‘สุวัจน์’ ย้ำ ท่องเที่ยว – ประเพณี กอบกู้เศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572947

15 เม.ย. 2567

09:54 น.

‘สุวัจน์’ ย้ำ ท่องเที่ยว - ประเพณี กอบกู้เศรษฐกิจ

‘สุวัจน์’ เป็นประธานมหาสงกรานต์โคราช ย้ำแนวทางรัฐบาล ชู Softpower ท้องถิ่น เสริมการท่องเที่ยว – ประเพณี กอบกู้เศรษฐกิจ

13 เม.ย. 2567 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “มหาสงกรานต์โคราช แห่พระพระคันธารราฐ ลอดซุ้มประชุมพล“ ประจำปี 2567 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี , นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนากล้า นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการและพี่น้องประชาชนชาวโคราช ร่วมเคลื่อนขบวนแห่ลอดซุ้มประตูชุมพล เดินเท้าไปตามถนนจอมพล ระยะทางประมาณ 800 เมตร มีนักท่องเที่ยวนับพันคนถือผ้าแพรสีเงินและสีทองความยาว 556 เมตร เท่ากับอายุเมืองนครราชสีมา เดินตามจนถึงพระวิหารหลวง วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร (วัดกลางนคร) ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ สร้างความปราบปลื้มให้กับผู้มาร่วมงาน

นาสุวัจน์ และแกนพรรคชาติพัฒนากล้านาสุวัจน์ และแกนพรรคชาติพัฒนากล้า

นายสุวัจน์ กล่าวว่า วันสงกรานต์ถือว่าเป็นวันที่มีความสําคัญกับพี่น้องประชาชนชาวไทย และได้รับการยกย่อง จากยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรมที่มีความสำคัญ วันสงกรานต์ก็จะมีคุณค่า มีความหมาย มีความยิ่งใหญ่ขึ้นทุกวัน พูดถึงวันสงกรานต์จะนึกถึงผู้หลักผู้ใหญ่ของเมืองโคราชอยู่สองท่าน คือ วันที่ 13 เมษายน ถือเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เกิดขึ้นในสมัยท่านอดีตรัฐบุรุษและประธานองคมนตรี ตอนท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้วันสงกรานต์ เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เมื่อเดือนธันวาคม 2525 และวันที่ 14 เมษายน ท่านพลเอกชาติชาย ชุณหะวัน สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้วันที่ 14 เมษายน เป็นวันครอบครัว เมื่อเดือน ตุลาคม 2532 ฉะนั้น ความยิ่งใหญ่ความสําคัญของคําว่าสงกรานต์ คือ เป็นวันปีใหม่ของคนไทย เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เป็นวันครอบครัว  และเมื่อได้รับการยกย่อง จากยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรม ความยิ่งใหญ่ของเทศกาลสงกรานต์ ถือว่าเป็นวันสำคัญ คือ การให้ความเคารพต่อผู้หลักผู้ใหญ่เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และความสําคัญของวันครอบครัว คือ วันที่พี่น้องประชาชนจะได้กลับบ้านให้ความสําคัญอยู่ด้วยกัน ความยิ่งใหญ่ของพลังครอบครัวก็คือ พลังของประเทศ

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การที่ท่านนายกเทศมนตรีฯ ใช้โอกาสนี้จัดงานที่ยิ่งใหญ่จะเป็นการแสดงออกถึงพลังของประเพณีที่สามารถที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจได้ อย่างวันนี้รัฐบาลแถลงข่าวบอกว่า 3 เดือนแรก คือ มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม มีนักท่องเที่ยวกลับมา 10 ล้านคน  ถ้ารักษาสถิตินี้ได้ปี 1 มี  3 เดือน 4 ครั้งไตรมาสละ 10 ล้าน ก็จะเป็น 40 ล้านคนตอนนี้ ก็หมายความว่านักท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิมช่วงก่อนเกิดโควิดก็แสดงว่าเศรษฐกิจของเราก็จะกลับมาคึกคัก พี่น้องประชาชนเศรษฐกิจรากหญ้า คนในชนบทก็จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

มหาสงกรานต์โคราช แห่พระพระคันธารราฐ ลอดซุ้มประชุมพลมหาสงกรานต์โคราช แห่พระพระคันธารราฐ ลอดซุ้มประชุมพล

ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าตอนนี้รัฐบาล ให้ความสำคัญในการที่จะใช้ การท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องการลงทุน เรื่องการส่งออกคงจะลําบาก เพราะความผันผวน ด้านเทคโนโลยี เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ เรื่องสงคราม เรื่องน้ำมัน เรื่องดอกเบี้ยที่แพง เรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งด้านการลงทุนก็ต้องการความมั่นใจ ฉะนั้น วันนี้สถานการณ์ต่างๆ เศรษฐกิจเราคงจะพึ่งการลงทุนค่อนข้างที่จะอึดอัด แต่เรื่องกินเรื่องเที่ยวทุกคนก็ต้องมีอยู่ตลอดเวลา

