เบื้องลึก ‘พิชิต ชื่นบาน’ องครักษ์พิทักษ์นายกฯ ‘เศรษฐา’ กับเหตุผลทำไมลาออก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575363

24 พ.ค. 2567

14:46 น.

เบื้องลึก 'พิชิต ชื่นบาน' องครักษ์พิทักษ์นายกฯ 'เศรษฐา' กับเหตุผลทำไมลาออก

‘พิชิต ชื่นบาน’ เปิดใจแบบเจาะลึกกับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ หลังจากพ้นตำแหน่ง งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีง ได้เพียง 2 วัน โดยบอกว่า ตัวเองลาออกครั้งนี้เพื่อชาติ เลือกสละ ‘เรือ’ มารักษา ‘ขุน’ ให้สมกับคำ ประกาศว่าเป็น องครักษ์พิทักษ์นายกฯ ‘เศรษฐา ทวีสิน’

พิชิต ชื่นบาน โชว์หนังสือลาออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีพิชิต ชื่นบาน โชว์หนังสือลาออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

วันที่24พ.ค.2567 กรณี ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียงให้รับคำร้องของ 40สว. เพื่อวินิจฉัยสถานะ คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ เศรษฐา ทวีสิน ในฐานะผู้ถูกร้องที่ 1 เพียงตำแหน่งเดียว ขณะที่ พิชิต ชื่นบาน ผู้ถูกร้องที่ 2 ศาลได้มีมติ 8 ต่อ 1 เสียงไม่รับคำร้องได้พิจารณา เพราะเหตุแห่งการ ลาออก จากรัฐมนตรีได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2567

พิชิต ชื่นบาน นั่งตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้เพียง 24 วัน เล่าถึงความรู้สึกกับข้อครหาว่า เป็น ทนายถุงขนม ทั้งที่คำสั่งของศาลฎีกา ที่ 4599/2551 ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2551 ในคดีละเมิดอำนาจศาล เป็นการตัดสินด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเท่านั้น และคำสั่งดังกล่าวไม่ใช่การต้องโทษในคดีอาญา ที่มีผลต่อลักษณะต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรี ด้วยฟางเส้นนี้ทำให้ เศรษฐา ต้องถูกลากไปถึง ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลของคำวินิจฉัยมีเพียง “รอด” หรือ “ร่วง” เท่านั้น

“ผมเป็นคนเดียวในประเทศไทย ที่ศาลเดียวตัดสินแล้วจบชีวิตเลย จริงๆคนที่มีใจให้ความเป็นธรรมกับผม ต้องคิดเรื่องนี้เป็นกรณีศึกษา ในแวดวงชุมชนนักกฎหมาย ต้องเอาเรื่องผมไปศึกษา” พิชิต กล่าว

พิชิต ยังกล่าวด้วยว่า นักการเมือง ต้องหาคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินแล้ว ก็ยังมีสิทธิอุทธรณ์ได้ แต่ทนายความ ทำงานศาลเดียวจบ คดีเกิดที่ศาลฎีกาคดีถึงที่สุดแล้ว เรียกลูกศิษย์ เพื่อนทนายความ เราว่าดูไม่ผิด ไม่มีกฎหมายบัญญัติ เหตุเกิดที่ศาลฎีกา ข้องใจมันโดนครั้งที่สองก็ช็อกอีก

พิชิต กล่าวถึงคดีละเมิดอำนาจศาล ในระหว่างที่ว่าความให้ลูกความคือ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2551 เพื่อต่อสู้คดีที่ดินรัชดา แต่การว่า ความของเขากลับมาประสบชะตากรรมที่ไม่คาดในชีวิต ซึ่ง ผมเข้าใจธรรมเนียมเข้าใจในกรอบกฎหมายดีพอ ในประเด็นที่มีการกล่าวหาว่าให้สินบนเจ้าหน้าที่ศาล มันไม่มีเหตุจูงใจใดๆ เลย นั่งคิดนอนคิด กี่ตลบ เราไม่มีจิตวิปลาส หรือเสียสติ เอาเงิน 2 ล้านขึ้นไปให้เจ้าหน้าที่ศาล มันหาเหตุหาผลไม่ได้ ด้วยเรื่องอะไร เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องรับชะตากรรม

