‘เศรษฐา – อุ๊งอิ๊ง‘ Soft Power ผ้าไทย เปิดพื้นที่ดีไซเนอร์ไทย สู่ปารีส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570549

09 มี.ค. 2567

17:39 น.

‘เศรษฐา - อุ๊งอิ๊ง‘ Soft Power ผ้าไทย เปิดพื้นที่ดีไซเนอร์ไทย สู่ปารีส

‘เศรษฐา – อุ๊งอิ๊ง‘ Soft Power ผ้าไทย เปิดพื้นที่ดีไซเนอร์ไทย สู่ปารีส คล้องผ้าขาวม้า สวมโค้ดผ้าฝ้ายย้อมคราม คุยห้างสรรพสินค้า เปิดพื้นที่นำสินค้ามาจำหน่าย

9 มี.ค. 2567 เวลา 10.40 น.ตามเวลาท้องถิ่น กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟพาวเวอร์ ติดตามบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยภายในห้างสรรพสินค้า Galéries Lafayette (กาเรอฮี ลาฟาแย็ต) และพูดคุยกับผู้บริหารของห้าง เพื่อเพื่อเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์ของไทยได้นำสินค้ามาจำหน่ายภายในห้างได้

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีนำผ้าขาวม้าจากจังหวัดกาฬสินธุ์ สีม่วงสลับขาวดำลายตาราง มาทำเป็นผ้าพันคอ ชูซอฟพาวเวอร์ไทย ซึ่งนับเป็นผ้าพันคอผืนที่4 ที่นายกรัฐมนตรีใช้ในการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้ง

ขณะที่นางสาวแพทองธาร สวมเสื้อโค้ดผ้าไทยที่ทำจากผ้าฝ้ายย้อมคราม ของจังหวัดสกลนครสีฟ้าครามด้วย ซึ่งเป็นการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทยออกสู่สายตานานาชาติ

‘นายกฯ’ พบ 11 บริษัทชั้นนำฝรั่งเศส ลดอุปสรรคธุรกิจ เดินหน้าความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570539

09 มี.ค. 2567

13:41 น.

‘นายกฯ’ พบ 11 บริษัทชั้นนำฝรั่งเศส ลดอุปสรรคธุรกิจ เดินหน้าความยั่งยืน

‘นายกฯ’ แลกเปลี่ยนความเห็นกับ 11 บริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส ถึงการลดอุปสรรคทางธุรกิจ โดยมอบหมายให้ส่วนราชการเร่งแก้ไข และการเดินหน้าความยั่งยืนทางพลังงานสะอาด

9 มีนาคม 2567 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นกับบริษัทเอกชนชั้นนำระดับโลกของฝรั่งเศส จำนวน 11 รายเมื่อวานนี้ พบว่ามีปัญหาและโอกาสที่คล้ายคลึงกัน อยู่ 2 ประเด็น ได้แก่

1) ปัญหาที่เกิดจากกฎระเบียบของทางราชการที่ยุ่งยากล่าช้า ทำให้เกิดความอึดอัดและเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ : ซึ่งปัญหานี้นายกรัฐมนตรีได้กำหนดการดำเนินนโยบายเพื่อแก้ไขด้วยนโยบาย ease of doing business โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้คณะทำงานเตรียมการเชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาร่วมประชุมเพื่อหารือให้เกิดการแก้ไขได้อย่างตรงจุด โดยเร็วที่สุด ทันทีที่กลับถึงเมืองไทย

2) ทุกบริษัทต่างก็มีเป้าหมายพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการคำนึงถึงความท้าทายด้านความยั่งยืน (Sustainability) ด้วยเป้าหมาย carbon net zero ซึ่งทำให้มีความต้องการด้านพลังงานสะอาด : ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาล ที่ได้วางแนวทางการพัฒนามุ่งเน้น clean/green energy มาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ไทยมีความพร้อม มีศักยภาพสูงที่สุดในอาเซียน เช่น การทำ Floating Solar Cells เหนือเขื่อนต่างๆทั่วประเทศ

“การที่ผมได้เข้าร่วมในการหารือทั้งหมด เห็นได้อย่างชัดเจนครับ ว่าด้วยท่าทีการตอบสนองที่ชัดเจนรวดเร็วมีวิสัยทัศน์ มองเห็นแนวทางการทำงานในอนาคต จากท่านนายกรัฐมนตรีในวงสนทนา ทำให้คู่เจรจาต่างล้วนเชื่อมั่น พึงพอใจ และเชื่อมั่นที่จะเพิ่มการลงทุนในไทยให้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้“ นายชัย กล่าว

‘ปชป.’ จับตา ‘ทักษิณ’ ไปเชียงใหม่ ระหว่างพักโทษ ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570532

09 มี.ค. 2567

12:05 น.

