‘อนุทิน’ มั่นใจ 8 รมต. ภูมิใจไทย ไม่มีปรับเปลี่ยน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573365

22 เม.ย. 2567

13:34 น.

‘อนุทิน’ มั่นใจ 8 รมต. ภูมิใจไทย ไม่มีปรับเปลี่ยน

‘อนุทิน’ มั่นใจ 8 รมต. ของภูมิใจไทย ทำงานได้ดี ไม่มีปรับเปลี่ยน เชื่อการเมืองคงไม่มีใครอยากทำให้เกิดความกระเพื่อม หนุนดิจิทัลวอลเล็ต – ทำประชามติ ตามนโยบายรัฐบาล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือพรรคร่วมรัฐบาลร่วมกับนายกรัฐมนตรี โดยถูกถามถึงการปรับเปลี่ยนการทำงานภายในกระทรวงมหาดไทย ว่า รัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 คนทำงานอย่างเต็มที่ ช่วงหลัง นายเกรียง กัลป์ตินันท์ เข้ามาช่วยดูเรื่องไฟป่า และสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ อย่างเต็มตัว และขณะนี้ตนได้มอบหมายกรมพัฒนาชุมชน ให้นายเกรียงได้ช่วยดูแล ซึ่งเจ้าตัวทำงานอย่างเต็มที่

ส่วนของพรรคภูมิใจไทย รัฐมนตรี ทั้ง 8 คน ไม่มีการขยับเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เวลาได้รับการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการมาว่า พรรคภูมิใจไทยจะปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ ซึ่งตนก็ยืนยันว่าไม่มีการปรับเปลี่ยน และ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยหารือเรื่องการปรับเปลี่ยน อีกทั้งตนคิดว่าการเมืองคงไม่มีใครอยากทำให้เกิดความกระเพื่อม 

“ถ้ามันไม่จำเป็น เปลี่ยนเปลี่ยนไปมา แล้วมันดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญทันทีไหม ทันตาเห็นไหม ไม่มีใครตอบได้ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นส่วนที่เป็นองค์ประกอบของรัฐบาลชุดนี้มาตั้งแต่แรก ถ้าเรายังไม่มีความเสียหายอย่างเป็นรูปธรรมเกิดขึ้น ผมก็มีหน้าที่ต้องประเมินรัฐมนตรีของผมเองทั้ง 8 คน ว่าถ้าคนไหนไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความสามารถ คนประเมินคนแรกต้องเป็นผมไม่ใช่ว่าคนอื่นมาประเมิน เพราะผมต้องรับผิดชอบในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล”

เมื่อถามว่า 7 เดือน ที่จะมีการปรับ ครม. จะมีแรงกระเพื่อมเยอะ นายอนุทิน กล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่ปรับนี่ครับ เราก็ยังไม่ทราบว่าจะปรับหรือเปล่า ไม่มีใครสามารถไปถามท่านนายกรัฐมนตรีได้ และเขาก็ไม่ถามกัน ทุกคนก็พูดเหมือนกันหมด ถามกี่ทีก็พูดเหมือนกันหมด เรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีต้องถามท่านนายกฯ”

นายอนุทิน ยังย้ำว่า รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทั้ง 7 คน บวกตนอีกคน ทำงานอย่างเต็มที่ ผลักดันภารกิจนโยบายต่างๆ ซึ่งก็มีความคืบหน้าโดยตลอด

ส่วนโครงการดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยมีอะไรติงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างถ้าถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องถือว่ามันสามารถกระทำได้ เพราะดิจิทัลวอลเล็ตต้องถือว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องช่วยกันสนับสนุน ซึ่งแต่ละพรรคก็มีนโยบาย แต่การสนับสนุนนโยบายของทุกพรรคร่วมรัฐบาล มันก็จะทำให้การขับเคลื่อนประสบความสำเร็จ และเกิดขึ้นได้ด้วยความสะดวกรวดเร็ว

ส่วนการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ครั้งเห็นด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรุ่งนี้จะเข้า ครม. ก็เป็นไปตามนั้น อย่างน้อยก็มีประชามติ 3 ครั้ง และไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งถ้ามีความจำเป็นและไม่ขัดต่อกฎหมาย ก็ไม่มีปัญหา การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะแก้ในเนื้อหาอื่นๆ โดยที่ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 มันก็เป็นเจตนารมณ์และสัญญาที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคได้แถลงไว้ต่อประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นไปในทางเดียวกันหมด

กองทัพอากาศ ส่งโดรน UAV เฝ้าระวังชายแดนเมียนมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573361

22 เม.ย. 2567

12:52 น.