เมื่อถามว่า ปกติวิสัยเป็นทนายจะต้องถือถุงกระดาษมีเงินจำนวนมากไปศาลหรือไม่ พิชิต บอกทันทีว่า “เป็นไปไม่ได้หรอก เอาสมองส่วนไหนคิด วิชาชีพทนายความ การจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหน้าที่ศาล มันมีหลายวิธี ไม่ต้องทำเรื่องเสียสติ ผมใช้คำว่าเสียสติ ผมไม่รู้ใครอะไรยังไง ผมอยู่ห้องแคบๆ ห้องพักรับรองกับลูกความผมอยู่ ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เอาตัวผม หรือทนายความทั่วไป ไม่มีใครมีความคิดอย่างนั้นหรอก”

หลังจากที่ รู้ว่า ศาลฎีกา มีคำสั่งให้คุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เป็นเวลา 6 เดือน พิชิต บอกว่า พยายามจะต่อสู้ด้วยการร้องขอต่อประธานศาลฎีกา เพื่อให้นำเรื่องละเมิดอำนาจศาลมาขอคืนความเป็นธรรม และมีความคิดด้วยว่า จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องการถูกตัดสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เพราะคดีนี้ไม่ได้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกา แต่เพื่อนฝูงที่เป็นผู้พิพากษา อัยการได้ห้ามปรามและบอกให้ทนๆ ไป

“ผมถูกคุมขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ 6 เดือนเข้าไปคืนแรกนอนร้องไห้ จากคนที่ไม่เคยร้องไห้ ชีวิตเราทำไมต้องเป็นแบบนี้ ซึ่งเวลาเราว่าความไม่เคยแกล้งใคร ไม่เคยทำให้ใครทำขาวให้เป็นดำ ทำดำให้ขาว เราทำงานตรงไปตรงมา ว่าทำไมอย่างนี้ ก็พยายามหาคำตอบในชีวิต”

พิชิต เล่าต่อว่า ตนเข้าไปอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีแขกเยี่ยมมากที่สุดทุกวัน วันละ 30-50 คน และก็ได้ข้อคิดว่า คนที่ถูกคุมขังรับโทษ เหมือนนรก สวรรค์บนแผ่นดินมีจริง คนไม่มีพวกก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเลยนะ อยู่ในนั้นเป็นปีสองปีก็ไม่มีใครมาเยี่ยม ตนก็เอาสิ่งที่ได้รับจากการเยี่ยมทั้งบุหรี่ ทั้งอาหารก็ไปแจก ในแดนที่ ตนอยู่ 400 กว่าคน ตนได้สัจธรรม ชีวิตถ้าเราอยู่ถ้าอยู่ข้างนอกไม่มีโอกาสเจอคนพวกนี้หรอก

พิชิต เล่าว่า เหมือนเขาให้สติ อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ ข้างในถ้าคนอยู่ไม่เป็น เย็นไม่พอ รอให้ได้ ก็ฆ่าตัวตาย หรือป่วยทางจิต เขาเรียกรั่ว คือ เดินมองท้องฟ้า ตน ก็กลัวรั่ว ซึ่ง ตน ก็อาศัยเวลา 6โมงเช้าวิ่งหน้าเสาธง วิ่งเพื่อให้วันนั้นมันเหนื่อย เพื่อนอนหลับ เพลียนอนหลับ ก็เริ่มนอนหลับ จาก 3 เดือนหลับบ้างไม่หลับบ้าง

“เอาว่าในประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน แล้วให้ผมสาบานหรืออะไรก็ได้ในทางเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมพร้อมไปทุกที่เลยในชีวิตผม จะเอากันแบบบ้านๆ เวลาขึ้นศาลยังมีคำสาบาน จะให้การให้ความสัตย์จริง เอาไปได้เลย สาบานที่ไหนในโลกนี้ จุดนี้สำคัญที่สุด ถ้าผิดคำสาบานให้มีเหตุเป็นไป ซึ่งคำสั่งนี้มีข้อสังเกตหลายประการ ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่ผมถูกตัดสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ศาลเดียวจบ ไม่สามารถอุทธรณ์ ฎีกาได้มากมาย”

จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 16 ปีในคดีละเมิดอำนาจศาล พิชิต ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โดยในปี 2554 จนถึงปี 2567 พิชิต มารับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี  เศรษฐา  กระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด

ในช่วงจังหวะนี้  40 สว. เดินเกมทันที ร้องศาลรัฐธรรมนูญถึงสถานะความเป็นรัฐมนตรีของ  เศรษฐา  โดยมี พิชิต เป็นต้นเหตุแห่งคำร้อง