‘ปชป.’ จับตา ‘ทักษิณ’ ไปเชียงใหม่ ระหว่างพักโทษ ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่

‘ปชป.’ จับตา ‘ทักษิณ’ ไปเชียงใหม่ ระหว่างพักโทษ ถูกต้องตามระเบียบ – แสดงบทบาททางการเมืองระหว่างพักโทษ ได้หรือไม่ เตรียมตั้งประเด็นอภิปรายทั่วไป ถามใช้งบ 100 ล้าน ปรับปรุงทำภูมิทัศน์ทำเนียบ ไม่เหมาะสม

นายราเมศ รัตนะเชวง  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ จะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ว่า กรมคุมประพฤติและกรมราชทัณฑ์จะให้คำตอบได้ดีที่สุด ว่านายทักษิณจะเดินทางไปพื้นที่ต่างๆ เหมาะสม ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ตนไม่สามารถไปก้าวล่วงอำนาจขององค์กรต่างๆได้ แต่เชื่อว่าประชาชนจับตาเรื่องนี้อยู่  และจะดูว่ากระบวนการไม่ว่าจะเป็นกรมคุมประพฤติหรือกรมราชทัณฑ์ จะมีกระบวนการที่เอื้อประโยชน์ ให้กับใครหรือไม่อย่างไร

ส่วนที่คนเสื้อแดงเตรียมไปให้การต้อนรับ เป็นการปลุกระดมมวลชนหรือไม่ นายราเมศ บอกว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง กรมคุมประพฤติและกรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้พิจารณา ว่านายทักษิณจะสามารถปฏิบัติตนแบบนั้นในฐานะที่ยังเป็นนักโทษอยู่ได้หรือไม่ จะทำอะไรได้มากน้อยขนาดไหน เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการพักโทษ หากทำอะไรไปโดยที่นอกเหนือ จากปกติที่ทำได้ก็ต้องมีคำตอบจากสองหน่วยงานนี้ และจะบอกว่ารัฐบาลไม่รู้เห็นไม่ได้ นายกรัฐมนตรีต้องรู้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องรู้ และการจากกระทำสิ่งใดขอให้คำนึงถึงหลักการของบ้านเหมือนบ้าน

ส่วนการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมข้อมูลการอภิปรายมาซักระยะหนึ่งแล้ว ยอมรับว่าพรรคมี สส. 25 คน จึงไม่อาจสามารถเข้า ชื่อยื่นญัตติเพียงพรรคเดียว และเห็นว่าการอภิปรายครั้งนี้รัฐบาลมีหลายเรื่องที่ต้องตอบ รวมถึงกรณีการปรับปรุงภูมิทัศน์ในทำเนียบรัฐบาลโดยใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท มีความชอบธรรมและยอมรับการตรวจสอบได้หรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนเกิดความเดือดร้อน ฝ่ายค้านจึงต้องตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างญัตติโดยประสานกับพรรคก้าวไกล

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ บอกด้วยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำให้ สส.ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ โดยมีนายนริศ ขำนุรักษ์และนายประมวล พงศ์ถาวราเดช ได้สนับสนุนข้อมูลการอภิปรายเชื่อมั่นว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาตรงไปตรง และเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะจัดสรรเวลาที่จะมาฟังและตอบข้อซักถามของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ต้องการให้เหมือนกับกรณีที่รัฐมนตรีไม่ได้มาตอบกระทู้ถามสด ไม่อยากให้รัฐมนตรีละเลยการมาตอบคำถามซึ่งเป็นการทำหน้าที่ และเชื่อว่ารัฐบาลจะมีมารยาทว่าเมื่อการเมืองเข้าสู่เวลาตามรัฐธรรมนูญจะต้องให้ความร่วมมือเข้ามาชี้แจงก่อนที่จะหมดสมัยประชุม ซึ่งหากรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือเชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ได้

‘ธนกร’ หนุน กมธ.นิรโทษกรรม ย้ำ คดี ม.112 ไม่ใช่คดีการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570530

09 มี.ค. 2567

11:21 น.

