ยอดกดไลค์กระจาย คลิป ติ๊กต็อก ‘คุณหญิงสุดารัตน์’ โชว์ฟอร์มในสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552809

04 ก.ค. 2566

ยอดกดไลค์กระจาย คลิป ติ๊กต็อก 'คุณหญิงสุดารัตน์' โชว์ฟอร์มในสภา

การทำหน้าที่ในสภา ของหัวหน้าพรรคไทยสร้าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ต่อการแสดงความเห็นก่อนที่จะมีการโหวต ตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฏร กลายเป็นคลิปไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์ม ติ๊กต็อก ที่ทำให้เห็นถึงความโดดเด่น ในภาคนักการเมืองในสภา

ผู้ใช้ TikTok สื่อสังคมออนไลน์   “Thailandebate การเมืองไทยไม่ตกเทรนด์”  เผยแพร่คลิป ที่แสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย และหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ที่ถูกกล่าวถึงจากการทำหน้าที่ในระหว่างการลงมติโหวตประธานสภาผู้แทนราษฏร   ” คุณหญิงสุดารัตน์เปิดสภาวันแรกก็เอาเลย”  ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ขอความชัดเจนจาก พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว กรณีการลงคะแนนโหวตเลือกตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาคนที่1 และ 2 โดยอยากให้มีความชัดเจนหลังการลงคะแนนลับ


“ขอให้ท่านประธานฯช่วยกรุณาวินิจฉัยว่า ประการที่ 1 จะให้ส.ส.เขียนชื่ออย่างเดียวใช่หรือไม่ ประการที่ 2 หากมีการสะกดชื่อผิดพลาด แต่อ่านออกว่าเป็นชื่อท่านใด จะอนุโลมให้หรือไม่  ประการที่3 การลงชื่อจะให้ไปเขียนที่คูหาด้านหน้าใช่หรือไม่ เพื่อป้องกันการโต้เถียงภายหลังจากที่มีการลงคะแนน”
 

ภายหลังที่มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าว ในสังคมออนไลน์  มีผู้เข้าไปกดไลด์ 119.1K แสดงความคิดเห็นกว่า 1,155 ข้อความ อาทิ แม่เล่นดักหมดแล้วก็ผิดแผนกันเป็นแถวเลย / คุ้มค่ากับการรอคอยแม่ยายสุดยอดจริง ๆ ครับ / ไม่อยากให้คุณหญิงวางเมืองจากการเมืองเลย นักการเมืองมีฝีมือแบบนี้ / คุณหญิงไม่เคยทำให้ผิดหวัง วันนี้ที่รอคอย เป็นต้น

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ว่า  ดีใจที่พรรคเพื่อไทย และก้าวไกลตกลงกันได้ ในการเสนอชื่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร   ตำแหน่งประธานสภาเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ  ดีใจที่มีข้อยุติที่เป็นบวก และเป็นประโยชน์ต่อการเดินหน้าประชาธิปไตย ที่ประชาชนฝากความหวังไว้   ไม่อยากให้มีเรื่องอะไรให้ประชาชนผิดหวังอีก อยากให้คิดถึงความคาดหวังและประโยชน์ของประชาชน มากกว่าตำแหน่งของแต่ละพรรค 

คลิปคุณหญิงสุดารัตน์ 

3 เสียงปริศนาโผล่โหวต ‘หมออ๋อง’ ก้าวไกล ‘พิธา’ เผย นิมิตหมายที่ดีเลือกนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552801

04 ก.ค. 2566

3 เสียงปริศนาโผล่โหวต 'หมออ๋อง' ก้าวไกล 'พิธา' เผย นิมิตหมายที่ดีเลือกนายกฯ

‘พิธา’ เผย โหวตประธานและรองประธานสภาฯ แสดงเอกภาพพรรคร่วมไม่แตกแถว ขณะที่ ‘หมออ๋อง’ ได้เพิ่ม 3 เสียง ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ยืนยันเดินหน้ากฎหมายเพื่อประชาชน รวมถึงนิรโทษกรรมทางการเมืองที่ร่วมแถลง ‘เพื่อไทย’ เมื่อวานนี้

ภายหลังประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีมติเลือก ประธานสภาฯ และ รองประธานสภาฯ 2 คน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล  กล่าวว่า น่าจะเป็นการยืนยันถึงเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8 พรรค ที่สามารถจะรวบรวมเสียงไม่ให้แตกแถว มีเอกภาพในการโหวต 

สำหรับกรณีการเลือกรองประธานสภาคนที่ 1 คือ มีการโหวตแข่ง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ หมออ๋อง สส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล  ได้ 312 เสียง แต่เข้าใจว่าฝ่ายพรรคร่วม ทั้งพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ในฐานะประธานสภาชั่วคราว ไม่ได้ลงเสียง รวมถึงมี สส. ของพรรคที่ต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่และยังไม่มีสมาชิกที่จะขึ้นมาแทนได้ และยังมีสมาชิกของพรรคร่วมที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

