‘ก้าวไกล’ โวยมีวิชามารด้อยค่า ผู้สมัครฯ ‘เลือกตั้ง’ ซ่อม สส. ‘ระยอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557239

29 ส.ค. 2566

'ก้าวไกล' โวยมีวิชามารด้อยค่า ผู้สมัครฯ 'เลือกตั้ง' ซ่อม สส. 'ระยอง'

‘เลือกตั้ง’ ซ่อม สส. ‘ระยอง’ เดือด ผู้สมัครฯจากพรรค ‘ก้าวไกล’ แถลงข่าว ถูกใส่ไคล้ เรื่องคุณสมบัติ ยืนยัน ทำตามกติกาครบทุกอย่าง

รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล และพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส. พรรคก้าวไกล ระยอง เขต 3 ร่วมกันชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาทางด้านภาษีและคดียักยอกทรัพย์ ตามที่ปรากฏในข่าว

พงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส. พรรคก้าวไกล ระยอง เขต 3พงศธร ศรเพชรนรินทร์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม สส. พรรคก้าวไกล ระยอง เขต 3

โดยยืนยันว่าผู้สมัครฯได้ทำแบบฟอร์ม สส.4/7 เพื่อยืนยันว่าตัวเองมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีแล้ว เพราะมีรายได้ไม่เกิน 180,000 บาท จากการทำหน้าที่ตำแหน่งผู้ชำนาญการ สส. เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขไม่เกินที่กฎหมายกำหนดให้จ่ายภาษี

กรณีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้ได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนเพื่อดำเนินธุรกิจนี้จริง แต่การประกอบธุรกิจดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่นำไปสู่การปันผลจนถึง ณ ปัจจุบันนี้ เมื่อไม่ได้รับปันผล ก็ไม่เคยต้องไปยื่นเสียภาษีในกรณีนี้เช่นกัน

ส่วนคดีความที่เคยถูกแจ้งความร้องทุกในคดียักยอกทรัพย์ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ชัดเจนแล้วว่าสุดท้ายทางตำรวจมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง จึงยังมีคุณสมบัติครบถ้วนลงสมัครรับเลือกตั้งได้

สำหรับหลักฐานการสมัครรับเลือกตั้งสส. ข้อหนึ่งตามพรป.เลือกตั้งสส. ฯ พ.ศ. 2561 ม. 45 (2) ระบุให้ต้องแสดงหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ติดต่อกันเป็นเววลาสามปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้ง เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ให้ำหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษี พร้อมระบุเหตุแห่งการไม่เสียภาษี

‘ธรกร’ ไม่มีปัญหาชื่อหลุดโผ ครม. ไม่ก้าวก่าย กก.บห.พรรค พิจารณา รมต. คนนอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557231

29 ส.ค. 2566

'ธรกร' ไม่มีปัญหาชื่อหลุดโผ ครม. ไม่ก้าวก่าย กก.บห.พรรค พิจารณา รมต. คนนอก

‘ธรกร’ รับคุย ‘รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’ แนะงานที่สานต่อแล้ว ยืนยันไม่มีปัญหาชื่อหลุดโผ ครม. ทำหน้าที่ต่อ ไม่ก้าวก่าย กก.บห.พรรค พิจารณา รมต. คนนอก

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรี และครม.ใหม่ เพราะประเทศกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วยสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ชา ได้วางโครงสร้างพื้นฐานเอาไว้ตลอดระยะเวลา 8-9 ปี ซึ่งเชื่อว่าท่านคงส่งมอบให้กับ ครม. ชุดใหม่ในการทำงาน 

นายธนกร กล่าวต่อว่า ส่วนตัวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ให้โอกาสในการทำงานตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ในการทำหน้าที่ให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นหลังจากนี้ทำหน้าที่ต่อไปในฐานะบทบาทที่ได้รับมอบหมาย 

ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งก็รู้จักคุ้นเคยกันมากว่า 20-30 ปีแล้ว มีการโทรคุยกันว่า มีงานอะไรบ้างที่ต้องสาน ก็แจ้งไปแล้วว่ามีอะไรที่ดำเนินการอยู่และมีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนสามารถทำต่อก็ได้ คุยกันแล้ว เราเป็นรัฐบาลพรรคร่วมอยู่แล้ว ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

เมื่อถามความเห็นโควตารัฐมนตรีคนนอกของพรรครวมไทยสร้างชาติ นายธนกร กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา ตนไม่ไปก้าวล่วง ส่วนตัวไม่มีปัญหา พรรคต้องพิจารณาคนที่เหมาะสม

ส่วนที่ตนเองหยุดโผล่ครม.ก็ไม่มีปัญหา แม้วันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคแล้ว แต่ตนยังสามารถทำงานต่อได้ และนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคก็ให้เกียรติ ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของพรรคก็ทำหน้าที่ให้กับพี่น้องประชาชนได้ผมก็เดินหน้าต่อไป

ทั้งนี้นายธนกร ฝากถึง ครม. ชุดใหม่ ว่า ฝากความหวังได้ผมบอกแล้วเป็นหลายสิ่งหลายอย่างตลอดระยะเวลา 8-9 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำมาตรงนี้สามารถต่อยอดไปอย่างยั่งยืนได้ เพราะฉะนั้นครม.มาใหม่ แต่ละท่านก็มีความรู้ความสามารถทำงานได้อยู่แล้วพร้อมยินดีกับทุกคนและทุกพรรคที่ได้รับตำแหน่ง ส่วนตัวจริงๆแล้ก็ไม่ทราบว่ามีใครบ้างเพราะไม่ได้รับรู้อะไร

‘เศรษฐา’ เผยครม.เกือบ 100% พร้อมเคลียร์ใจ สส.ปมแบ่งโควต้า รมต.เย็นนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557225

29 ส.ค. 2566

‘เศรษฐา’ เผยครม.เกือบ 100% พร้อมเคลียร์ใจ สส.ปมแบ่งโควต้า รมต.เย็นนี้

‘เศรษฐา’ เผยจัด ครม.เกือบ 100% อยู่ในระหว่างการตรวจประวัติ กั๊กตอบปมเก้าอี้กลาโหม พร้อมเคลียร์ สส.หลังมีเสียงไม่พอใจปมแบ่งโควต้า รมต.

วันที่ 29 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าการจัดโผ ครม. หลังล่าสุดมีชื่อนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และไม่มีรายชื่อนายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่คาดการกันว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ว่าตนเข้าใจว่านายชูศักดิ์จะได้รับมอบหมายให้ไปทำภารกิจอื่น ขณะที่นายพิชิต ได้อยู่กับพรรคเพื่อไทยมานานแล้ว ซึ่งตอนนี้การจัด ครม. เสร็จเกือบ 100% อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติ 

ซึ่งตอนนี้ยังไม่ต้องการที่จะเปิดเผยรายชื่อ เพราะจะต้องดูเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งว่าใช้เวลา 2 วันในการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติ แต่ไม่ขอบอกว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้เมื่อไหร่ เนื่องจากไม่อยากก้าวล่วง แต่ก็หวังว่าจะสามารถดำเนินการได้โดยเร็ว 

ทั้งนี้หากการแถลงนโยบายของรัฐบาลจะมีขึ้นในวันที่ 8 กันยายนได้ก็เป็นเรื่องดี ซึ่งวันนี้ตนมีนัดคุยนโยบายกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยวันนี้เป็นพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรุ่งนี้เป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเมื่อวานได้คุยกับพรรคพลังประชารัฐไปบางส่วนแล้ว มั่นใจว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ตอนนี้มีการร่างนโยบายของรัฐบาลไว้แล้วเหลือเพียงนำของพรรคร่วมรัฐบาลมาเสริม ให้หล่อหลอมเป็นนโยบายเดียวกัน  ซึ่งเนื้อหารายละเอียดมีเยอะมาก

เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลคาดหวังว่ารัฐบาลจะนำบางนโยบายของพรรคก้าวไกลมาจัดทำนโยบาย โดยนายเศรษฐากล่าวว่าอะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติจะพิจารณาหมด 

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกรณีที่มีความเคลื่อนไหวของ สส.บางกลุ่มที่ไม่พอใจเรื่องการแบ่งกระทรวงว่าขอให้ใจเย็นๆนิดนึง อาจจะมีเซอร์ไพรส์ อาจจะมีอะไรบ้างนิดหน่อย อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ขออธิบายนิดนึง ขอให้ได้ดูรายชื่อทั้งหมดและโครงสร้างในการแบ่งงานก่อน และยืนยันพยายามอย่างเต็มที่ให้ทุกคนไม่ผิดหวัง ซึ่งในการประชุม สส. วันนี้ ตนจะเข้าประชุมด้วย ถ้ามีโอกาสก็จะชี้แจง ถ้ามีปัญหาหรือความไม่พอใจในพรรคกันเอง เห็นว่าคุยกันในบ้านและเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ในพรรคที่ต้องช่วยกันชี้แจงและต้องทนุถนอมจิตใจกัน 

นอกจากนี้นายเศรษฐา ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบการจัดครม. เศรษฐา 1 กับ ครม. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกเพียงว่าไม่ค่อยแฟร์ เท่าไหร่ และขอให้ใจเย็นๆ และให้เกียรติว่าที่รัฐมนตรี รวมถึงขอโอกาส ชี้ให้ดูที่ผลงานเป็นหลัก 

ส่วนเรื่องผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าตอนนี้นิ่งแล้ว แต่ยังไม่บอกว่าเป็นทหารหรือพลเรือน ขอให้รออีก 2-3 วัน 

นายเศรษฐา ยังเปิดเผยว่าเมื่อวาน (28 ส.ค.) ได้พูดคุยกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการปัจจุบัน ซึ่งก็มีการบ้านฝากไปยังสภาพัฒน์ฯ 2-3 เรื่อง นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่าเมื่อคืนนี้ได้พูดคุยกับนักธุรกิจอีกหลายคนด้วย

พลิกแฟ้ม ‘รมว.กลาโหม’ ตำนานบทใหม่โดย ‘สุทิน คลังแสง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557223

29 ส.ค. 2566

พลิกแฟ้ม 'รมว.กลาโหม' ตำนานบทใหม่โดย 'สุทิน  คลังแสง'

ตำแหน่ง ‘รมว.กลาโหม’ ส่วนมากจะมาจากทหารและขุนศึก ‘สุทิน คลังแสง’ จะเป็นพลเรือนที่รับตำแหน่งโดยไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

หากโผครม.ไม่พลิก จากรายงานก่อนหน้านี้ การรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ของนาย สุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย จะถือเป็นพลเรือนคนแรกที่รับตำแหน่งนี้ โดยไม่ได้มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีร่วมด้วย  นับแต่ปี 2540 เป็นต้นมา

สุทิน คลังแสง ว่าที่ รมว.กลาโหมสุทิน คลังแสง ว่าที่ รมว.กลาโหม

ตำแหน่ง รมว.กลาโหม มีหน้าที่คุมเหล่าทัพ เป็นความเชื่อในมิติทางการเมืองว่า รัฐบาลจะมีเสรีภาพได้ คือสามารถควบคุมกองทัพ ควบคุมขุนศึกได้ ที่ผ่านมา เมื่อนายกฯพลเรือนนั่งเก้าอี้นี้จะพยายามเอาใจ ตามใจกองทัพ เพื่อซื้อใจเพราะตราบใดที่กองทัพไม่มีท่าทีต่อต้านถือเป็นการรับรองความปลอดภัย ความมั่นคงของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 

