มติ “ฝ่ายค้าน” ไม่รับหลักการ “งบรายจ่ายปี 68”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577516

21 มิ.ย. 2567

11:56 น.

มติ "ฝ่ายค้าน" ไม่รับหลักการ "งบรายจ่ายปี 68"

มติ “ฝ่ายค้าน” ไม่รับหลักการ “งบรายจ่ายปี 68” เหตุเบียดบังงบฯอื่น โดยพยายามผลักดัน “ดิจิทัลวอลเล็ต” จนเกินไป

21 มิ.ย. 2567 ที่อาคารรัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(ปวิป ฝ่ายค้าน ) พร้อมด้วย สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงมติวิป ฝ่ายค้าน ถึงแนวทางในการลงมติ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ว่า ทุกพรรคเห็นไปในแนวทางเดียวกัน ว่าการจัดสรร งบประมาณปี 2568 ฉบับนี้ ไม่เหมาะสมกับประเทศไทยในอนาคต

มีความพยายามที่จะเบียดบังงบประมาณเพื่อให้นโยบายของภาครัฐ ที่เป็นแกนนำจะตั้งรัฐบาลนั้น สามารถสำเร็จลุล่วงได้โดยไม่สนใจว่าจะไปเบียดบังงบประมาณส่วนอื่น พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคจึงมีมติร่วมกันว่า พรรคร่วม ฝ่ายค้าน จะไม่รับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคก้าวไกล กล่าวถึงเหตุผลที่พรรคร่วม ฝ่ายค้าน ไม่รับร่าง ฉบับนี้ ว่า มี 3 เหตุผล 1.เรากำลังจัดทำงบประมาณที่พาประเทศเข้าไปเสี่ยง ทั้งเรื่องของปัญหาทางการคลัง เสี่ยงที่ประเทศไม่สามารถเดินหน้าต่อสู้กับความท้าทายใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นได้ ปีนี้เป็นปีที่เราขาดทุนสูงที่สุด และมีการขาดดุลงบประมาณเต็มเพดานจนทำให้ประเทศไม่สามารถที่จะรองรับกับสถานการณ์ฉุกเฉินสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นในอนาคตได้เพียงเพื่อที่จะต้องทำโครงการที่เป็นโครงการเรือธงโครงการเดียวของรัฐบาลคือโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต

2.รัฐบาลพยายามที่จะทำโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต มาก จึงละเลยโครงการที่สำคัญของตนเองโครงการอื่น เช่น ignite Thailand , Soft Power , โครงการที่ช่วยเหลือ SME ต่างๆจนงบประมาณไม่เพียงพอ 3. ประเทศยังคงมีความท้าทายใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย

จึงไม่สามารถที่จะรับร่างงบปี 68 เพียงเพื่อที่จะส่งมอบนโยบายที่เป็นเรือธงใหญ่นโยบายเดียวได้แต่นโยบายอื่น ถูกละเลยและรวมถึงการเตรียมความพร้อม กับความท้าทาย ใหม่ๆที่ประเทศจะต้องรับมือ

ส่วนจะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการ จัดสรรงบประมาณให้กับโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต หรือไม่นั้น นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ตามกระบวนการทางกฎหมายถ้าต้องการยับยั้ง โครงการเรือธงอย่างน้อยก็ต้องรอให้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ผ่านวาระ 3 ไปก่อน เพราะอาจจะมีการแก้ไขได้ในชั้นกรรมาธิการ

แต่หลังจากนั้น ถ้ายังจะดื้อดึงที่จะทำต่อจนโครงการนี้เกิดขึ้นจริงก่อน จึงจะมีการไปร้องต่อศาล วันนี้ถือว่าการกระทำยังไม่เกิด ส่วนการทำงานในชั้นคณะกรรมาธิการนั้น รอบนี้คงไม่มีเหตุผลข้ออ้างใดๆ กรรมาธิการจะตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อให้งบประมาณปี 68 เป็นไปยังมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายมากที่สุด

ขณะที่นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์เองก็มีมติ ไม่เห็นชอบไม่รับหลักการร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ด้วยประเด็นที่เห็นว่างบประมาณในปีนี้มีความพยายามที่จะกู้เงินเพื่อไปทำโครงการที่สำคัญของรัฐบาล อย่างโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต เพราะโครงการนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณปีนี้เพียงอย่างเดียวยังต้องกลับไปใช้ปี 67 และต้องออกพ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมอีก และมีความพยายามที่จะกู้เงินจาก ธกส. อีก ซึ่งต้องแลกมาด้วยค่าเสียโอกาส ที่จะสามารถนำไปทำโครงการอื่นๆได้ รัฐบาลควรฟังคำท้วงติงจากหลายๆภาคส่วน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

