ชม ‘ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ’ จ.เชียงใหม่ อุดหนุนสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/562715

ชม 'ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ' จ.เชียงใหม่ อุดหนุนสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ

ชม ‘ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ’ จ.เชียงใหม่ อุดหนุนสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ

05 พ.ย. 2566

วธ.จับมือ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัว ‘ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ’ สืบสานวัฒนธรรมไทย สัมผัสวิถี “กาดหมั้ว คัวเงิน คัวเขิน ชุมชนวัดศรีสุพรรณ ชุมชนวัดหมื่นสาร และชุมชนวัดนันทาราม” เผยแพร่ภูมิปัญญา soft power ส่งเสริมการท่องเที่ยว อุดหนุนของดีชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

ในช่วงปลายปีนักท่องเที่ยวมักเลือกเดินทางท่องเที่ยวในแถบภาคเหนือของประเทศ เนื่องจากสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นกว่าภาคอื่นๆ และจังหวัดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกันมาก คงต้องยกให้ “เชียงใหม่” โดยล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดพิธีเปิดตัวตลาดบก “ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ” หนึ่งในกิจกรรม 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมี โชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน ลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวรายงาน, วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ดิเรก สิทธิการ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ผู้รังสรรค์อุโบสถเงิน วัดศรีสุพรรณ  ผู้บริหารวธ., ธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมวัฒนธรรม 16 จังหวัดภาคเหนือ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ผู้นำชุมชนวัดศรีสุพรรณ ชุมชนวัดหมื่นสาร และชุมชนวัดนันทาราม (ย่านวัวลาย) ผู้ขับเคลื่อนตลาด นักท่องเที่ยวและประชาชน เข้าร่วมงานที่ผ่านมา ณ ตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ชม \'ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ\' จ.เชียงใหม่ อุดหนุนสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ
ชม \'ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ\' จ.เชียงใหม่ อุดหนุนสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ

โชติกา อัครกิจโสภากุลโชติกา อัครกิจโสภากุล

รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ประธานกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มีเป้าหมายและพันธกิจสำคัญในการเทิดทูน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มีการรักษาสืบทอด พัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งขับเคลื่อนงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยปรับบทบาทสู่กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ด้วยทุนทางวัฒนธรรม การส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน สู่เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม : การดำเนินงานพัฒนาตลาดบกสืบสานวัฒนธรรมไทย ด้วยการพัฒนาศักยภาพเส้นทางท่องเที่ยวตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย และจัดพิธีเปิดตัว 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ 2566 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม พร้อมสนับสนุนขยายช่องทางการตลาด ประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้ ในวงกว้าง ให้ตลาดชุมชนเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนเกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนสืบไป

ชม \'ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ\' จ.เชียงใหม่ อุดหนุนสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ
ชม \'ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ\' จ.เชียงใหม่ อุดหนุนสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ

วีรพงศ์ ฤทธิ์รอดวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด

ด้าน วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการฯ เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ “กาดหมั้ว คัวเงิน คัวเขิน ชุมชนวัดศรีสุพรรณ ชุมชนวัดหมื่นสาร และชุมชนวัดนันทาราม” (ย่านวัวลาย) หรือที่เรียกกันว่า “ถนนคนเดินวัวลาย” อยู่ในเขต ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2545 เป็นถนนทางเดิน ที่มีลักษณะเป็นตลาดนัดกลางคืน ทั้งสองข้างทางมีทั้งร้านขายเครื่องเงิน เครื่องเขิน อาหาร สินค้าพื้นเมือง และของฝากของที่ระลึก ตลอดแนวทางเดิน ตั้งแต่แยกประตูเชียงใหม่ จนถึงแยกประตูหายยา ถนนทิพย์เนตร เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ แขวงเม็งราย ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร และพื้นที่ปากทางจากถนนวัวลาย เข้าสู่วัดศรีสุพรรณ อุโบสถเงิน อีกประมาณ 500 เมตร โดยมีวัดศรีสุพรรณเป็นศูนย์กลางจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ บูรณาการทางศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่นกับการท่องเที่ยววิถีชุมชนเครื่องเงิน เครื่องเขิน ย่านวัวลาย 

ชม \'ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ\' จ.เชียงใหม่ อุดหนุนสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ
ชม \'ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ\' จ.เชียงใหม่ อุดหนุนสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ
ชม \'ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ\' จ.เชียงใหม่ อุดหนุนสินค้าชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ

ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ เปิดให้บริการทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.00 น. มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นความโชคดีของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ ตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณ (ย่านวัวลาย) ได้รับเลือก เป็น 1 ใน 10 ตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ 2566 ของกระทรวงวัฒนธรรม อันจะเป็นการต่อยอดด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้เกิดความคึกคัก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ทั้งยังเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ปลูกฝังให้แก่เยาวชน ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมนำไปสู่การอนุรักษ์สืบสาน โดยการนำทุนทางวัฒนธรรมมาพัฒนาสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเกิดความมั่นคง ยั่งยืนได้”

‘ยูเนสโก’ ประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ จาก 55 เมืองทั่วโลก

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/562553

'ยูเนสโก' ประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ จาก 55 เมืองทั่วโลก

‘ยูเนสโก’ ประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ จาก 55 เมืองทั่วโลก

02 พ.ย. 2566

ยูเนสโก ประกาศ ‘เชียงราย’ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ ‘สุพรรณบุรี’ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี ปี 2566 เป็น 2 รายการ จาก 55 รายการทั่วโลก

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศผลการรับรองเมืองสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ 55 เมืองทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเราได้มีเมืองที่มีเอกลักษณ์และได้รับการรับรองจากยูเนสโก

จังหวัดเชียงราย เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบจังหวัดเชียงราย เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ

\'ยูเนสโก\' ประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ จาก 55 เมืองทั่วโลก

ยกจังหวัดเชียงราย เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design) และจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี (City of Music)

จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี

\'ยูเนสโก\' ประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ จาก 55 เมืองทั่วโลก

โดย ทั้ง 55 เมืองสร้างสรรค์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่กำลังเป็นผู้นำในการเพิ่มการเข้าถึงวัฒนธรรม และกระตุ้นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ปรับประยุกต์ใช้วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาเมืองรวมทั้งมีแนวปฏิบัติเชิงนวัตกรรมในการวางแผนพัฒนาเมืองที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง 

อีกทั้ง 55 เมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่นี้ จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (the UNESCO Creative Cities Network :UCCN) ประจำปี 2024 ระหว่างวันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2567 ที่เมืองบรากา ประเทศโปรตุเกส ภายใต้หัวข้อ “Bringing Youth to the table for the next decade”

“ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มุ่งเน้นนำวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจ จึงพร้อมส่งเสริมการสร้างรายได้ด้วยการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ให้วัฒนธรรมเป็นกลไกหนึ่งในการเชื่อมและสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับนานาประเทศ เปิดกว้างความหลากหลายทางอัตลักษณ์ ความเชื่อ และความคิด ให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของผู้คนที่มีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ และเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศต่อไป โดยคาดว่าเมืองเชียงรายและเมืองสุพรรณบุรีที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ในปีนี้ จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทยที่จะสร้างรายได้ เกิดกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้มีมูลค่าการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน” นายเสริมศักดิ์กล่าว

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

เปิด 5 เมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก

ที่ผ่านมาประเทศไทย มีเมืองที่ได้รับรองเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกแล้ว 5 แห่ง ได้แก่ 

  1. ภูเก็ต เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร(City of Gastronomy) ปี 2558
  2. เชียงใหม่ เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน(City of Crafts and Folk Art) ปี 2560
  3. กรุงเทพมหานคร เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ(City of Design) ปี 2562
  4. สุโขทัย เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน(City of Crafts and Folk Art) ปี 2562,
  5. เพชรบุรี เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร(City of Gastronomy) ปี 2564 ซึ่งทำให้เมืองดังกล่าวได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เกิดการเดินทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน และมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น

นอกจากนี้ ประชาชนชาวไทยยังสามารถเตรียมลุ้นให้เมืองเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ครั้งที่ 17 ในปี พ.ศ. 2568 (UCCN Annual Conference 2025) อีกด้วย โดยมีกระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนงานและผลักดันเมืองเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 5 เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองสร้างสรรค์ของประเทศไทย สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) ในวาระการเสนอเมืองเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี ครั้งที่ 17 ในปี พ.ศ. 2568 โดยองค์การยูเนสโกจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ ช่วงปลายปี 2566 นี้

\'ยูเนสโก\' ประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ จาก 55 เมืองทั่วโลก
\'ยูเนสโก\' ประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ จาก 55 เมืองทั่วโลก
\'ยูเนสโก\' ประกาศ ‘เชียงราย-สุพรรณบุรี’ เมืองสร้างสรรค์ จาก 55 เมืองทั่วโลก

วิถี ‘ตลาดริมน้ำคลองแดน’ เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สืบสานวัฒนธรรมไทย

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/562185

วิถี 'ตลาดริมน้ำคลองแดน' เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สืบสานวัฒนธรรมไทย

วิถี ‘ตลาดริมน้ำคลองแดน’ เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม สืบสานวัฒนธรรมไทย

29 ต.ค. 2566

วธ.เปิด ‘ตลาดริมน้ำคลองแดน’ จ.สงขลา เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม เสน่ห์ที่มีเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น

นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดตัวตลาดบก ‘ตลาดริมน้ำคลองแดน’ หนึ่งในกิจกรรม 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ณ ตลาดริมน้ำคลองแดน (ชุมชนวิถีพุทธคลองแดน) อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

วธ.เปิดตลาดริมน้ำคลองแดนวธ.เปิดตลาดริมน้ำคลองแดน

รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมและกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มีเป้าหมายและพันธกิจสำคัญในการเทิดทูน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ให้มีการรักษา สืบทอด และพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งขับเคลื่อนงานศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ปรับบทบาทสู่กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน สู่เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม : การดำเนินงาน พัฒนาตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยดำเนินการคัดเลือกตลาดบกที่มีความเข้มแข็ง พร้อมร่วมมือร่วมใจพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับตลาดบก จำนวน 10 แห่ง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับประชาชนจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและ ‘ตลาดริมน้ำคลองแดน’ (ชุมชนวิถีพุทธคลองแดน) แห่งนี้ เป็น 1 ใน 10 ตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่ได้รับการคัดเลือก จากกระทรวงวัฒนธรรม