ตั้งแต่ปี2540 เป็นต้นมา มีนายกรัฐมนตรี ที่ควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม 4 คนประกอบด้วย

นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งรมว.กลาโหม ในยุค ชวน 2 ระหว่าง 9 พฤศจิกายน 2540-8 กุมภาพันธ์ 2544

นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้งครั้งแรกนับแต่การรัฐประหาร 2549 คือช่วง 29 มกราคม 2551–9 กันยายน 2551 เขาก็นั่งควบรมว.กลาโหม เองตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นเป็นนายกฯ ระหว่างวันที่ 18 กันยายน 2551–2 ธันวาคม 2551 นั่งควบเก้าอี้ รมว.กลาโหมด้วยเช่นกัน

นายกฯพลเรือนคนสุดท้ายที่ควบตำแหน่งนี้คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นนายกฯ ระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม 2554–7 พฤษภาคม 2557 โดยมานั่งควบตำแหน่งรมว.กลาโหม ในการปรับครม.ในช่วงท้ายคือระหว่าง 30 มิถุนายน 2556–7 พฤษภาคม 2557 ถือเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง และรมว.กระทรวงกลาโหมหญิงคนแรกของประเทศไทยด้วย

‘บิ๊กน้อย’ ถอดใจ ยื่นใบลาออก ‘พลังประชารัฐ’ ลั่นไม่อยู่ขวางหูขวางตาใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557210

28 ส.ค. 2566

‘บิ๊กน้อย’ ถอดใจ ยื่นใบลาออก ‘พลังประชารัฐ’ ลั่นไม่อยู่ขวางหูขวางตาใคร

น้องรักบิ๊กป้อม ‘บิ๊กน้อย’ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ยื่นหนังสือลาออก ‘พลังประชารัฐ’ ลั่นไม่อยากขวางหูขวางตาใคร ขอไปทำงานกีฬา ชี้ไม่ถนัดการเมือง ย้ำไม่เกี่ยวเก้าอี้ ‘รมว.กลาโหม’ เพราะไม่เคยขออะไร

วันที่ 28 ส.ค. 2566 โค้งสุดท้ายก่อนประกาศ ครม.เศรษฐา1 อย่างเป็นทางการ ปรากฏว่ามีความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ล่าสุด ‘บิ๊กน้อย’ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตประธานที่ปรึกษา พปชร.และสมาชิก พปชร.ได้เขียนใบลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว 

บิ๊กน้อย  พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐบิ๊กน้อย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

โดยระบุในใบลาออกว่า “ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับพรรค พปชร.อีกต่อไป เพราะไม่ได้มีบทบาทใดในพรรคแล้วที่ผ่านมาเป็นเพียงทีมงานส่วนตัวของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เท่านั้น”

แหล่งข่าว จากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พล.อ.วิชญ์ ให้เหตุผลในการลาออกว่าไม่อยากอยู่ขวางหูขวางตาใคร เพราะหลังจากที่มีชื่อชิง รมว.กลาโหม ก็มีบางคนติติงว่าไม่ได้มีบทบาทใดในพรรค ทำไมจึงมีชื่อจะได้เป็น รมว.กลาโหม ทั้งๆ ที่ไม่เคยไปขอตำแหน่งอะไร

เพราะประกาศไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า ช่วยงาน พล.อ.ประวิตร ไม่ได้หวังตำแหน่งใดๆ เลย และไม่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) จะให้โควตา รมว.กลาโหมกับพรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว จึงไม่ได้คาดหวังอะไรตั้งแต่แรกแล้วเพื่อความสบายใจ จึงตัดสินใจลาออก โดยจะไปทำงานด้านกีฬาเท่านั้นเพราะไม่ถนัดการเมืองมาตั้งแต่ต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก่อนจะย้ายกลับมา พปชร. เขาเคยเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย แต่ลาจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย โดยชี้ว่าปัญหามาจากปมขัดแย้งกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ในขณะนั้น โดยระบุ รับไม่ได้กับการทำงานที่ไม่ฟังเสียงใคร ทำตามอำเภอใจ ไม่ให้เกียรติกัน และล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ คนปัจจุบัน