ตัวเลขที่ออกมาแสดงถึงเอกภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกเรา ซึ่งมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะเป็นทิศทางที่ดี ในการแถลงข่าวที่ผ่านมา สามารถที่จะผลักดันข้อตกลงต่างๆ ของพรรคจัดตั้งรัฐบาล เป็นแนวโน้มที่ดีมากในการเข้าสู่การจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

นายพิธา ยืนยัน กฎหมายสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องแรงงาน ชาติพันธุ์ สุราก้าวหน้า และสมรสเท่าเทียม จะไม่เป็นอุปสรรคในการผลักดันตามที่ได้แถลงร่วมกัน ส่วนที่ระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยที่มีการระบุยืนยันร่วมกันให้ความเห็นชอบกฎหมายสําคัญเพื่อประชาชน รวมถึงการนิรโทษกรรมคดีแสดงออกทางการเมือง และการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ร่างพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโหวตรองประธานสภาฯ คนที่1 มีเสนอชื่อ 2 ท่าน คือ นายประดิพัทธ์ จากพรรคก้าวไกล ได้ 312 เสียง และ นายวิทยา แก้วภราดัย จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ 105 เสียง งดออกเสียง 77 เสียง

โดยวันนี้ พล.ต.ท.วิโรจน์ ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว งดออกเสียง รวมถึงมี สส.ก้าวไกล ลาออกและไม่ได้เข้าร่วมประชุม ทำให้ฟากฝั่งพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเหลือ 309 เสียง แต่ปรากฎว่านายปดิพัทธ์ ได้รับคะแนนโหวต 312 เสียง เพิ่มมา 3 เสียง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตุว่า คะแนนที่อาจเป็นเสียงจากฝ่ายขั้วอำนาจเดิมหรือไม่ 

‘ก้าวไกล’ (กำลัง) พ่ายใน ‘เกมรุก’ ทางการเมือง สงครามชิง ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ระทึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552799

04 ก.ค. 2566

'ก้าวไกล' (กำลัง) พ่ายใน 'เกมรุก' ทางการเมือง สงครามชิง 'จัดตั้งรัฐบาล' ระทึก

หลังเกมชิงเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ตกเป็นของ ‘วันนอร์’ และ ‘พรรคเพื่อไทย’ ได้รองประธานสภาคนที่ 2 ไปครอง ถือเป็นข้อยุติชั่วคราวของเกม “ตบจูบ” ทางการเมืองระหว่าง ‘ก้าวไกล’ และ ‘เพื่อไทย’ ในฐานะแกนนำหลักที่จะร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 8 พรรค ซึ่งเป็นเกมยืดเยื้อที่รอวันแตกหัก

เกมแย่งชิงเก้าอี้ ‘ประธานสภา’ ระหว่างพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ที่ได้ข้อยุติลง เมื่อ 4 ก.ค. 2566 เป็นช่วงเวลาของการ “ตบจูบ” ทางการเมืองของแกนนำหลักในการจัดตั้งรัฐบาล เป็นเกมยื้อหลัง ‘ก้าวไกล’ ประกาศกร้าวจองเก้าอี้ประธานสภาในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นชนวนความขัดแย้งที่ค่อยๆ ปรากฎร่องรอยให้เห็นเป็นระยะๆ คำถามก็คือทำไมการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลถึงยากเย็น และไม่เป็นไปตามที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากจะเห็น 

1) ย้อนไปดูการรุกทางการเมืองของ “ก้าวไกล” ค่อยๆ ดีวันดีคืนและเริ่มบ่งชี้ถึงชัยชนะหลังปล่อยแคมเปญเลือกตั้ง “มีเราไม่มีลุง” ซึ่งเสียงตอบรับดีจนเรตติ้งพุ่ง และสามารถดันคะแนนก้าวไกลกระเตื้องมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งสามารถฝ่าคำปรามาสเดินหน้าแซงกระแสแลนด์สไลด์เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยคะแนน 151 ที่นั่ง


2) คำประกาศก้อง “พร้อมเป็นนายกฯ ของทุกคน” ของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ในระหว่างปราศรัยโค้งสุดท้ายกลายเป็นปรากฎการณ์ที่กล่าวได้ว่า “พิธา” เป็น “ซุปตาร์” ขวัญใจมหาชนชาวด้อมส้ม ทุกจังหวัดที่เขาเดินทางไปขึ้นเวทีได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลาม กระแสประชาธิปไตยอาบไปทั่วตัว “พิธา” และผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล 