กองทัพอากาศ ส่งโดรน UAV เฝ้าระวังชายแดนเมียนมา

กองทัพอากาศ ส่งโดรน UAV ไร้คนขับ จากกองบิน 4 สนับสนุน ฉก.ราชมนู เฝ้าระวังตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ลาดตระเวณยาว 5 ชั่วโมง

ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ฝูงบิน 302 (หน่วยอยู่ในพื้นที่ของกองบิน 4) ได้ส่ง UAV บินขึ้นจากกองบิน 4 อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร  โดยบินจากกองบิน 4 จังหวัดนครสวรรค์ และถึง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พร้อมปฏิบัติภารกิจบริเวณชายแดนฝั่งประเทศไทย ในการลาดตระเวนระยะเวลา 5 ชั่วโมง ก่อนบินกลับมายังกองบิน 4 

สำหรับ อากาศยานไร้คนขับพิสัยกลางแบบ DominatorXP ซึ่งเป็นอากาศยานไร้คนขับแบบ Medium Altitude Long Endurance หรือ MALE มีภารกิจการบินลาดตระเวนตามแนวชายแดน และภารกิจที่ไม่ใช่การรบ เช่น การค้นหาผู้ประสบภัย หรือการเฝ้าระวังไฟป่า

อากาศยานไร้คนขับพิสัยกลางแบบ DominatorXPอากาศยานไร้คนขับพิสัยกลางแบบ DominatorXP

ส่งกลับเมียนมาแล้ว 1,200 คน นายกฯ ไปแม่สอด พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573358

22 เม.ย. 2567

12:28 น.

ส่งกลับเมียนมาแล้ว 1,200 คน นายกฯ ไปแม่สอด พรุ่งนี้

รมว.กระทรวงการต่างประเทศ เผย ส่งชาวเมียนมาหนีภัยสงครามกลับประเทศได้แล้ว 1,200 คน วันพรุ่งนี้ช่วงบ่าย นายกฯ บินไปดูสถานการณ์ที่แม่สอด

นายปายปรีย์ พหิธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการต่างประเทศ รายงานว่าสถานการณ์สู้รบเมียนมา มีผู้หนีภัยเข้ามา 2,800 คน เมื่อวานเดินทางกลับประเทศไปแล้ว 1,200 คน วันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) จะประชุมคณะกรรมการความคืบหน้าสถานการณ์ และจะมีการแถลงข่าวต่อไป จากนั้นช่วงบ่าย ตนจะลงพื้นที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี 

ยืนยันว่าประเทศไทยได้มีการเตรียมแผน ทั้งระยะสั้นและระยะยาวไว้หมดแล้ว และได้มีการเตรียมแผนไว้นานแล้ว ดังนั้นเมื่อเกิดสถานการณ์ ก็พร้อมรับทันที เห็นได้จากประชาชนที่อพยพเข้าประเทศไทย รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็สามารถรองรับได้หมด รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ประเทศไทยก็รับเข้ามาดูแล ดังนั้นศูนย์อพยพของไทยไม่จำเป็นต้องร้องขอเพิ่มเติม แต่จะปรับปรุงและทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ภาพจาก ธิติ วรรณมณฑา (Thiti Wannamontha) Nation Photoภาพจาก ธิติ วรรณมณฑา (Thiti Wannamontha) Nation Photo

บรรยากาศตลาดริมเมย ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จังหวัดตาก ค่อนข้างเงียบเหงา ร้านค้าในตลาดไม่เปิดบริการหลายร้าน แม่ค้าในตลาด บอกว่า บรรยากาศที่ตลาดเงียบเหงามาตั้งแต่โควิดระบาด จนถึงเหตุการณ์ไม่สงบในประเทศเมียนม่าอย่างต่อเนื่อง และทางเมียนมาก็ปิดด่านชั่วคราว ส่วนตลาดสดในอำเภอแม่สอด พบเห็นชาวพม่ามาจับจ่ายใช้สอย รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าก็เป็นชาวพม่า พ่อค้าแม่ค้าบอกว่า ช่วงนี้บรรยากาศไม่ค่อยคึกคักเนื่องจากเป็นหลังเทศกาลสงกรานต์ ส่วนเหตุการณ์สู้รบในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนม่า ส่งผลกระทบไม่มากเท่าไหร่

‘วันนอร์’ แนะนำ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ร้องศาลฎีกา สอบกรรมการ ป.ป.ช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573345

22 เม.ย. 2567

11:05 น.

‘วันนอร์’ แนะนำ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ร้องศาลฎีกา สอบกรรมการ ป.ป.ช.

