นายกฯ บอกสื่อ ปรับ ครม. เดี๋ยวรู้เอง หลังมีข่าวทูลเกล้าฯ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573685

27 เม.ย. 2567

10:05 น.

นายกฯ บอกสื่อ ปรับ ครม. เดี๋ยวรู้เอง หลังมีข่าวทูลเกล้าฯ แล้ว

นายกฯ บอกสื่อปรับ ครม. เดี๋ยวรู้เอง หลังมีข่าวนำชื่อขึ้นทูลเกล้าแล้ว ‘สุทิน’ รอด คุมกลาโหมต่อ ‘อรรถกร’ ม้ามืดนั่ง รมช.เกษตรฯ

ช่วงเช้าวันนี้ (27 เม.ย.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน. 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ  เพื่อลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดระยอง โดยก่อนการเดินทางผู้สื่อข่าวถามว่า ได้นำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ เรียบร้อยแล้วหรือยัง นายกฯ ตอบสั้นๆ ว่า เดี๋ยวทูลเกล้าฯ ก็รู้เองแหละครับ อย่าเลยครับ เมื่อไหร่เปลี่ยนเดี๋ยวก็รู้เองแหละครับ

สำหรับโผล่าสุด ที่มีรายงานว่านายกฯ นำชื่อขึ้นทูลเกล้าแล้ว ปรากฎข่าวว่า นายสุทิน คลังแสง ไม่ถูกปรับออกจาก รมว.กระทรวงกลาโหม แล้ว , นายพิชัย ชุณหวชิร นั่ง รมว.กระทรวงการคลัง , นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เข้าเป็น รมช.กระทรวงการคลังเพิ่ม รวมกระทรวงการคลังมี รมช. 3 คน

จิราพร สินธุไพร – พิชิต ชื่นบาน นั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ , จักรพงษ์ แสงมณี รมช.กระทรวงการต่างประเทศ , เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช สลับมานั่ง รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สลับมานั่ง รมว.กระทรวงวัฒนธรรม

อนุชา นาคาศัย ถูกปรับออกจาก รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , สุชาติ ชมกลิ่น นั่ง รมช.กระทรวงพาณิชย์ , อรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.กระทรวงเกษตรฯ

เปิดสมัครเลือก สว. 13 พ.ค.นี้ ประกาศผลต้นเดือน ก.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573460

23 เม.ย. 2567

15:18 น.

เปิดสมัครเลือก สว. 13 พ.ค.นี้ ประกาศผลต้นเดือน ก.ค.

คณะรัฐมนตรี เห็นชอบตามที่ กกต. เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาและแผนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา เริ่มรับสมัคร 13 พ.ค.นี้ ประกาศผลต้นเดือน ก.ค.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ครม. เห็นชอบตามที่สำนักงาน กกต. เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และทำแผนการเลือก สว. โดยมีไทม์ไลน์ดังนี้

13 พ.ค. 2567 เปิดรับสมัครผู้เข้าคัดเลือก สว.

9 มิ.ย. 2567 คัดเลือกระดับอำเภอ

16 มิ.ย. 2567 คัดเลือกระดับจังหวัด

26 มิ.ย. 2567 คัดเลือกระดับประเทศ

2 ก.ค. 2567 ประกาศผลการคัดเลือก สว.

เปิดสมัครเลือก สว. 13 พ.ค.นี้ ประกาศผลต้นเดือน ก.ค.

ครม. ยังเห็นชอบหลักการการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้มีการออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง และเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 

นอกจากนี้ ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอกรอบความตกลงไทย – บังกลาเทศ ยกเว้นตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทาง และหนังสือแสดงเจตจำนงเริ่มการเจรจาการค้าเสรี และเห็นชอบยกเว้นตรวจลงตราการท่องเที่ยวผู้ถือหนังสือเดินทางสัญชาติรัสเซียอยู่ในประเทศไม่เกิน 60 วัน

นายกฯ นำพรรคร่วม แถลงเดินหน้า ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573456

23 เม.ย. 2567

15:07 น.

