‘นายกรัฐมนตรี’ และคณะอยู่ระหว่างเดินทางกลับจาก ‘สหประชาชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559254

23 ก.ย. 2566

'นายกรัฐมนตรี' และคณะอยู่ระหว่างเดินทางกลับจาก 'สหประชาชาติ'

เสร็จสิ้นภาระกิจ ร่วมประชุม ‘สหประชาชาติ’ สมัยสามัญครั้งที่78 ‘นายกรัฐมนตรี’ และคณะอยู่ระหว่างเดินทางกลับจาก นิวยอร์ค

นายกฯ พร้อมคณะ เดินทางกลับประเทศไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมสหประชาชาติ UNGA 78 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว. กค. และภริยา พร้อมด้วยคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ จอห์น เอฟ. เคนเนดี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา  เมื่อวันที่ 22 ก.ย. และมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 24 ก.ย. 2566

ก่อนเดินทางกลับนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบาย ทีมประเทศไทยในสหรัฐฯ ยืนยันภารกิจหลัก เปิดประเทศ สนับสนุนธุรกิจ เศรษฐกิจ และการใช้สันติวิธี เพื่อความมั่นคงทางการเมือง
การทำงานของรัฐบาลนี้ ต้องการเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าได้ด้วยการปฎิบัติตามหลักนิติธรรม 

รัฐบาลต้องการเปิดประเทศ สนับสนุนการทำธุรกิจ รักษาจิตใจของคนในทุกภาคส่วน ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองต่างกัน พร้อมเยียวยาจิตใจให้อยู่ร่วมกันภายใต้กรอบ ของกฎหมายได้อย่างสันติ

รัฐบาลตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ซึ่งได้ออกเป็นมาตรการภายหลังการประชุมครม. คือ การลดราคาน้ำมัน – ค่าไฟฟ้า
การเจรจา จัดทำ FTA เป็นสิ่งสำคัญ ขอให้ทีม ทำงานเชิงรุก Proactive”ทั้ง ทวิภาคี และพหุภาคี พร้อมสรุปการทำงานเพื่อยกระดับ GDP



มุ่งนำ Soft power ของไทยไปเผยแพร่ในนานาประเทศ โดยรัฐบาลมีนโยบายในการ จับคู่ธุรกิจ ระหว่างเกษตรกรก้าวหน้าจะมาคู่กับเกษตรกรรายย่อย

(คลิป) ฟังชัดๆ ‘บิ๊กเด่น’ ฝากถึง ‘ตำรวจ’ พร้อมเผยชีวิตเกษียณขอพักผ่อนก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559237

22 ก.ย. 2566

(คลิป) ฟังชัดๆ 'บิ๊กเด่น' ฝากถึง 'ตำรวจ' พร้อมเผยชีวิตเกษียณขอพักผ่อนก่อน

3 คำถามกับ ‘พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์’ ฝากถึง ‘ตำรวจ’ ทั่วประเทศ ทำงานเพื่อประชาชน ขอให้คิดบวก เชื่อยังมี ปชช. รักอีกมาก ขณะที่ชีวิตหลังเกษียณขอพักผ่อนก่อน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสสร์ ผบ.ตร. จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 66 นี้ ได้ให้กำลังใจข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ทำงานด้วยทัศนคติเชิงบวก ไม่เช่นนั้นเหนื่อยและล้า เพราะยอมรับอาชีพ “ตำรวจ” ถูกต่อว่าในโซเชียลมาก มีส่วนหนึ่งที่ตำรวจทำไม่ดี แต่เชื่อว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่รักตำรวจ ขอให้หนักแน่นและเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ย้ำ ตำรวจต้องเป็นผู้ที่ต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุขและทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง ช่วยเหลือประชาชน ส่วนชีวิตหลังเกษียณเตรียมขอพักผ่อนก่อน แต่ยังยินดีที่ให้คำปรึกษาเรื่องราชการอยู่ 

