‘สมชาย พวงมาลัย’ลงพื้นที่มัดใจชาวหนองแขม-บางบอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/360593

‘สมชาย พวงมาลัย’ลงพื้นที่มัดใจชาวหนองแขม-บางบอน

คนในข่าว  :  30 ม.ค. 2562
พรรคภราดรภาพ,สมชาย พวงมาลัย,บางบอน

คอลัมน์…  ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

กรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศไทย มีปัญหาและมีสิ่งที่ควรจะต้องทำเพื่อการพัฒนาไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองหลายเรื่อง

พื้นที่รอยต่อทางทิศใต้ของ กทม. คือฝั่งธนบุรี ต้องการพัฒนาพื้นที่ในหลากด้าน และเขต 26 หนองแขม-บางบอน เป็นอีกสนามหนึ่งที่น่าจับตาเพราะ “ตระกูลอยู่บำรุง” และ “ม่วงศิริ” ที่ครองเขตนี้ หวังว่าคนในครอบครัวจะชนะใจชาวเมืองหลวงในการเลือกตั้งครั้งนี้

“พรรคภราดรภาพ” ส่งทีมบางกอก แอดเวนเจอร์ส ที่เป็นคนหน้าใหม่และรุ่นใหม่ในพื้นที่ลงสมัคร ส.ส.คราวนี้ “สมชาย พวงมาลัย” คือว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 26 หนองแขม-บางบอน กรุงเทพมหานคร ที่ลงประชันในครั้งนี้

“เป็นงานหนักสำหรับนักการเมืองหน้าใหม่อย่างผม แต่ด้วยความที่ผมเคยทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอดทำให้ในพื้นที่มีคนรู้จักมากพอสมควร แม้ว่าพื้นที่หนองแขมบางบอนจะเป็นพื้นที่ของผู้มีอิทธิพลทางการเมืองมาอย่างยาวนาน แต่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและกระบวนการทางการเมืองครั้งใหม่ที่มีความทันสมัยและไม่เหมือนเดิม”

“โดยเฉพาะการทำการเมืองสีขาวที่มีความโปร่งใสและสุภาพบุรุษ ซึ่งเป็นแนวทางที่คนรุ่นใหม่อย่างพวกผมควรจะทำให้มันเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราจะเห็นแต่เรื่องความขัดแย้งเรื่องการใส่ร้ายป้ายสี เรื่องการขัดผลประโยชน์กันระหว่างนักการเมือง จึงทำให้ในอดีตตัวผมเองไม่ชอบและไม่สนใจเรื่องการเมืองเลย มุ่งแต่การทำงานเพื่อผู้ยากไร้ในสังคมเพราะเรามีชมรมที่คอยช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและทำกิจกรรมอยู่สม่ำเสมอ แต่วันนี้เมื่อได้โอกาสได้เปิดมุมมองที่การเมืองใหม่ๆ อาจจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นเพื่อประชาชน” สมชายระบุ

พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ เลขาธิการพรรคภราดรภาพ กล่าวว่า การคัดเลือกบุคคลของพรรคภราดรภาพเราต้องการเมืองที่มีภาพลักษณ์ใหม่ๆ จึงไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ตัวบุคคลหรือนักการเมืองหน้าเดิมๆ เพราะเชื่อว่าประชาชนจะตัดสินใจเลือกสิ่งใหม่ๆ และมีผลดีให้แก่ประเทศชาติ ครั้งนี้เชื่อว่าประชาชนจะมองออกว่าควรจะเลือกใครเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นและไม่ทำให้ประเทศชาติเกิดความขัดแย้งขึ้นอีก

“วิพัตรา โตเต็มโชคชัยการ”ขับเคลื่อนพัฒนาประเทศด้วย”นโยบาย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/360078

“วิพัตรา โตเต็มโชคชัยการ”ขับเคลื่อนพัฒนาประเทศด้วย”นโยบาย”

คนในข่าว  :  29 ม.ค. 2562
วิพัตรา โตเต็มโชคชัยการ,พรรคประชาธิปัตย์,New Dem

ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“วิพัตรา โตเต็มโชคชัยการ” กรรมการนโยบายหญิงหนึ่งเดียว ของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าทีมนโยบาย New Dem

“สิ่งที่ New Dem และสถาบันวิจัย FIT คิดและนำเสนอ ถูกนำไปบรรจุเป็นนโยบายพรรคหลายเรื่อง ตรงนี้พวกเราภูมิใจที่ได้ทำ เพราะพวกเราคือคนรุ่นใหม่ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคให้โอกาส”

“นโยบายที่ดีใจและภูมิใจที่สุดที่เห็นพรรคนำไปใช้จริง คือ นโยบายเกิดปั๊บรับแสน เพื่อการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยอย่างมีคุณภาพ และนโยบายเพื่อการดูแลคนพิการ”

“เนย” ตอนนี้เป็นนิสิตปริญญาโท คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ สาขาสุขภาพจิต ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00 และจบปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล สาขา Speech Language Pathology

“เนย” เลือกที่จะก้าวข้ามสายงานด้านการแพทย์มาเป็นนักวิเคราะห์นโยบาย สถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย (Future Innovative Thailand Institute: FIT) และกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความหวังที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศด้วยนโยบาย

