‘นิมิต จันทน์วิมล’ขอเป็นมดงานช่วยเสรีรวมไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/365253

‘นิมิต จันทน์วิมล’ขอเป็นมดงานช่วยเสรีรวมไทย

คนในข่าว  :  12 มี.ค. 2562
พรรคเสรีรวมไทย,พลตอเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส,นิมิต จันทน์วิมล

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“พรรคเสรีรวมไทย” ในวันนี้กำลังเร่งเครื่องหาเเต้มเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั่วประเทศในการเลือกผู้เเทนราษฎรครั้งนี้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย หวังที่จะได้ทำหน้าที่ สร.1 ในระบอบประชาธิปไตย ฉะนั้นเพื่อให้ฝันของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์บังเกิด ทุกชีวิตของพรรคเสรีรวมไทยจึงต้องเดินหน้าเต็มสูบ

“นิมิต จันทน์วิมล” อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ตัดสินใจมาช่วยบ้านเมืองอีกครั้งหลังเกษียณราชการไปเเล้วหลายปี โดยคราวนี้อดีตพ่อเมืองนครปฐมคนนี้ขอสวมเสื้อพรรคเสรีรวมไทย เเละลงสมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ช่วงที่นิมิตรับราชการไต่เต้าการทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขตามหน้าที่ของกระทรวงคลองหลอด โดยเฉพาะช่วงเป็นรองพ่อเมืองเเละขึ้นเป็นพ่อเมืองนครปฐมนั้น ชาวบ้านให้ความเคารพเเละเชื่อมั่นนิมิตในการทำหน้าที่ “ที่ต้องปกครองพื้นที่ให้ดี ประชาชนมีความสุข”

'นิมิต จันทน์วิมล'ขอเป็นมดงานช่วยเสรีรวมไทย

“ผมเคยรับราชการที่กระทรวงมหาดไทย เเละเกษียณราชการมาเเล้วระยะหนึ่งก็มาช่วยงานที่พรรค เพราะผมเชื่อมั่นหัวหน้าพรรคตั้งเเต่รับราชการตำรวจเเล้ว หัวหน้าพรรคเป็นคนตรง ตั้งใจช่วยบ้านเมือง ผมเชื่อมั่น จึงมาช่วยงานที่พรรค

ภารกิจที่ผมรับผิดชอบคือดูเเลการเลือกตั้งในส่วนของพรรคเพราะผมเคยรับราชการที่กระทรวงมหาดไทย จึงพอทราบขั้นตอนเเละระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้ผู้สมัครส.ส.ของพรรคนำไปปฏิบัติให้ถูกกฎหมาย

ผมพอใจที่เป็นมดงานตัวเล็กๆ ที่มาช่วยพรรคให้เเข็งเเรง เเละได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านทั่วประเทศ เพื่อให้หัวหน้าพรรคเเละผู้สมัครทุกคนของพรรคไปทำหน้าที่ส.ส.ได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

‘อาทิตย์​ ชุณหชัชราชัย’ หนุนรถ-เรือไฟฟ้าลดมลภาวะเมืองหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/365135

‘อาทิตย์​ ชุณหชัชราชัย’ หนุนรถ-เรือไฟฟ้าลดมลภาวะเมืองหลวง

คนในข่าว  :  11 มี.ค. 2562
ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,อาทิตย์​ ชุณหชัชราชัย,เลือกตั้ง62,พรรคพลังประชารัฐ

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

คนรุ่นใหม่ที่มีดีกรีด้านการเงิน การจัดการเเละตลาดทุน รวมทั้งประสบการณ์การทำงานกับภาคเอกชนเเละกระทรวงการคลัง วันนี้มาร่วมทีมคนรุ่นใหม่ภาค กทม. เเละยังมีชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ “พรรคพลังประชารัฐ”

“อาทิตย์​ ชุณหชัชราชัย” หวังจะใช้ความรู้มาช่วยงานบ้านเมืองในมิติใหม่ๆ จากประสบการณ์ของตัวเองที่อยากให้เมืองหลวงเเละสุขภาพคนกรุงดีขึ้น

“ผมมองว่าปัญหามลภาวะและสุขภาพอนามัยของคนกรุงเทพฯ นั้น ตอนนี้มลภาวะทางอากาศ ค่าฝุ่นละอองในปัจจุบันเกินกว่าค่ามาตรฐานมากกว่า 50 ไมครอน เป็นสาเหตุทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและสุขภาพจิต สาเหตุหนึ่งมาจากยานพาหนะในกรุงเทพฯ จากจำนวนรถยนต์ 4 ล้านคัน จักรยานยนต์ 3.5 ล้านคัน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการสร้างมลภาวะในกรุงเทพฯ ดังนั้นระบบสาธรณูปโภคและระบบการคมนาคมจึงเป็นปัจจัยหลักที่จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

