซ์ตะกั่ว ทะเบียนนครพนม ประสบอุบัติเหตุแหกโค้งหักศอก ซึ่งเป็นทางเคี้ยวคดไปมา บริเวณเขตพื้นที่ดอนปู่ตา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์มเหศักดิ์หลักเมืองตามความเชื่อของชนเผ่าไทกะเลิง โดยอยู่ห่างชุมชนประมาณ 3 กิโลเมตร อีกทั้งยังเป็นทางไปไร่นาและเป็นทุ่งเลี้ยงวัวเลี้ยงควายของชาวบ้านในฤดูแล้ง โดยนายโชคชัย เสียชีวิตคาเก๋งรถในบึงคำเตย พร้อมกับเพื่อนที่อยู่ต่างตำบล ชื่อนายกาล อายุ 49 ปี อยู่หมู่ 5 ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น.วันที่ 17 ก.พ.66 ที่ผ่านมา ซึ่งการเสียชีวิตครั้งนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นอาถรรพ์ในดอนปู่ตา ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมบรรพบุรุษของชนเผ่ากะเลิงนานนับร้อยปี ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุดวันที่ 18 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังศาลาวัดมเหศรสุภาราม ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายกาล พบว่ามีแขกเหรื่อทยอยไปเคารพศพเพราะทางญาติเตรียมจะฌาปนกิจในวันนี้ โดยหน้าโลงศพมีนางแก้ว อายุ 66 ปี แม่ของนายกาลนั่งอยู่ใกล้ๆ พร้อมเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกคนโตในจำนวนลูก 5 คนและยังไม่มีครอบครัว ทำนาเป็นอาชีพหลัก วันเกิดเหตุมีคนโทรมาบอกรู้สึกช็อกมาก แต่ไม่มีลางบอกเหตุใดๆ 

ต่อจากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านอีกหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 5 ต.คำเคย อ.เมืองนครพนม ซึ่งอยู่ห่างกับ ต.ดงขวาง ประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นบ้านของนายโชคชัย โดยทางญาติกำลังถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุและจะเคลื่อนศพไปฌาปนกิจที่ป่าช้าในเวลาบ่ายนี้ มีนางเวียงสวรรค์ อายุ 47 ปีภรรยาของผู้เสียชีวิตนั่งน้ำตาคลอตลอดเวลาและไม่ขอให้สัมภาษณ์เพราะยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของสามี โดยตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า ไม่มีลางบอกเหตุหรือฝันร้ายแต่อย่างใด

ขณะที่นางใบศรี อายุ 70 ปี แม่ยายของนายโชคชัย เล่าเหตุการณ์เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาว่า ประมาณปี 2553 ลูกสาวตนอายุ 35 ปี ป่วยด้วยโรคจิตเวชต้องทานยาประจำเกิดอาการคลุ้มคลั่งไปกระโดดน้ำในบึงคำเตยเสียชีวิต ส่วนจะเกิดจากอาถรรพ์ดอนปู่ตาหรือไม่นั้นไม่ขอยืนยันและขอร้องอย่าถ่ายภาพตนขณะเล่าเรื่อง

ด้านนายคุณ ประทา อายุ 79 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.คำเตย ปัจจุบันเป็นผู้อาวุโสประจำหมู่บ้าน เล่าในเรื่องเร้นลับของดอนปู่ตาว่า บึงคำเตยอยู่ในพื้นที่ดอนปู่ตา มีน้ำใสเย็นตลอดทั้งปี ความลึกมากกว่า 3 เมตรในบึงแห่งนี้มีปลาอยู่จำนวนมากแต่ไม่มีใครกล้าจับไปปรุงเป็นอาหารเพราะปู่ตาสั่งห้ามใครลงจับสัตว์ในเขตของท่าน ปรากฏว่าคนในหมู่บ้านอยากลองของได้นำแหไปหว่านจับปลาที่บึงแล้วถูกแหพันตัวเองเสียชีวิตในบึง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานเกือบ 30 ปี