อีกทั้งรัฐบาลไม่ใส่ใจปัญหาอื่นๆของประเทศไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจปากท้อง มิจฉาชีพ สิ่งแวดล้อม แต่งบประมาณก็ยังจัดสรรค์แบบเดิมๆ

ด้านนายกัณวีร์ สืบแสง สส.พรรคเป็นธรรม ยืนยันว่า ความมีประสิทธิภาพในการจัดทำงบประมาณชุดนี้ของรัฐบาล ขาดไป ไม่สามารถตอบสนองพันธกิจต่างๆความจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลไม่ได้เอาประชาชนไปศูนย์กลางจริงๆ เอาแต่ความต้องการส่วนพรรคส่วนตน

นายปกรณ์วุฒิ ยังกล่าวถึง มาตรการจัดการ สส.ที่โหวตสวนมาติดพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า แต่ละพรรคคงต้องควบคุมเสียงของตนเอง และแต่ละครั้งก็ต้องมีการลงโทษทางพรรคของตนเอง หากไม่สามารถควบคุมเสียงของตนเองได้ เพียงแต่ตอนนี้มีมติร่วมกันว่าไม่รับหลักการ ส่วนของพรรคก้าวไกลยืนยันไม่มีคนโหวตสวน

ขณะที่ภาพรวมการอภิปรายทั้ง 3 วัน เป็นไปในทางที่ดี เน้นเนื้อหาจริงๆฝั่งรัฐบาลก็ไม่ได้ลุกขึ้นประท้วงอะไร เราพูดกันด้วยเนื้อหาพูดกันด้วยสาระ การชี้แจงและอภิปรายที่ดีเป็นที่น่าพอใจ

ด้านนางสาวศิริกัญญา กล่าวเสริมว่า ขอชื่นชมการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะ สส. ฝั่งเพื่อไทยที่ในรอบนี้มีการเตรียมการในการอภิปรายมาเป็นอย่างดี และมีข้อมูลที่ค่อนข้างหนักแน่นแต่น่าเสียดาย ที่ข้อมูลที่หนักแน่นนั้นไม่สามารถที่จะเป็นเหตุผล กับการจัดงบประมาณที่เกิดขึ้นได้ เลยเหมือนบอกเหตุผลอีกอย่างแต่งบประมาณจัดอีกอย่าง แต่ก็เข้าใจว่าสส.อาจจะเพิ่งเข้ามาเห็นงบประมาณ

จึงอยากเสนอแนะว่าในโอกาสหน้าให้เข้าไปร่วมในกระบวนการจัดทำเพื่อได้ขับเคลื่อนนโยบายที่ตัวเองเห็นว่าสำคัญตามเหตุผลที่ได้ อภิปรายและทำให้เกิดขึ้นจริงในงบประมาณปีต่อไป ไม่ฉะนั้นจะเห็นว่าเหตุผลทุกอย่างงบประมาณจัดอีกอย่าง

นายกฯ ขออย่าด่วนสรุปผลสอบ 2 บิ๊กตำรวจ ยันไม่ละเลย ยอมรับทำคนเสื่อมศรัทธา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577514

21 มิ.ย. 2567

11:45 น.

นายกฯ ขออย่าด่วนสรุปผลสอบ 2 บิ๊กตำรวจ ยันไม่ละเลย ยอมรับทำคนเสื่อมศรัทธา

นายกฯ ขอ ปชช. อย่าด่วนสรุปผลสอบ 2 บิ๊กตำรวจ ขอดูรายละเอียดว่าเผยแพร่ได้หรือไม่ ยันไม่ปล่อยปละละเลย แต่ยอมรับทำคนเสื่อมศรัทธา ต้องเร่งกอบกู้คืน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงนามคำสั่งให้ พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  กลับคืนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผลสอบที่ออกมา ประชาชนค่อนข้างผิดหวัง เพราะอยากให้มีการลงโทษ ว่า “ขอดูคำสั่งก่อน ว่าส่วนที่สามารถออกสู่สาธารณชนได้ มีเนื้อหาอย่างไร ให้พวกคุณอ่านผลสอบว่าเป็นอย่างไร อย่าเพิ่งไปหาบทสรุปเร็วขนาดนั้นเลย”
 

ส่วนภาพลักษณ์วงการตำรวจที่กระฉ่อนในทางลบ ในฐานะที่กำกับดูแล สตช. จะล้างทำความสะอาดบ้านหลังนี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาในองค์กรมีอยู่แล้ว ต้องยอมรับว่าตอนที่ตนเข้ามาพยายามที่จะสะสาง พยายามที่จะบริหารจัดการ เรื่องที่เป็นปัญหาที่เบอร์ 1 เบอร์ 2 ทะเลาะกัน เมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ก็มีการสั่งการ จึงมีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบ หาข้อเท็จจริงต่างๆ  วันนี้มาถึงจุดที่ใกล้จะจบแล้ว ต้องทำอะไรบ้างขออีกนิดนึง ให้ผลออกมา แล้วค่อยมาพูดคุยกันใหม่ดีหรือไม่ เรื่องของปัญหา เราทราบดีอยู่แล้ว เราไม่ได้ปล่อยปละละทิ้ง ละเลย 