'ธนกร' หนุน กมธ.นิรโทษกรรม ย้ำ คดี ม.112 ไม่ใช่คดีการเมือง

‘ธนกร’ หนุน กมธ.นิรโทษกรรม เริ่มกระบวนการสร้างความปรองดอง ย้ำต้องดูให้ละเอียด หลายเหตุการณ์ไม่ใช่ชุมนุมโดยสงบ คดี ม.112 ไม่เกี่ยวคดีการเมือง

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ได้ข้อยุติเริ่มนับเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยจะเชิญทุกฝ่ายที่มีคดีความจากการชุมนุม มาแสดงความคิดเห็น ว่า เห็นด้วยหากจะเริ่มนับ 1 ในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยเฉพาะความเห็นต่างทางการเมือง ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ  ซึ่งอาจต้องดูข้อกฎหมายเกี่ยวกับแต่ละคดีประกอบอย่างละเอียด เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดการชุมนุมทางการเมืองขึ้นไม่ได้ชุมนุมโดยสงบ มีการใช้อาวุธทำลายสิ่งของและสถานที่ราชการด้วย จึงต้องดูให้ละเอียดรอบคอบเพราะเป็นคดีอาญา การเชิญตัวแทนกลุ่มการเมืองฝ่ายต่างๆ มาร่วมประชุมแสดงความเห็นถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีทางการเมือง

นายธนกร ย้ำว่า ขอสนับสนุน กมธ.นิรโทษกรรมฯ ที่ยังไม่พิจารณาคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะไม่ใช่คดีการเมือง แต่เป็นคดีหมิ่นประมาทอาฆาตมาตร้ายพระมหากษัตริย์ ไม่ควรเหมารวมกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ รวมกับความเห็นต่างทางการเมือง  และเชื่อว่า หากมีการรวมคนที่ทำผิดมาตรา 112 ให้รับการนิรโทษกรรม ตนเองและคนไทยทั้งชาติไม่มีใครยอมได้แน่นอน

“ขอให้กมธ.นิรโทษกรรมพิจารณาให้ดี ให้รอบคอบ ไม่ควรหยิบเอาคดีทำผิดหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ มาพิจารณารวมกับคดีการเมือง เพราะไม่เกี่ยวกัน  แม้ว่าจะมีบางพรรค พยายามชี้ให้เห็นว่าเป็นความเห็นต่างทางการเมืองก็ตาม ซึ่งความจริงแล้ว สถาบันฯอยู่เหนือการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกัน  เป็นการสร้างชุดข้อมูล สร้างความเข้าใจที่ผิดๆให้กับบางกลุ่มและประชาชน จึงจำเป็นที่ กมธ.นิรโทษกรรม จะต้องมีจุดยืนทางกฎหมาย หากมีการเหมารวมและยกโทษให้กับผู้กระทำความผิดมาตรา 112 เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศ ไม่มีใครยอมได้” นายธนกร ระบุ

‘เศรษฐา’ ดีใจ ราคายางขึ้น ทะลุ 80 บาท สูงในรอบ 3 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570489

08 มี.ค. 2567

17:32 น.

‘เศรษฐา’ ดีใจ ราคายางขึ้น ทะลุ 80 บาท สูงในรอบ 3 ปี

‘นายกฯ’ ดีใจ ราคายางสูงขึ้นในรอบ 3 ปีกว่า ทะลุ 80 บาท จากมาตรการสกัดกั้นยางเถื่อน ห่วงปัญหา PM 2.5 ภาคเหนือ เตรียมลงพื้นที่เชียงใหม่ 16 มี.ค.นี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงราคายางพาราในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเวลา 41 เดือนที่ผ่านมา ราคาส่งออกทะลุ 80 บาทต่อกิโลกรัมว่า ยางเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกยางพารามากกว่า 25 ล้านไร่ ในอดีตราคายางพารา 3-4 กิโล 100 บาท แต่เมื่อรัฐบาลเข้ามาทำงาน ประกาศเอาไว้ว่าจะเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร 3 เท่า ภายใน 4 ปี ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการกวดขันลักลอบนำเข้ายางเถื่อน ต้องขอบคุณกองทัพบก กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่ป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำเข้าอย่างเถื่อน หรือแม้กระทั่งบางครั้งอาจไม่ใช่เป็นการลักลอบนำเข้ายางเถื่อน แต่เป็นการขอผ่านเส้นทางของไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย

โดยส่วนตัวได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ประเทศออสเตรเลียแล้ว ซึ่งมาเลเซียเป็นประเทศนำเข้ายางพารามากถึง 80% เพราะมีโรงงานผลิตถุงมือยาง ซึ่งตนเองได้บอกกับนายกมาเลเซียว่าหากมีอะไรให้พูดคุยได้โดยตรง จะได้จัดส่งยางไปให้ ไม่จำเป็นต้องนำเข้าจากพม่าหรือลาวและผ่านประเทศไทย เพราะไม่แน่ชัดว่าจะไปถึงมาเลเซียจริงหรือไม่ หรือระหว่างทางสินค้าจะถูกกระจายในประเทศไทย ดังนั้นทางที่ดีไม่ต้องเอาเข้ามาในประเทศ หากมีอะไรให้ติดต่อผ่านกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้กำชับนายภูมิธรรม เวชชัยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ให้ติดต่อประเทศมาเลเซียโดยด่วน หากมีความต้องการใช้ยางสูงไทยพร้อมที่จะส่งให้ได้

นายกรัฐมนตรี เชื่อว่าราคายางจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลจะพยามดำเนินมาตรการให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นต่อไป เพราะมีเกษตรกรผู้ปลูกยางอยู่ทั้งในภาคใต้ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และส่วนตัวรู้สึกดีใจมากที่ราคายางปรับตัวสูงขึ้น ส่วนสำคัญเกิดจากหลายภาคส่วนที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนเป็นหูเป็นตา  รวมไปถึงส.ส.ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดก็ตาม ก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะในการเข้มงวดตรวจสอบนำเข้าสินค้าเถื่อนทั้งหมูเถื่อน เนื้อเถื่อน แพะเถื่อน ไม่ให้นำเข้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะสินค้าหลักที่ไทยสามารถผลิตได้เองจะ ไม่จำเป็นต้องเอาเข้ามาเพราะต้องดูแลเกษตรกรของไทยก่อน

นายกรัฐมนตรี ยังแสดงความเป็นห่วงปัญหาฝุ่น Pm 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ที่ติดอันดับ2 ของโลกว่า ได้กำชับและติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา โทรบอกทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง วันที่ 16 มีนาคมนี้ จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างนี้พยายามที่จะให้ทุกหน่วยงานร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งหากดูจากแผนที่จุดความร้อนจะพบว่าฝุ่นส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน และเมื่อครั้งประชุมอาเซียนออสเตรเลียที่ผ่านมา ได้เจอกับนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ก็ได้บอกท่านไป ซึ่งสั่งการให้ นายจักรพงศ์ แสงมณี รมช.กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาพูดคุยในรายละเอียดมากยิ่งขึ้น และขอบคุณนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.กระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ออกมาตรการรับมือกับฝุ่นออกมา พร้อมลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นก่อน ซึ่ง ซึ่งสถานการณ์ในช่วงนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากเจอกับอากาศที่ร้อนจัด และ เป็นช่วงพีคของฝุ่นพอดี แต่รัฐบาลก็สู้ต่อ

‘เศรษฐา’ โพสต์ เสริมพลังสตรี – เด็กหญิง ขจัดความยากจน เท่าเทียมทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570473

08 มี.ค. 2567

14:25 น.

‘เศรษฐา’ โพสต์ เสริมพลังสตรี – เด็กหญิง ขจัดความยากจน เท่าเทียมทางเพศ

‘เศรษฐา’ โพสต์ เสริมพลังสตรี – เด็กหญิง ขจัดความยากจน เท่าเทียมทางเพศ เนื่องในวันสตรีสากล พร้อมผลักดันทุกมาตรการ ก้าวข้ามสังคมชายเป็นใหญ่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊กเนื่องในวันสตรีสากลว่า

“เสริมพลังสตรีและเด็กหญิง ขจัดความยากจน สู่ความเท่าเทียมระหว่างเพศ บนพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่น”

เนื่องในวันสตรีสากลผมขอแสดงความเคารพต่อประวัติศาสตร์การต่อสู้ของผู้หญิงที่เริ่มต้นจากการเรียกร้องค่าแรงและชั่วโมงการทำงานที่เป็นธรรม มาสู่การเรียกร้องสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง จนมาถึงการเรียกร้องสิทธิในเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น เช่น สิทธิเหนือร่างกาย  สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ ไปถึงสิทธิในเรื่องการใช้คำนำหน้าชื่อ

