ทอ. เรียก 3,000 ล้าน คืนสนามงู ขยายรันเวย์ดอนเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573867

30 เม.ย. 2567

15:08 น.

ทอ. เรียก 3,000 ล้าน คืนสนามงู ขยายรันเวย์ดอนเมือง

‘กองทัพอากาศ’ เรียก 3000 ล้านบาท หาก ทอท. ขอใช้สนามงู ขยายรันเวย์สนามบินดอนเมือง ‘จิรายุ’ เสนอขอความเห็รวิทยุการบินก่อน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมการเมือง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาพิจารณาการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพฯ เปิดเผยความคืบหน้า กรณีการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) หรือ AOT จะรับพื้นที่สนามงู หรือสนามกอล์ฟกานตรัตน์ ที่อยู่กลางสนามบินดอนเมือง จากกองทัพอากาศ กลับคืนหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ ทอท. ลังเล เพราะอาจไม่คุ้มค่าต่อการพัฒนาสนามบิน

นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ชี้แจงว่า การรับคืนสามารถทำได้ โดยเน้นเรื่องความปลอดภัย ซึ่งแม้ที่ผ่านมาสถาบันการบินพลเรือน และ องค์กรการบินระหว่างประเทศ หรือ ICAO จะรับรองความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก็ตาม แต่จากรายงานสถิติของท่าอากาศยานดอนเมือง พบว่ามีปัญหาเกิดขึ้น เช่น มีรถกอล์ฟฝ่าฝืน สัญญาณไฟ , นักกอล์ฟไม่ระมัดระวังในการเดินตัดจุดผ่านของรันเวย์สนามบิน , มียานพาหนะฝ่าฝืนสัญญาณไฟแจ้งเตือน , นักกอล์ฟไม่ทราบวิธีการปฎิบัติในการขับรถกอล์ฟข้ามทางขับ และหอบังคับการบิน มองไม่เห็นทางขับช่วงดังกล่าว เนื่องจากมีต้นไม้ของสนามกอล์ฟบดบัง แม้จะอยู่ในมาตรฐานความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แต่หากไม่มีสนามกอล์ฟก็จะมีความปลอดภัยสูงมากกว่า ทั้งนี้ หากรับพื้นที่คืนแล้ว ทอท. จะนำมาพัฒนาเป็นทางเชื่อมต่อของเครื่องบิน เข้าสู่รันเวย์ที่ 1 และ รันเวย์ที่ 2 ซึ่งก็จะทำให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และนำไปสู่แผนการพัฒนาเพิ่มศักยภาพการบิน ในการเพิ่มเที่ยวบินหรือจำนวนผู้โดยสาร ในอนาคตอันใกล้นี้ได้  

พลอากาศตรี ธนชัย อากาศวรรธนะ เจ้ากรมสวัสดิการทหารอากาศ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2563 สนามกอล์ฟแห่งนี้ได้ถูกตรวจสอบมาโดยตลอดในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งยังยืนยันว่ามีความปลอดภัยทั้งในด้านมาตรฐานการบิน และการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สนามบิน แต่หากรัฐบาลจะเห็นเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องในระดับนโยบาย 

ส่วนการชดเชย ทางกองทัพอากาศได้ประเมินว่า มีค่าใช้จ่ายประมาณ 90 -100 ล้านบาทต่อปี หากคำนวณอยู่ที่ 30 ปี ทอท. อาจต้องจ่ายชดเชยราว 3000 ล้านบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับแนวทางของรัฐบาลจะพิจารณาต่อไป

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ข้อยุติ แต่จะขอความเห็นเพิ่มเติมไปยังวิทยุการบินในเรื่องดังกล่าว เพื่อประกอบรายงานสรุป นำเสนอต่อรัฐสภาและรัฐบาลต่อไป

รู้จัก ‘ศ.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์’ อธิการบดี มธ. คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573863

30 เม.ย. 2567

14:43 น.