เปิดกรุ ‘ศักดิ์ชาย’ น้องมดดำ รถป้ายแดงคันละ 5 ล้าน สะสมปืน 13 กระบอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559233

22 ก.ย. 2566

เปิดกรุ ‘ศักดิ์ชาย’ น้องมดดำ รถป้ายแดงคันละ 5 ล้าน สะสมปืน 13 กระบอก

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน มดเล็ก ‘ศักดิ์ชาย ตันเจริญ’ น้องมดดำ รวย 9.2 ล้าน ถอยรถยนต์ป้ายแดงคันละ 5 ล้าน สะสมปืน 13 กระบอก ค่าช่วยงานตามประเพณี 70,000 บาทต่อปี

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ‘มดเล็ก’ นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย  น้องมดดำ บุตรชายนายสุชาติ ตันเจริญ กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 9,240,315.41 บาท มีหนี้สินรวม 4,621,408 บาท ดังนี้

มีทรัพย์สิน 9,240,315.41 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 3 บัญชี 10,715.41 บาท ที่ดิน 1 แปลง ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 2,320,000 บาท ได้รับมรดกมาวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ยานพาหนะ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ป้ายแดง 5,430,000 บาท ได้มาเดือนมิถุนายน 2566 สิทธิและสัมปทาน ประกันชีวิต 300,000 บาท ทรัพย์สินอื่น ปืน 13 กระบอก 1,179,600 บาท

มีหนี้สิน 4,621,408 บาท จาก บมจ.เอเชียเสริมกิจลิสซิ่ง วันที่ทำสัญญา 30 มิถุนายน 2566 จำนวนเงินกู้ตามสัญญา 4,699,738.20 ยอดหนี้คงเหลือ 4,129,918.51 บาท

นายศักดิ์ชายแจ้งต่อ ป.ป.ช. ประวัติการทำงานย้อนหลัง 5 ปี 2559-2563 สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา รายได้ต่อปี มีรายได้ประจำจากเงินเดือน 233,280 บาท รายได้จากการทำสวนยางพารา 250,000 บาท

ส่วนรายจ่ายประจำต่อปี ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 200,000 บาท ค่าผ่อนรถ 1,005,744 บาท ค่าเบี้ยประกัน 35,263.28 บาท รายจ่ายอื่น ๆ ค่าเล่าเรียนบุตร 200,000 บาท ค่าช่วยงานตามประเพณี 70,000 บาท สถานภาพโสด มีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย 5 คน มีพี่ร่วมบิดามารดา 1 คน คือนายคชาภา ตันเจริญ หรือมดดำ พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดัง

ทัวร์ลงทุกทิศ ปม ‘ปิยบุตร’ ไลฟ์สด ตัดพ้อ ประกาศยุติบทบาททางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559210

22 ก.ย. 2566

ทัวร์ลงทุกทิศ ปม 'ปิยบุตร' ไลฟ์สด ตัดพ้อ ประกาศยุติบทบาททางการเมือง

ป๊อก ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’ อดีตอาจารย์มธ. ประกาศ ยุติบทบาทการเมือง เลิกเสนอความเห็น หลังเจอทัวร์ลง 3 กลุ่ม ทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายผู้สนับสนุนเพื่อไทย และฝ่ายผู้สนับสนุนก้าวไกล ขอเลิก ไปดูแลตัวเอง กลับไปเขียนหนังสือ โพสต์ท่องเที่ยว กิฬา

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2566 นายปิยบุตร แสงกนกกุล  ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกลในศึกเลือกตั้ง 2566 อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)ไลฟ์สดถึงกรณีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ คมจ.5/2566 กรณี ช่อ พรรณิการ์ วานิช อดีตสส.พรรคอนาคตใหม่ และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล

ปิยบุตร แสงกนกกุล ปิยบุตร แสงกนกกุล

“โลกสมัยใหม่คุณประหารชีวิตแบบนี้ไม่ได้ คุณไล่คนออกจากประเทศไม่ได้ วิธีการประหารชีวิตทางการเมืองก็เอาอย่างนี้แล้วกัน เอ็งจงออกไปจากชีวิตทางการเมืองของประเทศซะ ด้วยการห้ามาลงสมัครรับเลือกตั้งอะไรเลย ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองอะไรเลย เดี๋ยวนี้มันอัดยาแรงขึ้นไปอีก หลังๆแต่ละคนโดนกัน 10 ปี”

“ต้องยอมรับว่า ถูกขุด เพราะบทบาทที่ฝ่ายอนุรักษ์จารีต ฝ่ายความมั่นคงทั้งหลาย รู้สึกกังวลใจพรรคอนาคตใหม่ จนเรื่องมาถึงวันนี้ มานั่งคิดว่า วันนั้นถ้าไม่ไปชวน ชีวิตเขาก็อาจไปได้ดี ไม่ถูกใครตั้งข้อรังเกียจ ถูกชังแบบนี้ ก็ต้องยอมรับว่า อินเรื่องนี้มากอยู่พอสมควร เพราะด้านหนึ่งของเรื่องนี้ มันก็พัวพันกับการเริ่มต้นของผมที่ไปชวนคุณช่อมา”

โดยช่วงหนึ่ง นายปิยบุตร ระบุอีกว่า ที่ตนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เพราะอยากเห็นสังคมเปลี่ยนแปลง นักวิชาการต้องการกล้าแสดงออก แม้คนจะไม่พอชอบ แต่ถ้ามีประโยชน์ก็ต้องแสดงออกไป แม้ตอนนี้ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลจะไม่พร้อมให้ตนวิพากษ์วิจารณ์เท่าไหร่ หรือบางทีอาจทำให้หงุดหงิด แต่คำวิพากษ์วิจารณ์ในคอมเมนต์มาตนอ่านหมด

ทำให้ต้องคิดทบทวนว่า ถ้าสถานการณ์ไม่พร้อมฟังการพูดอย่างตรงไปตรงมา หลังจากนี้จะไม่ขอพูดถึงพรรคก้าวไกล แต่จะมีอีกข้อเขียนสุดท้ายที่ระบุถึงพรรคก้าวไกล ต่อจากนั้นจะไม่พูดถึงอีก โดยอาจให้ลองนำข้อเขียนนี้ไปพิจารณา เพราะอาจเป็นประโยชน์กับพรรคก้าวไกล

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ตอนนี้เกิดอารมณ์เบื่อขึ้นมา ไม่รู้จะพูดอะไรที่เป็นสาธารณประโยชน์ พูดไปก็ทัวร์ลงทุกฝ่ายถึง 3 กลุ่ม ทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายผู้สนับสนุนเพื่อไทย และฝ่ายผู้สนับสนุนก้าวไกล จึงมาคิดว่าจะไปพักผ่อนอยู่สบายๆ ดีกว่า งดบทบาทในการแสดงความคิดเห็นทางสาธารณะ 

จากนี้ขอไปเขียนวิจารณ์เรื่องอื่นดีกว่า พอเขียนเรื่องการเมืองก็มาทุกทิศทุกทาง โดยขอนั่งทบทวนคิดถึงตัวเองบ้างว่าทำไปทำไม แสดงออกให้คนมาเกลียดเราทำไม

“จากนี้ขอเอาเวลาไปทำอย่างอื่น เอาเวลาไปเขียนหนังสือและตำราที่เขียนค้างไว้ตั้งแต่เป็นอาจารย์ โดยมหาวิทยาลัยต่างๆ หากคิดว่าผมยังมีประโยชน์ จะเชิญไปสอนหนังสือหรือบรรยายก็ยินดี โดยคิดว่าน่าจะถึงเวลายุติเรื่องพวกนี้สักทีและกลับไปทำงานวิชาการหรือเขียนตำรา เรื่องการเมืองก็ให้เขาว่ากันไป โพสต์ท่องเที่ยว กิฬา ไป”