สำหรับผม สิทธิสตรีคือสิทธิมนุษยชน ผมอยากให้เราก้าวข้ามและร่วมกันขจัดอคติทางเพศ มองเห็นทุกคนในฐานะมนุษย์มากกว่ามองเห็นความเป็นผู้หญิงหรือความเป็นผู้ชาย

ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลผมจะพยายามอย่างเต็มที่ในการผลักดันทุกมาตรการ และนโยบายเพื่อขจัดอคติทางเพศ ทั้งในมิติกฎหมายและมิติวัฒนธรรม เพราะนี่คืออุปสรรคของผู้หญิงและเด็กหญิงในการเข้าถึงโอกาสทั้งในเรื่องการศึกษา การประกอบอาชีพ ไปจนถึงการปกป้องตัวเองจากความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจอันเกิดจากคติของสังคมชายเป็นใหญ่ เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

ก้าวข้ามอคติทางเพศ เดินไปสู่สังคมที่เคารพในความเป็นมนุษย์ของกันและกัน บนฐานของครอบครัวที่อบอุ่น

ร่วมกัน empower ผู้หญิงและเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์การต่อสู้ของผู้หญิงด้วยกันครับ

#InspireInclusion #เพราะเรานั้นเท่ากัน #วันสตรีสากล

‘อุ๊งอิ๊ง’ ขึ้นเวที UNESCAP ขยายสิทธิ – บทบาทสตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570465

08 มี.ค. 2567

12:30 น.

‘อุ๊งอิ๊ง’ ขึ้นเวที UNESCAP ขยายสิทธิ – บทบาทสตรี

‘อุ๊งอิ๊ง’ ขึ้นเวที UNESCAP ขยายสิทธิ – บทบาทสตรี ในสนามการเมือง เดินหน้านโยบายเพื่อลดอุปสรรคทางเพศ ขยายวันลาคลอด เข้าถึงผ้าอนามัย

8 มีนาคม 2567 เนื่องในวันสตรีสากล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ร่วมเวทีแสดงวิสัยทัศน์เนื่องในวันสตรีสากล ณ UNESCAP องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย พร้อมด้วยตัวแทนผู้หญิงจากพรรคเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย , น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

การปรากฎตัวบนเวที UNESCAP นี้ ถือเป็นการส่งเสียงจาก ‘ผู้นำหญิง’ ในสนามการเมือง นำทัพพรรคเพื่อไทยทั้งการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ปัจจุบันคือหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สถาบันการเมืองที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ของผู้ชาย

นางสาวแพทองธาร ยืนยันว่าผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ เรามีผู้นำหญิงมากมายทั้งในภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม แม้ผู้หญิงจะมีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศและประเทศไทยเคยมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงมาแล้ว แต่การผลักดันผู้หญิงให้เข้ามามีส่วนร่วมในแวดวงการเมืองยังเป็นเรื่องสำคัญของประเทศไทย ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อัตราส่วนของ สส. หญิง มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากอดีต แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของสภาทั่วโลก โดยพรรคเพื่อไทยถือเป็นพรรคการเมืองที่มีสัดส่วนนักการเมืองผู้หญิงมากที่สุดในประเทศไทย

นางสาวแพทองธารย้ำว่า ที่ผ่านมาการทำงานของพรรคเพื่อไทยเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมทางการเมืองให้มากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนวิธีคิดที่สังคมมีต่อผู้หญิง (empowerment) ให้โอกาสผู้หญิง และผลักดันนโยบายเพื่อลดอุปสรรคทางเพศ และพรรคเพื่อไทยไม่ได้ผลักดันเพียงเพศใดเพศหนึ่ง แต่คำนึงถึงความสามารถ ความเป็นไปได้ และความพร้อมของบุคลากรเป็นหลัก โดยไม่ได้มีข้อจำกัดทางเพศ

นอกจากนี้ ยังพูดถึงแนวทางนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่พร้อมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้หญิงไทยไม่ว่าจะเป็น นโยบายฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก การส่งเสริมและพัฒนาการคุ้มครองสวัสดิภาพเพื่อปกป้องและเยียวยาเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว นโยบายหนึ่งครอบครัว หนึ่งศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์ (One Family one Soft Power) และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และย้ำถึงประเด็นที่ยังต้องผลักดันเพื่อลดช่องว่างระหว่างเพศกันต่อไป ทั้งการขยายวันลาคลอด สิทธิ์ในการเข้าถึงผ้าอนามัย สวัสดิการเด็กแรกเกิด และประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องต่อสู้กับค่านิยมและมายาคติในสังคม โดยอาศัยเวลาและเชื่อมั่นจากประวัติศาตร์ที่ผ่านว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้

“พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล เราเชื่อว่า เศรษฐกิจที่ดีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ทำให้ทุกเพศทุกคนเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ จะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความเท่าเทียมในระยะยาวได้มากที่สุดค่ะ เพราะการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจเป็นอำนาจที่สำคัญที่สุด” นางสาวแพทองธารกล่าว

‘อนุทิน’ ชี้ ฝรั่งเตะหมอ โทษหนัก ไม่มีสิทธิ์ขอใบพกอาวุธปืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570464

08 มี.ค. 2567

12:14 น.

‘อนุทิน’ ชี้ ฝรั่งเตะหมอ โทษหนัก ไม่มีสิทธิ์ขอใบพกอาวุธปืน

‘อนุทิน’ ชี้ ฝรั่งเตะหมอ โทษหนัก ไม่มีสิทธิ์ขอใบพกอาวุธปืน ต้องเพิ่มข้อหา ส่งฝ่ายปกครองตรวจรุกที่ – เก็บค่าเข้าชายหาด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยเพิกถอนปืน 2 กระบอก ของนายอูร์บีสเฟร์ เดวิด ฝรั่งเตะหมอที่จังหวัดภูเก็ตว่า ชาวต่างชาติไม่มีสิทธิขอใบอนุญาตหรือพกพาอาวุธปืนอยู่แล้ว ผิดตั้งแต่แรกไม่ต้องเพิกถอนเลย ไม่มีสิทธิอยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นการเพิ่มข้อหาเข้าไปอีก พฤติการณ์ที่ผ่านมาเป็นภัยสังคม มีโทษหนักอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีโทษพกพาอาวุธปืน เห็นว่าจะมีการขออุทธรณ์เพิกถอนวีซ่ามาที่กระทรวงมหาดไทย “ใครจะยกก็ยกไป แต่ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็แล้วกัน” ส่วนเรื่องการดำเนินคดีก็ดำเนินคดีไป แต่ใครที่พูดว่าระหว่างดำเนินคดีฟรีวีซ่า ตนก็ไม่รู้ว่ากฎเกณฑ์เป็นอย่างไร แต่ไม่มีเหตุไม่มีผล เพราะระหว่างการดำเนินคดีต้องถูกควบคุมตัว

ส่วนกรณีที่มีผู้บุกรุกพื้นที่หาดและเรียกเก็บค่าเข้าหาด โดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ตอนนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทั้งส่วนกลางและปกครองจังหวัด กรมที่ดิน และเตรียมเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าพบเร่งด่วนหลังภารกิจที่ต่างประเทศ เพราะมีปัญหาเยอะ พร้อมย้ำว่าฝ่ายปกครองต้องลงพื้นที่ไปดูทุกจังหวัด

ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ล่าสุดยังคงมีข่าวลูกหนี้คิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะเคลียร์ปัญหาข้อมูลการเป็นหนี้นอกระบบไม่จบ นายอนุทิน บอกว่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารรวดเร็ว ไปรับฟังข่าวสารในชั้นแรกก่อน ก็จะไม่ได้ข้อมูลเยอะ ยืนยันว่าเรื่องนี้มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว

‘สุทิน’ แจง GBC ไทย – กัมพูชา กลางเดือนนี้ ไม่เกี่ยว ‘อุ๊งอิ๊ง’ พบ ‘ฮุนเซน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570462

08 มี.ค. 2567

11:56 น.

‘สุทิน’ แจง GBC ไทย - กัมพูชา กลางเดือนนี้ ไม่เกี่ยว ‘อุ๊งอิ๊ง’ พบ ‘ฮุนเซน’