พิชิต บอกว่า ใครจะมองผมว่า จะมาตัดตอนหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมไม่ได้คิดหรอก ตน คิดแต่ว่า นายกฯ เศรษฐา ต้องอยู่ ตนถึงบอกว่า ตนเป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯ เศรษฐา จึงเลยลาออกจากรัฐมนตรี เพราะคิดอย่างเดียวว่า จะเซฟ เมื่อเหตุมาจากตน ก็ต้องมีจิตสำนึก สปิริตมีความรับผิดชอบ ถ้าอยู่แล้วทำงานทำให้เสีย อยากให้ท่านทุ่มเทสรรพกำลังทำงานให้ประเทศชาติ

ถามว่า ทำงานเป็นรัฐมนตรีเพียง 23-24 วันเสียดายหรือไม่ พิชิต บอกว่า  ไม่ยึดติดตำแหน่ง จะอยู่ 1-2 ปี อยู่กี่เดือน ก็ไม่เที่ยง แต่ตำนานที่ เรา ได้ทำอะไรไว้แก่ชาติบ้านเมืองสำคัญกว่า นี่คือสำนึกในชีวิตผม ผมลาออกวันนี้ ผมไม่ได้มีความเดือดเนื้อร้อนใจเลยนะครับ กลางคืนนอนหลับปุ๋ย

“ความรู้สึกผมไม่ยึดติด ขออยู่กับปัจจุบัน ตอนนี้กลับมาตัวตน พิชิต ชื่นบาน คนเดิม ผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรีสายล่อฟ้า ผมเป็น พิชิต ชื่นบาน ใครรู้จักผมทำงานกับผมจะรักผม”

พิชิต บอกด้วยว่า “การ ลาออก ครั้งนี้ ทำงานเพื่อชาติ ตำแหน่งเป็นเรื่องชั่วคราว จำไว้นะครับ ตำนานเป็นเรื่องยาวนาน ตน สร้างมาตรฐานครั้งนี้เป็นตำนานว่า ถ้ามีประเด็นปัญหาทำให้ ครม. นายกฯมีปัญหา ประเทศชาติสะดุด ผมลาออกเพื่อชาติ เลยเขียนใบลาออก” 

สำหรับคำร้อง ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ เศรษฐา  แล้ว โดย พิชิต บอกว่า เป็นดุลพินิจของศาล ผมไม่ก้าวล่วง  ไม่ควรตั้งสมมติฐานแทนว่า จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  เมื่อเรื่องอยู่ที่ศาลต้องเคารพดุลพินิจของศาลท่าน แต่เรื่องส่วนตัวผม ผมดับที่เหตุแล้ว

ถามถึงภารกิจของ พิชิต มาเป็นรัฐมนตรีครั้งนี้ถูกมองว่ามีภารกิจสำคัญพา “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ กลับประเทศ ทำให้ พิชิต บอกว่า คนพูดกันไม่รู้หลักเกณฑ์กฎหมายบ้านเมือง ตัวผมจะทำอะไรได้ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มันก็แค่ทำได้ที่ปรึกษากฎหมาย พอถ้าท่านจะกลับ เครื่องบินลงจอดเสร็จ ท่านก็หมดอิสรภาพแล้ว เพราะท่านจะถูกตำรวจเอาหมายไปควบคุมตัว เสร็จก็ส่งไปศาล ศาลจะออกใบแดงแจ้งโทษ เสร็จท่านก็อยู่ในความดูแลกรมราชทัณฑ์แล้ว ถามว่า พิชิต ชื่นบาน ช่วยอะไรได้

“เราเคารพการตัดสินใจของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านเป็นบุคคลที่ ผมให้ความเคารพด้วยชีวิตเลยก็ได้ เพราะท่านมีเมตตากับผม ท่านเป็นคนไม่มีวาระซับซ้อน ตรงไปตรงมา จิตใจดี ท่านเป็นคนมีบุญคุณในชีวิตผม ผมก็ต้องพูดเรื่องจริงเท่านั้น ท่านกลับมาต้องเจออย่างนี้นะ ผมจะไปโกหกท่านได้อย่างไร”

พิชิต กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่กลัวที่สุดในชีวิต คือ พรรคพวกทิ้งตน มากกว่าตำแหน่ง ตนถึงคิดว่าตำแหน่งเป็นเรื่องชั่วคราว ตำนานเป็นเรื่องยืนยาวกว่า ก่อนดินจะกลบหน้าผม ผมถือว่าต้องสร้างตำนาน แม้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องใหญ่ของผม การตัดสินใจของผมทำให้ประเทศชาติ ประชาชน มีความสุขด้วย

ที่มา..https://www.bangkokbiznews.com/politics/1128283?anf=

ผิดหวังซ้ำ ทนายด่าง เผยราชทัณฑ์ไม่ให้วงจรปิดขั้นตอนการรักษา ‘บุ้ง’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575352

24 พ.ค. 2567

13:56 น.