‘รวมไทยสร้างชาติ’ เปิดช่องโควตา ‘รมช.คลัง’ มอบคนนอก รับตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557209

28 ส.ค. 2566

'รวมไทยสร้างชาติ'  เปิดช่องโควตา 'รมช.คลัง' มอบคนนอก รับตำแหน่ง

เลขาธิการพรรค “รวมไทยสร้างชาติ” ยืนยันโควตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคที่ชัดเจนและประกาศชื่อได้ คือ หัวหน้าพรรค จะรับหน้าที่ รองนายกรัฐมนตรี ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลัง ส่วนตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม , รมช. เกษตร และ รมช.คลัง ให้สิทธิหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจ ในการเสนอชื่อ

นายเอกนัฏ​ พร้อม​พันธุ์​ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ​ เปิดเผยว่า   ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค “รวมไทยสร้างชาติ”  เพื่อพิจารณาบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี​  ที่ประชุมพรรคมีมติ ว่าในส่วนของตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค  เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง   ส่วน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  , รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ รัฐมนตรีว่าช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้อำนาจนายพีระพันธุ์ ไปพิจารณาตามหลักเกณฑ์ และส่งชื่อให้กับพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล​ 

สำหรับการพิจารณาตัวบุคคล”รวมไทยสร้างชาติ”  เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ​ ให้ความเป็นธรรม กับสส.ทุกคนทุกพื้นที่ อย่างเท่าเทียมกัน​ ไม่ว่าจะเป็นความอาวุโสความเหมาะสม ประสบการณ์และความสามารถ ประกอบกับการทุ่มเททำงาน เพื่อประชาชนเป็นหลักโดยการตัดสิน จะเป็นหัวหน้าพรรคเป็นผู้นำไปพิจารณา    อย่างไรก็ตามบางตำแหน่ง เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อาจจะต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ซึ่งก็มอบอำนาจให้หัวหน้าพรรค ไปแล้วว่าสามารถพิจารณาคนนอกได้ ส่วนจะเป็นคนนอกหรือคนใน ก็ถือว่าเป็นสิทธิของหัวหน้าพรรค​

“​ เข้าใจว่า​นักการเมืองทุกคนก็คงอยากเป็นรัฐมนตรี​  และมีคนที่อยากเป็นมากกว่าตำแหน่งที่ได้ แต่เราให้โอกาส สส.เขต ซึ่งขณะนี้ได้มีการสื่อสารถึงสส. และแกนนำทุกคน การพิจารณาจะพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ทุกคนเข้าใจได้ ในอนาคตถ้าพรรคเติบโต เราประสบความสำเร็จ เราก็จะมีตำแหน่งมากขึ้น”  เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ  กล่าว


มีรายงานข่าวว่า ในรายชื่อของสัดส่วนรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ 1. นายพีระพันธุ์​ สาลี​รัฐ​วิภาค ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ 2. น.ส. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล​  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม​ 3. นายอนุชานา​ คาศัย  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และ​ 4. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นโควต้าคนนอก 


ขณะเดียวกันในเวลา​ 19.50 น.​ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้​ ปรากฏตัว  ณ ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ​   อย่างไรก็ตามนายกฤษฎา  เลี่ยงที่จะตอบคำถามต่อการเดินทางมาที่พรรครวมไทยสร้างชาติ    สำหรับ นายกฤษฎา   มีชื่อคาบเกี่ยวทั้งกับ โควตาพรรคเพื่อไทย และ โควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ

‘สุทิน’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดใจ หากมีชื่อจริง พร้อมคุม ‘กลาโหม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557207

28 ส.ค. 2566

‘สุทิน’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดใจ หากมีชื่อจริง พร้อมคุม ‘กลาโหม’