รู้จัก ‘ศ.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์’ อธิการบดี มธ. คนใหม่

ตามคาด ‘ศ.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์’ อธิการบดี มธ. คนใหม่ ชนะ ‘พิภพ – ปริญญา’ ดำรงตำแหน่งถึงปี 2570 สายรัฐศาสตร์เข้าเป็นอธิการบดี ในรอบหลายปี

หลังมีการหยั่งเสียงประชาคมธรรมศาสตร์ และทาบทามเข้าแสดงวิสัยทัศน์การบริหารงานต่อคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี ปรากฎว่าที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 4/2567 มีมติเลือก ‘ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์’ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คนใหม่ มีวาระการดำรงตำแหน่ง ปี 2567-2570

ซึ่งผลที่ออกมาเป็นไปตามการหยั่งเสียงของประชาคมธรรมศาสตร์ก่อนหน้านี้ ที่ได้คะแนนเสียงมากกว่า รศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ศ.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ เด็กสวนกุหลาบ รุ่น 111 จบการศึกษารัฐศาสตร์บัณฑิต สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , MSc (Local Governance), University of Birmingham และ Doctor of Political Science, Kobe University, Japan มีผลงานวิชาการและความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นและการกระจายอำนาจ เคยเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ 6 ปี ตั้งแต่ปี 2556 – 2561 และรองอธิการบดีในเวลาต่อมา

ไอลอว์ – ผู้ประสงค์สมัคร สว. ยื่นศาลปกครอง ขอเพิกถอนระเบียบ กกต. ไม่เป็นธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573861

30 เม.ย. 2567

14:09 น.

ไอลอว์ - ผู้ประสงค์สมัคร สว. ยื่นศาลปกครอง ขอเพิกถอนระเบียบ กกต. ไม่เป็นธรรม

ไอลอว์ – ผู้ประสงค์สมัครเข้าคัดเลือก สว. รวมตัวยื่นศาลปกครอง ขอเพิกถอนระเบียบ กกต. ห้ามผู้สมัครแนะนำตัว ขัดสิทธิเสรีภาพ ขอศาลคุ้มครองเว็บ senate67 เพื่อประโยชน์แก่การเลือก สว. เป็นธรรม

ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าคัดเลือกเป็น สว. รวมตัวกันยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 เกี่ยวกับข้อห้ามแนะนำตัวผ่านสื่อทุกชนิด รวมถึงโซเชียลมีเดียด้วย โดยนายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้ประสงค์จะลงสมัคร สว. ชี้ว่า กกต.ไม่มีอำนาจจำกัดสิทธิการแนะนำตัวของผู้สมัคร ขัดกับหลักประชาธิปไตย

นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล ผู้ประสงค์รับเลือกเป็น สว. กล่าวถึง ว่าตัวระเบียบและกฎหมายขัดแย้งกัน โดยยกตัวอย่างว่าผู้สมัครไม่สามารถหาเสียงกับประชาชนทั่วไปจึงเกิดคำถามว่า ในการดำเนินการจะมีการแยกอย่างไร ว่าใครเป็นผู้สมัครบ้าง โดย เฉพาะเว็บไซด์ http://www.senate67.com ถูก กกต.สั่งปิด ซึ่ง กกต.ข่มขู่ให้เอาลง หรือกรณีผู้เตรียมสมัคร สว. ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวหรือเป็นผู้ก่อตั้งสำนักข่าว ถ้ามีข้อห้ามว่าไม่ให้ผู้สมัครให้สัมภาษณ์ออกสื่อ จะทำให้สุ่มเสี่ยงที่จะฝ่าฝืนระเบียบ ถูกตัดสิทธิ์การสมัคร ทั้งที่ไม่มีฐานความผิดในกฎหมาย

นายยิ่งชีพ อัชชานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ กล่าวว่า ไอลอว์มีความตั้งใจทำ senate67.com ช่วย กกต. ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกติกาการเลือก สว. และข้อมูลผู้สมัคร สว. ว่ามีใครบ้าง เพื่อให้ผู้สมัครมีพื้นที่ออกสื่อสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม ให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผู้สมัคร แต่ระเบียบของ กกต.ที่ออกมาไม่มีความชัดเจน ว่าสามารถทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ แต่หลังจากนี้อีก 1 – 2 วัน ระบบจะกลับมา หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้มีฟังก์ชันในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สว. พร้อมยืนยันว่าข้อมูลผู้สมัครทั้ง 1,300 กว่าคน ยังเก็บอยู่ในชั้นความลับ ไม่มีการจัดตั้ง หรือเข้าถึงข้อมูลได้

คปท. บุก กกต. ค้านคุณสมบัติ ‘พิชิต ชื่นบาน’ เป็น รมต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573859

30 เม.ย. 2567

14:06 น.

คปท. บุก กกต. ค้านคุณสมบัติ ‘พิชิต ชื่นบาน’ เป็น รมต.