นายกฯ นำพรรคร่วม แถลงเดินหน้า ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

นายกฯ นำพรรคร่วม แถลงเดินหน้า ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ส่งสำนักงานกฤษฎีกา ตีความใช้เงิน ธกส. ตั้ง ‘ปานปรีย์’ เกาะติดสถานการณ์เมียนมา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าที่ประชุมรับทราบผลการรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงและความเห็นของคณะทำงาน และเห็นชอบหลักการโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ทั้งกลุ่มเป้าหมาย แนวทางที่จะร่วมโครงการของประชาชน เงื่อนไขการใช้จ่าย ประเภทสินค้า การลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงแหล่งเงินการดำเนินโครงการ ซึ่งทางกระทรวงการคลัง ธกส. และสำนักงบประมาณ จะศึกษาในรายละเอียดต่อไป ส่วนข้อห่วงใยประเด็นอำนาจหน้าที่ของ ธกส. ก็สั่งการว่า หากมีประเด็นข้อสงสัยใดๆ ให้ส่งเรื่องไปสอบถามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งทุกพรรคร่วมรัฐบาลเห็นชอบหลักการในโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต

คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบให้กระทรวงยุติธรรม จัดกิจกรรมแสดงพลังทำความดีของผู้ต้องขังราชทัณฑ์และผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ในลักษณะงานบริการสาธารณะเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษาครบหกรอบ 72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อชดเชยความเสียหายที่เคยได้กระทำกับคืนสู่สังคม โดยประสานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ผู้ต้องขังดังกล่าวจัดกิจกรรม เช่นการปลูกป่า การเก็บขยะพื้นที่ชายฝั่งทะเล การขุดลอกคูคลองท่อระบายน้ำ เป็นต้น

จากการลงพื้นที่แฟลตดินแดงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา การส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัย มีที่อยู่อาศัยเป็นเป็นของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนที่มีมีรายได้น้อยถึงปานกลางเป็นเรื่องสำคัญ จึงมอบหมายให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการเคหะแห่งชาติ ตรวจสอบความต้องการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงที่อยู่อาศัย ให้กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย ตรวจสอบที่ดินบริเวณริมทางรถไฟและรถไฟฟ้า ที่มีความเหมาะสมกับการสร้างที่อยู่อาศัย ให้กระทรวงการคลัง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ศึกษาแนวทางการส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อไทยหลายมิติทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และการดำเนินชีวิตของประชาชนบริเวณแนวชายแดน ดังนั้นในฐานะประธานสภาสภาความมั่นคงแห่งชาติจึงออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ บริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา โดยมีรองนายกฯ ปานปรีย์ เป็นประธาน เป็นกลไกติดตามประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ รวมทั้งให้ความเห็นต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศไทยสามารถดำเนินนโยบายทางการทูตเชิงรุกที่จำเป็น

สส.ระยอง เผย ปชช. กังวลผลกระทบไฟไหม้โรงงานวินโพรเสส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573450

23 เม.ย. 2567

13:56 น.

สส.ระยอง เผย ปชช. กังวลผลกระทบไฟไหม้โรงงานวินโพรเสส

สส.ระยอง เผย ปชช. กังวลผลกระทบไฟไหม้โรงงานวินโพรเสส ควันสารเคมีอันตราย – กากอุตสาหกรรม จี้รัฐบาลเร่งตรวจสอบ -เยียวยา หาสาเหตุเพลิงไหม้ มั่นใจไม่ใช่ไฟฟ้าลัดวงจร

