รถ ‘ทักษิณ’ ออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังถูกสั่งฟ้อง ม.112 รปภ.บอก ‘รถเปล่า’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575659

29 พ.ค. 2567

11:39 น.

รถ 'ทักษิณ' ออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังถูกสั่งฟ้อง ม.112 รปภ.บอก 'รถเปล่า'

บ้านจันทร์ส่องหล้าเคลื่อนไหว พบรถ “ทักษิณ” ขับออกจากบ้าน หลัง อสส.สั่งฟ้อง “ทักษิณ” คดีผิด มาตรา 112 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกเป็นรถเปล่า

จากกรณีอัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในวันนี้ (29 พ.ค.) แต่ นายทักษิณ ไม่ได้มาตามกำหนดนัด เพื่อฟังคำสั่งฟ้อง โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 09.00 น.พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ ยืนยันว่า ป่วยเนื่องจาก ติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงานและสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2567 

ทาง อสส. จึงอนุญาตให้เลื่อนฟังคำสั่งในวันที่ 18 มิ.ย. 2567 เวลา 9.00 น. เพื่อนัดให้นายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล และหากว่าในวันดังกล่าว นายทักษิณ ไม่มาตามนัด และไม่มีการแจ้งเหตุขัดข้อง  ทางอัยการ จะทำหนังสือแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนให้นำตัวผู้ต้องหามาฟ้องภายในกำหนดเวลาต่อไป โดยในวันที่ยื่นฟ้องศาล จำเลย สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลได้ และเป็นดุลยพินิจของศาลที่พิจารณา

โดยช่วงเช้าวันนี้ ( 29พ.ค.67) บรรยากาศที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นบ้านพักส่วนตัวนายทักษิณ ตั้งแต่เช้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบมาสังเกตการณ์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 8.30 น. จากนั้นช่วงเวลาประมาณ 9.15 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางพลัดเข้ามาดูแลพื้นที่ พร้อมทั้งจัดระเบียบรถ และโดยรอบ 

ในช่วงเวลาประมาณ 10.40 น. มีรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีกรม หมายเลขทะเบียน 4 ขณ 4007 กรุงเทพมหานคร ขับเข้าไปภายในบ้านจันทร์ส่องหล้า และใช้เวลาเพียง 5 นาที ก็ขับออกจากบ้านไป และขับกลับมาบ้านจันทร์ส่องหล้า และขับออกไปอีกหลายรอบ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ต่อมาเวลา 11.55 น. พบรถตู้เบนซ์ ทะเบียน ภษ 1414 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถยนต์ส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้ในภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัด ได้ออกจากบ้านพักจันทร์ส่องหล้า โดยปิดม่านบริเวณหลังที่นั่งคนขับทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บอกสั้นๆว่า เป็นเพียงรถเปล่า

อย่างไรก็ตาม ยังมีความเคลื่อนไหว ของอดีตนายทหารคนคนติดตามของนายทักษิณ  ได้ซ้อนจักรยานยนต์เข้า-ออกบ้านจันทร์ส่องหล้า แต่งกายโดยสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็ค ถือสูทขับผ่านหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้าไปยังทางเข้าอีกทาง ก่อนจะลงมาพูดคุยกับตำรวจที่มาสังเกตการณ์รักษาความปลอดภัยโดยรอบบ้านจันทร์ส่องหล้า

‘ทักษิณ’ ไม่รอด ‘อัยการสูงสุด’ สั่งฟ้อง คดี ม.112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575648

29 พ.ค. 2567

09:44 น.

'ทักษิณ' ไม่รอด 'อัยการสูงสุด' สั่งฟ้อง คดี ม.112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

สำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้อง ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ นัดยื่นฟ้องวันที่ 18 มิ.ย.67 หลังแจ้งขอเลื่อนเพราะติดโควิด

วันที่ 29 พ.ค.ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8

นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีที่นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2558

ภายหลังจากที่ นายทักษิณ ส่งทนายความผู้รับมอบอำนาจยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาขอเลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีออกไปก่อนเนื่องจากนายทักษิณติดโควิด เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา

นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โดยนายนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด

มีคำสั่งฟ้องนายทักษิณ ในความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

อย่างไรก็ตาม พนักงานอัยการไม่สามารถยื่นฟ้อง พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลในวันนี้ได้ได้เนื่องจาก นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด 

โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิถุนยายน 2567 เวลา 09.00 น.พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าป่วยเนื่องจากติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงานและสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน

ซึ่งนายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุขอเลื่อนคดีมีการอ้างการป่วยเพราะติดโควิด โดยหมอให้พักเพื่อสังเกตอาการถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2567 จึงอนุญาตให้เลื่อนไปวันที่ 18 มิถุนายน 2567 เพื่อนัดให้พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันดังกล่าวต่อไป

คปท.จี้อัยการสูงสุดเอาผิดทักษิณ ม.112

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575631

28 พ.ค. 2567

19:20 น.

