นายกฯ บอก แกงไตปลา อาจเผ็ดมาก แต่ส่วนตัวชอบมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572273

04 เม.ย. 2567

11:30 น.

นายกฯ บอก แกงไตปลา อาจเผ็ดมาก แต่ส่วนตัวชอบมาก

นายกฯ บอก แกงไตปลาอาจเผ็ดมาก เว็บไซด์ต่างชาติคงไม่คุ้น เลยให้เป็นเมนูยอดแย่ แต่ลิ้นใครลิ้นมัน ส่วนตัวชอบมาก ถ้าไม่เผ็ด ก็ไม่ใช่แกงไตปลา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึง กรณีเว็บไซต์ TasteAtlas จัดอันดับความนิยมด้านอาหารทั่วโลก จัดอันดับเมนู ‘แกงไตปลา’ ของไทย เป็นอันดับที่ 1 เมนูอาหารยอดแย่ที่สุดในโลกว่า ไม่ทราบ แล้วแต่ลิ้นใครลิ้นมัน เขาก็มีสิทธิจะวิจารณ์หรืออะไรได้ และก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่า จริงๆ แล้วก็มีอาหารไทยหลายชนิดที่ติดอันดับท็อปเทนของโลก เชื่อว่าแกงไตปลาอาจจะมีรสชาติเผ็ด มีความเข้มข้น โดยส่วนตัวชอบมาก

อาหารไทยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นมัสมั่นไก่ ขนมครก ต้มยำกุ้ง ผัดไท และกะเพรา ก็เป็นที่ชื่นชอบ แต่เราต้องยอมรับว่า การวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นสิทธิของเขาเหมือนกัน รสชาติของแกงไตปลา ก็อาจจะแรงเกินไปสักนิด เขาอาจจะไม่ค่อยคุ้นชิน เพราะว่าแกงไตปลาทำไม่เผ็ดก็ไม่ใช่แกงไตปลา แต่ตนเชื่อว่า รัฐบาลนี้และคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ มีการส่งเสริมเรื่องอาหารอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ทั้งนี้เราก็ต้องยอมรับว่าบางอย่างก็คงไม่ถูกปากเขา

ปิดตำนาน “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล อดีต ผบ.ทอ. – รสช. สิริอายุ 91 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572269

04 เม.ย. 2567

11:20 น.

ปิดตำนาน "บิ๊กเต้" พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล อดีต ผบ.ทอ. - รสช. สิริอายุ 91 ปี

อาลัย “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ – อดีต รสช. ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคชรา สิริอายุ 91 ปี

นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสีย หลังได้รับรายงานว่า พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล หรือ บิ๊กเต้ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย. 2567 เวลา 22.51 น. สิริอายุ 91 ปี

สำหรับ พล.อ.อ.เกษตร โรจนะนิล หรือ บิ๊กเต้ เกิดวันที่ 27 ส.ค. 2476 อดีต ผบ.ทอ. และ อดีต ผบ.สส. นายเรืออากาศรุ่นที่ 1 สำเร็จหลักสูตรโรงเรียนการบินรุ่นที่ 25, หลักสูตร โรงเรียนนายทหารชั้นผู้บังคับฝูงรุ่นที่ 18 , หลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศรุ่นที่ 15

เมื่อเรียนจบ พล.อ.อ.เกษตร ได้เข้ารับราชการทหารครั้งแรกในปี 2501 ขณะอายุ 25 ปี สังกัดทหารอากาศ ยศนาวาอากาศเอก ก็ได้เลื่อนเป็นเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ

บิ๊กเต้บิ๊กเต้

18 ปีต่อมา บิ๊กเต้ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา หลังการรัฐประหาร ปี 2520 จึงเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ก้าวเข้ามาสู่เส้นทางการเมือง อันเนื่องมาจากผลของเหตุการณ์รัฐประหาร 6 ตุลาคม

สมัยเป็น ผบ.ทอ. มีบทบาทอย่างสูงในกองทัพ และทางการเมือง เป็นแกนนำคณะนายทหาร รสช. ร่วมกับ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผบ.ทบ. ยึดอำนาจ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี เมื่อ 23 ก.พ. 2534

ทั้งนี้ ครอบครัวเตรียมจัดบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กทม. 