‘สุทิน คลังแสง’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดใจ พร้อมคุม ‘กลาโหม’ หากมีชื่อจริงตามโผ ชี้ ‘รมว.กลาโหม’ พลเรือนก็เป็นได้

นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสส.แบบบัญชีรายชื่อ เปิดเผยว่า โผคณะรัฐมนตรีวันนี้(28 ส.ค. 2566)  ที่มีชื่อตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กห.) นั้น ตนทราบจากสื่อ เพราะทางพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้แจ้งอย่างเป็นทางการ 

สุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ที่ผ่านมาก็ลุ้นผ่านโผครม. เพราะขยับหลายตำแหน่ง ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) จนมาเปลี่ยนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) ก็มี 

‘สุทิน’ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดใจ หากมีชื่อจริง พร้อมคุม ‘กลาโหม’

และล่าสุดวันนี้ แต่ก็ยังไม่ชัวร์ โดยยังไม่ได้ถามผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ถ้าจริงคงประสานมาเพื่อสอบถามประวัติ ซึ่งหากเป็นจริงตามโผ ก็พร้อมรับหน้าที่อยู่แล้ว

นายสุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์ว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กห.) ควรเป็นทหาร คงเพราะอาจไม่คุ้นชินที่พลเรือนมารับหน้าที่นี้  แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็มีพลเรือนอยู่ในตำแหน่งนี้จำนวนมาก รวมถึงเป็นผู้หญิงด้วย 

และผู้นำของประเทศไทย ที่เป็นพลเรือนและรับหน้า รมว.กลาโหม ก็มีเช่นเดียวกัน อย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 3 คน

นายกรัฐมนตรี ‘สปป ลาว’ โทรสายตรง ‘เศรษฐา’ จองตัวเยือน ลาว ประเทศแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557204

28 ส.ค. 2566

นายกรัฐมนตรี 'สปป ลาว'  โทรสายตรง 'เศรษฐา' จองตัวเยือน ลาว  ประเทศแรก

สอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ” สปป ลาว”   โทรศัพท์สายตรงถึง “เศรษฐา ทวีสิน” ร่วมยินดีในโอกาสรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย ยกนิ้วความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ในโอกาสนี้ผู้นำลาว ออกปากเชิญชวนให้นายกรัฐตรีไทยเยือนลาวเป็นประเทศแรก

 วันที่   28 ส.ค. 2566  เวลา  14.45  น.  นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ( สปป ลาว ) ได้โทรศัพท์ถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความยินดีโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้    นายกรัฐมนตรี สปป ลาว   ชื่นชมต่อ นายเศรษฐา  ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์อย่างมาก โดยเฉพาะด้าน เศรษฐกิจ และเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์และความร่วมมือทวิภาคีระหว่างสองประเทศ จะพัฒนายิ่งขึ้นต่อไป พร้อมเชิญนายเศรษฐา   เยือน สปป ลาว ในโอกาสแรก  ทั้งนี้ ไทยและ สปป ลาวมีความใกล้ชิดในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง นับตั้งแต่สถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตมากว่า 73  ปี ซึ่ง ประชาชนสองฝ่ายก็มีความใกล้ชิด และมีการยกระดับ ความสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืน 

นายกรัฐมนตรี สปป ลาว หวังว่าไทย   จะสานต่อความร่วมมือที่ได้ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ที่พระบรมวงศานุวงศ์ทรงให้ ความช่วยเหลือ สปป ลาว   นอกจากนี้ ไทยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจของ สปป ลาว เห็นว่า 1 ) ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกันจะเพิ่มพูนขึ้น รวมถึงการร่วมกันแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจของภูมิภาค    2 ) ด้านความเชื่อมโยงโดยเฉพาะ  ทางรถไฟสามฝ่าย ไทย-ลาว-จีน และ   สะพานมิตรภาพแห่งที่  5  จะแล้วเสร็จในโอกาสแรก และ  3 ความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งโครงการไฟฟ้าใน สปป ลาวหลายแห่งก็ได้เริ่มส่งไฟฟ้าให้ฝ่ายไทยแล้ว ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนการพัฒนา เศรษฐกิจของไทย จึงอยากเห็นโครงการอื่น ๆ มีความคืบหน้า