ฉะนั้น นี่คือการท่องเที่ยวสําคัญ นี่คือเหตุผลที่พยายามจะใช้การท่องเที่ยว เป็นสิ่งที่มากอบกู้เศรษฐกิจ เปิด Free visa มาเมืองไทยไม่ต้องมีวีซ่า หรือการจัดอีเวนต์ใหญ่ๆ ในประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยเยอะๆ อย่างที่ท่านนายกเทศมนตรีฯ จัดงานในวันนี้ นอกเหนือจากความภาคภูมิใจในการรักษาประเพณีแล้ว เรายังสามารถที่จะได้ประโยชน์จากความเข้มแข็งของประเพณีของชาติ ให้เป็นพื้นฐานในการกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

“อยากจะเรียนพี่น้องประชาชน ว่าเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องสําคัญ การท่องเที่ยว โคราชมีพื้นฐานที่ดีอุดมสมบูรณ์ด้วยวัฒนธรรมประเพณี  เป็นจังหวัดที่มี soft power มากที่สุด คือ คนโคราชมีภาษาโคราช มีผ้าไหมโคราช มีอาหารโคราช มีเพลงโคราช  มีมวยไทยโคราช คือ โคราชมีเอกลักษณ์ในทุกๆ เรื่อง ถ้าหยิบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเรื่องเศรษฐกิจ ในเรื่องการท่องเที่ยว ต่อไปโคราชจะเป็นจังหวัดที่มีพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง  แล้วความยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจก็จะกลับคืนมา“ นายสุวัจน์ กล่าว

’เศรษฐา‘ ย้ำ ’ยิ่งลักษณ์‘ กลับไทย ต้องเป็นไปตามกระบวนการ กม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572928

14 เม.ย. 2567

18:50 น.

’เศรษฐา‘ ย้ำ ’ยิ่งลักษณ์‘ กลับไทย ต้องเป็นไปตามกระบวนการ กม.

’เศรษฐา‘ ย้ำ ’ยิ่งลักษณ์‘ กลับไทย ต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย มอง ’ทักษิณ‘ ลงพื้นที่ เพิ่มคะแนนนิยมรัฐบาลได้ ส่วนปรับครม. ต้องคุยพรรคร่วมก่อน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุในปีหน้านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้กลับมาเล่นน้ำสงกรานต์ที่เชียงใหม่ด้วยกัน ซึ่งได้มีการประสานมายังรัฐบาลแล้วหรือไม่ โดยยืนยันว่า ไม่ได้มีการประสานมายังรัฐบาล และเชื่อว่า ผู้ที่ต้องคดีทางการเมืองทุกคน หลายคนต้องการกลับบ้านเกิดเมืองนอน และถือเป็นมิตรหมายที่ดี แต่ทุกกระบวนการต้องเป็นไปตามกฎหมายและขั้นตอนที่มี ซึ่งไม่ได้มีความซับซ้อน

ส่วนหากมีการประสานการกลับประเทศของนางสาวยิ่งลักษณ์นั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า จะต้องเป็นไปตามขั้นตอน เช่นเดียวกับนักโทษคดีการเมืองอื่น ๆ ซึ่งตนเองก็อยากให้กลับมา เพื่อให้เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่บ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปได้ 

ส่วนกังวลต่อเสียงต่อต้านจากสังคมต่อการกลับประเทศของนักโทษคดีการเมืองหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่กังวล เหมือนกรณีของนายทักษิณ, นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงคนอื่น ๆ เพื่อกลับเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม และยินดีต้อนรับกลับสู่ประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการเดินสายของนายทักษิณ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล จะเป็นผลดีต่อรัฐบาลหรือไม่ โดยเชื่อว่า เป็นเรื่องที่ดี และไม่เฉพาะนายทักษิณ ที่เป็นผู้นำจิตวิญญาของพรรคเพื่อไทย และเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับความนิยม พร้อมยังมั่นใจ ในความตั้งใจดีของนายทักษิณ ที่ประสบความสำเร็จมามากแล้ว และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เป็นบุคคลธรรมดาคนหนึ่ง จึงมั่นใจเกิน 100% ว่า นายทักษิณ มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ

ส่วนโอกาสการร่วมลงพื้นที่ด้วยกันกับนายทักษิณนั้น นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับนายทักษิณ ถึงการลงพื้นที่ร่วมกัน แต่ไม่ได้ตัดโอกาส เพราะในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเองก็ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ สส.ของพรรคการเมืองอื่น ๆ ในโอกาสการลงพื้นที่ภาคใต้ ที่ไม่มี สส.ของพรรคเพื่อไทย เช่น พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคภูมิใจไทย เพราะตนเองมั่นใจว่า ตนเอง เป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน แม้ตนเองจะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างสูงสุด และพร้อมรับฟังปัญหาในพื้นที่ผ่านทั้ง สส. หรือแม้แต่นายทักษิณ เพราะตนเองไม่ได้เป็นคนน้ำเต็มแก้ว ซึ่งแต่ละคนก็มีความชำนาญในพื้นที่แตกต่างกันไป