คปท.จี้'อัยการสูงสุด'เอาผิด'ทักษิณ'ม.112

เราเห็นว่า บัดนี้ การหาข้อเท็จจริงทางคตีและการรวบรวมพยานหลักฐานนำจะเสร็จสิ้นและหาข้อยุติได้แล้วเนื่องจากว่า นายทักษิณ ชินวัตร ใด้ยื่นขอความเป็นธรรมและอัยการสูงสุดได้ให้โอกาสในการ ชี้แจงข้อกลาวหาไปแล้วนั้น มื่อพิจารณาจากข้อกล่าวหาและระยเวลาที่ผ่านมา เห็นได้ว่าข้อเท็จจริงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใต้เป็นอย่างอื่น เพื่อให้กิดการพิจารณามีคำสั่งของอัยการสูงสุดที่เป็นมาตรฐานเดียวกับบุคคลอื่นที่โดนกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เราเห็นว่าอัยการสูงสุด ต้องรีบมีคำสั่งทางคดีตามหลักฐานที่กองทัพบกได้เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายทักษิณ ชินวัตร โดยเร็วที่สุด

คปท.ยื่นหนังสือจี้อัยการสูงสุด ขอให้ดำเนินคดี ‘ทักษิณ’อดีตนายกฯ คดีหมิ่นเบื้องสูงมาตรา 112 โดยยึดกฎหมายเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ นายพิชิต ไชยมงคล,นายนัสเซอร์ ยีหมะ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.), ดร.ใจเพชร กล้าจน ตัวแทนกองทัพธรรม และ นายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (คปปส.) เดินทางมายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้ดำเนินการโดยยึดกฎหมายเป็นหลัก

ซึ่งมี นายณรงค์ ศรีระสันต์ เเละนายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด รับหนังสือร้องเรียน

นายพิชิต กล่าวว่า การที่อัยการสูงสุด ได้เลื่อนการมีคำสั่งคดี นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  มาเป็นวันที่ 29 พ.ค.2567 โดยระบุว่า พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติม ตามที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งยังไม่ครบถ้วนนั้น การใช้สิทธิ์ในการขอความเป็นธรรมและการใช้สิทธิ์โนการชี้แจงข้อกล่าวหานั้น เป็นสิทธิ์ทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้

 แต่ที่ผ่านมาพวกเราเห็นว่า การใช้สิทธิ์ทางกฎหมายของ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นเพียงข้ออ้างในการถ่วงเวลาเพื่อขยายเวลาคดีออกไปให้ได้นานที่สุดเท่านั้นเอง ทั้งที่นายทักษิณ ชินวัตร สามารถที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาตามกฎหมายได้ก่อนหน้านี้อยู่แล้วการดำเนินการทางคดีเพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกับบุคคลอื่นที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นความผิดที่กระทบต่อความรู้สึกของประชนชาวไทย จึงมีความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ควรทำให้เกิดข้อครหาว่า อัยการสูงสุต ได้ช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ต้องหา

เป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้อัยการสูงสุดเคยมีมติสั่งฟ้องไปแล้วนั้น การขยายเวลาให้สอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก็ได้ดำเนินการมาแล้ว ข้อเท็จจริงทางคดีจึงน่าจะได้ข้อสรุปมีคำสั่งทางคดีได้ทันที

ที่ผ่านมาสำนักงานอัยการสูงสุดได้ออกมาชี้แจงการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ต้องหาว่าจะตำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัต โดยคำนึงถึงสิทธิ์ของผู้ต้องหาดามกฎหมายนั้น 

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกองทัพธรรม เห็นว่า การที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมเพื่อต่อสู้คดีนั้น เราขอเรียนต่ออัยการสูงสุดประกอบการพิจารณาว่า กรณีผู้ต้องหาได้กระทำความผิดและมีการร้องทุกข์กล่าวโทษโดยกองทัพบกเพื่อไห้พนักงานอัยการเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมายนั้น การแจ้งข้อกล่าวหานั้นพนักงานอัยการใด้รับเรื่องและมีการดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมโดยชอบ แต่ผู้ต้องหากลับหลบหนีอยู่ต่างประเทศไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาเอง การร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหานั้น เป็นการยื่นร้องขอความเป็นธรรมที่มาจากผู้ต้องหาหลบหนีและไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมไทยตั้งแต่ต้น การยื่นร้องขอความเป็นธรรมในวันแจ้งข้อกล่าวหาต่อหน้าอัยการนั้นเป็นเพราะว่า ผู้ต้องหาไม่สามารถหลบหนีได้อีกเนื่องจาก ตกเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาด ดังนั้นการยื่นร้องขอความป็นธรรมดังกล่าวจำเป็นที่พนักงานอัยการต้องพิจารณาพฤติการณ์ผู้ต้องหาที่มีการหลบหนี มาประกอบความเห็นในการพิจารณาการร้องขอความเป็นธรรมด้วย

‘วิษณุ’ เล่าเอง ‘นายกฯเศรษฐา’ ไปที่บ้าน คุยเรื่องอะไร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575608

28 พ.ค. 2567

13:52 น.

'วิษณุ' เล่าเอง 'นายกฯเศรษฐา' ไปที่บ้าน คุยเรื่องอะไร

‘วิษณุ’ บอกเอง ‘นายกฯเศรษฐา’ แวะไปที่บ้าน พูดคุยกันเรื่องอะไร ขณะที่เจ้าตัว เปิดเผยว่ายอมรับตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษา สลค.’

วันที่28พ.ค.2567 นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา เปิดเผยกับ เนชั่นทีวี ถึง การพูดคุยกับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่25พ.ค.2567 ที่บ้านพัก จนกระทั่งเช้าวันนี้ มีข่าวว่า นายกฯ เซ็นคำสั่ง แต่งตั้ง นายวิษณุ เป็น ที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สลค. ) ว่า  ยอมรับว่า ได้รับตำแหน่ง ที่ปรึกษา สลค. จริง 

เป็นการพูดคุยกับ สลค. หลังจาก พ้นตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ไว้นานแล้ว พอ นายเศรษฐา ทราบข่าว ก็มาบอกให้ตนทราบว่า จะมีการลงนามแต่งตั้ง นายวิษณุ  เป็น ที่ปรึกษา สลค.