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคก้าวไกล แถลงกรณีไฟไหม้โรงงานวินโพรเสสว่า ชาวบ้านยังคงกังวลผลกระทบการเผาไหม้สารเคมี ทั้งสารกรด สารด่าง กากอุตสาหกรรม ภายในโรงงาน ตอนนี้ยังไม่ทราบว่ามีสารเคมีอะไรบ้าง แต่ควันจากการเผาไหม้ มีการกระจายไปรอบโรงงานและข้ามอำเภอไปยังพื้นที่อื่น แม้ว่าการวัดค่าคุณภาพอากาศพบว่า ไม่มีสารพิษอันตรายอยู่ในอากาศ แต่ชาวบ้านยังเป็นกังวล จึงขอให้รัฐบาลตรวจสอบสารเคมีให้ชัดเจนและดำเนินการเยียวยา ให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ทั้งระยะสั้น ระยะยาว 

นายชุติพงศ์ บอกว่า โรงงานวินโพรเสส ถูกฟ้องและถูกยึดที่ดินเรียบร้อยแล้ว ส่วนสารเคมีภายในโรงงานอยู่ระหว่างขนย้าย โดยจ้างบริษัทเอกชนเป็นผู้มาดำเนินการ แต่เป็นไปอย่างล่าช้า และยังไม่รู้ถึงขั้นตอนการบำบัดน้ำเสียและการกำจัดกากอุตสาหกรรมเหล่านั้น ว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือจะต้องตั้งกองไว้เป็นอนุสรณ์สถานต่อไป จึงตั้งข้อสังเกตว่า อุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้มีคำสั่งให้โรงงาน ดำเนินการขนย้ายสารเคมีและการอุตสาหกรรมอันตราย ออกไปกำจัด ในวันที่ 19 เมษายน ก่อนจะเกิดเหตุไฟไหม้ในวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุเพลิงไหม้เกิดตั้งแต่เวลา 08:00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเริ่มงาน

ยังมีข้อมูลว่าโรงงานแห่งนี้ถูกตัดไฟไปแล้ว จึงไม่น่าจะเกิดจากสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไปดูกล้องวงจรปิดทั้งภายในและโดยรอบโรงงาน ว่ามีใครเข้าไปดำเนินการอย่างไรก่อนวางเพลิงหรือไม่เนื่องจาก มีความพยายามเชื่อมโยง ว่าโรงงานแห่งนี้มีเจ้าของเดียวกันกับโรงงานที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้ที่จังหวัดอยุธยา ซึ่งพบว่ามีระเบิดปิงปองที่ไม่ทำงานอยู่ในพื้นที่

นายชุติพงศ์ ยังขอบคุณเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุทุกคนที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ขอให้วางมาตรการรับมือสถานการณ์ ที่รวดเร็วกว่านี้ เพราะกว่าจะใช้งบประมาณเผชิญเหตุได้ จะต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ซึ่งเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด หากไม่อนุมัติก็จะไม่สามารถใช้โฟม หรืออุปกรณ์ในการดับไฟก็ใช้ได้ยาก จึงจำเป็นจะต้องลดขั้นตอนเพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้เร็วกว่านี้

‘จุลพันธ์’ รอ คกก.กฤษฎีกา ตีความใช้เงิน ธกส. ทำดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573449

23 เม.ย. 2567

13:34 น.

‘จุลพันธ์’ รอ คกก.กฤษฎีกา ตีความใช้เงิน ธกส. ทำดิจิทัลวอลเล็ต

‘จุลพันธ์’ รอ คกก.กฤษฎีกา ตีความใช้เงิน ธกส. ทำดิจิทัลวอลเล็ต ย้ำลงทะเบียนไตรมาส 3 ได้เงินแน่ไตรมาส 4 ปีนี้ ขออย่ากังวลเรื่องแหล่งเงิน ‘เผ่าภูมิ’ เผยรัฐเตรียมระบบแอปพลิเคชั่นให้เสถียร

