เดือน มี.ค. – เม.ย. ปฏิทินการเมือง คิวแน่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570826

14 มี.ค. 2567

12:52 น.

เดือน มี.ค. - เม.ย. ปฏิทินการเมือง คิวแน่น

เดือน มี.ค. – เม.ย. 2567 การเมืองคิวแน่น รบ. แถลงผลงาน 6 เดือน – เพื่อไทยพบฮุนเซน – พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 67 – 2 สภาฯ เปิดอภิปรายทั่วไป รบ.

15 มี.ค. 2567 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ ครม. แถลงผลงานครบรอบ 6 เดือน

16 มี.ค. 2567 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ดูปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เชียงใหม่ วันเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่เชียงใหม่ วันสุดท้าย

18 – 19 มี.ค. 2567 แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และกรรมการบริหารพรรค พบสมเด็จฮุนเซน ประธานคณะองคมนตรีกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา

20 – 22  มี.ค. 2567 สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาท วาระ 2 – 3

25 มี.ค. 2567 วุฒิสภา อภิปรายทั่วไปรัฐบาล โดยไม่ลงมติ

26 มี.ค. 2567 วุฒิสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567

3 เม.ย. 2567 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 วงเงิน 3.35 ล้านล้านบาท  ขึ้นทูลเกล้าฯ

3 – 4 เม.ย. 2567 สภาผู้แทนราษฎร อภิปรายทั่วไปรัฐบาล โดยไม่ลงมติ

9 เม.ย. 2567 ปิดสมัยประชุมรัฐสภา

‘ธรรมนัส’ อยู่เป็น รอรับ ‘ทักษิณ’ ทัวร์อุทยานราชพฤกษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570819

14 มี.ค. 2567

11:29 น.

'ธรรมนัส' อยู่เป็น รอรับ 'ทักษิณ' ทัวร์อุทยานราชพฤกษ์

‘ธรรมนัส’ อยู่เป็น รอรับ ‘ทักษิณ’ ทัวร์อุทยานราชพฤกษ์ ‘เจ๊แดง – สมชาย’ เอารถไฟรับถึงที่ ‘บิ๊กโจ๊ก’ โผล่รอรับตั้งแต่หน้าสนามบิน ต้อนรับกลับเชียงใหม่บ้านเกิดในรอบ 17 ปี

14 มี.ค.2567 หลังจากสักการะศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ พร้อมด้วย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว , นายปิฎก สุขสวัสดิ์ บุตรเขย และน้องธิธาร หลานสาว นั่งเครื่องบินส่วนตัว เดินทางถึงจังหวัดเชียงใหม่ในเวลา 09:28 น. ถือเป็นการกลับบ้านเกิดครั้งแรกในรอบ 17 ปี

ทันทีที่นายทักษิณถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ นางสาวเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นำขบวนรถไปรับภายในรันเวย์ทันที และออกทางประตู1 เดินทางต่อไปอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ด้วยรถยนต์เลคซัสสีดำทะเบียน ขย 111 กรุงเทพมหานคร ระหว่างทางออกจากสนามบิน ลดกระจกลงพร้อมยกมือไหว้ทักทายคนที่มารอต้อนรับ โดยนายทักษิณยังคงสวมเฝือกคอ เหมือนตอนไปไหว้ศาลหลักเมือง โดยมีพลตำรวจเอก สุรเชษฐ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรอรับที่สนามบินเชียงใหม่ด้วย

ด้านหน้าอุทยานหลวงราชพฤกษ์ มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ  , นายภูดิท อินสุวรรณ์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย มารอรับพร้อมนำพระพุทธบารมี มามอบให้เพื่อความสิริมงคลและเสริมบารมี รวมถึงมวลชนคนเสื้อแดงส่วนหนึ่งมารอต้อนรับ โดยนายทักษิณลงจากรถและทักทายสื่อมวลชนที่เคยติดตามทำข่าวเมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมสวมกอด ทักทายมวลชนที่มารอต้อนรับ