เหตุผลที่เนยมาร่วมงานพรรคนี้ เพราะเธอคือผู้ชนะเลิศการแข่งขันนำเสนอแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านสาธารณสุข และเรื่องคนพิการ ถึง 2 เวที จากรายการคิดสร้างชาติ โดยสถาบันวิจัย FIT และ โครงการ Redesigning Thailand ของสถาบันวิจัย TDRI นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ มีผลงานเป็นทีมผู้เขียนหนังสือนิทานเพื่อเด็ก LD เรื่อง “เด็กชายกะปิ” รวมทั้งยังผ่านงาน Youth ambassador ด้านแรงงานข้ามชาติ ในโครงการภายใต้ UN และ ILO ด้วย

“เหตุผลที่เลือกทำงานนโยบายให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเชื่อมั่นในอุดมการณ์และวิธีการทำงานของพรรค แต่ละนโยบายของพรรคมีผลงานวิจัยมารองรับ มีการศึกษามาอย่างดีก่อนที่จะเสนอต่อสังคมว่าพรรคทำได้จริงและสังคมได้ประโยชน์ นี่คือจุดที่พรรคเราแตกต่างจากพรรคอื่น”

ผลงานวิจัยเชิงนโยบาย ที่เนยและ FIT เคยได้ศึกษามา คือ นโยบายการดูแลเด็กปฐมวัยในประเทศไทย นโยบายการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน นโยบายการศึกษา และตอนนี้เนยกำลังขับเคลื่อนนโยบายเพื่อคนพิการในประเทศไทย

เนยแนะนำเคล็ดลับฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ว่า “1.เด็กรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว วัยของพวกเราสามารถออกมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาระดับประเทศได้ 2.เราสามารถทำสิ่งที่เรารักทั้งด้านการเรียนและการทำงานหลายๆอย่างพร้อมกันให้ดีได้ หากเรามีการแบ่งเวลาที่ดี มีเป้าหมายที่ชัดเจน และมีระเบียบวินัยที่ดี”

‘ศรัณย์’ขอช่วยชาวบ้านเรื่องเกษตรเเหล่งท่องเที่ยว-ลอตเตอรี่ 

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/360409

‘ศรัณย์’ขอช่วยชาวบ้านเรื่องเกษตรเเหล่งท่องเที่ยว-ลอตเตอรี่ 

คนในข่าว  :  28 ม.ค. 2562
ศรัณย์ ทิมสุวรรณ,พรรคเพื่อไทย,แหล่งท่องเที่ยว,การเกษตร,ลอตเตอรี่

คอลัมน์…  ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“พรรคเพื่อไทย” คือเเชมป์เก่าส.ส.ภาคอีสาน เเม้วันนี้จะมีตัวเเปรคือพรรคต่างๆ ที่หวังชิงเก้าอี้ส.ส.ให้ได้มากที่สุด เพราะเเวดวงการเมืองไทยนั้น พรรคใดกุมส.ส.เเดนที่ราบสูงไว้ได้เยอะกว่าเพื่อน ถือว่าพรรคดังกล่าว “กุมความได้เปรียบบนเวทีเลือกตั้ง”

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยในอดีตเป็นข้อบ่งชี้ความจริงเรื่องนี้

ส.ส.เเดนที่ราบสูงวันนี้มีทั้งสิ้น “หนึ่งร้อยสิบหกคน” ลดลงมาสิบคนจากการหย่อนบัตรคราวที่เเล้ว

“เมืองเลย” วันนี้มีส.ส.ได้ 3 คนในการหย่อนบัตร โดยลดลงจากคราวที่เเล้ว 1 คน เเต่สนามนี้น่าจะเเข่งขันกันดุเดือดเพราะนามสกุลคนการเมืองที่อยู่เเต่ละพรรคในจังหวัดเลยหวังคว้าชัยเป็นผู้เเทนฯ ให้ได้

“เร่งสมบูรณ์สุขเเละบุษบา” จากพลังประชารัฐ “สังขทรัพย์” จากภูมิใจไทย, “ชุนละเอียด” จากไทยรักษาชาติ เเละ “ทิมสุวรรณ” จากเพื่อไทย เหล่านี้คือตระกูลคนการเมืองเเห่ง “เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู ถิ่นที่อยู่อริยสงฆ์ มั่นคงความสะอาด” ที่จะส่งผู้สมัครส.ส.ลงประชัน

“ธนเทพเเละนันทนา ทิมสุวรรณ” เคยทำหน้าที่ส.ส.ของพื้นที่นี้ วันนี้ “ศรัณย์ ทิมสุวรรณ” ชายหนุ่มวัย 28 ปี จะลงทำหน้าที่รับสมัคร ส.ส.เลย เขตสอง พรรคเพื่อไทย

“ผมลงเขตนี้เเทนคุณเเม่ ยอมรับว่าเมืองเลยเเข่งขันกันมาก เพราะต้องเเข่งขันกับอดีตส.ส.พรรคต่างๆ เเต่ต้องสู้ด้วยนโยบาย”

“ปัญหาในพื้นที่เท่าที่ผมรับฟังจากชาวบ้านนั้น ชาวบ้านหวังให้เเก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตอนนี้ตกต่ำ ปัญหาการพัฒนาเเหล่งท่องเที่ยว เช่น การสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงที่มีการพูดเเละศึกษามาหลายครั้งเเล้ว ผมขึ้นไปภูกระดึงนับสิบครั้ง รับฟังลูกหาบที่ทำหน้าที่เเบกสิ่งของ ทราบว่าหลายคนเลิกอาชีพนี้เพราะร่างกายไม่ไหว บางคนก็ทำไป เเต่ขึ้นภูกระดึงไม่ได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งอยากช่วยชาวบ้านที่ขายลอตเตอรี่ที่ตอนนี้ยังมีปัญหาบ้างบางส่วน ตรงนี้อยากเเก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้น”