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ยังไม่สามารถระบุวันที่เริ่มโครงการได้อย่างชัดเจน ขึ้นอยู่กับการพัฒนาระบบด้วย พยายามเร่งรัดกระบวนการต่างๆ ให้เร็วที่สุด แต่ต้องรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องความเสถียรของแอปพลิเคชั่น ความมั่นคงปลอดภัยในด้านข้อมูลประชาชนและราชการ รวมถึงโครงสร้างต่างๆทางด้านการเงินจะต้องปลอดภัยด้วย ดังนั้นการกำหนดเวลาหรือเร่งรัดมากเกินไป อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ แต่ยืนยันในกรอบเดิมว่าจะมีการเปิดลงทะเบียนในไตรมาสที่ 3 และจะเปิดใช้เงินในไตรมาสที่ 4 วันนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าหากมีข้อสงสัยในประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับข้อกฏหมายให้ดำเนินการส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในการวินิจฉัย

ซึ่งล่าสุด ที่ประชุม ครม. เห็นชอบให้มีการส่งตีความการใช้แหล่งเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ตามมาตรา 28 ของพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 สามารถทำได้หรือไม่ ดังนั้นจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป และย้ำว่า การใช้เงินตามมาตรา 28 เป็นการดำเนินตามนโยบายกึ่งการคลัง ซึ่งเริ่มต้นในเดือนตุลาคม ดังนั้นใกล้ช่วงเวลาดังกล่าวจึงจะมีการพิจารณาและสอบถามที่ประชุมบอร์ด และนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.อีกครั้ง ดังนั้นยังมีการดำเนินการอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะการกำหนดรายละเอียดให้ครบถ้วน และคณะกรรมการกำกับที่ตั้งขึ้นมาก็จะไปประชุมหารือรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน รวมถึงการสอบถามกฤษฎีกาเพื่อให้เกิดความกระจ่างมากขึ้น ซึ่งจะดำเนินการในช่วงเวลาอีก 4-5 เดือนนี้ด้วย 

ส่วนกรณีที่ทางสหภาพ ธ.ก.ส. ชี้ว่า หากนำเงินไปใช้ในโครงการนี้ อาจทำให้ขาดสภาพคล่องได้นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ ธ.ก.ส.ไม่ได้สอบถามมาทางรัฐบาล และทางสหภาพก็ไม่ได้ตั้งคำถามนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ตนเองได้ชี้แจง ธ.ก.ส.ไปแล้ว และทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันดี ซึ่งสหภาพก็พร้อมเดินหน้านโยบายนี้ เพราะเป็นประโยชน์กับเกษตรกร แต่สหภาพก็ห่วงมากที่สุดในเรื่องของกรอบอำนาจหน้าที่ ซึ่งรัฐบาลได้ส่งเรื่องไปสิบถามกฤษฎีกา เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ และย้ำว่าขณะนี้ ธ.ก.ส. มีสภาพคล่องที่มั่นคง ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลถือหุ้น 100% และรัฐมีแต่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ธ.ก.ส. และสิ่งที่ตนเองได้ชี้แจงต่อสหภาพฯมี 3 ประเด็น คือ 1.การดำเนินการต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายทุกประการ หากมีข้อสงสัยใดในการดำเนินการให้กระจ่างชัด รัฐบาลยินดีรับฟัง , 2. เสถียรภาพของธ.ก.ส. มีความมั่นคงสูงและ ธ.ก.ส. มีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ และรัฐบาลพร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับธนาคารในกำกับของภาครัฐ ซึ่ง ธ.ก.ส.ถือว่าเป็นปีกหลักที่ช่วยการทำงานของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกร และรัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมาก็ใช้บริการ ธ.ก.ส.มาโดยตลอด เช่นเดียวกับรัฐบาลชุดนี้ ,3.สิ่งที่ดำเนินการจะไม่กระทบต่อสวัสดิภาพของพนักงานหรือลูกจ้าง ธ.ก.ส.โดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ตามมีการพูดคุยเรื่องการเพิ่มทุนให้กับ ธ.ก.ส. เช่น เติม 1 บาท จะได้ 11 บาท โดย 1 บาทนี้ จะเกิดวงเงินเป็นสินเชื่อให้กับเกษตรกร 11 บาท ดังนั้นเป็นการเติมความแข็งแกร่งให้ ธ.ก.ส.ซึ่งรัฐบาลกำลังพิจารณา ส่วนจะเป็นเงินเท่าใดและเมื่อใดนั้น จะมีการประชุมพิจารณากันอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุป และย้ำว่า ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องเพียงพอ พร้อมยืนยันว่าประชาชนทุกกลุ่มจะใช้เงินได้พร้อมกัน  เนื่องจากต้องการให้เกิดผลทางเศรษฐกิจ เมื่อเงินลงไปทีเดียวจะเกิดการหมุนเวียนทางการเงิน มีการลงทุนและการจ้างงาน ซึ่งรัฐบาลต้องการผลลัพธ์ในส่วนนี้ ส่วนการตีความข้อกฏหมายต่างๆ รัฐบาลมองว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ และถึงเวลานั้นจะดำเนินการตามที่ได้กำหนดไว้ 