“ก่อนหน้านี้ ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ สลค. ซึ่งมีการปรับระบบ ระเบียบของเอกสาร งาน สลค. และ ครม. มาก่อน ว่าจะให้ผมมาเป็นที่ปรึกษา” นายวิษณุ กล่าว

ทั้งนี้ ตำแหน่งดังกล่าว ไม่ใช่ตำแหน่งข้าราชการทางการเมือง  ไม่มีอัตราเงินเดือน หรือต้องแสดงบัญชีหนี้สินทรัพย์สินอะไร และไม่เหมือนตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ แต่อย่างใด

นายวิษณุ  กล่าวถึงการพบกับ นายเศรษฐา เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า  ท่านนายกฯ คงจะมาบ้านใครสักแห่ง และอยู่ใกล้ๆบ้านตน จึงแวะเข้ามาพบปะพูดคุย  คุยกันหลายเรื่อง  ท่านยังเล่าถึงการเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ยุโรป  ฝรั่งเศส  รวมถึงที่เป็นประเด็นข่าว เกี่ยวกับ 40สว. ยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบท่านนายกฯ

ส่วนการเป็นหัวขบวน ชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญนั้น  ไม่ใช่ผม  ต้องเป็น คุณพิชิต  ชื่นบาน เป็นหัวขบวน  และตอนนี้ เขา( สำนักเลขาครม.) ก็มีการเตรียมการ ทำคำชี้แจง ล่วงหน้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

นายวิษณุ  ตอบคำถามกรณี เมื่อได้รับแต่งตั้งให้เป็น ที่ปรึกษา สลค. แล้ว จะปูทางสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่านี้หรือไม่ หรือ ตำแหน่งรองนายกฯ  ว่า ไม่ขอรับตำแหน่งใดทางการเมือง และตอนนี้ ก็พักรักษาตัว ดูแลสุขภาพ

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าไปพบจริงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่าง 2 คน

ตรงนี้เป็นที่รู้กันดีว่าการไปพบครั้งนี้ก็เพื่อปรึกษาหารือปัญหากฎหมาย เกี่ยวกับประเด็น 40สว. ร้องขอถอดถอน นายกฯเศรษฐา จากตำแหน่งกรณีแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และถ้าย้อนดูความเห็นก่อนหน้านี้ นายวิษณุเคยให้ความเห็นว่า นายพิชิต ไม่ขาดคุณสมบัติ

สำหรับประวัติ นายวิษณุ เคยเป็น เลขาธิการ ครม. และเคยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ สมัยรัฐบาลไทยรักไทย ก่อนที่จะมาเป็นรองนายกฯ สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ คลี่คลายปมข้อกมในหลายรัฐบาล เป็นมือกฎหมายแถวหน้าร่วมกับ นายมีชัย ฤชุพันธ์  นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ  “นักกม.สามเกลอ”  ในการดีไซน์ กม.รัฐธรรมนูญ ในช่วงที่ทหารเข้ายึดอำนาจ จนทำให้ฝ่ายการเมือง ที่อ้างเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ตามแก้ ตามรื้อกันมาถึงปัจจุบันนี้

แม้ว่าปัจจุบัน นายวิษณุ ประกาศวางมือทางการเมือง เพราะปัญหาสุขภาพ. แต่ยังเป็นกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 2 เกี่ยวกับ งานกฎหมายและบริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะเป็นประธานด้วย

รวมทั้ง ในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นายวิษณุ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ นายทักษิณ ชินวัตร แบบฟาสต์แทรก ก่อนที่อดีตนายกฯ ได้ไปพักรักษาตัว รพ.ตำรวจชั้ น 14. และ ได้กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า

ฉะนั้น การกลับมานั่ง ที่ปรึกษา สลค. อาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ฝ่ายการเมือง บ้านใหญ่จันทร์ส่องหล้า จะทาบทามแล้วทาบทามอีก เพื่อมาช่วยหาทางออกให้ นายเศรษฐา ทางด้านกม. อีกทั้งยังมีภารกิจใหญ่ข้างหน้าในการพาน้องกลับบ้าน เรียกได้ว่า เป็นเนติบริกร ที่มากกว่าแมวเก้าชีวิต

ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายเศรษฐา  ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม. ถึงเหตุผลการแต่งตั้ง นายวิษณุ เป็น ที่ปรึกษา สลค.  ว่า อยู่ในช่วงการร่างคำสั่ง เป็นเรื่องของความถูกต้องและเหมาะสม

เมื่อถามว่า นายวิษณุ พร้อมที่จะเข้ามาช่วยงานใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครับ ใช่ครับ เรื่องนี้ผมได้ไปพูดคุยกับท่านมาแล้ว

ส่วนจะเป็นการสะท้อนหรือไม่ว่ารัฐบาล และพรรคเพื่อไทยขาดกุนซือ มือกฎหมาย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความจริงแล้วการทำงาน ก็มีผู้ชำนาญงานในด้านต่างๆไป ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมายหรือด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเราก็พยายามหาทางเพื่อที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลเพื่อทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอยู่ตลอดเวลา

เมื่อถามว่าใครเป็นคนแนะนำให้นายกรัฐมนตรีไปพูดคุยกับนายวิษณุ  นายเศรษฐา ได้แต่ยิ้มไม่ตอบ ก่อนจะบอกว่าคำถามต่อไปครับ และ กล่าวต่อว่า ก็รู้จักกันอยู่แล้วครับ รู้จักกันเป็นการส่วนตัว

เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีต้องการที่จะไปคุยกับ นายวิษณุ อยู่แล้วไม่มีใครแนะนำใช่หรือไม่  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ครับ เราทำงานเป็นทีมอยู่แล้ว ทีมผมที่ทำงานอยู่ในทำเนียบก็รู้จักอยู่แล้ว โดยเฉพาะ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช  เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็รู้จักกับ นายวิษณุ ดีอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายกังวลแทนเนื่องจาก นายวิษณุ เคยอยู่ในรัฐบาลสมัย พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา จึงเกรงเกรงว่าจะมีการวางยาหรือไม่  นายกรัฐมนตรีกล่าว ถ้ากลัวตรงนี้ ก็คงไม่ไปชวนท่านมา

เมื่อถามย้ำว่า นายวิษณุ ก็พร้อมที่จะช่วยงานรัฐบาลทุกด้านใช่หรือไม่  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าใช้คำว่าทุกด้านดีกว่า แต่เป็นการช่วยงานตามที่มีการพูดคุยกัน ตอนนี้ขอให้รอดูคำสั่งก่อนเพื่อความถูกต้อง

เศรษฐา เซ็นตั้ง “วิษณุ เครืองาม” นั่งที่ปรึกษา สลค. รอคำสั่งอย่างเป็นทางการ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575591

28 พ.ค. 2567

10:10 น.

เศรษฐา เซ็นตั้ง "วิษณุ เครืองาม" นั่งที่ปรึกษา สลค. รอคำสั่งอย่างเป็นทางการ

กลับสู่ทำเนียบ “เศรษฐา” เซ็นแต่งตั้ง “วิษณุ เครืองาม” นั่งที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คาดเตรียมเข้ารายงานตัวเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรี ย้ำ รอคำสั่งอย่างเป็นทางการ

จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยอมรับได้เข้าพบ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณี 40 สว. ยื่นถอดถอนจากตำแหน่งปมเสนอชื่อ นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ล่าสุดวันนี้ (28 พ.ค. 2567) มีรายงานข่าว “เศรษฐา” ได้มีการประสานขอเข้าพบ “วิษณุ เครืองาม” ตั้งแต่ช่วงปฎิบัติภารกิจที่ต่างประเทศแล้ว และนายกฯ ได้ทาบทาม นายวิษณุ เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย 

โดยในช่วงบ่ายวานนี้ ( 27 พ.ค. 2567) นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งให้ นายวิษณุ เป็นที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) และได้ให้เจ้าหน้าที่เตรียมห้องทำงานที่ตึก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ไว้ให้แล้ว โดย นายวิษณุ จะเข้ามารายงานตัวกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ในเร็วๆ นี้

ขณะที่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้ง นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา สลค. ว่า เดี๋ยวรอคำสั่งอย่างเป็นทางการดีกว่า

เมื่อถามย้ำว่า นายวิษณุ จะเข้ามาช่วยงานด้านใดนั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำคำตอบเดิม รอคำสั่งอย่างเป็นทางการดีกว่า ก่อนที่ นายกรัฐมนตรี จะเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1

สำหรับชีวิตของ “วิษณุ เครืองาม” ผ่านการทำงานร่วมกับ 12 รัฐบาล 8 นายกรัฐมนตรี ทว่าในท่ามกลางความผันแปรของบ้านเมืองหลายยุค นับว่าเป็นคนการเมือง ที่ไม่ใช่นักการเมือง ที่เข้ามาเป็นรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รัฐบาลชาติชาย และเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร จวบจนถึงปัจจุบัน ชื่อ “วิษณุ เครืองาม” ก็ปรากฏอยู่ข้างกายนายกรัฐมนตรีมาทุกสมัย
 

ปลายปี 2545 “วิษณุ เครืองาม” เข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล “ทักษิณ ชินวัตร” ขณะที่ ทักษิณ ได้ฉายาว่าเป็น “เทวดา” ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นนายกฯ อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด วิษณุได้รับฉายาจากผู้สื่อข่าวสายทำเนียบรัฐบาลว่า “เนติบริกร” 

ฉายา “เนติบริกร” มาจากการเป็นมือกฎหมาย และมีส่วนในการอธิบายชี้ช่องเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและการออก 

เมื่อการเมืองพลิกผัน วิษณุ ยื่นใบลาออกต่อ ทักษิณ โดยขอให้มีผลในวันที่ 24 มิถุนายน 2549 อายุงานของ เนติบริกร ในยุคทักษิณ นับเวลาได้ 3 ปี 9 เดือน

หลังการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 “วิษณุ” ได้รับการแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามคำสั่ง (เฉพาะ) ที่ 22/2557

ภายหลังตั้งรัฐบาล คสช. “วิษณุ เครืองาม” ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบดูงานด้านกฎหมายและแก้ไขปัญหาของรัฐบาลต่อเนื่องยาวนานมาถึง 5 ปี เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 “วิษณุ” ก็ยังเป็นรองนายกฯ จนได้รับ 3 ฉายา สมัยรัฐบาลยุค 3 ป. 