คปท. – ศปปส – กองทัพธรรม ยื่น กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ ‘พิชิต ชื่นบาน’ ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี จ่อร้อง ป.ป.ช. สอบนายกฯ ผิดจริยธรรม ไม่ตรวจสอบคุณสมบัติ

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)และกองทัพธรรม นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160(5) ที่กำหนดว่าต้องไม่ประพฤติผิดในจริยธรรมอย่างร้ายแรง และขอให้มีคำสั่งให้นายพิชิตหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย 

นายพิชิต กล่าวว่า หลังจากนี้จะไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.กรณีนายกรัฐมนตรีนำรายชื่อรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ในฐานะนายกรัฐมนตรีจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติ ของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเสียก่อน  ซึ่งการไม่ตรวจเข้าข่ายผิดจริยธรรม โดยคาดว่าจะไปยื่นต่อป.ป.ช.ในสัปดาห์หน้า ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีรายอื่นเพิ่มเติม หากพบว่าผู้ใดคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ก็จะยื่นเรื่องให้ กกต.ให้ตรวจสอบอีกครั้ง  

แกนนำ คปท. ยังยืนยันว่า นายพิชิต ชื่นบาน ได้ติดคุกมาแล้วในคดีถุงขนม 2 ล้านบาท นาน 6 เดือน ถูกเพิกถอนใบอนุญาตทนายความด้วย ซึ่งมีรายงานว่าในคดีคดีถุงขนม 2 ล้านบาท ถูกศาลปกครองกลางตัดสินจำคุกเรื่องละเมิดอำนาจศาล แต่ว่าคดีให้สินบนสั่งไม่ฟ้อง

‘ธนาธร’ เดินสายรณรงค์ สมัคร สว. ไม่มีปั้น สว.สีส้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573853

30 เม.ย. 2567

12:00 น.

‘ธนาธร’ เดินสายรณรงค์ สมัคร สว. ไม่มีปั้น สว.สีส้ม

‘ธนาธร’ เดินสายรณรงค์ สมัคร สว.อิสระ ไม่มีปั้น สว. – องค์กรอิสระสีส้ม ย้ำ ยิ่งมีคนสมัครมาก ยิ่งเป็นผลดี มองผู้มีอำนาจ คงอยากให้เลือก สว. แบบเงียบๆ ให้ได้แต่พวกพ้องตัวเอง

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงการลงพื้นที่ภาคอีสาน เชิญชวนประชาชนลงสมัคร สว.ว่า มีผู้ตอบรับดีมาก มีผู้สนใจที่จะลงสมัคร สว.อิสระเป็นจำนวนมาก รู้สึกดีใจที่การรณรงค์ของคณะก้าวหน้า ทำให้ประชาชนตื่นตัว และเข้าใจการเลือก สว.ครั้งนี้มากขึ้น  

ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองไปเชิญชวนประชาชนลงสมัคร สว. จะทำให้ สว.ที่ได้ฝักใฝ่การเมือง กกต.เองก็เตือนไม่ควรเชิญชวนคนมาลงสมัคร สว.นั้น นายธนาธร ชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะรณรงค์ให้คนทุกอุดมการณ์ไปสมัคร สว. ยิ่งมีผู้ไปสมัครมีส่วนร่วมกับการเลือก สว.มากเท่าใด จะทำให้สุขภาพของการเลือก สว.ดีมากขึ้นเท่านั้น จึงขอเชิญชวนทุกคน ไม่ว่าจะสนับสนุนพรรคการเมืองใด หรือมีมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบใด หากมีคุณสมบัติครบถ้วน ขอเชิญชวนทุกคนให้ไปลงสมัคร สว.ด้วยกัน