นายคุณเล่าต่อว่าในหนึ่งปีจะมีพิธีเลี้ยงปู่ตา 2 ครั้ง ตามปฏิทินจันทคติคือ เดือน 6 และเดือน 12 ท่านถึงจะอนุญาตให้จับปลามาปรุงเป็นอาหารได้เฉพาะวันเลี้ยงปู่ตาเท่านั้น ส่วนกรณีที่นายโชคชัยเสียชีวิตในบึงอาถรรพ์นี้จะเกี่ยวกับสิ่งเร้นลับหรือไม่ตนไม่กล้ายืนยัน แต่ยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุตนเป็นคนหนึ่งที่ไปนั่งกินข้าวเที่ยงที่เถียงนากลางทุ่ง จากนั้นต่างแยกย้ายกันไป แต่ระหว่างนั่งกินข้าวมีโทรศัพท์ของนายโชคชัยดังตลอดเวลาตนได้ถามด้วยความสงสัยนายโชคชัย ตอบว่าเมียโทรมาตามให้กลับบ้านเพราะเป็นห่วง เกรงจะเกิดอันตรายระหว่างทาง ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่เมียนายโชคชัย เป็นห่วงจะเป็นจริงขึ้นมา

ด้านนายธวัชชัย บุตรพันธ์ อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.คำเตย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุได้รับแจ้งจากลูกบ้านก็รีบมาดู พบรถคันดังกล่าวหงายท้องจมน้ำ เห็นเพียงล้อทั้ง 4 ล้อเท่านั้น ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ทราบคร่าวๆ ว่า มีคนเลี้ยงวัวประมาณ 6-7 คนนั่งกินข้าวที่เถียงนาอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เมื่อไปตามให้มาดูต่างยืนยันว่าเป็นรถของนายโชคชัย ตนจึงให้ลูกบ้านลงดำน้ำไปดูปรากฏว่าประตูรถเปิดได้และเห็นร่างคนไปกองรวมกันอยู่ในแค็ปด้านหลัง จึงช่วยกันพลิกรถนำร่างบุคคลทั้งออกมาปั๊มหัวใจเกือบชั่วโมง แต่ไม่สามารถกู้ชีพจรทั้งสองกลับมาได้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องมาตรวจที่เกิดเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ หอดอนปู่ตาอยู่ในวัดเก่าหัวบึง บ้านคำเตย หมู่ 5 ต.คำเตย อ.เมืองนครพนม สถานที่สถิตของปู่ตาทั้ง 4 คือ 1.ปู่คำแดง 2.ปู่คำเหลือ 3.ปู่ลมลัดลมออน และ 4.ท้าวใบ้ โดยชาวบ้าน ต.คำเตย ทั้ง 18 หมู่บ้านต่างมีความเชื่อว่าพิธีเลี้ยงปู่ตาจะทำให้หมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข ลูกหลานจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ค้าขายเจริญรุ่งเรือง และในบึงอาถรรพ์ยังมีเต่าจำนวนมาก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และพาหนะของปู่ตา ถ้าใครมาจับไปกินเชื่อว่าจะมีอันเป็นไปและเกิดอาเพศในหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงได้มีการอนุรักษ์เต่า ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาว – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทพญ.สุนี จึงวิโรจน์’ได้รับการคัดเลือกขึ้นหน้าเว็บไซต์ศิษย์เก่าดีเด่นที่น่าจดจำมหาวิทยาลัยมหิดล

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711994

'ทพญ.สุนี จึงวิโรจน์'ได้รับการคัดเลือกขึ้นหน้าเว็บไซต์ศิษย์เก่าดีเด่นที่น่าจดจำมหาวิทยาลัยมหิดล

‘ทพญ.สุนี จึงวิโรจน์’ได้รับการคัดเลือกขึ้นหน้าเว็บไซต์ศิษย์เก่าดีเด่นที่น่าจดจำมหาวิทยาลัยมหิดล

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.37 น.

“ทพญ.สุนี จึงวิโรจน์” สมาชิกวุฒิสภาทำงานเพื่อรับใช้ชาติและประชาชน ได้รับการคัดเลือกขึ้นหน้าเว็บไซต์ศิษย์เก่าดีเด่นที่น่าจดจำของมหาวิทยาลัยมหิดล

ทันตแพทย์หญิง สุนี จึงวิโรจน์ เริ่มสร้างคุณความดีอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนงานต่างๆ โดยเริ่มจากการเป็นกรรมการจัดหารายได้ให้กับมูลนิธิคณะทันตแพทยศาสตร์มหิดล ช่วยหารายได้ให้แก่มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทยและมูลนิธิช่วยการสาธารณสุขชุมชน เป็นต้น 