เมื่อถามย้ำว่า จะสามารถเรียกศรัทธา ประชาชนกลับมาได้หรือไม่ นายกฯ ยอมรับว่า ต้องใช้เวลา และต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองคน แต่มีขบวนการตามกฏหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเป็นนายกฯ แล้วจะทำได้ทุกอย่าง ก็ต้องให้ให้เกียรติกับคู่กรณี หรือคนที่ถูกรับโทษ พร้อมกับมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้มันถูกต้อง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากมีความผิด ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด

“กลาโหม” วางกรอบ “เหล่าทัพ” หักเงินเดือนทหารเกณฑ์ ย้ำ ทหารยุคใหม่ เงินเหลือใช้มากสุด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577460

20 มิ.ย. 2567

17:02 น.

"กลาโหม" วางกรอบ "เหล่าทัพ" หักเงินเดือนทหารเกณฑ์ ย้ำ ทหารยุคใหม่ เงินเหลือใช้มากสุด

“กลาโหม” วางกรอบ “เหล่าทัพ” หักเงินเดือนทหารเกณฑ์ ไม่ควรหัก “ค่าดูดส้วม – WiFi” ย้ำ ทหารยุคใหม่ ให้เงินเหลือใช้มากสุด ด้าน “สุทิน” ไฟเขียว พร้อมส่งจเรทหารสุ่มตรวจ

20 มิ.ย. 2567 มีรายงานล่าสุดจากกระทรวงกลาโหม ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการหักเบี้ยเลี้ยง และเงินเดือนของทหารกองประจำการในส่วนราชการ สังกัดกระทรวงกลาโหม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยหน่วยที่รับผิดชอบ กำกับดูแล รวมถึงให้การสนับสนุนการฝึกทหารใหม่ สามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน ตรงตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม จึงกำหนด กลุ่มค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยจำแนกออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องหักจากเงินเดือนพลทหาร คือ การหักค่าประกอบเลี้ยง ประมาณ 2,100 บาทต่อเดือน หรือวันละประมาณ 70 บาท (หรือมื้อละ 23 บาท) ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ การใช้จ่ายงบประมาณของรายการค่าเบี้ยเลี้ยง

กลุ่มที่ 2 ค่าใช้จ่ายสิ่งของที่ควรดำเนินการจัดหาให้เป็นภาพรวม โดยหักจากเงินเดือนทหาร คือ สิ่งของแรกรับ เช่น ของใช้ส่วนตัว ในรายการที่ไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบประมาณได้ เนื่องจากเป็นการอำนวยความสะดวก ให้กับพลทหารที่ไม่สามารถจัดหาของใช้ส่วนตัวได้ครบ และการจัดหาคราวละมากๆ จะทำให้จัดหาได้ในราคาที่ถูกลง หากตรวจพบจัดหาแพงกว่าราคาในตลาด ผู้เกี่ยวข้องต้องจะถูกลงโทษ

กลุ่มที่ 3 ค่าใช้จ่ายที่หักจากเงินเดือนทหารตามความสมัครใจ คือ รายการที่พลทหาร สามารถเลือกได้ว่าจะให้หักเงินเดือนหรือจะไม่ให้หัก เช่น ค่าบริการต่างๆ การซักรีด การตัดเย็บแก้เครื่องแบบ การใช้บริการในร้านค้าสวัสดิการ

สำหรับประเด็นมีปัญหาคือ การจัดหาชุดฝึก ชุดวอร์มเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้รับแจกจ่าย  3 ชุด เนื่องจากหลายหน่วยมองว่าชุดที่แจกไม่พอดีตัว จึงให้ไปตัดเพิ่มให้พอดีตัว เพื่อความสง่างาม โดยหักเงินจากทหารกองประจำการ

ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมมอบหลักการไปว่า ในยุคนี้ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ทหารต้องมีเงินเดือนเหลือใช้ให้มากที่สุด จึงให้หลักการไปว่า ชุดแจกไป 3 ชุด ใช้การฝึก 2 ชุด ส่วนอีก 1 ชุด เก็บไว้ใส่กลับบ้าน ยกเว้นทหารสมัครใจไปตัดกันเอง เพราะบางคนเป็นแค่ 6 เดือน ไปให้เขาตัดชุดเพิ่ม กลับไปอยู่บ้านก็ไม่ได้ใช้ และหากมองว่า 2 ชุดไม่เพียงพอต่อการฝึก หากอีก 1 ชุดเก็บไว้ใส่กลับบ้าน ในอนาคตให้เพิ่มแจกเป็น 4 ชุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ทหารกองประจำการต้องมารับผิดชอบ