นายธนาธร ยังกล่าวถึงข้อครหาที่จะทำให้เกิด สว.สีส้ม โดยย้ำว่า วัตถุประสงค์ที่คณะก้าวหน้ารณรงค์ ไม่ได้ต้องการให้ สว.เลือกฝักเลือกฝ่าย ไม่ต้องการให้มี กกต.เลือกฝักเลือกฝ่าย รวมถึงไม่ต้องการให้มีองค์กรอิสระ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญที่เข้าข้างนายธนาธร หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เข้าข้างพรรคก้าวไกล แต่คณะก้าวหน้าต้องการ สว.ที่เป็นกลาง ต้องการ กกต.ที่ตัดสินด้วยการยึดหลักที่ถูกต้อง รวมทั้งต้องการ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญที่มั่นคง เป็นธรรม คืนความยุติธรรมให้กับสังคม เพราะคณะก้าวหน้าทราบดีว่า หากองค์กรต่างๆ เหล่านี้สนับสนุนพวกตน ก็จะมีปรากฎการณ์ลงถนนกันอีก ดังนั้นการจะฟื้นฟูความเป็นปกติ ความเป็นประชาธิปไตย และนำประเทศไทยให้กลับมาเหมือนเดิม มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น คือการคืนความเป็นธรรม และความยุติธรรมเท่านั้น ที่จะนำมาซึ่งความสมานฉันท์ของคนในชาติและนำมาซึ่งความปรองดอง และคณะก้าวหน้า ต้องการให้องค์กรต่างๆ เหล่านี้ถูกสรรหาโดย สว.ชุดปี 2567 ที่ดำรงตำแหน่งโดยหยึดหลักความถูกต้อง ความเที่ยงธรรม และการเมืองไทยก็จะกลับมาสู่ความปกติ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นแรก และขอย้ำว่า คณะก้าวหน้า ไม่ต้องการ กกต.สีส้ม ศาลรัฐธรรมนูญสีส้ม แต่คณะก้าวหน้า ต้องการให้ทุกฝักทุกฝ่ายเป็นกลาง และยึดความถูกต้อง

นายธนาธร ยังเห็นว่า กกต.ควรสนับสนุนตนในการเชิญชวนประชาชน มาสมัครเลือก สว.เพราะตามหลัก ควรเป็นหน้าที่ของ กกต.ในการรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวเข้ามามีส่วนร่วม และมั่นใจว่า การดำเนินการของตนนั้น เป็นสิ่งที่นำไปสู่การพัฒนาระบบการเมืองไทย ทำให้ประชาชนตื่นตัว เห็นถึงความสำคัญของการเลือก สว. จึงขอให้ กกต.มองบทบาทของตนคือการทำให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมือง ซึ่งจะเป็นผลดี 

ส่วนกรณที่มีคนไปยื่นร้ององค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบกติกาการเลือก สว.จะทำให้การเลือก สว.ในครั้งนี้สะดุดหรือไม่ นายธนาธร เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องของตน แต่หน้าที่ของตน ในฐานะคนไทย คือการรณรงค์ให้คนตระหนักถึงการเลือก สว.และตระหนักว่า สว.ปี 67 จะมีส่วนในการพัฒนาการเมืองไทย และมีส่วนในการฟื้นฟูประชาธิปไตยอย่างมาก ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแต่งตั้งกรรมการที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่จะต้องทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง ไม่รับใบสั่งทางการเมือง ไม่มีสองมาตรฐานในอนาคต

นายธนาธร ยังกล่าวถึงประกาศของ กกต.ที่จำกัดการแนะนำตัว จุดยืน และวิสัยทัศน์ และข้อมูลอื่น ๆ บนเว็บไซต์อื่น ๆ ว่า แม้จะไม่ได้กล่าวตรง ๆ แต่ก็อนุมานได้ว่า หมายกลุ่มไอลอว์ และ Senate.com เพราะเป็นเว็บไซต์ ที่ให้ผู้ประสงค์ที่จะลงสมัคร สว.มีพื้นที่ในการประกาศเจตนารมณ์ของตัวเอง และประกาศจุดยื่นของตัวเอง พร้อมมองว่า ในอีกแง่หนึ่งนั้น เป็นการส่งเสริมการเลือก สว.โดยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ตนเองจึงยังนึกไม่ออกว่าเหตุใด กกต.ต้องการปิดเว็ปไซด์นี้ หรือต้องการห้ามผู้สมัคร มารณรงค์ให้ผู้สมัคร และประชาชนเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ จึงคิดได้อย่างเดียวว่า ผู้มีอำนาจต้องการให้การเลือก สว. ครั้งนี้เป็นไปแบบเงียบ ๆ แคบ ๆ ทำกันไม่กี่คน เหมือนการเลือก สว.ครั้งที่แล้ว ดังนั้น หากการเลือก สว. ครั้งนี้เป็นไปแบบเงียบ ๆ แคบ ๆ ก็จะทำให้ได้แต่ สว.ที่เป็นกลุ่มพวกพ้องที่มีการจัดตั้งมา และไม่ได้ สว.ที่มีคุณภาพตามที่ต้องการจริงๆ 

‘ครูมานิตย์’ ติดต่อ ‘ชลน่าน’ ไม่ได้ หลังถูกปรับออก ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573846

30 เม.ย. 2567

11:03 น.