‘เศรษฐา’ รักษาสัญญา อีก 1 เก้าอี้ รมต. ยังเป็นของ พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572272

04 เม.ย. 2567

11:17 น.

‘เศรษฐา’ รักษาสัญญา อีก 1 เก้าอี้ รมต. ยังเป็นของ พปชร.

‘เศรษฐา’ รักษาสัญญา อีก 1 เก้าอี้รัฐมนตรี ที่ว่างอยู่ ยังเป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐ หากพร้อมก็เสนอชื่อมาได้ รักษาการ ผบ.ตร. เตรียมเข้าพบที่สภาฯ วันนี้

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้องวินิจฉัยคุณสมบัติ นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ กรณี 4 องค์กรให้คำแนะนำกับนายกรัฐมนตรี คัดค้านการตั้งนายไผ่ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ตำแหน่งนี้ว่างอยู่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง บอกว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียดเลย วันนี้จะอยู่ที่สภาถึงค่ำ ก็อาจจะเจอกับหลายๆ ท่านในพรรคพลังประชารัฐ ก็คงจะได้คุยกัน เพราะย้ายที่ทำงานจากทำเนียบรัฐบาลมาที่สภาฯ

พรรคพลังประชารัฐไม่ต้องขอโควต้า เพราะเป็นโควต้าเดิมของพรรคอยู่แล้ว ถ้าหากรายชื่อนั้นมีการตรวจสอบถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และถูกต้องตามกฏหมาย ฉะนั้นก็เป็นโควตาของพรรคพลังประชารัฐชัดเจน พร้อมย้ำว่าไม่มี เดดไลน์ ให้กับพรรคพลังประชารัฐ เพราะเป็นสิทธิ เนื่องจากเราอยู่ด้วยกันต้องเคารพกัน ฉะนั้นเมื่อไหร่ที่พรรคพลังประชารัฐพร้อมและคิดว่ามีบุคคลที่เหมาะสม หากเสนอมาก็ยินดีอยู่แล้ว

ส่วนวันนี้จะได้พบกับ นายตำรวจของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาจจะมีการเรียกรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมา แต่ไม่แน่ใจว่าผู้บังคับการตำรวจ สอท. มาด้วยหรือไม่ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ทาง พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้เดินทางถึงอาคารรัฐสภาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเปิดเผยว่า เข้ามาประชุมกับนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้ามาชี้แจงเรื่องอะไร

‘จุรินทร์’ ชี้ ไอโม่ง ปล่อยข่าว ปชป. ขอร่วมรัฐบาล ไม่มีที่มาที่ไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572268

04 เม.ย. 2567

10:56 น.

‘จุรินทร์’ ชี้ ไอโม่ง ปล่อยข่าว ปชป. ขอร่วมรัฐบาล ไม่มีที่มาที่ไป

‘จุรินทร์’ ชี้ ไอโม่ง ปล่อยข่าว ปชป. ขอร่วมรัฐบาล ไม่มีที่มาที่ไป คำพูดนายกฯ เทียบฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ ไม่เหมาะสม ทำตัวนายกฯ เอง เสียภาพพจน์ รำคาญเสียงวิจารณ์ฝ่ายค้าน

จากกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง เปรียบพรรคการเมืองหนึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่โลกงง บางวันเป็นฝ่ายค้าน บางวันจะไปขอร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ว่าเสียงที่มีอยู่ขณะนี้ เพียงพอแล้วในการเป็นรัฐบาลแค่นั้น ขอให้จำคำพูดตัวเองไว้ด้วย และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ทำให้ตนเสียสมาธิ เกี่ยวกับการจะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพราะการทำงานเป็นคำตอบอยู่แล้ว ส่วนมองว่าเป็นการวางยาก่อนการอภิปรายหรือไม่ ไม่ขอวิจารณ์ แต่มองว่าข่าวนี้เหมือนไอ้โม่ง ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน อย่างไร