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการ รมว.กระทรวงการคลัง ยืนยันว่าตัวระบบ แอปพลิเคชั่น ไม่ได้มีปัญหา แบ่งเป็น 2 ระบบคือระบบลงทะเบียน และระบบ transaction ที่เชื่อมต่อหลายภาคส่วน เพื่อสะดวกต่อการจะเปิดให้ลงทะเบียนภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ และประชาชนจะได้เงินไตรมาส 4 ตามกรอบเวลาที่กำหนด ส่วนรายละเอียดและข้อมูลทางแอปพลิเคชั่น อยู่ระหว่างดำเนินการ เมื่อได้ข้อสรุปจะมีการแถลงเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้ยืนยันสิ่งที่รัฐบาลทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการมีการตรวจสอบการละเอียดอย่างรอบคอบ ทั้งในส่วนของอำนาจหน้าที่และการได้มาของงบประมาณ ดังนั้นจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดเมื่อได้ข้อสรุป เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

‘สุวัจน์’ ยันทุกพรรคร่วม หนุน ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573391

22 เม.ย. 2567

16:33 น.

‘สุวัจน์’ ยันทุกพรรคร่วม หนุน ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

‘สุวัจน์’ ยันทุกพรรคร่วม หนุน ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ เพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน เพิ่มการเติมโต GDP มั่นใจกระบวนการเป็นไปตามหลักกฏหมาย

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวถึงการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตในวันนี้ว่า ต้องขอขอบคุณพรรคเพื่อไทย ที่ให้เกียรติเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมารับทราบรายละเอียด หลักการ ของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ก่อนที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ในที่ประชุมได้มีการชี้แจงและยืนยันกระบวนการ ขั้นตอนการดำเนินการโครงการ ว่าเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการนี้ คือตัวเลขทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น โดยเฉพาะตัวเลขของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ซึ่งตกต่ำมากในขณะนี้ ประมาณ 2% ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 9 ของอาเซียน โดยคาดว่าน่าจะเพิ่มการเติบโตของ GDP ได้อีก

นอกจากนี้ จะเกิดประโยชน์กับการเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนผู้ได้สิทธิ์จากการเข้าร่วมโครงการมากกว่า 50 ล้านคน ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีในขณะนี้ รวมทั้งร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอีกหลายแสนราย ที่จะได้ประโยชน์จากการค้าขาย ซึ่งภาพรวมของโครงการจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจให้กับทุกฝ่าย

นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ต มีพื้นฐานจากนโยบายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลผสมจากหลายพรรคการเมือง ฉะนั้นทุกพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล ที่ได้เข้าร่วมประชุมและหารือในวันนี้ จึงได้มีโอกาสรับฟังและสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และทุกพรรคก็ให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ในการดำเนินการโครงการนี้ให้เกิดประโยชน์โดยส่วนรวมทั้งเศรษฐกิจ ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยยึดถือความถูกต้อง ตามกระบวนการกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ รวมทั้งข้อห่วงใยจากทุกฝ่าย

นายกฯ ยืนยันตั้ง ‘บิ๊กต่อ’ กระบวนการเป็นธรรม ย้าย ‘บิ๊กโจ๊ก’ ทำตามกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573389

22 เม.ย. 2567

16:22 น.