3) ฝันของชาวด้อมส้มเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ พวกเขามั่นใจว่าในแคมเปญ “กาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม” จะมีนายกฯ คนที่ 30 ชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” นโยบายกว่า 300 นโยบายจะได้รับการผลักดันให้เป็นจริง โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างประเทศที่อุ้ยอ้ายให้ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

4) การรุกทางการเมืองจากก่อนการเลือกตั้ง กระทั่งเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลไม่ง่ายอย่างที่คิด เกมสกัด “พิธา” ถูกปล่อยออกมาเป็นระยะ ตั้งแต่การถือหุ้นไอทีวี ทีวีเสรีที่เสมือนตายไปแล้ว ถูกปลุกผีขึ้นมาทวงถาม “คุณสมบัติ” ว่าที่นายกฯ อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด และดูเหมือนทำให้เส้นทางนายกฯ ของ “พิธา” เริ่มสะดุด

5) ตามมาด้วยข้อหา “การเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล” ที่ผู้ร้องหมายมั่นให้นำไปสู่การยุบพรรค ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเมื่อ 26 มิ.ย. ให้สอบถามอัยการสูงสุดว่า มีคำสั่งรับหรือไม่รับดำเนินการคำร้องกรณี “พิธา” และพรรคก้าวไกลหาเสียงด้วยการเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 และให้แจ้งต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

6) ผลการเลือกตั้งที่โหวตเตอร์เทคะแนนให้ “ก้าวไกล” ชนะ 14 ล้านเสียง กระทั่งสามารถรวบรวม สส.ฝ่ายค้าน 8 พรรคเดิมได้ 312 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรจนกลายเป็นผู้กำหนดเกม กลายเป็นว่า “เพื่อไทย” ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลกลับเป็นหอกข้างแคร่ใกล้ตัวที่คอยแซะ และโปรยตะปูเรือใบเกลื่อนถนน สร้างด่านโหดท้าทาย “พิธา” หนักข้อขึ้นทุกวัน

7) การเดินสายไปพบปะฐานเสียงในหัวเมืองต่างจังหวัดของ “พิธา” ก่อนหน้านี้ ถูกมองว่า “ก้าวไกล” กำลังใช้มวลชนด้อมส้มกดดัน สว. และพรรคร่วมไม่ให้แตกแถว (เลิกแซะ) เพื่อแลกเสียงโหวตนายกฯ 376 คะแนน ซึ่งเป็นเกมรุกของพรรคก้าวไกลที่ทำอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีคำอธิบายว่า เป็นการเดินทางขอบคุณ FC ก่อนจะไม่มีเวลาหลัง “รัฐบาลพิธา 1” ถูกทำคลอดออกมาแล้ว

8) ทว่าพรรคเพื่อไทยไม่อาจสำรวมเก็บมารยาททางการเมืองอย่างที่ควรจะเป็นไว้ได้ เพราะในฐานะพรรคอันดับ 2 พวกเขาก็แอบหวังสูง เพราะต้องเข้าใจว่าการห่างเหินจากอำนาจมา 8-9 ปีนั้น ไม่ใช่วิสัยของพรรคการเมือง แต่จะกล่าวหากันในที่แจ้งว่าใครจะยอม “อดอยากปากแห้ง” ก็ดูจะให้ร้ายกันเกินไป 

9) แต่การเมืองก็คือการเมือง จึงเห็นตัวละครเพื่อไทยออกมาตีหน้าคนละบท ฝั่งหนึ่งปากหนุน “พิธา” เป็นนายกฯ และพร้อมส่งกำลังใจให้จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ขณะที่ฝั่งแกนนำลายครามในพรรค อาทิ เฉลิม อยู่บำรุง อดิศร เพียงเกษ ฯลฯ ก็ออกมาขย่มขอเก้าอี้ “ประธานสภา” ซึ่งโน้มนำให้เข้าใจได้ว่าเพื่อไทยนั้นเก๋าเกมกว่า และใช้ยุทธวิธี “โดดเดี่ยวทางการเมือง” ก้าวไกลที่มั่นหน้าจนเกินไป

10) เก้าอี้ “ประธานสภา” ที่ตกเป็นของ “วันนอร์” จากพรรคประชาชาติ เป็นหนึ่งในสมการที่ตอกย้ำความพ่ายแพ้ของ “ก้าวไกล” เพราะต้องเข้าใจว่าสายสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาชาติ และเพื่อไทยนั้นสนิทชิดเชื้อจนแทบจะใช้เงินกระเป๋าเดียวกัน ขณะที่ “ปดิพัทธ์ สันติภาดา” ที่ยอมถอยมารับแค่ตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 ก็นับเป็นการพ่ายในเกมรุกของ “ก้าวไกล” อย่างไม่ต้องสงสัย