ผู้สื่อข่าวเลยถามย้ำ ที่บอกให้นายกรัฐมนตรีจำคำพูดของตัวเองหมายความว่าอย่างไร หรือสุดท้ายต้องอาศัยเสียงประชาธิปัตย์ในอนาคตหรือไม่ นายจุรินทร์ บอกว่า ไม่ขออธิบายต่อ เพราะถือว่าวันนี้ได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีแล้ว

สำหรับการอภิปรายทั่วไปเมื่อวานนี้ ถือว่าฝ่ายค้านถูกพรรคทำหน้าที่ได้ดี ทุกคนตั้งใจทำหน้าที่และมีผู้แทนใหม่หลายคนที่อภิปรายในครั้งนี้ ส่วนที่นายกรัฐมนตรีตอบโต้ว่าผู้อภิปรายเป็นแมลงหวี่ สะท้อนจิตใต้สำนึกของรัฐบาลเทวดา ซึ่งถ้าตนเป็นนายกรัฐมนตรี จะไม่เทียบกับแมลงหวี่ เพราะไม่เป็นผลบวกกับตนเอง เพราะแปลว่า รำคาญเสียงสะท้อนการทำงานของรัฐบาล

‘เศรษฐา’ ซัดฝ่ายค้าน อย่าทำตัวเป็นแมลงหวี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572235

03 เม.ย. 2567

18:07 น.

‘เศรษฐา’ ซัดฝ่ายค้าน อย่าทำตัวเป็นแมลงหวี่

‘เศรษฐา’ ซัดฝ่ายค้าน อย่าทำตัวเป็นแมลงหวี่ จ้องเล่นการเมือง ท้างัดหลักฐานหากมีคอรัปชั่น รอดูสึนามิเงินลงทุนเพิ่มขึ้นมหาศาล ไม่ได้เป็น รมต.โลกเซ็ง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง ชี้แจงการอภิปรายทั่วไปรัฐบาลถึงการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ทุกครั้งที่ออกไปต่างประเทศเพื่อเปิดโอกาส และสร้างการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ มั่นใจว่าผลจะตามมา ไม่มีหรอกที่นายกฯ จะบินไปเหมือนกับแมลงวัน ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเห็นฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ ที่จ้องจะเล่นแต่การเมือง ทั้งที่รัฐบาลเองก็พยายามเดินหน้าที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆเพื่อเป็นประโยชน์ประชาชน ส่วนเรื่องทุจริตคอร์รัปชันมั่นใจว่าเราไม่มี แต่หากมีก็นำข้อมูลหลักฐานมา ยินดีที่จะให้ความกระจ่าง และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

สัปดาห์ที่แล้วตนได้มอบหมายให้ผู้แทนการค้าไทยกับเลขาธิการบีโอไอชี้แจงผลสำเร็จอย่างชัดเจน โดยการติดตามงานหลังจากนี้ ท่านทูต และคณะทำงานของแต่ละประเทศที่ตนได้ไปเยี่ยมเยียนมาจะติดตามงานให้ และมีการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องการดึงดูดการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่เราจะเอาเม็ดเงินเขาเข้ามาอย่างเดียว รัฐบาลยังเห็นความสำคัญของการเพิ่มทักษะแรงงาน และการฝึกอบรมบัณฑิตจบใหม่หรือวิศวกรของเราที่ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับอุตสาหกรรมที่มีผลกำไรสูง อุตสาหกรรมไฮเทคดีๆ ต้องมีการใส่เข้าไปในข้อตกลงในการที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศของเราด้วย เพื่อให้ประชาชนของเราได้รับการอบรมหรือการฝึกงานที่เหมาะสม ทำให้สามารถก้าวสู่โลกที่มีรายได้สูงขึ้น และกำไรสูงขึ้น