ส่วนการลงพื้นที่ของนายทักษิณ จะช่วยดึงคะแนนคะแนนความนิยมของพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ต้องแล้วแต่ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน แต่หากคิดอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีนัยยะทางการเมืองแล้ว การลงพื้นที่ของนายทักษิณ มีข้อคิดเห็นที่ดี และรัฐบาลสามารถปฏิบัติ ช่วยเหลือประชาชนได้ ตนจึงมั่นใจว่า จะสามารถช่วยดึงคะแนนความนิยมของรัฐบาลได้ และมั่นใจว่า นายทักษิณ ก็จะไม่ลงพื้นที่เฉพาะจังหวัดที่มี สส.พรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่จะลงทุกจังหวัด ที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ เช่นเดียวกับ อดีตนายกรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ที่พร้อมช่วยเหลือประเทศชาติ และตนเองก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของอดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ใหญ่ในบ้านเมือง

เมื่อถามนายกรัฐมนตรีถึงการปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้จะต้องมีการหารือกับนายทักษิณด้วยหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า หากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ก็จะต้องพูดคุยกับหลาย ๆ ภาคาส่วน ทั้งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, พรรคร่วมรัฐบาล และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ส่วนการกลับไปจากเทศกาลสงกรานต์นี้จะมีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า แน่นอน ซึ่งหากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ก็จะต้องการพูดคุยกัน เพื่อให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ส่วนความเป็นไปได้ตามกระแสข่าวที่นายกรัฐมนตรี จะไปควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกตัวเลือกมีความเป็นไปได้หมด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และให้ความสำคัญกับการวางบุคคลให้ถูกฝาถูกตัว ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งหมด

นายกรัฐมนตรี ยังปฏิเสธที่จะกล่าวถึงปัจจัยความเป็นไปได้หากจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยระบุเพียงว่า ตนเองไม่อยากคาดเดา หรือเจาะจง แต่ตนเองพูดในหลักการคร่าว ๆ หากมีการโยกย้าย ก็ต้องรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน รวมถึงความเห็นของสื่อมวลชน ที่มีการสะท้อนว่า บางคนทำงานยังไม่ถูกฝาถูกตัว มีจุดอ่อนในบางด้าน เช่น การสื่อสาร การประสานงาน ซึ่งทุกข้อคิดเห็นตนนำมาพิจารณาทั้งหมดหากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี

ส่วนโอกาสในการปรับคณะรัฐมนตรีจะเป็นการปรับเล็ก หรือปรับใหญ่ เพื่อเริ่มทำงานทันทีหลังร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 มีผลใช้บังคับนั้น นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ตนเองไม่อยากคาดเดา หรือเจาะจงจะเป็นการปรับเล็ก หรือปรับใหญ่ เพราะขึ้นอยู่กับการพูดคุย และผลงานแต่ละบุคคล

ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีจะถูกฝาถูกตัวหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยน จะต้องค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ไม่ได้จะมีการปรับในวันนี้ หรือพรุ่งนี้ แต่หากจะมีการปรับ ต้องมีความชัดเจน ทั้งถูกต้อง เหมาะสม ถูกเวลา แต่อาจจะมีรัฐมนตรีบางคน ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง หรือยังต้องการเวลาในการทำงาน เพื่อให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งหากจะต้องมีการปรับ ก็จะต้องมีการปรับไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่การปรับครั้งสุดท้าย

นายกรัฐมนตรี ยังยอมรับด้วยว่า ตนเองไม่มั่นใจว่า การปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ จะไม่มีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้น พร้อมย้ำว่า ตนเองไม่ได้บอกว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะเป็นการพูดกันเอง

ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีหากจะเกิดขึ้น จะช่วยลดแรงกระเพื่อมในพรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ตนเองไม่แน่ใจ และไม่ทราบเช่นกัน เพราะตนเองยึดการแก้ไขปัญหาของประชาชน และการทำงานเป็นที่ตั้ง และเชื่อว่า รัฐมนตรีทุกคนจะเข้าใจหากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีเกิดขึ้น เพราะแม้จะมีการปรับออกไปแล้ว ก็สามารถปรับเข้ามาใหม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับวาระแต่ละเหตุการณ์ในปัจจุบัน เช่น เหตุการณ์ปัจจุบัน อาจต้องการบุคคลบางบุคคลเข้าปช่วยงานในสภา ซึ่งหากสภามีความแข็งแกร่งแล้ว ก็อาจกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่ได้ ไม่ได้ถือเป็นการจบแล้วจบเลย เพราะในอดีตก็มีการปรับคณะรัฐมนตรี ทั้งปรับเข้า และปรับออก หรือการเปลี่ยนกระทรวงแล้วกลับมากระทรวงเดิม จึงขอให้อย่าคิดอะไรมาก

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำอีกว่า หากจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ก็เพื่อให้ถูกฝา ถูกหน้าที่ และคำนึงถึงระบบรัฐสภาด้วย รวมถึงความอยู่รอดขอประชาชนเป็นที่ตั้ง และไม่ใช่การปรับภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งหากมีการสื่อสารไปมาก ก็จะเกิดแรงกระเพื่อม