ผิดหวังซ้ำ ทนายด่าง เผยราชทัณฑ์ไม่ให้วงจรปิดขั้นตอนการรักษา 'บุ้ง'

ทนายด่าง เผยราชทัณฑ์ไม่ให้วงจรปิดขั้นตอนการรักษา ‘บุ้ง’ เกรงได้รับผลกระทบเรื่องความมั่นคง และเกิดความเสียหายกับผู้เสียชีวิต

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชนนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน

ที่ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน เดินทางมาเพื่อเข้าไปขอไฟล์ภาพกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ทะลุวัง นักกิจกรรมทางการเมือง ตามที่ได้แจ้งกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ โดยนัดหมายเข้ามารับในวันนี้ เพื่อนำไปตรวจสอบประกอบหาสาเหตุของการเสียชีวิต

ทนายกฤษฎางค์ ใช้เวลาเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ ประมาณ 1ชั่วโมง ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยระบุว่า เหตุผลที่ต้องการภาพกล้องวงจรปิดขณะที่บุ้งนอนพักรักษาตัวช่วงเช้าวันที่ 14 พ.ค. เพื่อมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นตรงกับที่แถลงข่าวหรือไม่ มีขั้นตอนการดูแลรักษาตามที่แจ้งไว้ ว่ามีการทำซีพีอาร์ ให้การช่วยเหลือ มีการหอบหิ้วบุ้งลงไป เอ็กสเรย์ปอด ทำทีซีสแกนสมอง หรือไม่ และช่วยปั๊มหัวใจตลอดเวลาหรือไม่ ลักษณะการปั๊มหัวใจเว้นระยะแค่ไหน เพราะเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้ทราบได้ว่า การรักษาพยายามได้มาตรฐานหรือไม่ 


 


แต่กรมราชทัณฑ์ไม่ให้ภาพจากกล้องวงจรปิด โดยให้เหตุผล 3 ข้อคือ ในภาพเคลื่อนไหว มีภาพของเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่พยาบาล อยู่เกรงว่ามีผลกระทบ  และเป็นเรื่องของความมั่นคง เนื่องจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เป็นเรือนจำ รวมถึงกังวลว่าจะเกิดความเสียหายกับผู้เสียชีวิตเพราะมีภาพการช่วยชีวิต

เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่เกรงว่า หากทนายความและครอบครัวได้ภาพวงจรปิดไปแล้ว จะนำมาเผยแพร่กับสื่อมวลชน ทั้งนี้หากต้องการภาพ ก็ให้ทางทนายความและครอบครัว ไปอุทธรณ์คำสั่งในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารทางราชการ และฟ้องศาลปกครอง ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังได้ทำหนังสือลงวันที่ 22 พ.ค.แจ้งไปยังพ่อและแม่ของ น.ส.เนติพร ว่าหากต้องการมาดูภาพวงจรปิด ให้สามารถมาดูได้

พร้อมมองว่า การที่ทางกรมราชทัณฑ์ ไม่ให้ภาพกล้องวงจรปิด นั้น ถือเป็นการปิดโอกาสในการเคลียร์ความบริสุทธิ์ใจของกรมราชทัณฑ์ต่อสาธารณะชน เพราะหากดูผลการชันสูตรและรายงานการรักษา 5 วัน ย้อนหลัง 26 แผ่นที่ได้มานั้น ยังมีข้อสงสัยในหลายประเด็นเกี่ยวกับการช่วยชีวิต 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘หยก’ เคลื่อนไหว เผยความในใจหลังสูญเสีย บุ้งhttp://https://www.komchadluek.net/news/general-news/574706

ทั้งนี้ เมื่อไม่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ทนาย กล่าวว่า จะนำข้อมูลที่มี ทั้งผลการชันสูตร ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ประวัติการรักษา มาวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งยังมีข้อสงสัยหลายประเด็น ทั้งเรื่องของการให้สาร และการช่วยชีวิต การรักษา เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนจะแถลงข่าวอีกครั้ง ในสัปดาห์หน้า

เตือน’ ผู้สมัครสว.’ โทษหนัก หากมี ‘ผู้มีตำแหน่งทางการเมือง’ ช่วยเหลือ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575344

24 พ.ค. 2567

12:23 น.