ช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวถามนายทักษิณว่า เชียงใหม่เป็นอย่างไรบ้าง นายทักษิณตอบสั้นๆ ว่า “เหมือนเดิม” จากนั้นเดินเข้ามาภายใน ที่ทำการอุทยาน โดยมีร้อยเอกธรรมนัสรอต้อนรับ ซึ่งร้อยเอกธรรมนัสได้แนะนำผู้บริหารกระทรวงเกษตร ซึ่งนายทักษิณได้ชื่นชมว่า ทำงานมีประสิทธิภาพ จากนั้นนายทักษิณพร้อมคณะ ขึ้นรถรางเพื่อเข้าชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยมีนางสาวแพรทองธารนั่งด้านขวาและลูกเขย และหลานนั่งด้านซ้าย โดยนายทักษิณมีสีหน้าที่ค่อนข้างสดใสและทักทายคนที่มารอต้อนรับตลอดเส้นทางด้วยความเป็นกันเอง ขณะเดียวกันก็มีพยาบาลเดินติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

ทักษิณ - แพทองธาร พาครอบครัว ทัวร์อุทยานราชพฤกษ์ทักษิณ – แพทองธาร พาครอบครัว ทัวร์อุทยานราชพฤกษ์

“ราชกิจจานุเบกษา” ประกาศ พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด อดีต “สส.” หลายสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570814

14 มี.ค. 2567

10:55 น.

"ราชกิจจานุเบกษา" ประกาศ พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด อดีต "สส." หลายสมัย

“ราชกิจจานุเบกษา” ประกาศ พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด “ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย” อดีต สส. หลายสมัย หลังถูกยื่นฟ้อง ล้มละลาย

เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.E26/2567 ศาลล้มละลายกลาง กองบังคับคดีล้มละลาย 2 กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม โดยสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต “สส.” หลายสมัย หลังถูกยื่นฟ้องล้มละลาย

โดยในประกาศระบุว่า ด้วย นายประจักษ์ รุจิรวณิช โจทย์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย และศาล ได้มีคำสั่งลงวันที่ 14 ก.พ. 2567 ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย ลูกหนี้เด็ดขาดตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 แล้ว

ดังนั้น นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ ตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และบุคคลผู้เป็นหนี้ลูกหนี้ หรือมีทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ในครอบครอง มีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามมาตรา 24/1 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483

ประกาศราชกิจจานุเบกษาประกาศราชกิจจานุเบกษา

ซึ่งผู้ใดมีหน้าที่ตามมาตรา 24/1 แล้วไม่ปฏิบัติตาม มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ตามมาตรา 173/1 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483

อนึ่ง เจ้าหนี้ ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ จะเป็นโจทก์หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ที่ฝ่ายคำคู่ความ สำนักงานเลขานุการกรม กรมบังคับคดี หรือสำนักงานบังคับคดี ซึ่งลูกหนี้มีภูมิลำเนาอยู่ ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันที่โฆษณาคำสั่งนี้

และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้กำหนดวันลงโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 13 มี.ค. 2567 

     ศิริศักดิ์ อ่อนละมัยศิริศักดิ์ อ่อนละมัย

สำหรับนายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย เข้าสู่วงการการเมือง ด้วยการเป็นสมาชิกสภาจังหวัด ในปี 2533 ก่อนที่จะได้เลือกตั้งเป็น สส. ครั้งแรก ในเดือน มี.ค. 2535 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับการเลือกตั้งติดต่อกันรวม 6 สมัย

ในปี 2564 ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย ได้ขอลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปสนับสนุนนายชวลิต อาจหาญ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.ชุมพร ในการเลือกตั้ง สส.ชุมพร เขต 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง

‘ทักษิณ’ ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570804

14 มี.ค. 2567

07:12 น.

'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด

‘ทักษิณ’ พร้อมอุ๊งอิ๊ง ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัด สักการะศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิดไหว้บรรพบุรุษในรอบหลายสืบปี

เมื่อเวลา 05.19 น. ที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง และนายปิฏก สุขสวัสดิ์ สามีของอุ๊งอิ๊ง เดินทางด้วยรถตู้เบนซ์สีดำ ทะเบียน ภษ 1414 มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวเอ็มเจ็ตไปยัง จ.เชียงใหม่ 

ทันทีที่เข้าไปภายในได้สักการะศาลหลักเมือง ตามขั้นตอน 5 ขั้นตอน โดยเริ่มจากจุดแรก คือ ไหว้หอพักพุทธรูป องค์หลักเมืองจำลอง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ซึ่งเป็นเทพารักษ์ คู่ศาลหลักเมือง และเข้าไปสักการะองค์หลักเมืองจริง ต่อด้วยไหว้หอเทพารักษ์ 5 กัน และเติมน้ำมันตะเกียง รวมเวลากว่า 26 นาที

'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด

จากนั้นนายทักษิณได้เดินออกมา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่สื่อมวลชนได้ทักทายเรียกว่า “ท่านนายกฯทักษิณ” ก่อนที่นายทักษิณจะหันมามองสื่อมวลชนแล้วขึ้นรถออกไปทันที ในเวลา 05.45 น.