ดึงคนรุ่นใหม่ช่วยแก้ปัญหา-เติบโตไปด้วยกัน ‘ภาดาท์ วรกานนท์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/360176

ดึงคนรุ่นใหม่ช่วยแก้ปัญหา-เติบโตไปด้วยกัน ‘ภาดาท์ วรกานนท์’

คนในข่าว  :  25 ม.ค. 2562
พลังประชารัฐ,ภาดาท์ วรกานนท์,เลือกตั้ง

คอลัมน์…  ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“พลังประชารัฐ” พรรคน้องใหม่ที่ตอนนี้กำลังเดินเครื่องหาแต้มเพื่อเกาะติดอันดับแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งคราวนี้ โดยสนามเลือกตั้งเมืองไทยมี 350 เขต และ 150 ปาร์ตี้ลิสต์

สนามเมืองกรุงนั้นมี 30 ส.ส. ให้แต่ละพรรคส่งผู้สมัครเพื่อขออาสาชาวบ้านชาวเมืองไปทำหน้าที่ในรัฐสภา

แน่นอนว่าในการเลือกตั้ง 4 ครั้งที่ผ่านมา แทบไม่มีใครโค่นปชป.และพท.ได้ในพื้นที่นี้ แต่คราวนี้หลายพรรคหวังใจว่าจะมี ส.ส.ของพรรคตัวเองในเมืองหลวงให้จงได้

แกนนำ พปชร.หวังว่าจะมีผู้แทน 15 คนในเขต กทม. โดย “ภาดาท์ วรกานนท์” (วัน) ผู้หญิงรุ่นใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ ที่ขออาสาทำหน้าที่ผู้แทนฯ เมืองหลวง เขต 6 (ราชเทวี พญาไท จตุจักร (แขวงจอมพลและแขวงจตุจักร))

“วัน” จบมัธยมจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ปริญญาตรีอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม จุฬาฯ และปริญญาโทด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา

ประสบการณ์การทำงานมากกว่า 15 ปี ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สภาพัฒน์ ส่วนงานโครงสร้างพื้นฐาน, UN ESCAP วิจัยสิ่งแวดล้อม, บริหารงานภาคธุรกิจด้านโทรคมนาคม บริษัทดีแทค, ทรูมูฟ, พัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ ได้รับรางวัลคอนโดประหยัดพลังงานแห่งแรก จากกระทรวงพลังงาน

ชั่วโมงบินดังกล่าวของหญิงสาวคนนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกของชาวเมืองหลวงเขต 6 ว่าจะเปิดโอกาสให้เธอหรือไม่ในการเลือกตั้งคราวนี้

“ขอเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่รับใช้ประชาชน ฟังทุกปัญหา ร่วมพัฒนา แก้ไขชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น โดยจะเติบโตแบบยั่งยืนไปด้วยกัน” ภาดาห์ระบุ

รอลุ้นว่าชาว กทม.เขต 6 จะเปิดใจและเปิดโอกาสให้หญิงสาวคนนี้จาก พปชร.ปักธงคว้าตั๋ว ส.ส.ไปได้หรือไม่

สานงานในพื้นที่ต่อจากพ่อและเชื่อมั่นนโยบายพรรคที่จะใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/360027

สานงานในพื้นที่ต่อจากพ่อและเชื่อมั่นนโยบายพรรคที่จะใช้

คนในข่าว  :  24 ม.ค. 2562
นพ ชีวานันท์,อดีตสสกรุงเก่า,พรรคกิจสังคม,เพื่อไทย

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

ส.ส.เมืองไทยมีสองระบบคือระบบเขต 350 คน ปาร์ตี้ลิสต์ 150 คน เเต่ละจังหวัดมีจำนวน ส.ส.ที่มากน้อยเเตกต่างกันตามจำนวนประชากรใน 77 จังหวัด

ภาคกลางมีส.ส.เขตทั้งหมดตอนนี้ “เจ็ดสิบหกคน” โดย “เมืองกรุงเก่า” มีส.ส.ได้ 4 คน ลดลง 1 คน จากเดิมที่มี 5 คน

หลายพรรคหวังว่าจะปักธงชัยในอยุธยาให้ได้ เพราะหนึ่งส.ส.นั้น อาจเป็นตัวเเปรบนสนามการเมืองในอนาคต เเม้เเต่คะเเนนอันดับที่สองลงมาก็ยังมีค่า มิใช่เเต้มที่ตกน้ำเเล้วสูญไป

“ชีวานันท์” คือหนึ่งในตระกูลการเมืองของอยุธยา โดยคนเมืองกรุงเก่านี้รู้จัก “พ้อง ชีวานันท์” ที่เคยช่วยงานพรรคกิจสังคมในยุคของมนตรี พงษ์พานิช

พ้องเคยเป็นอดีตส.ส.กรุงเก่าสี่สมัย เเละอดีตรมช.คมนาคม เเต่เมื่อพ้องวายชนม์ไปเเล้ว ในวันนี้ “นพ ชีวานันท์” มารับหน้าที่ต่อจากบิดาเเละขอสมัคร ส.ส.อยุธยา เขตสอง “พรรคเพื่อไทย”

ชายคนนี้คว้าปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์ มธ. เเละปริญญาโทด้านบริหารจัดการระบบไอที จากสหรัฐ