เตือน' ผู้สมัครสว.' โทษหนัก หากมี 'ผู้มีตำแหน่งทางการเมือง' ช่วยเหลือ

‘กกต.’ เตือน ‘ผู้สมัครสว.’ โทษหนัก หากพบยินยอมให้ ‘ผู้มีตำแหน่งทางการเมือง’ ช่วยเหลือ ทั้งจำคุก ทั้งปรับ แถมยังโดนเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วย

วันที่24พ.ค.2567 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) เผยโทษของการยินยอมให้ผู้อื่นเข้ามาช่วยเหลือในการสมัครสมาชิกวุฒิสภา ( สว. )  รวมถึงโทษตามกฎหมาย ผู้สมัครสว. ที่ยินยอมให้ผู้สมัครอื่น กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เข้ามาช่วยเหลือผู้สมัครไม่ว่ากรณีใดๆ 

หาก ฝ่าฝืน จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี

ขณะที่วันนี้เป็นวันรับสมัคร สว. วันสุดท้าย โดยจะเปิดรับสมัครช่วงเวลา 08.30 -16.30 น.   ซึ่งยอดผู้สมัคร รวม 4 วันที่ผ่านมา มียอดรวม  34,169  คน    โดยก่อนหน้านี้ กกต. คาดว่าจะมีผู้สมัคร 100,000 คน

กกต.แจ้งเตือน ผู้สม้ครสว.กกต.แจ้งเตือน ผู้สม้ครสว.

‘หมอเหรียญทอง’ เดินหน้าลง ‘สมัครสว.’ แล้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575339

24 พ.ค. 2567

11:40 น.

'หมอเหรียญทอง' เดินหน้าลง 'สมัครสว.' แล้ว

‘หมอเหรียญทอง’ มาตามนัด ยื่นใบ ‘สมัครสว.’ แล้ว บอกอยากให้มาสมัครกันเยอะๆ เปิดรับ ‘สมัครสว.’ วันสุดท้าย สำนักงานเขตหลักสี่ยังเงียบเหงา

พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เดินทางมาลง สมัครสว. ที่สำนักงานเขตหลักสี่พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เดินทางมาลง สมัครสว. ที่สำนักงานเขตหลักสี่วันที่24พ.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับสมัครผู้ สมัคร สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) ในวันสุดท้าย ที่ สำนักงานเขตหลักสี่ มีผู้สมัครทยอยเดินทางมาส่งใบสมัครแล้ว หนึ่งในนั้นคือ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ หลังจากเมื่อวานนี้(23พ.ค.2567) ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กว่าจะเดินทางมา สมัครสว. ด้วยตนเอง ใช้เวลาสมัครประมาณ 40 นาทีเท่านั้น

จากนั้น พล.ต.นพ.เหรียญทอง เปิดเผยว่า อยากให้มาสมัครกันเยอะๆ ถ้าอยากจะเลือกคนดีก็ต้องมาสมัคร ขั้นตอนการสมัครง่ายไม่ยุ่งยาก ส่วนตัวตั้งใจมาสมัครเป็นวันสุดท้ายอยู่แล้ว ทั้งนี้ต้องขอโทษที่ไม่สามารถพูดอย่างอื่นได้ เนื่องจากอาจผิดระเบียบของ กกต.

ด้านนางสาวศุภัชฌา อุวอง หัวหน้าฝ่ายปกครองเขตหลักสี่ ผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ กล่าวว่า 4 วันที่ผ่านมา มี ผู้ สมัครสว. ทยอยเดินทางมายื่นใบสมัคร วันนี้เป็นวันรับสมัคร วันสุดท้าย ยังไม่ทราบว่าจะมีผู้สมัครมาเยอะหรือไม่ แต่ได้เตรียมสถานที่รองรับไว้แล้ว

ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิด ส่วนปัญหามีเพียงวันแรกที่ระบบทะเบียนของกระทรวงมหาดไทยขัดข้อง และผู้สมัครบางคนเอกสารไม่ครบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการรับ สมัครสว. ที่สำนักงานเขตหลักสี่ ไม่คึกคักเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม ยอด ผู้ สมัครสว. รวม 4 วันที่ผ่านมา มียอดรวม  34,169  คน  โดยก่อนหน้านี้ กกต.คาดว่าจะมีผู้สมัครสว. 100,000 คน

‘พล.ต.อ.ศรีวราห์’ ลง ‘สมัครสว.’ ตามคาด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575334

24 พ.ค. 2567

10:46 น.

'พล.ต.อ.ศรีวราห์' ลง 'สมัครสว.' ตามคาด

‘พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล’ อดีตรองผบ.ตร. เดินทางมา ‘สมัครสว.’ ตามความคาดหมาย ในวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัคร

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรองผบ.ตร.พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรองผบ.ตร.