ระหว่างที่อยู่ในรถตู้ นายทักษิณได้นั่งฝั่งซ้ายด้านหลังของคนขับ โดยมีนางสาวแพรทองธาร นั่งด้านข้าง ขณะนั้นนายทักษิณได้มองออกมา แต่ไม่ได้หยุดทักทายสื่อมวลชน

ทั้งนี้วันนี้พบว่า นายทักษิณ แต่งกายด้วยเสื้อโปโลสีน้ำเงิน กางเกงขายาว สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องนั่งวีลแชร์ ซึ่งพบว่า มีการสวมเฝือกที่คอ แต่ที่แขน ไม่ได้ใส่เฝือก ซึ่งเป็นการปรากฎตัวครั้งที่ 2 นอกบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังเมื่อวานนี้ปรากฎตัวที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร แต่ไม่ได้ใส่เฝือกคอ

'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด
'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด

สำหรับภารกิจที่ จ.เชียงใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มี.ค.

เช้า เดินทางถึงสนามบินเชียงใหม่ ไปดูที่หน้าพืชสวนโลก รับประทานอาหารเที่ยง ร้านช้างม่อยกาแฟ ไปดูคลองแม่ข่า- น้ำตกแม่สา ก่อนจะรับประทานอาหารเย็น ร้านเจี่ยท้งเฮง สาขาฟ้าย่าม เสร็จแล้วเข้าบ้านพัก

วันศุกร์ ที่ 15 มี.ค.

เดินทางไปกราบเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ รับประทานอาหารเที่ยง ร้านข้าวซอยเสมอใจไปสุสานที่ อ.แม่ออน ไปตลาควโรรส (กาดหลวง) ก่อนจะรับประทานอาหารเย็น งานเลี้ยงบ้านกรีนวัลเล่

วันเสาร์ ที่ 16 มี.ค.

รับประทานอาหารเช้า ร้านกาแฟ Oasis ไปไนท์ซาฟารี รับประทานอาหารเที่ยง ลำดีที่ขัวแดง เดินทางกลับ กทม.

'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด
'ทักษิณ' ถือกฤษณ์ดี 05.19 จัดชุดใหญ่ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนบินกลับบ้านเกิด

กลับเชียงใหม่ 14 – 16 มี.ค.นี้ ‘ทักษิณ’ ไปไหนบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570765

13 มี.ค. 2567

14:44 น.

กลับเชียงใหม่ 14 - 16 มี.ค.นี้ ‘ทักษิณ’ ไปไหนบ้าง

แม้อยู่ระหว่างพักโทษ เพราะมีอาการป่วย แต่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีกำหนดจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 14 ถึง 16 มีนาคมนี้ มาดูกันว่าจะไปที่ไหนกันบ้าง

14 มีนาคม ช่วงเช้าประมาณ 7.30 น. สักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร จากนั้นขึ้นเครื่องบินส่วนตัวไปจังหวัดเชียงใหม่ และเข้าบ้านพักในสนามกอล์ฟ ซัมมิท กรีนวัลเล่ย์ ต.แม่สา อ.แม่ริม ไปยังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ทานอาหารกลางวันที่ช้างม่อย ช่วงบ่ายไปคลองแม่ข่า น้ำตกแม่สา ทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารย่านฟ้าฮ่าม และกลับที่พัก
 

15 มีนาคม ช่วงเช้าไปกราบนมัสการเจ้าอาวาส วัดพระธาตุดอยสุเทพ ทานอาหารกลางวันที่ร้านข้าวซอยเสมอใจ ช่วงบ่ายเดินทางไปทำบุญและเคารพสถูปบรรจุอัฐิบรรพบุรุษตระกูลชินวัตร ที่วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง และทานอาหารเย็น ที่งานเลี้ยงบ้านพัก คาดว่าจะมีญาติพี่น้อง บุคคลใกล้ชิด เพื่อนร่วมรุ่น อดีต ส.ส. และแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าพบ

16 มีนาคม กำหนดการยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่ามีโอกาสพบกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มาภารกิจลงพื้นที่ดูปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในวันนั้นพอดี จนบางฝ่ายมองว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แล้วจึงนั่งเครื่องบินส่วนตัวกลับกรุงเทพมหานคร

กำหนดการแน่นตลอดทั้งวันขนาดนี้ คงหลีกเลี่ยงคำถามไม่ได้ว่าป่วยจริงหรือไม่ และคำถามถึงหลักเกณฑ์การจำกัดพื้นที่ระหว่างพักโทษ

‘สมชัย’ คาดการณ์ยุบก้าวไกล ไม่ต้องไต่สวนใหม่ – ตัดสิทธิ์สูงสุดตลอดชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570749

13 มี.ค. 2567

12:20 น.