ส่วนที่บอกว่ายังไม่เห็นมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาดจริงๆ หากท่านทำงานจะรู้ว่าถ้าจะลงทุนระดับหลักแสนล้านต้องใช้เวลา ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าสัญญาณที่เราเห็นเป็นบวกๆ  เรามีตัวเลขที่ชัดเจนตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่ง และได้เดินทางไปโปรโมทต่างประเทศ จนมีประเทศที่แสดงความจำนงมาลงทุนในประเทศไทย ทำให้มีเม็ดเงินเพิ่มมากขึ้น 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ชัดเจนพิสูจน์ได้ และตัวเลขการลงทุน 558,000 ล้านบาท ที่ท่านสงสัยก็เป็นตัวเลขที่มีแผนเข้ามาแล้ว ยืนยันว่าเป็นตัวเลขจริง และยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังพูดคุยถึงตัวเลขที่จริงไม่ใช่ตัวเลขที่จับต้องไม่ได้

ขอให้ท่านอดใจผมเชื่อว่าอีก 2 ปีข้างหน้าเราจะเห็นเงินลงทุนเข้ามาในประเทศไทยอย่างมหาศาล ผมขอใช้คำว่า สึนามิแห่งการลงทุน ตรงนี้ขอให้ท่านมั่นใจ เพราะผมก็มั่นใจ

การกระตุ้นเศรษฐกิจเรามาถูกทางแล้ว ท่านอาจจะไม่คุ้นเคยในการทำธุรกิจที่ออกไปเชื้อเชิญใครมาลงทุนในประเทศ เราต้องให้เขารู้ก่อนว่าเรามีศักยภาพอย่างไรบ้าง  เรามีความพร้อมในทุกมิติ และมีสิ่งดีๆที่ซ่อนอยู่ สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือจุดยืนการต่างประเทศของเราที่มีความเป็นกลาง ทำให้หลายประเทศไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อินเดีย ไต้หวัน มีความสบายใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ตรงนี้ตนมั่นใจ ถ้าหากท่านไม่เชื่อตนก็ขอให้ท่านเชื่อในศักยภาพของประเทศ

ส่วนที่ท่านบอกว่า รมว.คลัง เป็นรมว.ที่โลกเซ็ง ตนเป็นเจ้ากระทรวง ดังนั้น ที่ท่านบอกก็ไม่จริง เพราะว่าการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของตน มั่นใจว่าตนจะเป็นรมว.คลัง ที่แก้จนให้กับประชาชน

ผมขอฝากไว้ว่าท่านอย่าเป็นฝ่ายค้านที่ทำให้โลกงง วันหนึ่งก็จะเป็นฝ่ายค้าน อีกวันก็มีข่าวว่าจะขอเข้าร่วมรัฐบาล ผมกลัวพี่น้องประชาชนจะงงมากกว่า

ส่วนราคายางที่ปรับขึ้นไม่ใช่เรื่องของอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะรัฐบาลนี้มีการทำงานอย่างบูรณาการร่วมกันกับทุกฝ่าย ก็ขอขอบคุณผู้บัญชาการทหารบก รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และกรมศุลกากรด้วย ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าจะทำทุกอย่างต่อไป และขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ยืนยันนี่คือตัวจริงที่เป็นรัฐบาลเพื่อประชาชน

รัฐบาลเพื่อใคร ? เพื่อประชาชน หรือนักโทษเทวดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572234

03 เม.ย. 2567

17:51 น.

รัฐบาลเพื่อใคร ? เพื่อประชาชน หรือนักโทษเทวดา

อภิปรายทั่วไป รัฐบาลเพื่อใคร ? คาดว่าจะมีการพาดพิงกรณีพักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ โดยเฉพาะฝั่งพรรคก้าวไกล แต่กลายเป็นว่า รุ่นใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ จัดหนักนักโทษเทวดา ฝ่ายรัฐบาล รมว.กระทรวงยุติธรรม ลุกขึ้นตอบเอง รัฐบาลชุดที่แล้ว เอาทักษิณขึ้น รพ.ตำรวจ ชั้น 14

ตอนแรกคาดการณ์ว่า ประเด็นพักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี และวิกฤตกระบวนการยุติธรรม จะเป็นประเด็นหลักที่พรรคก้าวไกลจะอภิปรายรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน

แต่กลายเป็นว่า ไฮไลท์ไปอยู่ที่การอภิปรายระหว่างนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