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงโอกาสการดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล หลังนายทักษิณ ออกมายอมรับได้มีโอกาสพูดคุยและรับประทานอาหารร่วมกับแกนนพพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายทักษิณ มีความอาวุโสการเมืองสูง มีเพื่อนฝูงในวงการมาก การรับประทานอาหาร และพูดคุยกับผู้อื่นก็มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ประชาชน ดังนั้น การไปรับประทานอาหารร่วมกับใครก็สามารถตีความได้หลายอย่าง แต่ส่วนตัวของตนเองนั้น ยืนยันได้ว่า ไม่เคยมีการพูดคุยกับใคร รวมถึงนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ในการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ขณะเดียวกัน ในวันนี้ (14 เม.ย.) นายกรัฐมนตรี ยังได้ใช้เวลาในช่วงเทศกาลสงกรานต์พักผ่อนเป็นวันสุดท้ายร่วมกับครอบครัว ก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในวันพรุ่งนี้ (15 เม.ย.) เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อ โดยนายกรัฐมนตรี ยังได้เดินริมหาดทรายอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับบุตรสาว โดยได้ทักทายกับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายคนก็ได้ขอถ่ายภาพร่วมกับนายกรัฐมนตรีไว้เพื่อเป็นที่ระลึก

‘พีระพันธุ์’ เกาะติดสงครามอิหร่าน – อิสราเอล รับมือผลกระทบราคาพลังงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572921

14 เม.ย. 2567

17:27 น.

‘พีระพันธุ์’ เกาะติดสงครามอิหร่าน - อิสราเอล รับมือผลกระทบราคาพลังงาน

‘พีระพันธุ์’ เกาะติดสงครามอิหร่าน – อิสราเอล สั่งการทุกหน่วยงานรายงานตรง พร้อมแนวทางรับมือผลกระทบราคาพลังงาน

14 เม.ย. 2567 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “ขณะนี้ผมติดตามสถานการณ์สงครามอิหร่าน-อิสราเอลอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้ท่านปลัดฯ และหน่วยงานทุกหน่วยของกระทรวงพลังงาน ติดตามรายงานสถานการณ์ คาดการณ์ผลกระทบ และแนวทางในการรับมือด้านพลังงานตลอดเวลาเช่นกัน พวกเราพร้อมทำงานเพื่อประเทศทุกสถานการณ์ แม้อยู่ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ครับ ขอขอบคุณผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานทุกท่านครับ”

‘พีระพันธุ์’ เกาะติดสงครามอิหร่าน - อิสราเอล รับมือผลกระทบราคาพลังงาน

‘ทักษิณ’ ประกาศ ปีหน้า ‘ยิ่งลักษณ์’ กลับประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572919

14 เม.ย. 2567

17:10 น.

‘ทักษิณ’ ประกาศ ปีหน้า ‘ยิ่งลักษณ์’ กลับประเทศไทย

‘ทักษิณ’ ประกาศ ปีหน้า ‘ยิ่งลักษณ์’ กลับประเทศไทย ทานข้าวกับรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ เย็นนี้ ไม่มีคุยปรับ ครม. ย้ำเป็นอำนาจนายกฯ ยอมรับมีคุยคนจาก ปชป. แต่ไม่คุยเรื่องการเมือง

14 เม.ย. 2567 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมงาน สรงน้ำพระธาตุ วัดพระธาตุดอยสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ในวันประเพณีสงกรานต์ หรือประเพณีปีใหม่เมืองเชียงใหม่ และช่วงเย็นจะไปรับประทานอาหารร่วมกับรัฐมนตรีจากกระทรวงต่างๆ และจะเดินทางไปร่วมงานสงกรานต์ที่หน้าห้างเมญ่า

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นายทักษิณ เปิดเผยว่า การกลับสงกรานต์ที่เชียงใหม่ ถือว่าเป็นสงกรานต์แรกในรอบ 18 ปี มันก่อม่วนอกม่วนใจ๋ (ภาษาเหนือ แปลว่าสุขใจ) จิตใจสบาย เพราะกลับมาก็อยากสงบอยากจะใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เวลาผมไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายผมก็กราบไหว้ด้วยความเคารพบูชา จะไม่ค่อยเรียกร้องอะไรเพราะบางทีราเกิดมาถูกลิขิตมาแล้วว่าเราต้องเป็นอะไร ซึ่งวันนี้ก็รู้สึกอบอุ่นกลับมาเจอคนไทย เจอประเพณีไทย อาหารไทย พี่น้องเพื่อนฝูงก็มีความสุขกว่าอยู่เมืองนอกเยอะ สงกรานต์ปีนี้ก็ได้อวยพรนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก่อนออกจากกรุงเทพมาเชียงใหม่

ปีหน้าเราจะมาทำบุญด้วยกันสงกรานต์ปีหน้า นายกฯ ปู คงได้มีโอกาสทำบุญที่ประเทศไทย ซึ่งคนเราก็ต้องมีความคิดก่อน ว่าเราอยากกลับบ้าน เราจะกลับเมื่อไหร่ และกลับอย่างไร ซึ่งก็ยังไม่รู้ นายกฯ ปู ก็เหมือนกัน ซึ่งจะต้องกลับอยู่แล้ว นายกฯ ปู ก็ห่วงบ้านเมืองเหมือนผมตอนอยู่เมืองนอก ก็ช่วยกันคิดช่วยกันทำ โดยเฉพาะตอนที่เราเป็นรัฐบาล ซึ่งตอนนี้มีความตั้งใจว่าอยากจะกลับบ้าน ซึ่งเรื่องของนายกฯ ปู นั้นไม่ค่อยซับซ้อน ส่วนตัวผมเองนั้นเค้ายัดข้อหาให้เยอะ ส่วนของ นายกฯ ปู มีแค่คดีเดียว และ ตั้งใจว่าจะกลับมาแต่ยังไม่รู้ว่าจะกลับยังไง ซึ่งทุกอย่างมีหตุผลของมัน