“วิษณุ” ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาลเพิ่มเติมอีก 3 ฉายา 

  • ปี 2562 ฉายา ‘ศรีธนญชัยรอดช่อง’ “ความเป็นกูรูด้านกฎหมายของรัฐบาล สามารถช่วยรัฐบาลรอดพ้นปากเหวได้ทุกครั้ง”
  • ปี 2563 ฉายา ‘ไฮเตอร์ เซอร์วิส’ “เปรียบได้กับผลิตภัณฑ์ซักฟอกขาวยี่ห้อดัง ที่สามารถล้างคราบสกปรกให้ขาวสะอาดหมดจดได้”
  • ปี 2565 ฉายา ‘เครื่องจักรซักล้าง’ “หน้าที่เหมือนเครื่องจักรกล คอยซักล้างความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลให้ผ่านพ้น เรื่องไหนผ่านมือเนติบริกรคนนี้ อย่าหวังว่าจะมีใครโต้แย้งได้”

นายกฯ นำทีม รมต. – ผู้ว่าแบงก์ชาติ ประชุม ครม. เศรษฐกิจ นัดแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575575

27 พ.ค. 2567

19:07 น.

นายกฯ นำทีม รมต. - ผู้ว่าแบงก์ชาติ ประชุม ครม. เศรษฐกิจ นัดแรก

นายกฯ นำทีม รมต. – ผู้ว่าแบงก์ชาติ ประชุม ครม. เศรษฐกิจ นัดแรก ระดมความคิด-หาทางออก หลังจากภาวะเศรษฐกิจเติบโตกว่าประมาณการ แต่ไม่ถึงขั้นถดถอย

27 พ.ค. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ นัดแรก ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

โดยนายกฯ กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า เศรษฐกิจในวันนี้ตามที่เราทราบกันดีว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาต่ำกว่าประมาณการค่อนข้างมาก แต่วันนี้ยังไม่เรียกภาวะเศรษฐกิจทดถอย เพราะยังมีเรื่องการท่องเที่ยวที่ยังช่วย แต่ก็ยังเดินหน้าไม่เต็มที่

ที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจไม่ค่อยดีมาอย่างยาวนาน และต่อเนื่อง รวมถึงยังมีปัญหาอีกหลายเรื่อง เช่น ปัญหาเศรษฐกิจโลกโตช้า กำลังซื้ออ่อนตัว โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก รวมถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ และปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมสูงวัย ความสามารถทางการแข่งขัน หนี้ครัวเรือน และหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้( NPL) ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ต้องการการแก้ไขโดยการปรับโครงสร้าง และรากฐานเศรษฐกิจ

แต่อีกหลายเรื่องภาครัฐสามารถทำได้เลย เช่น การเร่งการเบิกจ่ายภาครัฐ การกระตุ้นกำลังซื้อ การท่องเที่ยว ซึ่งแน่นอนว่าเรากำลังทำกันอยู่ และอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด 

และในวันนี้จะมาพูดคุยในเรื่องของรายละเอียด ว่าจะทำกันอย่างไรเพื่อที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยเร็ว จึงเป็นที่มาของการนัดประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพื่อระดมความคิดหาทางออก ช่วยให้เศรษฐกิจโตได้ตามศักยภาพ จึงขอให้ทุกท่านใช้เวทีนี้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ มีอะไรที่อยากจะหารือ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อะไรสามารถทำได้หรือทำไม่ได้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

สำหรับบรรยากาศการประชุม ครม. เศรษฐกิจ นัดแรก ส่วนใหญ่คณะรัฐมนตรีที่เดินทางเข้าร่วมเป็นคณะรัฐมนตรีกระทรวงด้านเศรษฐกิจ อาทิ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายภูมิธรรมเวชชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึง ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมด้วย

การประชุม ครม. ครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเวลา 18.00 น. นายเศรษฐา ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล  ซึ่งระหว่างนั้น นายกฯ ลดกระจกลง พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ได้มอบหมายให้นายพิชัย ชุณวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​คลัง เป็นผู้แถลงข่าวการประชุมทั้งหมด 

ขณะที่ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดินทางกลับออกจากทำเนียบรัฐบาล ภายหลังนายกฯ เดินทางออกไปในเวลา 18.03 น.

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พร้อมทั้ง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ร่วมแถลงการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ว่า การประชุมครั้งนี้ จะต้องมีการรายงานประชุมในทุกสองสัปดาห์ เพื่อนำสิ่งที่เห็นมาทำให้ชัดเจน และมีมาตรการเฉพาะหน้า ที่จะช่วยให้คนออกจากสภาวะ NPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ขณะที่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะต้องดูว่าจะกระตุ้นขนาดไหนถึงจะได้ผล

ส่วนจะเห็นตัวเลข GDP จะโตได้เกิน 2.5 % หรือไม่นั้น ก็ต้องผลักดันทุกวิถีทาง สำหรับมาตรการระยะกลางและระยะยาว จะมาเสริมเรื่องอุตสาหกรรม ซึ่งพบว่าคนไทยมีความรู้เยอะ แต่ขาดประสบการณ์ ซึ่งอาจต้องเพิ่มการฝึกงานจริงอย่างน้อย 1 ปี

ด้าน นายจุลพันธ์ บอกว่า การประชุมวันนี้ ไม่ได้มีการตั้งเป็น ครม. เศรษฐกิจ เหมือนเช่นอดีต ก็เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน และขับเคลื่อนง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังให้ทุกหน่วยงานเตรียมการบ้านมาเสนอปัญหาและการขับเคลื่อน พร้อมโยนโจทย์ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้าจะกลับมาคุยรายละเอียดของแต่ละหน่วยงานเพิ่มเติม ว่ามีอะไรที่ทำไปแล้ว แล้วต้องทำเพิ่ม เพื่อคิดกลไกในการขับเคลื่อน

สำหรับกระทรวงการคลัง มีมาตรการทางภาษีรองรับคาร์บอนเครดิต และการจัดเก็บภาษีบริษัทข้ามชาติที่ต้องมีการปรับแก้กฎหมาย ซึ่งนำส่ง ครม. แล้ว เร็วๆ นี้จะเข้าสู่สภาเพื่อขับเคลื่อนต่อไป

ส่วนเรื่องดอกเบี้ย คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะลดดอกเบี้ยหรือไม่นั้น ตนตอบไม่ได้ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจ ครม. แต่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งก็คือ ดิจิทัลวอลเล็ต ระหว่างนี้จะต้องมีกลไกมาขับเคลื่อน ซึ่งกระทรวงต่างๆก็รับกลับไปวางแผน เพื่อกลับมาหาหรือใหม่

ขณะที่ นายเผ่าภูมิ ระบุว่า ในที่ประชุมมีการเสนอมาตรการจากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เห็นตรงกับกระทรวงการคลัง ในมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. จะช่วยให้ปัญหาที่ทำให้ธนาคารต่างๆไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ เพราะเกรงว่าจะมีความเสี่ยง

โดย บสย.จะเข้ามาค้ำประกันสินเชื่อให้ผ่านจากงบประมาณรัฐบาล เข้ามาดูดซับความเสี่ยง SME ออกไป และทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อให้กับ SME ได้ โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องมีการพิจารณาการค้ำประกันสินเชื่อ หรือปล่อยสินเชื่อให้กับ SME รายใหม่เป็นอันดับแรก

ส่วนวงเงินค้ำประกันขอพิจารณาเพิ่มเติม แต่ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า เป็นเรื่องสำคัญมาก จึงอาจมีการพิจารณาเพิ่มวงเงิน โดยจะนำเสนอเข้าครม. ภายใน 2-3 สัปดาห์นี้

นอกจากนี้ที่ประชุมได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง เร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และเม็ดเงินงบประมาณ ในส่วนสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ได้รับโจทย์ให้ไปเร่งรัดการปล่อยสินเชื่อที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น

นายเผ่าภูมิ ยังกล่าวด้วยว่า นายกฯ มีข้อสั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ให้มีมาตราการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง เข้ามาเสริมช่วงโลว์ซีซั่นท่องเที่ยวของไทย และกระทรวงการคลังจะช่วยสนับสนุนท่องเที่ยวในเมืองรอง

ส่วนเรื่องกรอบเงินเฟ้อว่า เราเห็นถึงความจำเป็น เพราะเงินเฟ้อมีปัญหา 2 มิติ คือ เรื่องกรอบเงินเฟ้อที่ไม่สะท้อนสภาวะเศรษฐกิจจริง และเรื่องกรอบเงินเฟ้อที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่พยายามผลักดันเงินเฟ้อเข้าไปอยู่ในกรอบ จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันต้องพิจารณา

‘วัชระ’ ยื่นอัยการสูงสุุด ยืนคำสั่งฟ้อง ’ทักษิณ’ ผิด ม.112

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575560

27 พ.ค. 2567

16:26 น.

'วัชระ’ ยื่นอัยการสูงสุุด ยืนคำสั่งฟ้อง ’ทักษิณ’ ผิด ม.112

‘วัชระ’ ยื่นหนังสืออัยการสูงสุุด ยืนหลักการเดิมของ อสส.พงษ์นิวัฒน์ สั่งฟ้อง ’ทักษิณ’ ผิด ม.112 หลัง 29 พ.ค.นี้ นัดฟังคำสั่ง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด ขอให้ยืนยันคำสั่งฟ้องอัยการสูงสุด (ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด) ที่ฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร มีความผิดตามมาตรา 122 โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้รับมอบหนังสือ โดยระบุจะนำหนังสือดังกล่าวไปเสนอต่ออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาต่อไป

นายวัชระ กล่าวว่า ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีอากรได้ติดตามคดีนายทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่ประเทศเกาหลีใต้อันเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตั้งแต่ต้น ต่อมานายทักษิณ ขอความเป็นธรรมและอ้างพยานหลักฐานเพิ่มเติม ได้แก่ นายทหารระดับยศพลเอกและนักการเมืองหนุ่มนักเรียนนอก เลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อไทย เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นพยานจัดตั้งและมีผลประโยชน์ทางการเมืองทับซ้อนในปัจจุบันนั้น อัยการสูงสุดต้องยืนหลักการเดิมของอัยการสูงสุด (ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุดในขณะนั้น) ที่มีคำสั่งฟ้องดำเนินคดีนายทักษิณ เพื่อดำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐและนิติธรรม ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะมีการนัดฟังคำสั่งคดี ว่า จะฟ้องหรือไม่ 

นายวัชระ เพชรทองนายวัชระ เพชรทอง

ทั้งนี้ขอให้พิจารณาพยานจัดตั้งของนายทักษิณ ทุกปากและชั่งน้ำหนักพยานอย่างมีดุลยธรรม ก่อนจะสั่งคดีเพื่อความยุติธรรมต่อไปและอย่าใช้กระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐานดังเช่นความเห็นของนายถาวร เสนเนียม อดีตอัยการ ซึ่งนายทักษิณฯ สร้างความเสียหายกับประเทศชาติมากกว่า 1.3 แสนล้านบาท 

โดยก่อนหน้านี้อัยการสูงสุดได้สั่งไม่ฟ้องคนในตระกูลนี้หลายคดีเป็นที่ครหาของสังคมในการใช้ดุลพินิจของอัยการสูงสุดเรื่อยมาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีใบสั่งทางการเมืองหรือไม่ เช่น

1.อัยการสั่งไม่ฟ้อง “แม้วและพวก” ซุกหุ้นเอสซี แอสเสท  
2.อัยการไม่ฎีกาคดี “พจมาน-บรรณพจน์” เลี่ยงภาษีชินฯ  
3.พานทองแท้รอดอัยการชี้ขาดไม่อุทธรณ์ “คดีฟอกเงินกรุงไทย”  
4.โฆษกฯอัยการ แจงยิบสั่งไม่ฟ้อง ‘อดีตเลขาฯ คุณหญิงอ้อ-สามี’ ฟอกเงิน  
 

ทั้งนี้พี่น้องประชาชนสงสัยในการสั่งคดีเป็นอย่างยิ่งและอดีตอัยการสูงสุดคนหนึ่งคือ นายชัยเกษม นิติสิริ ไปเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ประชาชนก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก ดังนั้นคดีนี้จึงต้องรอบคอบถ่องแท้ อย่าเลื่อนการสั่งคดีออกไปอีกและให้โลกร่ำลือในวีรกรรมการสั่งคดีเพื่อประเทศชาติในครั้งนี้ 

ปัจจุบันนายทักษิณเป็นนักโทษ คดีทุจริตถูกจำคุก 1 ปี อยู่ในระหว่างการพักโทษให้ไปถูกคุมขังที่บ้านจันทร์ส่องหล้า กำหนดพ้นโทษวันที่ 31 ส.ค.2567 สถานะในปัจจุบันจึงยังเป็นนักโทษตามกฎหมายกรมราชทัณฑ์ 

คดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา นายทักษิณ ได้เข้ารายงานตัวต่ออัยการสำนักงานคดีอาญา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้วก่อนได้รับการประกันตัว ด้วยวงเงิน 5 แสนบาท ซึ่งอัยการสำนักงานคดีอาญา นัดฟังคำสั่งครั้งเเรกในวันที่ 10 เม.ย. จากนั้นอัยการได้เลื่อนนัดฟังคำสั่งเป็นวันที่ 29  พ.ค.นี้

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน ‘ตะวัน ทานตะวัน’ ผู้ต้องหาคดี ม.116

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575554

27 พ.ค. 2567

15:44 น.

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน 'ตะวัน ทานตะวัน' ผู้ต้องหาคดี ม.116

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน ‘ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ‘ ผู้ต้องหาคดี มาตรา 116 เตรียมปล่อยตัวเย็นวันนี้ หลังถูกคุมขัง 104 วัน

27 พ.ค.2567 เฟซบุกเพจ “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า  ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน “ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์” ในคดี ม.116 แล้ว หลังถูกคุมขังมาตั้งแต่ชั้นฝากขังจนคดีถูกสั่งฟ้องเป็นระยะเวลานาน 104 วัน พร้อมกับอดอาหารประท้วงก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน \'ตะวัน ทานตะวัน\' ผู้ต้องหาคดี ม.116

โดยปัจจุบันตะวันถูกควบคุมตัวอยู่ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมกับ #แฟรงค์ ณัฐนนท์ เพื่อนร่วมคดีเดียวกัน

โดยวันนี้ศาลให้ประกันตัวตะวัน ด้วยเงื่อนไขให้ใส่กำไล EM ส่วนแฟรงค์ทนายความจะยื่นประกันต่อไป

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน \'ตะวัน ทานตะวัน\' ผู้ต้องหาคดี ม.116

สำหรับการปล่อยตัวตะวันในวันนี้ ทนายความกำลังตรวจสอบว่านอกจากนี้คดีนี้ ตะวันยังมีหมายขังในคดีอื่นอยู่อีกหรือไม่ หากมีจะยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อไป หรือหากไม่มีคดีใดเหลืออยู่แล้วตะวันก็จะได้รับการปล่อยตัววันนี้ทันที

เศรษฐา ยอมรับหารือ วิษณุ สู้คดี 40สว. พร้อมเร่งทำงาน หลังคะแนนนิยมตก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575528

27 พ.ค. 2567

11:00 น.

เศรษฐา ยอมรับหารือ วิษณุ สู้คดี 40สว. พร้อมเร่งทำงาน หลังคะแนนนิยมตก

“เศรษฐา” รับหารือข้อกฎหมาย “วิษณุ” สู้คดี 40 สว. พร้อมเร่งทำงาน หลังคะแนนนิยมตกตามหลังก้าวไกล จับตาประชุม ครม.เศรษฐกิจ เย็นนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าได้ปรึกษาหารือเรื่องข้อกฎหมายกับนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับคดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง 40 สว. เกี่ยวกับการตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี โดยได้ไปพบที่บ้านพักเมื่อวานนี้ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดขอให้เป็นเรื่องระหว่างตนกับนายวิษณุ 

ทั้งนี้การทำคำชี้แจงยังไม่แล้วเสร็จ แต่มั่นใจว่า จะสามารถชี้แจงได้ และระยะเวลา 15 วัน เพียงพอไม่ต้องขอขยายเวลาเพิ่ม

ขณะที่เมื่อวานนี้ สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของประชาชนเรื่องคะแนนนิยม พบว่าคะแนนนิยม ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ต่ำกว่าคะแนนนิยมของพรรคก้าวไกล ทั้งตัวบุคคล และพรรค จะส่งผลให้นายกรัฐมนตรีต้องเร่งทำงานหรือไม่ เพราะจะครบ 1 ปีแล้วนั้น  

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน ที่ต้องให้ความเคารพกับข้อมูลที่ได้มา และไม่อยากจะอ้างเรื่องงบประมาณปี 2567 ที่เพิ่งออกมา ซึ่งวันนี้ (27 พ.ค.67) จะมีการประชุม ครม. เศรษฐกิจที่ทำเนียบช่วงเย็น

ส่วนการประชุมจะมีประเด็นใดเป็นพิเศษนั้น นายกฯ กล่าวว่า จะต้องรอผลหลังเสร็จสิ้นการประชุม ก็ต้องให้เกียรติคณะกรรมการท่านอื่นด้วย เพราะไม่ได้เป็นการสั่งการ แต่เป็นการมาพูดคุย ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร มีข้อเสนอแนะอย่างไร ถ้าให้ข้อมูลก่อนจะไม่เหมาะสม

เมื่อถามว่า มีมาตรการในใจแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขอไม่ให้รายละเอียด บอกเพียงว่าเป็นไปตามที่พูดไปแล้ว

โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.67) ได้รับประทานอาหารกับ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเตรียมความพร้อมว่า จะมีการพูดคุยเรื่องใดบ้าง ซึ่งจะต้องให้เกียรติคณะกรรมการที่มาร่วมประชุม หากจะมาให้ข้อมูลก่อนก็คงไม่เหมาะสม ทั้ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และคนอื่น ๆ  ซึ่งวันนี้ไม่ได้มาสั่งการ แต่เป็นการพูดคุยว่าแต่ละคน มีข้อคิดเห็นอย่างไร มีข้อเสนอแนะอย่างไร

ส่วนจะเป็นมาตรการระยะสั้นก่อนหรือไม่ นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมวันนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และไม่อยากใช้คำว่า ครม.เศรษฐกิจ แต่เป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  ย้ำว่าขอฟังความคิดเห็นก่อน ยังไม่แน่ใจว่าจะออกมาเป็นมาตรการหรือไม่

ไขคำตอบ ‘ย้ายทะเบียน’ ช่วงไหนแล้วยังได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท อยู่ไหม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575481

26 พ.ค. 2567

20:09 น.

ไขคำตอบ 'ย้ายทะเบียน' ช่วงไหนแล้วยังได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท อยู่ไหม

ไขคำตอบ ‘ย้ายทะเบียน’ ช่วงไหนแล้วยังได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท อยู่ไหม หากช่วงนี้จะเปลี่ยนที่อยู่อาศัยหรือต้องย้ายทะเบียนบ้าน เหตุการใช้จ่ายยึดขอบเขต “อำเภอ” ที่อยู่ในทะเบียนบ้าน เป็นยังไง ไปหาคำตอบกัน

ไขคำตอบ \'ย้ายทะเบียน\' ช่วงไหนแล้วยังได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท อยู่ไหม

เปิดเงื่อนไขเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไตรมาส 4 ได้ใช้แน่ ๆ เรื่องนี้ชัดเจนเป็นที่แน่นอนแล้วหลังจาก นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดไทม์ไลน์การดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต โดยจะเริ่มลงทะเบียนทั้งร้านค้าและประชาชนภายในไตรมาสที่ 3 และ โอนเงินเข้าวอลเล็ต ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อใช้จ่ายในไตรมาสที่ 4 ในปี 2567 

สำหรับประชาชนที่ต้องการย้ายที่อยู่ในทะเบียนบ้าน สามารถดำเนินการได้ในช่วงก่อนจะถึงวันลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเมื่อมีการลงทะเบียนแล้ว จะไม่สามารถย้ายได้อีก

“การย้ายทะเบียนบ้าน เราขีดเส้นที่วันลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ” 

สำหรับการยืนยันตัวตน ประชาชนที่มีสิทธิต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” แล้วลงทะเบียนเข้าร่วม-ยืนยันตัวตน ซึ่งจะมีกระบวนการตรวจสอบสิทธิต่อไป ทั้งเรื่องรายได้ บัญชีเงินฝาก หรืออายุ และเมื่อตรวจสอบเสร็จจะมีข้อความให้กดยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการ 

โดยมี 2 กลุ่ม จะมีขั้นตอนเข้าร่วมโครงการต่างกันดังนี้


-ประชาชนที่เคยยืนยันตัวตนผ่านโครงการรัฐในหลาย ๆ โครงการ ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ ถือว่าขึ้นทะเบียนอยู่ในระบบ แต่ต้องมีการยืนยันรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ และรอยืนยันสิทธิ

–ผู้ไม่เคยเข้าร่วมโครงการรัฐมาก่อน ต้องทำกระบวนการยืนยันตัวตนตั้งแต่ต้น และยืนยันรับสิทธิเข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ ได้แก่ ประชาชนจำนวนประมาณ 50 ล้านคน โดยจะมีเกณฑ์ ได้แก่

-อายุเกิน 16 ปี ณ เดือนที่มีการลงทะเบียน

-ไม่เป็นผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 840,000 บาทต่อปีภาษี

-มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท


ส่วนเงื่อนไขการใช้จ่าย มีดังนี้

-ประชาชนกับร้านค้า ใช้จ่ายเชิงพื้นที่ในระดับอำเภอ (878 อำเภอ) โดยกำหนดให้ใช้จ่ายกับร้านค้าขนาดเล็กที่ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดเท่านั้น

-กลุ่มร้านค้ากับร้านค้า ไม่กำหนดเงื่อนไขการใช้จ่ายเชิงพื้นที่ระหว่างร้านค้ากับร้านค้าในระดับอำเภอ และขนาดของร้านค้าการใช้จ่ายเงินสามารถใช้จ่ายได้หลายรอบ