‘ไผ่ ลิกค์’ สะสมพระเครื่องแต่ละองค์ไม่ธรรมดา พร้อมเปิดทรัพย์สินกว่า 75 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559203

22 ก.ย. 2566

'ไผ่ ลิกค์' สะสมพระเครื่องแต่ละองค์ไม่ธรรมดา พร้อมเปิดทรัพย์สินกว่า 75 ล้าน

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ไผ่ ลิกค์’ รวย 75 ล้าน ปล่อยกู้ 12.3 ล้าน ขณะที่ของสะสมนาฬิกาหรู 8 เรือน พระดังจ.กำแพงเพชร แต่ละองค์ไม่ต่ำกว่าล้าน

ทรัพย์สินของนายไผ่ ลิกค์ สส. พรรคพลังประชารัฐ ไม่ธรรมดา เมื่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดบัญชีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 75,806,258.16 บาท บาท หนี้สิน 13,167,702.02 บาท

รวมถึงมีเงินกู้ ยอดคงเหลือ 12,362,298.11 บาท มีเงินฝากรวม 1,159,568.16 บาท ที่ดิน 3 แปลง มูลค่ารวม 17,458,200 บาท บ้าน 2 หลัง มูลค่ารวม 32,608,490 บาท รถยนต์ 1 คัน 250,000 บาท

ส่วนทรัพย์สินอื่น มูลค่ารวม 23,330,000 บาท อาทิ ปืนสั้น 4 กระบอกปืนยาว 1 กระบอก มูลค่ารวม 450,000 บาท นาฬิกา Rolex 6 เรือน มูลค่ารวม 4,400,000 บาท นาฬิกา Patek Philippe 2 เรือนมูลค่ารวม 3,700,000บาท

นอกจากนี้ยังมีพระเครื่องดังของจังหวัดกำแพงเพชร เช่น ลีลากำแพงขาวเลี่ยมทอง มูลค่า 1,000,000 บาท พระซุ้มกอเลี่ยมทอง มูลค่า 5,000,000บาท หลวงพ่อโสธรรุ่น 1 เลี่ยมทอง มูลค่า 1,000,000บาท รูปหล่อหลวงพ่อเงินเลี่ยมทอง มูลค่า 1,000,000 บาท เขี้ยวเสือเลี่ยมทองมูลค่า 1,000,000บาท พระสมเด็จ 3,500,000 ล้านบาท 

เปิดทรัพย์สิน ‘คุณหญิงหน่อย’ รวย 602 ล้าน ปืน 24 กระบอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559198

22 ก.ย. 2566

เปิดทรัพย์สิน 'คุณหญิงหน่อย' รวย 602 ล้าน ปืน 24 กระบอก

ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน ‘คุณหญิงหน่อย’ พบ มีทรัพย์สิน 602 ล้าน หนี้สิน 50 ล้าน พระเลี่ยมทอง 15 องค์ 24.4 ล้าน ปืน 24 กระบอก 1.7 ล้าน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (.ป.ช.) เปิดเผย บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มีทรัพย์สิน 602,228,310.83 บาท และมีหนี้สิน 50,250.35 บาท 

โดยรายการทรัพย์สินที่เป็นยานพาหนะจำนวน 17 คัน ที่เป็นรถยนต์และจักรยานยนต์  มูลค่า 830,000 บาท มีประกันชีวิตของตนเองและคู่สมรสรวมมูลค่าราว 10 ล้านบาท 

ขณะที่มีทรัพย์สินอื่น ของตนเองและคู่สมรส รวม 128 ล้านบาท อาทิ แหวนและต่างหู 73 ชุด มูลค่ารวม 28 ล้านบาท สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เครื่องประดับเพชร มุก พลอย 45 ชุด มูลค่า 7 ล้านบาท พระเหลี่ยมทอง 15 องค์ มูลค่า 24.4 ล้านบาท นาฬิกา 47 เรือนมูลค่า 26.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีกระเป๋า 29 ใบมูลค่ารวม 9.5 ล้านบาท และมีปืนจำนวน 24 กระบอกมูลค่า 1,739,112 บาท เป็นต้น 