นายกฯ ยืนยันตั้ง ‘บิ๊กต่อ’ กระบวนการเป็นธรรม ย้าย ‘บิ๊กโจ๊ก’ ทำตามกฎหมาย

นายกฯ ยืนยันตั้ง ‘บิ๊กต่อ’ เป็น ผบ.ตร. กระบวนการเป็นธรรม ตามมติ ก.ตร. ย้าย ‘บิ๊กโจ๊ก’ ทำตามกฎหมาย ไม่มีกลั่นแกล้ง ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่เคยบอกปรับ ครม. เดือนนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ยื่นเรื่องร้องนายกฯ ต่อ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการแต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีผู้ร้องไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็เป็นการร้องซ้ำอีก ผมมั่นใจว่าชี้แจงได้ ยืนยันแต่งตั้งด้วยความเป็นธรรม กระบวนการก็มีวิธีรับฟังความคิดเห็นทุกคนอย่างเป็นธรรม มีการพูดคุยกันในวงกว้าง ถึงจะมีการสรุป คะแนนในวันนั้นก็ชัดเจน 9 ต่อ 1 ในที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ก็เป็นอะไรที่บอกได้ชัดเจนว่ามีผู้ไม่ออกเสียงหนึ่งคะแนน และมีผู้ลงคะแนนให้พลตำรวจเอกต่อศักดิ์เป็น ผบ.ตร. โดยมีอีกหนึ่งเสียงไม่เห็นด้วย ก็เป็นเอกฉันท์ 

ส่วนกรณีที่พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ยังร้องนายกรัฐมนตรีต่อ ป.ป.ช. กรณีมีการย้ายตนเองมายังสำนักนายกรัฐมนตรีก่อนส่งตัวกลับ และมีคำสั่งให้ออกจากราชการ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอมา และที่ส่งไปตนก็เพื่อทราบเฉยๆ จริงๆ แล้วถ้าตนไม่ปฏิบัติตาม ก็จะโดนมาตรา 157 มากกว่า จึงเป็นเรื่องเพื่อทราบและมั่นใจ ว่าตนทำตามกฏหมายทุกอย่าง ไม่ได้เข้าข้างใคร ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับใครคนใดคนหนึ่ง

ส่วนความคืบหน้าคณะกรรมการตรวจสอบ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ กรณีเว็บพนันออนไลน์ ได้มีการรายงานความคืบหน้าอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยัง เรื่องที่พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์โดนนั้นเป็นคนละเรื่องกัน เรื่องนี้ก็ดำเนินการต่อไป ยืนยันว่าให้ความเป็นธรรม ทั้งกรณีพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์  และพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ โดยให้ความเป็นธรรม ไม่ได้เร่งของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้มีธงว่าใครคนใดคนหนึ่งต้องผิด ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด

นายกฯ ยังกล่าวถึงการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการส่งสัญญาณปรับครม. วันนี้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีการหาข้อสรุปก่อนนำเข้า ครม.วันพรุ่งนี้ (23เม.ย.67)

เมื่อสื่อถามว่าเรื่องการปรับครม. ยังไม่มีความชัดเจนเร็วๆนี้ใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะมีการปรับ พวกคุณ(สื่อ)พูดกันไปเอง ส่วนกระแสข่าวค่อนข้างไปไกล ทั้งมีการระบุว่าจะต้องเสร็จภายในวันพรุ่งนี้ จบภายในวันที่ 24 เม.ย. นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามคนที่พูดเอง ตอบไปแล้วหลายครั้ง เมื่อเกิดขึ้นก็รู้เอง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะปรับเงียบใช่หรือไม่ นายรัฐมนตรี ระบุว่า ปรับเงียบไม่ได้ ถ้าปรับต้องผ่านกระบวนการแต่งตั้งที่ถูกต้อง ไม่มีเงียบหรอกครับ และต้องมีการพูดคุยกันกับพรรคร่วม 

นายกฯ ตั้ง ‘ปานปรีย์’ ปธ.คกก.สถานการณ์เมียนมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573386

22 เม.ย. 2567

15:47 น.