‘สุทิน’ ชี้แจงการประชุม GBC ไทย – กัมพูชา กลางเดือนนี้ ไม่เกี่ยว ‘อุ๊งอิ๊ง’ พบ ‘ฮุนเซน’ ย้ำกระทรวงกลาโหม ไม่ล้ำเส้นพูดถึงสถานะเกาะกูด เป็นหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ กมธ.งบ ตีตกจัดซื้อเรือฟริเกต ก็จัดซื้อในแผนงบปีอื่น เรื่องเรือดำน้ำเตรียมได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC.)ไทย – กัมพูชา ระหว่างวันที่ 21 -22 มีนาคม ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พบสมเด็จฮุนเซน ประธานคณะองคมนตรีกัมพูชาว่า เป็นวาระปกติที่มีมาก่อนแล้ว มีการประชุมทุกปีไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น ส่วนที่กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เรียกร้องให้รมว.กระทรวงกลาโหม พูดให้ชัดเรื่องสถานะของเกาะกูดนั้น คิดว่า ทหารหรือ กระทรวงกลาโหม จะไปพูดชัดเลยไม่ได้ เพราะไม่ใช่หน้าที่โดยตรง แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศ เพราะฉะนั้นการที่เราจะไปพูดออกหน้าหรือล้ำหน้าไปก็ไม่ถูก จึงต้องพูดตามบทหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมเท่านั้น

ส่วนกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 67 ตีตกคำอุทธรณ์ของกองทัพเรือ โครงการจัดซื้อเรือฟริเกต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัดส่วน สส.เพื่อไทย ว่า ทางกรรมาธิการฯ สะท้อนปัญหา และทวงถามนโยบายรัฐบาล ว่าถ้าจะให้ทั้งเรือฟริเกตและเรือดำน้ำในปีเดียวกัน งบประมาณกระทรวงกลาโหมจะโป่งพองขึ้น สวนทางกับนโยบายของรัฐบาลที่จะลดบุคลากรและงบประมาณลงหรือไม่ จึงต้องมีการปรับแผน แต่ยืนยันว่าโครงการจัดหาเรือฟริเกตยังคงเป็นไปตามแผน เพียงแต่ระยะเวลาต้องปรับเปลี่ยน อาจจะไม่ใช่ปีงบ 67 แต่ขยับไปเป็นปีงบประมาณอื่น เพราะขณะนี้เรื่องเรือดำน้ำก็อาจจะได้ข้อสรุป ซึ่งมีแนวโน้มจะต้องจัดงบซื้อเรือดำน้ำ จึงห่วงว่างบประมาณจะไม่พอ ต้องทำทีละอย่าง ซึ่งทางกรรมาธิการคุยกับรัฐบาลก็มีความเห็นเป็นเช่นนี้ โดยอาจจะจัดหาในปีงบ 68

ส่วนงบประมาณ 1,700 ล้านบาท ของกองทัพเรือ จะนำเข้างบกลางหรือคืนให้กองทัพเรือ นายสุทิน กล่าวว่า หากเป็นไปตามระบบ ก็ต้องนำเข้างบกลาง แต่ถ้างบก้อนนี้กองทัพเรืออยากได้เงินส่วนนั้นมาทำภารกิจอื่น เช่น การซ่อมบำรุงยุทธโธปกรณ์ ก็ต้องทำเรื่องขึ้นมา ให้ทันก่อน 26 มีนาคม ที่จะปรับปรุงงบประมาณรอบสุดท้าย และเชื่อว่าทางรัฐบาลจะพิจารณาให้กลับมาเป็นประโยชน์กับกองทัพเรือ

ส่วนความคืบหน้าการหาข้อสรุปโครงการเรือดำนั้น นายสุทิน กล่าวว่า น่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้ เมื่อสรุปแล้วน่าจะต้องเป็นเรื่องที่ใช้จ่ายงบประมาณในการจัดหา เบื้องต้นแนวโน้มก็คือเรือดำน้ำ แต่จะเป็นที่ไหนอย่างไรต้องฟังคณะทำงาน ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ยกเลิกเรือดำน้ำจีนแล้วไปจัดหาจากชาติอื่น ต้องไปสอบถามคณะทำงาน แต่แนวทางที่จะเปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นเรือชนิดอื่น คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะจากการสอบถาม พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ที่ปรึกษารัฐมนตรีกลาโหม ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาโครงการเรือดำน้ำ ก็บอกว่าต้องเป็นเรือดำน้ำ ส่วนจะเป็นเรือที่ไหนอย่างไร กรรมการยังคุยกันไม่เสร็จ แต่คาดว่าไม่เกิน 1 เดือน

ส่วนเรื่องการจัดทำ OneMap มีความคืบหน้าไปตามลำดับ มีการประชุมนัดล่าสุดได้วิธีและนโยบายการทำงานแล้ว ก็จัดประชุมอีกครั้งเพื่อจะให้จบภายใน 2 เดือน ซึ่งตนก็จะเร่งให้ประชุมและจะแจ้งในที่ประชุมว่า ต่อไปนี้หากลงพื้นที่ก็จะให้ลงไปในลักษณะเป็นคณะ OneMap  จะไม่ให้ไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อความเข้าใจและความรวดเร็ว

‘แรงงานหญิง’ ขอเพิ่มสิทธิ วันลาคลอด – ขยายบริการยุติตั้งครรภ์ – ผ้าอนามัยฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/570459

08 มี.ค. 2567

11:31 น.