ส่วนกระเป๋าเป้ สำหรับใส่ของประกอบชุดฝึก เวลาเดินทางเข้า-ออกจากหน่วยฝึก (ในกรณีที่หน่วยพิจารณาว่าสิ่งอุปกรณ์ รายการใดมีประโยชน์และมีความจำเป็น แต่ทางราชการยังไม่ได้แจกจ่าย ให้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณในการ ดำเนินการแจกจ่ายต่อไป มิให้หักจากเงินเดือนทหารเป็นส่วนรวม)

กลุ่มที่ 4 ค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรหักจากเงินเดือนทหาร คือ รายการที่หน่วยฝึกทหารใหม่ควรเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นๆ เช่น ค่าเครื่องช่วยฝึก ค่าเครื่องสนาม เช่น กระติกน้ำ ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ อย่างค่าดูดส้วม ค่า wifi นอกจากนี้ ยังรวมถึงชุดตรวจยาเสพติด ชุดตรวจโควิด หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ทำความสะอาด

ส่วนค่าประกันชีวิต พบว่า มีการเก็บในบางเหล่าทัพ กระทรวงกลาโหมจึงให้แนวทางไปว่า ให้นำรายได้จากสวัสดิการเชิงธุรกิจ มาดูแลค่าใช้จ่ายส่วนนี้ โดย นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ก็เห็นชอบด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า

1.ในห้วงการฝึกทหารใหม่ ไม่ควรมีการจัดหาเครื่องแต่งกาย และหรือของใช้ส่วนตัวเพิ่มเติม นอกเหนือจากรายการที่ได้รับการแจกจ่ายจากทางราชการ

2. กรณีที่จำเป็นต้องจัดหาสิ่งของเพิ่มเติม โดยใช้เงินเดือนของทหารกองประจำการ จะต้องชี้แจงให้ทหารกองประจำการรับทราบ เข้าใจประโยชน์และความจำเป็น และควรดำเนินการโดยความสมัครใจของทหารกองประจำการ

3. การจัดหาสิ่งของเพิ่มเติมให้แก่ทหารกองประจำการ ต้องอยู่ในการพิจารณาและอนุมัติของ ผบ.หน่วยทหารระดับ ผบ.พัน หรือเทียบเท่าขึ้นไป

4. การชำระค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมจากเงินเดือนของทหารกองประจำการ ในกรณีที่มีวงเงินค่อนข้างสูง ให้พิจารณาหักเงินเดือนทหารกองประจำการให้น้อยที่สุด โดยใช้วิธีการผ่อนชำระเป็นรายเดือน

5. ให้ควบคุมและกำกับดูแลราคาสินค้าที่จัดหา และจำหน่ายผ่านร้านค้าสวัสดิการ (PX) ให้แก่ทหารกองประจำการให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม ไม่ให้มีราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาด

โดยให้ ผบ.หน่วย ทุกระดับ รับผิดชอบกำกับดูแลการปฏิบัติในภาพรวมให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม พร้อมส่งเจรทหารเหล่าทัพสุ่มตรวจ หากพบไม่ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม จะต้องลงโทษอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเกิดขึ้น

“อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ IG หลอดลมตีบ ต้องเข้ารพ.ด่วน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577434

20 มิ.ย. 2567

14:17 น.

"อุ๊งอิ๊ง" โพสต์ IG หลอดลมตีบ ต้องเข้ารพ.ด่วน

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์คลิปผ่านทางสตอรี่ของอินสตาแกรม หลอดลมตีบ ต้องเข้ารพ.ด่วน พ่นยาขยายหลอดลม หลังพาลูกไปฉีดยา

อุ๊งอิ๊ง โพสต์ IG  เข้า รพ. หลอดลมตีบอุ๊งอิ๊ง โพสต์ IG เข้า รพ. หลอดลมตีบ


20 มิ.ย.2567  คุณอุ๊งอิ๊ง หรือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์คลิปผ่านทางสตอรี่ของอินสตาแกรม  (IG) เป็นภาพที่เจ้าตัวสวมเสื้อเชิ้ตสีเขียว กำลังรับยาพ่นเพื่อขยายหลอดลม พร้อมระบุข้อความว่า “หลอดลมตีบ พาลูกมาฉีดยา แต่หมอเห็นแม่ บอกต้องฉีดด้วย”

นายกฯ ตอบไม่รู้ เอกสารหลุด ลงนามคำสั่ง คืนตำแหน่งบิ๊กต่อ บอก รอ วิษณุ แถลง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577405

20 มิ.ย. 2567

10:26 น.