นายกฯ ตั้ง ‘ปานปรีย์’ ปธ.คกก.สถานการณ์เมียนมา

นายกฯ ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เซ็นคำสั่งตั้ง ‘ปานปรีย์’ นั่งประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจ บริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เซ็นคำสั่ง สภาความมั่นคงแห่งชาติที่ 1/2567 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา 

โดยที่ปัจจุบันสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมามีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อไทยในหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ การสู้รบตามแนวชายแดน และการค้าชายแดนหยุดชะงัก อันกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน และความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลทั้งในส่วนที่ เกี่ยวกับการดำเนินการทางการทูต ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการสื่อสารต่อสาธารณะ รวมถึงการบริหารสถานการณ์พื้นที่ชายแดนไทย – เมียนมา เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2559 นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ จึงมีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา โดยมีองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจดังนี้ ให้ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์

โดยมีหน้าที่และอำนาจ  ติดตามตรวจสอบ ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ในภาพรวมที่เกี่ยวข้องกับเมียนมาที่อาจ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งในมิติการต่างประเทศ มิติการค้าและเศรษฐกิจชายแดน มิติความมั่นคง รวมทั้ง บทบาทและท่าทีของต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง  รวมถึงกลั่นกรอง ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกำหนดมาตรการ หรือแนวทางการบูรณาการ และประสานงานของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการเพื่อปกป้อง และรักษาผลประโยชน์แห่งชาติในการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ในเมียนมา โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ไทย – เมียนมา รวมถึงการดำเนินการทางการทูตเชิงรุกที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนให้เกิดสันติภาพในเมียนมา ให้สอดคล้องกับนโยบายด้านการต่างประเทศ นโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้ง ยุทธศาสตร์หรือแผนที่เกี่ยวข้อง ต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี

นอกจากนี้ มีหน้าที่และอำนาจ เร่งรัดและติดตามการขับเคลื่อนและการปฏิบัติงานของส่วนราชการ และ หน่วยงานของรัฐ ในการปฏิบัติตามนโยบาย แนวทาง หรือมาตรการที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีกำหนด รวมทั้งดำเนินการประชาสัมพันธ์ ชี้แจงหรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลในมิติต่าง ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์เมียนมาทั้งในส่วนการดำเนินการทางการทูต ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาพื้นที่ชายแดนไทย – เมียนมาให้ประชาชนรับทราบอย่างทันท่วงที  รายงานผลการดำเนินงานต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ตามห้วงระยะเวลาที่เหมาะสม  สามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และดำเนินการอื่นใดตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี มอบหมาย

ให้หน่วยงานของรัฐ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือในการชี้แจงข้อมูล ส่งเอกสาร ตลอดจนดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมากำหนด

การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหาสถานการณ์นเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงนสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 11 เมษายน 2567

‘ธนาธร’ เปิดแคมเปญ สว. ประชาชน แก้ปัญหา รธน. -องค์กรอิสระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573383

22 เม.ย. 2567

15:34 น.