‘สมชัย’ คาดการณ์ยุบก้าวไกล ไม่ต้องไต่สวนใหม่ - ตัดสิทธิ์สูงสุดตลอดชีวิต

‘อดีต กกต.’ โพสต์เฟสบุ๊ก คาดการณ์กรณี กกต. ส่งคำร้องยุบพรรคก้าวไกล เลวร้ายสุด ศาล รธน.อาจใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน ไม่ต้องไต่สวนใหม่ กก.บห.อาจถึงขั้นตัดสิทธิ์สมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต

รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊กถึงกรณีเลวร้ายสุด (Worst case scenario) เมื่อ กกต. ส่งคำร้อง ยุบพรรคก้าวไกล

1. ศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะใช้เวลาในการวินิจฉัย ไม่เกิน 2 เดือน เนื่องจากแทบไม่ต้องไต่สวนใหม่  แต่อาจมีการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงเพิ่มเติมได้

2. คำร้องยุบพรรค เป็นการยุบจากกรณีพรรคการเมืองกระทำความผิด มาตรา 92(1) และ (2) ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง  กระทำการล้มล้างและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ฯ ซึ่งนอกจากยุบพรรคแล้ว กรรมการบริหารพรรคมีโทษถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตด้วย

3. กรรมการบริหารที่ถูกตัดสิทธิ คือ กรรมการบริหารตามข้อบังคับพรรคก้าวไกล ข้อ 20 ที่มีตำแหน่ง หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารพรรคอื่น ๆ รวม 10 คน (ไม่มีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค) 

4. ส่วนกรณี 44 สส. ที่เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไข ม. 112 นั้นไม่เกี่ยวกับกรณียุบพรรค แต่เป็นการร้อง ปปช. กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234(1) ซึ่งหาก ปปช.ลงมติว่าผิด ต้องส่งศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย หากศาลประทับรับฟ้อง ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่  หากศาลว่าผิด มีโทษ ตามมาตรา 235 วรรคสาม  ให้พ้นจากตำแหน่ง สส. ตั้งแต่วันยุติปฏิบัติหน้าที่ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตและอาจจะพ่วงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้

5. ขั้นตอนในขั้น ปปช. ถึง จบศาลฎีกา น่าจะใช้เวลาอีก 1 ปี  และไม่ว่าบุคคลดังกล่าวจะอยู่พรรคใหม่ใด ถ้าผิดก็ถือว่าผิด ครับ

ภาพจากเฟสบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธิยากรภาพจากเฟสบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธิยากร

‘สามารถ’ ยอมถอย ยุติแจ้งความ กกต. หลังมีมติเอกฉันท์ยื่นยุบ ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570722

12 มี.ค. 2567

19:37 น.

'สามารถ' ยอมถอย ยุติแจ้งความ กกต. หลังมีมติเอกฉันท์ยื่นยุบ 'ก้าวไกล'

‘สามารถ’ เผย กกต. ทำหน้าที่แล้ว มีมติเอกฉันท์ยื่นยุบ ‘ก้าวไกล’ ยืนยันไม่แจ้งความละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ขอรอภายใน 30 วัน คาดพิจารณาเสร็จสิ้น

วันนี้สำนักงานคณะกรรมการ หรือ กกต. มีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “ยุบพรรคก้าวไกล” นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ขอขอบคุณประธาน กกต. และคณะกรรมการ กกต. ทุกคนที่มีมติเอกฉันท์ส่งเรื่องยุบพรรคก้าวไกล สิ่งที่ตนเคยระบุว่า จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.ก็ถือว่า “ยุติ” เพราะท่านทำหน้าที่แล้ว วันนี้ท่านได้สร้างบรรทัดฐานและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งตนพยายามไม่ให้สังคมไทยเกิดหลายมาตรฐานมาโดยตลอด 

นายสามารถ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ กกต.ทำในวันนี้คือ การทำตามหน้าที่ เนื่องจาก กกต.ไม่ต้องแสวงหาข้อมูลใด ๆ แล้ว เพราะคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร กระบวนการได้มาซึ่ง สส.พรรคก้าวไกล เกิดจากนำการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 ไปหาเสียง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินชัดเจนว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการล้มล้างการปกครอง จึงไม่มีทางที่ กกต.จะไม่ยื่นยุบพรรคก้าวไกล ยังว่า กกต. ได้ทำหน้าที่แล้วต่อไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ  คาดว่าจะใช้เวลาไม่น่าเกิน 30 วัน ในการพิจารณา เพราะเรื่องนี้ไม่ต้องสืบพยาน ไม่ต้องไต่สวน เนื่องจากองค์ประกอบครบถ้วนแล้ว 

“ผมไม่เคยมีปัญหาหรือบาดหมางอะไรกับ กกต. แต่แค่เราไม่อยากให้เกิดสงครามการเมือง ไม่อยากให้ประเทศไทยมีระบบยุติธรรมแบบหลายมาตรฐาน เราต้องมีมาตรฐานเดียว เนื่องจากเราเคยมีการวางไว้ในตอนยุบพรรคไทยรักษาชาติ ที่ใช้เวลาเพียง 6 วัน ซึ่งถ้าการยุบพรรคก้าวไกลจะใช้เวลานานกว่ามากมาย ก็จะเกิดความไม่ธรรมสังคม ประชาชน และประเทศชาติ เราไม่อยากเห็นบ้านเมืองต้องแตกแยก ฉะนั้นถ้ามีการกระทำผิดก็ต้องดำเนินดคีตามกฎหมายทันที” นายสามารถกล่าว

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า ศาล รธน. สั่งยุบ ‘พรรคก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570709

12 มี.ค. 2567

16:43 น.

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า ศาล รธน. สั่งยุบ 'พรรคก้าวไกล'

เมื่อ กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญขอให้สั่งยุบพรรคก้าวไกล ชี้ตามคำวินิจฉัย “ล้มล้างการปกครอง” พ่วงกล่าวหา “ปฏิปักษ์ต่อการปกครอง” นักกฎหมายชี้ มีสิทธิ์ถึงยุบ กก.บห. ทั้ง 2 ชุด ขึ้นอยู่กับคำร้องและมติตุลาการศาล รธน.

เมื่อ กกต. มีมติเอกฉันท์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล แต่กรณีคำวินิจฉัยว่าการหาเสียงว่าจะแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49

มีข้อสังเกตว่า คำร้องของ กกต. มีการอ้างอิงกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 92(1) ขอให้ยุบพรรคที่กระทำการล้มล้างการปกครองแล้ว ยังอ้างอิงถึง (2) ที่ขอให้ยุบพรรคที่กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง

รศ.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ ให้ความเห็นถึงกับคมชัดลึก ถึงผลที่ต่างกัน หากศาลรัฐธรรมนูญชี้เฉพาะการใช้นโยบายเฉพาะช่วงหาเสียงเข้าข่ายตามล้มล้างการปกครองตาม (1) จะมีผลให้ยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  เป็นเวลา 10 ปี

แต่หากวินิจฉัยว่าทั้งช่วงหาเสียงจนถึงการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองภายใต้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ว่าเป็นกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองตาม (2) อาจมีผลทำให้ยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคทั้งชุดนายพิธา และชุดของนายชัยธวัช ตุลาธน เป็นเวลา 10 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับคำร้องของ กกต. และมติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

สำหรับ ส.ส. ที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค หากพรรคถูกยุบ จะต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 60 วัน แต่หากศาลรัฐธรรมนูญไม่สั่งยุบพรรค พรรคก้าวไกลก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยระยะเวลาหากเทียบกับคดียุบพรรคอนาคตใหม่ นับจากเวลาที่ กกต. ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ จนมีคำสั่งยุบพรรค ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนครึ่ง แต่ระยะเวลาจะเร็วหรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของคดี

กกต. มติเอกฉันท์ ส่งศาล รธน. ยุบ ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570690

12 มี.ค. 2567

14:04 น.

กกต. มติเอกฉันท์ ส่งศาล รธน. ยุบ ‘ก้าวไกล’

กกต. มติเอกฉันท์ ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ยุบ ‘พรรคก้าวไกล’ กรณีคำวินิจฉัย นโยบายแก้ประมวลกฎหมายอาญา ม.112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

มีรายงานว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเอกฉันท์ เสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล แล้วตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่าการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ที่เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แล้วใช้เป็นนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
 

โดยก่อนที่ประชุมมีมติดังกล่าว มีการพิจารณาผลการศึกษาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ. ที่ผ่านมา และความเห็นที่สำนักงาน กกต.เสนอ ว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเข้าข่ายเป็นความผิดมาตรา92(1) พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560

กกต. มติเอกฉันท์ ส่งศาล รธน. ยุบ ‘ก้าวไกล’

โฆษก กห. แจง ‘ทหารรับใช้’ ยกเลิกไปหมดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570685

12 มี.ค. 2567

12:33 น.

โฆษก กห. แจง ‘ทหารรับใช้’ ยกเลิกไปหมดแล้ว

‘จิรายุ’ แจงคลิปพลทหารซัก กกน. ปลดประจำการไปแล้ว ส่ง จนท.ไปขอข้อมูลตรวจสอบ ย้ำยกเลิกทหารรับใช้นายแล้ว แต่ยังมีทหารอยากไปรับใช้บ้านนาย เตือนผู้บังคับบัญชา ต้องดูแลพลทหารรับใช้ให้ดี

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมือง กล่าวถึงคลิปพลทหารซักชุดชั้นในที่บ้านพักนายทหาร พบว่า พลทหารในคลิปเป็นพลทหารที่เคยประจำการอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ของกองทัพเรือ ปลดประจำการไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สืบค้นประวัติปรากฏว่าอดีตพลทหารคนดังกล่าวไปทำงานอยู่ที่จังหวัดนครปฐม วันนี้ (12 มี.ค.) กองทัพเรือ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปขอข้อมูลว่า เหตุใดจึงมีการเผยแพร่คลิปลักษณะนี้ และเกิดที่ไหนอย่างไร เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพิจารณาของคณะกรรมการฯ เพื่อดำเนินการ ตรวจสอบว่าเหตุเกิดที่ไหน เพราะคลิปลักษณะเช่นนี้ในการทหารต่างประเทศ บางครั้งก็เป็นการสร้างให้เกิดการเกลียดชังกับหน่วยงานต่อต้านอะไรต่าง ๆ ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ต้องดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวในที่ประชุมว่า กระทรวงกลาโหม ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเป็นเอกสารว่า ห้ามกองทัพ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำพลทหารไปรับใช้ทั้งภรรยา และบุตร ตามกฎหมายในอดีต แต่เมื่อปี 2566 ได้ประกาศยกเลิกไปหมดแล้ว

นายจิรายุ ยังเตือนไปยังผู้บังคับบัญชาที่มีพลทหารไปดูแล จะต้องดูแลให้ดี เพราะหากดูแลไม่ดี และพลทหารออกมาตำหนิติเตียนผ่านสื่อ ผู้บังคับบัญชาจะต้องรับผิดชอบ พร้อมยอมรับว่า พลทหารรับใช้มีจริง เพราะทุกกระทรวงและกรม เช่น ตำรวจ ก็มีตั้งแต่พลตำรวจจนถึงกระทั่งนายสิบ และนายร้อย ที่อยากจะไปเดินถือกระเป๋าให้กับผู้บังคับบัญชา และพร้อมทำทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชานั้น จะดูแล

นายจิรายุ ยังเห็นว่า ภาพที่ปรากฎ ที่มีพลทหารไปทำข้าว หรือจัดอาหารนั้น อาจมองได้ 2 มุม เพราะในกองทัพ มีองคาพยพหลากหลาย บางคนฝึกหนัก 3 เดือน แล้วอยากจะไปฝึกโรงครัว ไม่ต้องการไปฝึกหนักอีก เพื่อเป็นเชฟหลังปลดประจำการ หรือหลายคนอยู่ในโรงนอน ก็รับจัดที่นอนให้เพื่อน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยเพราะจะมีการตรวจเช็ค เมื่อปลดประจำการก็ไปทำงานโรงแรมได้ ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาต้องดูแล ต้องให้ได้ความรู้ ความสามารถ เพราะถ้าผู้บังคับบัญชา ดูแลไม่ดี ก็จะกลายเป็นบูมเมอแรง สะท้อนกลับไปสู่ผู้บังคับบัญชาได้อย่างที่เป็นข่าว ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนเมื่อใด ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบวินัยทางการทหารต่อไป หากพบว่า มีความผิดก็ต้องถูกลงโทษ ตั้งแต่ตักเตือน ภาคฑัณฑ์ กักขัง หรือให้ออกจากราชการ