“คุณพ่อช่วยงานพรรคกิจสังคมในพื้นที่มานาน เมื่อท่านได้โอกาสก็ทำหน้าที่ส.ส.อยุธยา ผมช่วยงานท่านมานาน เมื่อท่านสิ้นไป ผมลาออกจากงานธนาคาร ขอทำหน้าที่ ส.ส.เเทนพ่อ วันนี้ชาวบ้านในพื้นที่ตอบรับพรรคเพื่อไทยเเละหวังว่าพรรคจะขับเคลื่อนนโยบายเเก้ปัญหาที่เรื้อรัง”

เเม้เมืองกรุงเก่าจะมีอดีตส.ส.เพื่อไทยย้ายสังกัดไปพรรคอื่นพอควร เเต่ “นพ” เชื่อว่าการเมืองจะต้องเเข่งขันด้วยนโยบายเพื่อให้ชาวบ้านคัดเลือก ไม่กังวลหากต้องเเข่งขันกับพรรคอื่นๆ เพราะเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่สังคมยอมรับมานาน

“การเมืองควรเเข่งขันที่นโยบาย ผมเชื่อในนโยบายพรรคเเละผลงานที่พ่อทำมาในพื้นที่ เชื่อว่าชาวบ้านจะให้โอกาสผม”

ขอทำงานช่วยเกษตรกรและงานอาชญาวิทยา’พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/359885

ขอทำงานช่วยเกษตรกรและงานอาชญาวิทยา’พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์’

คนในข่าว  :  23 ม.ค. 2562
พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์,ส้ม,พปชร,พรรคพลังประชารัฐ

คอลัมน์…  ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์” คือคนรุ่นใหม่ที่พลังประชารัฐส่งลงแข่งขัน ส.ส.กทม.เขตสายไหม

“ส้ม” เป็นอาจารย์พิเศษสาขาอาชญาวิทยา การบริหารงานยุติธรรม ก่อนที่จะถูกทาบทามจากแกนนำ พปชร.ให้มาลงผู้แทนฯ

ที่ผ่านมา “ส้ม” มาช่วยงานด้านนิติบัญญัติในหลากบทบาท และวันนี้เมื่อมีโอกาสลงสมัคร ส.ส. “ส้ม” ก็ขอพื้นที่จากชาวเมืองหลวงในเขตดังกล่าวเข้าไปทำหน้าที่

“ส้ม” สนใจที่จะปฏิรูปเกษตร สู่การพัฒนาชาติ เพราะเกษตรกรมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้ประเทศแต่ต้องยกระดับราคาและวิถีชีวิตให้ดีขึ้น รวมทั้งการบริหารงานยุติธรรมด้านยาเสพติดและปัญหาเยาวชน โดยต้องเริ่มต้นดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ รวมทั้งปากท้อง ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เยาวชนบางคนเดินทางผิด

เหตุผลที่สนใจงานการเมืองเพราะว่า การเมืองคือหัวใจการพัฒนาชาติ ประเทศที่เจริญแล้วเราจะพบว่าประเทศเหล่านั้นการเมืองเข้มแข็ง เมื่อมีโอกาสในฐานะคนรุ่นใหม่ที่พรรคให้เวทีคราวนี้ก็ขอใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์กับสังคม ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนการเมืองให้เข้มแข็ง

ภาพลักษณ์ของคนการเมืองวันนี้สังคมยังมองแง่ลบ ทั้งๆ ที่คนการเมืองส่วนใหญ่มีเจตนาดีกับประเทศ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้วันนี้มาทำงานการเมือง

“การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของนักการเมือง เชื่อว่าคนการเมืองต้องยึดระบบคุณธรรม เสียสละ สร้างคุณภาพที่เกิดพลังก่อนที่จะสร้างผลงานให้สังคม ตรงนี้จะลบภาพนักการเมืองทุจริตดั่งที่ผ่านมาได้ เพราะการทุจริตคือต้นตอปัญหาของชาติที่แท้จริง การทุจริตนั้นมันแก้ได้โดยบอกสังคมผ่านสื่อหลากช่องทางว่าไม่ควรสนับสนุนการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ”

ศึกสายเลือด เขต4 อุบลฯ “หนุ่ย” อัครพล จินตะเวช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/359740

ศึกสายเลือด เขต4 อุบลฯ “หนุ่ย” อัครพล จินตะเวช

คนในข่าว  :  22 ม.ค. 2562
ชาติไทยพัฒนา,อัครพล จินตะเวช,สสตุ่น จินตะเวช,พลังประชารัฐ

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี โซน อ.เดชอุดม แน่นอนว่าไม่มีใครลืม “ส.ส.ตุ่น จินตะเวช” อดีต ส.ส.ของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ครองพื้นที่ยาวนานถึง 8 สมัย แม้จะล่วงลับไปหลายปี

ดังนั้นในศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง “สมรภูมิแห่งนี้” คือ การแย่งชิงจากหลายพรรคการเมือง

สำหรับ พรรคเจ้าของพื้นที่ อย่าง “ชาติไทยพัฒนา” จัดตัวทายาท อย่าง “ส.จ.หนุ่ย”  อัครพล จินตะเวช” ลูกชาย “อดีต ส.ส.ตุ่น” ลงยึดพื้นที่

หลังจากที่ “บิว” ตวงทิพย์ จินตะเวช ลูกสาวบ้านใหญ่ของแม่ “อรนุช จินตะเวช” ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