ในโอกาสนี้  นายเศรษฐา   ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ  ต่อนายกรัฐมนตรี  สปป .ลาว และขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับสารแสดงความยินดี หวังว่า จะมีโอกาสเยือน สปป. ลาว ในโอกาสแรก เพื่อกระชับ ความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น  พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญต่อการส่งเสริม ความสัมพันธ์กับ สปป ลาว ในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง และประสงค์ให้สอง ประเทศมีความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น พร้อมทำงานกับฝ่าย สปป ลาว อย่างเต็มที่ให้เกิดความก้าวหน้าในทุกมิติ โดยเฉพาะด้าน เศรษฐกิจ และหวังว่า จะได้พบกับ นายกรัฐมนตรีสปป ลาว ในโอกาสแรก พร้อมตั้งใจจะเยือน สปป ลาว อย่างเป็นทางการเป็น ประเทศแรกด้วย

นายกรัฐมนตรี 'สปป ลาว'  โทรสายตรง 'เศรษฐา' จองตัวเยือน ลาว  ประเทศแรก

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

‘โย พงศธร’ ชี้แจง ปมไม่เสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี เข้าใจโจมตีทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557188

28 ส.ค. 2566

'โย พงศธร' ชี้แจง ปมไม่เสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี เข้าใจโจมตีทางการเมือง

‘โย พงศธร’ ชี้แจง สาเหตุไม่เสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี เพราะรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ไม่กังวล เป็นเรื่องปกติ กกต.รับรองแล้ว

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ หรือโย ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต3 พรรคก้าวไกล ชี้แจงกรณีประกาศ กกต.ระยอง ที่ตนเองไม่ได้เสียภาษี 3 ปีย้อนหลัง ว่า ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากเวลารับสมัครมีการให้กรอกอาชีพของผู้สมัคร สส. จะมีให้แนบ 2 แบบ คือ แบบที่เป็นของบุคคลที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี ต้องแสดงเอกสารเสียภาษี 3 ปีย้อนหลัง กับแบบที่สอง บุคคลที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี จะเป็นแบบ สส. 4/7 คือ เป็นใบรับรองตัวเองว่ามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี 

นายพงศธร  ระบุว่า ตนใช้แบบที่สองในการยื่น คือ มีรายได้ไม่ถึง 220,000 บาทต่อปี และทาง กกต. ก็มีการประกาศรับรองปกติ ยืนยันรายได้ไม่ถึง และ ไม่ได้กังวล ถือเป็นกระบวนการตามปกติและมีเอกสารรับรองผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว ไม่กังวลคนจะเข้าใจผิดว่าไม่เสียภาษี หากเรียกไปชี้แจงก็สามารถชี้แจงได้
 

“นอกจากเรื่องหาเสียงก็มีข่าวเรื่องของการโจมตีตน ตนเข้าใจว่าเป็นเพราะการเมืองที่พรรคก้าวไกลพยายามทำในเรื่องการหาเสียงเชิงสร้างสรรค์และพูดถึงว่าเราจะทำนโยบายอะไร ดังนั้นฝ่ายที่โจมตี ตนขอให้พ่อแม่พี่น้องเข้มแข็ง รับฟังข่าวสารอย่างมีวุฒิภาวะ” นายพงศธร กล่าว 

เอกสาร กกต.เอกสาร กกต.