‘ครูมานิตย์’ ติดต่อ ‘ชลน่าน’ ไม่ได้ หลังถูกปรับออก ครม.

‘ครูมานิตย์’ ติดต่อ ‘ชลน่าน’ ไม่ได้ หลังถูกปรับออก ครม. อาจจะมีน้อยใจบ้าง มองเป็นเรื่องสมบัติผลัดกันชม สับ ‘ปานปรีย์’ ไม่ใช่คีย์แมนสำคัญ ไม่มีความเป็นนักการเมือง

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย มาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อแสดงความยินดีกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ได้ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และยังเปิดเผยถึงนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่ถูกปรับออกจาก รมว.สาธารณสุข ทั้งที่เป็นกำลังสำคัญของพรรค ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

นายครูมานิตย์ บอกว่า หมอชลน่าน เป็นนักการเมืองมาอย่างยาวนาน มาเจอบรรยากาศแบบนี้ เชื่อว่าเขาเข้าใจได้ แล้ววันหนึ่งอาจจะได้กลับมาทำหน้าที่อีก เพราะตนกับหมอเป็นนักการเมืองรุ่นเดียวกัน ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยมีไม่มาก ที่ผ่านมาก็พยายามติดต่อให้กำลังใจเขา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ แต่คนที่เข้ามาเป็นผู้บริหารแล้วเจอวิกฤต มันก็อาจน้อยใจบ้าง อาจเสียใจบ้าง เพราะในเชิงการเมือง มันคือ สมบัติผลัดกันชม คนที่มาเล่นการเมืองทุกคนก็มีเป้า ที่จะเป็นเสนาบดีกันทั้งหมด ถามว่าอยากเป็นไหม เราก็อยากเห็นแสงไฟที่ปลายอุโมงค์เหมือนกัน ตนเป็นคนสนิทกับหมอชลน่าน คนหนึ่ง แต่เขาคงยังไม่สะดวก จึงยังติดต่อไม่ได้ 

“วันนี้ไม่ได้ขอฝากอะไรมาก แต่ทุกคนที่เข้ามาสู่การเมืองตรงนี้ โดยเฉพาะคนที่โดนปรับ 2-3 ท่านซึ่งมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคุณไชยา พรหมา หรือนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เรายังมีหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร และหมอก็เป็นรัฐมนตรีมาถึง 2 รอบแล้ว ตนคิดว่าคุณหมอเองก็เป็นนักการเมืองอาชีพไปแล้ว มาอยู่พรรคการเมือง 24- 25 ปีแล้ว ต้องทนรับในเรื่องราวเหล่านี้ ผมเชื่อแบบนั้น” 

ส่วนที่นายปานปรีย์พหิทธานุกร ลาออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ หลังถูกปรับออกจากรองนายกรัฐมนตรีจะ ไม่ได้กระทบพรรคเพื่อไทย เพราะโดยส่วนตัวนายปานปรีย์อาจจะเก่งเรื่องวิชาการ แต่ไม่มีคุณสมบัติการเป็นนักการเมือง ความอดทนอดกลั้นไม่มี บางฤดูเข้าไปอยู่ในพรรคก็หายไป ตอนที่มีพรรคไทยรักษาชาติเขาก็ไปเดินอยู่ในพรรคไทยรักษาชาติ พอเขาจะมีการจัดตั้งทีมให้ออกไปช่วยงานการเมือง ก็หายไปอีก การที่นายปานปรีย์ได้มารับผิดชอบกระทรวงการต่างประเทศถือว่าเป็นตำแหน่งใหญ่โตแล้ว เวลาไปเมืองนอกก็เทียบเท่าเป็นบุคคลสำคัญของประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีการส่งหนังสือลาออกให้สื่อมวลชนก่อนส่งให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งมองว่าไม่แฟร์ทางการเมือง แล้วพิสูจน์ให้เห็นว่าคนแบบนี้ขาดน้ำอดน้ำทน อยู่กับการเมืองลำบากอยู่ไม่ได้ และในที่สุดก็ต้องอัปเปหิตัวเองออกมา 