นายจุรินทร์ อภิปรายยกพฤติกรรมของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นั่งรถประจำตำแหน่งสโลว์ซบถึงบ้าน แถมออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่า ยินดีเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีมาเข้าพบได้ เกิดปัญหาสังคมเข้าใจผิดว่านายกฯ ไม่ได้มีคนเดียว แต่ยังมีนายกฯ ใหญ่ – นายกฯ เล็ก ที่ต้องพูด เกิดอำนาจซ้อนอำนาจ สร้างนักโทษพันธุ์ใหม่ แม้แต่เทวดายังยอมให้ใช้ชื่อ มีทั้ง คุกทิพย์ ปลอกคอทิพย์ เลี้ยงหลานทิพย์ สำนึกทิพย์ พร้อมตั้งคำถามถึงนายกฯ ว่า จะปล่อยให้ใช้โมเดลคุกทิพย์อีกในอนาคตหรือไม่ และระเบียบใหม่ที่กระทรวงยุติธรรมจะเอาออกมาใช้ ให้มีนักโทษถูกคุมขังที่บ้านได้ จะรวมนักโทษคดีทุจริต รวมนักโทษคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยหรือไม่

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรมพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม

รมว.กระทรวงยุติธรรม ที่เกี่ยวข้องกับโดยตรง ยืนยันต่อที่ประชุมสภาฯ ว่า พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ที่ใช้ปัจจุบัน ออกในยุคสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รมว.กระทรวงยุติธรรม และนายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจอะไรใน พ.ร.บ.นี้  การอนุญาตให้นายทักษิณไปรักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 ก็เกิดขึ้นในช่วงรักษาการรัฐบาลชุดที่แล้ว และที่บอกว่าคุกทิพย์ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ บอกชัดว่า นักโทษที่ป่วยต้องให้เข้ารับการรักษาตามความเห็นของแพทย์ ตามมาตรา 55 พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ รมว.กระทรวงยุติธรรม หรือกรมราชทัณฑ์ไม่เกี่ยวข้อง

ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกลชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

นอกจากนายจุรินทร์ และ พ.ต.อ.ทวี แล้ว การอภิปรายของคนอื่นๆ ส่วนใหญ่อภิปรายเกี่ยวเนื่องกับนโยบายที่รัฐบาลเคยแถลงต่อรัฐสภา ไม่ค่อยอภิปรายพาดพิงกรณี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ โดยตรง จะมีใกล้เคียงก็คือนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกว่า ท่านไม่ต้องพูดว่า “ถ้าไม่ชอบกัน ก็ต่างคนต่างอยู่” ซึ่งเป็นประโยคที่นายทักษิณ ระหว่างอยู่จังหวัดเชียงใหม่

‘ชัยธวัช’ เตรียมแถลงต่อสาธารณะ พร้อมสู้คดียุบพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572217

03 เม.ย. 2567

15:11 น.

‘ชัยธวัช’ เตรียมแถลงต่อสาธารณะ พร้อมสู้คดียุบพรรค

หัวหน้าพรรคก้าวไกล เตรียมข้อมูลสู้คดียุบพรรค พร้อมแถลงต่อสาธารณะเร็วๆ นี้ พร้อมโต้แย้งข้อกฎหมาย อย่าเพิ่งด่วนสรุปผลคดี

ภายหลังที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องยุบพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน ในฐานะหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญให้เวลา 15 วัน เพื่อยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา อย่างน้อยก็เป็นกระบวนการตามปกติที่ เริ่มต้นหลังจากที่ศาลรับคำร้องและก็เปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งเตรียมคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา มาก่อนหน้านี้แล้วพอสมควร เมื่อได้รับเรื่องอย่างเป็นทางการจากศาลแล้ว ฝ่ายกฎหมายและแกนนำพรรคที่เกี่ยวข้อง ก็จะทำเอกสารให้ดีที่สุด หากดูจากระยะเวลาแล้วก็คงเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ไม่นาน โดยจะถือโอกาสนี้ ในระยะใกล้เคียงกันแถลงต่อสู้คดีต่อสาธารณะด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างเดียว