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ได้ลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 

‘บิ๊กทิน’ ยกทหารผ่านศึกเป็นฮีโร่ เผยวัยเด็กฝันเป็นทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559205

22 ก.ย. 2566

'บิ๊กทิน' ยกทหารผ่านศึกเป็นฮีโร่ เผยวัยเด็กฝันเป็นทหาร

‘สุทิน’ หยอดคำหวานยกทหารผ่านศึกเป็นฮีโร่ในดวงใจ ลั่นพร้อมดูแลสวัสดิภาพ บั้นปลายชีวิต เผยความฝันวัยเด็กอยากเป็นทหาร

วันที่ 22 ก.ย. นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุมสภาทหารผ่านศึกครั้งที่ 3/2566 ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกหลังได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม  

นายสุทิน กล่าวว่า เรื่องสำคัญในวันนี้คือการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 และ2568 ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก โดยในปี 2567 งบประมาณยังคงเท่าเดิม (2,996,431,300 บาท) ประกอบด้วย กิจกรรมสวัสดิการสงเคราะห์และการอาชีวะสงเคราะห์ กิจกรรมการให้บริการและการรักษาพยาบาล กิจกรรมการสร้างความเข้มแข็งให้กับทหารผ่านศึกและทหารนอกประจำการ และกิจกรรมการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนในปี 2568 งบประมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามจำนวนของทหารผ่านศึกที่เพิ่มมากขึ้นโดยพิจารณาเพิ่มขึ้นในกรอบและเกณฑ์ตามเหตุผล และความจำเป็น

เมื่อถามว่า มีการพิจารณาเงินสวัสดิการของทหารผ่านศึกเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคม โดยใจจริงอยากจะเพิ่มให้มากขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงทุกภาคส่วนของประเทศ แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือต้องให้ทหารผ่านศึกสามารถดำรงชีพอยู่ได้ เมื่อภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนค่าครองชีพ หรือปัจจัยอื่นๆ ตามไปด้วย

เมื่อถามว่า มีการพิจารณาเรื่องเงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกชั้น 3 หรือไม่ เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมาก นายสุทิน กล่าวว่า เคยได้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีคนก่อน ผ่านสภา อผศ. ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบ เมื่อมีการเสนอในประเด็นนี้อีก ที่ประชุมในวันนี้ไม่มีข้อขัดข้อง ซึ่งก็จะมีการนำเสนอเพื่อพิจารณาที่สภาผู้แทนราษฎรต่อไป  เพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน โดยทางกระทรวงกลาโหมจะสนับสนุนเต็มที่ แต่ถ้าหากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร ก็จะต้องเป็นไปตามนั้น

นายสุทิน ยังกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อทหารผ่านศึก ว่า ตนพูดในที่ประชุมแล้วว่า ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กทหารผ่านศึกคือฮีโร่ในดวงใจ หรือไอดอล และยังคิดอยากจะเป็นทหาร และชื่นชมทหารโดยเฉพาะเวลาชมภาพยนตร์ เห็นทหารพิการก็รู้สึกชื่นชม และไม่คิดว่าจะได้มาทำงานร่วมกับองค์กรทหารผ่านศึก มาถึงวันนี้ความรู้สึกหรือสำนึกนั้นยังมีอยู่ จึงคิดว่าทางใดที่จะช่วยทหารผ่านศึกอยู่ได้ และมีความสุขในบั้นปลาย ก็อยากทำ เพราะต้องคิดอย่างหนึ่งว่าถ้าหากช่วยเหลือทหารผ่านศึกก็จะมีผลไปถึงทหารประจำการด้วย เพราะคนที่เป็นทหารวันนี้ก็มองไปในอนาคตตัวเอง เวลาจะไปออกรบหรือทำอะไรที่เสียสละ ถ้าเห็นว่าสังคมดูแลทหารผ่านศึกดีก็จะทำให้เขามีกำลังใจ แต่ถ้าเราทอดทิ้งทหารผ่านศึก ทหารประจำการวันนี้ก็คงห่อเหี่ยว