งานนี้ในพื้นที่ขนานนามว่าเป็น “ศึกแห่งสายเลือด” แต่สำหรับ “ส.จ.หนุ่ย” ลูกชายต่างมารดา กลับมองว่าศึกการเมืองไม่กระเทือนเรื่องครอบครัว

“มีคนมองว่าเป็นศึกสายเลือด แต่ทุกครั้งที่ผมเจอน้องสาวตามงานต่างๆ ในพื้นที่ที่ไปในฐานะว่าที่ผู้สมัครต่างพรรคกัน ผมเข้าไปทักทาย และบอกให้สู้เต็มที่ เพราะการเมือง แม้เราต้องแข่งขันกันระหว่างพี่น้อง แต่สายสัมพันธ์ในครอบครัว ยังรักกันเหมือนเดิม”

ชื่อชั้นของ “พรรคพลังประชารัฐ” ที่น้องสาวไปสังกัด ถูกยอมรับจากคนในพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้แก่ชาวบ้านที่ยากจน

แต่สำหรับ “ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 อุบลราชธานี ของพรรคชาติไทยพัฒนา” บอกว่า แม้รัฐบาลจะมีนโยบายที่ดี และพรรคพลังประชารัฐสานต่อ แต่เชื่อว่าประชาชนในพื้นที่เขาเลือกที่ตัวบุคคล ที่จะเป็นตัวแทนทำงานในระยะยาว มากกว่าผลประโยชน์ที่ได้รับเพียงสั้นๆ

“ผมลงพื้นที่ตลอด และชาวบ้านเขาก็รัก ผมอยู่ในพื้นที่ อ.เดชอุดม ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัด รองจาก อ.เมือง มานาน และช่วยงานพ่อกว่า 20 ปี มีโอกาสเป็นสมาชิกสภาจังหวัด ทำงานเพื่อชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผมเชื่อว่าผลงานที่ผมเคยทำ และสิ่งที่ อดีต ส.ส.ตุ่นเคยทำมา จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้รับเลือกเข้าไปเป็น ส.ส.”

กับนโยบายสำคัญที่ “ส.จ.หนุ่ย” เตรียมผลักดันคือ การพลิกชีวิตของประชาชน และเกษตรกรในพื้นที่ ผ่านการจ้างงาน เพิ่มศักยภาพของระบบชลประทานในพื้นที่ และการสร้างถนนหนทาง สะพาน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ดีกรี ของ “ลูกพ่อ” แม้จะต่างมารดากับ “บิว ตวงทิพย์” ลูกบ้านใหญ่ แต่เขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาได้ทำให้ท้องถิ่น และความรักที่ชาวบ้านมีให้แก่ “อดีต ส.ส.ตุ่น” จะเป็นแต้มต่อให้เขามีโอกาสได้รับเลือกตั้ง

เรียกร้องความชอบธรรมคืนสังคม’ธกร อำพันเปรม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/359617

เรียกร้องความชอบธรรมคืนสังคม’ธกร อำพันเปรม’

คนในข่าว  :  21 ม.ค. 2562
พรรคภราดรภาพ,ธกร อำพันเปรม

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“พรรคภราดรภาพ” อยากจะเห็นความรักความสามัคคีและความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติเกิดขึ้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายก้าวข้ามความขัดแย้ง

โดยภาค กทม.นั้น ส่งคนรุ่นใหม่และลงสนามการเมืองเป็นครั้งแรก แต่ก็มีความเข้าใจถึงปัญหาและแนวทางการทำการเมืองในอดีตและปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง จึงมั่นใจว่าจะนำแนวความคิดแบบผสมผสานรวมไปถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการพัฒนาประเทศได้เป็นอย่างดี

พรรคภราดรภาพ มีมติส่ง “ธกร อำพันเปรม” ผู้ชายขายซาลาเปา ขนมจีบที่เป็นนักเรียกร้องสิทธิเเละแกนนำเเคมเปญ “ฆ่าข่มขืน กี่ศพแล้ว กี่ศพเล่า กฎหมายไทย ทำไมไม่แก้” เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 20 กรุงเทพมหานคร (สวนหลวง, ประเวศ)

“ธกร” เป็นนักเคลื่อนไหวเรียกร้องความชอบธรรมให้สังคม อาทิ คดีน้องแก้ม คดีลูกตํารวจทําร้ายคนพิการ โดย ธกร เคยยืนถือป้ายประท้วงเงียบเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับกรณีบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่มาเเล้ว

พรรคมองเห็นว่า “ธกร” เป็นผู้ชายคนแรกๆ ที่ออกโรงทำให้กระแส เกี่ยวกับคดีฆ่าข่มขืนที่มีอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน โดยขอให้รัฐดำเนินการแก้ไขหรือมีมาตรการในคดีดังกล่าวอย่างจริงจัง รวมถึงอีกหลายคดีที่สังคมให้ความสนใจ ด้วยอุดมการณ์ที่อยากจะให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีขึ้น

ธกร บอกว่า มีความสนใจในการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อต้องการเข้าไปสะท้อนปัญหาหรือเรียกร้องสิทธิ์ของคนในสังคม โดยผ่านกระบวนการของรัฐสภาจึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจมาลงสมัครในนามพรรคภราดรภาพเพราะเห็นว่าเป็นพรรคใหม่ที่มีแนวความคิดตรงกับอุดมการณ์เเละหวังว่าจะขับเคลื่อนในสิ่งที่เห็นว่าเป็นปัญหาที่เรื้อรังควรที่จะเเก้ไขเเบบจริงจังให้ปัญหาเเบบนี้หมดไปจากสังคม