11) นับจากนี้ไปจึงไม่มีหลักประกันใดๆ ที่ทำให้ชาวด้อมส้มมั่นใจได้เลยว่า เสียงโหวตนายกฯ คนที่ 30 จะเทมาให้ “พิธา” ก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศ  แต่อาจเกิดฉากทัศน์เลวร้ายสุดโดย “พรรคก้าวไกล” อาจถูกเขี่ยให้หลุดวงโคจรพรรคร่วมรัฐบาล กระทั่งถอยสุดกระดานไปทำหน้าที่ฝ่ายค้านเสียด้วยซ้ำ นั่นเพราะ “เพื่อไทย” ขาด “ก้าวไกล” ได้ แต่ “ก้าวไกล” ขาด “เพื่อไทย” ไม่ได้

12) ณ เวลานี้กล่าวได้ว่า “พรรคเพื่อไทย” ที่มีจำนวน สส. เป็นอันดับ 2 และห่างจาก “ก้าวไกล” แค่ 10 เสียง ถือไพ่เหนือกว่า และมีแนวโน้มจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทน “ก้าวไกล” อีกด้วย ซึ่งฉากทัศน์นี้จะปรากฎชัดขึ้นเมื่อ “พิธา” ไม่ได้ไปต่อจากที่ประชุมรัฐสภา นั่นหมายถึงโอกาสที่ สว.จะยอมลดราวาศอกด้วยการเทคะแนนให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคไทยก็เป็นไปได้สูง 

13) ขึ้นอยู่กับว่าเกมกดดันและการต่อรองระหว่างสองพรรคใหญ่จะรุนแรงถึงขั้นแตกหักจนเกิดการพลิกขั้ว กระทั่งบีบให้ “ก้าวไกล” จนแต้มและยอมถอยไปเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ เกมนี้อยู่ที่ “เพื่อไทย” โดยเฉพาะการส่งสัญญาณจากนายใหญ่อย่าง “ทักษิณ” ว่าจะวางหมากในเกมยาวของ “สงครามการเมือง 66” อย่างไร 

(คลิป) ปูมหลัง 3 ประธานสภาฯ ผู้สร้างตำนานในสนามการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552797

04 ก.ค. 2566

(คลิป) ปูมหลัง 3 ประธานสภาฯ ผู้สร้างตำนานในสนามการเมือง

ตามคาด มติพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลแถลงจุดยืน เคาะ “วันนอร์” วันมูหะหมัดนอร์ มะทา นั่งประธานสภา “ก้าวไกล-เพื่อไทย” ได้รองประธานสภา คนละ 1 ตำแหน่ง ทั้ง 3 คนเป็นใครมาจากไหน “คมชัดลึก” รวบรวมมาไว้ที่นี่

จบไปแล้วกับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏร เพื่อเลือก “ประธานสภา” ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นประมุขในฝ่ายนิติบัญญัติ และเป็นไปตามที่คาดการณ์สำหรับ 3 คนที่จะเข้ามานั่งทำหน้าที่คุมบัลลังก์ในสภาสัปปายะสภาสถานตลอดเวลา 4 ปีหลังจากนี้  โดย “ประธานสภา” ตกเป็นของ “วันนอร์” หรือ วันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ เป็นผู้ที่ถูกเสนอชื่อเพียงหนึ่งเดียว ส่วนรอง “ประธานสภา” คนที่ 1 ตกเป็นของ “หมออ๋อง” หรือ นพ.ปดิพัทธ์ สันติภาดา จากพรรคก้าวไกล และ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน จากพรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 คนเป็นใครมาจากไหน และมีความสำคัญทางการเมืองอย่างไร 

ชลน่าน รับ “โหวตนายกรัฐมนตรี” งานสุดหิน – ย้ำมีแผนเดียวส่ง ‘พิธา’ ขึ้นผู้นำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552793

04 ก.ค. 2566

ชลน่าน รับ "โหวตนายกรัฐมนตรี" งานสุดหิน - ย้ำมีแผนเดียวส่ง  'พิธา' ขึ้นผู้นำ

หัวหน้าพรรคเพือไทย มองการโหวตตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ แม้ว่าจะเป็นไปตามแนวทางของ 8 พรรคร่วม แต่ของแข็งที่กำลังจะเจอจากนี้ไปคือการ ” โหวตนายกรัฐมนตรี” ที่มีตัวแปรอยู่ที่เสียงหนุนจากสว.