วธ.เปิดตลาดน้ำคลองแดนวธ.เปิดตลาดน้ำคลองแดน

ด้าน น.ส.ลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดี สวธ. กล่าวว่า ด้วยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ดำเนินโครงการ การส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน อัตลักษณ์ไทย สู่เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม : 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่ง ‘ตลาดริมน้ำคลองแดน’ (ชุมชนวิถีพุทธคลองแดน) ได้รับคัดเลือกให้ 1 ใน 10 ตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เนื่องจากเป็นตลาดริมน้ำที่มีศักยภาพ และมีความพร้อมในการพัฒนาเป็นตลาดสืบสานวัฒนธรรมไทย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม สวธ. จึงได้ดำเนินโครงการด้วยการจัดการประชุม เชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนให้พร้อมต่อการบริหารจัดการชุมชน และบริหารจัดการมรดกภูมิปัญญาที่มีอยู่ นำเสนออัตลักษณ์ของชุมชนให้สอดรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยว และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของการท่องเที่ยวโดยชุมชนและองค์กรเครือข่าย ในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การบริการ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การบริหารจัดการองค์กร และแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ตามความเหมาะสมของบริบทพื้นที่

ตลาดริมน้ำคลองแดนตลาดริมน้ำคลองแดน

‘ตลาดริมน้ำคลองแดน’ ตั้งอยู่ริมคลองระโนด คลองชะอวด และคลองปากพนัง เพียงแค่ข้ามคลองก็จะเป็นเขตอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ชื่อว่า สามคลอง สองเมือง เป็นตลาดเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่บริหารจัดการโดยชุมชน เน้นการท่องเที่ยวที่อาศัยธรรมชาติ ลดผลกระทบที่จะเกิดกับระบบนิเวศน์ ภายในตลาดเป็นห้องแถวไม้เก่าแก่ มีสะพานและทางเดินไม้เชื่อมต่อถึงกัน จำหน่ายสินค้าที่เป็นผลผลิตในชุมชน อาทิ ยาแผนโบราณ ลูกปัดมโนราห์ ข้าวยำห่อใบบัว กล้วยทับ กระเป๋า แป้งแดง ก๋วยเตี๋ยวโบราณ เป็นต้น และมีการแสดงโนราจากเยาวชนในพื้นที่รวมถึงการล่องเรือชมทัศนียภาพตลาดน้ำและชุมชนริมน้ำอีกด้วย เปิดให้บริการทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. -21.00 น.

ตลาดริมน้ำคลองแดนตลาดริมน้ำคลองแดน

สำหรับตลาดบกที่มีกำหนดเปิดในลำดับต่อไป ได้แก่ ตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2566 ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ตลาดเขมราษฎร์ธานี อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ตลาดตรอกโรงยา อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 และปิดท้ายด้วยตลาดเก่าหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2566 จึงขอเชิญชวนประชาชน ไปเที่ยวชมอุดหนุนสินค้าของดี สัมผัสวิถีชุมชน กระจายรายได้ให้ท้องถิ่นต่อไป

ตลาดริมน้ำคลองแดนตลาดริมน้ำคลองแดน

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/562110

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

28 ต.ค. 2566

‘ไปรษณีย์ไทย’ เปิด 10 ที่สุดแห่งความเป็น ‘ไปรษณีย์กลางบางรัก’ soft power ในมิติสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ด้านการสื่อสารของคนไทย พร้อม 10 สตอรี่ที่ทุกคนต้องไม่พลาด

ประเทศไทยมีจุดขายทางวัฒนธรรมมากมาย ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจคือ สถาปัตยกรรม ทั้งที่เป็นของดั้งเดิมและปลูกสร้างใหม่ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสวยงามแทบทั้งสิ้น โดยอาคารแห่งหนึ่งที่ถือเป็นแลนด์มาร์คสุดคลาสสิกและมีเสน่ห์ ได้รับความนิยมจากผู้คนทุกกลุ่มก็คืออาคาร “ไปรษณีย์กลางบางรัก” สถาปัตยกรรมที่เจิดจรัสอยู่บนย่านเจริญกรุง ซึ่งเป็น soft power ในมิติสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ด้านการสื่อสารของคนไทย ซึ่งไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยอาคารแห่งนี้ก็ไม่เคยถูกมองว่าเชย หรือเลือนหายไปกับกาลเวลา และวันนี้เราจะไปดูกันว่าอะไรที่ทำให้คนชื่นชอบ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรักจากวันแรกจนถึงวันนี้ 

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

1. จุดเริ่มต้นกิจการ ไปรษณีย์ไทย

สิ่งแรกที่ไม่อยากให้พลาดก็คือด้านหน้าของ อาคารไปรษณีย์กลาง ที่มีพระอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษี สว่างวงศ์  กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ผู้สำเร็จราชการกรมไปรษณีย์โทรเลขพระองค์แรก โดยนอกจากจะเป็นผู้ทรงวางรากฐานระบบไปรษณีย์แล้ว ยังทรงริเริ่มระบบตั๋วแสตมป์เพื่อเป็นค่าฝากส่ง และยังทรงเป็นผู้ให้กำเนิดคำว่า “โพสต์แมน” ก่อนจะมาเป็น “บุรุษไปรษณีย์” หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันว่า “พี่ไปรฯ” ในทุกวันนี้

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

2. ที่ทำการที่สวยที่สุดในประเทศ

ไปรษณีย์กลางบางรัก ออกแบบอาคารสไตล์อาร์ตเดโค ความตระการตาของประตูทางเข้าที่เป็นเหล็กหล่อประดับตราสัญลักษณ์ครุฑยุดแตรงอน เส้นสายที่เรียบง่ายและอาคารทรงเรขาคณิต สื่อถึงความหนักแน่นแข็งแรง ภายในโถงตึกไม่มีเสา ถือเป็นตึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพสมัยนั้นที่เปี่ยมด้วยไปด้วยพลังและความสง่างาม เครื่องแบบของพนักงานการออกแบบในลักษณะร่วมสมัยและเข้ากับบรรยากาศของที่ทำการแบบไม่มีที่อื่นในประเทศ ในส่วนของเคาน์เตอร์มีการจำลองแบบของประตูประดับมาไว้ด้านหลัง ส่วนด้านนอกของอาคารมีความสวยงามตามฉบับศิลปะอาร์ตเดโคที่นำความเป็นตะวันตกยกมาไว้ ณ ที่แห่งนี้แบบลงตัว             

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

3. ประติมากรรมนูนต่ำหนึ่งเดียวในโลก

งานประติมากรรมภาพแสตมป์นูนต่ำจำนวน 8 ชิ้น ที่ประดับผนังห้องโถงไปรษณีย์นฤมิตทั้งสี่ด้านของอาคาร และอีก 1 ชิ้น ถูกค้นพบภายหลังจึงนำไปประดับที่โถงบันได เป็นผลงานที่ออกแบบโดยบิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยไทยอย่างศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผลงานที่ประดับในอาคารเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนในเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังบอกเล่าถึงยุคสมัยของกิจการไปรษณีย์โทรเลขตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน 

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

4. จินตนาการไปกับอดีตกับภาพที่ยังมีชีวิต

ภาพเก่าที่จัดแสดงอยู่ภายในอาคารบริเวณชั้น 3  ที่ไม่มีเผยแพร่ที่ไหน ภาพทุกภาพต้องยังเสมือนมีชีวิต ซ่อนเรื่องราวสำคัญต่างๆ ไว้มากมาย เช่น ภาพแบบร่างอาคารที่ไม่ได้สร้าง ก่อนที่จะมาเป็นอาคารในรูปแบบปัจจุบัน ภาพการทำงานของไปรษณีย์ไทยและบุรุษไปรษณีย์ในอดีต อีกทั้งยังมีภาพที่ทำการไปรษณีย์ที่สำคัญที่เคยใช้อำนวยความสะดวกให้กับผู้คน ความรุ่งเรืองของกิจการที่ยังคงส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน 

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

5. ครุฑยุดแตรงอน ศิลปะแห่งงานปั้น และความอัศจรรย์เหนือกาลเวลา

บนดาดฟ้าของอาคารคือที่ที่เราจะได้พบกับความอันซีนของรูปปั้นครุฑยุดแตรงอนขนาดใหญ่ 3 เท่าของคนจริง รูปปั้นนี้เคยเป็นสัญลักษณ์ของกรมไปรษณีย์โทรเลข มีลักษณะกายวิภาคด้วยท่ากางปีกที่ดูมีพละกำลัง กำยำ น่าเกรงขาม แตกต่างจากครุฑที่เห็นทั่วไป ที่ไม่ได้มีลวดลายอ่อนช้อย ใครเคยเก็บภาพกับองค์พญาครุฑจะทราบดีว่า ภาพที่ถ่ายออกมานั้นดูทันสมัยแบบศิลปะสมัยใหม่  ยิ่งถ่ายในช่วงเย็นภาพที่จะออกมาสวยงามเป็นพิเศษ

นอกจากความงามทางศิลปะยังมีความเชื่อกันว่าพญาครุฑ 2 องค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก มีเรื่องเล่าช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าอาคารไปรษณีย์กลาง เป็นที่ที่ใกล้การทิ้งระเบิดโดยฝ่ายสัมพันธมิตรแต่กลับได้รับความปลอดภัย ซึ่งชาวบ้านร่ำลือว่าเห็นพญาครุฑ 2 องค์ที่อยู่หน้าตึกบินไปปัดลูกระเบิด

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

6. เหนือกว่าพื้นที่ส่งจดหมาย และศิลปะตามสไตล์ Beyond Logistics

ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากอาคารที่มีคุณค่าทางศิลปะให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ภายในนอกจากจะมีเคาน์เตอร์บริการแล้ว ฝั่งใต้ของอาคารยังเป็นที่ตั้งของศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ หรือ TCDC สำหรับคนที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในด้านงานอาร์ต การต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และผลงานการดีไซน์เจ๋งๆ ของคนไทย มีโรงละครสุดคลาสสิคที่รองรับการจัดประชุม การแสดงแขนงต่างๆ ตลอดจนมีห้องโถง พื้นที่ส่วนกลาง ดาดฟ้าที่ทุกคนสามารถเอ็นจอยกับการถ่ายรูปได้แบบไม่รู้จบเลยทีเดียว