“โค้ชโต่ย”กับทางฝันที่วัดกันยาวๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/359440

“โค้ชโต่ย”กับทางฝันที่วัดกันยาวๆ

คนในข่าว  :  19 ม.ค. 2562
โค้ชโต่ย,ฟุตบอล,ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย,ช้างศึก

บางทีเราก็ไม่รู้ว่าสายลมจะพัดเราไปลงตรงไหน หากเมล็ดพันธ์ุที่รอดคือต้องแกร่ง คนพันธุ์ไม่ถอยก็จะได้รับการยอมรับในสักวัน

เส้นทางของ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กับการ “คืนรอยยิ้มให้คนในชาติ” หลังขึ้นคุมทีม “ช้างศึก” เป็นการชั่วคราวในศึกเอเชี่ยนคัพ 2019 แทน “มิโลวาน ราเยวัช” ที่ถูกเด้งออกไปจากผลงานยอดแย่พ่ายพลังโรตี ช่วงวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา

หากวันนี้โค้ชโต่ยสามารถนำทีมช้างศึกสร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกเอเชี่ยนคัพได้ครั้งแรกรอบ 47 ปี หลังจากที่ลุยต่อใน 2 นัดสุดท้ายชนิดสู้สุดใจ

โดยนัดแรกซึ่งเป็นนัดที่สองของกลุ่มเอ ไทยเอาชนะทีมบ่อน้ำมัน “บาห์เรน” ไปด้วยสกอร์ 1-0 วันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา จากนั้น 14 มกราคม นัดสุดท้ายกลุ่มเอ ที่ “ยูเออี” เจ้าภาพ ซึ่งมี “อัลแบร์โต ซัคเคโรนี” กุนซือชื่อดังชาวอิตาเลียนเป็นหัวหน้าโค้ช ไทยเราไปไล่ตีเสมอ 1-1 จบรองแชมป์กลุ่มไปแบบเท่ๆ

"โค้ชโต่ย"กับทางฝันที่วัดกันยาวๆ

 

เวลานี้กระแส “ไม่ได้อ้ายโก้ก็ขออ้ายโต่ยแล้วกัน” กึกก้องเซ็งแซ่ไปทั่วไทย ที่ต่างต้องการให้โค้ชโต่ยรับหน้าที่โค้ชตัวจริงไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด เพราะหน้าที่ขัดตาทัพหนนี้มันจับใจจริงๆ

          เด็กน้อยสอยฝัน
เรื่องราวการเดินทางของคนไม่ถอยอย่างโค้ชโต่ย เริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กบ้านนอกคนหนึ่งแห่ง อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ไม่ยอมทิ้งลายสายเลือดแห่งครอบครัวนักกีฬา

โค้ชโต่ยเกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2512 เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่สมบูรณ์ตามแบบฉบับแม่เป็นพยาบาล พ่อเป็นอาจารย์

หากในอดีตพ่อเคยเป็นนักฟุตบอลดีกรีระดับตัวแทนมหาวิทยาลัย ส่วนพี่สาวอีก 2 คนก็เป็นถึงนักวิ่ง ในขณะที่พี่ชายก็เป็นนักฟุตบอลตัวแทนจังหวัด

คนอย่าง “โต่ย” ศิริศักดิ์ ถ้าไม่ตามรอยใครสักคนในบ้านก็คงแปลก ที่สุดเขาก็เริ่มหัดเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 7-8 ขวบ พูดง่ายๆ ว่าพอรู้ตัวก็มุ่งหน้าเก็บชั่วโมงสัมผัสบอลให้มากที่สุด

"โค้ชโต่ย"กับทางฝันที่วัดกันยาวๆ

 

โดยนอกจากคนในบ้านแล้วไอดอลที่เป็นเหมือนคนนำทางฝันของเขาก็คือ “เศรษฐศักดิ์ มหา” อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย คนอำเภอเดียวกัน ที่ติดทีมชาติรุ่นเดียวกับ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

ที่สุดด้วยการฝึกฝนตนเองและเดินหน้าเข้าร่วมทีมฟุตบอลแข่งขันทั้งในระดับจังหวัด ระดับภูธร และระดับประเทศ เดินสายลงเล่นให้ทีมจังหวัดต่างๆ จนกระทั่งจบม.ปลาย โค้ชโต่ยก็มีโอกาสได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในโควตานักกีฬาช้างเผือก

จากนั้นช่วงวัย 18 ปี ได้ลงเล่นอาชีพให้ทีมโอสถสภา ตั้งแต่ปี 2531 โดยเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายและติดทีมชาติไทยในเวลาต่อมาในตำแหน่งกองกลาง

      ฝันนี้ยังไปต่อ
หนึ่งหน้าความฝันของเด็กน้อยหลายคนอาจจบลงที่ติดทีมชาติสักครั้ง และการค้าแข้งกับองค์กรดีๆ สักที่

อย่างโค้ชโต่ย เมื่อถึงวัยหรือเวลาที่ต้องแขวนสตั๊ด เขาก็หันไปเป็นสตาฟฟ์ที่โอสถสภารังเก่าอยู่นานถึง 17 ปี โดยหลังจากแขวนสตั๊ดกับโอสถสภา เขายังคงทำงานให้สโมสร ทำหมดทั้งเจ้าหน้าที่ทีม ขนอุปกรณ์ซ้อม พ่อครัว ไปจนขับรถตู้ให้สโมสร ก่อนได้รับโอกาสเป็นโค้ชเยาวชนของทีมที่เป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพโค้ชในทุกวันนี้