ส่วนในอนาคตนายปานปรีย์จะยังทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่นั้น ไม่ได้ดูถูกดูแคลนเขา เขาเกิดมาไม่ได้มีคุณสมบัติของการเป็นนักการเมือง การเป็นนักบริหาร ceo เป็นได้ แต่ทางการเมืองนอกจากเป็นนักบริหารแล้ว ต้องมีความเป็นนักการเมืองด้วย เพราะเป็นงานที่หนัก ต้องมีการบริหารพื้นที่บริหาร สส. บริหารราชการแผ่นดิน เรื่องทุกข์สุขปากท้องชาวบ้านมีเยอะ และเรื่องนี้ยืนยันว่าไม่กระทบต่อพรรคเพื่อไทย เพราะนายปานปรีย์ไม่ใช่คีย์แมนคนสำคัญของพรรค คนที่เก่งสามารถบริหารกระทรวงการต่างประเทศได้มีอีกเยอะ

ทั้งนี้ สส.ที่เข้ามาแสดงความยินดีกับนายสุริยะ มีนางสุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร พรรคไทยสร้างไทย เดินทางมาร่วมยินดีกับนายสุริยะด้วย ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า จะย้ายมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ แต่นางสุภาพร เดินหนี โดยกล่าวสั้นๆ เพียงว่า ไม่สะดวก

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573844

30 เม.ย. 2567

10:34 น.

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่

นายกฯ ทูลเกล้าชื่อ ‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ เป็น รมว.ต่างประเทศ คนใหม่แล้ว เปิดประวัติเคยเป็นเอกอัครราชทูตหลายประเทศ สนิทกับนายใหญ่มานาน

มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ได้นำชื่อ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงออตตาวา ประเทศแคนนาดา ขึ้นทูลเกล้าให้ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ แทนที่นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ลาออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ หลังปรับ ครม.

โดยนายกิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพบ์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ได้มีหนังสือลงวันที่ 29 เมษายน 2567 ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบของบริษัท เนื่องจากติดภารกิจส่วนตัว โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2567 เป็นต้นไปแล้ว

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ คือใคร ?

‘ท่านทูตปู’ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศ เกษียณอายุในตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงออตตาวา ประเทศแคนนาดา มีความสนิทสนมกับนายทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่นายทักษิณ ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ยุครัฐบาลชวน หลีกภัย ล่าสุดก็ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ (นายปานปรีย์) และกำลังจะขึ้นเป็น รมว.ต่างประเทศ

‘สมศักดิ์’ เก็บของออกทำเนียบ นั่ง รมว.สธ. ไม่มีปัญหากับ ‘หมอชลน่าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573788

29 เม.ย. 2567

12:44 น.

‘สมศักดิ์’ เก็บของออกทำเนียบ นั่ง รมว.สธ. ไม่มีปัญหากับ ‘หมอชลน่าน’

‘สมศักดิ์’ เก็บของออกทำเนียบ นั่ง รมว.สธ. ไม่มีปัญหากับ ‘หมอชลน่าน’ เผยเป็นรัฐมนตรีมา 16 สมัยแล้ว ไม่ให้ความเห็น ‘ปานปรีย์’ ลาออก

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงสาธารณสุข เดินทางมาตึกบัญชาการ 1 เพื่อมาเก็บของหลังจากได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรมว.กระทรวงสาธารณสุข โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูง วันนี้จึงมาขอบคุณและลาข้าราชการ ของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่ได้ทำงานร่วมกัน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนเป็นอย่างดี พร้อมทั้งวันนี้จะได้เก็บข้าวของด้วย เพื่อเคลียร์ทางให้กับท่านอื่นได้มาใช้ห้องทำงานต่อไปหลังถวายสัตย์ปฏิญาณตน ไม่อยากให้เป็นภาระต้องมารอกัน

ขณะที่ ภารกิจในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าว่าจะดำเนินการเรื่องใด นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็ขอให้ถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นที่เรียบร้อยก่อน ระหว่างนี้ก็จะรับฟังนโยบาย ของรัฐบาล แต่ยังไม่สามารถพูดอะไรได้ เพื่อให้เป็นไปตามประเพณีปฏิบัติและกฎหมาย