นายกฯ ตอบไม่รู้ เอกสารหลุด ลงนามคำสั่ง คืนตำแหน่งบิ๊กต่อ บอก รอ วิษณุ แถลง

“นายก” อารมณ์ดี ตอบปม เอกสารหลุด ลงนามคำสั่ง คืนตำแหน่งบิ๊กต่อ กลับ สตช. บอกไม่รู้ ไม่ทราบ รอ “วิษณุ” แถลง ก่อนแย้ม ตนยังไม่ได้เซ็น

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การแถลงข่าวของนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กรณีผลสอบเรื่องสองบิ๊กสีกากีในเวลา 11:00 น. วันนี้ โดยระบุว่าขอให้รอฟัง ซึ่งเป็นขั้นตอนและความก้าวหน้าของปัญหาที่เกิดขึ้นมา และคงมีความชัดเจนขึ้นมา ส่วนจะจบเลยหรือไม่นั้นยังไม่แน่ใจ

ส่วนกรณีที่มีเอกสารคำสั่ง ให้ บิ๊กต่อ หรือ พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกลับ คืนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  หลุดออกมา  นายกรัฐมนตรีถามกลับทันทีว่า มีลายเซ็นตนหรือไม่ ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่าไม่มี นายกรัฐมนตรีจึงพูดต่อว่า “โอเคครับ” ก่อนจะยิ้ม

เมื่อถามว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของจริงเพียงแต่รอลายเซ็นจากนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรียิ้มก่อนตอบว่า “11 โมงครับ” และเมื่อถามย้ำว่า เซ็น 11 โมง ใช่หรือไม่นายกก็ยังตอบย้ำคำเดิมว่า “11 โมง”

เมื่อถามย้ำว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่นายกตอบว่า “ผมไม่ขอคอมเมนท์ ไม่ทราบครับ  ไม่ได้ดูด้วย”

และเมื่อถามว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ทำเอกสารรอนายกรัฐมนตรีลงนามใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เป็นการทำเอกสารจากในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบที่มีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธาน 

และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามต่อถึงเอกสารที่หลุดออกมานายกรัฐมนตรีไม่รอให้ถามจบ โดยพูดคำเดิมว่า “ไม่ทราบครับ ผมไม่คอมเม้นต์ในเรื่องที่เอกสารหลุดหรือไม่หลุดออกมา ได้ยินข่าวเหมือนกันแต่ไม่ได้อ่าน ไม่ได้ดูด้วย เพราะผมทราบอยู่ว่าผมยังไม่ได้เซ็น ดังนั้นจึงไม่อยากมาดูว่าเป็นของจริงหรือของปลอมอะไร”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าหลังจากแถลง 11 โมงแล้วจะลงนามในเอกสารเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรียิ้มและหัวเราะในลำคอ ก่อนย้ำคำเดิมว่ารอแถลงก่อนแล้วกัน ทีละขั้น ทีละตอน

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าระหว่างการให้สัมภาษณ์เรื่องนี้นายกอารมณ์ดียิ้มและหัวเราะตลอดเวลา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

หลุด! เอกสารร่างคำสั่งนายกฯ คืนตำแหน่ง “บิ๊กต่อ” กลับ สตช.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577383

19 มิ.ย. 2567

19:39 น.

หลุด! เอกสารร่างคำสั่งนายกฯ คืนตำแหน่ง "บิ๊กต่อ" กลับ สตช.

แชร์ว่อน! ร่างคำสั่งนายกฯ ยังไม่ลงนาม คืนตำแหน่ง “บิ๊กต่อ” คัมแบ็ก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

19 มิ.ย. 2567 มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ได้มีการเผยแพร่ร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้ข้าราชการตำรวจกลับไปปฏิบัติราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นร่างคำสั่งที่นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ลงนาม เนื้อหาระบุว่า

ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่  106/2567 ลงวันที่ 20 มี.ค.2567 ให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีโดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเติม และให้ได้รับเงินเตือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษ และสิทธิประโยชน์อื่นใดไม่ต่ำกว่าที่ได้รับอยู่เติม โดยเบิกจ่ายจากสังกัดเดิม

เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถปฏิบัติหน้าที่อันเป็นภารกิจหลักและบริการประชาชนได้อย่างมีสิทธิภาพและรวดเร็ว และเพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 109/2567 ลงวันที่ 20 มี.ค.2567 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. 2567 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประการอื่นนั้น

โดยที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งดังกล่าวเสร็จสิ้นและรายงานนายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว สรุปได้ข้อเท็จจริงพอจะดำเนินการตามกระบวนการปกติต่อไปได้ โดยส่งเรื่องไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

ดังนั้น เพื่อให้ราชการตำรวจดำเนินการต่อไปโดยเรียบร้อยมีความสามัคคีปรองดองและรักษาองค์กรต่อไปได้ ตามที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 148/2567 ลงวันที่ 18 เม.ย. 2567 ให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ กลับไปปฏิบัติราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ก่อนแล้ว จึงให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กลับไปปฏิบัติราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติในตำแหน่งเดิม

นายกฯ เมินฝ่ายค้านด้อยค่างบฯ 68 มองแค่สีสันการเมือง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577369

19 มิ.ย. 2567

17:49 น.