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว   หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า  ผลโหวตที่ออกมาในตำแหน่ง  ประธานสภาผู้แทนราษฎร  และรองประธานสภาฯ ที่เป็นไปตามแนวทาง  ถือเป็นสิ่งที่น่าพอใจ
 อย่างไรก็ตามการโหวตนายกรัฐมนตรี  ที่จะมีขึ้นจากนี้เป็นการโหวตของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่อาจจะไม่เหมือนกันกับ  500 เสียง  ของสส. ที่โหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ  แต่ในส่วนของพรรคร่วมทั้ง 8 พรรค มั่นใจ ยืนหยัดที่จะสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี 

ทั้งนี้การ “โหวตนายกรัฐมนตรี” ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา มี 2 องค์ประกอบ คือ สส. 500 คน และ สว. อีก 250 คน ซึ่งการโหวตในแต่ละสภา คาดการณ์ได้ลำบาก โดยเฉพาะในส่วนของ สว.  ” ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการทำงานที่จะแสวงหาคะแนนให้ได้มากที่สุด ให้ได้ 376 เสียง    ไม่มีแผนสำรอง หากนายพิธา เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง แต่มีแผนเดียวที่ต้องร่วมกัน คือ แสวงหาคะแนนเสียงร่วมกันให้ได้”  นพ.ชลน่าน  กล่าว  

ยอมรับโดยดี ‘พิเชษฐ์’ เพื่อไทย ตัวการทำ ‘สภาล่ม’ ลั่น กู้ศักดิ์ศรีคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552791

04 ก.ค. 2566

ยอมรับโดยดี ‘พิเชษฐ์’ เพื่อไทย ตัวการทำ ‘สภาล่ม’ ลั่น กู้ศักดิ์ศรีคืน

‘พิเชษฐ์’ รองประธานสภาคนที่2 ยอมรับตัวการทำ ‘สภาล่ม’ ลั่นพร้อมทำหน้าที่กู้ศักดิ์ศรีคืน จ่อเพิ่มเวลาขรก.-ปชช.เข้าหารือ เผย ถูก ‘ชวน’ อดีตประธานสภา แซว ทำเรื่องไว้เยอะ ระวังถูกเอาคืน

ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ว่าที่รองประธานสภาคนที่ 2 เปิดเผยว่า เพิ่งรู้ตัวเมื่อคืนว่าจะถูกเสนอชื่อ เป็นรองประธานสภาคนที่2 คิดว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะเห็นตนทำงานในสภามาโดยตลอด

ดังนั้นปัญหาต่างๆ ในสภาก็เห็นมาเยอะ และฝ่ายนิติบัญญัติ ก็ถือว่าเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับฝ่ายตุลาการและฝ่ายบริหาร ซึ่งตนตั้งใจจะฟื้นคืน สภาผู้แทนราษฎรให้มีศักดิ์ศรีทั้งสมาชิกและองค์กร

“นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของฝ่ายประชาธิปไตย ที่จะฟื้นคืนชีพให้สภาผู้แทนราษฎร เป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้มากขึ้น และยืนยันว่าผมพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสภาล่มกฎหมาย”
 

และเรื่องรายงานต่างๆ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงฝ่ายนิติบัญญัติน้อยมาก โดยเฉพาะโอกาสที่จะนำเสนอปัญหาเข้าสภาฯ ตนทราบดี เพราะเป็น สส.เขต จึงอาจจะขอปรึกษากับประธานสภาฯ และรองประธานสภาคนที่1ในการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาแจ้งปัญหาหรือโครงการอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อให้ สส. นำปัญหานั้นมาพูดคุยกับ แต่ละกระทรวง

ส่วนความมั่นใจเรื่อง การแก้ปัญหาสภาล่มนั้นตนมองว่าอยู่ที่การบริหารจัดการสมาชิก บริหารจัดการเวลาและจะพยายามทำให้สภาไม่ล่ม พร้อมกล่าวว่าที่ผ่านมา ตนก็เป็นหนึ่งคนที่ ทำให้เกิดปัญหาสภาล่ม

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ว่าที่รองประธานสภาคนที่ 2นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ว่าที่รองประธานสภาคนที่ 2

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมานายพิเชษฐ์ ค่อนข้างที่จะลุกประท้วงในการประชุมบ่อย ครั้งต่อไปใครจะมาทำหน้าที่แทน กลัวว่าจะโดนประท้วงเหมือนที่ตนเคยทำหรือไม่ นายพิเชษฐ์ ขำ ก่อนจะกล่าวว่าที่ผ่านมาตนก็เป็นหนึ่งคนที่ทำสภาล่มเยอะและนายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาฯ ก็ได้แซวว่า “ทำเรื่องไว้เยอะ ระวังถูกเอาคืน”

สำหรับข้อกังวลเรื่องการแก้มาตรา 112 ตนมีความเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไรนั้น นายพิเชษฐ์กล่าวว่า อันดับแรกต้องผ่านคณะกรรมการประสานงาน 2 ฝ่ายก่อน แล้วถึงจะมาพิจารณาว่าเห็นสมควรบรรจุเข้าที่ประชุมหรือไม่