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

7. ไปรษณีย์กลางกับห้องแห่งความ (ไม่) ลับ

น้อยคนที่จะรู้ว่าที่ไปรษณีย์กลางก็มีพิกัดลับ มีสองจุดไฮไลท์ที่ควรค่าแก่การเข้าถึง ที่แรกคือห้องใต้ดิน อาคารชั้นล่างของตึกไปรษณีย์กลางที่เป็นชั้นต่ำกว่าระดับพื้นดิน มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 1,500 ตารางเมตร นับเป็นห้องใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนั้น ในอดีตเมื่อแรกสร้างใช้สำหรับเก็บสิ่งของและงานบางอย่าง ต่อมาใช้เป็นคลังเก็บตราไปรษณียากร และภายหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ปี 2485 ห้องใต้ดินก็ไม่ได้ใช้งานอีกต่อไป มาในปี 2555 เมื่อมีการปรับปรุงตึกไปรษณีย์กลางครั้งใหญ่ ได้ปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้สำหรับจัดนิทรรศการ และกิจกรรมต่างๆ

ส่วนอีกที่คือ ลิฟต์ดั้งเดิมออกแบบก่อสร้างมาพร้อมกับการก่อสร้างอาคารเมื่อปี 2478 ติดตั้งอยู่บริเวณเชิงบันไดชั้น 2 และชั้น 3 เป็นลิฟต์ที่สั่งเข้ามาจากเยอรมนี มีประตูชั้นนอกเป็นไม้ยืดแบบอาคารพาณิชย์รุ่นเก่า ส่วนตัวลิฟต์มีประตูบานเหล็กทึบแบบบานเลื่อนด้านบนภายนอก มีหน้าปัดครึ่งวงกลม แสดงการขึ้นลงของลิฟต์ ภายหลังการบูรณะอาคารไปรษณีย์กลางครั้งใหญ่เมื่อปี 2555 ได้ปิดใช้งาน แล้วไปติดตั้งลิฟต์ที่ปีกอาคารทั้งสองด้าน และได้อนุรักษ์ช่องปุ่มเรียกลิฟต์เดิมไว้เป็นประวัติศาสตร์

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

8. “ไปรษณีย์กลาง” รอยต่อร้านอร่อย

อีกเหตุผลที่ต้องไป ไปรษณีย์กลาง คือ ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ใกล้ร้านอร่อยเป็นจำนวนมากรายรอบไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมฮงฮวด ของหวานสูตรโบราณที่ขายมานานกว่า 80 ปี เติบโตเคียงคู่มากับไปรษณีย์กลางบางรัก ชิมเมนูแกงเขียวหวานกินคู่กับโรตี ร้านฮาร์โมนิค หรือหากอยากจะจัดเครื่องดื่มอร่อยชื่นใจ ก็เพียงข้ามไปที่ฝั่งตรงข้ามกับร้านมาดิ และยังมีร้านอื่นๆ เช่น วัวทองโภชนาสำหรับคนรักเนื้อและอาหารสไตล์จีน ข้าวหมูแดงหมูกรอบบ้านบางรัก เป็นต้น

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

9. ไปรษณีย์กลางยามเย็น พื้นที่เที่ยวเล่น และบรรยากาศที่เป็นใจ

ช่วงเย็นบริเวณหน้าอาคารจะเปิดไฟประดับหลากสีสัน สาดส่องขึ้นบนอาคาร ให้ความสวยงามอีกอารมณ์ เป็นจุดเช็กอินยอดฮิตที่ใครต่อใครพากันมาแวะเวียนไม่ขาดสาย หรือหากใครอยากเห็นและเก็บบรรยากาศตอนเย็นให้ได้ยิ่งกว่าตัวอาคาร ที่นี่ยังมีริมน้ำซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับใช้สัญจรจริงหลังอาคารบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามพลบค่ำ และบรรยากาศนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้ายามค่ำ

10 ที่สุด ไปรษณีย์กลางบางรัก soft power สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

10. Grand Postal Building สมชื่อตำนานแห่งความแกรนด์ สู่ความแกรนด์ยิ่งกว่าในงาน POSTiverse

ที่แห่งนี้มีการจัดงานใหญ่ๆ แกรนด์ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานระดับโลก งานระดับชาติ หรืองานแฟชั่นโชว์ก็ผ่านการอวดโฉมสู่สายตาคนไทยมาแล้วทั้งสิ้น โดยเฉพาะในปลายปีนี้ที่จะมีการใช้ไปรษณีย์กลางจัดอีเว้นท์ใหญ่ระดับโลกอย่างการจัดงานแสดง ตราไปรษณียากรโลก 2566 และเปิดพื้นที่อวดโฉมความสร้างสรรค์ soft power และย่านเจริญกรุง รวมถึงการฉลองครบรอบ 140 ปีกิจการไปรษณีย์ไทยและส่งพลังความสุขให้กับคนไทย

เตรียมตัวพบกับไฮไลท์สำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “เจ้าฟ้านักสะสม” จำลองพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรส่วนพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แสตมป์ที่แพงที่สุดในโลก และเอเชีย สิ่งสะสมสุดพิเศษจากนักออกแบบชื่อดัง และศิลปินกลุ่ม Art Toy มินิคอนเสิร์ตจากวงดนตรี New Gen และศิลปินรุ่นใหม่ รวมร้านเด็ดจากทุกตรอกซอกซอยสำหรับสายกิน อีกทั้งยังมีมุมถ่ายภาพทำคอนเทนต์สุดเก๋ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 พ.ย. ถึง 3 ธ.ค. 2566 สุข สร้างสรรค์ ตระการตาตลอดทั้ง 7 วันส่งท้ายปี

กฟผ. ชวนมาฟิน มาอินกับ ‘หลงเสน่ห์บางกรวย’ สัมผัสวิถีชีวิตธรรมชาติแบบเต็มอิ่มวันนี้-29 ต.ค. นี้

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/562099

กฟผ. ชวนมาฟิน มาอินกับ 'หลงเสน่ห์บางกรวย' สัมผัสวิถีชีวิตธรรมชาติแบบเต็มอิ่มวันนี้-29 ต.ค. นี้

กฟผ. ชวนมาฟิน มาอินกับ ‘หลงเสน่ห์บางกรวย’ สัมผัสวิถีชีวิตธรรมชาติแบบเต็มอิ่มวันนี้-29 ต.ค. นี้

28 ต.ค. 2566

กฟผ. ชวนอิน ชวนฟิน กินเที่ยวไปกับงาน ‘หลงเสน่ห์บางกรวย’ ตั้งแต่วันนี้ -29 ต.ค.นี้ ขนกิจกรรมหลากหลายให้เข้าใกล้และสัมผัสความเป็นบางกรวยมากขึ้น ห้ามพลาดกับเส้นทาง One Day Trip ชวนลัดเลาะ อิ่มเอมธรรมชาติใกล้กรุง สถานท่องเที่ยวที่เดินทางมาได้ตลอดทั้งปี

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับเทศบาลเมืองบางกรวย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “หลงเสน่ห์บางกรวย” ตอน ชีวิตติดป๊อปที่บางกรวย ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี ซึ่งภายในงานจัดเต็มด้วยกิจกรรมมากมายเพื่อให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานได้สัมผัสความเป็นบางกรวยอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่นิทรรศการ “จากรากเติบโตเป็นต้นกล้า : บางกรวยดินแดนแห่งสุขที่ยั่งยืน” ที่บอกเล่าเรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนบางกรวย การอนุรักษ์พันธุ์ไม้โดยเฉพาะทุเรียนนนท์ การอนุรักษ์นกแก้วโม่งฝูงสุดท้าย การทำสวนแบบยกร่องซึ่งเป็นภูมิปัญญาแบบดั้งเดิม นอกจากนี้บางกรวยยังเป็นเมืองประวัติ 3 ราชธานีที่มีมาตั้งแต่สมัยอโยธยาที่มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ ศิลปะ และวัฒนธรรม ไม่เพียงเท่านั้นแต่บางกรวยยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองของสายมู เพราะมีวัดเก่าแก่หลายแห่ง อาทิ วัดโพธิ์บางโอ วัดโตนด วัดสักใหญ่ ให้ได้เข้าสักการะขอพรเพื่อเสริมสิริมงคลด้วย รวมถึงนิทรรศการภาพถ่าย “หลงเสน่ห์บางกรวย ตอน ชีวิตติดป๊อปที่บางกรวย”

หลงเสน่ห์บางกรวยหลงเสน่ห์บางกรวย

ไม่เพียงเท่านี้ภายในงานยังมีกิจกรรม Workshop ชวนลงมือทดลองทำผลิตภัณฑ์และแปรรูปอาหารท้องถิ่น อาทิ  การทำกระทง EM รักษ์โลก นวัตกรรมแปรรูปอาหาร (ถุงหูหลู)  และการทำตะกร้ากาบหมากใบปาล์ม ผ้าเช็ดหน้ามัดย้อมสีจากผักและผลไม้ งานนี้นอกจากสนุกได้ทุกวัยแล้ว ยังได้ผลงานติดไม้ติดมือกลับบ้านไปอีกด้วย

หลงเสน่ห์บางกรวยหลงเสน่ห์บางกรวย

หลงเสน่ห์บางกรวยหลงเสน่ห์บางกรวย

แต่หากใครอยากสัมผัสวิถีชีวิตคนบางกรวยภายใต้การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ยังสามารถเที่ยวตามรอยตามเส้นทางแนะนำที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อาทิ สวนอนุรักษ์นกแก้วโม่งที่อาศัยอยู่บนต้นยางนาด้านหลังวัดสวนใหญ่ ซึ่งเป็นนกแก้วขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย โดยหัวและลำตัวจะมีสีเขียว จะงอยปากอวบอูมสีแดงสด บริเวณหัวไหล่จะมีแถบสีแดงแต้มอยู่ทั้งสองข้าง ซึ่งนกแก้วโมงเพศผู้จะมีแถบขนสีดำและสีชมพูรอบคอที่มักเรียกกันว่า “Ring Neck” ส่วนนกแก้วโมงเพศเมียจะไม่มีแถบดังกล่าวและมีขนาดเล็กกว่า