เมื่อถามว่า เป็นรัฐมนตรีกลาโหมมาแล้ว 2 สัปดาห์ รู้สึกอย่างไรบ้าง นายสุทิน ตอบแล้วยิ้มว่า กำลังมีความสุขกำลังมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ เจอเรื่องหนักก็ไม่ถือว่าเกินคาด เพราะตอนที่เป็น สส. อยู่ ก็รู้ว่าที่นี่หนัก เมื่อเราจะมาก็ต้องคิดว่ามาเจอเรื่องหนัก แต่ที่มีความสุขก็คือ มาเจอความมีวินัย ทหารมีวินัยก็มีความสุข ไม่ยุ่งไม่ปวดหัวเหมือนองค์กรที่ไม่มีวินัย

เมื่อถามว่า หากย้อนเวลาได้ อยากเป็นทหารหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า อยากเป็น เพราะตอนเด็กก็อยากเป็นทหาร แต่วันนี้แก่แล้ว คงไม่ได้

เมื่อถามว่า อยากเป็นทหารเหล่าไหน บกเรือ หรือ อากาศ นายสุทิน กล่าวว่า ที่ไหนก็ได้ ขอเป็นทหารหาญพร้อมเปิดเผยด้วยว่า ไม่เคยเกณฑ์ทหาร แต่ตนรับราชการเป็นครูตั้งแต่อายุ 18 ปี พออายุครบ 21 ปีก็ได้รับการยกเว้น

ทั้งนี้ หลังจากจบการประชุมแล้ว ทางองค์การทหารผ่านศึกได้เลี้ยงอาหารรัฐมนตรีกลาโหม ในลักษณะโต๊ะจีนเมนูประกอบด้วย หมูหัน หูฉลามน้ำแดง ออส่วน คะน้าเป๋าฮื้อ ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว ผัดหมี่ และหม้อไฟทะเล ส่วนของหวานเป็นเผือกโอนีแปะก๊วย

องอาจ ปราม เศรษฐา แต่งตั้ง ทักษิณ ‘ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” เข้าข่ายเพิ่มภาระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559199

22 ก.ย. 2566

องอาจ ปราม  เศรษฐา  แต่งตั้ง ทักษิณ 'ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี"  เข้าข่ายเพิ่มภาระ

รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ องอาจ คล้ามไพบูลย์ ออกอาการห่วงใย ไปถึง “นายกเศรษฐา” หลังมีประเด็น จะแต่งตั้ง ” ทักษิณ ชินวัตร” เป็น “ที่ปรึกษานากรัฐมนตรี ” ระบุชัดอะไรที่อาจจะเป็นภาระก็ควรระงับไว้ก่อน  จะได้ไม่ต้องเพิ่มภาระมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การที่นายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดจะแต่งตั้ง นายทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี”  ภายหลังการพ้นโทษ   เรื่องนี้อยากฝากไปถึง นายเศรษฐา ว่า ด้วยบทบาทในขณะนี้   คือการเป็นผู้นำประเทศ  อะไรที่อาจจะเป็นภาระก็ควรระงับไว้ก่อน  จะได้ไม่ต้องเพิ่มภาระมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งยังเห็นว่าควรเอาเวลาไปบริหารราชการให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขเพิ่มขึ้นจะดีกว่า