วันที่ 24 พ.ค.2567 เวลา 08.30 น. ที่ ที่ว่าการอำเภอสามพราน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครเลือก สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) วันสุดท้าย

โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีต รอง ผบ.ตร.(ด้านความมั่นคง )และอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เดินทางมา สมัครสว. สายความมั่นคง

เมื่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางมาถึง ได้เดินไปทำความเคารพ พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 10 หลังจากนั้นได้เดินไปไหว้ศาลพระพรหม ประจำอำเภอสามพราน

จากนั้นเดินขึ้นไปที่ห้องรับสมัคร ชั้น 3 ของที่ทำการอำเภอสามพราน โดยมีเจ้าหน้าที่เปิดรับสมัคร พร้อมนำเอกสารแสดงต่อเจ้าหน้าที่ กกต. พร้อมเขียนใบรับสมัครและจ่ายเงินค่าสมัคร รับใบเสร็จแล้วเดินทางกลับ

สำหรับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เคย ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบดูแลด้านความมั่นคง ,  สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเท (สปท.) และ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ไม่เอาสู้ๆ เศรษฐา ลั่น ไม่ต้องให้กำลังใจ พร้อมแจงศาล มั่นใจทำหน้าที่ถูกต้อง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575293

23 พ.ค. 2567

16:28 น.

ไม่เอาสู้ๆ เศรษฐา ลั่น ไม่ต้องให้กำลังใจ พร้อมแจงศาล มั่นใจทำหน้าที่ถูกต้อง

นายกฯ พร้อมแจ้ง ศาลฯ รธน. ขอเวลาศึกษาคำวินิจฉัยก่อน ลั่น ไม่ต้องให้กำลังใจ ยืนยันทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ ไม่ขอวิจารณ์ สว. เล่นเกมต่อรองทางการเมือง

วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยรับคำร้องกรณีการแต่งตั้งนายพิชิตชื่นบานเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ไว้พิจารณาพิจารณาแล้วแต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ว่า มีเวลา 15 วัน เมื่อเสร็จภารกิจวันนี้แล้ว จะโทรศัพท์หารือกับฝ่ายกฎหมาย ว่าจะเตรียมคำชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร ถือเป็นเรื่องธรรมดาในการเข้าสู่การเมือง ต้องสามารถตรวจสอบได้ หากฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายตุลาการมีความข้องใจ ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องไปชี้แจง

ซึ่งตอนนี้ยัง ไม่ทราบว่าจะต้องชี้แจงในประเด็นอะไรบ้าง เพราะอยู่ระหว่างการหารือกับภาคเอกชน ของประเทศญี่ปุ่น แต่ยืนยันว่าเป็นธรรมดาของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องรับฟัง และมั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ พร้อมย้ำว่า ต้องให้เวลาศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณา ตนเองไม่อยากกดดัน ศาลฯ และตอนนี้ก็ยังไม่ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำคำชี้แจง เมื่อกลับประเทศไทยไปแล้วจะไปพิจารณาร่วมกัน 

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ในระหว่างการปฎิบัติภารกิจอยู่ในต่างประเทศขณะนี้ ไม่มีผลกระทบกับการเจรจาและการพูดคุยกับนักธุรกิจในวันนี้ เพราะไม่ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งต้องแยกแยะให้ถูก เรื่องปัญหาในประเทศไทยก็ต้องแก้ไขกันไป มีทีมงานที่ช่วยดูแลอยู่แล้ว 

นายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่อยากมองเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่เป็นเรื่องที่ต้องรับทราบ และให้ความกระจ่างกับสังคม  มั่นใจว่าตนเองปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งต้องดูรายละเอียดคำวินิจฉัยอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร และเชื่อว่าคนที่จะทำหน้าที่ในการตัดสินจะต้องพิจารณาอย่างดี

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า สว. เล่นเกมต่อรองทางการเมือง นั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่ทราบ ว่าต้องการต่อรองอะไร และต้องไม่คิดไปในแง่ลบ เพราะ สว. ก็มีหน้าที่เป็นของตัวเอง ซึ่งส่วนตัวมีหลายคนบอกว่า เมื่อสว. หมดวาระไปแล้วก็ไม่ควรเสนอ หรือร้องเรียนอะไรอีก แต่ หากกฎหมายให้สิทธิ์ในการเสนอ ก็สามารถทำได้ และไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ เพราะกฎหมายระบุเอาไว้อย่างชัดเจน และไม่อยากมองลึกไปถึงการเล่นเกมเพื่อต่อรองอะไรบางอย่าง เชื่อว่าทุกคนมีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ และต้องการให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างโปร่งใสและชอบธรรม 