หลงเสน่ห์บางกรวยหลงเสน่ห์บางกรวย

นกแห้วโม่งนกแห้วโม่ง

สักการะหลวงพ่อสำเร็จ วัดโตนด ซึ่งสันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี เป็นพระพุทธรูปอายุเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพบูชาของชาวบางกรวย นอกจากนี้โบสถ์ของวัดโตนดยังมีความแปลกไม่เหมือนใคร เพราะมีลายปูนปั้นรูปผักและผลไม้ประดับแทนช่อฟ้า อาทิ ข้าวโพด สับปะรด ชมพู่ กะหล่ำปลี มะละกอ อุปมาว่าลายปูนปั้นผักและผลไม้คือสิ่งที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ในช่วงเวลานั้น และเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวจีนอีกด้วย

หลงเสน่ห์บางกรวยหลงเสน่ห์บางกรวย

หากชื่นชอบประวัติศาสตร์แนะนำให้เที่ยวชมวัดบางอ้อยช้าง ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย และเป็นสถานที่สนับสนุนทั้งเสบียงอาหารและกำลังพลให้กับกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นอกจากนั้นภายใน “พิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้าง” ยังเก็บรักษาของเก่าหาชมได้ยาก อาทิ ภาพเขียนพระราชทานสมัยรัชกาลที่ 5 พระไตรปิฎกโบราณและของเก่ามีค่าทางพระพุทธศาสนาอีกหลายชิ้น

หลงเสนห่์บางกรวยหลงเสนห่์บางกรวย

เมื่อแดดร่มลมตกยิ่งเหมาะแก่การลิ้มลองอาหารรสเลิศ ชอปสินค้าดีจากชุมชนในอำเภอบางกรวยกว่า 20 ร้าน ที่รวบรวมมาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกมากมาย ก่อนจะปิดท้ายแบบย้อนวันวานชมหนังกลางแปลงริมแม่น้ำเจ้าพระยากับหนังดังตลอดทั้ง 3 วัน ได้แก่ บัวผัน ฟันยับ, แดง พระโขนง, จูราสสิค เวิลด์ ที่เริ่มฉายตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป

สำหรับประชาชนที่อยากมาสัมผัสความเป็นบางกรวยมาได้แล้วตั้งแต่วันนี้ -29 ต.ค. 2566 เวลา 11.00-20.00 น. งานนี้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสอบถามรายละเอียดเส้นทางท่องเที่ยวหลงเสน่ห์บางกรวยได้ที่ โทร. 0 2436 8952-3 หรือ Facebook Page ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง

หลงเสน่ห์บางกรวยหลงเสน่ห์บางกรวย

ุ6 ‘สถานที่ท่องเที่ยว’ ทั่วเอเชีย ตามรอย หนังดังสยองขวัญ

26 ตค. 2566

ุ6 'สถานที่ท่องเที่ยว' ทั่วเอเชีย ตามรอย หนังดังสยองขวัญ

ุ6 ‘สถานที่ท่องเที่ยว’ ทั่วเอเชีย ตามรอย หนังดังสยองขวัญ

6 ‘สถานที่ท่องเที่ยว’ ตามรอย หนังสยองขวัญ ทั่วเอเชีย ใครอยากเปลี่ยนฟีลเที่ยวช่วง ‘ฮาโลวีน’ นี้ เริ่มวางแผนกันได้เลย

สำหรับใครที่ชื่นชอบเรื่องสยอง เรื่องหลอน โดยเฉพาะการดูหนังระทึกขวัญสั่นประสาท เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยแบบชวนขนลุก เพราะจะพาไปรู้จัก 6 สถานที่ถ่ายทำหนังสยองขวัญอันโด่งดัง ไม่ว่าจะเป็นแฟน หนังสยองขวัญ ตัวยง หรือใครที่แค่อยากเปลี่ยนฟีลเที่ยวช่วง ฮาโลวีน นี้ ก็เริ่มวางแผนเที่ยวกันได้เลย มีทั้ง สถานที่ท่องเที่ยว ในไทย และต่างประเทศในเอเชีย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่คนไทยนิยมไปเที่ยวมากที่สุด

น้ำตกตาดเยือง – แขวงจำปาสัก ประเทศลาวน้ำตกตาดเยือง – แขวงจำปาสัก ประเทศลาว

น้ำตกตาดเยือง – แขวงจำปาสัก ประเทศลาว

สัปเหร่อ – จักรวาลไทบ้าน, 2023

“สัปเหร่อ” ไม่ใช่แค่หนังผี สะท้อนความตาย – ความจริง -การจากลา เป็นผลงานการกำกับของ “ต้องเต” ธิติ ศรีนวล เรื่องราวเกิดขึ้นในหมู่บ้านโนนคูณ จ.ศรีสะเกษ เล่าชีวิตของ “เจิด” (นฤพล ใยอิ้ม) หนุ่มวัย 25 ปีที่เรียนจบกฎหมาย หวังไปสอบเป็นทนายหรือปลัดอำเภอ แต่พ่อ (อัจฉริยะ ศรีทา) ที่ทำอาชีพสัปเหร่อมีอาการป่วย เขาจึงต้องมาช่วยทำงานแทน ทั้งที่กลัวผีมาก

อีกด้านหนึ่ง เล่าชีวิต “เซียง” (ชาติชาย ชินศรี) ชายหนุ่มที่ยังทำใจไม่ได้ เพราะแฟนเก่า “ใบข้าว” (สุธิดา บัวติก) เสียชีวิต จึงพยายามหาวิธีด้วยการศึกษาทฤษฎีต่างๆ เพื่อที่จะได้พบเธอในโลกหลังความตาย แต่กลับไปพบพ่อของเจิดที่รอการทำพิธีถอดจิตไปโลกความฝัน ซึ่งพ่อเจิดเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำพิธีถอดจิต เลยนำมาสู่ข้อแลกเปลี่ยน เซียงต้องมาช่วยเจิดทำอาชีพสัปเหร่อ

นอกจากพล็อตเรื่อง การแสดงของนักแสดง และเพลงประกอบหนังที่ถูกพูดถึงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนตามหากันจากหนังเรื่องนี้ก็คือสถานที่ถ่ายทำหนัง ซึ่งฉากน้ำตกตอนที่ถอดจิตเซียงถอดจิตไปตามหาใบข้าว เป็นฉากที่หลายๆ คนอยากจะไปตามรอยกันมากๆ เพราะเป็นวิวบรรยากาศน้ำตกขนาดใหญ่ที่ดูสวยงามอลังการ และเป็นหนึ่งในฉากสำคัญที่เรียกน้ำตาให้กับหลายๆ คน ซึ่งน้ำตกนั้นคือ น้ำตกตาดเยือง ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน สถานที่ท่องเที่ยว สวยที่สุดของประเทศลาว รายล้อมไปด้วยความเขียวขจีของป่าไม้ และสายน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลลงจากหน้าผาสูง เป็นภาพที่สวยงามเกินบรรยาย

เจดีย์พระธาตุโบอ่อง จ.กาญจนบุรี (ภาพจาก Wanderlust Thailand)เจดีย์พระธาตุโบอ่อง จ.กาญจนบุรี (ภาพจาก Wanderlust Thailand)

เจดีย์พระธาตุโบอ่อง – จ.กาญจนบุรี, ประเทศไทย

หุ่นพยนต์ – Five Star Production, 2023

หุ่นพยนต์ เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มชื่อ ธาม ที่เดินทางไปยังหมู่บ้านในต่างจังหวัด เพื่อแจ้งข่าวการเสียชีวิตของพ่อแม่กับพี่ชายที่บวชเป็นพระ ซึ่งถูกฆ่าตายหลังจากถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรและโจร ขณะที่ธามสืบสวนการตายของพี่ชาย ก็มีโศกนาฏกรรม มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นในหมู่บ้าน จนธามเริ่มสงสัยความศรัทธาอันแรงกล้าในรูปปั้นผู้พิทักษ์ที่เรียกกันว่า ‘พ่อปู่สิงห์ธรรม’ ของชาวบ้าน

นอกจากโครงเรื่องที่น่าสนใจแล้ว หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อย่าง เจดีย์พระธาตุโบอ่อง มีทั้งเหตุการณ์และเรื่องแปลก โดยเจดีย์ตั้งอยู่ในหมู่บ้านลอยน้ำเล็กๆ กลางเขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเข้าถึงได้โดยเรือเท่านั้น เจดีย์สร้างขึ้นบนภูเขาขนาดเล็กที่ล้อมรอบด้วยสระน้ำใหญ่ มีสะพานไม้ เชื่อมระหว่างภูเขากับฝั่งตรงข้าม ตามเรื่องราว ความเชื่อของชาวบ้าน ครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินข้ามสะพานไปยังเจดีย์ ต่อมาไม่นานสะน้ำก็แห้ง และผู้หญิงคนนั้นก็เสียชีวิตลง ทำให้ปัจจุบันชาวบ้านห้ามไม่ให้ผู้หญิงคนไหนเดินข้ามไปเจดีย์ เชื่อกันว่าใครก็ตามที่ฝ่าฝืนข้อห้ามนี้จะต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมอันเลวร้าย

ถ้ำโพธิสัตว์ จ.เลย (ภาพจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)ถ้ำโพธิสัตว์ จ.เลย (ภาพจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)

ถ้ำโพธิสัตว์ – จ.เลย, ประเทศไทย

ร่างทรง – GDH และ Showbox, 2021

ร่างทรง บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสืบเชื้อสายร่างทรง ‘เทพบาหยัน’ มาหลายชั่วอายุคน นิ่ม ผู้สืบทอดสายเลือดร่างทรงคนปัจจุบัน สงสัยว่ามีบางอย่างผิดปกติกับ มิ้ง หลานสาวคนเดียวของครอบครัว ที่คาดกันว่าน่าจะถูกเลือกให้เป็นทายาทร่างทรงคนต่อไป อาการของมิ้งทวีความรุนแรง และน่ากลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายครอบครัวต้องช่วยกันหาทางขจัดวิญญาณร้ายที่มาคุกคามทุกคน

ร่างทรงนำเสนอหลายหลายสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันน่าทึ่งของประเทศไทย เช่น ถ้ำโพธิสัตว์ จ.เลย ถ้ำแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัดพระถ้ำโพธิสัตว์ ทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการถ่ายทำ ภายในบริเวณวัดมีเส้นทางเดินธรรมชาติยาว 900 เมตร ให้เดินลัดเลาะสำรวจ ชมถ้ำเล็กใหญ่ที่มีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังอยู่เสมอขณะเดิน เนื่องจากมีเส้นทางแคบ และสลับซับซ้อนอยู่มาก รากต้นไม้ขนาดใหญ่ อีกทั้งไม่มีไฟฟ้า ทำให้บรรยากาศดูโหวงเหวงน่ากลัว แต่ถึงกระนั้นถ้ำเล็กใหญ่ในวัดก็มีหินงอก และหินย้อยที่สวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินเข้าไปถ่ายรูป

เกาะฮาชิมะ เมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพจาก Japan National Tourism Organization)เกาะฮาชิมะ เมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น (ภาพจาก Japan National Tourism Organization)

เกาะฮาชิมะ – นางาซากิ, ประเทศญี่ปุ่น

ฮาชิมะ โปรเจกต์ – M39, 2013

ฮาชิมะ โปรเจกต์ เป็นเรื่องราวของกลุ่มนักเรียน 5 คน ที่ยอมรับข้อเสนอจากโปรดิวเซอร์ให้ไปที่เกาะฮาชิมะ เพื่อถ่ายวีดีโอยืนยันการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ แม้ว่าคนในพื้นที่จะเตือนพวกเขาเกี่ยวกับคำสาป และวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวบนเกาะ แต่กลุ่มนักเรียนก็ไม่หวั่นไหว ตัดสินใจปฏิบัติภารกิจต่อ จนต่างคนต่างต้องพยายามหาทางเอาชีวิตรอดจากวิญญาณสยองที่ตามล่าพวกเขาดังที่คนในพื้นที่เคยกล่าวเตือนไว้

เกาะฮาชิมะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีผีสิงมากที่สุดในโลก ทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการเมืองนางาซากิให้ขึ้นไปถ่ายภาพยนตร์บนเกาะ รวมถึงในอาคารร้างอันน่าขนลุก ตั้งแต่ปี ค.ศ.1930 จนถึงไม่นานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นักโทษและผู้อพยพจำนวนมากถูกส่งไปที่เกาะ และบังคับใช้แรงงาน พวกเขาต้องอดทนต่อสภาวะอันเลวร้ายขณะที่ทำงานอย่างเจ็บปวดในโครงการเหมืองถ่านหินของญี่ปุ่นซึ่งขณะนั้นกำลังเป็นที่นิยม เกาะฮาชิมะมีชื่อเล่นว่า ‘เกาะนรก’ เชื่อกันว่ามีคนงานประมาณ 1,000 คน เสียชีวิตบนเกาะ เนื่องจากสภาพการทำงานที่อันตราย ภาวะทุพโภชนาการ และเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง

แม่น้ำฮัน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ (ภาพจากอโกด้า)แม่น้ำฮัน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ (ภาพจากอโกด้า)

แม่น้ำฮัน – โซล, ประเทศเกาหลีใต้

The Host – Chungeorahm Film, 2006

The Host บอกเล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่โผล่ออกมาจากแม่น้ำฮันในเมืองโซล ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันทิ้งสารเคมีลงในแม่น้ำอย่างไม่ระวัดระวัง ทำให้เกิดการกลายพันธุ์กลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวนี้ ซึ่งปัจจุบันโผล่ขึ้นมาขย่มขวัญ และไล่กินคนในพื้นที่ และเมื่อมันลักพาตัวลูกสาวของพ่อค้าคนหนึ่งไป พ่อค้าและครอบครัวก็ตระหนักว่าพวกเขาเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยเหลือเธอได้

แม้ว่าบริเวณรอบแม่น้ำฮันจะมีสวนสาธารณะที่สวยงาม และงานศิลปะต่างๆ ที่ห่างไกลจากคำว่าน่ากลัว แต่ก็ยังมีรูปปั้นสัตว์ประหลาดจากภาพยนตร์ตั้งอยู่ระหว่างสะพาน Mapo และ Wonhyo ทำให้แฟนภาพยนตร์จินตนาการถึงฉากที่สัตว์ประหลาดโผล่ออกมาจากแม่น้ำง่ายขึ้น โปรดิวเซอร์เคยพูดว่าครั้งหนึ่งเขาเห็นสิ่งมีชีวิตประหลาดว่ายน้ำอยู่ในแม่น้ำใกล้สะพาน ต่อมาประสบการณ์นี้เป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมา สำหรับใครที่ชอบทำกิจกรรม ที่นี่มีกิจกรรมมากมายให้เพลิดเพลินตลอดทั้งปี เช่น สเก็ตบอร์ด ขี่จักรยาน และสกีน้ำ

โรงเรียน Tak Tak เมืองปิง ชาน ฮ่องกง (ภาพจาก Long Distance Runner)โรงเรียน Tak Tak เมืองปิง ชาน ฮ่องกง (ภาพจาก Long Distance Runner)

โรงเรียน Tak Tak – ปิง ชาน, ฮ่องกง

The Haunted School – Star TV Filmed Entertainment Limited, 2007

The Haunted School สร้างขึ้นโดยอิงจากโรงเรียน Tak Tak ที่มีอยู่จริง ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงเรียนร้าง เป็นเรื่องของนักเรียนชาย 4 คน ที่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนประจำหญิงล้วนที่เข้มงวดมาก ตำนานของคนในพื้นที่อ้างว่าโรงเรียนมีผีสิง และนักเรียนที่ฝ่าฝืนกฎจะถูกเรียกตัวไปที่ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ และต่อมาหายตัวไปอย่างลึกลับ หรือถูกพบว่าเสียชีวิตแล้ว เมื่อกลุ่มนักเรียนชายตกหลุมรักกลุ่มนักเรียนหญิงในงานปาร์ตี้ลับ ความรักของพวกเขาก็ปลุกคำสาปขึ้นอีกครั้ง ทำให้พวกเขาโดนวิญญาณอาฆาตของอดีตคณบดีที่ถูกเผาทั้งเป็นตามลงโทษแบบถึงชีวิต

โรงเรียน Tak Tak ตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยปิง ชาน มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยโรงเรียนดำเนินการมาอย่างราบรื่นตั้งแต่ปี ค.ศ.1974 แต่พอถึงปีค.ศ. 1998 ก็ปิดตัวลง มีข่าวลือว่าครูผู้หญิงคนนหนึ่งปลิดชีพตนเอง และวิญญาณเธอในชุดแดงก็ยังคงเวียนวนอยู่ในโรงเรียน วิญญาณของเธอถูกนำไปอ้างว่าเป็นเหตุของเหตุการณ์อาถรรพณ์จำนวนมากที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้หมู่บ้านที่โรงเรียนตั้งอยู่ก็มีประวัติศาสตร์ที่น่าเศร้า โดยชาวบ้านจำนวนมากต้องพบกับจุดจบอันน่าสยดสยองระหว่างการยึดครองของญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1941 หลุมศพของพวกเขาอยู่บนเนินเขาข้างโรงเรียน ปัจจุบันโรงเรียนยังคงถูกล็อค และไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม แต่ผู้ชื่นชอบสยองขวัญบางคนยังคงไปเดินชม สำรวจพื้นที่รอบๆ

ฮาโลวีน นี้ใครยังไม่วางแพลนท่องเที่ยว ลองเปลี่ยนมาเป็น สถานที่ท่องเที่ยวตามรอย หนังสยองขวัญ รับรองว่าได้ฟีลระทึกขวัญ แบบที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน …

ชวนเที่ยว ‘ตลาดคลองบางหลวง’ สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/561699

ชวนเที่ยว 'ตลาดคลองบางหลวง' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก

ชวนเที่ยว ‘ตลาดคลองบางหลวง’ สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก

23 ต.ค. 2566

วธ.จับมือเครือข่ายวัฒนธรรม-เขตภาษีเจริญ เปิดตัว ‘ตลาดคลองบางหลวง’ ตลาดบกสืบสานวัฒนธรรมไทย สัมผัสวิถีชีวิตริมคลอง เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก อุดหนุนสินค้าของดีชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศษฐกิจท้องถิ่น

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้จัดพิธีเปิดตัวตลาดบก “ตลาดคลองบางหลวง” หนึ่งในกิจกรรม 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมี โชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน, ลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวรายงาน ธวัชชัย แพงไทย ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตภาษีเจริญ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย สมชาย พึ่งศิลป์ ประธานชุมชนกำแพงทองพัฒนา และคณะกรรมการชุมชน ผู้ขับเคลื่อนตลาด นักท่องเที่ยวและประชาชน ร่วมงาน ณ ตลาดคลองบางหลวง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก
ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก
ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก

รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งขับเคลื่อนงานศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม โดยปรับบทบาทสู่กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ด้วยทุนทางวัฒนธรรม การส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน สู่เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม : การดำเนินงานพัฒนาตลาดบกสืบสานวัฒนธรรมไทย ด้วยการพัฒนาศักยภาพเส้นทางท่องเที่ยวตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย และจัดพิธีเปิดตัว 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ 2566 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม พร้อมสนับสนุนขยายช่องทางการตลาด ประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้ ในวงกว้าง ให้ตลาดชุมชนเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนเกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนสืบไป

ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก
ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก
ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก

สำหรับ ตลาดคลองบางหลวง เป็น ตลาดน้ำ ท้องถิ่นริมคลองบางกอกใหญ่ เขตภาษีเจริญ เป็นที่ตั้งของชุมชนริมคลองบางหลวง ชุมชนเก่าแก่ฝั่งธนบุรี ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของข้าราชการ ขุนนาง และเหล่าข้าหลวง ที่มาตั้งรกราก ตั้งแต่ครั้งสร้างเมืองธนบุรี ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “คลองบางข้าหลวง” ปัจจุบันเพี้ยนเป็น “คลองบางหลวง”

ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก
ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก
ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก
ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก

ภายในตลาดประกอบด้วยชุมชน อาคารไม้เก่าแก่สูง 2 ชั้นเรียงรายตลอดริมฝั่งคลองบางหลวง มีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านตัดผม พิพิธภัณฑ์คลองบางหลวง ซึ่งรวบรวมของเก่าต่างๆ ไว้หลายชนิด นอกจากนี้รอบๆ ตลาดน้ำ ยังประกอบด้วยวัดกำแพงบางจาก และวัดคูหาสวรรค์เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นวัดเก่าคู่ชุมชนมาอย่างยาวนาน ภายในตลาดยังประกอบด้วยสิ่งที่น่าสนใจทั้ง บ้านศิลปิน ซึ่งเป็นบ้านเก่าของตระกูลรักสำรวจ ตระกูลช่างทองเก่าแก่ ซึ่งปรับปรุงให้เป็นสถานที่แสดงงานศิลป์ และเป็นที่รวมตัวของของกลุ่มศิลปิน เยาชนที่รักงานศิลปะ และยังมีการเปิดแสดงหุ่นละครเล็ก ให้รับชมฟรี ในวันเสาร์-อาทิตย์ รอบเวลา 14.00 น. อีกด้วย

ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก
ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก
ชวนเที่ยว \'ตลาดคลองบางหลวง\' สืบสานวัฒนธรรมไทย เสพงานศิลป์ ถิ่นหุ่นละครเล็ก

ปัจจุบันตลาดน้ำคลองบางหลวง จัดเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวริมคลองแห่งหนึ่งในเขตภาษีเจริญ ตลาดแห่งนี้ได้รับความสนใจ ทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติ โดยเป็นเส้นทางผ่านของเรือหางยาว สามารถเล่นกิจกรรมทางน้ำพายเรือซับบอร์ดได้ เปิดบริการให้มาเที่ยวได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น.

ลุ้นศาลอุทธรณ์ ตัดสิน สุเทพ – กปปส.ชุดใหญ่ คดีปิด กทม. ไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/578053

27 มิ.ย. 2567

09:46 น.

ลุ้นศาลอุทธรณ์ ตัดสิน สุเทพ - กปปส.ชุดใหญ่ คดีปิด กทม. ไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์

ลุ้น ศาลอุทธรณ์ ติดสิน สุเทพ – กปปส. กับแกนนำและแนวร่วม คดี ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ขับไล่รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” พบมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจ

วันนี้ (27 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. พร้อมพวกแกนนำ และแนวร่วม กปปส.รวม 37 คน ได้เดินทางมาศาล เพื่อฟังคำพิพากษาศาล อุทธรณ์ ในคดีกบฏ กปปส.ชุดใหญ่ สำนวนหลัก หมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4ก อ ก เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกแกนนำและแนวร่วม กปปส.รวม 37 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ, ก่อการร้าย, ยุยงให้หยุดงานฯ, กระทำให้ปรากฏด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใดฯ ทำให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในราชอาณาจักรฯ, อั้งยี่, ซ่องโจร, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ, บุกรุกในเวลากลางคืนฯ และร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้งฯ ที่ห้องพิจารณาคดี 704 

โดนนายสุเทพกับพวกจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว และเมื่อปี 2564 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกแกนนำ 27 คน อาทิ นายสุเทพให้จำคุก 5 ปี, นายชุมพล จุลใส จำคุก 9 ปี 24 เดือน , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จำคุก 7 ปี ส่วนจำเลยคนอื่นก็รับโทษลดหลั่นกันไป และบางส่วนศาลพิพากษายกฟ้องอีก 12 คน รวม 39 คน แต่มีจำเลยเสียชีวิตแล้ว 2 คน

ด้านนายสุเทพ เปิดเผยก่อนขึ้นฟังคำพิพากษา ว่า ไม่กังวล ไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาเป็นอย่างไรก็พร้อมน้อมรับ ในคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ตัวเองถูกสั่งจำคุก ก็ได้เข้าไปนอนเรือนจำ 2 คืนก่อนได้รับการประกันตัวออกมา และหากคราวนี้ถูกสั่งจำคุกอีก ก็คง 2 คืนเหมือนเดิม โดยตัวเองได้เตรียมเสื้อผ้าชุดกางเกงขาสั้นมาไว้พร้อมแล้ว พร้อมขอบคุณมวลชนที่ยังคงให้กำลังใจถึงทุกวันนี้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ ศาลไม่ได้ให้สื่อมวลชนเข้าฟังการอ่านในช่วงเช้านี้เนื่องจากมีบุคคลจำนวนมากโดยจะมีการเเจ้งผลคำพิพากษาให้ทราบภายหลังกระบวนการอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น

ผลการนับคะแนน “สว.ระดับประเทศ” อย่างเป็นทางการ เช็กรายชื่อว่าที่ สว. 200 คน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/578043

27 มิ.ย. 2567

07:47 น.

ผลการนับคะแนน "สว.ระดับประเทศ" อย่างเป็นทางการ เช็กรายชื่อว่าที่ สว. 200 คน

ผลการนับคะแนน “สว.ระดับประเทศ” อย่างเป็นทางการ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” พลิกโผตกรอบ สว.ระดับประเทศ “เกรียงไกร ศรีรักษ์” อดีตมทภ.4 ผงาด “ษิทรา” ติดสำรอง

26 มิ.ย. 2567 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ อาคารศูนย์การประชุม อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะผู้อำนวยการการเลือก สว.ระดับประเทศ ชี้แจงกระบวนการ และขั้นตอนการเลือกรอบ 2 หรือรอบไขว้ โดยเปิดให้ผู้สมัครอ่านเอกสารแนะนำตัว ที่ กกต.เตรียมไว้ให้ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเริ่มเลือกในรอบ 2 ในเวลา 19.50 น.

โดยการเลือกรอบที่ 2 นี้ จะเลือกแบ่งสาย เป็น ก ข ค ง มีสายละ 5 กลุ่มอาชีพ ประกอบด้วย

  • สาย ก มีกลุ่ม 7, 11, 13, 16 และ 20
  • สาย ข มีกลุ่ม 1, 4, 6, 17 และ 18
  • สาย ค มีกลุ่ม 5, 8, 9, 12 และ 15
  • สาย ง มีกลุ่ม 2, 3, 10, 14 และ 19

ซึ่งการลงคะแนนในครั้งนี้ ผู้สมัคร 1 คน เลือกผู้สมัครได้ 5 คน และต้องเลือกกลุ่มอาชีพอื่นในสายเดียวกัน แต่ไม่สามารถลงคะแนนให้ตัวเองและกลุ่มของตัวเองได้

โดยผู้ที่มีคะแนนสูงสุด 10 อันดับแรกของแต่ละกลุ่ม จะเป็น สว. ตัวจริง 200 คน ส่วนผู้ที่ได้คะแนนลำดับที่ 11-15 ของแต่ละกลุ่ม จะอยู่ในบัญชีสำรอง

ทั้งนี้ ภายหลังจากการลงคะแนนเสร็จสิ้นในเวลา 21.30 น.ได้เริ่มมีการนับคะแนน โดยเป็นการนับคะแนนทีละกลุ่ม เนื่องจากเสียงการขานคะแนนอาจจะทำให้เกิดคามสับสน และจะล่าช้าแล้วเสร็จหลังเที่ยงคืนของวันที่ 26 มิ.ย.

ผลการนับคะแนน \"สว.ระดับประเทศ\" อย่างเป็นทางการ เช็กรายชื่อว่าที่ สว. 200 คน

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 21.55 น. เจ้าหน้าที่แจ้งว่า คืนนี้จะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการ จำนวน 200 คน และบัญชีสำรองอีก 100 คน หลังจากนั้นผู้อำนวยการการเลือกระดับประเทศ จะรายงานผลการเลือก สว. ให้กับ กกต. หลังจากนั้น กกต. จะรอไว้ 5 วัน เพื่อดูว่ามีการร้องเรียน คัดค้านหรือไม่

ผลการนับคะแนน \"สว.ระดับประเทศ\" อย่างเป็นทางการ เช็กรายชื่อว่าที่ สว. 200 คน
ผลการนับคะแนน \"สว.ระดับประเทศ\" อย่างเป็นทางการ เช็กรายชื่อว่าที่ สว. 200 คน

เสร็จสิ้นไปแล้ว สำหรับการเลือก สว. ระดับประเทศ ที่เรียกกันได้ว่า พิสดารที่สุดและยาวนานที่สุดตั้งแต่การรับสมัครจนมาถึงการวิธีการเลือก ตั้งแต่ระดับอำเภอ มาจังหวัด และจบที่ระดับประเทศ ด้วยการเลือกรอบแรก ตามด้วยเลือกรอบสองที่เรียกว่า รอบไขว้  เพื่อให้ได้ตัวแทนกลุ่มวิชาชีพ 20 กลุ่ม กลุ่มละ 10 คน  รวม 200 คน และสำรองอีก 100 คน เป็นสมาชิกวุฒิสภา  มาไล่เรียงดูรายชื่อ  คนดังที่ฝ่าด่านทั้งหมดมาได้ เป็นใครบ้าง อาทิ

กลุ่ม 1 กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดิน และความมั่นคง เกิดรายการพลิกโผ จากตัวเต็ง อย่าง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการคาดหมายถึงขั้นว่าที่ประธานวุฒิสภา ต้องเดินคอตกออกจากอาคารอิมแพคอารีนา เมืองทองธานี เมื่อหลุดโผได้รับคะแนนตกลงมาเป็นอันดับที่ 21 ไม่ได้เป็น สว. และไม่ติดสำรอง  

ขณะที่ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้มีความสัมพันธ์กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทย ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร รุ่น ที่ 61 (วปอ. 61 ) และยังเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีคะแนนนำมาตั้งแต่รอบแรก ได้รับเลือกรอบไขว้ มาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนสูงถึง 74 คะแนน ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล มีชื่อติดสำรอง อันดับสอง 

กลุ่ม 4 กลุ่มการสาธารณสุข 

  • นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตสส.ขอนแก่น ได้รับเลือกเป็น วุฒิสมาชิก  

กลุ่ม  7 กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้าง 

  • ดร.แล ดิลกวิทยรัตน์  

กลุ่ม 17  กลุ่มประชาสังคม 

  • ประภาส ปิ่นตบแต่ง อังคณา นีละไพจิตร  
  • ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ติดสำรอง 