“ถ้านายกฯเศรษฐาต้องการขอคำปรึกษา อาจจะปรึกษากันเป็นการภายในก็น่าจะทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกฯอย่างเป็นทางการ  เพราะอดีตนายกฯทักษิณ ก็ถือเป็นสายล่อฟ้าทางการเมืองคนหนึ่ง   เรื่องนี้เป็นดุลพินิจ และการพิจารณาของนายกฯ ว่าจะขอคำปรึกษาจากใครก็ได้ ทั้งอดีตนายกฯทักษิณ และอดีตนายกฯท่านอื่นๆ ที่คิดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์กับการทำงาน ในฐานะนายกฯ แต่ การที่นายกฯเศรษฐาบอกว่านายกฯทักษิณ เคยเป็นหรือบางที  ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็เป็นความคิดของนายกฯ และคนอื่นๆ ที่นิยมชมชอบ  แต่ต้องไม่ลืมว่าอดีตนายกฯทักษิณก็เป็นนายกรัฐมนตรี  ที่มีคนไม่นิยมชมชอบมากที่สุดคนหนึ่งเหมือนกัน”

เขา กล่าวว่า   นายทักษิณ เป็นนักการเมืองที่มีความรู้ความสามารถพอสมควรระดับหนึ่ง อาจจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล แต่ก็เป็นนักการเมืองที่มีคนครหานินทา ไม่ไว้วางใจในเรื่องความโปร่งใสอยู่มาก   ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาเปรียบเทียบกันไปด้วย

‘เทพไท เสนพงศ์’ ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ ตามรอย ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559194

22 ก.ย. 2566

'เทพไท เสนพงศ์' ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ ตามรอย ‘ทักษิณ’

พงศ์สินธุ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ แจ้งข่าวพี่ชาย ’เทพไท เสนพงศ์’ วัย 62 ปี ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ ตามรอย ‘ทักษิณ’ แต่ไม่ใช่คดีทุจริต เป็นคดีจัดงานเลี้ยงกำนันผู้ใหญ่บ้าน โทษจำคุก 2 ปี รับโทษมาแล้ว 14 เดือน

เมื่อวันที่  22 ก.ย. 2566 นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) น้องชาย นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ซึ่งถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี คดีทุจริตการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2565 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “เทพไท ใช้สิทธิทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ เหมือนทักษิณ”

โดยระบุว่า “ผมได้ไปเยี่ยมคุณเทพไท ที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เมื่อวันก่อน คุณเทพไทได้แจ้งให้ผมทราบว่า เขาได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคล เช่นเดียวกับคุณทักษิณแล้ว โดยอธิบายเหตุผลให้ฟังว่า

เดิมทีตั้งแต่เข้าสู่เรือนจำวันแรก มีหลายคนแนะนำให้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคล ซึ่งตอนนั้นคิดว่า เรามีโทษจำคุกเพียง2 ปี ก็ควรยอมรับชะตากรรม ไม่อยากทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ ให้เป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท จึงไม่ได้ดำเนินการใดๆ นับตั้งแต่วันเริ่มเข้าสู่ประตูเรือนจำ

แต่เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม คุณทักษิณได้เดินทางกลับประเทศไทย โดยมีข้ออ้างว่า ต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อต้องการรับโทษจำคุก 10 ปี ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ไม่ได้จำคุกจริง หลังจากอยู่ในเรือนจำได้ไม่เกิน 12 ชั่วโมง ก็ต้องย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 โดยอ้างเหตุผลของการเจ็บป่วย และหลังจากนั้น ได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ ขออภัยโทษในวันที่ 31 สิงหาคม โดยเหตุผล 4 ข้อ คือ

1.ได้ทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ

2.มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

3.เคารพและยอมรับกระบวนการยุติธรรม

4.เป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว

ซึ่งถ้าหากพิจารณาจากเหตุผล ในการทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ ของคุณทักษิณแล้ว คุณเทพไทกล่าวกับผมว่า เขามีคุณสมบัติในการขอพระราชทานอภัยโทษได้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคุณทักษิณเลย กล่าวคือ

1.ได้เป็นสมาชิกสภาแทนราษฎรมา 4 สมัย ทำงานรับใช้ประชาชน และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากมาย มาร่วม 20 ปี

2.มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่ประจักษ์ เคยเป็นพิธีกรรายการสายล่อฟ้า ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จากการจาบจ้วงของระบอบทักษิณ (ตามเหตุผลการยึดอำนาจ ของคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) และไม่เคยต้องคดีตามมาตรา 112 แต่อย่างใด