ส่วนนายกรัฐมนตรีจะพูดอะไรกับคนที่เห็นต่างนั้น  หรือไม่นั้น มองว่าการเข้าสู่การเมืองแล้วทำให้ทุกอย่างถูกใจทุกคนเป็นไปไปได้ลำบาก แต่ขอให้มั่นใจรัฐบาล ว่ายึดมั่นกับความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก และตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเรื่องการตรวจสอบก็เป็นเรื่องธรรมดา พร้อมชี้แจงทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติหรือไม่ลงมติก็ตาม และมีองค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปโดยชอบธรรม ส่วนจะมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเบื้องหน้าเป็นหน้าที่ที่จะต้องให้ความกระจ่าง อย่าไปมองว่ามีใครอยู่เบื้องหลังมีใครอยู่เบื้องหลังเบื้องหน้าบ้าง 

จะรับมืออย่างไร สถานการณ์การเมืองที่จะพุ่งเป้ามาที่ตัวนายกรัฐมนตรีมากขึ้นในอนาคต นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องพร้อมตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง จนถึงตอนนี้ก็ยังเหมือนกันทุกวัน มีภารกิจที่ต้องทำ มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบกับการกระทำ ดังนั้นจึงขอยืนยันความตั้งใจจริง และไม่ท้อถอย เป็นธรรมดาที่จะต้องเจอเรื่องแบบนี้ ทำได้อยู่แล้ว 

ส่วนจะให้กำลังใจตัวเองและผู้ที่สนับสนุนอย่างไร  นั้นนายกรัฐมนตรี ระบุว่า สำหรับตัวเองไม่ต้องให้กำลังใจอะไร เพราะผ่านวิกฤตมามากมาย ผ่านการเลือกตั้งที่ชอบทำมาแล้ว ตั้งรัฐบาลมาแล้ว 9 เดือน ไม่มีปัญหา ทุกวันมีความหมาย และมีหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยปัญหาที่เข้ามาไม่ว่าจะจะเป็นปัญหาส่วนตัว หรือเรื่องทางการเมือง ต้องเป็นเป็นผู้ใหญ่พอที่จะสามารถแบ่งแยกให้ถูก ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาและเข้าไปชี้แจง ไม่ได้ต้องการกำลังใจอะไรเป็นพิเศษ

สำหรับคนที่สนับสนุน ขอให้มั่นใจว่าตนเองทำด้วยความ และทุกคนก็ทราบดี ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องตอบทุกข้อสงสัย ไม่อยากให้คิดลึกหรือคิดเป็นอย่างอื่น เพราะอาจจะทำให้ไม่สบายใจได้ และเชื่อว่าทุกคนมีความปรารถนาดีกับประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

“เศรษฐา” ยกหูฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575280

23 พ.ค. 2567

14:41 น.

"เศรษฐา" ยกหูฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ

“เศรษฐา” ยกหูคุยโทรศัพท์ ฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง ชี้ขาดคุณสมบัติ ยังคงเดินหน้าปฎิบัติภารกิจที่กรุงโตเกียว

23 พ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความเคลื่อนไหวของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการปฎิบัติภารกิจที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม ในการเข้าร่วมประชุมการประชุม Nikkei Forum Future of Asia ครั้งที่ 29  ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา 48 คนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า

ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)ประกอบมาตรา 160(4) และ (5) หรือไม่

จากกรณีนายเศรษฐา ผู้ถูกร้องที่ 1 ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพิชิต ผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า นายพิชิต ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเศรษฐา ยังคงมีท่าทีปกติ และได้มีการตรวจสอบ ทั้งมีการโทรศัพท์สอบถามกับคณะทำงานอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้นายกรัฐมนตรี ยังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ตาม กำหนดการปกติที่ได้วางแผนไว้

ทั้งนี้ เวลา 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 2 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม One-on-one ที่โรงแรม Peninsula Tokyo จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น.นายกรัฐมนตรีพบหารือกับผู้บริหารบริษัท Mipsui&Co.,Ltd. ณ โรงแรมที่พัก เวลา 14.25 น พบผู้บริหาร Ajinomopo Co.,Inc. ก่อนจะพบและหารือกับ ผู้บริหารบริษัท Sony Grpup Crporation ในเรื่องอุตสาหกรรมเป้าหมาย

\"เศรษฐา\" ยกหูฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ

จากนั้นพบหารือกับผู้บริหารบริษัทMUFGผ&Softbank(สถาบันการเงิน) และ พบหารือกับผู้บริหารบริษัท Nidec Corporation และเวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีพบและหารือกับดาโต๊ะ เซอร์ อันวาร์ อิบบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่โรงแรม The Imperial tokyo

จากนั้นเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ กับผู้เข้าร่วมการประชุมการประชุม Nikkei Forum Future of Asia ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 22-24 พ.ค.ณ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น,ซึ่งภายในงานนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นร่วมงานพร้อมกล่าวสุนทรพจน์

ชมคลิป

‘เปิดรายชื่อ’ ตุลาการ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา’

23 พ.ค. 2567

14:40 น.