"โค้ชโต่ย"กับทางฝันที่วัดกันยาวๆ

 

นักเตะชื่อดังที่ผ่านมือโค้ชโต่ย เช่น ฉัตรชัย บุตรพรหม, สุมัญญา ปุริสาย, อภิภู สุนทรพนาเวศ, วันใหม่ เศรษฐนันท์, เจษฎา พั่วนะคุณมี รวมถึงล่าสุดก็ 2 พี่น้อง อันโตนิโอ-จอนาตา แวร์ซูรา

แต่เส้นทางยังไม่จบภายหลังโค้ชโต่ยไปรับงานคุมทีมไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ช่วงปี 2559 ซึ่งถือว่าได้ขึ้นมาเป็น “เฮดโค้ช” สโมสรอาชีพอย่างจริงจัง

กระทั่งสามารถนำพาสโมสรโนเนมแห่งนี้ให้เป็นแชมป์ดิวิชั่น 1 เลื่อนชั้นมาเล่นในโตโยต้าไทยลีกปี 2560 ซึ่งเป็นการเลื่อนชั้นมาเล่นลีกสูงสุดครั้งแรกของสโมสรในรอบ 10 ปี

แต่แล้วผ่านมา 11 นัดแรก “โค้ชโต่ย” ทำผลงานตกลง ชนะเพียง 3 นัด จนถูกไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี ปลดออกจากตำแหน่งกุนซือ

กระทั่งสายลมแห่งโอกาสพัดมาอีกระลอกเมื่อกลางปี 2560 ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้แต่งตั้งเขาเป็นผู้ช่วยโค้ช มิโลวาน ราเยวัช

"โค้ชโต่ย"กับทางฝันที่วัดกันยาวๆ

 

นาทีนี้เหมือนฝันเป็นจริงอีกครั้ง เพราะการได้เข้าใกล้ทีมชาติไทยขนาดนี้ถือว่าโค้ชโต่ยได้เติมเต็มความฝันของตนเองอย่างสมบูรณ์แล้ว

    สานฝันคนไทย
ชีวิตบางทีก็เหมือนหนังจอใหญ่ ฉากที่ตัวจริงบาดเจ็บและพระเอกซึ่งเป็นตัวสำรองได้โอกาสโชว์เก๋า เราเห็นมาไม่รู้กี่ครั้ง

ถ้า “มิโลวาน ราเยวัช” ยังคงงานดี สร้างชื่อให้ทีมชาติ สร้างหน้าให้สมาคมบอลไทยต่อไป คนไทยอาจไม่ได้เห็นว่า “ของดีมีให้โชว์ มากกว่าเอาไว้หลังฉาก”

โค้ชโต่ยขึ้นมาคุมทีมช้างศึก โดยมี โชคทวี พรมหรัตน์ เป็นผู้ช่วย เส้นทางจากเด็กน้อยสู่โค้ชฟุตบอลทีมชาติไทยคนแรกแห่งพยัคฆภูมิพิสัย ก็ต้องภูมิใจสุดๆ

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ ผมจะพยายามทำให้ออกมาดีที่สุด จะทำให้ได้แม้จะเป็นงานหนักก็ตาม ขอให้ทุกคนซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน”

“มันก็เหมือนการฝ่ามรสุมมาช่วยทีม ทำยังไงก็ได้ให้ทีมดีขึ้น และพาน้องๆ ทำผลงานให้ดี” (จากมติชน)

"โค้ชโต่ย"กับทางฝันที่วัดกันยาวๆ

 

และก็ไม่ใช่แค่ดี ประเดิมงานแรกในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติ คุมใน 2 เกมที่เหลือ ก็สามารถฝ่ามรสุม สู้เพื่อแฟนบอลชาวไทยทุกคนสมกับที่เอ่ยปากไว้สำเร็จ

ก็ไม่รู้เพราะแนวการเล่นแบบถ่อมตัว ไม่เปิดแลกมากเกินไป แต่ก็ไม่เน้นรับเสียทีเดียวของโค้ชโต่ยที่วางไว้ หรือเพราะเงินอัดฉีดที่ทำเอาแรงกายแรงใจไม่รู้มาจากไหน

จนว่ากันว่า งานนี้แม้จะไม่ชนะตามเงื่อนไขที่สปอนเซอร์ตั้งไว้ แต่ก็ประทับคนไทยสุดๆ และยังประทับใจอ๊อด “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จนถึงกับประกาศมอบเงินอัดฉีดอีก 10 ล้านบาท ค่าที่สามารถพาทีมเข้ารอบสองในรอบ 47 ปี นับตั้งแต่ปี 1972 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพและคว้าอันดับ 3 เวลานั้นโค้ชโต่ยเพิ่งเป็นเด็กน้อยแค่ 2 ขวบเท่านั้น

ดังนั้นจากที่ตอนแรกนักเตะและทีมงานได้ไปแล้ว 5 ล้าน รวมเวลานี้ฟาดไป 15 ล้านบาทแล้ว

          ฝันไกลได้แค่ไหน
ยังไงเสียคนที่หน้าบานเป็นจานเชิงตัวจริงก็คนไทยนี่แหละ จากนี้ความหวังที่คนไทยรอคอยคือทีมช้างศึกจะยังมีลุ้นผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะทีมอันดับ 3 ที่มีคะแนนดีที่สุด 4 ทีม จากทั้งหมด 6 กลุ่ม