3.ยอมรับกระบวนการยุติธรรมด้วยความเต็มใจ เมื่อถูกศาลฎีกาตัดสินให้รับโทษจำคุก 2 ปี ก็ไม่ได้หลบหนีคดีแต่อย่างใด

4.ตอนนี้อายุ 62 ปี เป็นผู้สูงวัยเช่นเดียวกันและมีโรคประจำตัวหลายโรค ระหว่างถูกจำคุกในเรือนจำ ต้องเบิกตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

5.ได้รับโทษจำคุกมาเป็นเวลา 14 เดือน กำลังจะเข้าข่ายเงื่อนไขการจำคุก 2 ใน 3 ของโทษตามคำพิพากษา แต่ไม่เคยได้รับการลดโทษเลย

6.ได้ต้องโทษจำคุก จากการกระทำผิด พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ข้อหาจัดเลี้ยงและร่วมงานเลี้ยงกินข้าวกับกลุ่มกำนันผู้ใหญ่ ไม่ใช่การแจกเงินซื้อเสียง) แต่กรณีของคุณทักษิณ ต้องโทษคดีทุจริตต่อประเทศชาติ

ดังนั้นคุณเทพไท จึงได้สิทธิ์ตามเงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์ เหมือนกับนักโทษทั่วไป ที่ไม่ใช่นักโทษเทวดาทุกประการ

สำหรับเรื่องนี้ ถ้าหากมีความคืบหน้าประการใด ผมจะนำมารายงานให้ได้รับทราบในโอกาสต่อไป”

ด่วน ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ติดต่อขอมอบตัว สู้คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559186

22 ก.ย. 2566

ด่วน 'อิทธิพล คุณปลื้ม' ติดต่อขอมอบตัว สู้คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

เลขาธิการ ป.ป.ช. ยอมรับ ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ อดีต รมว.วัฒนธรรม ประสานติดต่อขอมอบตัว สู้คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แล้ว หลังมีข่าวหลบหนีออกนอกประเทศ

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2566 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผย ถึงกรณีนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) หลบหนีหมายจับคดี ออกใบอนุญาตสร้างโครงการ วอเตอร์ฟรอนท์พัทยา จ.ชลบุรี มิชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ซึ่งล่าสุด ทราบมาว่า นายอิทธิพล ได้มีการประสานเพื่อติดต่อ เพื่อจะขอมอบตัวแล้ว

“แต่ผมไม่ทราบว่า อดีตรมว.วัฒนธรรม จะมามอบตัวกับหน่วยไหน อาจจะเป็นศาลหรือไม่ เพราะเป็นผู้ออกหมายจับ” เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุ

ทั้งนี้ นายอิทธิพล คุณปลื้ม อายุ 50 ปี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ อดีต นายกเมืองพัทยา ผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 กรณีพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ. 1) เลขที่ 700/2551 ลงวันที่ 10 กันยายน 2551 ให้แก่บริษัท บาลี ฮาย จำกัด เพื่อก่อสร้างอาคารโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ฯ บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 

โดยคดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 ออกหมายจับผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 3 ราย ประกอบด้วย นายอิทธิพล คุณปลื้ม ,นายพิเชษฐ อุทัยวัฒนานนท์ และ นายวิทยา ศิรินทร์วรชัย ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ที่ จ.23-25 /2566 ลงวันที่ 5 กันยายน 2566 ตามลำดับ

ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

มีรายงานว่า นายอิทธิพล คุณปลื้ม หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ขอศาลออกหมายจับช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ได้ชิงเดินทางออกนอกประเทศไปก่อน โดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม ได้เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ปลายทางประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 ส่วนนายวิทยา และนายพิเชษฐ ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ด้วยกันนั้น พบว่าเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2566  ได้หลบหนีไปก่อนหมายจับจะออก 2 วันด้วย