ส่วนที่ผ่านมามีกฎหมายหลายฉบับที่ประชาชนเขาชื่อและถูกตีตกไปนั้น นายพิเชษฐ์ ยืนยันว่า ทั้งสามคนเห็นความสำคัญ พ.ร.บ. ที่มาจากประชาชนอันดับแรกและจะพยายามผลักดันเข้าสภาให้เร็วที่สุด

‘หมออ๋อง’ พร้อมแล้ว นำสภาฯก้าวหน้า ประชาชนเข้าใช้บริการได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552786

04 ก.ค. 2566

'หมออ๋อง' พร้อมแล้ว นำสภาฯก้าวหน้า ประชาชนเข้าใช้บริการได้

‘หมออ๋อง’ ลาออกกรรมการบริหาร ‘พรรคก้าวไกล’ รับบทบาทท้าทาย ‘รองประธานสภาฯคนที่ 1’ ร่วมงาน ‘อ.วันนอร์’ พาสภาฯก้าวหน้า ไม่ปิดกั้นประชาชนเข้าใช้บริการ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ หมออ๋อง สส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล ขอบคุณหลังได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ด้วยคะแนนเสียง 312 เสียง

หมออ๋อง กล่าวว่า หากติดตามกันมา การ “เลือกประธานสภาฯ” เป็นที่หนักใจของทุกคน วันนี้ปรากฏว่าทุกอย่างดำเนินไปได้เรียบร้อยดี และคะแนนเสียงที่ตนได้รับ แม้จะมีการเสนอชื่ออีกคนหนึ่งมา แต่ก็เป็นบรรยากาศในการแข่งขัน แสดงวิสัยทัศน์ และโหวต ซึ่งคะแนนที่ออกมา ตนได้รับความไว้วางใจ 

สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือ ทางคณะทำงานมีข้อตกลงว่า ประธานสภาฯและทีมประธานสภาฯ จะดำเนินการในวาระอย่างไร เพื่อให้สภาไทยก้าวหน้า โปร่งใส เป็นของพี่น้องประชาชนมากขึ้น ส่วนตัวได้มีโอกาสคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เห็นตรงกันในหลากหลายมิติ จะผสมผสานระหว่างประสบการณ์ ความรู้ ความตั้งใจ เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งตนคิดว่าจะเป็นส่วนผสมมาก ทำให้สภาก้าวหน้าได้

นอกจากนี้จะทำให้สภาเป็นพื้นที่ทำให้สื่อมวลชนทำงานได้ดี ประชาชนเข้ามาใช้งานได้อย่างปลอดภัย รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง รู้สึกถึงอำนาจที่เขามีในสภาแห่งนี้

“บทบาทใหม่ที่ท้าทายมาก ตั้งใจว่าเมื่อได้รับความไว้วางใจจากสภาแล้ว ตนได้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มต้นทำงานอย่างเป็นกลางตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” นายปดิพัทธ์กล่าว

ตอบแล้ว ทำไม ‘วิทยา’ รทสช. ลงชิง ‘รองประธานสภาคนที่1’ สู้ ‘ปดิพัทธ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552776

04 ก.ค. 2566

ตอบแล้ว ทำไม ‘วิทยา’ รทสช. ลงชิง 'รองประธานสภาคนที่1' สู้ 'ปดิพัทธ์'

วิทยา แก้วภราดัย รทสช. ตอบแล้ว ลงชิง รองประธานสภาคนที่1 สู้ ‘ปดิพัทธ์’ เพราะไม่เห็นด้วยกับหลายนโยบายของก้าวไกล มีทั้ง ม.112-แบ่งแยกดินแดน-เปลี่ยนวันชาติ ชี้ วันนอร์ นั่งประธานสภา ส่งสัญญาณ เพื่อไทย ไม่ได้ถอย แต่เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ แล้วก็หมดจาน

ที่รัฐสภา นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้า และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) เปิดเผยหลังประชุมรัฐสภา และพลาดตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่1 ว่า ตัวเลขของพรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันดี พร้อมยืนยันการเสนอชื่อตัวเองในวันนี้ ก็เพื่อแสดงท่าทีว่าพรรครวมไทยสร้างชาติไม่สนับสนุนนโยบายหลายอย่างของพรรคก้าวไกล

 จึงพร้อมที่จะยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยเฉพาะการแก้ไข มาตรา 112 การแบ่งแยกดินแดน และการเปลี่ยนวันชาติ ซึ่งหลายๆ เรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติและประชาชนรับไม่ได้ ตนจึงมีหน้าที่สะท้อนการทำงานอีกส่วนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว

ส่วนผลคะแนนที่ได้และมีทั้งงดออกเสียง และไม่ลงคะแนนนั้น ส่วนตัวไม่มีปัญหาใดๆ เพราะไม่ได้มีการหารือจริงจังกับแต่ละพรรค ซึ่งสิ่งที่ออกมาเป็นการแสดงท่าทีของพรรครวมไทยสร้างชาติ หากใครเห็นด้วยและคิดแบบนี้ก็ให้เดินตามมา แต่หากไม่เห็นด้วยและยังไม่มั่นใจ ก็ไม่เป็นไร

เพื่อไทยชนะก้าวแรก

นายวิทยา ยังมองว่า  นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ และว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย เพียงแค่แยกออกมาจากพรรคเพื่อไทย และมีความสัมพันธ์ดีกว่าพรรคก้าวไกล จึงมองว่าเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยได้ชัยชนะในก้าวที่หนึ่ง ส่วนก้าวที่สองและสาม ก็จะดูออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“ผมรู้จักกับอาจารย์วันนอร์ ตั้งแต่อยู่พรรคความหวังใหม่ จนสุดท้ายอยู่พรรคเพื่อไทย จึงมีความผูกพันสูงมากกว่าพรรคก้าวไกล ดังนั้นงานนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ถอย แต่เป็นการเดินทีละก้าว แล้วกินข้าวทีละคำ แล้วก็หมดจาน” นายวิทยา กล่าว

ส่วนคะแนนที่ ‘หมออ๋อง’ นายปดิพัทธิ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล ได้ 312 เสียงนั้น ก็ถือว่าพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลไม่แตกแถว แต่ขอให้รักษาไปจนถึงวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แล้วให้คาดการณ์ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น

“จะประคองคะแนน 312 เสียง ไปจนถึงวันโหวตนายกฯ ได้หรือไม่ ก็อยู่ที่การประคองความรู้สึกกัน เพราะวันนี้ความรู้สึกได้เริ่มผ่อนคลายลงมา ไม่ก้าวร้าว เพราะทีแรกจะเอาหมดทุกอย่าง ก้าวซะไกล กินเกินถ้วยชาม สุดท้ายก็แยกถ้วยชามมาให้อาจารย์วันนอร์ชามหนึ่ง ต่อไปก็ต้องรู้จักแบ่งปันคนอื่นจิตใจไม่คับแคบก็อยู่กันได้นาน แต่หากคับแคบก็จะเป็นบทเรียนไปเรื่อยๆ เป็นธรรมชาติของสรรพสัตว์ในโลก” นายวิทยา กล่าว

ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีการเสนอแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีแข่งพรรคจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ เพราะวันนี้ก็มีการเสนอชื่อแข่งรองประธานสภาฯ นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการหารือ แต่เรื่องการลงแข่งรองประธานสภาในวันนี้ ตนได้มีการหารือภายในพรรค ซึ่งพรรคก็เห็นด้วย

นายวิทยา กล่าวปิดท้ายว่า หลังทราบผลลงคะแนนรองประธานสภาคนที่ 1 แล้ว นายปดิพัทธ์ได้เดินมาแสดงความยินดีกับตน ที่ได้แสดงความคิดเห็นอยู่ฝ่ายตรงข้าม ขณะที่ตนได้ให้กำลังใจกลับไป พร้อมบอกให้ใจเย็นๆ คิดอะไรให้รอบคอบ

พิธา ชื่นมื่นเสียงโหวต ‘รองประธานสภา’ มาครบ เชื่อเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี ฉลุย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552775

04 ก.ค. 2566

พิธา ชื่นมื่นเสียงโหวต 'รองประธานสภา' มาครบ  เชื่อเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี ฉลุย

หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สุดพอใจ ผลการลงมติของ 8 พรรคร่วม ที่มอบให้ ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก 312 เสียง ขึ้นรองประธานสภาคนที่ 1 มองถือเป็นการ สะท้อนความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล ส่งสัญญาณปูทางไปถึงการโหวตนายกรัฐมนตรีราบรื่นแน่

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะว่าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร( คนที่ 1 ) แถลงข่าวร่วมกันภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ความเห็นชอบนายปดิพัทธ์ ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 

นายพิธา   กล่าวว่า  ผลการลงมติของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ที่ได้มอบให้กับนายปดิพัทธ์ 312 เสียง
สะท้อนเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล  ที่สามารถรวบรวมเสียงได้ ไม่ให้แตกแถว และมีเอกภาพในการลงมติ 100% มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แม้จะมีการเสนอชื่อแข่งจากพรรครวมไทยสร้างชาติก็ตาม ถือเป็นทิศทางที่ดี ไม่มีปัญหาในความสัมพันธ์ของพรรคร่วมฯ ที่จะสามารถผลักดันข้อตกลงต่าง ๆ  สู่การจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จได้ต่อไป และมั่นใจว่า ผลการลงมติการเลือกประธาน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ออกมา เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ตนเองจะประสบความสำเร็จในการเป็นนายกรัฐมนตรี 