สิ่งหนึ่งที่ผมมีความเห็นว่าจะช่วยได้โดยไม่กระทบต่องบประมาณรัฐมากนักคือการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและเรือไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันต้นทุนในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าและเรือไฟฟ้านั้นลดลงพอสมควร เเละกรุงเทพฯ ควรสนับสนุนจุดจอด charge รถยนต์ไฟฟ้าที่สะดวกสบาย มี Incentive สำหรับรถสาธารณะที่ใช้ระบบไฟฟ้า สนับสนุนการสัญจรการคมนาคมทางน้ำให้มากขึ้นโดยใช้เรือไฟฟ้าวิ่งตามแม่น้ำ อีกทั้งรถไฟฟ้าสายใหม่ที่สถานีใกล้แม่น้ำเพิ่มอีกหลายสถานีรวมถึงเชื่อมต่อเรือเล็กตามคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ และที่สำคัญพัฒนาโป๊ะจอดเรือต่างๆ ให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น และใช้เทคโนโลยีให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร

หากการพัฒนานี้เป็นรูปธรรมได้จริงให้ความสะดวกสบายแก่ประชาชนมากขึ้นคนก็จะสนใจและลดการใช้รถส่วนตัวจะส่งผลต่อการลดมลภาวะ พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่คนเมืองได้โดยตรง”

สมุทรปราการต้องเปลี่ยน! ‘ณัฐพงษ์ รอบคอบ’ พรรคพลังท้องถิ่นไท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/364836

สมุทรปราการต้องเปลี่ยน! ‘ณัฐพงษ์ รอบคอบ’ พรรคพลังท้องถิ่นไท

คนในข่าว  :  8 มี.ค. 2562
ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,ชัชวาลล์ คงอุดม,พรรคพลังท้องถิ่นไท,ดรณัฐ ณัฐพงษ์ รอบคอบ

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

สนามเลือกตั้งในพื้นที่ “จ.สมุทรปราการ” ถือเป็นสมรภูมิการเลือกตั้งที่น่าจับตา เพราะเป็นพื้นที่หมายมั่นของบรรดาพรรคการเมืองขนาดใหญ่ จึงมีสีสันของการแย่งชิงอย่างเข้มข้น ดังนั้นไม่ต้องพูดถึง “นักการเมืองน้องใหม่” ที่จะหาญกล้าท้าชน “นักการเมืองที่เก๋าเกมและเจนจัดในพื้นที่”

แต่ไม่ใช่สำหรับ “พรรคพลังท้องถิ่นไท” ที่มี “ชัชวาลล์ คงอุดม” เป็นหัวหน้าพรรค เพราะเขาเลือกส่ง “ดร.ณัฐ ณัฐพงษ์ รอบคอบ” นักธุรกิจและผลิตคอนเทนต์สื่อ ที่ไม่เคยผ่านสนามเลือกตั้งลงชิงชัย

สำหรับ “ดร.ณัฐ” หากจะเป็นที่รู้จักกันคือ เป็นอดีตรองกรรมการบริหารบริษัท ไทยทีวี จำกัด ที่ “ติ๋ม ทีวีพูล” หรือ “พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย” นั่งแท่นบริหาร และเป็นพิธีกรรายการของช่อง แต่หลังจากที่พ้นหน้าที่ เขายังคร่ำหวอดอยู่ในงานเบื้องหลังและผลิตคอนเทนต์

กับจุดเริ่มต้นสนามการเมืองในพื้นที่ “เขต 3 สมุทรปราการ” ที่มี “นักการเมืองเก๋าเกม” ลงแข่งขัน ทั้ง “สงคราม กิจเลิศไพโรจน์” จากพรรคเพื่อชาติ, “วรชัย เหมะ” จากพรรคเพื่อไทย, “เรวดี รัศมิทัต” อดีต ส.ส.ในพื้นที่จากพรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ ที่มีแบ็กหนุนเป็น “ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม” ประธานหอการค้าสมุทรปราการ ถือว่าเป็นงานหนักพอสมควรสำหรับ “น้องใหม่การเมือง”

“ผมพร้อมสู้กับนักการเมืองที่เก๋าเกมทางการเมือง ด้วยนโยบายเปลี่ยนสมุทรปราการให้ดีกว่านี้ เพราะเชื่อว่านโยบายที่ผมคิดและตั้งใจทำ จะเปลี่ยนคุณภาพชีวิตคนสมุทรปราการได้ และทำให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายที่ผมนำเสนอ”

และด้วยพื้นเพ เป็นคน “บางเมืองใหญ่” ทำให้เขาเห็นว่ามีจุดที่ต้องเปลี่ยน

“บ้านผมอยู่ในซอยบางเมืองใหญ่ ที่ถนนกว้างพอให้รถสวนกันได้เท่านั้น ในพื้นที่มีโรงเรียนใหญ่ถึง 3 แห่ง นักเรียนมากกว่า 2,000 คน มีบ้านพักอาศัยอีกจำนวนมาก แต่เชื่อไหมถนนเส้นนี้ไม่มีทางเท้า ทำให้ชีวิตของนักเรียนหรือคนสัญจรต้องพบกับความเสี่ยง ดังนั้นสิ่งที่ผมคิดจะทำให้เป็นจุดเปลี่ยน คือการเพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิต สร้างทางเท้าให้คนสัญจร ติดตั้งกล้องวงจรปิด และเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่าง”

“ดร.ณัฐ” ยังบอกถึงนโยบายระดับพื้นที่ คือ การผลักดันนโยบายให้ “สมุทรปราการ” เป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองแห่งแฟชั่น และการสร้างงานที่มีคุณภาพ เสริมเข้ากับเมืองแห่งอุตสาหกรรม

“พื้นที่สมุทรปราการมีศักยภาพมากสำหรับด้านท่องเที่ยว ที่เชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของการสร้างรายได้จากคนในพื้นที่ และด้วยทำเลที่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ดังนั้นการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าถึงพื้นที่จึงไม่ใช่เรื่องยาก”

แต่ด้วยปัจจัยทางการเมืองที่ “สมุทรปราการ” ถูกขนานนามว่า “เงินไม่มา กาไม่เป็น” ทำให้การเน้นเรื่องนโยบาย อาจเป็นตัวเลือกลำดับรอง หากพูดถึงการตัดสินใจเลือก “ผู้แทนฯ”

“ผมต้องการเปลี่ยนทัศนคติและภาพที่คนทั่วไปมองคนในพื้นที่ ผมยอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาใช้เงินเพื่อจูงใจคนไปเลือกตั้ง ส.ส. ด้วยค่าตอบแทนหัวละ 1,000-2,000 บาท แต่สิ่งที่ได้มานั้นคือ ได้แค่ครั้งเดียวและอยู่ไป 4 ปี เมื่อหารค่าเฉลี่ยแล้ว เป็นสิ่งที่ตอบแทนประชาชนวันละไม่ถึงบาท แต่หากผมสร้างงานที่ดี ส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่จะสร้างรายได้ตลอดทั้งปี ถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้มกว่าที่ประชาชนจะเลือกรับเงินเพียงครั้งเดียว”

ขณะที่นโยบายด้านตัวตนที่ “ดร.ณัฐ” เตรียมผลักดันเพื่อให้ประชาชนไว้วางใจ เมื่อเลือกเข้าไปทำหน้าที่ คือ การเข้าถึง พึ่งได้ และไม่ทุจริตเงินเดือน ส.ส. ผ่านคำสัญญา คือ หากติดต่อไม่ได้เกิน 3 ชั่วโมงพร้อมจะลาออก และหากพบว่าการเข้าไปทำหน้าที่ในสภา เพื่อ “นอนหลับ” พร้อมจะลาออกเพื่อรับผิดชอบกับความคาดหวังของประชาชนทันที พร้อมกับจะใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน ผ่านช่องทางสื่อสาร รับเรื่องร้องทุกข์ รับเรื่องเดือดร้อนและแก้ปัญหาให้ทันท่วงที

“ดร.ณัฐ” พร้อมอาสาตัว เพื่อเปลี่ยน จ.สมุทรปราการ ให้ดีกว่าเก่า

‘ผศ.ดร.ม.ล.กุลธร เกษมสันต์’หวังใช้ประสบการณ์หลากด้านช่วยชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/364776

‘ผศ.ดร.ม.ล.กุลธร เกษมสันต์’หวังใช้ประสบการณ์หลากด้านช่วยชาติ

คนในข่าว  :  7 มี.ค. 2562
ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,พรรคพลังประชารัฐ,สสปาร์ตี้ลิสต์,เลือกตั้ง62

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“พลังประชารัฐ” (พปชร.) พรรคน้องใหม่ที่ผสมผสานนักการเมืองลายครามเข้ากับคนรุ่นใหม่ไฟแรงเพื่อสร้างการเมืองใหม่ที่ต้องข้ามความขัดแย้งในสังคมไปให้ได้

พรรคนี้มีแนวคิดจะใช้ระบบเทคโนโลยีผนวกเข้ากับหลากปัจจัยของเมืองไทย เพื่อผลักดันให้คนไทยไม่ตกยุคของโลกที่วันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบสูง

ฉะนั้นบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านต่างๆ ถูกทาบทามให้มาร่วมงานกับพรรคนี้

พลังประชารัฐส่งผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 120 คน โดยคัดดีกรีจากคนการเมืองรุ่นใหญ่ นักการเมืองท้องถิ่นที่มีฝีมือและคนหน้าใหม่ที่มาพร้อมแนวคิดอันทันสมัยและตอบโจทย์บ้านเมืองยามนี้ได้ดี

ผศ.ดร.ม.ล.กุลธร เกษมสันต์ คือหนึ่งในคนรุ่นใหม่ของพรรคที่ถูกทาบทามให้มาช่วยงานและลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ดีกรีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาระบบสารสนเทศ, มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาทรัพยากรคอมพิวเตอร์และการจัดการ สารสนเทศ

เคยทำหน้าที่รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายเทคโนโลยีและผู้ก่อตั้ง บริษัท วิสดอม เซ็นทริค จํากัด และอดีตคณบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต

ส่วนงานสังคมเคยเป็นที่ปรึกษาโครงการเมืองขอนแก่นอัจฉริยะ ด้านสาธารณสุขอัจฉริยะ, คณะกรรมการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ (Thailand Information Security Association:TISA) และอื่นๆ อีกมากมาย

เลือกตั้งครั้งนี้ในหลากเขตเลือกตั้งทั่วเมืองไทย หากสังคมอยากให้โอกาส ผศ.ดร.ม.ล.กุลธร เกษมสันต์ ใช้ประสบการณ์และความรู้มาผลักดันบ้านเมืองให้ทันโลก ก็พิจารณา “พรรคพลังประชารัฐ” ให้เป็นหนึ่งในทางเลือกของคนไทย

‘ธนกิจ เทียมชัยบุญทวี’ขอพัฒนาสระบุรีบ้านเกิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/364454

‘ธนกิจ เทียมชัยบุญทวี’ขอพัฒนาสระบุรีบ้านเกิด

คนในข่าว  :  5 มี.ค. 2562
ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,อนุทิน ชาญวีรกุล,พรรคภูมิใจไทย

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“สระบุรี” คือสนามเลือกตั้งภาคกลางที่หลายพรรคตั้งใจจะคว้าชัยในพื้นที่นี้

เลือกตั้งคราวนี้สระบุรีมีผู้แทนฯ ได้ 3 คน ลดลงไปจากครั้งก่อน 1 คน

สนามนี้แม้จะมีส.ส.เพียง 3 คน แต่ก็ได้ชื่อว่าแข่งขันกันเข้มจากทุกพรรค เพราะอย่าลืมว่าหนึ่งคะแนนเสียงและหนึ่งส.ส.มีค่าในหลักคณิตศาสตร์การเมืองไทยในยามนี้

เพราะมันคือตัวแปรว่าขั้วใดจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล…

“พรรคภูมิใจไทย” ของ “อนุทิน ชาญวีรกุล” หัวหน้าพรรค หวังว่า จังหวัดนี้ ”ภท.” จะมีผู้แทนฯ ครบทุกเขต

เขตหนึ่งนั้นเสี่ยหนูส่ง “ธนกิจ เทียมชัยบุญทวี” ชายหนุ่มวัย 26 ปี ที่มีดีกรีเศรษฐศาสตร์นานาชาติ จุฬาฯ ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ลงประชัน

“เขตนี้มีผู้สมัคร 27 พรรค ผมถือเป็นน้องใหม่คนหนึ่งในสนามเลือกตั้งสระบุรี ยอมรับว่าเขตนี้แข่งกันหนัก แต่ผมถือแนวคิดแข่งกับตัวเอง โดยเสนอนโยบายพรรคและเดินพบประชาชน”

“ผมมองว่าอาชีพนักการเมืองถือว่าเป็นหนึ่งอาชีพที่ช่วยสังคมไทยได้แทบทุกเรื่องแม้เวลาว่าง ตัวอย่างคือหัวหน้าพรรคที่ทำงานจิตอาสาขับเครื่องบินไปรับหัวใจของผู้เสียชีวิตที่อุทิศอวัยวะหลังสิ้นชีพไปเพื่อต่อชีวิตให้คนอื่นๆ หัวหน้าพรรคไปช่วยสังคมตรงนี้ ผมนับเป็นตัวอย่างคนการเมืองที่ดีและผมจะยึดเป็นแนวปฏิบัติ”
“วันนี้สระบุรีมีปัญหาผังเมืองและระบบคมนาคม ผมเกิดและโตที่สระบุรีในเขตนี้มองแล้วว่าปัญหาเหล่านี้คนสระบุรีต้องได้รับการแก้ไข แม้ผมจะเป็นน้องใหม่ แต่มั่นใจในจุดยืนและนโยบายพรรคที่เสนอสังคมให้พิจารณาแล้วเพื่อทลายทุกข้อจำกัดเพื่อปากท้องประชาชน”

มาลองดูใจของชาวสระบุรีว่า “ไต๋” และภูมิใจไทยจะได้รับความไว้วางใจในการหย่อนบัตรคราวนี้หรือไม่

“อรวรรณ ชูดี” เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/364456

“อรวรรณ ชูดี” เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

คนในข่าว  :  4 มี.ค. 2562
อรวรรณ,อรวรรณ ชูดี,อสมท

สุดท้าย ในแวดวงสื่อมวลคนทำหน้าที่สื่อกลาง ก็ยังเหมือนเอาคอไปพาดไว้บนเขียงด้วย

          ช่วงหาเสียงร้อนๆ ตอนนี้ นอกจาก บรรดานักการเมือง จะต้องระมัดระวังคำพูดและวิธีการหาเสียงเพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งแล้ว

          สุดท้าย ในแวดวงสื่อมวลคนทำหน้าที่สื่อกลาง ก็ยังเหมือนเอาคอไปพาดไว้บนเขียงด้วย

         ล่าสุด กับกรณีที่ ตุ๊ก อรวรรณ ชูดี (กริ่มวิรัตน์กุล) ผู้สื่อข่าวช่อง โมเดิร์น ไนน์ ทีวี ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการดีเบต กลับถูกบอร์ด อสมท. และผู้บริหารสั่งให้ยุติการทำหน้าที่ดังกล่าว หลังรายการออกอากาศไป

        ซึ่งรายการต้นปัญหา คือรายการดีเบตที่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ในหัวข้อ “คนใหม่ การเมืองใหม่” ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ที่มี อรวรรณ ชูดี และ อ.วีระ ธีรภัทร เป็นผู้ดำเนินรายการ

          สำหรับธีมงานดีเบต ได้มีการเชิญนักการเมืองรุ่นใหม่ 10 คน จาก 10 พรรค มาร่วมการดีเบต โดยมีการตั้งหัวข้อ พร้อมเชิญนิสิต-นักศึกษา 100 คน จาก 16 สถาบันทั่วประเทศ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในแต่ละประเด็น โดยสามารถแสดงความเห็นได้ว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย

         ใครที่ดูรายการแล้วจะพบว่ามีหลายคำถามที่แสลงใจใครบางคน

         แต่ที่สุด เมื่อต้องถูกยิตุบทบาท เจ้าตัวเลยต้องลุกขึ้นมาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นกรณีนี้ โดยหลังจากได้ขอบคุณถึงพลังบริสุทธ์ของน้องๆ นิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศ ที่เป็นเหล่าผู้มีสิทธิ์ออกเสียงครั้งแรก 100 คนที่มาร่วมงานในครั้งนี้แล้ว

"อรวรรณ ชูดี" เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

"อรวรรณ ชูดี" เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

          เธอก็ระบุต่อ ว่าน้อมรับมติบอร์ด

         “ในฐานะ 1 ในพิธีกร และผู้ทำหน้าที่คิดรูปแบบรายการดีเบต ทั้ง 2 ครั้งของช่อง 9 ขอยอมรับการตัดสินใจของ บอร์ดอสมท และผู้บริหารในการให้ยุติการทำหน้าที่ ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา”

          แต่ประโยคเด็ดคือ

         “แต่ในฐานะ วิชาชีพสื่อสารมวลชนที่มีอายุงานเกือบ 30 ปี ดิฉันไม่ยินยอมรับการตราหน้าว่าทำหน้าที่ลำเอียง และขอขอบคุณต่อเสียงตอบรับในแง่ดี จากผู้ชมทีวีต่อรายการดีเบตของช่อง 9 เมื่อคืนที่ผ่านมา ณ โอกาสนี้”

          วันนี้ จึงมาทำความรู้จักกับเธอคนนี้อีกครั้ง แล้วจะพบว่าเส้นทางในสายสื่อมวลชนของ ตุ๊ก อรวรรณ นั้นไม่ธรรมดาเลย

          อรวรรณ ชูดี หรือที่คนไทยจดจำเธอได้ดีจาก นามสกุล “กริ่มวิรัตน์กุล”  ชื่อเล่น “ตุ๊ก” เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2511

          เธอเรียนจบจากรั้วแม่โดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสารสารศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ เมื่อปี 2531

          จากนั้นเริ่มทำงานเป็นผู้สื่อข่าววิทยุที่สถานีวิทยุ พล.1 รอ. ซึ่งถือว่าเป็นสถานีข่าวยุคแรกๆของเมืองไทย

          และก้าวเข้ามาเป็นผู้สื่อข่าวที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ซึ่งถือเป็นการผันตัวเองเข้าสู่แวดวงโทรทัศน์ เธออยู่ที่ช่อง 7 เป็นเวลา 3 ปีครึ่ง

          ต่อมา ย้ายมาอยู่ฝ่ายข่าวโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 9 อสมท. โดยเป็นผู้สื่อข่าวแผนกข่าว “การเมือง” ซึ่งภายหลังที่นี่เปลี่ยนเป็นโมเดิร์น ไนน์ ทีวี

          จากนั้น มาเป็นผู้ประกาศข่าวภาคค่ำ หลังจากผ่านประสบการณ์ในการเป็นผู้สื่อข่าว โดยเคยมีประสบการณ์ในการรายงานสดข่าวนอกสถานที่ และเป็นผู้ประกาศข่าวพิเศษในช่วงที่มีข่าวเฉพาะกิจที่เกี่ยวกับการเมือง เช่น “ข่าวการเลือกตั้ง”

          จากประวัติโดยคร่าวๆ ข้างต้น ก็น่าที่จะทำให้เราได้เห็นถึงประสบการณ์การทำงานในวิชาชีพสื่อมวลชน

          ขณะเดียวกัน ช่วงปี 2560 ที่ผ่านมา ตุ๊ก อรวรรณ ยัง ผ่านการอบรมหลักสูตร “รัฐธรรมนูญสำหรับสื่อมวลชน ” อีกด้วย  ซึ่งจัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

          อย่างไรก็ดี ความแซ่บในเส้นทางสื่อมวลชนของ ตุ๊ก อรวรรณ ผู้นี้ หลายคนก็พอจำได้

          ครั้งหนึ่งเธอเคยกล้าที่จะตั้งคำถามถึงบทบาทการทำงานในฐานะสื่อมวลชนของ สนธิ ลิ้มทองกุล มาแล้ว ขณะจัดรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์ มีการกล่าวพาดพิงเธอในบางประเด็น

"อรวรรณ ชูดี" เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

          หรือช่วงเดือนพฤศจิกายน 2549 หลังรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ช่วงนั้น มีความเคลื่อนไหวของพนักงาน อสมท. เกี่ยวกับการต่อต้านรัฐมนตรีที่มาจากการแต่งตั้ง โดยมีการจัดเป็นเสวนาโต๊ะกลม ที่สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย หัวข้อ “ใคร…? ทำร้าย อสมท”

          อรวรรณ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมเสวนาจากฝากพนักงาน อสมท. โดยเธอระบุตอนหนึ่งว่า

          “ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวของดิฉันต้องถูกคุกคามจากการโทรศัพท์เข้ามาต่อว่าด่าทอ ที่น่าเสียใจและเจ็บปวดมาก คือ ลูกสาวคนเดียวถามว่า แม่แต่งชุดดำไปประท้วงทำไม ครูที่โรงเรียนให้มาบอกแม่หยุดประท้วงได้แล้ว ดิฉันเห็นว่า เป็นการคุกคามถึงคนในครอบครัวซึ่งไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้”

        “เหตุผลที่ทำให้พนักงานลุกขึ้นมา เกิดจากปรากฏการณ์ 3 ประการ คือ 1.พนักงานช็อกกับการเปลี่ยนแปลงจากการปฏิวัติที่ไม่มีโอกาสตั้งรับ และการลาออกของบอร์ดชุดเก่า ซึ่งทำให้ขวัญกำลังใจรวนเร และเกิดการวิตกในนโยบายขององค์กรในอนาคต 2.เมื่อมีบอร์ดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ เราก็ช็อกกับรักษาการที่ขาดการสื่อสารกับพนักงานภายใน และเลือกที่จะสื่อสารกับคนภายนอกองค์กรก่อน โดยเฉพาะที่เป็นแง่ลบ”

          ส่วนประการที่ 3 นางอรวรรณ กล่าวว่า พนักงานเกิดการช็อกครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อรัฐมนตรีที่กำกับดูแลใช้อำนาจในการสั่งให้ไปทำข่าวกลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมกับมีการแบ่งผลประโยชน์ในผังรายการ ผลการประชุมของบอร์ดวานนี้ (10 พ.ย.) พนักงานมีความผิดหวัง แต่ยืนยันว่า จะไม่มีการประจันหน้าซึ่งกันและกัน เพราะเรายอมรับว่า ต่อให้คน อสมท รวมกันให้ตายก็ล้มบอร์ดไม่ได้ แต่ที่ผ่านมา พนักงานเคยเสนอให้ประธานบอร์ด ควบตำแหน่งรักษาการไปก่อน เพื่อลดกระแสเสียดทานภายใน อสมท แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง”

          “ดังนั้น การเคลื่อนไหวต่อไปของกลุ่มพนักงานจะขอหารือ และประชุมรับฟังเสียงส่วนใหญ่ ว่า จะรับสภาพการทำงานของนายพงษ์ศักดิ์ ที่ตกลงว่า จะรักษาการเพียง 3 เดือนได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยพนักงานรู้สึกพอใจที่บอร์ดจะยังคงนโยบายสังคมอุดมปัญญา และเดินหน้ารายการที่ดีมีประโยชน์ต่อไป และยืนยันที่จะไม่ยอมให้มีการแทรกแซงจากฝ่ายใด” นางอรวรรณ กล่าว (ข่าวจาก https://mgronline.com/politics/detail/9490000139656)

          นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ก็พอจะทำให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาของผู้สื่อข่าวระดับอาวุโสที่โลดแล่นในแวดวงสื่อสารมวลชนมานาน

          วันนี้การถูกยุติบทบาทในการทำหน้าที่สื่อของ ตุ๊ก อรวรรณ รอบล่าสุดนี้ เลยทำให้คนไทยอดนึกย้อนไปถึงวันที่เธอเคยลุกขึ้นมาต่อสู้ไม่ได้

          "อรวรรณ ชูดี" เธอคนนี้ ไม่ได้มาเล่นๆ !!

          โดยแม้ว่า สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ออกแถลงการณ์ ว่า การให้นางอรวรรณ ยุติการทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการโดยที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า การทำหน้าที่ของนางอรวรรณ เข้าข่าย “ชี้นำให้โจมตีรัฐบาล” เป็นเพียงการกล่าวอ้างเพื่อปิดกั้นเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งเป็นการไม่เหมาะสม ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายแทรกแซงเสรีภาพในการนำเสนอข่าว และเป็นการคุกคามสื่อมวลชนโดยตรง และยังเป็นการละเมิดสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคม

          แต่สำหรับการทำหน้าที่สื่อในบริบทการเมืองขณะนี้ ยังคงเป็นคำถามต่อไป

////////////

ขอบคุณเฟซบุค Orawan Choodee

‘จิราพร สินธุไพร’ขอใช้ความเป็นคนรุ่นใหม่ลดความขัดเเย้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/364409

‘จิราพร สินธุไพร’ขอใช้ความเป็นคนรุ่นใหม่ลดความขัดเเย้ง

คนในข่าว  :  4 มี.ค. 2562
จิราพร สินธุไพร,ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,พรรคเพื่อไทย

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

หย่อนบัตรเลือกผู้เเทนฯ ใน จ.ร้อยเอ็ด คราวนี้เมืองเกินร้อยมีส.ส.ได้เจ็ดคน ลดไปหนึ่งคนจากเลือกตั้งครั้งก่อน

สนามการเมือง ณ เมืองเกินร้อยในอดีตนั้น หลายพรรคเคยมีผู้เเทนฯ ในจังหวัดนี้ เเต่ระยะหลัง “บางพรรค” ได้รับความนิยมเเบบได้ใจชาวบ้านมายาวนาน เเต่เลือกตั้งครั้งนี้พรรคที่ “เกือบชนะ” ต่างเดินหน้าเต็มที่เพียงหวังว่าคราวนี้ต้อง “เกือบเเพ้” เป็นพอ

“สินธุไพร” คือหนึ่งนามสกุลการเมืองของพื้นที่นี้ ที่ในวันนี้คนในตระกูลนี้เเยกไปอยู่หลากพรรคตามความเชื่อในอุดมการณ์ทางการเมือง

“พรรคเพื่อไทย” ส่ง “จิราพร สินธุไพร” เป็นผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 โดยหญิงสาววัย 31 ปีคนนี้ มีดีกรีปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เเละกำลังศึกษาที่นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนปริญญาโท คว้าดีกรีรัฐศาสตรมหาบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เเละ Msc International Business, University of Reading, United Kingdom

'จิราพร สินธุไพร'ขอใช้ความเป็นคนรุ่นใหม่ลดความขัดเเย้ง

จิราพร บอกว่า “ในฐานะคนทำงานการเมืองรุ่นใหม่ ดิฉันพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยการร่วมกันสร้างกติกาที่เป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ในขณะเดียวกันดิฉันเห็นว่าความเป็นนักการเมืองผู้หญิงมีความได้เปรียบในเรื่องของความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ ซึ่งจะเป็นการสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่สร้างสรรค์ และช่วยลดอุณหภูมิในยุคที่การเมืองกำลังร้อนแรงได้”

‘ปัณณธร’นำกิจกรรมดึงเยาวชนห่างไกลยาเสพติด-อาชญากรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/364152

‘ปัณณธร’นำกิจกรรมดึงเยาวชนห่างไกลยาเสพติด-อาชญากรรม

คนในข่าว  :  1 มี.ค. 2562
ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,ปัณณธร รัตน์ภูริเดช,พรรคเสรีรวมไทย

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

สนามเมืองหลวงในเขต 9 หลักสี่ จตุจักร (แขวงลาดยาว เสนานิคม จันทรเกษม) นับว่าหลากพรรคส่งผู้สมัครชั้นแนวหน้ามาประชัน

“ปัณณธร รัตน์ภูริเดช” คือชายวัยริม 40 ปี วันนี้สวมเสื้อ “พรรคเสรีรวมไทย” ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 เพื่ออาสาทำงานแทนประชาชนในรัฐสภา

“เก่ง” มีดีกรีปริญญาตรี บริหารธุรกิจ (การตลาด) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์ (หลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)

“ผมเคยทำงานเป็นผู้ช่วย ส.ส.เขตดอนเมือง วันนี้เมื่อพรรคให้โอกาสจึงขอรับโอกาสนี้ทำหน้าที่ ผมติดตามผลงานหัวหน้าพรรคมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ชื่นชอบการทำงานของหัวหน้าพรรคในช่วงรับราชการตำรวจ เมื่อมีการตั้งพรรคนี้ และพรรคมีนโยบาย 6 หยุดคือ 1.หยุดความยากจน แก้ปัญหาปากท้อง สร้างความกินดีอยู่ดี 2.หยุดคอร์รัปชั่น ฉ้อราษฎร์บังหลวง 3.หยุดยาเสพติด ขจัดผู้มีอิทธิพล 4.หยุดเผด็จการ และปฏิรูปทหาร 5.หยุดไฟใต้สร้างสังคมสันติสุข 6.หยุดสงครามสีเสื้อ ผมจึงขออาสา”

'ปัณณธร'นำกิจกรรมดึงเยาวชนห่างไกลยาเสพติด-อาชญากรรม

“พื้นที่นี้มีชุมชนริมคลอง ผมจะหาอาชีพมาช่วยชาวบ้านให้มีรายได้เพื่อจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมก็จะดีตามลำดับ รวมทั้งจะหากิจกรรมมาให้เยาวชนในพื้นที่แสดงฝีมือหลากด้านเพื่อให้ห่างไกลยาเสพติดและอาชญากรรม หากสิ่งเหล่านี้ดี สังคมก็จะดี”

รอดูว่าในวันเลือกตั้ง ชาวเมืองหลวงเขต 9 จะให้พรรคเสรีรวมไทยและเก่งได้ไปบริหารบ้านเมืองตามแคมเปญที่หาเสียงไว้หรือไม่…

เชื่อมั่นนโยบายพรรคเเก้ปัญหาชาติได้ ‘รศ.ดร.สิริภิญญ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/364028

เชื่อมั่นนโยบายพรรคเเก้ปัญหาชาติได้ ‘รศ.ดร.สิริภิญญ์’

คนในข่าว  :  28 ก.พ. 2562
เสี่ยหนู,รศดรสิริภิญญ์ อินทรประเสริฐ,ตลาดความคิด รุ่นใหม่การเมือง,ภูมิใจไทย

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“นนทบุรี” จังหวัดที่ติดกับเมืองหลวงเเบบเเนบชิด เเละเมืองนนท์ คราวนี้มีส.ส.ได้ 6 คน

“เสี่ยหนู” เเกนนำ “พรรคภูมิใจไทย” หวังที่จะมีผู้เเทนฯ ในทุกพื้นที่ทั่วไทย เเละคราวนี้ส่ง “รศ.ดร.สิริภิญญ์ อินทรประเสริฐ” ให้ไปคว้าชัยในเขตสี่ นนทบุรี