‘เพื่อไทย’ รับข้อเสนอ ‘ไอลอว์’ ย้ำสอดคล้องแนวทางพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557184

28 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย' รับข้อเสนอ 'ไอลอว์' ย้ำสอดคล้องแนวทางพรรค

‘เพื่อไทย’ รับข้อเสนอ ‘ไอลอว์’ ปมคำถามประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ย้ำสอดคล้องแนวทางพรรค เชื่อใช้งบเลือกตั้ง สสร.ตอบโจทย์ประชาชน

วันที่ 28 ส.ค.  นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยพร้อมด้วย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย รับหนังสือจาก   นางสาวจีรานุช เปรมชัยพรตัวแทนกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ ที่ขอให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจัดทำประชามติรัฐธรรมนูญด้วยคำถามที่ไม่มีเงื่อนไข โดยได้แนบคำถามที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอ และตัวเลขแสดงจำนวนรายชื่อประชาชนที่ร่วมลงชื่อสนับสนุน 

พร้อมอ้างอิงแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยที่เคยประกาศตอนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหนึ่งในสาระสำคัญคือการเร่งแก้รัฐธรรมนูญโดยการจัดให้มีการทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตั้งแต่การประชุมครม.นัดแรก แม้ว่ากลุ่มประชาชนจะเห็นนิมิตหมายอันดีและเห็นความตั้งใจของพรรคการเมือง แต่ยังมีความกังวลว่าในการทำประชามติอาจมีการออกแบบคำถามที่มีเงื่อนไข หรือให้บุคคลที่จะยกร่างมาจากประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม อาจจะทำให้ไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนและไม่นำไปสู่กระบวนการเขียนรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง

โดยรวบรวมรายชื่อประชาชน 205,739 รายชื่อ แนบอ้างอิง เพื่อประสงค์ที่จะเสนอคำถามในการทำประชามติการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ต้องเขียนใหม่ได้ทั้งฉบับ และหากจะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด โดยอ้างใช้สิทธิตามมาตรา 9(5) ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติปี 2564

ขณะเดียวกันนางสาวจีรานุช ยังอ้างว่าการอ้างอิงจากจำนวนประชาชนที่มากเช่นนี้เนื่องจากกลุ่มไม่มั่นใจว่าสำนักงาน กกต. จะตรวจสอบรายชื่อด้วยความรวดเร็วและเสนอไปยังสำนักงานเลขาธิการ ครม. ได้ทันการประชุม ครม. นัดแรกจึงนำคำถามมายื่นต่อพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีคนใหม่เพื่อนำสู่การพิจารณาใน ครม.นัดแรก 

ทั้งนี้คำถาม ที่เสนอมานั้นระบุว่า ท่านเห็นชอบหรือไม่ ว่ารัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 

โดยนายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะใช้ช่องทางกฎหมายทำประชามติที่ผ่านกระบวนการสภาฯและขอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีดำเนินการทำประชามติทันทีในการประชุมครั้งแรก หากผ่านได้ก็จะใช้มาตรา256 แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ส่วนข้อคำถามที่กลุ่มไอลอว์เสนอมา หากมีประโยชน์ก็จะนำไปพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงหากเป็นคำถามที่ชัดเจนก็จะทำให้คณะรัฐมนตรีทำงานได้ง่ายขึ้น พร้อมย้ำว่า แนวคิดนี้สอดคล้องกับแนวคิดของพรรคเพื่อไทย

ขณะที่นายชูศักดิ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยต้องการให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนตัวจึงได้เสนอพรรคไปว่าก่อนอื่นจะต้องทำประชามติเสียก่อน ว่า ประชาชนประสงค์จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพื่อเป็นหลักประกันว่าได้ถามประชาชนแล้ว ขณะเดียวกันจะถามประชาชนไปพร้อมกันว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ รวมถึงจะให้มี สสร. มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่  เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น

ส่วนที่หลายฝ่ายข้อกังวลว่าการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะใช้งบประมาณมากหรือไม่นั้น ส่วนตัวคิดว่าถ้าทำเพื่อประชาชน และสิ่งที่จะได้มา คือ รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่