‘ธนาธร’ เปิดแคมเปญ สว. ประชาชน แก้ปัญหา รธน. -องค์กรอิสระ

‘ธนาธร’ เปิดแคมเปญ สว. ประชาชน เชิญชวนประชาชนทั่วไป สมัครเข้าเลือก สว. ให้ สว.ของประชาชน แก้ปัญหารัฐธรรมนูญ – การใช้อำนาจองค์กรอิสระ

22 เม.ย. 2567 ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกล นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แถลงเปิดตัวแคมเปญ “สว.ประชาชน” ของคณะก้าวหน้า โดยเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าเป็นผู้สมัคร สว. ที่จะมีการเลือกในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. 2567 นี้  และชี้แจงบทบาทสำคัญของ สว. ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจะต้องอาศัยเสียงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของ สว. ทั้งหมด จึงสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญมาหลายครั้ง แต่แก้ไขได้เรื่องเดียวคือเรื่องระบบเลือกตั้ง

นายธนาธร ยกตัวอย่างถึงกระบวนการต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญที่อาจไม่ได้มาตรฐาน เช่น การเปลี่ยนแปลงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยกล่าวว่า 2 กรณีนี้ไม่สามารถทำให้เราหลุดพ้นจากการสืบทอดอำนาจรัฐประหารออกได้ เพราะไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกันในการตัดสิน ขณะเดียวกันทั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการ ป.ป.ช. กสทช. และ กกต. คณะกรรมการหลายท่านก็ถูกแต่งตั้งขึ้นโดย สว.

จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใด สว.ถึงมีความสำคัญ เพราะปัจจุบันสังคมเราอยู่กันแบบ 2 มาตรฐาน ฉะนั้นหากทำให้ทุกองค์กรกลับมายืนอยู่ในความยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ เชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ประเทศไทยอยู่กันอย่างสมานฉันท์และปรองดองได้


นายธนาธร กล่าวด้วยว่า ระบอบรัฐสภาและการเลือก สว.น่าจะเป็นกระบวนการที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อคลายปมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงอยากจะขอแรงจากทุกท่านช่วยกันผลักดันสว.ของประชาชนให้เข้าไปดำรงตำแหน่งในรัฐสภา เพราะหากไม่สามารถผลักดันได้สำเร็จจะต้องรอไปอีก 5 ปี จนกว่าสว.ปี 67 จะหมดวาระ ฉะนั้นหากใครสนใจจะสมัครสามารถเข้าไปกรอกข้อมูลและตรวจสอบคุณสมบัติได้ที่เว็บไซต์ www.senate67.com

‘ชูศักดิ์’ ยืนยัน แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสร็จในรัฐบาลนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573366

22 เม.ย. 2567

13:41 น.

‘ชูศักดิ์’ ยืนยัน แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสร็จในรัฐบาลนี้

‘ชูศักดิ์’ ยืนยัน แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสร็จในรัฐบาลนี้ เมินเสียงต้าน ย้ำ ทำประชามติ 3 ครั้ง ให้รอบคอบที่สุด เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่รับตีความ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล  สส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เปิดเผยภายหลัง นายกรัฐมนตรีเรียกหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหารือเรื่อง  กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่จะให้มีการทำประชามติสามครั้งซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะผ่านไปได้ จะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยก็ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น ต้องเป็นเป็นไปตามนั้น โดยยืนยันว่าจะทำประชามติ 3 ครั้ง 

ส่วนหากเดินหน้าต่ออาจจะมีคนออกมาต้านเพราะก่อนหน้านี้มีการ พูดว่ามีส่วนรู้เห็นด้วยนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องเดินไปแบบนี้เราก็พยายาม ทั้งนำเข้าที่ประชุมสภา และศาลรัฐธรรมนูญไม่รับพิจารณา และพยายามแล้วจะทำให้ประชามติเหลือ 2 ครั้งแต่ ทำไม่ได้ก็ไม่รู้จะทำยังไง  จึงพยายามทำให้รอบคอบที่สุดคือการทำ 3 ครั้ง 

ส่วนจะแล้วเสร็จภายในรัฐบาลนี้หรือไม่นายชูศักดิ์ระบุว่า  “ก็ต้องเสร็จ”  โดยคาดว่าจะทำครั้งแรกได้ประมาณเดือนสิงหาคม