รายละเอียดต่างๆ ขอให้รอฟังคำแถลงต่อการชี้แจงต่อสาธารณะทีเดียว ซึ่งจะเป็นทั้งเรื่องข้อกฎหมาย พี่จะมาต่อสู้กัน พร้อม ยืนยันว่าการรับเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ไม่กระทบต่อการทำหน้าที่อภิปรายในสภา ทุกอย่างยังคงเดินหน้า หลังจากอภิปราย ม.152 แล้วเสร็จ จะมีประชุมใหญ่ สามัญประจำปีของพรรคก้าวไกลในวันเสาร์( 6 เม.ย.) ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะถือเป็นโอกาสในการพูดคุยกับสมาชิกพรรคและ สส.

ส่วนเหตุการณ์นี้จะทำให้สมาชิกพรรคไขว้เขวหรือไม่ นายชัยธวัช ยืนยันว่า มันนิ่งแล้ว เราคุยกันมาหลายครั้งแล้ว ตอนนี้เดินหน้าสู้คดี ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าคดีนี้จะเป็นอย่างไร จะเห็นว่ายังมีข้อโต้แย้งในทางกฎหมายอยู่ แปลว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยตาม ม.49 วินิจฉัยว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเป็นการล้มล้างการปกครอง แปลให้ยุติการกระทำนั้น แม้ว่าจะมีการสั่งไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า เมื่อมีการร้องให้ยุบพรรคตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.92 จะต้องดำเนินการตัดสินว่า ข้อเท็จจริงเพียงพอแล้วจะถูกยุบพรรค เนื่องจากมีแง่มุมทางกฎหมาย และข้อเท็จจริงที่ยังต้องต่อสู้กันอยู่ ซึ่งตนมองว่าศาลมีดุลยพินิจ ที่จะพิจารณาได้

‘กิตติ์รัฐ’ ยังไม่สั่ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งสอบวินัยก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572213

03 เม.ย. 2567

14:38 น.

‘กิตติ์รัฐ’ ยังไม่สั่ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งสอบวินัยก่อน

‘กิตติ์รัฐ’ ยังไม่สั่ง ‘บิ๊กโจ๊ก’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งกรรมการสอบวินัยก่อน ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎ ก.ตร. – กฎหมาย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบและหารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง อาคารรัฐสภาว่า มารายงานความคืบหน้าการสืบสวนปราบปรามและจับกุมความผิดต่างๆ ตามนโยบายและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติดการพนันออนไลน์ บ่อนการพนัน แหล่งมั่วสุม การทวงหนี้นอกระบบ  ขั้นตอนและกระบวนการที่จะพิจารณากรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล​ รองผบ.ตร.

ส่วนจำเป็นต้องให้มีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เอาแบบนี้เลยไม่ได้ เพราะมีกฎหมายระเบียบและคำสั่งที่ตนในฐานผู้บังคับบัญชาต้องปฎิบัติ โดยแยกเป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ก่อน วันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี แต่ในคำสั่งระบุไว้ชัดเจนว่า การรับเงินเดือน เงินพิเศษ เงินประจำตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้รับจากต้นสังกัด

ดังนั้นผมยังเป็นผู้บังคับบัญชา ของรองฯ สุรเชษฐ์ตามกฎหมาย ดังนั้นการพิจารณาในเรื่องของวินัยเป็นหน้าที่ของผม ตามมาตรา 105 ของกฎหมายตำรวจเมื่อปี 2565 ซึ่งในกระบวนการขั้นตอนจะต้องได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนของนครบาล 1 ฉบับ ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานมา และฉบับที่สอง รองฯสุรเชษฐ์จะต้องรายงานตนต้องคดี ซึ่งทั้งสองอย่างสองเส้นทางนี้ เป็นไปตามระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ซึ่งมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน และเมื่อสองรายงานนี้มาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องรายงานมาที่กองคดีอาญา ไม่ได้ส่งตรงมาที่ผม และเมื่อกองคดีอาญารวบรวมรายงานแล้ว จะรายงานมาที่ผมเพื่อพิจารณาเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด ขณะเดียวกันกองวินัยจะต้องรายงานผลเช่นกัน โดยเอารายงานทั้งสองทาง ประกอบด้วย เหตุ พฤติการณ์ ความรุนแรงแห่งคดี นำมาประกอบการพิจารณาในฐานะฝ่ายอำนวยการให้รักษาการ ผบ.ตร.ได้พิจารณา ซึ่งการพิจารณาเราจะดูว่า มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำผิดวินัยเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นขั้นตอน และเมื่อกองวินัยได้ประมวลขึ้นมาว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำผิดวินัยก็เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา คือผมจะต้องพิจารณาว่า ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฎและให้โอกาสกับผู็ถูกสืบสวนข้อเท็จจริงได้ชี้แจง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กำนดไว้” รักษาการผบ.ตร. กล่าว