นายกฯ เมินฝ่ายค้านด้อยค่างบฯ 68 มองแค่สีสันการเมือง

นายกฯ เมินฝ่ายค้านด้อยค่างบฯ 68 มองแค่สีสันการเมือง ไม่หลุดปากผลสอบกรณี 2 บิ๊กสีกากี ย้ำ รอแถลงพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.)

16 มิย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการร่วมรับฟังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรก โดยมองการอภิปรายของฝ่ายค้านว่า เป็นสีสันการเมือง และไม่ได้คิดมาก เพราะรัฐบาล มีความตั้งใจอยู่แล้ว และหวังว่า ข้าราชการประจำที่ทำงบประมาณกันมา จะไม่ได้คิดมากเช่นกัน แม้จะใส่ใจ และใช้เวลาในการพิจารณามามากแล้ว และถูกฝ่ายค้านด้อยค่า

นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันก่อนที่จะเดินทางกลับด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) ตนเองจะเดินทางมาร่วมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ แต่เช้า ซึ่งถือเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

ผู้สื่อข่าวถามว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้กำลังใจนายกฯ และ สส. พรรคอย่างไรบ้าง นายเศรษฐา ระบุว่า นางสาวแพทองธาร ยังไม่ได้ให้กำลังใจ เพราะตนประชุมตลอดเวลา นางสาวแพทองธาร ไปอยู่กับ สส.ของพรรค ส่วนตัวพึ่งจะเจอกัน และชวนกันเดินลงมาเพื่อเดินทางกลับ

ผู้สื่อข่าวยังสอบถามถึงประเด็นที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ 2 บิ๊กสีกากี เดินทางมาพบได้มีการรายงานอะไรหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้แถลง ในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) เวลา 11.00 น. ส่วนผลสอบจะมีการส่งต่อไปยังหน่วยงานอื่นหรือไม่ นายเศรษฐา ย้ำคำเดิมว่า นายวิษณุ จะแถลง ตนพูดได้แค่นี้ ตนไม่สามารถเปิดเผยก่อนได้

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. จะกลับมาปฎิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานแห่งชาติเหมือนเดิม นายกรัฐมนตรียิ้ม ก่อนจะย้ำอีกว่า 11 โมงเช้า วันพรุ่งนี้

สำหรับเหตุผลที่ให้นายวิษณุ เป็นผู้แถลง เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย เป็นเรื่องที่องค์กรอิสระเป็นผู้ศึกษา

“อุ๊งอิ๊ง” ประเดิมเข้าสภาครั้งแรก พร้อมยิ้มรับแม้ถูกหั่นงบซอฟต์พาวเวอร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577367

19 มิ.ย. 2567

17:44 น.

"อุ๊งอิ๊ง" ประเดิมเข้าสภาครั้งแรก พร้อมยิ้มรับแม้ถูกหั่นงบซอฟต์พาวเวอร์

“อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” เข้าสภาครั้งแรกให้กำลังใจ สส.พท.อภิปรายงบฯ 68 – ยิ้มรับหลังงบซอฟต์พาวเวอร์ถูกหั่นไม่สนลูกใคร

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางไปให้กำลังใจ สส.พรรคเพื่อไทย ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2568 วาระแรก โดยเป็นการเดินทางมาให้กำลังใจที่รัฐสภาครั้งแรก พร้อมยืนยันว่า ไม่มีความหนักใจใด ๆ ในการอภิปรายงบประมาณ เพราะ สส.มีพร้อม มีเวลาเตรียมตัว และตนเอง
 

นางสาวแพทองธาร ยังไม่ได้ตอบคำถามกรณีที่มี สส.พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ ที่ถูกสำนักงบประมาณตัดโดยที่ไม่ได้สนเป็นลูกใคร เพียงแต่หัวเราะ และระบุว่า ยิ้มรับกับกรณีที่เกิดขึ้น 

”ฉัตรชัย” พบนายกฯ แจงผลสอบ “บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก” ปัดตอบใครอยู่ใครไป

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577360

19 มิ.ย. 2567

16:23 น.