กลุ่ม 18  กลุ่มสื่อสารมวลชน 

  • ไชยยงค์  มณีรุ่งสกุล  
  • ชิบ จิตนิยม สื่อในเครือเนชั่น 
  • นันทนา  นันทวโรภาส นักวิชาการด้านสื่อสารการเมือง  
  • เทวฤทธิ์ มณีฉาย อดีตบก.บห.ประชาไท ติดสำรองอันดับ 1 

กลุ่ม 20 กลุ่มอื่นๆ

  • พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี (อดีตสว.สรรหา) อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 และยังเป็นมือตรวจสอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าว และมือตรวจสอบโครงการระบายข้าวของรัฐบาล
  • อลงกต วรกี อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา

รายชื่อ สวรายชื่อ สว

สำหรับรายชื่อว่าที่ สว. ชุดใหม่ ทั้ง 20 กลุ่มอาชีพ

กลุ่ม 1 กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง 

  1. พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ 74 คะแนน 
  2. นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี 71 คะแนน
  3. นายมงคล สุระสัจจะ 67 คะแนน 
  4. นายธวัช สุระบาล 61 คะแนน
  5. นายวร หินดี 60 คะแนน 
  6. พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา 59 คะแนน 
  7. พล.ท.สุกิจ ทั่งทอง 28 คะแนน
  8. นายอภิชาติ งามกมล 26 คะแนน
  9. พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร 22 คะแนน 
  10. นายอภินันท์ เผือกผ่อง 16 คะแนน 

กลุ่ม 2  กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 

  1. พล.ต.ท. บุญจันทร์ นวลสาย 68 คะแนน
  2. พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร 67 คะแนน
  3. นายเศก จุลเกษร 61 คะแนน
  4. นายสืบศักดิ์ แววแก้ว 61 คะแนน
  5. พล.ต.ต. สุนทร ขวัญเพ็ชร 61 คะแนน
  6. พ.ต.ท. สุริยา บาราสัน 54 คะแนน
  7. นายบุญส่ง น้อยโสภณ 29 คะแนน
  8. นายฉลอง ทองนะ 21 คะแนน
  9. พล.ต.ต, อังกร คล้ายคลึง 20 คะแนน
  10. พล.ต.ท. วันไชย เอกพรพิชญ์ 20 คะแนน

กลุ่ม 3 กลุ่มการศึกษา 

  1. นายอัษฎางค์ แสวงการ 69 คะแนน 
  2. นายสมทบ ถีระพันธ์ 64 คะแนน 
  3. นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว 63 คะแนน
  4. นายสุเทพ สังข์วิเศษ 62 คะแนน
  5. นายโสภณ ผาสุข 60 คะแนน
  6. นายสามารถ รังสรรค์ 59 คะแนน
  7. นายนิฟาริด ระเด่นอาหมัด 27 คะแนน
  8. นายสุทิน แก้วพนา 25 คะแนน
  9. นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ 22 คะแนน
  10. นายกมล รอดคล้าย 20 คะแนน

กลุ่ม 4 กลุ่มการสาธารณสุข

  1. นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล 72 คะแนน 
  2. นายสมบูรณ์ หนูนวล 57 คะแนน 
  3. นายบุญชอบ สระสมทรัพย์ 55 คะแนน 
  4. นางนงลักษณ์ ก้านเขียว 54 คะแนน 
  5. นายฤช แก้วลาย 54 คะแนน 
  6. นางเพลินจิต ขันแก้ว 49 คะแนน 
  7. นายวันชัย แข็งการเขตร 28 คะแนน 
  8. นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ 24 คะแนน 
  9. น.ส.วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ 24 คะแนน 
  10. นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย 24 คะแนน 

กลุ่ม 5 กลุ่มอาชีพทำนา ปลูกพืชล้มลุก 

  1. นายสมศักดิ์ จันทร์แก้ว 60 คะแนน 
  2. น.ส.อมร ศรีบุญนาค 59 คะแนน
  3. นางปวีณา สาระรัมย์ 58 คะแนน
  4. นายสมชาย นุ่มพูล 57 คะแนน 
  5. นายพิมาย คงทัน 52 คะแนน
  6. นายสาลี สิงห์คำ 47 คะแนน
  7. นายเดชา นุตาลัย 26 คะแนน
  8. นางกัลยา ใหญ่ประสาน 26 คะแนน
  9. น.ส.นิชาภา สุวรรณนาค 25 คะแนน 
  10. นายชูชาติ อินสว่าง 22 คะแนน 

กลุ่ม 6 กลุ่มอาชีพทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง 

  1. นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว 68 คะแนน
  2. นายวิรัตน์ ธรรมบำรุง 68 คะแนน
  3. น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน 61 คะแนน
  4. นายยะโก๊ป หีมละ 59  คะแนน
  5. นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น 56  คะแนน
  6. นายจรุณ กลิ่นตลบ 51  คะแนน
  7. นายธนกร ถาวรชินโชติ 31 คะแนน
  8. นายโชติชัย บัวดิษ 28 คะแนน
  9. นายอิสระ บุญสองชั้น 28 คะแนน
  10. นายเศรณี อนิลบล 21 คะแนน

กลุ่ม 7 กลุ่มลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน ที่ไม่ใช่ราชการ

  1. นายชินโชติ แสงสังข์ 77 คะแนน 
  2. น.ส.เข็มรัตน์ สุรเมธีมาณพ 66 คะแนน 
  3. น.ส.วิภาพร ทองโสด 60 คะแนน 
  4. นายประกาสิทธิ์ พลซา 59 คะแนน 
  5. นายจตุพร เรียงเงิน 55 คะแนน 
  6. นางสมพร วรรณชาติ 51 คะแนน 
  7. นายชวภณ วัธนเวคิน 35 คะแนน 
  8. นายแล ดิลกวิทยรัตน์ 27 คะแนน 
  9. นายปิยพัฒน์ สุภาวรรณ 26 คะแนน 
  10. นายอมรศักดิ์ กิจธนานันท์  24 คะแนน 

กลุ่ม 8 กลุ่มอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภค ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน

  1. นายจิระศักดิ์ ชูความดี 60 คะแนน
  2. นายชีวะภาพ ชีวะธรรม 55 คะแนน
  3. นายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา 53 คะแนน
  4. นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม 52 คะแนน
  5. นายนิรัตน์ อยู่ภักดี 48 คะแนน
  6. นายอภิชา เศรษฐวราธร 48 คะแนน
  7. นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ 31 คะแนน
  8. นายนพดล อินนา 24 คะแนน
  9. นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ 24 คะแนน 
  10. นายปฏิมา จีระแพทย์ 21 คะแนน

กลุ่ม 9 กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม 

  1. นายนิพนธ์ เอกวานิช 68 คะแนน 
  2. นางวรรษมนต์ คุณแสน 61 คะแนน 
  3. นายพิชาญ พรศิริประทาน 55 คะแนน 
  4. นางสุมิตรา จารุกำเนิดกนก 54 คะแนน 
  5. นางสมศรี อุรามา 52 คะแนน 
  6. นางเบ็ญจมาศ อภัยทอง 45 คะแนน 
  7. นายชัยธัช เพราะสุนทร 35 คะแนน 
  8. น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ 29 คะแนน 
  9. น.ส.ชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย 25 คะแนน 
  10. นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร 23 คะแนน 

กลุ่ม 10 กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกลุ่มที่ 9 

  1. นายโสภณ มะโนมะยา 73 คะแนน 
  2. นายรูจิภาส มีกุศล 65 คะแนน 
  3. พ.ต.ท.สง่า ส่งมหาชัย 64 คะแนน 
  4. นางแดง กองมา 63 คะแนน 
  5. นายสมพาน พละศักดิ์ 61 คะแนน 
  6. นายสุนทร เชาว์กิจค้า 60 คะแนน 
  7. นายนิคม มากรุ่งแจ้ง 28 คะแนน 
  8. นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ 23 คะแนน 
  9. นายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล 22 คะแนน 
  10. นายมังกร ศรีเจริญกูล 22 คะแนน 

กลุ่ม 11 กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม

  1. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร 73 คะแนน 
  2. นายกัมพล สุภาแพ่ง 66 คะแนน 
  3. นายพิศจน์ รัตนวงศ์ 65 คะแนน 
  4. น.ส.ภาวนา ว่องอมรนิธิ 64 คะแนน 
  5. นายอัครวินท์ ขำขุด 59 คะแนน 
  6. นายสุวิทย์ ขาวดี 51 คะแนน 
  7. นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ 27 คะแนน 
  8. นายณภพ ลายวิเศษกุล 26 คะแนน 
  9. นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ 24 คะแนน 
  10. นายกมล สุขคะสมบัติ 22 คะแนน 

กลุ่ม 12 กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม  

  1. นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ 61 คะแนน 
  2. นางธารนี ปรีดาสันติ์ 57 คะแนน 
  3. นางรจนา เพิ่มพูล 56 คะแนน
  4. น.ส.ปุณณภา จินดาพงษ์ 55 คะแนน
  5. นายพละวัต ตันศิริ 52 คะแนน
  6. นายณรงค์ จิตราช 46 คะแนน
  7. นายวีรยุทธ สร้อยทอง 25 คะแนน
  8. นายธนชัย แซ่จึง 25 คะแนน
  9. นายพงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต 19 คะแนน
  10. น.ส.ตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์ 19 คะแนน

กลุ่ม 13 กลุ่มอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารการพัฒนานวัตกรรม

  1. นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม 66 คะแนน
  2. นายพรเพิ่ม ทองศรี 60 คะแนน
  3. นายธัชชญาณ์ณัช เจียรธนัทกานนท์ 59 คะแนน 
  4. นายกัมพล ทองชิว 56 คะแนน
  5. นายสุพัตรชัย เตียวเจริญโสภา 54 คะแนน
  6. นายขวัญชัย แสนหิรัณย์ 50 คะแนน
  7. นายนพดล พริ้งสกุล 30 คะแนน
  8. นายชาญวิศว์ บรรจงการ 22 คะแนน
  9. นายมานะ มหาสุวีระชัย 21 คะแนน
  10. น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ร.น. 17 คะแนน

