HBD 70 ปี ‘บิ๊กตู่’ ขอให้ทุกคนรักกัน อย่าเกลียดกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571332

21 มี.ค. 2567

16:31 น.

HBD 70 ปี ‘บิ๊กตู่’ ขอให้ทุกคนรักกัน อย่าเกลียดกัน

‘วราวุธ – อนุชา – ธนกร – รัดเกล้า – อนุทิน’ เข้าอวยพรวันเกิด ‘บิ๊กตู่’ ครบรอบ 70 ปี มอบคำอวยพรคืน ขอคนไทยดูแลบ้านเมือง รักกัน อย่าเกลียดกัน

แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลชุดที่แล้ว ประกอบด้วย นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายอนุชา นาคาศัย รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,  นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และนางสาวรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าอวยพร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 70 ปี ที่บ้านพักส่วนตัว

นางสาวรัดเกล้า โพสต์คลิปพร้อมข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่า เที่ยงวันนี้เนเน่ และพี่ๆ ได้มีโอกาสเข้าไปกราบอวยพรวันเกิดท่านองคมนตรี​ พลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชา #ลุงตู่ ของพวกเรา เนื่องในโอกาสที่ท่านครบรอบ 70 ปี ในโอกาสอันดีนี้​ เนเน่เลยเป็นตัวแทนของ​ #คนรักลุงตู่​ นำข้อความคำอวยพรที่เหล่า​ FC​ ผลิตไว้อยู่มากมายในโลกโซเชียลมีเดียมาฝากท่าน ลุงตู่ท่านเลยขอมอบคำอวยพรของท่านกลับมาให้ทุกๆ​ คนตามคลิปนี้ค่ะ

โดยเป็นคลิปเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่กล่าวอวยพรว่า “ขอให้ทุกคนมีความสุข และประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิต ให้มีความสุขมี มีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีครอบครัวที่เข้มแข็ง ช่วยกันดูแลประเทศชาติบ้านเมืองกันต่อไปให้เข้มแข็งไปด้วยกัน ให้ทุกคนรักสามัคคี ความรักให้กันไปเถอะมันเป็นผลดี รักกันไม่ใช่เกลียดกัน ต้องรักกัน ไม่เช่นนั้นมันไปไม่ได้ ประเทศชาติไปไม่ได้ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเป็นอย่างนี้ ฝากไว้ด้วยประเทศชาติของพวกเราทุกคน”

ขณะที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟสบุ๊กว่า วันนี้ 21 มีนาคม 2567 เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านองคมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ลุงตู่ของพวกเรา

“ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลประทานพรให้ท่านมีความสุข มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง มีพลังกายพลังใจที่เข้มแข็ง เป็นหลักให้ประเทศชาติและประชาชนอย่างยาวนาน ผมดีใจที่คนจำนวนมากยังคิดถึงท่านไม่เสื่อมคลาย และมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่คิดถึงท่านเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในวันคล้ายวันเกิดของท่านปีนี้มีผู้คนมากมายเข้ามาอวยพรท่านในโซเชียลมีเดีย และที่ฝากผมไปถึงท่าน มากกว่าช่วงที่ท่านอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเสียอีก ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ท่านมีความสุข และจะทำให้ท่านมีพลังทำงานให้ชาติบ้านเมือง รับใช้สนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกยาวนาน  อยากบอกท่านว่าพวกเราคิดถึงท่านเสมอและขอขอบพระคุณในนานาคุณูปการที่ท่านทำไว้ให้กับชาติบ้านเมือง” นายพีระพันธุ์ ระบุ

นายธนกร โพสต์เฟสบุ๊กว่า “วันนี้ เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านองคมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือลุงตู่ที่ผมรักและเคารพ ผมมักจะเรียกติดปากว่า ท่านนายกฯ ซึ่งที่ผ่านมา ผมได้รับโอกาสและการสนับสนุนจากท่าน ร่วมทำงานกับท่านตั้งแต่เป็น ส.ส. เป็นโฆษกรัฐบาลและเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผมมีความสุขมากที่ได้ทำงานร่วมกับท่าน ท่านเป็นแบบอย่างของผู้ที่สร้างคุณูปการให้กับประเทศมากมาย ท่านยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ แม้วันนี้ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว แต่ด้วยความเคารพรัก ผมเองได้เข้าไปกราบท่านในวันเกิดวันนี้ ท่านได้ฝากความรักความห่วงใยมายังพี่น้องคนไทยทุกคนด้วยครับ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดดลบันดาลประทานพรให้ท่านมีความสุข มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง เป็นหลักในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไปครับ”

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เดินทางเข้าอวยพรพล.อ.ประยุทธ์ ที่บ้านพักด้วยเช่นกัน

‘กลุ่ม 24 มิถุนา’ ฝาก ‘ก้าวไกล’ ทวงค่าแรง 400 – เบี้ยสูงอายุ 1,000

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571329

21 มี.ค. 2567

16:01 น.