ส่วนเรื่องการวิจารณ์ใคร อยากวิจารณ์ก็ให้เขาวิจารณ์ไป เราก็มีเหตุผลที่เราจะตอบสังคมส่วนใหญ่ได้เป็นเรื่องธรรมดา โดยค่ำนี้ก็มีนัดรับประทานอาหารที่ร้าน Le Coq dOr Restaurant เป็นร้านเก่าแก่ตั้งแต่สมัยตนเองเป็นนายกรัฐมนรีอยู่ และก็จะเดินทางไปเที่ยวงานสงกรานต์บริเวณหน้าห้างเมญ่า จะไปดูใช้ชีวิตความเป็นอยู่การท่องเที่ยว ว่ามีคนมาเที่ยวลักษณะแบบไหนเท่านั้นเอง

ส่วนคนที่มารับประทานอาหารค่ำนี้จะเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ นั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ผมเป็นผู้สูงอายุตามประเพณีล้านนา ก็จะมีคนให้ความเคารพ ก็เดินทางมาหานั้น เป็นเรื่องปกติไม่เกี่ยวกับการปรับ ครม. เพราะการปรับ ครม. นั้นเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่อำนาจของผม ผมก็เป็นเพียงคนแก่คนหนึ่ง

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ส่วนกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ตนไม่ทราบ ขณะที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ที่เจอกัน ก็คุยกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีการพูดเรื่องของการเมือง เพราะเก้าอี้รัฐมนตรีนั้นมีเพียงแค่ 36 เก้าอี้ การตัดสินใจเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี ส่วนผมจะไปเจอใครนั้น เป็นเพียงการดื่มกาแฟคุยกันเป็นเรื่องปกติธรรมดา นักการเมืองรู้จักกันอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องอาการป่วยนั้นดีขึ้นมากแล้ว เราได้กลับมาอยู่บ้าน สภาพจิตใจดีสภาพร่างกายก็ดีขึ้น และเรามีเวลาออกกำลังกายที่จะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้น ส่วนเรื่องคนที่วิจารณ์นั้นไม่เป็นไร เพราะใครป่วยต่างก็อยากหายเหมือนกัน

‘สมศักดิ์’ ไม่คาดเดาปรับครม. นั่งสาธารณสุข ขอตั้งใจทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572907

14 เม.ย. 2567

14:34 น.

'สมศักดิ์' ไม่คาดเดาปรับครม. นั่งสาธารณสุข ขอตั้งใจทำงาน

‘สมศักดิ์’ เปิดบ้านสุโขทัย อวยพรขอให้รัฐบาลทำงานสำเร็จ พร้อมขอพร ‘โคแสนล้าน’ เดินหน้าผ่าน ครม. ขณะที่กระแสปรับครม. เผยไม่สามารถคาดเดาได้ ลั่นหากครบ 20 ครั้ง อาจเลิกเล่นการเมือง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ภริยา น.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน บุตรสาว เปิดบ้านพักส่วนตัวที่จังหวัดสุโขทัย เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ หรือ ปีใหม่ไทย เพื่อเปิดให้รดน้ำขอพร โดยมี นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นสพ.ชัย วัชรงค์ โฆษกรัฐบาล นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง สส.สุโขทัย นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สส.สุโขทัย น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย นายนพพล เหลืองทองนารา สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย นายทรงเดช เสมอคำ สมาชิกวุฒิสภา พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดและพี่น้องประชาชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

'สมศักดิ์' ไม่คาดเดาปรับครม. นั่งสาธารณสุข ขอตั้งใจทำงาน

นายสุชาติ เป็นตัวแทนกล่าวว่า ตลอดการทำงานในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กว่า 2 ปี ขอยืนยันว่า นายสมศักดิ์  ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองใด ก็มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในจังหวัดมาโดยตลอด ทั้งเรื่องสิทธิของประชาชนที่ต้องได้รับจากหน่วยงานราชการ โทรติดตามด้วยตัวเอง รวมถึงการส่งเสริมอาชีพ ในการเลี้ยงวัวหรือด้านต่างๆ ก็ให้ความใส่ใจและได้เน้นย้ำกับตนมาตลอด และเวลานี้ในจังหวัด ก็มีความคืบหน้าในเรื่องต่างๆไปมาก โดยตน และส่วนราชการ จึงเห็นได้ถึงความตั้งใจอย่างเต็มที่
 'สมศักดิ์' ไม่คาดเดาปรับครม. นั่งสาธารณสุข ขอตั้งใจทำงาน


ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ตนอยากจะพูดหลายเรื่อง ทั้งการทำงานในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 โดยสิ่งที่ประทับใจและตื่นเต้น คือ เวลาที่ต้องรักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนั้นก็เกิดเรื่องพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ก็ต้องรีบลงพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน รวมถึงทำให้ทราบปัญหาอย่างแท้จริง ตนจึงขอฝากทุกท่านว่า การทำอะไรในส่วนจังหวัด หรือ ท้องถิ่น เราต้องลงไปให้ถึงรากเหง้าของปัญหา รวมถึงเราต้องกล้าที่จะปรับแก้กฎหมาย ซึ่งอย่าทำงานแบบโยนกันไปโยนกันมา โดยการเมืองของตน ไม่นิยมความใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งต้องว่ากันที่การทำงาน เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับสังคม และพี่น้องประชาชนจะไม่ได้อะไรเลย