กลุ่ม 14 กลุ่มสตรี 

  1. นางมยุรี โพธิแสน 69 คะแนน
  2. นางเจียระนัย ตั้งกีรติ 63 คะแนน
  3. น.ส.จารุณี ฤกษ์ปราณี 56  คะแนน
  4. น.ส.อัจฉรพรรณ หอมรส 56 คะแนน
  5. นางอจลา ณ ระนอง 52 คะแนน
  6. นางจุฑารัตน์ นิลเปรม 28 คะแนน
  7. นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ 25 คะแนน
  8. พ.อ.หญิง ธณตศกร บุราคม 24 คะแนน
  9. นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย 24 คะแนน
  10. นางวาสนา ยศสอน  24 คะแนน

กลุ่ม 15 กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น 

  1. นายกฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ 61 คะแนน
  2. นายกิตติพันธ์ อนันตกุลจิรโชติ 59 คะแนน
  3. นายประเทือง มนตรี 58 คะแนน 
  4. นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล 57 คะแนน 
  5. นายสมดุลย์ บุญไชย 54 คะแนน 
  6. นายสมหมาย ศรีจันทร์ 50 คะแนน 
  7. นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ 22 คะแนน 
  8. นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา 22 คะแนน 
  9. นายธนภัทร ตวงวิไล 21 คะแนน 
  10. นายศรายุทธ ยิ้มยวน 20 คะแนน 

กลุ่ม 16 กลุ่มศิลปะ ดนตรี บันเทิง กีฬา

  1. นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กูล 66 คะแนน
  2. นายสวิช จำปานนท์ 65 คะแนน
  3. นายนฤพล สุคนธชาติ 62 คะแนน
  4. นายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ 62 คะแนน
  5. นายวิเชียร ชัยสถาพร 59 คะแนน
  6. นายปราณีต เกรัมย์ 54 คะแนน
  7. น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ 25 คะแนน
  8. นายอะมัด อายุเคน 25 คะแนน
  9. นายชวพล วัฒนพรมงคล 24 คะแนน
  10. นางเอมอร ศรีกงพาน 24 คะแนน

กลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์ 

  1. นายนิรุตติ สุทธินนท์ 63 คะแนน 
  2. นางประไม หอมเทียม 57 คะแนน 
  3. นายชาญชัย ไชยพิศ 56 คะแนน 
  4. นายสากล ภูลศิริกุล 56 คะแนน 
  5. นายภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ 53 คะแนน 
  6. น.ส.สายฝน กองแก้ว 52 คะแนน 
  7. นายศุภโชค ศาลากิจ 32 คะแนน 
  8. นายประภาส ปั่นตบแต่ง 22 คะแนน 
  9. นางอังคณา นีละไพจิตร 22 คะแนน 
  10. นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล 20 คะแนน 

กลุ่ม 18 กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม 

  1. นายสุทนต์ กล้าการขาย 67 คะแนน 
  2. นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล 61 คะแนน
  3. นายสุพรรณ์ ศรชัย 61 คะแนน
  4. น.ส.คอดียะฮ์ ทรงงาม 59 คะแนน
  5. นายศุภชัย กิตติภูติกุล 58 คะแนน 
  6. นางอารีย์ บรรจงธุระการ 57 คะแนน 
  7. นายจำลอง อนันตสุข  47 คะแนน 
  8. นายชิบ จิตนิยม 34 คะแนน 
  9. น.ส.นันทนา นันทวโรภาส 33 คะแนน 
  10. นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย 21 คะแนน 

กลุ่ม 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ 

  1. น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย 79 คะแนน 
  2. นายขจรศักดิ์ ศรีวิราช 70 คะแนน 
  3. นายสิทธิกร ธงยศ 65 คะแนน 
  4. นายโชคชัย กิตติธเนศวร 63 คะแนน 
  5. นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี 61 คะแนน 
  6. นายเอนก วีระพจนานันท์ 59 คะแนน 
  7. นายสมชาย เล่งหลัก 23 คะแนน 
  8. น.ส.นวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ 21 คะแนน 
  9. นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ 19 คะแนน 
  10. นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ 19 คะแนน 

กลุ่ม 20 กลุ่มอื่นๆ

  1. พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี 76 คะแนน
  2. นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ 69 คะแนน
  3. นายอลงกต วรกี 67 คะแนน 
  4. นายณัฐกิตติ์ หนูรอด 66 คะแนน
  5. นายภมร เชาว์ศิริกุล 64 คะแนน
  6. พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ 61 คะแนน
  7. นายซูชีพ เอื้อการณ์ 31 คะแนน
  8. นายวราวุธ ตีระนันทน์ 28 คะแนน
  9. นางวลีรักษ์ พัชระเมธาพัฒน์ 26 คะแนน
  10. นายเอกชัย เรืองรัตน์ 23 คะแนน

สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่นี่

สาย ก

สาย ข

สาย ค

สาย ง

หรือแสกนรายงานผลการนับคะแนนที่นี่

รายชื่อ สวรายชื่อ สว

เช็กรายชื่อทั้งหมด (คลิกที่นี่)

ชมถ่ายทอดสดนับคะแนน สว.ระดับประเทศ

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEctThailand%2Fvideos%2F355009294033719%2F&show_text=false&width=560&t=0

ลุ้น! ศาลอุทธรณ์ ตัดสินคดี “กปปส.ชุดใหญ่” ก่อการร้าย ชัตดาวน์กรุงเทพฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/578034

26 มิ.ย. 2567

20:22 น.

ลุ้น! ศาลอุทธรณ์ ตัดสินคดี "กปปส.ชุดใหญ่" ก่อการร้าย ชัตดาวน์กรุงเทพฯ

ลุ้น! 27 มิ.ย. 67 ศาลอุทธรณ์ ตัดสินคดี “กปปส.ชุดใหญ่” ก่อการร้าย ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ขับไล่รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ทนาย เผย “สุเทพ” มาฟังคำพิพากษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 27 มิ.ย. ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีกบฏ “กปปส.ชุดใหญ่” สำนวนหลัก หมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกแกนนำ และแนวร่วม กปปส. รวม 39 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ, ก่อการร้าย, ยุยงให้หยุดงานฯ, กระทำให้ปรากฏด้วยวาจาหรือวิธีการอื่นใดฯ ทำให้เกิดความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในราชอาณาจักรฯ, อั้งยี่, ซ่องโจร, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ, บุกรุกในเวลากลางคืนฯ และร่วมกันขัดขวางการเลือกตั้งฯ

อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดพวกจำเลยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 23 พ.ย. 2556 – 1 พ.ค. 2557 ต่อเนื่องกัน นายสุเทพ จำเลยที่ 1 ได้จัดตั้งคณะบุคคลชื่อ “คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” หรือกลุ่ม กปปส. มีนายสุเทพ เป็นเลขาธิการ โดยร่วมกันมั่วสุมเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร กองกำลังแบ่งหน้าที่กันกระทำก่อความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ฐานเป็นกบฏเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ทั้งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ

ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ แฟ้มภาพ : 13 ม.ค. 2557ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ แฟ้มภาพ : 13 ม.ค. 2557

โดยร่วมกันยุยง ปลุกระดมให้ประชาชนทั่วประเทศกระด้างกระเดื่องร่วมชุมนุมขับไล่ ก่อความไม่สงบเพื่อขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วไป เพื่อมิให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ ให้ข้าราชการระดับสูงรายงานตัวกับกลุ่ม กปปส.

จากนั้นจะแต่งตั้งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็นรัฐบาลประชาชน เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะออกคำสั่งแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และ ครม. โดยจะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเอง รวมทั้งจัดตั้งกองกำลังส่วนหนึ่งพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานสำคัญต่างๆ หลายแห่ง

เช่น ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานเขตหลักสี่ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง) เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้ รวมทั้งการปิดกั้น ขัดขวางเส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ แฟ้มภาพ : 13 ม.ค. 2557ชัตดาวน์ กรุงเทพฯ แฟ้มภาพ : 13 ม.ค. 2557

นอกจากนี้ ช่วงระหว่างวันที่ 13 ม.ค. – 2 มี.ค. 2557 พวกจำเลยได้บังอาจปิดกรุงเทพมหานครด้วยการตั้งเวทีปราศรัยทั่วกรุงเทพฯ รวม 7 จุด ปิดกั้นเส้นทางการจราจร จัดตั้งกองกำลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องกีดขวาง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง การกระทำของพวกจำเลยล้วนไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ

เหตุเกิดในกรุงเทพมหานคร และอีกหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน นายสุเทพ กับพวกจำเลยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และได้รับการประกันตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับรายชื่อจำเลยทั้งหมดในคดี กปปส. ชุดใหญ่ มีทั้งหมด 39 รายประกอบด้วย

  • 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
  • 2.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
  • 3.นายชุมพล จุลใส
  • 4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
  • 5.นายอิสสระ สมชัย
  • 6.นายวิทยา แก้วภราดัย
  • 7.นายถาวร เสนเนียม
  • 8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
  • 9.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
  • 10.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก
  • 11.พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ
  • 12.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
  • 13.นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์
  • 14.นายถนอม อ่อนเกตุพล
  • 15.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
  • 16.พระพุทธะอิสระ หรือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ
  • 17.นายสาธิต เซกัลป์
  • 18.นางสาวรังสิมา รอดรัศมี
  • 19.พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี
  • 20. พลเรือเอกชัย สุวรรณภาพ
  • 21.นายแก้วสรร อติโพธิ
  • 22.นายไพบูลย์ นิติตะวัน
  • 23.นายถวิล เปลี่ยนศรี
  • 24.เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์
  • 25.นายมั่นแม่น กะการดี
  • 26.นายคมสัน ทองศิริ
  • 27.พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์
  • 28.นายนายพิภพ ธงไชย
  • 29.นายสาวิทย์ แก้วหวาน
  • 30.นายสุริยะใส กตะศิลา
  • 31.นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด
  • 32.พ.ต.ท.ภัทรพงศ์ สุปิยะพาณิชย์
  • 33.นายสำราญ รอดเพชร
  • 34. อมร อมรรัตนานนท์ (เปลี่ยนชื่อบ่อย)
  • 35.นายพิเชษฐ พัฒนโชติ
  • 36.นายสมบูรณ์ ทองบุราณ
  • 37.นายกิตติชัย ใสสะอาด
  • 38.นางทยา ทีปสุวรรณ
  • 39.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.