‘กลุ่ม 24 มิถุนา’ ฝาก ‘ก้าวไกล’ ทวงค่าแรง 400 - เบี้ยสูงอายุ 1,000

“กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย” ฝากพรรคก้าวไกลอภิปราย รัฐบาลหาเสียงพูดแล้วไม่ทำ ทวงค่าแรงขั้นต่ำ 400 – เบี้ยสูงอายุ 1,000 ควรปรับ ‘พิพัฒน์’ ออกจาก รมว.กระทรวงแรงงาน

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยธิปไตย พร้อมเครือข่ายแรงงาน เข้ายื่นหนังสือต่อนายอภิชาติ ศิริสุนทร เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้ข้อมูลการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ระหว่างวันที่ 3 – 4 เมษายน 2567 ก่อนที่พรรคก้าวไกลจะถูกยุบ จึงอยากให้มีการอภิปรายเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน 3 ด้าน คือ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400 บาท ที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะขึ้นในเดือนพฤศจิกายน  2566 แต่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กระทรวงแรงงานบอกว่า ทำไม่ได้ ขึ้นได้เพียงวันละ 363 บาท ขณะที่พรรคเพื่อไทยเคยประกาศจะขึ้นค่าแรงวันละ 600 บาท ในปี 2570 ซึ่ง เมื่อดูจากตัวเลข 363 บาท หากถึงปี 2570 คงไม่สามารถขึ้นค่าแรงวันละ 600 บาทได้

การเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุถ้วนหน้า ที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บอกจะเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1000 บาทต่อคนต่อเดือน ในปี 2566 จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการดำเนินการ ทั้งที่พรรคชาติไทยพัฒนา หาเสียงจากประกันรายได้ให้คนชราเดือนละ 3000 บาท และเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 1000 บาท  ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ จะเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือน 3000 บาท รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศให้เบี้ยผู้สูงอายุ 1000 บาท ซึ่งทั้งสามพรรคเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถึงขณะนี้ ยังไม่ดำเนินการใดๆ ดังนั้นในวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นวันสงกรานต์และเป็นวันครอบครัว รัฐบาลควรจะเพิ่มเบี้ยเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 1000 บาทเพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้สูงอายุ

นอกจากนี้กระทรวงแรงงานยังไม่บังคับใช้กฎหมายแรงงานที่บริษัทนายทุนข้ามชาติเลิกจ้าง โดยไม่จ่ายค่าชดเชยทางกฎหมาย ทั้งที่มีการประชุมและตกลงจะเพิ่มเงินสงเคราะห์ให้ลูกจ้างทั้ง 3 บริษัทเพื่อเยียวยา แต่นายพิพัฒน์ ยังไม่ดำเนินการตามสัญญาข้อตกลง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นความล้มเหลวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่ยังขาดมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นนอกจากอภิปรายแล้ว ควรจะให้มีการปรับ นายพิพัฒน์ออกจาก ครม. เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้

‘สส.ก้าวไกล’ สงสัย 3 บริษัท ฮั้วประมูล ระบบเตือนภัยน้ำท่วม – ดินถล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571319

21 มี.ค. 2567

14:58 น.

‘สส.ก้าวไกล’ สงสัย 3 บริษัท ฮั้วประมูล ระบบเตือนภัยน้ำท่วม - ดินถล่ม

‘สส.พรรคก้าวไกล’ ชำแหละงบกรมทรัพยากรน้ำ จัดงบซ่อมบำรุงระบบเตือนภัยน้ำท่วม – ดินถล่ม อุปกรณ์คุณภาพต่ำ ต้องซ่อมบ่อย สงสัยฮั้วประมูล 3 บริษัท เจ้าของเดียวกัน – สร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า แพงกว่าปกติ 4 เท่า

ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2567 วาระ 2 พิจารณามาตรา 17 งบประมาณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาระบบเตือนภัยน้ำท่วม – ดินถล่ม ของกรมทรัพยากรน้ำ 23.4 ล้านบาท เกี่ยวกับมาตรฐานการกันน้ำของอุปกรณ์ประมวลผลและควบคุมข้อมูลการตรวจวัด ต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ต้องซ่อมแซมบำรุงรักษาบ่อยครั้ง และตั้งคำถามว่า เงื่อนไขการประกวดราคาล็อคสเปคให้ผู้รับจ้างเจ้าเดิม คือบริษัทชื่อย่อ ส. ที่เคยมีคดีความเกี่ยวกับการกีดกันทางการค้ากับกรมทรัพยากรน้ำหรือไม่

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ ยังยกเอกสารกรมทรัพยากรน้ำ เรื่องการประกวดราคาจ้างค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2565 วงเงิน 177.8 ล้านบาท พบว่า กิจการร่วมค้าชื่อย่อ ท. เป็นผู้ชนะการประมูล โดยบริษัทชื่อย่อ ส. ก็เข้าร่วมการประมูลด้วย แล้วพบว่าทั้ง 2 บริษัท เป็นเจ้าของเดียวกันกับบริษัทชื่อย่อ ด. ทำให้มีข้อสงสัยว่าฮั้วประมูลหรือไม่

นายกฤษฐ์หิรัญ เลิศอุฤทธิ์ภักดี สส.นครสวรรค์ พรรคก้าวไกล อภิปรายตั้งข้อสังเกต การตั้งงบก่อสร้างพิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่าเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติฯ พื้นที่ 25,050 ตารางเมตร 2,044 ล้านบาท ราคาสูงกว่าการก่อสร้างอาคารทั่วไปถึง 4 เท่า และอภิปรายถึงผู้รับจ้างก่อสร้างรายนี้ ได้รับโครงการก่อสร้างจากหน่วยงานรัฐ 1,529 โครงการ 1,460 ล้านบาทใน 7 ปี

นายนพณัฐ มีรักษา กรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายถึงค่าจ้างที่ปรึกษาผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของรัฐ 25 ล้านบาท ระยะเวลายาว 6 เดือน ทั้งที่การเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ใช้เวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น รวมถึงค่าสำรวจและศึกษาอื่นๆ ที่แพงเกินจริง จึงขอปรับลดงบประมาณ
 

นายมานพ คีรีภูวดล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ขอตัดงบ 2% เนื่องจากพบข้อสงสัย อุปกรณ์เป่าลมที่ใช้ดับไฟป่า เสนอตั้งไว้แค่ 100 เครื่องทั้งประเทศ เครื่องละ 7,000 บาท  ซึ่งช่วยทุ่นแรงนักดับเพลิงได้ ทำไม่ไม่นำมาใช้ในส่วนนี้ แต่กลับไปจัดงบประมาณจัดซื้อคุรุภัณฑ์ประจำ 18 ชุด ชุดละ 1.2 ล้านบาท รวม 21 ล้านบาท วิธีคิดแบบนี้ไม่ตอบโจทย์การทำงานจริง เพราะไม่รู้ว่าครุภัณฑ์ที่ว่าคืออะไร ไม่ระบุชัดเจน ดังนั้นการจัดงบประมาณ จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพราะเห็นว่าควรจัดเครื่องมือให้สอดคล้องกับความจำเป็น เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ที่ประชาชน และเจ้าหน้าที่สามารถนำไปใช้ได้ 
 

สุดท้ายที่ประชุมลงมติเห็นชอบตัดงบประมาณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 38 ล้านบาท ตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก

‘สุทิน’ สั่งห้ามใช้พลทหาร ทำงานรับใช้นอกระเบียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571311

21 มี.ค. 2567

13:36 น.

‘สุทิน’ สั่งห้ามใช้พลทหาร ทำงานรับใช้นอกระเบียบ

‘รมว.กลาโหม’ สั่งห้ามใช้พลทหารทำงานรับใช้ ทำงานนอกหน้าที่ มอบหมายกรมพระธรรมนูญแก้ระเบียบ กำหนดหน้าที่ให้ชัดเจน เตรียมเสนอ ครม. ตั้งงบซื้อเรือฟลิเกต ให้ ทร. ประชุม GBC ไทย – กัมพูชา ศุกร์นี้ ยังไม่คุยพื้นที่ทับซ้อน

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภาสภากลาโหม เน้นย้ำหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ กวดขันกำลังพลให้อยู่ในกรอบวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่ให้เกิดเรื่องไม่ชอบมาพากลจนทำให้สังคมตำหนิ รวมถึงนำพลทหารไปรับใช้ที่บ้าน ให้ยึดกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ให้ทำเฉพาะงานในหน้าที่ นอกเหนือจากนั้นห้ามเด็ดขาด ขณะนี้แต่ละเหล่าทัพกำลังเช็คยอดทหารรับใช้และตรวจสอบอยู่ และมอบหมายให้กรมพระธรรมนูญไปดูระเบียบอะไรที่เปิดช่องและไม่สอดคล้องกับยุคสมัย ให้ปรับแก้ไขแล้วจะลงนามทันที อาจจะระบุในระเบียบให้ชัดเจน ว่าหน้าที่ของทหารบริการมีอะไรบ้าง และกำลังทำคลิปอธิบายปัจจัยการสมัครเป็นทหาร เพื่อให้ชายไทยเกิดความเชื่อมั่นและสบายใจ คาดว่าจะเปิดตัวในสัปดาห์หน้า ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนมีการตรวจเลือกทหารกองประจำการ
 

“เชื่อว่าข่าวต่างๆ ที่เผยแพร่เกี่ยวกับพลทหารในช่วงนี้ โดยเฉพาะฝ่ายการเมือง เลือกที่จะดิสเครดิตกับสถาบันที่เข้มแข็งอย่างทหาร เพื่อสร้างกระแสนิยม ชนของใหญ่แล้วดัง ก็ชนสถาบันทหาร กล้าแฉ กล้าที่จะเปิดโปง กล้าตีทหารมันก็จะดัง ได้คะแนนนิยม ก็บอกกับกองทัพให้รู้ตัวและระมัดระวัง” นายสุทินกล่าว


ส่วนกระทรวงกลาโหมปีงบประมาณ 2567 นายสุทิน บอกว่า เน้นย้ำให้ใช้งบให้ทันในช่วงเวลาที่เหลือ ให้กำลังใจกองทัพเรือ ที่ถูกตัดงบเรือฟริเกต ก็ไม่เป็นไร เพราะรัฐบาลเป็นห่วง กลัวจะบริหารจัดการไม่ทัน แต่ก็พยายามจัดให้ตามแผน อาจจะช้า แต่ ไม่ให้กระทบภารกิจของกองทัพเรือ โดยจะเสนอเรื่องเรือฟริเกต เข้า ครม.ในวันอังคารที่ 26 มี.ค. นี้ เพื่อเสนอในงบประมาณปี 2568 ถือว่าล่าช้าเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งตนได้คุยกับสำนักงบประมาณแล้ว ว่าสามารถปรับเปลี่ยนได้ทัน ไม่มีปัญหา

ส่วนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย -กัมพูชา ครั้งที่ 16 วันศุกร์นี้ ที่โรงแรมการ์เด้น ซิตี้ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ว่า เป็นการหารือความร่วมมือในการพัฒนาชายแดนให้เกิดประโยชน์กับ 2 ประเทศ และจะพูดคุยกันเรื่องปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 การปราบปรามอาชญากรรมผิดกฎหมาย แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนทั้ง 2 ฝั่ง รวมถึงการร่วมกันเสริมสร้างเศรษฐกิจชายแดน
 

ส่วนนโยบายในเรื่องการเจรจาแบ่งผลประโยชน์ทางทะเล ระหว่างกัมพูชาและไทย เป็นเรื่องของคณะกรรมการนโยบายพลังงาน กระทรวงกลาโหมไม่ได้ไปคิดเรื่องพลังงาน ส่วนการจัดสรรลำดับความสำคัญของรัฐบาลนั้น เรื่องนี้ยังไม่ทราบ ต้องถามฝ่ายเศรษฐกิจ แต่อะไรที่อยู่ในกรอบเศรษฐกิจ และเป็นเรื่องปากท้องประชาชน หรือกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ซึ่งมีทั้งเรื่องเกษตรฯ เรื่องพลังงาน และหลายๆเรื่อง

‘สส.ก้าวไกล’ ซักงบดีอี จัดซื้อไม่ตรงสเปก – ศูนย์ข่าวปลอมแค่เครื่องมือ รบ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571302

21 มี.ค. 2567

12:09 น.

‘สส.ก้าวไกล’ ซักงบดีอี จัดซื้อไม่ตรงสเปก - ศูนย์ข่าวปลอมแค่เครื่องมือ รบ.

‘สส.ก้าวไกล’ อภิปรายงบกระทรวงดีอี พบกรมอุตุฯ จัดซื้อเครื่องวัดอากาศไม่ตรงสเปกแผนงาน จัดตั้งศูนย์ต้านข่าวปลอมเพื่อเป็นเครื่องมือรัฐบาล รักษาข้อมูลประชาชนไม่มีประสิทธิภาพ ตั้งงบใช้หนี้เน็ตประชารัฐยาว 18 ปี

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 2 เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 รายมาตรา วาระ 2 ที่มีทั้งหมด 41 มาตรา วันนี้เข้าสู่การพิจารณามาตรา 16 งบประมาณรายจ่ายกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ประเด็นที่น่าสนใจมุ่งไปที่การของบประมาณของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยนายนิติพล ผิวเหมาะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อธิบายตั้งข้อสังเกตการจัดตั้งงบของกรมอุตุนิยมวิทยา ไม่ตรงปก มีการจัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องตรวจวัดอากาศหลายแบบ เกี่ยวกับเครื่องบินและการจราจรทางอากาศ แต่ไม่เข้ากับแผนงานยุทธศาสตร์จัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ถ้าปล่อยผ่านงบประมาณ 827 ล้าน จะเสียหายสืบเนื่องไปอีกหลายปีงบประมาณ เสียเงินเปล่ากว่า 3,000 ล้านบาท
 

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงการจัดซื้อระบบตรวจวัดชั้นบรรยากาศใกล้ผิวโลกและวัดฝุ่นละออง PM 2.5 (Lidar PBL) มีใบเสนอราคาเครื่องละ 18,150,000 บาท ซื้อ 2 เครื่องรวมเป็นเงิน 36,300,000 บาท ทั้งที่เคยซื้อเครื่องละ 5 ล้านบาท และนักวิทยาศาสตร์ไทยกำลังผลิตเครื่องนี้ได้ในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท สุดท้ายกรมอุตุนิยมวิทยายอมตัดงบจัดซื้อนี้ออกไป

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายเสนอตัดงบศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักปลัดกระทรวง DE ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบข่าวปลอมเฉพาะกับหน่วยงานราชการเท่านั้น ทั้งที่บางเรื่องสามารถหาได้ทั่วไป ยกตัวอย่าง ข้อความที่ต้องมาคัดกรองว่าเป็นข่าวปลอมทั้งหมดกว่า 5 ล้านข้อความ พบว่าเรื่องที่เข้าเกณฑ์การตรวจสอบทั้งหมดมีเพียง 539 เรื่อง และเรื่องที่สามารถเผยแพร่ได้ทั้งหมด 235 เรื่องเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ตรวจสอบแต่ที่ไม่สามารถเผยแพร่ได้ มีสาเหตุทั้งการประสานงานแล้วไม่มีข้อมูล จนไปถึงการตรวจสอบข้อมูลแล้วแต่ไม่เผยแพร่ เพราะไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล จึงรู้ว่าระยะเวลา 4 ปี 9 เดือน ของการก่อตั้งศูนย์ข่าวปลอม เป็นเพียงศูนย์เพื่อขออนุญาตรัฐบาลเผยแพร่ข่าวเท่านั้น ไม่มีความเป็นกลาง ไม่มีความเป็นอิสระ เป็นแค่เครื่องมือของรัฐ เพื่อผูกขาดความจริงที่รัฐอยากให้ประชาชนรู้

นายวีรนันท์ ฮวดศรี สส.ขอนแก่น พรรคก้าวไกล อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพโครงการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) โดยยกกรณีข้อมูลผู้ป่วยของกระทรวงสาธารณสุข หลุดไป 2 ล้านรายชื่อ จึงตั้งคำถามถึงผู้รับผิดชอบ และประสิทธิภาพในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) แต่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพลอกเลียนแบบเว็บไซต์เป็นตำรวจไซเบอร์เสียเอง

ส่วนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณใช้หนี้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) : NT ในโครงการเน็ตประชารัฐ ติดหนี้ประมาณ 5,700 ล้านบาท โดยงบประมาณปี 2567 จัดสรรให้ 300 ล้านบาท ถ้าปีถัดไปจัดสรรงบประมาณให้เท่าเดิมต้องใช้เวลา 18 ปี กว่าจะใช้หนี้ NT หมด ทั้งสามารถใช้งบประมาณในกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) มาใช้หนี้แทนได้ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่กลับใช้งบ กทปส. ผิดวัตถุประสงค์ไปหลายโครงการ

สุดท้ายที่ประชุมมีมติ 279 ต่อ 146 เสียง เห็นชอบให้มีการแก้ไขปรับลดงบประมาณ ตามที่คณะกรรมาธิการฯ เสียงข้างมากเสนอมา

‘บิ๊กป้อม’ นำ พปชร. บวงสรวง ท้าวมหาพรหม เดินหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมทันสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571291

21 มี.ค. 2567

10:34 น.

‘บิ๊กป้อม’ นำ พปชร. บวงสรวง ท้าวมหาพรหม เดินหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมทันสมัย

‘บิ๊กป้อม’ นำ พปชร. บวงสรวง ท้าวมหาพรหม เดินหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมทันสมัย สถาบันการเมืองมั่นคง กก.บห. – สส. เข้าร่วม

เวลา 07.00 น. วันที่ 21 มีนาคม 2567  ที่พรรคพลังประชารัฐ – พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานในพิธีบวงสรวงอัญเชิญท่านท้าวมหาพรหมประดิษฐาน บริเวณด้านหน้าอาคารที่ทำการพรรค พปชร.เพื่อเสริมสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่สมาชิก พรรค บุคลากร พนักงาน ทุกคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน พร้อม เดินหน้าขับเคลื่อนพรรคสู่การเป็นสถาบันการเมืองที่มั่นคง ด้วยจุดยืนของการเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมทันสมัยในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับใช้ประชาชน โดยมี พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นางสาวตรีนุช เทียนทอง รองหัวหน้าพรรค พลเอกกฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ นายทะเบียนพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค รวมถึงกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พลเอก ประวิตร ถือฤกษ์ เวลา 07.29 น. เริ่มพิธีบวงสรวงท้าวมหาพรหม – ลงไม้ศักดิ์สิทธิ์ ถวายพวงมาลัย จุดธูปและเทียน ปักธูปที่เครื่องสังเวย ตอกเครื่องมงคลที่ฐานโดยมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ หลังจากนั้นเริ่มพิธีอัญเชิญท้าวมหาพรหมสถิตบนศาล และภายในประดิษฐานประกอบด้วย องค์ท้าวมหาพรหม  4 พระพักตร์ 8 กร โดยท้าวมหาพรหมถือเป็นเทพเจ้าสูงสุดในคติของศาสนาฮินดู เป็นเทพเจ้าแห่งความสร้างสรรค์ ความเมตตาเป็นพระผู้สร้างโลกและให้กำเนิดสิ่งต่างๆพร้อมประทานพรให้กับทุกคนอยู่ร่วมกับอย่างมีความสุข

โดยบรรยากาศระหว่างทำพิธีวันนี้ท้องฟ้าเปิด อากาศแจ่มใส มีลมพัดเย็นสบายตลอดช่วงทำพิธี นับเป็นสิริมงคลให้กับทุกคนให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขและทำงานได้อย่างราบรื่นเจริญรุ่งเรือง

‘ก้าวไกล – ไทยสร้างไทย’ รุมซักงบกลาโหม ของบลับทุกปี – ทบ. ซื้อแบล็กฮอว์ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571265

20 มี.ค. 2567

18:50 น.

‘ก้าวไกล – ไทยสร้างไทย’ รุมซักงบกลาโหม ของบลับทุกปี – ทบ. ซื้อแบล็กฮอว์ก

สส.พรรคก้าวไกล – พรรคไทยสร้างไทย อภิปรายงบกระทรวงกลาโหม ของบลับทุกปี ซื้อของแพงกว่าตลาดออนไลน์ กองทัพบกซื้อแบล็กฮอว์กไม่จำเป็น ตั้งงบจิตวิทยา แต่มีพลทหารผูกคอตายในค่าย

สภาผู้แทนราษฎร ประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2567 รายมาตรา วาระ 2 ระหว่างการพิจารณามาตรา 8 งบประมาณกระทรวงกลาโหม นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงการจัดซื้อในเอกสารลับที่กระทรวงกลาโหมอ้างว่าเผยแพร่ไม่ได้ ให้กรรมาธิการฯ ดูด้วยตาเท่านั้น ห้ามเอากลับ โดยยกตัวอย่างการจัดซื้อที่นอนยางพารา 2,885 บาท แต่ที่ขายออนไลน์ราคา 1,449 บาท เท่านั้น , จัดซื้อกรวยแสดงทิศทางลม 18,000 บาท แต่ที่ขายออนไลน์แพงที่สุดราคา 4,300 บาทเท่านั้น รายการพวกนี้อยู่ในเอกสารลับ และยังมีข้อมูลในเอกสารลับอีกมาก แล้วยังมีเงินราชการลับที่ไม่เปิดเผย โดยอ้างกฎหมายความมั่นคง ขอทุกปีเท่าเดิมตลอดปีละ 469 ล้านบาท เบิกเท่าเดิมตลอด ไม่มีเอกสารชี้แจง แล้วบอกให้ไปถามสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แทน รวมถึงพบเงินสดคงเหลือใน 3 หน่วยงานของสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ได้แก้ โรงงานเภสัชกรรมทหาร , ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ และโรงงานผลิตวัตถุระเบิดทางทหาร รวม 544 ล้านบาท แต่ยังขอเพิ่มอีก 258.6 ล้านบาท

นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายตั้งข้อสังเกตงบประมาณสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ตั้งงบปรับปรุงจอ LED ห้องพินิตประชานาถ 6.95 ล้านบาท , ระบบฝากขังผ่านการประชุมจอภาพ 12.07 ล้านบาท โดยเทียบโครงการคล้ายกันที่ทำโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อยู่ที่ 2.9 ล้านบาทเท่านั้น และการจัดซื้อระบบลงนามอิเล็กทรอนิกส์ 9.89 ล้านบาท ที่ยังไม่มีความจำเป็น รวมถึงค่าใช้จ่ายสำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร 26 แห่งในต่างประเทศ โดยปี 2566 ใช้งบไป 25 ล้านบาท แต่ปี 2567 กลับตั้งขอเบิกถึง 43.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว รวมถึงการตั้งของบค่าใช้จ่ายในการปฏฺบัติการจิตวิทยาและงานปฏิบัติการมวลชน 9.7 ล้านบาท แต่กลับมีพลทหารผูกคอตายในค่าย

ร.ท.ธนเดช เพ็งสุข สส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงการจัดซื้อสิ่งอุปกรณ์สายขนส่ง ของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่บอกจะจัดซื้อรถโดยสารขนาดเล็ก แต่จัดซื้อรถ MG Maxus 9 ที่ไม่ใช่รถขนาดเล็กตามที่อ้าง โครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก 3 ลำของกองทัพบก ผูกพันธ์งบประมาณปี 2567 – 2569 รวม 5,000 ล้านบาท ทั้งที่เป็นกำลังรบภาคพื้นดินแต่มีเฮลิคอปเตอร์ 125 ลำ แต่กองทัพอากาศกลับมี 34 ลำเท่านั้น แต่ที่กำลังวิกฤตคือกองทัพเรือ ถูกตัดลดงบประมาณจัดซื้อเรือฟริเกต ที่สามารถปกป้องน่านน้ำได้กว่า 1,500 ไมล์ทะเล และการจัด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย อภิปรายว่า การลดงบกระทรวงกลาโหม ที่มีการเสนองบเข้ามาทั้งสิ้น 87,883,290,100 ปรับลดทั้งสิ้น 2,485,096,500 คิดเป็น 2.8% คงเหลือ 85,398,193,600 บาท เหมือนจะปลับลดมากกว่ากระทรวงอื่นๆ แต่ปรับลดไม่จริง เพราะมีโครงการเสริมสร้างกำลังกองทัพ ที่ผูกพันงบประมาณเดิมหลายโครงการ ตั้งแต่ปี 2557 ยาวถึง 2574

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า งบประชาสัมพันธ์สร้างภาพ จำนวน 50-60 ล้านบาท มีการประกาศชัดว่าทำ IO หน่วยงานอื่นไม่เห็นต้องทำ หมอเขามาทำแบบนี้หรือไม่ สารคดีวันกองทัพไทยต้องมีทุกปี ทำซ้ำไม่ได้ ไม่รู้มันแตกต่างตรงไหน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีก็ว่าแปลกแล้ว ยังมีการสร้างเกียรติยศให้ตัวเอง เช่น การเดินสวนสนาม ซักซ้อมพิธีต่อหน้าธงเฉลิมพล

สุดท้ายที่ประชุมมีมติ 448 เสียง เห็นควรให้มีการปรับลด ตามคณะกรรมาธิการ

‘ไอติม’ จัดหนัก รบ. ไม่ยอมเผยแพร่ผลศึกษาประชามติ รธน. ฉบับใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571258

20 มี.ค. 2567

17:34 น.

'ไอติม' จัดหนัก รบ. ไม่ยอมเผยแพร่ผลศึกษาประชามติ รธน. ฉบับใหม่

‘ไอติม’ อภิปรายงบปี 67 ไม่เห็นชอบอนุมัติงบ 2.06 ลบ ย้อนหลังให้ คกก.ศึกษาประชามติ รธน.ฉบับใหม่ เพราะไม่ยอมเผยแพร่ผลการศึกษา

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายร่าง พ.ร.บงบประมาณปี 2567 วาระ 2 ถึงการจัดตั้งงบประมาณ 2.06 ล้านบาท ย้อนหลังให้คณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเริ่มทำงานเดือนตุลาคม 2566 และสิ้นสุดการทำงาน เดือนธันวาคม 2566 ไปแล้ว ใช้เวลาทำงานไป 83 วัน แต่จนถึงวันนี้ ผ่านไปแล้ว 86 วัน ยังไม่มีการเผยแพร่รายงานการศึกษาของคณะกรรมการชุดนี้ ทั้งที่รัฐบาลเคยประกาศว่าจะเป็นรัฐบาลเปิดเผย Open Government และยังมีการของบส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการ 9.45 ล้านบาท

นายพริษฐ์ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้ เคยยืนยันต่อคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ว่าจะเปิดเผยรายงานผลลัพธ์การประชุม เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่เมื่อคณะกรรมาธิการฯ ทวงถามไป ยังไม่มีการตอบรับ และเปิดคลิปกรณีนายนิกร จำนงค์ ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และคลิปนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลของแบบสอบถามของคณะกรรมการที่ไม่ตรงกัน หากไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ก็ไม่เห็นด้วยให้จัดสรรงบประมาณ 2.06 ล้านบาท ให้กับคณะกรรมการชุดนี้

‘เศรษฐา’ ย้าย ‘บิ๊กต่อ – บิ๊กโจ๊ก’ ไม่สบายใจ แต่ต้องทำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571248

20 มี.ค. 2567

15:26 น.

‘เศรษฐา’ ย้าย ‘บิ๊กต่อ - บิ๊กโจ๊ก’ ไม่สบายใจ แต่ต้องทำ

‘เศรษฐา’ ยอมรับ ไม่สบายใจสั่งย้าย ‘บิ๊กต่อ – บิ๊กโจ๊ก’ ช่วยงานสำนักนายกฯ 60 วัน ไม่ใช่การลงโทษ แต่เพื่อให้ สตช. – กรรมการสอบข้อเท็จจริง เดินหน้าได้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เปิดเผยว่า อย่างที่ทราบกันดี ว่าขณะนี้มีคดีความเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ระหว่าง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า ทั้ง 2 คนยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ แต่เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปด้วยความสะดวก ดูแลประชาชนได้เต็มที่ ไม่มีการก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม จึงมีคำสั่งย้ายทั้ง 2 คน มาปฏิบัติราชการชั่วคราว 60 วัน ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยัน ไม่ใช่การลงโทษ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเรื่องตำแหน่ง และเงินเดือน

วันนี้ยังได้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมารักษาการตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแทนชั่วคราว รวมถึงในช่วงเย็นนี้วันนี้ จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวม 3 คน มาจากตำรวจ อดีตปลัดมหาดไทย และบุคคลจากสำนักนายกฯ

นายเศรษฐา ยังบอกอีกว่า เมื่อช่วงเที่ยงที่บิ๊กต่อและบิ๊กโจ๊กมาเข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ได้แจ้งให้ทราบถึงคำสั่งย้ายแล้ว รวมถึงได้แจ้งว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในช่วงที่ต้องมาปฏิบัติงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้ง 2 คน ก็รู้สึกกังวลใจ แต่ก็ยอมรับด้วยดี เนื่องจากได้แจ้งรายชื่อคณะกรรมการทั้ง 3 คน ให้ทราบแล้ว ทั้ง 2 คนก็ยอมรับว่าเป็นบุคคลที่มีความเป็นกลาง และทั้ง 2 คน ยังได้รับปากว่าจะไม่มีการพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว รวมถึงจะกำชับลูกน้องไม่ให้พูด เพื่อไม่ให้กระทบกระบวนการยุติธรรม ไม่ให้มีการก้าวก่าย ล็อบบี้กันเกิดขึ้น และเกิดข้อครหาว่าข้าราชการแถว 2 – 3 เข้าข้างใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นการเอาคู่ขัดแย้งออกมาช่วยงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี ก็เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ทำงานได้อย่างเต็มที่

นายเศรษฐา ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกสบายใจที่มีมีคำสั่งดังกล่าว แต่เป็นอำนาจหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินไปข้างหน้าได้ และมีหน้าที่หลักในการดูแลพี่น้องประชาชนเชื่อว่าทุกอย่างจะค่อย ๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น หากครบกำหนด 60 วันแล้วก็อาจจะพิจารณาให้ทั้ง 2 คน กลับมาปฏิบัติหน้าที่เดิม

ส่วนในวันพรุ่งนี้ ก็จะมีการประชุม คณะกรรมการตำรวจเพื่อชี้แจงนโยบายทั่วไป ๆ ใม่ใช่การแจ้งเรื่องมีคำสั่งโยกย้าย เพราะเชื่อว่าสื่อมวลชนจะเป็นกระบอกเสียงอยู่แล้ว แต่อาจจะย้ำให้รับทราบว่า ทุกคนมาอยู่จรงนี้เพื่อทำงานรับใช้ประชาชน

‘ก้าวไกล’ ชำแหละ งบฟุ่มเฟือย เช่ารถให้ ‘เศรษฐา’ – ซื้อพรมขนแกะ 9 ผืน 10 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571245

20 มี.ค. 2567

15:14 น.

'ก้าวไกล' ชำแหละ งบฟุ่มเฟือย เช่ารถให้ 'เศรษฐา' - ซื้อพรมขนแกะ 9 ผืน 10 ล้าน

‘ก้าวไกล’ ชำแหละงบเช่ารถ ‘เศรษฐา’ เดือนละ 1.3 แสน ตั้งงบเหมาจ่ายแทนจะขายรถประจำตำแหน่งอีก 2.7 ล้าน/ปี ทั้งที่มีรถใช้อยู่แล้ว ซื้อพรมขนแกะประดับทำเนียบ 9 ผืน 10 ล้าน

นายปรีติ เจริญศิลป์ สส.นนทบุรี พรรคก้าวไกล อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 วาระ 2 ในมาตรา 7 งบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีมีทรัพย์สินกว่า 1,000 ล้านบาท มีรถ 5 คัน มีรถที่ใช้ประจำตำแหน่งแล้ว แต่ยังให้รัฐจัดหาเช่ารถประจำตำแหน่งยี่ห้อเดียวกันกับที่มีแต่คนละสี อีกเดือนละ 136,500 บาท และนำรถไฟฟ้าส่วนตัวมาชาร์จไฟฟรีที่ทำเนียบรัฐบาล

“ผมเห็นรัฐจัดหารถให้ท่านแล้ว แต่ทำไมมีการตั้งงบประมาณขึ้นมาอีก เป็นการตั้งค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง อีกปีละ 2,738,400 บาท งบส่วนนี้ผมอยากจะรู้เข้ากระเป๋าใคร นายกฯ หรือไม่ ซ้ำซ้อนหรือไม่ หรือเป็นคนที่ตามท่าน ที่ต้องจ่ายเงินแทนการจัดหารถให้อีก” นายปรีติ กล่าวอภิปราย

นายปรีติ อภิปรายอีกว่า อยากให้ท่านเป็นตัวอย่างที่ดี ยกเลิกรถประจำตำแหน่งหรือเงินตอบแทนทุกอย่างเกี่ยวกับการใช้รถประจำตำแหน่ง เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับข้าราชการระดับสูงทั่วประเทศ ซึ่งตอนนี้ข้าราชการระดับสูงมีค่าเช่ารถประจำตำแหน่ง 124 ล้านบาท/ปี และค่าตอบแทน แทนรถยนต์ประจำตำแหน่งอีก 760 ล้านบาท/ปี 

นายปรีติ ยังอภิปราย ถึงการใช้งบอย่างฟุ่มเฟือย จัดซื้อพรมทอมือขนแกะ 100 เปอร์เซ็นต์ 9 ผืน มูลค่า 10,557,200 ล้านบาท ประดับตึกสันติไมตรี 4 ผืน ตึกนารีสโมสร 3 ผืน และตึกไทยคู่ฟ้า 2 ผืน