โดยรอบต่อไปจะพบรองแชมป์กลุ่มซี ระหว่าง จีน กับ เกาหลีใต้ วันที่ 20 มกราคมนี้ สามทุ่มบ้านเรา ซึ่งกุนซือโต่ยบอกว่ายังไงก็เต็มที่

“ผ่านเข้ารอบนี้ รอบต่อไปถือว่าเป็นกำไรแล้ว แต่เราก็ยังต้องทำงานหนัก เพราะฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ ทีมที่ครองบอลได้เยอะที่สุด จบเกมอาจจะเป็นทีมที่แพ้ก็ได้ ตรงนี้ผมว่าต้องไปสู้กันที่แท็กติกมากกว่า”

แท็กติกทางเกมว่าอย่างนี้ แต่ทางบริหารที่โค้ชโต่ยอยู่ตรงนี้ได้เพราะอาศัยว่าเป็น “เหตุจำยอม” โดยสมาคมฟุตบอลไทย ได้ยื่นเอกสารคำร้องไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ตั้งแต่ก่อนนัดฟาดแข้งกับทีมชาติบาห์เรนเเล้ว ซึ่งเอเอฟซีเห็นว่าโค้ชโต่ยกำลังจะเรียนฟีฟ่าโปรไลเซนส์หลังเสร็จศึกเอเชี่ยนคัพ จึงยินยอมให้คุมทีมต่อไปได้จนจบทัวร์นาเมนต์

"โค้ชโต่ย"กับทางฝันที่วัดกันยาวๆ

 

หากแต่หลังจากจบรายการนี้ข่าวที่ว่าสมาคมจะสรรหาโค้ชคนใหม่ระดับโปรไลเซนส์เข้ามาทำหน้าที่แทน ซึ่งโปรแกรมต่อไปของทีมชาติไทยคือเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ช่วงเดือนมีนาคม

คนไทยจึงใจหาย เป็นห่วงก็แต่ “โค้ชโต่ย” ที่ยังขาดคุณสมบัติเป็นโค้ชทีมชาติเพราะเขาผ่านเพียงหลักสูตร “เอ ไลเซนส์”

วันนี้หลายคนเลย “ก๊อกก๊อกก๊อก” ไปยังสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยแล้วว่าช่วยออกเงินให้โค้ชโต่ยเรียนโค้ชโปรไลเซนส์ด่วนๆ จะได้อยู่เป็นกุนซือทีมชาติไทยไปยาวๆ

“ใช้ใจฟังปัญหา ยึดผลประโยชน์ส่วนรวม” ดร.กฤชนนท์ อัยยปัญญา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/359417

“ใช้ใจฟังปัญหา ยึดผลประโยชน์ส่วนรวม” ดร.กฤชนนท์ อัยยปัญญา

คนในข่าว  :  18 ม.ค. 2562
พลังประชารัฐ,ดรกฤชนนท์ อัยยปัญญา

คอลัมน์… ตลาดความคิด… รุ่นใหม่การเมือง

“พลังประชารัฐ” หวังจะมี ส.ส.ทั่วประเทศ เพราะมีเป้าหมายในการที่จะเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง โดยมีประชาชนให้การสนับสนุน

“เมืองหลวง” คือพื้นที่ที่มี ส.ส.มากที่สุดในประเทศ และในรอบหลายปีที่ผ่านมาสนามนี้เสมือนเป็นเวทีผูกขาดของสองพรรคใหญ่แห่งการเมืองไทย แต่คราวนี้หลากพรรคหวังที่จะมีผู้แทนฯ กทม.ไว้เป็นปากเป็นเสียงของชาวบ้าน รวมทั้งยังเป็นการบอกกับสังคมว่า อย่างน้อยพรรคอื่นๆ ก็สามารถต่อกรกับสองพรรคใหญ่อย่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ได้

“ดร.กฤชนนท์ อัยยปัญญา” คนรุ่นใหม่แห่ง พปชร. ที่จะลง ส.ส.บางแค กทม. และยังดูแลงานด้านสื่อมวลชนและไอทีให้พรรคอีกด้วย

“ตั้น” จบการศึกษาปริญญาเอก จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปริญญาโทสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สาขาวิชาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร รวมทั้งยังเคยเป็น นายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วงเรียนปริญญาตรี

"ใช้ใจฟังปัญหา ยึดผลประโยชน์ส่วนรวม" ดร.กฤชนนท์ อัยยปัญญา

ทำงานในหลากวงการ อาทิ อาจารย์ประจำโครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง, คอลัมนิสต์ประจำหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ (เศรษฐกิจมหภาค) เป็นผู้เริ่มก่อตั้งและประธานเจ้าที่บริหารบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ จำหน่ายปัจจัยทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม หลายบริษัท

“ผมหวังว่าชาวบางแคจะให้โอกาส พปชร.และตัวผมในการทำหน้าที่ ส.ส.ของเขตนี้ ทราบดีว่า พรรคใหม่และผู้สมัครหน้าใหม่ต้องทำการบ้านเยอะ ผมอาศัยประสบการณ์ตอนเรียนหนังสือในการทำกิจกรรมทำให้รู้ว่าการทำงานกับคนอื่นๆ เราต้องรับฟัง จับมือ มุ่งมั่น ใช้หัวใจให้มากกว่าสมอง ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ตัดสินใจร่วมกัน เพราะผลประโยชน์ของสังคมส่วนรวมมีมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว”