กมธ.อุตสาหกรรม เรียก 6 หน่วยงาน ชี้แจงขนย้ายแคดเมียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573020

16 เม.ย. 2567

15:31 น.

กมธ.อุตสาหกรรม เรียก 6 หน่วยงาน ชี้แจงขนย้ายแคดเมียม

กมธ.อุตสาหกรรม เรียก 6 หน่วยงาน ชี้แจงการขนย้ายกากแคดเมียมพรุ่งนี้ ย้ำความปลอดภัยสูงสุด ฟันธงมีเจ้าหน้าที่รัฐรับผลประโยชน์ จี้หาตัวผู้ทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันที่ 17 เมษายนนี้ เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา กมธ.อุตสาหกรรมได้เชิญหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ 6 หน่วยงานหลักที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดำเนินการกับกากแร่แคดเมียม มาประชุมที่สภาฯเพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการ โดยเฉพาะการขนย้ายกากแคดเมียม เนื่องจากประชาชนกังวลใจว่า จะขนย้ายอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด การประชุมในวันพรุ่งนี้จะมีแผนงานที่ชัดเจนออกมาแจ้งให้ประชาชนทราบว่า หน่วยงานต่างๆของรัฐจะดำเนินการอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ กมธ.ได้รับการร้องเรียนว่า กากแคดเมียมที่อายัดไว้ทำไมปล่อยทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ ไม่หาตู้คอนเทนเนอร์มาบรรจุกากแคดเมียม กมธ.มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าวจึงจะไปเร่งรัดให้เกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนการขนย้ายจะเข้าไปดูรายละเอียดว่าขนย้ายอย่างไร โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่า ขนอย่างไรให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เพราะประชาชนเป็นห่วงมาก และขอบอกประชาชนว่า ไม่ต้องเป็นห่วง กมธ.จะตรวจสอบการขนกากแคดเมียมของหน่วยงานภาครัฐอย่างเข้มข้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนมากที่สุด ตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทางจนถึงปลายทาง

นอกจากนี้ จะได้สอบถาม กระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมมลพิษว่าได้ติดตามดำเนินการกรณีนี้ที่เป็นผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและสิ่งแวดล้อมว่าได้ดำเนินการไปถึงไหนและมีผลการดำเนินการเป็นอย่างไรแล้วบ้าง

สำหรับ การสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด กมธ.จะติดตามสอบถามกับบก.ปทส.ว่า สอบสวนถึงไหนแล้ว การขนย้ายกากแคดเมียมเป็นหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนการสอบสวนดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของ บก.ปทส. ในเบื้องต้นยืนยันได้ว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐรับผลประโยชน์ในเรื่องนี้แน่นอนจึงสามารถขนย้ายกากแร่อันตรายจากจังหวัดตากมาเก็บไว้ที่จังหวัดสมุทรสาครแล้วกระจายไปยังจุดต่างๆทั้งชลบุรีและกรุงเทพมหานครได้ ทาง กมธ.อุตสาหกรรมมีข้อมูลเชิงลึกแล้ว 

“ขอยืนยันว่า จะติดตามตรวจสอบเอาคนทำความผิดที่รับผลประโยชน์และทำผิดกฎหมายมาลงโทษให้ได้กมธ.จะไม่ยอมให้เอาชีวิตของพี่น้องประชาชนเป็นตัวประกัน จะติดตามหน่วยงานเกี่ยวข้องให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนสบายใจ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาไม่ได้เงียบ กมธ.ยังคงติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แล้วจะรายงานผลให้ประชาชนทราบเป็นระยะ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” นายอัครเดชกล่าว

‘เศรษฐา’ ยืนยัน ยังไม่ปรับ ครม. ขอตั้งใจทำงาน ดีกว่าวิ่งเต้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573019

16 เม.ย. 2567

15:14 น.

‘เศรษฐา’ ยืนยัน ยังไม่ปรับ ครม. ขอตั้งใจทำงาน ดีกว่าวิ่งเต้น

‘เศรษฐา’ ยืนยัน ยังไม่ปรับ ครม. หลังเริ่มมีข่าว โผครม. ชุดใหม่ ขอรัฐมนตรีอย่าหวั่นไหว ตั้งใจทำงานดีกว่าวิ่งเต้นหาคนนู้นคนนี้ พบ ‘ทักษิณ’ ไม่มีปรับ ครม.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ว่า ยังไม่มี ตนเองไม่ได้บอกว่ามีการปรับ พูดกันเอง แต่จะต้องมีการปรับในวันหนึ่ง  อย่าเพิ่งเลย ถ้าปรับเดี๋ยวก็ทราบกันเอง อย่าเพิ่งทำให้รัฐมนตรีที่มีชื่อออกมาหวั่นไหว มองว่าเร่งทำงานดีกว่า เพราะทุกวันมีค่า แทนที่จะต้องวิ่งเต้นมาหาท่านนั้นท่านนี้ 

เมื่อถามว่าจะต้องเคลียร์กับรัฐมนตรีที่อยู่ในโผหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เคลียร์ ตนเองไม่ได้เป็นคนเขียน ไม่เคลียร์อยู่แล้ว พูดมาตลอดในระยะหนึ่งเดือนที่มีข่าวปรับ ครม. ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดคือการทำงาน การทำงานที่ถูกต้องดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล แต่ละกระทรวงก็มีนโยบายเรือธง ทุกท่านทราบอยู่แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง

ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลที่อยากจะปรับ ครม. ยังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรมา เขาทราบอยู่แล้ว เป็นสิทธิของเขา ถ้าอยากจะปรับ ตนเองคงไม่โทรไปถามว่าอยากปรับใครบ้าง เช่น พรรคพลังประชารัฐ ก็ยังมีเก้าอี้เหลืออยู่ 1 เก้าอี้ ซึ่งกระแสข่าวที่ระบุว่าตนเองจะนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น ไม่ทราบ คงเป็นเพราะตนเองไปเยี่ยมทหาร และมีความสนิทส่วนตัวกับ ผบ.เหล่าทัพ ยกหูคุยกันได้ ถือว่าเป็นหน้าที่อยู่แล้ว ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีได้ขอให้ช่วยดูแลเรื่องชายแดน พื้นที่ทำกินของประชาชนก็ตอบสนองได้ดี

นายกรัฐมนตรี ทิ้งท้าย ตนเองคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดฯ หรืออธิบดีฯ ในกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว ทำไมถึงไม่บอกว่าตนเองจะไปควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บ้าง เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว ไม่มีนัยยะอะไร และยืนยันพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คุยปัญหาบ้านเมือง เช่น ข้าวโพด การเผาป่า ความสะอาดบ้านเมือง และสถานการณ์เมียนมา มารดน้ำนำพวงมาลัยมากราบตามประเพณีไทย ซึ่งนายทักษิณ ได้อวยพรให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นกำลังใจให้บริหารบ้านเมือง 

ส่วนที่รัฐมนตรีเดินทางเข้าพบกับนายทักษิณ ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายกรัฐมนตรี ย้อนถามกลับสื่อมวลชนว่า “ท่านต้องเป็นคนบอกผมว่าท่านมองอย่างไร ต้องถามมาตรงๆ ผมจะได้ตอบได้ รัฐมนตรีรู้จักกับนายทักษิณมานานกว่าตน และนายทักษิณก็เป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทินรองนายกรัฐมนตรี และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้วรมว.สาธารณสุข นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ซึ่งตนคงไม่ต้องเอ่ยชื่อทุกคน เพราะรัฐมนตรีทุกคนรู้จัก นายทักษิณมานานกว่าตน และให้การเคารพกันมาอย่างยาวนาน และนายทักษิณเองก็อายุมากกว่ารัฐมนตรีทุกคนอยู่แล้ว จึงเป็นธรรมดาและตนก็ไม่ได้คิดอะไร และเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ หากพยายามจะบอกว่า นายทักษิณได้รับความนิยมชมชอบมากกว่าตนก็ไม่ติดอะไร และรับได้อยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไร ส่วนวันสงกรานต์ถือเป็นวันครอบครัว และจ.เชียงใหม่ ก็เป็นจังหวัดที่น่าเที่ยว การรดน้ำดำหัวถือเป็นประเพณีพื้นฐานอยู่แล้ว และนายทักษิณก็เป็นคนที่คนในพรรคให้ความเคารพ

นายกรัฐมนตรี ทิ้งท้าย ตนเองคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดฯ หรืออธิบดีฯ ในกระทรวงพาณิชย์อยู่แล้ว ทำไมถึงไม่บอกว่าตนเองจะไปควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บ้าง เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว ไม่มีนัยยะอะไร และยืนยันพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คุยปัญหาบ้านเมือง เช่น ข้าวโพด การเผาป่า ความสะอาดบ้านเมือง และสถานการณ์เมียนมา มารดน้ำนำพวงมาลัยมากราบตามประเพณีไทย ซึ่งนายทักษิณ ได้อวยพรให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นกำลังใจให้บริหารบ้านเมือง 

ส่วนที่รัฐมนตรีเดินทางเข้าพบกับนายทักษิณ ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายกรัฐมนตรี ย้อนถามกลับสื่อมวลชนว่า “ท่านต้องเป็นคนบอกผมว่าท่านมองอย่างไร ต้องถามมาตรงๆ ผมจะได้ตอบได้ รัฐมนตรีรู้จักกับนายทักษิณมานานกว่าตน และนายทักษิณก็เป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทินรองนายกรัฐมนตรี และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้วรมว.สาธารณสุข นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ซึ่งตนคงไม่ต้องเอ่ยชื่อทุกคน เพราะรัฐมนตรีทุกคนรู้จัก นายทักษิณมานานกว่าตน และให้การเคารพกันมาอย่างยาวนาน และนายทักษิณเองก็อายุมากกว่ารัฐมนตรีทุกคนอยู่แล้ว จึงเป็นธรรมดาและตนก็ไม่ได้คิดอะไร และเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ หากพยายามจะบอกว่า นายทักษิณได้รับความนิยมชมชอบมากกว่าตนก็ไม่ติดอะไร และรับได้อยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไร ส่วนวันสงกรานต์ถือเป็นวันครอบครัว และจ.เชียงใหม่ ก็เป็นจังหวัดที่น่าเที่ยว การรดน้ำดำหัวถือเป็นประเพณีพื้นฐานอยู่แล้ว และนายทักษิณก็เป็นคนที่คนในพรรคให้ความเคารพ

ผลสำรวจ ‘เงินดิจิทัลวอลเล็ต’ พบปชช.ส่วนใหญ่ต้องการ นโยบายควรไปต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573017

16 เม.ย. 2567

14:37 น.

ผลสำรวจ 'เงินดิจิทัลวอลเล็ต' พบปชช.ส่วนใหญ่ต้องการ นโยบายควรไปต่อ

ม.นอร์ทกรุงเทพ เผยผลสำรวจ นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต พบประชาชนมีความต้องการ 69.9% หวังแบ่งเบาภาระในครัวเรือน-กระตุ้นเศรษฐกิจ-ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

ผศ.ดร.สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าแผนกวิจัย สำนักวิจัย มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กรณี “คิดอย่างไรกับเงินดิจิทัล 10,000 บาท” จำนวน 1,400 ราย ในช่วงวันที่ 12 – 14 เมษายน 2567 จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศพบว่า

ความเข้าใจนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 

อันดับ 1 ระดับค่อนข้างเข้าใจ 48%

อันดับ 2 ระดับไม่ค่อยเข้าใจ 28%

อันดับ 3 ระดับมาก 17% 

อันดับ 4 ไม่เข้าใจเลย 7.6% 

ความต้องการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ความต้องรวม 69.9% แบ่งเป็น ความต้องการในระดับมาก 38% ค่อนข้างต้องการ 31.9% ความไม่ต้องการรวม 30.1% แบ่งเป็น ไม่ค่อยต้องการ 18.4% และไม่ต้องการเลย 11.7%  

ความเหมาะสมในหลักเกณฑ์และมาตรการในแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 

อันดับ 1 ค่อนข้างเหมาะสม 40.9%

อันดับ 2 เหมาะสมมาก 18.1% 

อันดับ 3 ไม่เหมาะสม 14.7% 

และยังได้สำรวจว่านโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาทว่าควรดำเนินการต่อไปหรือไม่ พบว่า ควรดำเนินการต่อ 57.5% ควรดำเนินการต่อแต่ควรมีการปรับปรุงเงื่อนไข 31.9% และไม่ควรดำเนินการต่อ 10.6%

ประโยชน์เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ 

อันดับ 1 มีประโยชน์ค่อนข้างมาก 32.7%

อันดับ 2 มีประโยชน์ค่อนข้างน้อย 26.5% 

อันดับ 3 มีประโยชน์ในระดับมากที่สุด 22.4%

อันดับ 4 มีประโยชน์น้อยที่สุด 11.4% 

นอกจากนั้นยังได้สำรวจถึงเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทสามารถแบ่งเบาภาระในครัวเรือนมีความเห็นว่ามีประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ พบว่า มีประโยชน์ในระดับมากที่สุด 21.4% มีประโยชน์ค่อนข้างมาก 40.9% มีประโยชน์ค่อนข้างน้อย 29.1% และ มีประโยชน์น้อยที่สุด 8.6% 

เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มีประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจสามารถเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ

อันดับ 1 มีประโยชน์ค่อนข้างมาก 39.5%

อันดับ 2 มีประโยชน์ค่อนข้างน้อย 31.9%

อันดับ 3 มีประโยชน์ในระดับมากที่สุด 17.7% 

อันดับ 4 มีประโยชน์น้อยที่สุด 10.9%

ผศ.ดร.สานิต ระบุว่า ยังได้สำรวจต่ออีกว่า หากได้รับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทจากรัฐบาลจะวางแผนใช้เงินเพื่อสิ่งใด พบว่าคนไทยต้องการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ตเพื่อของใช้ในชีวิตประจำวัน 50.4% สินค้าทั่วไป 25.7% ซื้ออาหารและเครื่องดื่ม 22.4% และอื่น ๆ 1.4%

ผลสำรวจ 'เงินดิจิทัลวอลเล็ต' พบปชช.ส่วนใหญ่ต้องการ นโยบายควรไปต่อ

‘ธนวัช’ ขอมหาดไทย เร่งจัดงบด่วน แก้วิกฤต ‘กระบี่ – เกาะพีพี’ ไม่มีน้ำใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573005

16 เม.ย. 2567

11:22 น.

‘ธนวัช’ ขอมหาดไทย เร่งจัดงบด่วน แก้วิกฤต ‘กระบี่ - เกาะพีพี’ ไม่มีน้ำใช้

7 ตำบล จ.กระบี่ จ่ายน้ำวันเว้นวัน ข่าวเกาะพีพี เหลือน้ำใช้วันสุดท้าย กระทบท่องเที่ยว ‘ธนวัช’ ขอมหาดไทยจัดงบเร่งด่วน แก้วิกฤตน้ำไม่พอใช้ ประชาชนเดือดร้อนหนัก ถึงเวลาแก้ปัญหาระยะยาว

นายธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้ประกอบธุรกิจจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า วิกฤตน้ำจังหวัดกระบี่ยังคงเป็นปัญหาที่คลี่คลายไม่ได้ ล่าสุด การประปาฯ กระบี่ ได้ประกาศสลับพื้นที่จ่ายน้ำแบบวันเว้นวันในบางพื้นที่แล้ว โดยเริ่มจากวันพรุ่งนี้ คือ 17-22 เมษายน มี 7 ตำบลที่ได้รับผลกระทบคือ ต.ปากน้ำ ต.ไสไทย ต.กระบี่ใหญ่ ต.ทับปริก ต.กระบี่น้อย ต.อ่าวนาง และ ต.คลองประสงค์ สิ่งที่การประปาฯ ทำได้ก็เพียงแค่ประกาศและขออภัยในความไม่สะดวก แต่ความทุกข์ของชาวบ้านที่ไม่มีน้ำใช้ ไม่ใช่เรื่องที่ขออภัยแล้วจบกันไป แต่เป็นปัญหาที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว แทนการแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าแบบที่ทำกันมาทุกปี คือน้ำไม่มีก็ไปซื้อน้ำจากเอกชน ทำกันมาแบบนี้ตั้งแต่เริ่มเกิดน้ำแล้งครั้งแรกในปี 2554 จนถึงตอนนี้ 13 ปีแล้ว

จ.กระบี่ จ่ายน้ำวันเว้นวัน 7 ตำบลจ.กระบี่ จ่ายน้ำวันเว้นวัน 7 ตำบล

ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ วิกฤตน้ำเกาะพีพีที่เหลือน้ำดิบใช้ถึงเพียงแค่วันนี้ (16 เมษายน) เป็นข่าวที่สร้างผบกระทบต่อการท่องเที่ยวมาก ผู้บริหารท้องถิ่นไม่มีการอธิบายอย่างทันท่วงที ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า น้ำจะไม่พอใช้ในธุรกิจโรงแรม  ทั้งที่ความเป็นจริงธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่จะมีการกักเก็บน้ำไว้ใช้ภายในโรงแรมเพียงพออยู่แล้ว ผลกระทบเต็มๆ ที่เกิดขึ้นคือผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องใช้น้ำจากเอกชนที่มีเพียงเจ้าเดียว

ธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้ประกอบธุรกิจจังหวัดกระบี่ธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้ประกอบธุรกิจจังหวัดกระบี่

ขณะนี้ อบต.อ่าวนาง แก้ปัญหาด้วยการเป็นผู้ประสานงานซื้อน้ำจากเอกชนมาเติมในสระเพื่อสูบไปผลิตน้ำประปา ซึ่งเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทั้ง ๆ ที่สิบกว่าปีที่แล้วก็มีการระบุถึง การลงทุนผลิตน้ำอาร์โอ หรือการทำน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืด บนเกาะพีพี  ให้ความหวังประชาชนว่า อีกไม่นานผู้ประกอบการและชาวบ้านบนเกาะพีพีทั้งหมู่ที่ 7 บ้านเกาะพีพี หมู่ที่ 8 บ้านแหลมตง จะมีน้ำจืดไว้ใช้ในราคาที่ถูกลงกว่าการซื้อน้ำจากผู้ประกอบการที่นำมาขายให้ชาวบ้านจากจังหวัดภูเก็ต แต่ผ่านมา 13 ปีนับจากปี 2554  สิ่งที่พูดทั้งหมดยังไม่เกิดขึ้นจริง  ทั้ง ๆ ที่การบริหารงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้อำนาจยังเป็นเดิม ทั้งนายก อบจ.กระบี่ และนายก อบต.อ่าวนาง

นายธนวัช กล่าวด้วยว่า การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดกระบี่ ได้ชี้แจงกับประชาชนเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ในรายการกระบี่ทีวีออนไลน์ว่า กำลังของบประมาณเร่งด่วนจากกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นต้นสังกัดของการประปาส่วนภูมิภาคงบประมาณ 12 ล้านบาท เพื่อดึงน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ของกรมชลประทาน ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เพื่อมาใช้ผลิตน้ำประปาก่อน แต่ในขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับงบประมาณดังกล่าว  จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทย เห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องชาวกระบี่ รีบจัดสรรงบประมาณมาดำเนินโครงการโดยด่วน ส่วนปัญหาน้ำในเกาะพีพี ทราบมาว่า การประปาฯ เริ่มมีการศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำน้ำประปาจืด ลอดใต้ทะเลสู่เกาะพีพี เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2566 ใช้งบประมาณราว 13 ล้านบาท ไม่ใช่การจัดงบของ อบต.อ่าวนาง สะท้อนว่าผู้บริหารไม่ได้ให้ความใส่ใจต่อปัญหาอย่างที่ควรจะเป็น 

“ถึงเวลาที่ ผู้บริหาร ต้องทำงานเชิงรุก มีการแก้ปัญหาที่ชัดเจน พวกท่านแก้ปัญหาเหมือนเดิมซ้ำ ๆ มา 13 ปี น้ำไม่มีก็ไปซื้อจากเอกชน ท่านไม่เบื่อ เพราะเอาง่ายเข้าว่า แต่ผมว่าประชาชนเริ่ม หมดหวัง ถ้าย่ำอยู่กับที่ ก็ถือว่า ชาวอ่าวนาง ชาวกระบี่เสียโอกาส เนื่องจากเกาะพีพี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด หากเกิดปัญหาน้ำไม่พอ ย่อมกระทบธุรกิจท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หล่อเลี้ยง จังหวัดกระบี่ ไม่เพียงแค่นั้น ยังกระทบถึง ความปลอดภัย ของชาวอ่าวนาง เพราะการที่น้ำไม่พอหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ อาจเกิดโศกนาฏกรรมอย่างที่คาดไม่ถึง แผนแก้ปัญหาน้ำทั้งจังหวัดต้องมีออกมาให้ชัดเจน ถ้าทำในระดับจังหวัดไม่ไหว นายก อบจ.กระบี่ ต้องประสานของบจากรัฐบาลที่มีนโยบายผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวอยู่แล้ว อย่าเอาแต่รอฟ้ารอฝน หวังฝนหลวงเติมน้ำ หวังฝนตกลดแล้ง เราบริหารจังหวัดแบบนี้ต่อไปไม่ได้ครับ” นายธนวัช กล่าว

นายกรัฐมนตรี รดน้ำดำหัว ‘ทักษิณ ชินวัตร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573000

16 เม.ย. 2567

10:40 น.

นายกรัฐมนตรี รดน้ำดำหัว ‘ทักษิณ ชินวัตร’

นายกรัฐมนตรี เข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า รดน้ำดำหัว ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ในโอกาสสงกรานต์​ ท่ามกลางกระแส​ ปรับครม.เศรษ​ฐา​ 2​

16 เม.ย. 2567 เวลา 09.48 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง มาบ้านจันทร์ส่องหล้า โดยรถตู้ประจำตำแหน่ง Lexus สีบรอนซ์ ทะเบียน สร30 กรุงเทพมหานคร เมื่อเดินทางมาถึงนายกรัฐมนตรีได้ลดกระจกลง ยกมือไหว้เพื่อทักทายสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส สวมเสื้อโปโลสีขาว​ และสวมกางเกงยีน​ ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีรัฐบาลเศรษฐา 2​ 

เมื่อเข้าไปในบ้านพักนายเศรษฐาได้เข้าไปไหว้และรดน้ำดำหัว พร้อมมอบพวงมาลัย ให้แก่นายทักษิณ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส​ ในขณะที่นายทักษิณ​ ที่สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น​สีขาวลายสีฟ้าให้การต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส​ โดยได้รับไหว้และกล่าวขอบคุณนายเศรษฐา​ ก่อนที่จะได้พูดคุยเป็นการส่วนตัว โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงภาพที่เข้าพบนายทักษิณในทวิตเตอร์ส่วนตัวด้วย ระบุว่า มาสวัสดีปีใหม่ไทยท่านนายกฯทักษิณครับ

ขณะที่ความเคลื่อนไหวในบ้านจันทร์ส่องหล้า ของนาย​ทักษิณ​ ในช่วงเช้าได้มีแขกเดินทางเข้าพบและเดินทางออกไป​ ในเวลาประมาณ 09.40 น. ได้มีรถยนต์ Lexus สีขาวหมายเลขทะเบียน 5 กน 1159 กรุงเทพมหานคร​ และ​ รถตู้ Alphard สีขาวหมายเลขทะเบียน​ 3 กม​ 4165  กรุงเทพมหานคร​

‘เทพไท’ ดู ‘ทักษิณ – เศรษฐา’ ลงพื้นที่สงกรานต์ รู้เลยใครนายกฯ ตัวจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572976

15 เม.ย. 2567

16:16 น.

‘เทพไท’ ดู ‘ทักษิณ - เศรษฐา’ ลงพื้นที่สงกรานต์ รู้เลยใครนายกฯ ตัวจริง

‘เทพไท’ ดู ‘ทักษิณ – เศรษฐา’ ลงพื้นที่สงกรานต์ รู้เลยใครนายกฯ ตัวจริง คนนึงโดดเดี่ยวริมทะเล อีกคน สส. – รัฐมนตรี แห่เข้าหายกคณะ สงกรานต์นี้ ศูนย์รวมอำนาจอยู่เชียงใหม่ ไม่ใช่หัวหิน

15 เม.ย. 2567 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์  แสดงความเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมือง ผ่านเฟซบุ๊ค เทพไท-คุยการเมือง ในหัวข้อ 3 ปรากฏการณ์ ที่ชี้ชัดยิ่งกว่าชัด ระหว่างทักษิณ-เศรษฐา ใครคือนายกฯตัวจริง ใครคือนายกฯหุ่นเชิด ใครคือซุปเปอร์นายกฯ

โดยนายเทพไท ระบุว่า เราพิจารณาจาก 3 ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปรากฎการณ์แรกเป็นบรรยากาศที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พักผ่อนและเล่นสงกรานต์กับประชาชนที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปฉลองสงกรานต์ที่ จ.เชียงใหม่ มีคนห้อมล้อมเต็มไปหมด มีรัฐมนตรียกคณะ สส.พรรคเพื่อไทยไปกันยกพรรค เห็นแล้วแตกต่างกันเลยว่านายเศรษฐาเป็นผู้โดดเดี่ยวที่น่าสงสาร ให้สัมภาษณ์ก็นั่งอยู่ชายทะเลคนเดียว โดยที่นายทักษิณมีนักการเมืองพรรคเพื่อไทยไปกันเต็ม

ปรากฎการณ์ที่สองเป็นกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พูดกันหนาหูมากขึ้นในช่วงสงกรานต์ ที่นักข่าวไปถามนายเศรษฐา ก็ทำหน้าตางงๆ ยอมรับสภาพว่ากระแสนี้มีจริง ขณะที่นายทักษิณได้แสดงท่าทีเรื่องปรับ ครม. เห็นได้ชัดว่าศูนย์อำนาจอยู่ที่เชียงใหม่จริงๆ รัฐมนตรีที่จะหลุดจากตำแหน่งก็วิ่งไปหาคนที่อยากเป็นรัฐมนตรีก็ใกล้ชิดกับนายทักษิณหวังให้ผลักดัน จนมีแคนดิเดตรัฐมนตรีเต็มไปหมด ทำให้นายทักษิณกล่าวติดตลกว่า ครบองค์ประชุมแล้วประชุมครม.ดีไหม เห็นได้ชัดว่าอำนาจทางการเมือง นายกฯตัวจริงอยู่ที่ไหน

ปรากฎการณ์ที่สาม การกลับมาประเทศไทยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่นายทักษิณบอกชัดว่าสงกรานต์ปีหน้า นางสาวยิ่งลักษณ์จะมาด้วย แสดงว่าได้วางแผนให้นางสาวยิ่งลักษณ์กลับประเทศอย่างแน่นอน แต่เมื่อนักข่าวไปถามนายเศรษฐา ก็ตอบแบบยึดหลักการ พื้นๆ ว่าหากกลับมาจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องที่น่ายินดี

เห็นหรือไม่ว่าการที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะกลับประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่นายเศรษฐา แต่อยู่ที่นายทักษิณ เป็นคนวางเกมทั้งหมด รัฐบาลชุดนี้เป็นเพียงแค่ฝ่ายอำนวยการความสะดวกให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์และเป็นคำสั่งการของนายทักษิณที่ให้รัฐบาลชุดนี้ปฏิบัติตามเขา จากเหตุผล 3 ข้อนี้ มันชัดยิ่งกว่าชัดว่าใครคือนายกรัฐมนตรีตัวจริง …หลังจากนี้จะเห็นปรากฏการณ์ชัดขึ้น ว่านายเศรษฐาคือนายกหุ่นเชิด”

‘พิธา’ จบทัวร์อีสาน อาจเป็นสงกรานต์ครั้งสุดท้าย ในฐานะ สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572973

15 เม.ย. 2567

15:48 น.

‘พิธา’ จบทัวร์อีสาน อาจเป็นสงกรานต์ครั้งสุดท้าย ในฐานะ สส.

อาจเป็นสงกรานต์ครั้งสุดท้ายของ ‘พิธา’ ในฐานะผู้แทนราษฎร เชื่อไม่เกินหนึ่งเดือน มีคำวินิจฉัยคดียื่นยุบพรรคก้าวไกล ถ้าไม่ยุบพรรค อีก 3 ปี จะกลับมาเป็นนายกฯ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมทำบุญรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุที่วัดกู่ประภาชัย ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นภารกิจสุดท้ายก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ มีประชาชนรับขวัญด้วยการผูกข้อมือ ผูกผ้าขาวม้ารอบเอว และคล้องพวงมาลัยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ในช่วงหนึ่ง นายพิธา ลุกขึ้นกล่าวกับประชาชนว่า ตลอด 3 วันที่ได้ร่วมเล่นน้ำสงกรานต์และพบปะพี่น้องชาวอีสาน ทั้งที่จังหวัดหนองคาย อุดรธานี และขอนแก่น เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก แต่ต่อจากนี้เป็นต้นไปก็คงถึงเวลาที่ชีวิตทางการเมืองจะเข้าสู่ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม จากคดียุบพรรคก้าวไกลที่กำลังดำเนินอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสิทธิ์ในการเป็นผู้แทนราษฎร เชื่อว่าคำวินิจฉัยจะออกมาไม่เกิน 1 เดือนต่อจากนี้ และนี่อาจจะเป็นสงกรานต์ครั้งสุดท้ายในฐานะผู้แทนราษฎร

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ในวัฒนธรรมอีสาน การให้ขวัญและกำลังใจแก่กันและกันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตลอด 3 วันที่ผ่านมาตนขอขอบคุณพี่น้องชาวอีสานที่ร่วมให้ขวัญและกำลังใจตนและพรรคก้าวไกลอย่างเต็มเปี่ยม ทั้งการผูกข้อมือ การผูกผ้ารอบเอว การคล้องพวงมาลัย พรที่พระให้ รวมถึงน้ำที่สาดเข้ามา ตนขอรับไว้เป็นกำลังใจทั้งหมด กำลังใจเหล่านี้เปรียบเสมือนลมใต้ปีกที่คอยพยุงตนและพรรคก้าวไกลให้สู้ต่อไปอย่างเข้มแข็งในสถานการณ์ที่ยากลำบากอีก 1 เดือนต่อจากนี้ และหวังว่าพวกเราจะชนะ เพื่อให้ครั้งต่อไปที่กลับมาหาพี่น้องประชาชน ตนจะยังกลับมาในฐานะพรรคก้าวไกลและผู้แทนราษฎรเช่นเดิม และถ้าเป็นไปได้ในอีก 3 ปีข้างหน้าก็อาจจะกลับมาในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยด้วย

‘ซูการ์โน’ เผย พรรคประชาชาติ ยังไม่โดนปรับ ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572964

15 เม.ย. 2567

13:18 น.

‘ซูการ์โน’ เผย พรรคประชาชาติ ยังไม่โดนปรับ ครม.

เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า ยังไม่มีประชุมพรรคร่วมหารือปรับ ครม. ยืนยัน ‘ทวี สอดส่อง’ ยังเหมาะสมนั่ง รมว.กระทรวงยุติธรรม ปัดตอบกระทบตำแหน่ง ‘วันนอร์’

นายซูการ์โน มะทา  สส.ยะลา เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี หลังสงกรานต์ ว่า ในส่วนของพรรคประชาชาติยังไม่มีอะไร และยังไม่มีแรงกระเพื่อมใดๆ ทั้งนี้ตนมองว่าการปรับ ครม. หลังจากที่ทำงานมาแล้ว 7 เดือน หากจะปรับควรคุยในพรรคร่วมมรัฐบาล แต่ขณะนี้ยังไม่มีการหารือในพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นตนไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าจะเป็นการปรับเฉพาะพรรคใดหรือไม่ ซึ่งตนยังให้ความเห็นไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิของพรรคการเมืองนั้น ขณะที่พรรคประชาชาติยังไว้วางใจให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ทำหน้าที่ใน ครม.ต่อ

ส่วนที่ผ่านมา  พ.ต.อ.ทวี โดนกระแสสังคมวิจารณ์หนักในประเด็นของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และกระทรวงยุติธรรม นายซูการ์โน กล่าวว่า ยังไม่มีคุยกัน ทั้งนี้ในวันที่ 21 เม.ย. พรรคประชาชาติจะประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่โรงแรมอัลมีรอซ หัวหมาก เบื้องต้นเป็นวาระรับทราบการดำเนินกิจการของพรรค เช่น งบดุลของพรรค ยังไม่มีประเด็นการปรับตัวกรรมการบริหารพรรคหรือตำแหน่งใดๆ

ส่วนกรณีการปรับ ครม.ที่จะเกิดขึ้น มีการประเมินว่าอาจกระทบถึงตำแหน่งประธานรัฐสภา ที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่ง เพราะพรรคเพื่อไทยต้องการคุมงานสภาฯ นายซูการ์โน กล่าวว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียดและไม่สามารถให้ความเห็นได้ ทั้งนี้ยังไม่ได้คุยกับนายวันมูหะมัดนอร์

‘ราเมศ’ ยืนยัน พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยคุย ‘ทักษิณ’ ขอร่วมรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572955

15 เม.ย. 2567

11:20 น.

‘ราเมศ’ ยืนยัน พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยคุย ‘ทักษิณ’ ขอร่วมรัฐบาล

‘ราเมศ’ ยืนยัน คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยคุย ‘ทักษิณ’ ขอร่วมรัฐบาล ย้ำพรรคไม่มี DNA โกง พันธุกรรมเราแตกต่างกัน

15 เม.ย.2567 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับคนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยคุยเรื่องนี้แม้แต่ครั้งเดียว ทุกกระบวนการมีขั้นตอนของพรรคกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุม กก.บห. และที่ประชุมกันระหว่าง กก.บห. กับ สส. ไม่มีใครที่จะมีอำนาจไปพูดคุยตกลงด้วยตนเองได้ และพรรคทำหน้าที่ฝ่ายค้านซึ่งก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพรรคทำหน้าที่อย่างเต็มที่ 

ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยออกมากล่าวหา พรรคประชาธิปัตย์ว่า มี DNA ที่ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ ตนในฐานะโฆษกก็ออกมาตอบแล้วว่ามีที่ทำสำเร็จมากมายที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มี DNA โกง นั่นแสดงให้เห็นว่าเรามีพันธุกรรมที่แตกต่างกัน และตนก็ได้ถามนายกรัฐมนตรีไปหลายวันแล้วในเรื่องที่นายกฯ บอกว่ามีฝ่ายค้านที่ไปขอร่วมรัฐบาลนั้น ถ้าลูกผู้ชายจริงก็ต้องเปิดเผยมาว่าเป็นใคร นายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยตอบ การทำให้เกิดความสับสนพรรคก็เสียหายซึ่งต่อมาตัวนายกฯ ก็บอกเองว่ารัฐบาลมีเสียงมีเพียงพอแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปเพิ่มเสียงรัฐบาล นายกรัฐมนตรีก็พูดจาสับสน ถึงบอกว่าถ้าแน่จริงให้บอกมาเลยว่าใครพรรคไหนที่ไปขอร่วมรัฐบาล

ที่สำคัญนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ก็ยืนยันชัด ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการร่วมรัฐบาล เพราะฉะนั้นไม่อยากให้นายทักษิณพูดแบบคลุมเครือ

ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามถึงคนที่นายทักษิณไปกินกาแฟ และกล่าวถึงนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์นั้น เรื่องนี้ตนไม่ทราบจึงตอบแทนไม่ได้ ต้องสอบถามรายละเอียดจากนายเดชอิศม์เอง

‘เศรษฐา’ เปิดใจ หลังเป็นนายกฯ 7 เดือน หลายเรื่องไม่ได้ตามเป้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572951

15 เม.ย. 2567

10:59 น.

‘เศรษฐา’ เปิดใจ หลังเป็นนายกฯ 7 เดือน หลายเรื่องไม่ได้ตามเป้า

‘เศรษฐา’ เปิดใจ หลังเป็นนายกฯ 7 เดือน ยอมรับหลายเรื่องยังไม่ได้ตามเป้า แต่ดิจิทัลวอลเล็ตได้แน่นอนปลายปีนี้ ย้ำไม่มีประโยชน์ทับซ้อนตำแหน่ง พร้อมปรับความเข้าใจกับ สส.เพื่อไทย มากขึ้น

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง เปิดใจหลังเป็นนายกรัฐมนตรีมา 7 เดือน โดยยอมรับว่า มีการปรับตัวมาก เพราะการเป็น CEO ของบริษัท ต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบตัว 4 เสาหลัก ได้แก่ ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน และสังคม รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากกรรมการ และผู้ถือหุ้น แต่เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย ที่มี 141 เสียง และเป็นรัฐบาลผสมที่มีหลายพรรคการเมืองแล้ว จึงมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แตกต่างกันไป ทั้งประชาชน สส. สว. สถาบันความมั่นคง ภาคประชาสังคม และหลาย ๆ ภาคส่วน ที่จำเป็นต้องมีการพูดคุย และชี้แจง รวมถึงการเป็นรัฐบาลผสม ก็ถือเป็นหุ้นส่วนในการเข้ามาทำงานเพื่อประชาชน แต่ละพรรคการเมือง และ สส.แต่ละคน ก็มีนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนแตกต่างกัน ดังนั้น การบริหารจัดการก็อาจมีช้าไปบ้าง แต่การทำงานร่วมกันตลอด 7 เดือน ก็มั่นใจว่า รู้ใจซึ่งกันและกัน เป็นหุ้นส่วน และให้เกียรติซึ่งกันและกัน การบริหารประเทศจากนี้ต่อไป จะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ดีขึ้น