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2562 ได้รับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา จึงใช้ความรู้ความสามารถในการทำงานเป็นกรรมาธิการด้านต่างๆ เช่น ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และด้านการประชาสัมพันธ์ โดยมีผลงานในการพิจารณาศึกษาขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านทันตสาธารณสุขไทย เพื่อพิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการแก้ปัญหาการเข้าถึงบริการด้านทันตกรรมของประชาชนไทย ซึ่งมีอัตราการเข้าถึงบริการทันตกรรมที่ต่ำมากเพียง ร้อยละ 8.1 การเข้าถึงบริการด้านทันตกรรมและการจัดการด้านทันตสุขภาพของผู้พิการและผู้สูงอายุ วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค เสนอแนะ และเร่งรัดการขับเคลื่อน การส่งเสริมป้องกันโรคช่องปากและฟัน การพัฒนาการใช้ฟลูออไรด์ งานทันตสาธารณสุขในท้องถิ่น และงานบริการปฐมภูมิในระดับประเทศ พิจารณาศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ทันตกรรม 

การพัฒนาไทยสู้ศูนย์กลางด้านการบริการรักษาด้านทันตกรรมในระดับภูมิภาคและระดับโลก (THAILAND DENTAL HUB) เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางการแพทย์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านทันตกรรมไทย ติดตามและเร่งรัดการขับเคลื่อนการปฏิรูป การพิจารณาแก้ระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านทันตสาธารณสุข เพื่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพ อันนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยในช่วงการระบาดของโรค COVID-19 ทันตแพทย์หญิงสุนีได้เป็นตัวแทนสมาชิกวุฒิสภา มอบเงินช่วยมูลนิธิคณะทันตแพทย์ศาสตร์มหิดล เพื่อนำไปช่วยประชาชนได้ทำฟันอย่างปลอดภัย ในช่วงโควิค-19 อีกด้วย

ทันตแพทย์หญิงสุนีมีคติประจำใจ คือ “ตั้งใจ ขยัน แน่วแน่ ไม่ย่อท้อในการทำงาน ในทุกหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”

ทพญ.สุนี จึงวิโรจน์

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หากินยากลูก’สะแล’1ปีมีครั้งเดียวกิโลกรัมละ 300 บาทนำมาปรุงอาหารสุดอร่อย

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711987

หากินยากลูก'สะแล'1ปีมีครั้งเดียวกิโลกรัมละ 300 บาทนำมาปรุงอาหารสุดอร่อย

หากินยากลูก’สะแล’1ปีมีครั้งเดียวกิโลกรัมละ 300 บาทนำมาปรุงอาหารสุดอร่อย

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.10 น.

วันนี้…พาไปเที่ยวราชบุรีไปชิมเมนูอาหารพื้นบ้านจากลูก “สะแล” ซึ่งเป็นไม้เถาวัลย์เลื่อยนิยมกินกันมากทางภาคเหนือออกลูกปีละ 1 ครั้ง แต่ราคาแพงลิบลิ่วกิโล 300 บาท เพราะหากินยาก

“สะแล” เป็นไม้เถาวัลย์เลื่อยที่หายาก ปลูกยาก ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่ตามป่าเบญจพรรณ มีมากทางภาคเหนือของไทย 1 ปีจะออกดอกออกผลแค่ครั้งเดียว ช่วงฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ลูกสะแลมีผู้คนนิยมนำมาแกงส้มปรุงเป็นอาหารพื้นเมืองของภาคเหนืออร่อยมาก

แต่ที่ “ร้านอาหารกิ๋นลำ” ที่แปลว่า “กินอร่อย” ตั้งอยู่เลขที่ 39/1 หมู่ 5 ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ ผศ.ว่าที่ ร.ต.ดร.วสันต์ นาคเสนีย์ และ ดร.ทัศนีย์ นาคเสนีย์ อาจารย์ประธานสาขาวิชาการท่องเที่ยวและบริการคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี พื้นเพเป็นชาวจังหวัดลำปางได้ปลูกต้นสะแลไว้แค่ต้นเดียวข้างบ้านเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ถือเป็นต้นไม้พื้นถิ่นทางภาคเหนือ ที่ปลูกขึ้นต้นแรกมีให้เห็นใน อ.จอมบึง

โดยอาจารย์ทั้ง 2 ได้ย้ายครอบครัวให้บิดาและมารดามาอยู่ที่ราชบุรีด้วยกัน คุณพ่อชอบปลูกพืชผัก ผลไม้ อยากปลูก อยากกินอะไรก็ปลูกและยังนำต้นสะแลจากภาคเหนือมาทดลองปลูกจนกระทั่งปีนี้ได้ออกดอก ออกลูกเป็นปีแรกดกเต็มต้น ตามกิ่งก้านที่ทอดยาวเลื้อยลงดิน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยคิดว่าคงจะไม่ได้กินแล้ว เพราะด้วยสภาพพื้นที่และภูมิอากาศระหว่างภาคเหนือและภาคกลางแตกต่างกัน