รักษาการผบ.ตร. กล่าวว่า ในขั้นตอนกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงจะยังไม่มีการพิจารณาในเรื่องของการพักราชการ ออกราชการ หรือสำรองราชการไว้ก่อน เพราะเป็นการปฏิบัติภายใต้กฎ ก.ตร. ที่กำหนดไว้ การสืบสวนของเท็จจริงของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจะต้องใช้ระดับไม่ต่ำกว่าที่มียศต่ำกว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งตรงนี้ตนต้องไปพิจารณาว่าจะมอบหมายให้ใคร ขณะนี้ยังไม่ถึงกระบวนการดังกล่าว แต่หากการสืบสวนข้อเท็จจริวปรากฎเหตุออกมาว่า มีการกระทำความผิดวินัยร้ายแรงเกิดขึ้นก็จะไปเข้าอีกบทบัญญัติหนึ่งของมาตรา 119 ใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาทางวินัยอีกระดับหนึ่ง ซึ่งในขั้นตอนนั้นก็จะมีการใช้การพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขในกฎ ก.ตร. หรือไม่ เข้าองค์ประกอบที่บัญญัติไว้ในกฎหมายตำรวจปี 2565 ในมาตรา 112 หรือไม่ ซึ่งมีการกำหนดไว้อยู่แล้ว

ผมจะๆไม่ใช้ดุลยพินิจที่นอกเหนือไปกว่านี้เลย ซึ่งจะมาประกอบการพิจารณาว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาทางวินัยจะต้องให้พัก หรือออก หรือสำรองหรือไม่ อยู่ที่ขั้นตอนนี้ และทั้งหมดนี้ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจง อยากให้ทุกคนแยกออกระหว่างเรื่องของอาญากับเรื่องวินัย” รักษาการผบ.ตร. กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีที่ศาลออกหมายจับจะต้องนำคำสั่งศาลที่อนุมัติหมายจับดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วยใช่หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ทุกอย่างกองวินัยจะนำมาประกอบการพิจารณา ซึ่งจะมีกำหนดไว้เป็นข้อๆอยู่แล้วว่าผู้ชี้แจงหรือผู้รายงานตนต้องคดีอาญาจะต้องรายงานอะไรเป็นข้อๆ หากถามว่า ณ เวลานี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะต้องถูกพักหรือไม่ ขอเรียนว่า ไม่ว่าจะเป็นชั้นยศใดจะต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย ระเบียบและคำสั่ง ซึ่งข้าราชการตำรวจทุกคนต้องปฏิบัติตามนั้น ซึ่งยังถือว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงต้องปฏิบัติราชการอยู่ตามปกติ นี่คือสิ่งที่เราต้องให้ความเสมอภาคและเป็นธรรมกับข้าราชการทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

เมื่อถามว่าเรื่องอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้จับรายใหญ่ได้ภายใน 30 วัน ตรงนี้ทางตำรวจสามารถทำได้หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า เป็นการสั่งการที่นายกรัฐมนตรีกำหนดให้กับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ว่าภายใน 30 วัน จะต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ คำว่ารายใหญ่ไม่ใช่การจับกุมเว็บแบบโตๆ เพราะพวกเว็บไซต์จะมีโครงสร้างต้องลงลึกลงไป และเอาออกมาดูว่าโครงสร้างนี้ใหญ่แค่ไหนและมีผู้เกี่ยวข้องเป็นใคร จะต้องทลายไปจนถึงตัวระดับล่างทั้งหมด อันนี้ตนได้สั่งการไปแล้วว่าจะต้องทำแบบนี้ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ ภายใน 30 วัน บช.สอท. จะต้องปฏิบัติให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและทำให้ได้

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบได้มีการกำหนดระยะเวลาหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า มีกำหนดไว้ในกฎคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) อยู่แล้วภายใน 60 วันที่จะต้องดำเนินการ และสามารถขอขยายระยะเวลาได้ ถึงเวลานั้นคณะกรรมการเขารู้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าการตั้งคณะกรรมการจะเป็นการยื้อเวลาหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อย่าใช้คำว่ายื้อ เรียนว่าทุกอย่างมีขั้นตอนกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ไม่มียื้อ เราต้องให้ความเสมอภาคเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรณีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สื่อมวลชนก็ได้ยินท่านพูดว่าขณะนี้ท่านคือผู้บริสุทธิ์ ก็มีหน้าที่พิสูจน์ตัวเองไป ส่วนตนเป็นผู้บังคับบัญชาก็เข้าสู่กระบวนการขั้นตอนกฎหมาย ระเบียบคำสั่ง

ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง ยุบ ‘พรรคก้าวไกล’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572201

03 เม.ย. 2567

12:56 น.

ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง ยุบ 'พรรคก้าวไกล' แล้ว

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ รับคำร้อง กกต. ขอสั่งให้ยุบ ‘พรรรคก้าวไกล’ อ้างอิงคำวินิจฉัยว่าหาเสียงแก้ ม.112 ล้มล้างการปกครอง คาดการณ์ว่าจะใช้เวลาราว 2 – 3 เดือน เพราะไม่มีข้อเท็จจริงใหม่ 

ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งรับคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองฯ และเข้าลักษณะการกระทำอันเป็นปฏิบัติต่อการปกครองฯ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2)

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คำร้องของ กกต. มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรรก้าวไกล กระทำการเข้าข่ายตามกฎหมายพรรคการเมือง จะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา โดยจะแจ้งและส่งสำเนาคำร้องขอว กกต. ให้ผู้ถูกร้องคือพรรคก้าวไกล โดยให้พรรคก้าวไกล ยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันได้สำเนาคำร้องของ กกต.

คาดการณ์ว่า กระบวนการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นับจากวันที่รับคำร้อง จะใช้เวลาไม่เกิน 2-3 เดือน เนื่องจาก ไม่มีข้อเท็จจริงใหม่เป็นการพิจารณาข้อกฎหมายประกอบกับคำวินิจฉัยเดิมของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ว่าการหาเสียงของพรรคก้าวไกล ว่าจะแก้ไขเพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นกระทำการล้มล้างการปกครอง 

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้อง ‘ไผ่ ลิกค์’ ชวด รมต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572197

03 เม.ย. 2567

12:28 น.

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้อง 'ไผ่ ลิกค์' ชวด รมต.

ศาลรัฐธรรมนูญ มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง ‘ไผ่ ลิกค์’ ร้อง 4 องค์กร เสนอไม่ให้แต่งตั้งเป็น รมช.พาณิชย์ เพราะขาดคุณสมบัติ

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องที่นายไผ่ ลิกค์ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีที่สำนักเลขาคณะรัฐมนตรี , สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา , คณะกรรมการการเลือกตั้ง และผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ความเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160(7) ทำให้ไม่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยร้องว่าการกระทำขององค์กรทั้ง 4 ไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรม จำกัดสิทธิและเสรีภาพ

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของทั้ง 4 องค์กร เป็นเพียงการให้คำปรึกษาและความเห็นทางกฎหมาย ทำตามหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น การทูลเกล้าฯ รายชื่อบุคคลเพื่อมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี เป็นหน้าที่และอำนาจของนายกรัฐมนตรี จึงมองว่าผู้ร้องคือนายไผ่ ลิกค์ ไม่สามารถยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเรื่องนี้ได้