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ภาวนาและขอพรให้สำเร็จมาตลอด คือ “โครงการโคแสนล้าน” ที่ต้องติดตามว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีในครั้งหน้าจะสามารถผ่านมติคณะรัฐมนตรีได้หรือไม่ ย้ำว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะเกษตรกรจะมีอาชีพเสริมและเป็นการแสดงให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยได้รับปากกับพี่น้องประชาชนไว้ในตอนเลือกตั้ง และกำลังทำให้เห็นว่า รัฐบาลนั้นให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกร ในการสร้างรายได้และเพิ่มอาชีพ รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งในสมัยอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้ช่วยเหลือชาวสุโขทัย ในการผลักดันโครงการทุ่งทะเลหลวง ที่สามารถเก็บน้ำได้ 33 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้สามารถผลิตน้ำประปาให้คนสุโขทัย ดื่มกินได้ถึง 5 อำเภอ หรือ ค่อนจังหวัดไปแล้ว โดยคนที่ไม่ชอบก็วิพากษ์วิจารณ์กันไป แต่ข้อเท็จจริง อดีตนายกฯทักษิณ สามารถทำให้คนสุโขทัยมีน้ำกินได้จนถึงปัจจุบัน

ส่วนกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนก็ไม่สามารถมาคาดเดาได้ แต่ตนเป็นรองนายกฯ ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 15 แล้ว โดยอาจจะเลิก ถ้าหากเป็นครบ 20 ครั้ง เพราะไม่รู้จะถูกย้ายไปไหน แต่ตามข่าวที่ออกมา ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์เลือก ซึ่งข่าวที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงสิ่งที่ลือกันไป ดังนั้น เวลานี้ขอตั้งใจและทำสมาธิกับการผลักดันสิ่งต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายในฐานะรองนายกรัฐมนตรีให้ดีที่สุด และมีความสุขที่ได้ทำอยู่ นอกจากนี้ ในโอกาสปีใหม่ไทย ขอให้ทุกท่าน มีแต่ความสุขและขอให้รัฐบาลสามารถดำเนินงานให้กับประชาชนได้สำเร็จในทุกเรื่อง และเชื่อว่าปีต่อไป จะเป็นปีที่ดีของพี่น้องประชาชน

ด้านนางอนงค์วรรณ ขอบคุณพี่น้องประชาชนรวมถึงส่วนราชการ ที่เดินทางมาพบปะกันในวันนี้ โดยเวลานี้ ตนเป็นหลังบ้าน ที่คอยดูแลลูกๆ แต่สิ่งที่อยากจะบอกให้ทุกคนได้รับทราบ คือ ท่านสมศักดิ์ เป็นคนจริงจัง พูดเรื่องจริงไม่เคยพูดเล่นตั้งแต่สมัยจีบกันตอนเป็นหนุ่มสาว และตลอดเวลาที่อยู่กันมามีแต่สิ่งที่อยากทำให้จังหวัดสุโขทัย ตั้งแต่ในเรื่องของการหาแหล่งน้ำ การสร้างถนน นี่คือสิ่งที่เขาพยายามตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แต่ทุกวันนี้ อายุผ่านล่วงเลยมา ท่านก็ยังไม่เคยที่จะหยุดทำงานให้กับจังหวัด รวมถึงประชาชน ซึ่งเป็นผลดีที่ตนต้องฟังทุกวัน ทั้งในเรื่องของกฎหมาย เรื่องของโค แต่ก็พยายามแปลงให้เป็นเรื่องขำ เพื่อให้ทุกคนได้ฟังในวันนี้
'สมศักดิ์' ไม่คาดเดาปรับครม. นั่งสาธารณสุข ขอตั้งใจทำงาน

‘พรรคก้าวไกล’ ทัวร์สงกรานต์ อุดร – ขอนแก่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572901

14 เม.ย. 2567

13:37 น.

‘พรรคก้าวไกล’ ทัวร์สงกรานต์ อุดร - ขอนแก่น

‘พิธา’ นำ สส.พรรคก้าวไกล บายศรี รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เมืองอุดรฯ แม่ๆ แห่กรี๊ด ผูกผ้าขาวม้า ก่อนเล่นน้ำสงกรานต์ที่ขอนแก่น เย็นนี้

พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ สส.พรรค ทำกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ “ฮักแพง แงงกัน” และร่วมทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ที่ ชุมชนนาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีกลุ่มแฟนคลับผู้สูงอายุนำผ้าขาวม้ามาผูกให้เต็มเอว ส่งเสียงกรี๊ด ขอเซลฟี่ด้วย ร่วมบายศรีเป็นการรับขวัญ เสริมสิริมงคลร่วมกับชาวบ้าน และมีกำหนดการเล่นสงกรานต์ที่จังหวัดขอนแก่น ช่วงเย็นวันนี้

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ทีม สส.พรรคก้าวไกลทีม สส.พรรคก้าวไกล

ยังไม่พบ แรงงานไทยบาดเจ็บ ในสงครามอิสราเอล – อิหร่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572898

14 เม.ย. 2567

13:22 น.