นายพิธา   กล่าวว่า พรรคก้าวไกล รวมไปถึงรองประธานสภาทั้ง 2 คน ได้มีการพูดคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ  ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ที่จะช่วยกันผลักดันกฎหมายต่าง ๆ ทั้งกฎหมายสุราก้าวหน้า สมรสเท่าเทียม รวมถึงกฎหมายสำคัญอื่น ๆ ซึ่งรวมไปถึงการนิรโทษกรรม
“พร้อมน้อมนำพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานไว้ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเปิดประชุมรัฐสภา เมื่อวานนี้ (3 ก.ค.) โดยเฉพาะเรื่องชาติ และประชาชน ” นายพิธา  ระบุ

นายปดิพัทธ์   สันติภาดา  รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1  กล่าวว่า  ทุกอย่างสามารถดำเนินการไปได้ด้วยดี และแม้จะมีการเสนอชื่อนายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แข่งขัน แต่สุดท้าย ตนเองก็ได้รับความไว้วางใจจากสภาให้ทำหน้าที่ ยืนยันว่า คณะทำงาน จะมีการทำงานร่วมกัน เพื่อผลักดันภารกิจของสภาให้มีความก้าวหน้า โดยจะผสมผสานประสบการณ์ และความรู้ ความตั้งใจใหม่ ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อทำให้สภาก้าวหน้าต่อไป ประชาชนสามารถเข้ามาใช้งาน และเป็นส่วนหนึ่งของสภาไทยได้ 


“เมื่อได้รับความไว้วางใจจากสภาแล้ว ผมได้ยื่นเรื่องลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลแล้ว โดยจะเริ่มทำงานอย่างเป็นกลางตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเมื่อขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ เสร็จสิ้น ก็จะเร่งฟอร์มคณะทำงาน เพื่อทำงานโดยเร็ว โดยเฉพาะการปรับปรุงกระบวนการพิจารณากฎหมายให้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ”  นายปดิพัทธ์  กล่าว

พิธา ชื่นมื่นเสียงโหวต 'รองประธานสภา' มาครบ  เชื่อเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี ฉลุย

การลงคะแนนเสียงรับรองประธานสภาผู้แทนราษฏร  และรองประธานสภาคนที่หนึ่ง รองประธานสภาคนที่สอง ซึ่งทั้ง 3 มาจาก 8  พรรคร่วมรัฐบาล ต่างได้รับคะแนนเสียงตรงตามเป้าหมาย 

ภาพโดย  NATIONPHOTO

เบื้องหลัง ‘ภูมิใจไทย’ โหวตเลือก ‘รองประธานสภาคนที่1’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552771

04 ก.ค. 2566

เบื้องหลัง ‘ภูมิใจไทย’ โหวตเลือก 'รองประธานสภาคนที่1'

‘อนุทิน’ มอง ภาพรวมเปิดประชุมสภาวันแรก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เผย ‘ภูมิใจไทย’ ปล่อยฟรีโหวต เลือก ‘รองประธานสภาคนที่ 1’

ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ว่า มีผู้เสนอท่านเดียวซึ่งตามกฎก็ไม่ต้องลงคะแนน

โดยวันนี้ตนได้ให้ สส.ของพรรค ฟรีโหวต เพราะว่าเราไม่ได้เสนอชื่อ ก็เลยให้ลูกพรรคได้ใช้สิทธิ์ของตัวเองเต็มที่ 

ทั้งนี้การเลือก ประธานสภา และ รองประธานสภา ทั้ง 2 คน ในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่นานกว่าที่ควรจะเป็น เพราะมีการเขียนชื่ออาจจะเสียเวลาไป 2 ชั่วโมง 

แต่วันนี้ไม่มีอะไรดุเดือดเริ่มต้นก็ดีเรียบร้อยดี บรรยากาศสภาพทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อนุทิน อนุทิน

เบื้องหลัง ‘ภูมิใจไทย’ โหวตเลือก 'รองประธานสภาคนที่1'

ส่วนภาพการลงคะแนนวันนี้ สะท้อนถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่าอย่าไปผูกกันเลยประธานสภาก็ประธานสภานายกฯก็นายกฯ

เมื่อถามว่าวันโหวตนายกรัฐมนตรี คิดว่าจะนานกว่านี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าขอให้ถึงวันนั้นก่อน

ขณะที่อนาคตการเมืองของพรรคภูมิใจไทยวางแผนไว้อย่างไรนั้นในอนุทินกล่าวว่า Have a good evening ส่วนในฐานะที่จะต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้านนั้น นายอนุทิน กล่าวเพียงสั้นๆว่า ขอให้ถึงวันนั้นก่อน