แต่พอมาช่วงปลายปีเริ่มยิ้มออก สะแลเริ่มออกดอกเป็นปีแรก จึงได้ให้มารดาเด็ดนำมาแปรรูปปรุงเป็นอาหาร รสชาติอร่อยเมื่อผสมเครื่องปรุงตามสูตรแกงเหนือและมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เป็นที่นิยมของร้านอาหารที่อยู่ทางภาคเหนือนำไปประกอบเมนูอาหารจำพวกแกงส้มใส่กับซี่โครงหมูอ่อนบริการลูกค้า ทำให้ลูกสะแลมีราคาแพงสูงถึงกิโลกรัมละ 300 บาทจะออกผลผลิตให้เก็บได้ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์เท่านั้นถือเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่หากินได้ยากมากไม่แพ้กับผักหวาน และพืชผักอีกหลายชนิดของทางภาคกลางที่มีหากินได้ปีละครั้งเช่นกัน

อาจารย์ ดร.ทัศนีย์ นาคเสนีย์ เจ้าของร้านกิ๋นลำอาหารเหนือ เปิดเผยว่า สะแลเป็นภาษาเหนือ ส่วนทางภาคใต้อาจจะเรียก ต้นชงแดง ต้นสะแลทางภาคเหนือถือเป็นผักพื้นบ้านที่ค่อนข้างจะหากินยาก จากการสืบค้นพบคุณสมบัติของผักสะแลมีประโยชน์มาก อาทิ มีสารต้านอนุมูลอิสระ สารต้านมะเร็ง จากความเชื่อที่บอกถึงสรรพคุณของผักสะแลชนิดนี้

นางปิยะนันท์ เทพหาร อายุ 66 ปี มารดา เปิดเผยว่า กรรมวิธีการนำลูกสะแลมาทำเป็นแกงส้ม หรือจะนำมานึ่งกินกับน้ำพริกเป็นผักที่ชื่นชอบของคนทางภาคเหนือมาก ลักษณะลำต้นคล้ายเถาวัลย์เลื่อยยาว เด็ดเอาลูกและดอกมาแกง โดยจะมีเครื่องปรุงแกงส้มมีกะปิ หัวหอม กระเทียม ตระไคร้ ปลาร้า ผงนัวนิดหน่อย มะขามดิบ เป็นเครื่องปรุงสำหรับแกงส้ม บางร้านจะขายเป็นห่อ หรือเป็นจานแบ่งขาย จานละ 50 บาท หรือกิโลกรัมละ 300 บาท ตอนนี้ลองนำมาปรุงเมนูแกงส้มขายอยู่ที่ร้านพร้อมกับเมนูอาหารเมืองเหนืออีกหลายอย่างให้ลูกค้าได้ลองรับประทาน ช่วงนี้ยังพอหาเก็บลูกสะแลนำมาปรุงขายได้ แต่หากเลยเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้วคงต้องรอชิมอีกครั้งในปีหน้า 

ส่วนวิธีการทำแกงส้มสะแลจะนำกระเทียม พริก ตะไคร้ กะปิ ใส่ลงในครกโขลกให้พอละเอียดก่อนตักใส่ลงในหม้อที่ได้เคี่ยวกับกระดูกซี่โครงหมูไว้ก่อนแล้วคนให้เข้ากันซึ่งน้ำที่เคี่ยวกับกระดูกหมูจะมีรสชาติออกหวานของน้ำต้มกระดูก จากนั้นรอให้น้ำเดือดแล้วจึงใส่ลูกมะเขือเทศลงไป คนให้เข้ากันแล้วจึงยกลงเพื่อตักเสริ์ฟบริการลูกค้าเริ่มตั้งแต่ชามละ 50 บาทขึ้นไปโดยกลิ่นของเครื่องแกงจะหอมโชยอ่อน ๆ ลักษณะของน้ำจะมีสีคล้ำไม่เหมือนแกงส้มของทางภาคกลาง แต่รสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อยจากมะขามสดที่ใส่ลงไป 

ส่วนเมนูอาหารทางเหนือที่อยากแนะนำจะมีแกงฮังเล ไส้อั่ว ข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว ลาบเหนือ ลาบหมูคั่ว มีผักปลอดสารที่ปลูกเองที่บ้านไว้ลูกค้าได้เลือกรับประทานกับเมนูอาหารมากมาย

นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากลิ้มลองอาหารทางภาคเหนือ ที่นี่มีหลากหลายเมนูมีให้ชิมได้ที่ ร้านกิ๋นลำ อาหารเหนือ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้าไปจนถึง 5 โมงเย็น ส่วนในเขตพื้นที่ อ.จอมบึง สามารถสั่งผ่านฟู้ดแพนด้าได้ หรือสนใจสอบถามรายละเอียด อยากศึกษาเรื่องต้นสะแลสามารถโทรติดต่อได้ที่เบอร์  081-7211107

– 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมจัดยิ่งใหญ่แสงสีเสียง’ต๋ามฮอยศรัทธา ๒๐๐๕ ปี๋เมินมา หกเป็งวันทาไหว้สาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง’

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711984

เตรียมจัดยิ่งใหญ่แสงสีเสียง'ต๋ามฮอยศรัทธา ๒๐๐๕ ปี๋เมินมา หกเป็งวันทาไหว้สาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง'

เตรียมจัดยิ่งใหญ่แสงสีเสียง’ต๋ามฮอยศรัทธา ๒๐๐๕ ปี๋เมินมา หกเป็งวันทาไหว้สาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง’

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.30 น.

เชียงรายเตรียมจัดยิ่งใหญ่การแสดงแสงสีเสียงสื่อผสม “ต๋ามฮอยศรัทธา ๒๐๐๕ ปี๋เมินมา หกเป็งวันทาไหว้สาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พระธาตุดอยตุง ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์  ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ (พระอารามหลวง) พระเซ็งกิม กตสิทโธ เจ้าอาวาสวัดกิ่วกาญจน์ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ เชียงใหม่ นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย  ร่วมกันแถลงข่าว เตรียมจัดการแสดงแสงสีเสียงสื่อผสม “ต๋ามฮอยศรัทธา 2005 ปี๋เมินมา หกเป็งวันทา ไหว้สาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง” ประจำปี 2566 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5  มีนาคม 2566 ในเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป  ซึ่งตรงกับประเพณี สรงน้ำพระธาตุดอยตุง

พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์  ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย  เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ (พระอารามหลวง)  กล่าวว่า สำหรับประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยตุง จัดขึ้นเป็นประจำ ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 4 หรือเดือน 6 เหนือของทุกปี เพื่อเป็นการสืบสาน รักษา และอนุรักษ์เผยแผ่ ส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณีของเหล่าพุทธศาสนิกชนให้มีความมั่นคงและยั่งยืน อีกทั้งเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพราะพระธาตุดอยตุง ถือว่าเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองเชียงราย

ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุดอยตุงสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช กษัตริย์ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์ (ปัจจุบันคืออำเภอแม่จัน) พระมหากัสสปะได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) แล้วมอบให้แก่พระเจ้าอชุตราชได้สร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้นไว้บนดอยแห่งนี้ ดังที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ แล้วจึงได้ให้ทำตุง (ธง) มีความยาว 1,000 วา ปักบนยอดเขา หากตุงปลิวไปถึงที่ใดก็กำหนดให้เป็นฐานของพระเจดีย์ ทั้งนี้พระองค์ได้พระราชทานทองคำให้พวกลาวจกเป็นค่าที่ดิน และให้พวกมิลักขุ 500 ครอบครัวดูแลรักษาพระธาตุ ต่อมาในสมัยเจ้ามังรายนราชแห่งราชวงศ์สิงหนวัติ พระมหาวชิรโพธิเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย 50 องค์ เจ้ามังรายนราชจึงให้สร้างพระเจดีย์อีกองค์ใกล้กับเจดีย์องค์เดิม นับจากนั้นเป็นต้นมาพระธาตุดอยตุงจึงได้มีเจดีย์สององค์มาจนถึงทุกวันนี้