ยังไม่พบ แรงงานไทยบาดเจ็บ ในสงครามอิสราเอล - อิหร่าน

รมว.กระทรวงแรงงาน รายงานว่า ยังไม่พบ แรงงานไทยบาดเจ็บ ในสงครามอิสราเอล – อิหร่าน ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการอิสราเอลเคร่งครัด

14 เม.ย. 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการสู้รบระหว่างอิหร่านและอิสราเอลว่า ตามที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประกาศเตือนคนไทยในอิสราเอลให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย เนื่องจากเกิดการโจมตีจากอิหร่าน ได้สั่งการให้อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เร่งตรวจสอบและดูแลแรงงานไทยอย่างใกล้ชิดทันที ซึ่งจากรายงานของนายกิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ พบว่า ขณะนี้ยังไม่มีแรงงานไทย ได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิตจากการโจมตี จากสถานการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขอให้แรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในอิสราเอลทุกคน ปฏิบัติตามมาตรการของทางการอิสราเอลอย่างเคร่งครัด ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางสถานทูตไทย  อย่างใกล้ชิด  โดยขอให้ติดตามประกาศของแต่ละท้องถิ่น หรือแจ้งข้อมูลมายังฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ หากต้องการขอรับความช่วยเหลือ หรือได้รับผลกระทบ เพื่อจะได้วางแผนในการให้ความช่วยเหลือต่อไป และขอให้ญาติของแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลไทย ทั้งสถานทูตและกระทรวงแรงงานจะให้การคุ้มครอง ดูแล อย่างดีที่สุด และจะเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนคนไทยในอิสราเอลถึงแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย โดยขอให้ปฏิบัติ ดังนี้

1.) ห้ามมีการชุมนุมมากกว่า 1,000 คน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และปิดสถาบันการศึกษา

2.) ในพื่นที่สู้รบ ห้ามชุมนุมมากว่า 30 คน

3.) สถานที่ทำงานเปิดได้เฉพาะที่มีห้องหลบภัย  โดยรัฐบาลได้ประกาศปิดน่านฟ้าและงดเที่ยวบินทั้งหมด ตั้งแต่เวลา  00.30 น. ของวันที่ 14 เมษายน 2567 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง 

สำหรับคนไทยที่ได้รับผลกระทบโปรดติดต่อได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หมายเลขโทรศัพท์ (+972) 5 4636 8150 หรือ(+972) 5 0367 3195

‘นายกฯ’ มอบสาร ‘วันผู้สูงอายุแห่งชาติ’ และ ‘วันแห่งครอบครัว’ ประจำปี 2567

14 เม.ย. 2567

12:52 น.

'นายกฯ' มอบสาร 'วันผู้สูงอายุแห่งชาติ' และ 'วันแห่งครอบครัว' ประจำปี 2567

‘นายกรัฐมนตรี’ มอบสารเนื่องในโอกาส ‘วันผู้สูงอายุแห่งชาติ’ และ ‘วันแห่งครอบครัว’ เผยสถาบันครอบครัวสำคัญ เข้มแข็งได้ โดยมี ‘ผู้สูงอายุ’ เป็นองค์ประกอบ

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบสารเนื่องในโอกาสวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และ วันแห่งครอบครัว ประจำปี 2567 วันที่ 13 เมษายน 2567 และวันที่ 14 เมษายน 2567 ดังนี้ 

“เนื่องในโอกาสวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2567 ผมขอส่งความรัก ความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังผู้สูงอายุทุกท่านและพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกครอบครัว สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อสังคมไทย เป็นสถาบันที่ปลูกฝังและหล่อหลอมสมาชิกในครอบครัว รวมถึงเป็นสถาบันที่มีความใกล้ชิดและเป็นพลังที่เสริมสร้างกำลังใจให้สมาชิกสามารถก้าวผ่านวิกฤตและสิ่งท้าทายในชีวิตได้ 

ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวเติบโตอย่างมีคุณภาพ การที่ครอบครัวมีความเข้มแข็งก็จะส่งผลให้สังคมและประเทศชาติมีความเข้มแข็ง โดยหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญของครอบครัวไทยในปัจจุบัน คือ “ผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นบุคคลที่มีคุณค่า เป็นผู้มีประสบการณ์ มีความรู้และภูมิปัญญาที่ควรค่าแก่การรักษาและสืบทอดไว้ อีกทั้งผู้สูงอายุยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ ผสานความเป็นหนึ่งเดียว ยึดเหนี่ยวความรัก ความสามัคคีของคนทุกวัยในครอบครัว รัฐบาลมุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัว และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ

 ทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อม เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อทำให้ผู้สูงอายุเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ และทุกครอบครัวเป็นครอบครัวที่มีความอบอุ่น มีความสุข อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป ในโอกาสนี้ ผมขออวยพรให้ผู้สูงอายุทุกท่านและครอบครัวไทยทุกครอบครัว ประสบแต่ความสุข มีสุขภาพใจ สุขภาพกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและสัมฤทธิผลในสิ่งที่ปรารถนาโดยทั่วกัน” 

 นายเศรษฐา ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

‘สมชัย’ ชี้ ยืมเงิน ธกส. แจก ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ผิด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572884

14 เม.ย. 2567

11:33 น.