‘วันนอร์’ แนะนำ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ร้องศาลฎีกานักการเมือง สอบกรรมการ ป.ป.ช. กฎหมายระบุสามารถร้องได้ด้วยตนเอง ข้อกล่าวหาวิ่งเต้น ป.ป.ช. มีหน้าที่สอบกันเองได้อยู่แล้ว

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงหนังสือของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้ ป.ป.ช. ส่งเรื่องของ กรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง ที่มีความขัดแย้งกับตนเอง ไปยังประธานรัฐสภา เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของกรรมการ ป.ป.ช.รายนี้ว่า ตามประมวลจริยธรรมและการตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. หากกรรมการ ป.ป.ช. กระทำความผิดเอง ผู้ร้องสามารถร้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้โดยตรงด้วยตนเอง และศาลฎีกาฯ ก็จะตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมาตรวจสอบเรื่องร้องเรียนโดยตรง ตามที่รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เปิดช่องให้มีการตรวจสอบได้ทุกองค์กร ซึ่งได้ระบุไว้ชัดเจนว่า องค์กรใดตรวจสอบอย่างไร แต่เนื่องจาก ป.ป.ช. เป็นหน่วยงาน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบองค์กรอื่น ดังนั้น กฎหมายจึงระบุไว้ว่า เมื่อมีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กรรมการ ป.ป.ช.ก็ให้ร้องโดยตรงไปถึงศาลฎีกาฯ ได้ทันที ซึ่งในกระบวนการในการพิจารณาเมื่อเรื่องร้องเรียนแล้ว สำนักงานศาลฎีกา จะตรวจสอบว่า คำร้องดังกล่าว มีมูลเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งหากศาลฯ รับไว้พิจารณา ก็เข้าสู่กระบวนการไต่สวนต่อไป 

ส่วนกระบวนการของรัฐสภา จะมีการตรวจสอบกระบวนการสรรหากรรมการ ป.ป.ช.คนดังกล่าวย้อนหลังด้วยหรือไม่นั่น เนื่องจากในเอกสารของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ อ้างถึงการวิ่งเต้นของกรรมการ ป.ป.ช.คนดังกล่าว เพื่อให้ได้รับการคัดสรรด้วยนั้น ประธานรัฐสภา ชี้แจงว่า ยังไม่มีการตรวจสอบ แต่ในกระบวนการสรรหากกรรมการ ป.ป.ช. มีคณะกรรมการสสรรหา 7 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบอยู่แล้ว และเมื่อตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จสิ้น ก็ต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบด้วยอีกขั้นตอนหนึ่ง

‘ภูมิธรรม’ เผย นัดคุยพรรคร่วม ไม่มีคุย ปรับ ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573339

22 เม.ย. 2567

10:34 น.

‘ภูมิธรรม’ เผย นัดคุยพรรคร่วม ไม่มีคุย ปรับ ครม.

‘ภูมิธรรม’ เผย นัดคุยพรรคร่วม ไม่มีคุย ปรับ ครม. ย้ำอำนาจอยู่ที่นายกฯ เตรียมสรุปแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญส่งที่ประชุม ครม. ยืนยันประชามติ 3 รอบ ไม่แก้หมวด 1 – 2

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ในงานทานข้าวร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ได้นัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลประชุมร่วมกันนายกรัฐมนตรี ช่วงเที่ยงวันนี้ด้วย หารือถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการทำประชามติ และเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต ไม่มีการพูดเรื่องการปรับ ครม. ในขณะที่หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้สอบถามเช่นกัน ถ้าชัดเจนว่าจะมีการปรับ ครม. ก็เป็นเรื่องของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พิจารณาความเหมาะสม และนัดพูดคุยกับหัวหน้าพรรคการเมืองอีกครั้ง ถ้าสรุปเรียบร้อยก็จบ แต่ขณะนี้ยังไม่มีประเด็นดังกล่าว

ส่วนกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยขีดเส้นให้ส่งรายชื่อปรับ ครม. ภายในวันที่ 24 เมษายนนี้ นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 เป็นผู้อาวุโสอยู่ในพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้ยินเรื่องนี้เลย เวลานี้สิ่งที่ได้ยินเรื่องปรับ ครม. คือได้ยินจากสื่อเป็นหลัก ถ้าจะถามว่าเป็นอย่างไรก็ต้องถามสื่อ ว่าเอาข้อมูลจากไหนมา เมื่อเช้าพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีเรื่องนี้ ถ้าจะมีการปรับอะไรก็ปรับ เพราะถ้าออกจาก ครม. แล้วมันเป็นความเห็นร่วมกัน ดังนั้นเวลาประชุมหัวหน้าพรรคร่วม อย่าไปโฟกัสว่าจะเป็นเรื่องปรับ ครม. ขอย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีแต่ถ้าจะมีวันใดวันหนึ่ง มีวันไหนก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจเต็ม

สำหรับเนื้อหาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะพูดคุยกัน เป็นการสรุปแนวทางที่จะเสนอเข้า ครม. คือ การทำประชามติ 3 ครั้ง และหารือเกี่ยวกับคำถามประชามติว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่ต้องอิงกับนโยบายที่เคยประกาศไว้ โดยแนวคำถามทางคณะกรรมการฯ เตรียมร่างไว้แล้ว และจะเสนอเข้า ครม. โดยสรุปคือจะถามว่า “จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่แก้หมวด 1 และหมวด 2 หรือไม่”

ส่วนไทม์ไลน์ในการเดินหน้า หลังจากพรุ่งนี้เสนอเข้า ครม. ก็จะส่งต่อ กกต. ซึ่งต้องดำเนินการภายใน 90 วัน รัฐบาลถือว่าจบหน้าที่แล้ว จากนี้ก็ว่าไปตามกระบวนการของ กกต. หากไม่มีปัญหาอะไร ก็คาดว่าน่าจะทำประชามติครั้งแรกในช่วงเดือนสิงหาคม 

ส่วนที่มีประชาชนไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่คณะกรรมการฯ เสนอนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถือว่าเราไม่มีส่วนร่วมกับประชาชนไม่ได้ เพราะเราจะเสนอความเห็นที่แตกต่างทั้งหมดเข้า ครม. ทั้งนี้ ตนได้เชิญทั้งพรรคฝ่ายค้าน และกลุ่มไอลอว์ เข้าร่วมในคณะกรรมการแล้ว แต่ได้รับการปฏิเสธ ซึ่งในกระบวนการก็ได้ไปพูดคุย รับฟังความเห็นแล้ว รวมถึงหารือผลลัพธ์ที่ได้มาทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้ไปสอบถามความเห็นจากประชาชนทั้ง 4 ภาค เพราะฉะนั้น จะบอกว่าเราไม่คุยกับประชาชนไม่ได้ หากจะขาดความเห็นใครไปบ้าง ก็คงขาดจากพรรคฝ่ายค้าน ที่ปฏิเสธไม่เข้าร่วมคณะกรรมการ 

“ปานปรีย์” เตือน เมียนมา รบได้ แต่ กระสุน ห้ามตก กระทบ ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573318

21 เม.ย. 2567

19:50 น.

"ปานปรีย์" เตือน เมียนมา รบได้ แต่ กระสุน ห้ามตก กระทบ ไทย

รบได้ แต่อย่ากระทบไทย “ปรานปรีย์” เตือน เมียนมา อย่าให้กระสุน รุกล้ำข้ามแดน ทั้งทางบก-ทางอากาศ คาด ผู้ลี้ภัย กับมาตุภูมิเมื่อเหตุสงบ

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ การสู้รบในเมียนมา ทำให้บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา มีผู้อพยพหนีภัยสงครามมายัง อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นจำนวนมากว่า การลี้ภัยดังกล่าว ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาข้ามมาฝั่งไทย เพราะก่อนหน้านี้ เคยมีกรณีผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ข้ามฝั่งมาไทย จำนวน 10,000 คน เมื่อเหตุการณ์สงบ ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาก็ข้ามฝั่งกลับไป

ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอพยพเข้าฝั่งไทยผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอพยพเข้าฝั่งไทย

ดังนั้น กรณีดังกล่าว จึงคาดว่า หากเหตุการณ์ในเมียนมาเริ่มสงบ ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาที่ข้ามมาฝั่งไทย ก็จะทยอยกลับไป ซึ่งตอนนี้ได้รับรายงานว่า มีผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ข้ามมาฝั่งไทย จำนวน 3,000 คน ซึ่งในจำนวน 3,000 คนนี้ อยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย

ส่วนกรณีที่การสู้รบมีกระสุนปืนตกบริเวณกลางแม่น้ำเมย ใกล้ฝั่งประเทศไทย และยังมีกระสุนปืนจากฝั่งเมียนมา กระทบบ้านเรือนประชาชนใน ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จะต้องเตือนไปยังฝ่ายเมียนมาหรือไม่นั้น นายปานปรีย์ กล่าวว่า กระสุนจากฝั่งเมียนมา แม้หลุดเข้ามาทางฝั่งไทย แต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหาย และไม่ได้รับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ได้ทำการเตือนทางฝั่งเมียนมาแล้วว่า ให้ระมัดระวัง เพราะฝ่ายไทยไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์รุกล้ำข้ามเขตแดน ไม่ว่าจะทางบก หรือทางอากาศ รวมถึงการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย รวมถึงห้ามให้ประชาชนไทยได้รับอันตราย

การสู้รบในเมียนมาการสู้รบในเมียนมา

นอกจากนี้ นายปานปรีย์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้า หลังจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาว่า จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้ ( 22 เม.ย.) ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะบินไป อ.แม่สอด คาดว่า จะสามารถได้ข้อสรุป 

  ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอพยพเข้าฝั่งไทยผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาอพยพเข้าฝั่งไทย

ส่วนความพร้อมของไทยในการเป็น Peace Broker นั้น นายปานปรีย์ ชี้แจงว่า เบื้องต้นไทยได้เรียกร้องให้อาเซียน กดดันให้ทางเมียนมา กลับสู่ความสงบโดยเร็ว ส่วนการที่ไทยจะเป็นตัวกลางในการเจรจา ยืนยันว่า กำลังเร่งทำงานกันอยู่ แต่ยังไม่ทราบว่า ต้องเจรจาผ่านกลุ่มใด และการสู้รบยังเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ก็ยืนยันว่า มีการพูดคุยในระดับหนึ่ง

สุดชิล “อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ไอจี “ทักษิณ” เดิน ไอคอนสยาม ครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573314

21 เม.ย. 2567

17:19 น.

สุดชิล "อุ๊งอิ๊ง" โพสต์ไอจี "ทักษิณ" เดิน ไอคอนสยาม ครั้งแรก

วันหยุด สุดชิล “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” โพสต์ไอจี “ทักษิณ” พร้อม ครอบครัว เดิน ไอคอนสยาม ครั้งแรก หลังเดินทางกลับประเทศไทย

(21 เม.ย. 2567) อินสตาแกรมส่วนตัวของ “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย “Ingshin21” ได้โพสต์ภาพครอบครัว ซึ่งเป็นภาพของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร, นายปิฎก สุขสวัสดิ์, น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เดินเที่ยวศูนย์การค้าไอคอนสยาม เมื่อวานนี้ (20 เม.ย. 2567)

ทักษิณเดินไอคอนสยามทักษิณเดินไอคอนสยาม

โดยในโพสต์ของอุ๊งอิ๊ง ระบุแคปชั่นว่า “Saturday with loved ones พาพ่อไป ICONSIAM ครั้งแรก🤭”

โดยก่อนหน้านี้ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ก็ได้โพสต์ไอจีสตอรี่ ขณะแวะร้านของจิ๋ว โดย น.ส.แพทองธารระบุว่า “ซื้อของจิ๋วตามอาชีพ ตอนเด็กๆ” ซึ่งในคลิป น.ส.แพทองธารได้ถามนายทักษิณว่า “ตอนเด็กๆ เคยขายอะไรบ้างคุณพ่อ” นายทักษิณตอบว่า”ขายกาแฟ หน้าร้านขายโรตี” และได้ถามหาของจิ๋วที่เป็นร้านน้ำแข็งไสด้วย

ทักษิณเดินไอคอนสยามทักษิณเดินไอคอนสยาม

นอกจากนี้ นายทักษิณ ได้เดินแวะทักทายร้านค้า และมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปกับนายทักษิณด้วยเช่นกัน ซึ่งการเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าไอคอนสยามครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของนายทักษิณ หลังเดินทางกลับประเทศไทย

ทักษิณเดินไอคอนสยามทักษิณเดินไอคอนสยาม

“พีระพันธุ์” ลั่น นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณ ปรับ ครม. รัฐมนตรี ยังเป็น 4 คนเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573309

21 เม.ย. 2567

15:31 น.

"พีระพันธุ์" ลั่น นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณ ปรับ ครม. รัฐมนตรี ยังเป็น 4 คนเดิม

“พีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค” ลั่น นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณ “ปรับ ครม.” ย้ำ รัฐมนตรี ยังเป็น 4 คนเดิม ถึงเวลาค่อยว่ากัน

(21 เม.ย. 2567) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงการปรับ ครม. ว่า จะมีการปรับ ครม.หรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะนายกฯ ยังไม่เคยมาพูด ดังนั้น ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เมื่อยังไม่มีการพูดถึงการปรับ ครม.ก็ถือว่ายังไม่มี ถึงเวลาจริงค่อยว่ากัน 