ส่วนหน้าตารัฐบาล หลังปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ นายสมศักดิ์กล่าวว่า การวิพากษ์วิจารณ์ตนเองและเพื่อนๆคงเป็นเรื่องไม่ดี ขอให้คนอื่นเขาพูดกันและเราเป็นผู้รับฟังดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีวิธีการอย่างไรที่ทำให้ยังสามารถเป็นรัฐมนตรีต่อได้ในขณะที่หลายท่านถูกปรับออก นายสมศักดิ์ได้พูดทีเล่นทีจริงว่า เรื่องแบบนี้จะต้องมาถามกันส่วนตัว มาพูดตรงนี้เดี๋ยวคนอื่นเอาไปใช้หมด

ส่วนได้มีการหารือกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรมว.กระทรวงสาธารณสุขบ้างหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ได้คุยกันตลอด ไม่มีปัญหาอะไรกับการสลับตำแหน่งครั้งนี้ ยังรักกันชอบกัน และส่วนตัวก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ได้คิดว่าจะต้องอยู่นานหรือไม่นาน แต่เป็นเรื่องการทำงานให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จะทำอะไร ยังถึงเวลาอันสมควรในการพูดคุยเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงการลาออกของนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลาออก จะกระทบกับรัฐบาลหรือไม่ นายสมศักดิ์ ระบุว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่เราไม่สามารถล่วงรู้ได้ มาถามตนตนตอบไม่ได้หรอก

ทั้งนี้ ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีที่มีประสบการณ์เยอะ จะมีคำแนะนำให้กับรัฐมนตรีท่านอื่นหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามย้ำว่าดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกี่สมัยแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวว่า 16 ครับ ในช่วงท้าย สื่อมวลชนจึงได้แซวว่า ยาวนานมาก นายสมศักดิ์ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนที่จะเดินออกจากวงให้สัมภาษณ์

‘ปานปรีย์’ ลาออก ไม่กระเพื่อม พรรคเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573785

29 เม.ย. 2567

12:23 น.

‘ปานปรีย์’ ลาออก ไม่กระเพื่อม พรรคเพื่อไทย

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย มั่นใจพรรคไม่กระเพื่อม หลัง ‘ปานปรีย์’ ลาออก อาจจะเชิญกลับมาช่วยงานพรรค ยังไม่รู้ รมว.กต. คนใหม่เป็นใคร ขึ้นอยู่กับนายกฯ ตัดสินใจ

นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ยื่นลาออกจากรมว.กระทรวงการต่างประเทศว่า เบื้องต้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายปานปรีย์ และนายปานปรีย์ยังไม่ได้มีการติดต่อมาที่พรรคฯ แต่มั่นใจว่า นายกรัฐมนตรีได้เชิญรัฐมนตรีผู้ที่จะถูกปรับทั้งเข้าและออกมาพูดคุยก่อนมีการทูลเกล้าฯ รายชื่อรัฐมนตรีใหม่แล้ว แต่ยืนยันว่า หลังจากนี้จะต้องมีการพูดคุยกับนายปานปรีย์ หรืออาจจะเชิญมาเป็นที่ปรึกษา หรือเข้ามาช่วยงานพรรรค แต่สุดท้ายก็เคารพการตัดสินใจของนายปานปรีย์ด้วย

นายสรวงศ์ ยังไม่ทราบชื่อบุคคล ที่นายกรัฐมนตรีระบุมีชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรมว.กระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ โดยเป็นบุคคลที่อยู่ในแวดวงการทูต และอยู่ในวงการมือง รวมถึงยังอยู่เบื้องหลังพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดด้วย โดยยืนยันว่า เรื่องดังกล่าว เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี และพรรคฯ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งขอให้เป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี และตนเองก็ยังไม่ทราบว่า จะเป็นนายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวที่นายนพดลอาจจะมาดำรงตำแหน่งนี้

ส่วนกรณีการลาออกของนายปานปรีย์ทำให้เก้าอี้รัฐมนตรีว่างลง 1 ตำแหน่ง จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรคอีกหรือไม่นั้น นายสรวงศ์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรค เพราะพรรคการเมืองก็คือพรรคการเมือง ทำหน้าที่ดูแลประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดคือ การแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ส่วนใครจะอยู่ตำแหน่งใดอย่างไร ก็ทำงานร่วมกันได้อยู่แล้ว 