''ฉัตรชัย'' พบนายกฯ แจงผลสอบ "บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก" ปัดตอบใครอยู่ใครไป

”ฉัตรชัย” พบนายกฯ แจงผลสอบ “บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก” ปัดตอบใครอยู่ใครไป ให้รอฟัง “วิษณุ” พรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) ยัน ตรวจสอบตามข้อเท็จจริง-กฏหมาย

19 มิ.ย. 2567 เมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฏหมาย กรณีปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะ เกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปที่อาคารรัฐสภา เพื่อรายงายผลการตรวจสอบกรณี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล

นายฉัตรชัย ระบุว่า นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แถลงข่าวในรายละเอียดของคดีดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) ส่วนจะมีการให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กลับไปปฎิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามเดิมหรือไม่นั้น นายฉัตรชัย ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม

โดยระบุเพียงว่า เป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้นายวิษณุ ดูแลเรื่องนี้ และปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดที่จะมีหนึ่งคนที่ได้ไปต่อ และอีกหนึ่งคนที่ต้องออกจากตำแหน่ง ก่อนย้ำว่า จะมีการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) เวลา 11.00 น.

\'\'ฉัตรชัย\'\' พบนายกฯ แจงผลสอบ \"บิ๊กต่อ-บิ๊กโจ๊ก\" ปัดตอบใครอยู่ใครไป

ส่วนผลสอบครั้งนี้ จะเป็นการชี้มูลความผิดหรือไม่นั้น นายฉัตรชัย ระบุว่า ไม่ได้เป็นการชี้มูลความผิด แต่เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยที่คณะกรรมการชุดนี้ ไม่ได้ไปก้าวล่วงกับกระบวนการยุติธรรมที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนอยู่

ถามว่าผลสอบครั้งนี้จะส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ กรรมการ ป.ป.ช. และหน่วยงานอื่นด้วยหรือไม่นั้น นายฉัตรชัย ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรี เป็นผู้สั่งตั้งกรรมการ เมื่อสอบสวนเสร็จ ก็ต้องส่งผลการตรวจสอบไปให้นายกนายกรัฐมนตรี และถือว่าจบหน้าที่ของกรรมการ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้แจ้งว่า จะส่งผลการตรวจสอบให้หน่วยงานใดต่อหรือไม่

นายฉัตรชัย ยังปฏิเสธตอบคำถามคดีนี้ ทั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะมีเฮหรือไม่ 

“ผู้นำฝ่ายค้าน” ชี้ รัฐบาลเศรษฐา จัดงบปี 68 แบบเจ๊งไม่ว่า แต่เสียหน้าไม่ได้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577354

19 มิ.ย. 2567

16:09 น.

"ผู้นำฝ่ายค้าน" ชี้ รัฐบาลเศรษฐา จัดงบปี 68 แบบเจ๊งไม่ว่า แต่เสียหน้าไม่ได้

“ผู้นำฝ่ายค้าน” ชี้ รัฐบาลเศรษฐา จัดงบประมาณปี 68 แบบเดิมๆ เพิ่มเติมคือ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ฉะ! เจ๊งไม่ว่า แต่เสียหน้าไม่ได้ มองงบมุ่งแก้วิกฤตทางการเมือง ไม่ได้เอาโจทย์ประเทศเป็นตัวตั้ง

19 มิ.ย. 2567 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม ในวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายเนื้อหาสาระ

โดยเริ่มต้นด้วยการแสดงความห่วงใยไปยังในเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่า สุขภาพจะฟื้นหลังจากอาการป่วยโดยเร็ว และอภิปรายว่า การกำหนดวงเงินงบประมาณปี 2568 สูงมากเป็นประวัติการ 3.75 ล้านล้านบาท สูงสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการจัดงบประมาณแบบขาดดุลอย่างต่อเนื่องมาหลายปี โดยมีเงินกู้ 865,700 ล้านบาท เป็นการวางเงินกู้เกือบชนเพดาน ส่วนจะสอดคล้องกับความจำเป็นในสถานการณ์หรือไม่นั้นจะต้องไปดูในรายละเอียดว่ารัฐบาลกำลังจะนำงบไปดำเนินการอะไรบ้าง

ซึ่งฝ่ายค้านก็ผิดหวังจากการจัดทำงบประมาณปี 2567 มาแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้งบปี 2568 ซึ่งเป็นการใช้อำนาจเต็มของรัฐบาลใหม่ จะไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้อีกต่อไป โดยปัญหาเมื่อพิจารณาในรายละเอียดทำให้ฝ่ายค้านผิดหวังและหมดหวัง เป็นการจัดสรรงบประมาณที่เหมือนเดิมมีปัญหาแบบเดิมๆ เพิ่มเติมคือดิจิทัลวอลเล็ต จัดเหมือนเดิมซ้ำซ้อนเบี้ยหัวแตก มองไม่เห็นเป้าหมายนโยบายที่ชัดเจน แทบไม่มีอะไรใหม่ เตยงบปี 2567 มีโครงการใหม่ถึง 236 โครงการ แต่การจัดครั้งนี้มีโครงการใหม่เพียง 163 โครงการ แถมมีโครงการเหล้าเก่าในขวดใหม่เยอะมาก และแต่ละกระทรวงต่างคนต่างทำต่างอยู่ในอาณาจักรของตัวเองไร้ทิศทาง 