ส่วนการยืดปรับ ครม. ออกไปอีก 2 เดือน ครั้งหน้า รวมทั้งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะยังเป็นของพรรครวมไทยสร้างชาติใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบถึงกระแสข่าวว่า จะมีการยืดปรับ ครม. ออกไปอีก 2 เดือน เพราะวันนี้ ตนไม่มีหน้าที่ในเรื่องนี้ คนที่มีอำนาจคือนายกรัฐมนตรี เมื่อยังไม่มีการพูดอย่างเป็นทางการ ก็ถือว่าไม่มี เพราะฉะนั้น 4 คนนี้ ก็ยังอยู่

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกาศในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ดันตนเองให้เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องธรรมดาในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ก็ต้องพูดแบบนี้ ทุกพรรคการเมืองก็ต้องประกาศในความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อจะชนะการเลือกตั้ง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของพรรคการเมือง แต่ในความเป็นจริงเป็นเรื่องของประชาชน เราไม่มีวันรู้อนาคตได้ แต่ที่สำคัญจะเป็นอะไรก็ต้องทำเพื่อประชาชน เพื่อประเทศไม่ใช่เพื่อตัวเอง ซึ่งยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปและการขับเคลื่อนพรรคไม่ง่าย ไม่มีอะไรง่ายแต่ก็ต้องทำ

ส่วนกรณีนางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการพรรค นายพีระพันธุ์ ชี้แจงว่า ปกติทุกพรรคการเมือง จะมีผู้อำนวยการพรรค แต่ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติคนเดิม ได้ถูกแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพรรค ทำให้ตำแหน่งผู้อำนวยการพรรคว่างลง กรรมการบริหารพรรคจึงมีมติแต่งตั้งให้นางพิชชารัตน์ รองเลขาธิการพรรค ไปเป็นรักษาการผู้อำนวยการพรรค แต่ปัจจุบันมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการพรรคคนใหม่ นางพิชชารัตน์ จึงหมดหน้าที่ จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไร ยืนยันว่า ในพรรคไม่มีปัญหาอะไร

‘วันนอร์’ ขึ้นเวที ‘พรรคประชาชาติ’ ลั่นเลือกตั้ง ครั้งหน้ากวาดสส. เข้าสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573302

21 เม.ย. 2567

13:00 น.

'วันนอร์' ขึ้นเวที 'พรรคประชาชาติ' ลั่นเลือกตั้ง ครั้งหน้ากวาดสส. เข้าสภา

‘วันนอร์’ วางบท ประธานสภาฯ ถอดบทเรียน 6 ปี พรรคประชาชาติ ตั้งเป้ากวาด 15 สส.เลือกตั้งหน้า หวัง 3 เก้าอี้ รมต. – เตรียมลงพื้นที่พบประชาชนนราฯ มิ.ย.นี้

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา ในฐานะสส.บัญชรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวบรรยายพิเศษ ‘ถอดบทเรียน 6 ปี พรรคประชาชาติ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ครั้งที่ 1 พรรคประชาชาติ ที่โรงแรมอัลมีรอซ กรุงเทพมหานคร โดยได้ขอบคุณกรรมการบริหารพรรคฯ ทุกคนที่ทำให้พรรคเดินมาจนถึงวันนี้ และความสำเร็จที่ผ่านมา เป็นความสำเร็จของสมาชิกพรรคทุกคน

พร้อมระบุว่า พรรคประชาชาติ เติบโตขึ้นมากกว่าที่ควรจะเป็น มีจำนวนสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้น และมีจำนวน สส.มากกว่าปี 2562 ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้น 20-30% ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าพอใจ เพราะหลายพรรค จำนวน สส.ลดลง แต่พรรคฯ ก็ยังจะต้องพัฒนาอีกใน 4 ปีข้างหน้า สส.จาก 9 คน จะต้องเป็น 14-15 คนอย่างน้อยตามสัดส่วนเดิม 20-30% ซึ่งจะทำให้พรรคประชาชาติ กลายเป็นพรรคขนาดกลาง จากพรรคขนาดเล็ก พร้อมประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาชาติจะต้องเป็นพรรครัฐบาลอีกรอบแน่นอน และหากพรรคฯ ได้จำนวน สส. 14-15 คนก็จะได้โควตารัฐมนตรี 3 คน เป็นรัฐมนตรีว่าการ 1 ที่นั่ง และรัฐมนตรีช่วย 2 ที่นั่ง สามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากขึ้นอย่างแน่นอน 

เช่นเดียวกับ คะแนนเสียงการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชาติ ได้คะแนนเพิ่มขึ้น 200,000 เสียง จากที่การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคได้ 400,000 กว่าเสียง ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ ได้ประกาศว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคฯ จะต้องได้ 1,000,000 เสียง หรือให้ได้ สส.บัญชีรายชื่อ ประมาณ 3-4 ที่นั่ง 

'วันนอร์' ขึ้นเวที 'พรรคประชาชาติ' ลั่นเลือกตั้ง ครั้งหน้ากวาดสส. เข้าสภา

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังเจาะเขตการเลือกตั้งรายจังหวัดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในจังหวัดยะลา ครั้งนี้ พรรคประชาชาติได้ 3 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็จะต้องรักษาให้ได้ 3 เช่นเดิม , จังหวัดปัตตานี สส. 5 คน พรรคได้มา 3 ที่นั่งจากเดิม 2 ที่นั่ง ก็มั่นใจว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็กวาดทั้งจังหวัด 5 ที่นั่งได้แน่นอน และจังหวัดนราธิวาส เดิมพรรคฯ ได้มา 1 ที่นั่ง แต่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็หวังว่า พรรคฯ จะได้ 3 ที่นั่ง ซึ่งในต้นเดือนมิถุนายนนี้ มีกิจกรรมประธานสภาฯ พบประชาชน ซึ่งเป็นกิจกรรมใหม่ของสภาผู้แทนราษฎร และตนก็ได้เลือกแล้วว่า ประธานสภาฯ พร้อมข้าราชการสภาฯ จะไปพบประชาชนที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติเพียง 1 เดียว ทำให้ได้ สส.มากขึ้น และตนเอง ก็จะไปดูว่า ที่พรรคฯ ไปหาเสียงเลือกตั้งแถบชายทะเลนราธิวาส มีการใช้ไฟฟ้าแพง และเป็นชุมชนแออัด จะสามารถแก้ไขปัญหาใดได้บ้าง และที่ดินบนเทือกเข้าบูโด ที่รัฐบาลจะยึดไป เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มาเช่า ซึ่งตนก็จะไปติดตามปัญหานี้เช่นดัน เพราะประชาชนอยู่กินมากว่า 50 ปี เหตุใดจึงต้องให้ประชาชนในพื้นที่ไปเช่า เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังขอให้สมาชิกพรรคฯ และ สส.ของพรรคฯ ทำงานให้หนัก มีผลงาน เพื่อให้พรรคฯ ได้ไปถึงเป้าหมายในการเลือกตั้งในครั้งหน้า และจะต้องทำหน้าที่ให้ดีกว่าที่พรรคฯ เคยเป็นฝ่ายค้าน รวมถึงนโยบายคำมั่นสัญญาต่าง ๆ ที่หาเสียงไว้กับประชาชน จะต้องไม่ลืม และพรรคฯ สามารถยืนยันได้ว่า นโยบายดันราคายางพาราให้สูงกว่า 80 บาท/กิโลกรัม สำเร็จแล้ว ซึ่งปัจจุบันราคากว่า 90 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว พร้อมมั่นใจว่า ภายใน 4 ปีนี้ ผู้สูงอายุจะต้องได้เบี้ยผู้สูงอายุ 2,000 – 3,000 บาท รวมถึงยังนโยบายอื่น ๆ อีก ดังนั้น จะต้องไม่ลืมว่า เลือกตั้งครั้งหน้าต้องเลือกพรรคประชาชาติ 

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังย้ำว่า ยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติ เป้าหมายการเลือกตั้งครั้งต่อไปมีความชัดเจน และมีกรรมการบริหารพรรคฯ ได้มีการถอดบทเรียน และผลคะแนนรายเขตแล้ว เขตใดชนะ แพ้ หรือสูสี ดังนั้น จะต้องดูรายละเอียดเป็นรายเขตเลือกตั้ง และไปเอาหัวคะแนนที่ทำงานแต่ละหน่วยดูว่าเหตุใด จึงเป็นเช่นนั้น และต้องประเมินอย่างชัดเจน โดยมีตัวเลขที่สะท้อนปัจจัยที่จะทำให้ได้ สส.เพิ่ม ได้แก่ การคัดเลือกผู้สมัครที่จะต้องอยู่ในสายตาประชาชน มีความรู้ความสามารถ, การสร้างกระแสพรรค และตัวบุคคล ที่พรรคมีกระแสในพื้นที่ชายแดนใต้ แต่ในพื้นที่อื่น ๆ พรรคยังไม่ได้รับการเลือกตั้ง เช่น บางพื้นที่คะแนนบัญชีรายชื่อชนะพรรคการเมืองอื่น แต่ สส.แบบแบ่งเขตแพ้ ดังนั้น หากจะให้พรรคโต จะต้องสร้างกระแส รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญในยุคปัจจุบัน คือ ”เทคโนโลยี” ที่ผู้สมัครพูดเก่ง แต่ไม่ปรากฏในสื่อออนไลน์ สื่อมวลชน หรือไม่เป็นข่าว ก็จะแพ้ และถ้าหากไม่มีการชี้แจงให้ชัดเจนเหมือนปัญหาตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะยึดคืน ประชาชนก็จะเชื่อในข่าวลือ หรือสื่อที่ไม่มีความเข้าใจ ดังนั้น จะต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะปรับคณะรัฐมนตรี กี่รอบ หรือปรับนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เกี่ยวข้องกับประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงสะท้อนว่า สื่อเทคโนโลยีปัจจุบัน มีความสำคัญ หากผู้สมัคร สส.ยังไม่ทำ ก็จะแพ้พรรคการเมืองอื่นแน่นอน โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคคู่ต่อสู้ของทุกพรรคการเมือง แม้ตัวบุคคลในพื้นที่ชายแดนใต้ จะไม่ได้ชนะพรรคประชาชาติ หรือพรรคการเมืองอื่น แต่พรรคก้าวไกล มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ด้วยวิธีการใหม่ ๆ จึงถึงเวลาแล้ว ที่พรรคประชาชาติ จะต้องพัฒนาเทคโนโลยีอย่างจริงจัง และมั่นใจว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาชาติ จะได้เป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง 

ทั้งนี้ ตามกำหนดการ นายวันมูหะมัดนอร์ จะกล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง ”พรรคการเมืองกับระบอบประชาธิปไตย” แต่นายวันมูหะมัดนอร์ ได้ขอถอดบทเรียน ”6 ปี พรรคประชาชาติ” แทน เนื่องจาก ในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) ตนเอง มีวาระการบรรยายพิเศษเรื่อง ”พรรคการเมืองกับระบอบประชาธิปไตย” ที่รัฐสภาอยู่แล้ว 

ชายแดนแม่สอดระอุ เมียนมา ส่ง ฮ.ติดปืนกล และ MiG-29 ทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายค้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573277

20 เม.ย. 2567

15:44 น.

ชายแดนแม่สอดระอุ  เมียนมา ส่ง ฮ.ติดปืนกล และ MiG-29 ทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายค้าน

ชายแดนแม่สอดระอุ ทหารเมียนมา ส่ง ฮ.ติดปืนกล และ MiG-29 ทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายค้าน ชาวบ้านกว่า 1,200 ชีวิต อพยพหนีตายเข้าไทย

20 เม.ย. 67 ผู้สื่อข่าวรายบรรยากาศบริเวณชายแดน ไทย – เมียนมา ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก มีการสู้รบฝั่งประเทศ “เมียนมา” ตั้งแต่ช่วงเช้า

ชายแดนแม่สอดระอุ  เมียนมา ส่ง ฮ.ติดปืนกล และ MiG-29 ทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายค้าน

และล่าสุดช่วงบ่ายที่ผ่านมา บรรยากาศบริเวณชายแดน ไทย-เมียนมา ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ที่มีการสู้รบฝั่ง “เมียนมา” จังหวัดเมียวดี ระหว่างกองกำลังชนกลุ่มน้อยฝ่ายต่อต้านรัฐบาล กับ รัฐบาลทหาร “เมียนมา” โดยล่าสุดมีประชาชน “เมียนมา” ข้ามมายังฝั่งประเทศไทย แล้วกว่า 1,200 คน โดยทยอยข้ามมาตั้งแต่ช่วงเช้า

ชายแดนแม่สอดระอุ  เมียนมา ส่ง ฮ.ติดปืนกล และ MiG-29 ทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจราชมนู (ฉก.ราชมนู) ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้จัดพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ไว้ 2 จุด อยู่บ้านวังตะเคียนใต้ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า การสู้รบบริเวณชายแดน “เมียนมา” ฝั่งจังหวัดเมียวดี ยังมีการสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง โดย รัฐบาลทหาร ได้นำให้ เฮลิคอปเตอร์ติดปืนกล พร้อมจรวด ขึ้นต่อสู้กับทางฝ่ายต่อต้าน ขณะเดียวกัน นำเครื่องบินรบ MIG-29 ทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายต่อต้าน

ชายแดนแม่สอดระอุ  เมียนมา ส่ง ฮ.ติดปืนกล และ MiG-29 ทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายค้าน