พระเซ็งกิม กตสิทโธ เจ้าอาวาสวัดกิ่วกาญจน์ ผู้ริเริ่มการจัดการแสดงแสงสีเสียงสื่อผสมฯ  กล่าวว่า ในยุคปัจจุบัน การรับสื่อของเกือบทุกคน รวมทั้งเยาวชน และวันรุ่น จะผ่านโซเซียล ทำให้การอ่านหนังสือลดลง จึงมีแนวคิดว่า นำการแสดงแสง สี เสียงสื่อผสมฯ มาจัดแสดงเรื่องพระธาตุดอยตุง ในบทละคร จะเป็นสิ่งเข้าถึงทุกคนได้ง่ายและรวดเร็ว จึงได้กราบนำเรียน ขออนุญาต พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์  ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการ ซึ่งเชื่อว่า การจัดดังกล่าวจะทำให้ทุกคนรู้จักพระธาตุดอยตุงมากขึ้น และเดินทางมาท่องเที่ยว มาขอพร จนเป็นที่มาของการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนตามมา โดยการแสดงจะจัดขึ้นในวันที่ 5 มีนาคม 2566 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ทางด้านนายประจญ ปรัชญ์สกุล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ เชียงใหม่ กล่าวว่า ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก ที่ได้จัดการแสดงแสงสีเสียงสื่อผสม “ต๋ามฮอยศรัทธา 2005 ปี๋เมินมา หกเป็งวันทา ไหว้สาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง”  โดยในวันที่ 5 มีนาคม และ วันที่ 6 มีนาคม 2566  ประกอบด้วยการเดินจาริกแสวงบุญ “เตียวขึ้นดอย ตวยฮอยครูบา ไหว้สาพระธาตุดอยตุง” โดยเริ่มปล่อยขบวนเดินจาริกแสวงบุญ ณ วัดศาลาเชิงดอย ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย  ผู้ร่วมเดินจาริกแสวงบุญจะได้รับเหรียญที่ระลึก  “ 2005  ปีสืบมา หกเป็งล่องฟ้า ไหว้สาพระธาตุดอยตุง ” ออกแบบโดย อาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง  

กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม และการสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น  พิธีตักน้ำทิพย์  พิธีเจริญพระพุทธมนต์ อบรมสมโภช เทศน์สวดเบิก  ณ วิหารวัดน้อยดอยตุง กิจกรรมแสง สี เสียง ณ ลานวัดพระธาตุดอยตุง และในวันจันทร์ที่ 6 มีนาคม 2566 ประกอบด้วยกิจกรรมขบวนน้ำสรงพระราชทาน ผ้าไตรพระราชทาน ผ้าห่มพระธาตุพระราชทาน และเครื่องสักการะ  พิธีถวายเครื่องสักการะ  พระธาตุดอยตุง พิธีนมัสการและสรงน้ำ  พิธีห่มผ้าพระธาตุดอยตุง  พิธีสืบชะตาหลวงล้านนา  พร้อมขบวนชาติพันธุ์ 18 ชาติพันธุ์ ขบวนมวลชนและเครื่องสักการะของส่วนราชการ 18 อำเภอและทุกภาคส่วนรวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,853,884 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ยศชนัน-จุลพันธ์ นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด
เป๊ก เศรณี ตอบชัดความสัมพันธ์กับ แอนโทเนีย หลังลือหนักซุ่มคบกัน
ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
พีระพันธุ์ พลัฏฐ์ เบอร์ 6 ฟังเสียงชาววังบูรพา-พาหุรัด หวังรัฐบาล รทสช. แก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นเศรษฐกิจเขตพระนคร
สมช.โยนปชช.ฟ้องเอง ฟัน‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’
ธนกร ชู อนุทิน นั่งนายกฯ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน ชี้เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศเวลานี้มากที่สุด
บัญชีม้าไม่ใช่ทางลัด เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา ชีวิตอาจพังเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สุชัชวีร์ นำทัพไทยก้าวใหม่ หาเสียงบ้านเกิดระยอง ชูสร้างบ้านพักครูคุณภาพ อาหารเช้าเด็กฟรี
โอ๊ยเล่าเรื่อง  'พนักงานใหม่(โปรดรับไว้พิจารณา)(HUMANRESOURCE)'
คุณแหน : 31 มกราคม 2569

Recent Posts

  • WHO ประเมิน ไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ความเสี่ยงระบาดต่ำ เฝ้าระวังผู้สัมผัสกว่า 190 คน ยังไม่พบติดเพิ่ม
  • เอกสารลับคดีเอปสตีนฉาวอีกระลอก พบอีเมลชวน “ดยุคแห่งยอร์ก” พบหญิงรัสเซียวัย 26 ปี
  • ลุยจิ มันจิโอนี รอดโทษประหาร หลังศาลสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีฆาตกรรมซีอีโอบ.ประกัน
  • ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
  • วงการฮอลลีวูดสูญเสีย “แคทเธอรีน โอฮารา” คุณแม่จาก Home Alone เสียชีวิตวัย 71 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d