'เปิดรายชื่อ' ตุลาการ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา’

‘เปิดรายชื่อ’ ตุลาการ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ นายกฯเศรษฐา

วันที่23พ.ค.2567 กรณี ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่ง รับคำร้อง กลุ่ม 40สว. ที่ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรหนึ่ง(4) ประกอบมาตรา 160 (4)และ(5) หรือไม่ โดยมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3

ตุลาการเสียงข้างมาก 6 คน คือ นายปัญญา อุดชาชน , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายวิรุฬ แสงเทียน , นายจิรนิติ หะวานนท์ , นายนภดล เทพพิทักษ์ และ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ตุลาการได้ให้ นายเศรษฐา ยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับสำเนาคำร้อง

ตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต และ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

ตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต และ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

กรณีที่นายพิชิต ผู้ถูกร้องที่ 2 ลาออกจากตำแหน่งแล้ว มติ ศาลรัฐธรรมนูญ 8 ต่อ 1 มีคำสั่งไม่รับคำร้อง ในส่วนผู้ถูกร้องที่ 2 ไว้วินิจฉัย

กรณี นายเศรษฐา ผู้ถูกร้องที่ 1 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 5 ต่อ 4 ว่านายเศรษฐา ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ตุลาการเสียงข้างมาก 5 คน นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต , นายสุเมธ รอยกุลเจริญ , นายนภดล เทพพิทักษ์ และ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ตุลาการเสียงข้างน้อย 4 คน คือ นายปัญญา อุดชาชน , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายวิรุฬ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์

ด่วน ศาลรธน. ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575262

23 พ.ค. 2567

12:22 น.

ด่วน ศาลรธน. 'รับคำร้อง' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ด่วน ศาล รธน. มีมติ 6:3 รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สั่งแจงแก้ข้อกล่าวหาใน 15 วัน ส่วน พิชิต ไม่รับคำร้อง เหตุชิงลาออก

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ รับคำร้อง กลุ่ม 40 สว. พี่ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบกับมาตรา 82 ว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่หนึ่ง และนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่สอง สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบกับมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

โดย ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก  6:3  มีคำสั่ง รับคำร้อง กรณีนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ถูกฟ้องที่หนึ่งร้อง และให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน และ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก  5:4 ให้นายกรัฐมนตรีไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัย ซึ่งตุลาการ  โดยตุลาการเสียงข้างน้อย ที่มีความเห็นให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ประกอบไปด้วย ประกอบ นายปัญญา อุดชาชน, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายนายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมากข้าง 8 ต่อ 1 ไม่รับคำร้องกรณี นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในคำร้องเนื่องจากนายพิชิตได้ลาออกออกจากตำแหน่งแล้วซึ่งศาลเห็นว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (2) กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยคดีต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาพิจารณาคดีของ ศาลรัฐธรรมนูญ ปี 2561 มาตรา 51 ซึ่งเสียงข้างน้อยให้รับคำร้องคือนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม

ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

‘ยิ่งลักษณ์’ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว 10 ปีรัฐประหาร 22 พ.ค. หวังเห็น รธน.ใหม่ปชช.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575200

22 พ.ค. 2567

13:46 น.

‘ยิ่งลักษณ์' โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว 10 ปีรัฐประหาร 22 พ.ค. หวังเห็น รธน.ใหม่ปชช.

“ยิ่งลักษณ์” โพสต์วันครบรอบรัฐประหาร 22 พ.ค.57 เริ่มมีความหวังประเทศจะกลับสู่ประชาธิปไตย มี รธน.ใหม่เขียนโดยประชาชน

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว

22 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X : Yingluck Shinawatra @PouYingluck โดยระบุเนื้อหา ดังนี้

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นับเป็นเวลา 10 ปีแล้วจากวันที่เกิดการรัฐประหาร เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จนมาถึงวันนี้เป็นเวลาที่ยาวนาน แต่ดิฉันเริ่มมีความหวังค่ะ ก็คือการที่เห็นประเทศกลับคืนสู่หนทางแห่งประชาธิปไตย โดยจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เขียนโดยประชาชน เพื่อประชาชน ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนไปพร้อมๆกัน

รอความหวังที่จะเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่นำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงค่ะ