‘แรงงานหญิง’ ขอเพิ่มสิทธิ วันลาคลอด – ขยายบริการยุติตั้งครรภ์ - ผ้าอนามัยฟรี

‘กลุ่มแรงงานหญิง’ ยื่นหนังสือ เนื่องในวันสตรีสากล ขอเพิ่มสิทธิ์ วันลาคลอด – ขยายบริการยุติการตั้งครรภ์ – ผ้าอนามัยฟรี จนท.สกัดไม่ให้ใกล้ทำเนียบ

กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง พร้อมเครือข่ายสตรี รวมตัวยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องคุ้มครองไม่ให้ผู้หญิง เด็ก บุคคลในครอบครัว และบุคคลหลากหลายทางเพศ ถูกกระทำรุนแรงหรือปฏิบัติไม่เป็นธรรม เนื่องในวันสตรีสากล ประกอบด้วย

1.ให้รัฐบาลต้องรับประกันสิทธิลาคลอด 180 วัน โดยได้รับค่าจ้างตลอดการลา และจัดวันหยุดให้คู่ชีวิตทุกเพศลาเพื่อเลี้ยงลูกได้อย่างน้อย 30 วัน รวมถึงจัดให้มีสวัสดิการแม่และเด็กอย่างเหมาะสมถ้วนหน้า

2.รัฐบาลและกระทรวงแรงงานต้องทำหน้าที่เป็น “หลักประกัน” สิทธิแรงงานของแรงงานหญิงและแรงงาน ทุกเพศ ด้วยการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

3.ยกเลิกนโยบาย กฎหมาย ธรรมเนียม ที่เลือกปฏิบัติต่อสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศ เช่น การตรวจครรภ์ก่อนเข้าทำงาน, การตีตราผู้ต้องการยุติการตั้งครรภ์เป็นคนบาปหรืออาชญากร, การตีตราผู้ขายบริการทางเพศ

4.รัฐบาลและนายจ้างต้องเพิ่มสิทธิลาเมื่อมีประจำเดือน อย่างน้อยเดือนละ 2 วัน และเพิ่มวันลารับบริการอนามัยเจริญพันธุ์ทุกประเภท เช่น การยุติการตั้งครรภ์ การคุมกำเนิด การตรวจครรภ์การฝากครรภ์ และการข้ามเพศ

5.รัฐบาลและนายจ้างต้องอุดหนุนงบประมาณการแจกจ่ายผ้าอนามัยฟรี ขยายบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและบริการอนามัยเจริญพันธุ์อื่นๆ และจัดให้มีห้องน้ำสาธารณะที่ถูก สุขลักษณะสำหรับแรงงานสตรี และแรงงานทุกเพศที่ทำงานบนท้องถนน

ทั้งนี้เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้การอยู่ การยุติความรุนแรงทางเพศ เพศสภาพ เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายตามกับที่ขายตามหลักสิทธิพื้นฐานมนุษยชนโดยนางสาวติมาพร เจริญสุข ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานสตรี ระบุว่าก่อนหน้านี้พรบ.เรื่องลาคลอดถูกบรรจุเข้าไปในสภาแล้ว ให้กลุ่มแรงงานมีหวัง ซึ่งไม่หวังที่จะได้วันหยุดถึง 180 วัน แต่ขอให้เป็นจุดเริ่มต้น ที่ไม่ใช่แค่ 98 วัน เพราะไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูบุตร

ขณะที่นางสาวชนฐิตา ไกรศรีกุล ตัวแทนกลุ่มฯ บอกว่า เราตระหนักเรื่องคำจำกัดความที่กว้างขึ้นของคำว่าวันสตรี วันนี้จึงรวมถึงข้อเรียกร้องทั้งกลุ่มสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศไว้ด้วยกัน ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ถูกกันไว้ไม่ให้เข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากมีการประสานงานมาอย่างถูกต้อง ที่จริงแล้วข้อเรียกร้องในวันนี้เป็นสิทธิ์ที่กลุ่มแรงงานสตรีควรจะได้ แต่ท่าทีการรับมือของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น