‘สมชัย’ ชี้ ยืมเงิน ธกส. แจก ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ผิด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

‘สมชัย’ ดักทางรัฐบาล ยืม ธกส. แจก ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ไม่จ่ายดอกเบี้ย – ไม่กำหนดเวลาคืน ผิด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

หลังจากรัฐบาลประกาศแหล่งที่มาเงินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ส่วนหนึ่งมาจากเงินของ ธกส. ทำให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ตั้งข้อสังเกตผ่านเฟสบุ๊กว่าอาจเข้าขายผิด พ.ร.บ.การเงินการคลัง หากนำเงินออกมาโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาคืน ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยว่า 

กู้ ธกส. นั้น ICU. แต่ถ้ายืม จองศาลาได้เลย

สิ่งที่รัฐบาลเศรษฐา จะดำเนินการกับแหล่งที่มาของเงินดิจิทัลวอลเล็ต 172,300 ล้านบาท คงไม่ใช่แค่กู้แล้วใช้คืนพร้อมดอกเบี้ย แต่อาจไปไกลถึงขั้นยืมและทยอยคืนในโอกาสที่เหมาะสมโดยไม่มีดอกเบี้ย

จับจากน้ำเสียงของ รมช.คลังที่พูดว่าเป็นการยืม  จับจากคำตอบของปลัดกระทรวงคลังที่ไม่ตอบเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าดอกเบี้ยเท่าไร ใช้คืนเมื่อใด 

แค่กู้ก็เหนื่อยแล้ว เพราะผิดวัตถุประสงค์ของ ธกส. แต่หากถึงขั้น “ยืม” ใช้คืนแบบไม่มีดอกเบี้ย นั้นจองศาลาวัดได้เลย

เพราะ มาตรา 28 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ เขียนไว้ชัดว่า “โดยรัฐบาลรับภาระจะชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินการนั้น“

เอาเงินออกไปใช้ย่อมสูญเสียโอกาสให้กู้  โดยอัตราดอกเบี้ยธนาคารทั่วไป อยู่ที่ร้อยละ 7.05-7.25 ต่อปี ส่วนของ ธกส. อยู่ที่ร้อยละ 6.975 ต่อปี  เงินกู้ 172,300 ล้าน จึงมีดอกเบี้ยประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี

เอาไปแจกประชาชน แล้วค่อยส่งคืนเมื่อตั้งงบประมาณได้ ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีกำหนดเวลาคืน ผิด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังชัดเจน  คนยืมคือ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะ และคนให้ยืมคือบอร์ดและผู้บริหาร ธกส. จองวัดได้เลย  

อยากให้ ครม. มีมติเร็ว ๆ เลยครับ  ประชาชนรอไม่ได้

‘สมชัย’ ชี้ ยืมเงิน ธกส. แจก ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ผิด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

‘ปชป.’ แนะรัฐบาล รับมือราคาน้ำมันพุ่ง – วิกฤต ศก. หลังอิหร่านโจมตีอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572881

14 เม.ย. 2567

11:07 น.

‘ปชป.’ แนะรัฐบาล รับมือราคาน้ำมันพุ่ง - วิกฤต ศก. หลังอิหร่านโจมตีอิสราเอล

‘อลงกรณ์’ แนะรัฐบาล เร่งประชุม ครม.เศรษฐกิจ วางแผนรับมือราคาน้ำมันพุ่งสูง – วิกฤตเศรษฐกิจ หลังอิหร่านโจมตีอิสราเอล

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ลุกลามขยายตัวเมื่ออิหร่านเปิดฉากโจมตีอิสราเอลด้วยการใช้ขีปนาวุธและโดรนกว่า 200 ลูกยิงถล่มพร้อมกัน เมื่อคืนวันที่ 13 เม.ย.และมีข่าวว่าอิสราเอลจะมีการตอบโต้ครั้งใหญ่เอาคืนการโจมตีครั้งนี้ นับเป็นการเปิดฉากโจมตีอิสราเอลโดยตรงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุอิสราเอลถล่มสถานทูตอิหร่านในประเทศซีเรียเมื่อวันที่ 1 เม.ย.

รัฐบาลควรเร่งประชุม ครม.เศรษฐกิจและพลังงาน กำหนดแผนรับมือวิกฤติเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยด่วน หากสงครามกระจายวงกว้างขึ้น เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากราคาน้ำมันดิบโลกที่เพิ่มขึ้น การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความผันผวนในตลาดการเงินโลก โดยราคาน้ำมันโลกที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย เงินเฟ้อสูงกดดันการบริโภค การส่งออกลดลงกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP)และปากท้องของประชาชน

ก่อนหน้านี้ สถาบันการเงินเอสซีบี.วิเคราะห์ว่า กรณีอิหร่านเข้าร่วมสงครามโดยตรง (Direct war) อาจมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานการผลิตน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันโลกเฉลี่ยในปี 2024 จะเพิ่มขึ้นเป็น 94.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันในประเทศอย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (Net oil importer) โดยนำเข้าน้ำมันดิบราว 1.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 7.8% ต่อ GDP ” นายอลงกรณ์ กล่าว