ส่วนการกำหนดบทบาทหน้าที่ให้กับรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งทั้งนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย และนายไชยา พรหมา สส. หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในการทำหน้าที่ในสภาอย่างไรนั้น นายสรวงศ์ ระบุว่า เป็นปกติของการเมือง เมื่อมีเข้าก็ต้องมีออก แต่ไม่ใช่ที่สิ้นสุด เพราะรัฐบาลยังอยู่อีก 3 ปี ยังมีโอกาสปรับเข้า-ปรับออกเสมอ และนายแพทย์ชลน่าน และนายไชยา ก็เป็น สส.และปฏิบัติหน้าที่นี้อยู่แล้ว คิดว่าการปรับตัวของพรรค หรือทั้ง 2 คงไม่ต้องปรับตัวใด ๆ เพราะหน้าที่เป็น สส.อยู่แล้ว

คาดการณ์ ‘นพดล’ นั่ง รมว.กต. แทน ‘ปานปรีย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573783

29 เม.ย. 2567

12:06 น.

คาดการณ์ ‘นพดล’ นั่ง รมว.กต. แทน ‘ปานปรีย์’

คาดการณ์ ‘นพดล ปัทมะ’ นั่ง รมว.กต. แทน ‘ปานปรีย์’ ย้อนรอยเคยเป็นมาแล้วยุคสมัคร สุนทรเวช สายตรงนายใหญ่ สังคมจับตาเคลื่อนไหวผลประโยชน์ไทย – กัมพูชา ส่วน ‘จักรภพ’ เป็นไปได้ยาก เพราะยังมีคดี

หลังจากนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรมว.กระทรวงการต่างประเทศ หลังโปรดเกล้าฯ ปรับคณะรัฐมนตรี นายกฯ เศรษฐา ก็ออกมายอมรับทันทีว่า มีชื่อบุคคลใหม่ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมาเช่นกัน แต่ยังไม่ได้ทาบทาม เพราะต้องตรวจคุณสมบัติ ซึ่งบุคคลนี้อยู่ในแวดวงการทูตและการเมืองมาก่อน อยู่เบื้องหลังการทำงานของพรรคเพื่อไทยมาตลอด และจิตวิญญาณยึดโยงพี่น้องประชาชน

คาดการณ์ได้ว่าบุคคลนี้ต้องเป็น สส. เคยทำงานด้านการต่างประเทศมาก่อน มีบทบาทในพรรคเพื่อไทย นั่นก็คือ ‘นพดล ปัทมะ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่เคยเป็น รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ในยุครัฐบาลพรรคพลังประชาชน นายกฯ สมัคร สุนทรเวช

ในช่วงหลังนี้ นายนพดล ปัทมะ แสดงบทบาทให้ความเห็นเรื่องการระหว่างประเทศมาตลอด ไม่ว่าจะผลกระทบจากการสู้รบในเมียวดี ประเทศเมียนมา สถานการณ์สงครามอิหร่าน – อิสราเอล และการเจรจาของประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ในฐานะประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับนายใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัว

ย้อนรอย ‘นพดล ปัทมะ’ กับข้อกล่าวหาคนขายชาติ

เมื่อครั้งนายนพดล ปัทมะ ดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘คนขายชาติ’ ที่ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2551 ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไทย โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยศาลรับฟ้องเมื่อวันที่ 25 เม.ย.2556

ศาลใช้เวลากว่า 2 ปี จนกระทั่งวันที่ 4 ก.ย. 2558 ศาลมีมติ 6 ต่อ 3 สั่งยกฟ้อง โดยชี้ว่าการลงนามแถลงการณ์ร่วม ไม่กระทบต่อสิทธิทางเขตแดนและการทวงคืนเขาพระวิหารในอนาคต ไม่ถือว่าเป็นหนังสือสัญญา และไม่ได้เป็นผู้ได้ประโยชน์จากการลงนามนี้

แม้จะถือว่าพ้นมลทินคนขายชาติไปแล้ว แต่หากนายนพดลเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงการต่างประเทศ คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะถูกจับตา เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทย – กัมพูชา โดยเฉพาะผลประโยชน์ทางทะเลอ่าวไทย และการขีดเส้นแผนที่ไหล่ทวีปของฝ่ายกัมพูชา ผ่ากลางเกาะกูดของประเทศไทย

ส่วนรายชื่ออื่นๆ นอกจากนายนพดลแล้ว ก็มีการมองถึงนายจักรภพ เพ็ญแข ที่เพิ่งกลับเข้ามาประเทศไทย มีความรู้ความสามารถด้านการต่างประเทศ แต่คงเป็นไปได้ยาก เพราะยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธอยู่ 2 คดี