ส่วนข้อครหาการเอื้อผลประโยชน์จากการเป็นนักธุรกิจ และผันตัวเองมาเป็นนักการเมืองนั้น นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่า การที่ตนเองเข้าสู่การเมือง ตนมีจุดมุ่งหมายเดียว เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกมิติ และไม่กังวลถึงการป้องกันตนเองต่อเรื่องดังกล่าว จึงมั่นใจว่า ตนเองไม่มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน และทรัพย์สิน ชีวิตส่วนตัวต่าง ๆ ของตนเองนั้น ลงตัวแล้ว ทุกคนในครอบครัวมีความสุข มีหน้าที่การงานที่เหมาะสมแล้ว ดังนั้น ตนจึงไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และไม่มีการตักตวงผลประโยชน์จากการทำการเมืองอย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่า 3 ปีครึ่งหลังจากนี้ มีเป้าหมายเดียว คือ การยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในทุก ๆ มิติให้ดีขึ้น และหวังว่า จะส่งผลให้พรรคเพื่อไทย สามารถชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ส่วนเสียงสะท้อนจาก สส.พรรคเพื่อไทย ว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายกรัฐมนตรี กับ สส. ยังมีระยะห่างกัน เพราะนายกรัฐมนตรีเข้มงวดการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน หลายโครงการยังไม่ได้รับความเห็นชอบ นายกรัฐมนตรี โต้แย้งว่า หลายโครงการได้รับความเห็นชอบเช่นเดียวกัน และจะต้องมีการปรับจูนกัน เพราะงบประมาณมีจำนวนจำกัด ตนเองเป็นผู้ดูแลภาษีของประชาชน ต้องชี้แจงรัฐสภาถึงการใช้จ่ายงบประมาณ หน้าที่ของตนเองจะต้องปรับจูนตลอดเวลา เพราะต้องเอาหลังพิงประชาชน ประชาชนเป็นผู้ส่งมาให้ตนมายืนตรงนี้ และยังต้องผ่าน สส. ดังนั้น จึงต้องโน้มเข้าหา สส.อยู่แล้ว และพยายามอธิบายให้ สส.เข้าใจ ว่าเหตุใดบางโครงการถึงได้ หรือไม่ได้ หรือได้น้อยลง หรือมากขึ้น จะพยายามเข้าไปพบปะพูดคุย ไม่เฉพาะ สส.พรรคเพื่อไทยเพียงอย่างเดียว ซึ่งในสัปดาห์หน้า ตนเองจะลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รองรับฤดูกาลช่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4 ที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสูงสุด

สำหรับการทำงาน 7 เดือนที่ผ่านมาของรัฐบาล ยอมรับว่ายังมีหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดั่งใจ เช่น ราคาพืชผลทางการเกษตรที่สามารถทำให้ดีขึ้นอีกได้ การท่องเที่ยวแม้ปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวสูงกว่าปีที่แล้วถึงเท่าตัว แต่ก็ยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก การแก้ปัญหากรมศุลกากร 1 ใน 3 กรมภาษีหลักของประเทศ แต่สามารถเก็บภาษีได้เพียง 3 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประเทศ หรือประมาณ 100,000 ล้านบาท ถือว่าต่ำทั้งที่เป็นกรมหลัก การแก้ไขปัญหาเสพติด ที่แม้ไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา จะสามารถจับได้มากกว่าปีที่ผ่านมาทั้งปี แต่ก็ยังสามารถปราบปรามได้อีก

ส่วนการลงทุนจากต่างประเทศ รัฐบาลดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อดึงดูดนักลงทุน หลังจากนี้จะต้องพิจารณาต่อว่า เมื่อรัฐบาลให้นักลงทุนเข้ามาลงในประเทศไทยแล้ว จะต้องมีมาตรการอื่นๆ ที่นอกเหนือจากมาตรการทางภาษี เช่น ค่าครองชีพที่เหมาะสม มีชีวิตความเป็นอยู่ สถานที่ท่องเที่ยวโรงเรียนนานาชาติที่รองรับลูกหลานนักลงทุน มีระบบสาธารณสุขเป็นมาตรฐานระดับโลก

ส่วนหลายปัจจัยทั้งสภาพเศรษฐกิจ และงบประมาณประจำปี ทำให้นโยบายของรัฐบาลไม่เป็นไปตามเป้า โดยเฉพาะนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตจนต้องมีการเลื่อนออกไปนั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ตนเองไม่อยากโทษงบประมาณที่ล่าช้า เพราะกว่าที่รัฐบาลจะจัดตั้งได้ ต้องใช้เวลาถึง 3 เดือน ซึ่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ย้ำว่าไตรมาสที่ 4 นี้ ประชาชนจะได้รับดิจิทัลวอลเล็ตแน่นอน ยืนยันทุกขั้นตอนต้องตรจสอบได้ โปร่งใส บริสุทธิ์ สุจริต และมั่นใจ จะไม่มีอะไรมาเตะถ่วงทำให้โครงการฯ ต้องเลื่อนออกไปอีก

ส่วนข้อกังวลนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตจะเป็นการใช้งบประมาณมากเกินไป นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า นโยบายดังกล่าว เป็นการเติมเงินเข้ากระเป๋าประชาชน เพื่อช่วยแก้ไขวิกฤตที่ผ่านมาจากโควิด-19 และรัฐบาลได้จำกัดพื้นที่การใช้งานในพื้นที่ เพื่อให้จังหวัดเล็กๆ ได้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก และมีโอกาสจับจ่ายใช้สอย มั่นใจว่าจะเกิดประโยชน์และรัฐบาลมาถูกทาง คาดว่าไตรมาส 1-2 ของปีหน้าจะเห็นผล และนโยบายการท่องเที่ยว จะยังคงเป็นเรือธงในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งในไตรมาส 4 ของปีนี้ จะมีการจัดงานทั้งพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และภูเก็ตมากมาย 

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า มีแผนที่จะเดินทางไปประเทศในแถบแอฟริกา เพื่อเปิดตลาดการค้าด้านการเกษตรใหม่ ๆ ประเมินว่า อีกประมาณ 10 ปี ประเทศไนจีเรีย จะติด 1 ใน 5 ประเทศที่มีจีดีพีสูง มีความต้องการทางอาหารสูงมาก หากประเทศไทย สามารถเปิดตลาดใหม่และแปรรูปอาหารให้ดีขึ้น ก็จะเป็นโอกาสและช่วยให้ประชาชน มีรายได้ที่สูงขึ้นตามมาด้วย