“หากมีอะไรใหม่ที่มองว่า เป็นวาระของรัฐบาลอย่างชัดเจน คงมีแค่เรื่องเดียว ความพยายามที่จะผลักดัน นั่นคือต้องดันทุรังทำดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ทำให้ได้สำเร็จเรียกได้ว่า ดันทุลังกันแบบ เจ๊งไม่ว่า แต่เสียหน้าไม่ได้” นายชัยธวัช กล่าว

นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคก้าวไกลนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายชัยธวัช อภิปรายต่อว่า งบดิจิทัลวอลเล็ต เป็นรายการที่ตั้งใหม่ชื่อว่า ค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ จำนวน 157,200 ล้านบาท และมีการคาดการณ์ต่อว่า จะมีการใช้เงิน ธกส. 172,300 ล้านบาท และจะมีการของบกลางปี 2567 เพิ่มอีก 122,000 ล้านบาท และหากไม่พอรัฐบาลอาจออกกฏหมายโอนเงินงบประมาณจากงบสำรองรายจ่ายฉุกเฉินหรือจำเป็นมาเพิ่มอีก แต่ผลจากการหางบประมาณมาดำเนินโครงการดังกล่าวเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาทางการคลังเฉพาะหน้า และระยะยาว เกิดภาระการจ่ายหนี้ของภาครัฐสูงขึ้นในอนาคต สูญเสียพื้นที่ทางการคลังหากจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินฉุกเฉินจริงๆ หรือจำเป็นต้องลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่

และหยิบยกเหตุผลว่า เหตุใดรัฐบาลรู้ว่าเสี่ยงแต่ยังคงจัดงบงบประมาณปี 2568 ที่มีลักษณะเจ๋งไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้ เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มีปัญหาวิกฤตความชอบธรรมทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะจนถึงวันนี้ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ และปากท้องของประชาชนดีขึ้น

พรรคแกนนำรัฐบาลจึงเหลือความหวังเดียวคือ การผลักดันโครงการเรือธง ที่เคยหาเสียงไว้ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ส่งผลให้ความชอบธรรมทางการเมืองกลับคืนมา แต่หากสุดท้ายนโยบายดิจิทัลวอเล็ต ไม่ได้ตอบโจทย์ของประเทศ การจัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้เอาโจทย์ของประเทศตัวตั้ง แต่เอาโจทย์ของพรรคแกนนำรัฐบาลเป็นตัวตั้งซึ่งหมายถึงการมุ่งแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเมืองของตนเอง โดยเอาโอกาสและอนาคตของประเทศวางเป็นเดิมพัน ชี้การจัดสรรงบงบประมาณแนวคิดแบบนี้ไม่สามารถใช้ได้ในปัจจุบัน เพราะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของประเทศในเวลานี้

นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคก้าวไกลนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคก้าวไกล

และเห็นว่าการกระตุ้นการบริโภคโดยการอัดเงินลงระยะสั้นอาจเจอช่องทางเงินไหลออกที่เปรียบเป็นหลุมดำสองหลุมคอยดูดเม็ดเงินออกนอกระบบเศรษฐกิจในประเทศ หลุมดำแรก คือ การนำสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศจนเกิดภาวะสินค้าล้นตลาดแทบทุกรายการ และหลุมดำที่สอง คือ การขายของออนไลน์ที่คาดว่าคนไทยจะซื้อของออนไลน์จากต่างประเทศมากขึ้น

กลายเป็นเกิดส่วนแบ่งตลาดของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศมากขึ้น และรัฐบาลเพิ่งเริ่มตระหนักเข้าใจประเด็นนี้จึงมีการทบทวนเรื่องการใช้เงินซื้อโทรศัพท์มือถือได้หรือไม่ สะท้อนถึงการคิดที่ไม่รอบคอบ ตั้งแต่แรก ภายใต้กรอบคิดเดิมๆ เมื่อ 20 ปีก่อน

ซึ่งโจทย์ปัญหาของประเทศยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโจทย์การศึกษาและการเรียนรู้ โจทย์สังคมสูงวัย โจทย์ของชนบทไทยที่สมาชิกฝ่ายค้านจะไล่เรียงในการอภิปรายชี้เห็นหลังจากนี้ พร้อมกับทิ้งท้ายว่าการจัดสรรงบประมาณปี 2568 สะท้อนเห็นว่าโจทก์ของรัฐบาลไม่ใช่โจทย์ของประเทศเป็นการจัดงบที่มักง่ายที่สุด สุ่มเสี่ยงที่สุด เพราะรัฐบาลนำทรัพยากรของประเทศมุ่งแก้ปัญหาวิกฤติทางการเมืองเฉพาะหน้าของตัวเอง โดยเอาโอกาสของคนไทยทุกคนและอนาคตของประเทศมาวางเดิมพันอย่างไม่รับผิดชอบ