หญิงสาวคนนี้เเม้เป็นหน้าใหม่การเมือง เเต่ผ่านงานมาหลากด้าน เช่น อาจารย์ ที่ปรึกษาหน่วยงานภาครัฐเเละเอกชนหลายเเห่ง รวมทั้งยังเคยไปช่วยงานที่รัฐสภาในหลายวาระ จน “ภูมิใจไทย” มั่นใจว่า รศ.ดร.สิริภิญญ์ จะเป็นตัวเเทนของพรรคให้ชาวเมืองนนท์เขตสี่ฝากความไว้วางใจได้

ดร.ปริ๊นซ์ บอกว่า “เเม้จะลงสนามครั้งเเรกเเละต้องเจอเเชมป์เก่า เเต่ขอสู้เพื่อประชาชน กระเเสของพรรคนั้น สังคมตอบรับดี เพราะชาวบ้านบอกเสมอว่าเมืองนนท์ เขตสี่ หลายปัญหายังไม่มีการเเก้ไข เช่น การค้าขายที่เเย่ลง ยาเสพติด บ่อนการพนัน ปัญหาในชุมชนต่างๆ ตรงนี้ดิฉันมั่นใจในนโยบายพรรคที่บอกสังคมไว้ เชื่อมั่นว่าทำงานได้จริง”

“วันนี้พรรคไม่ใช่คู่ขัดเเย้งกับฝ่ายใดในสนามการเมือง ชาวบ้านบอกหลายครั้งเเล้วว่าเบื่อความขัดเเย้ง จุดยืนของพรรคในเรื่องนี้ชัด เพราะต้องการให้บ้านเมืองพ้นความขัดเเย้งเสียที วันนี้มันต้องมีการเปลี่ยนเเปลง มั่นใจในจุดนี้เเละเชื่อว่าชาวบ้านจะไว้วางใจพรรคเเละดิฉันให้ทำหน้าที่ส.ส.”

“หัวหน้าพรรคบอกสังคมเสมอว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ขัดแย้งกับใคร เพราะประเทศไทยต้องก้าวพ้นความขัดแย้ง ความทุกข์ยากและความไม่สงบเรียบร้อย ตรงนี้ดิฉันเเละคนรุ่นใหม่ในพรรคยึดถือเเละไปชี้เเจงกับสังคมตลอดเวลา”

รอดูว่าคนเมืองนนท์ เขตสี่ จะไว้ใจพรรคสีน้ำเงินเเละรศ.ดร.สิริภิญญ์ ให้ไปทำหน้าที่ลดความขัดเเย้งในบ้านเมืองให้ยุติลงได้หรือไม่…

‘ณัฏฐ์พงษ์ ยงใจยุทธ’คิดเพื่อชาติ ทำเพื่อชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/363756

‘ณัฏฐ์พงษ์ ยงใจยุทธ’คิดเพื่อชาติ ทำเพื่อชาติ

คนในข่าว  :  27 ก.พ. 2562
บิ๊กจิ๋ว,พลอชวลิต ยงใจยุทธ,ณัฏฐ์พงษ์ ยงใจยุทธ,พรรคเพื่อชาติ

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“ยงใจยุทธ” คือนามสกุลหนึ่งทางการเมืองไทยและแวดวงการทหาร หนึ่งในนั้น คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่เคยทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี, รมต.หลายกระทรวง และตำแหน่งหลักในกองทัพ รวมทั้งยังเคยเป็นหัวหน้าพรรคความหวังใหม่มาแล้ว

หลายครั้งที่เกิดวิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง “บิ๊กจิ๋ว” มักจะออกมาแสดงความห่วงใยและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาให้สังคมรับไปพิจารณา

วันนี้ “ณัฏฐ์พงษ์ ยงใจยุทธ” บุคคลหนึ่งในตระกูลยงใจยุทธ ขอลงสมัคร ส.ส.กทม. เขต 1 (ดุสิต พระนคร ป้อมปราบฯ และสัมพันธวงศ์) พรรคเพื่อชาติ

'ณัฏฐ์พงษ์ ยงใจยุทธ'คิดเพื่อชาติ ทำเพื่อชาติ

ผู้ชายคนนี้ มีดีกรีปริญญาตรีและโท คณะรัฐศาสตร์ รั้วพ่อขุน มีชั่วโมงบินทางการเมือง คือเคยเป็นคณะทำงานของ “บิ๊กจิ๋ว” มาระยะหนึ่ง ส่วนงานสังคมนั้นไปช่วยมูลนิธิบ้านชลธาร ต่อต้านการทารุณสัตว์

“ผมมองว่าบ้านเมืองวันนี้ชาวบ้านยังเดือดร้อนด้านปากท้องและเศรษฐกิจ ปัญหานี้ส่วนหนึ่งมาจากนานาชาติยังคว่ำบาตรเมืองไทย หากบ้านเมืองคืนภาวะความเป็นประชาธิปไตย สิ่งเหล่านี้จะยุติ รวมทั้งเรื่องต่างๆ ในประเทศที่ควรให้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือแก้ไข ฉะนั้นการเลือกตั้งที่จะมีตัวแทนชาวบ้านไปเป็น ส.ส. ทำหน้าที่สะท้อนปัญหาชาวบ้านนั้น คือทางออกที่นานาชาติยอมรับ”

“ผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจและพร้อมร่วมแก้ปัญหารวมทั้งพัฒนาประเทศเพื่อให้คนไทยมีความสุขด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยประชาธิปไตย”