โฆษกกลาโหม เผย ‘ในหลวง​’ มีรับสั่งปรับ ‘ขบวนเสด็จ’ ให้เหมาะสม นานแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569094

15 ก.พ. 2567

13:45 น.

โฆษกกลาโหม เผย 'ในหลวง​' มีรับสั่งปรับ 'ขบวนเสด็จ' ให้เหมาะสม นานแล้ว

โฆษกกระทรวงกลาโหม เผย ‘ในหลวง’ ทรงห่วงใยประชาชน ทรงรับสั่ง​ปรับขบวนเสด็จนานแล้ว ด้าน ‘สุทิน​’ กำชับเหล่าทัพเกาะติดกลุ่มป่วน​ หากเกินมือตำรวจ ทหารพร้อมออก​ เชื่อมีเบื้องหลังคนจุดชนวน​ 6 ตุลา

15 ก.พ. 2567 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นายสุทิน​ คลังแสง​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ เปิดเผยภายหลังประชุมสภากลาโหมถึงการปกป้องสถาบัน หลังนักกิจกรรมบีบแตรใส่ขบวนเสด็จ ว่า ในการประชุมสภากลาโหมวันนี้มีการพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว และก่อนหน้านี้ก็เฝ้าติดตามสถานการณ์เรื่องนี้มาโดยตลอด พร้อมสั่งการทุกเหล่าทัพที่มีหน้าที่ในเรื่องดังกล่าว ได้เกาะติดสถานการณ์ และสกัดกั้นไม่ให้เกิดเหตุการณ์อีก 

ทั้งนี้ ในการถวายอารักขาความปลอดภัย​  กองทัพถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด​ แต่ยังมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือตำรวจ และในส่วนพระองค์​ ซึ่งทางกองทัพให้การสนับสนุนและเฝ้ามอง​ ถ้าหากเกินกำลังของทั้ง​ 2 หน่วย​ กองทัพพร้อมตลอดเวลา​ วันนี้ทั้งงานด้านการข่าว การสกัดกั้นความเคลื่อนไหว กองทัพทำอยู่ และจะทำทุกวิถีทางไม่ให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นอีก

สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม

นอกจากนี้ กองทัพยังสามารถแสดงจุดยืนได้อย่างเต็มที่​ในกรอบ​ ระเบียบ​วินัย​ ซึ่งในช่วง​ 2-3 วันที่ผ่านมา​ กองทัพก็ทำอยู่ในเกณฑ์ที่พองาม เราจะไม่ก้าวเกินจนถึงขนาดไปคุกคาม หรือละเมิดสิทธิของประชาชน เราต้องคำนึงถึง 2 เรื่องนี้​

เมื่อถามว่า มีหลายฝ่ายกังวลว่าเหตุการณ์​ดังกล่าวจะนำไปสู่​  6 ตุลาคม​ 2519 นายสุทิน​ กล่าวว่า​ เราก็ระมัดระวังเรื่องนี้ แม้จะต้องถวายอารักขาความปลอดภัยเต็มที่ แต่ก็ต้องใช้สติปัญญา โดยนำประสบการณ์ในอดีตมาดู หากเราไม่ดูแล และไม่ละเอียดอ่อน อาจจะเกิดผลในอีกทางหนึ่ง และเชื่อว่าอาจมีคนคิดทำเช่นนั้นอยู่ เราก็เฝ้ามอง รู้ทัน​ และจะไม่ตกเป็นเครื่องมือ จนปล่อยให้สถานการณ์เลยเถิดไปขั้นนั้น

เมื่อถามว่า การทำไอโอในช่วงนี้ หลังมีเรื่องป่วนขบวนเสด็จ จะทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างไร นายสุทิน กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายเรื่องการประชาสัมพันธ์ หรือ ไอโอ ต่อกองทัพว่า ให้ประชาสัมพันธ์เฉพาะผลงานรัฐบาล อย่าเอาไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง ก็คงเป็นการทำความเข้าใจ ว่าอะไรควร ไม่ควร ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เป็นการเตือนสติเท่านั้น คนในประเทศเรามีหลายระดับ มีผู้ใหญ่มีเด็ก มีคนมีวุฒิภาวะ และไม่มีวุฒิภาวะ การให้การศึกษาเรียนรู้ ตักเตือนกัน ถือว่าเป็นเรื่องทำได้ ไม่มีปัญหา

รมว.กลาโหม พร้อม คณะทำงาน ผูกเนคไทสีม่วง เพื่อถวายกำลังใจ กรมสมเด็จพระเทพฯรมว.กลาโหม พร้อม คณะทำงาน ผูกเนคไทสีม่วง เพื่อถวายกำลังใจ กรมสมเด็จพระเทพฯ

เมื่อถามว่ามีความเห็นพ้องกับ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือไม่ กรณีที่ว่ามีกลุ่มอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่มเด็กๆ นายสุทิน ระบุว่า เมื่อวานนี้ตนไม่ได้ดูการประชุมสภา แต่มีคนมาเล่าให้ฟังว่าสภาเดือด ซึ่งไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร แต่ถ้าเป็นเรื่องที่หยิบยกขึ้นมา ก็เป็นเรื่องที่พูดกันมาตลอด ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ ก็มีที่มาที่ไป

ทั้งนี้ นายสุทิน​ ยังฝากถึงประชาชนทุกกลุ่ม ว่าควรคำนึงถึง​กฎหมาย​และประเพณี​จารีต​ที่ดีงามของคนไทย​ สิ่งไหนควรไม่ควร และอยากให้ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อประเทศให้มาก การใดที่เราทำไป อาจถูกใจเรา สะใจเรา แต่ไปกระทบจิตใจคนไทยอีกฝ่ายหนึ่ง จะเกิดความขัดแย้งได้ และเมื่อเกิดแล้วก็จะเสียหายกับทุกคน อยากให้คิดเรื่องนี้ให้มาก ระมัดระวังว่าคนในประเทศไม่ได้คิดเหมือนกัน

ส่วนที่ได้ประเมินสถานการณ์หรือไม่ เรื่องการขวางขบวนเสด็จ  และในสัปดาห์นี้หน้านี้นายทักษิณ​ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการพักโทษ​ อาจมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ สถานการณ์จะรุนแรงขึ้นหรือไม่​ นายสุทิน​ กล่าวว่า คงไม่แรงขึ้น แต่เหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย เราก็ต้องระวังอยู่ แต่จากการประเมินในขณะนี้เชื่อว่าไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะนั้น เพราะหากเกิดแล้ว​ ทุกคนทราบว่ากระทบจิตใจกัน

ทั้งนี้ ภายหลังการให้สัมภาษ​ณ์ นายสุทิน​ ได้นำคณะทำงานที่สวมเนคไทสีม่วง​ ซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มายืนโชว์สื่อมวลชน​ พร้อมทั้งระบุว่า​ การสวมเนคไทวันนี้ไม่ได้เป็นการแสดงจุดยืน หรือแสดงอะไร​ แต่เป็นการถวายกำลังใจมากกว่า และอยากให้กระตุ้นเตือนคนไทยทุกคน​ พร้อมทั้งยอมรับว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เราได้เห็นบรรยากาศความขัดแย้งของคนภายในประเทศ ตั้งแต่ระดับฝ่ายบริหาร เช่น​ ในรัฐสภา มวลชน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน​ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องระวัง พอเกิดอะไรขึ้นมาก็ซวยกันทั้งหมด​

ด้าน ​พลเรือตรี​ ธนิตพงศ์ สิริเศวตศักดิ์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่าปัจจุบันไม่มีการปิดการจราจรเมื่อมีขบวนเสด็จฯ นานแล้ว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใยประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากขบวนเสด็จฯ ทั้งขบวนเสด็จฯของพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ จึงทรงมีพระราโชบาย มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้มีความเหมาะสม มีการจัดช่องทางให้เสด็จฯ ในส่วนของพระองค์ และช่องทางของประชาชน

 ​พลเรือตรี​ ธนิตพงศ์ สิริเศวตศักดิ์ โฆษกกระทรวงกลาโหม​พลเรือตรี​ ธนิตพงศ์ สิริเศวตศักดิ์ โฆษกกระทรวงกลาโหม

ในส่วนของฝ่ายความมั่นคง ก็จะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ. 2557 และ 2560 และดำเนินการถวายพระเกียรติต่างๆ ในการปฏิบัติภารกิจ ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568997

13 ก.พ. 2567

21:33 น.

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

ดินเนอร์ชื่นมื่น “อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมฯ ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช. นายกฯ ขอ 314 เสียง เป็นลมใต้ปีกให้รัฐบาลประชาชน เจอเซอร์ไพรส์เบิร์ดเดย์

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2567 เวลา 19.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางถึงโรงแรม Eastin แกรนด์พญาไท  กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมงานเลี้ยง กระชับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล “ร่วมมือร่วมใจรัฐบาลประชาชน” โดยได้ขึ้นลิฟต์มาที่ห้องแกรนด์บอลลูม พร้อมกับ อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ สส.พรรคร่วมรัฐบาล พรรคการเมืองอื่นๆ ต่างยืนรอให้การต้อนรับที่จุดลงทะเบียน และนับเป็นการดินเนอร์ครั้งที่3 ของพรรคร่วมรัฐบาล11 พรรคการเมือง 314 เสียง

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เจอเซอร์ไพรส์เบิร์ดเดย์ ล่วงหน้านายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เจอเซอร์ไพรส์เบิร์ดเดย์ ล่วงหน้า

โดยนายกรัฐมนตรี ได้ทักทาย สส.พรรคร่วมรัฐบาล และสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อย่างเป็นกันเอง ก่อนที่จะแวะเข้าไปบริเวณบูธถ่ายภาพที่จัดเตรียมไว้ ก่อนจะร่วมถ่ายภาพที่ระลึกพร้อมกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้นำป้ายข้อความ “เมษาหน้าร้อนมีเธออ่ะน่าร้าก” มาถ่ายคู่กับนายอนุทิน โดยนายกรัฐมนตรี ได้โอบไหล่นายอนุทิน ก่อนที่สื่อมวลชนจะแซวนายกรัฐมนตรี ว่า อย่ายืนเฉยๆ นายกรัฐมนตรีจึงทำปากจู๋ หันไปคล้ายจะจุ๊บแก้มนายอนุทิน ทำให้นายอนุทิน เผลอกรี๊ดเสียงหลง และยกมือไหว้นายกรัฐมนตรี ก่อนพูดว่า “ขาอ่อนเลย”

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

จากนั้นนายอนุทิน ได้นำรูปสติ๊กเกอร์ที่ปริ้นท์ออกมาโชว์ให้ สื่อมวลชนได้ดู และก่อนที่จะเดินเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยง นายอนุทินยังได้หยิบป้ายข้อความว่า ”ไม่หล่อแต่โอนไว“ มาโชว์ให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพด้วย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ร่วมงานดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาลครั้งที่ 3 ที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นเจ้าภาพนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ร่วมงานดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาลครั้งที่ 3 ที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นเจ้าภาพ

ดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาลชื่นมื่น

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เจ้าภาพงานเลี้ยงดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล

ปรากฏว่างานเลี้ยงดินเนอร์ครั้งที่ 3 ของพรรคร่วมรัฐบาล ที่มี อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นเจ้าภาพนั้น มีบรรดารัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล และ สส. ต่างทยอยเดินทางมาที่ห้องแกรนด์บอลลูมอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ , นายสมศักดิ์เทพสุทิน เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี , นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
 

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ,ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,นายวราวุธ ศิลปอาชา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์,นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ  ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนากล้า ,นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นต้น

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

อุ๊งอิ๊ง ขอบคุณพรรคร่วมฯ 6 เดือนทำงานราบรื่น

ขณะที่บรรยากาศระหว่างช่วงรับประทานอาหารภายในงานเลี้ยง ร่วมมือร่วมใจ รัฐบาลประชาชน ของพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อเข้าสู่ช่วงพิธีการ น.ส.แพทองธาร ในฐานะเจ้าภาพการจัดเลี้ยงในวันนี้ ขึ้นกล่าวต้อนรับและทักทาย คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยฯ ที่ปรึกษารัฐมนตรี และ สส. พรรคร่วมรัฐบาล ว่า “วันนี้ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงวันนี้ ตั้งใจว่าหลายท่านคงรอว่าใคร เป็นเจ้าภาพและจะจัดขึ้นเมื่อไหร่ โดยพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคก็อยากเป็นเจ้าภาพแน่นอน”

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

“ตั้งแต่เราตั้งรัฐบาลมา ก็จะเข้าเดือนที่ 6 แล้ว การทำงานทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบรื่น ต้องขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือในหลายเหตุการณ์ หรือในหลายโอกาสที่จะให้ความร่วมมือกันได้ก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ทั้งปัญหาเศรษฐกิจของบ้านเมืองที่มีมาอย่างยาวนานต้องขอบคุณทุกคนที่มาร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาให้กับประชาชน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆ และภายใต้การนำของ นายเศรษฐา เราได้เกิดงานครั้งนี้ขึ้น และทานข้าวร่วมกัน วันนี้ก็มาแลกเปลี่ยนกัน อยากให้บรรยากาศเป็นไปอย่างสบาย ๆ เพราะเวลาที่เจอกันที่ทำเนียบรัฐบาล หรืออาคารรัฐสภา ก็จะเป็นการคุยเรื่องงาน วันนี้จึงอยากให้คุยในเรื่องสบาย ๆ เบา ๆ บ้าง” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

ทั้งนี้ น.ส.แพทองธาร ทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกท่านสนุกกับงานนี้ หวังว่าดินเนอร์ครั้งถัดไป จะอยู่ไม่ไกลเกินไป เพื่อให้เราได้รู้จักกัน และพูดคุยกันมากขึ้น รวมถึงอยู่ทำงานด้วยกัน รับใช้พี่น้องประชาชน และพระเจ้าอยู่หัวฯ ของเราอย่างเต็มที่ต่อไป

นายกฯขอ 314 เสียงเป็นลมใต้ปีกรัฐบาลของประชาชน

จากนั้นนายเศรษฐา ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสที่รัฐบาลของประชาชน 314 เสียง ได้มารวมตัว สังสรรค์กัน เวลาเจอกันที่ทำเนียบรัฐบาล หรือ สภาฯ ก็หมกมุ่นคุยแต่เรื่องงาน ตั้งแต่เข้ามาการเมือง ก็เจอแต่ สส. พรรคเพื่อไทย วันนี้มาได้เจอ สส. พรรคร่วมรัฐบาลขอขอบคุณ สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น วันนี้หากใครมา ขอถ่ายรูปด้วยก็ต้องขอโทษด้วยถ้าเกิดไม่รู้จักหรือว่ายังไม่คุ้นเคย แต่หวังว่าจะมีการพบปะสังสรรกันแบบนี้บ่อยๆ 

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

“วันนี้เราเป็นรัฐบาลของประชาชนได้มาบริหารจัดการประเทศประมาณ 5 เดือน ที่ผ่านมามีอุปสรรคเยอะ ต้องขอขอบทุกท่านในที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภาฯ ที่ช่วยกันปกป้องตอบคำถาม เป็นพี่เลี้ยงในการช่วยเหลือผมตอบคำถามต่างๆ และครั้งนี้ถ้าไม่มีทุกคนก็คงเหนื่อย วันนี้ก็ขอให้ทุกท่านเป็นลมใต้ปีของรัฐบาลประชาชนชุดนี้ต่อไป”นายเศรษฐา กล่าว

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

เศรษฐา เจอเซอร์ไพรส์เบิร์ดเดย์

ทั้งนี้ แกนนำพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ได้นำเค้กมาร่วมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ให้กับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ล่วงหน้า ซึ่งจะมีอายุครบ 62 ปี ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้เดิน ทักทาย สส.พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาบแต่ละโต๊ะ โดย สส. ได้กล่าวขอบคุณและอวยพรวันเกิดนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า และได้ขอถ่ายรูปเซลฟี่กับนายกรัฐมนตรี 

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินไปที่ซุ้ม ก๋วยเตี๋ยวเรือ โดยระหว่างนั้นพิธีกรบนเวทีได้กล่าวแซวนายกฯ ว่าน่าจะเดินไปหยิบก๋วยเตี๋ยวเรือ ซึ่งเป็นอาหารโปรดของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ไปหยิบก๋วยเตี๋ยวเรือเดินกลับมานั่งรับประทานที่โต๊ะ และร่วม รับฟังการแสดงจากวงดนตรีที่ทางพรรคเพื่อไทยได้จัดเตรียมมา

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีช่วงนึงที่พิธีกรยังได้ถามว่างานเลี้ยงครั้งต่อไปพรรคการเมืองใดเป็นเจ้าภาพ ทำให้นายอนุทินได้ยกมือขึ้น แสดงความประสงค์ ที่เป็นเจ้าภาพการจัดเลี้ยงครั้งต่อไป

ในช่วงท้ายของงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยพร้อมด้วยรัฐมนตรีและ สส.จากพรรคเพื่อไทยได้ร่วมร้องเพลงกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเพลง “ขอให้เหมือนเดิม”

มท.1-ชาดา ฮัมเพลง”เราและนาย”

นอกจากนี้นายอนุทิน พร้อมด้วยนายชาดา ได้ร่วมกันร้องเพลง “เราและนาย” โดยมีน.ส.แพทองธาร ยืนปรบมืออยู่ข้างๆ โดยในช่วงท้ายของเพลง บรรดา สส.ภูมิใจไทย ได้ตะโกนง่า “รัฐบาลตลอดไป”

รมว.เกษตร โชว์ลูกคอร้องเพลง”กลับมาทำไม”

จากนั้นได้ร่วมถ่ายรูปหมู่ และร้องเพลง ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ ก่อนที่ ร้อยเอกธรรมนัสจะโชว์ลูกคอร้องเพลง “กลับมาทำไม” โดยมีนายอนุทิน ออกสเต็ปวาดลวดลายอยู่ด้านล่างเวที พร้อมกับ น.ส.เเพรทองธาร และ นายชาดา รวมถึงสส.คนอื่นๆอีกด้วย

“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.
“อุ๊งอิ๊ง” ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงาน 6 เดือนราบรื่น ขอทำเพื่อในหลวง-ปชช.

“ภูมิธรรม” ยัน “ดินเนอร์พรรคร่วม-สส.” เย็นนี้ ไร้นัยยะทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568969

13 ก.พ. 2567

16:13 น.

"ภูมิธรรม" ยัน "ดินเนอร์พรรคร่วม-สส." เย็นนี้ ไร้นัยยะทางการเมือง

“ภูมิธรรม” ยัน “ดินเนอร์พรรคร่วม-สส.” เย็นนี้ไร้นัยยะทางการเมือง บอกหารือวาระประชาชน ไม่หวั่น เวที สว.อภิปราย ไม่ต้องเตรียมตัวแค่เตรียมใจ รับฟังพร้อมชี้แจง ยัน กรณีคนชั้น 14 ไม่เกี่ยวรัฐบาล โยนเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการรับประทานอาหารร่วมกับพรรคร่วมและ สส.หรือ  “ดินเนอร์พรรคร่วม-สส.” เย็นนี้ มีนัยยะใดหรือไม่ว่า ไม่มีนัยยะสำคัญไม่ได้พิเศษไปกว่าทุกครั้ง ที่ผ่านมาการรับฟังปัญหาและความเห็นต่างๆ อย่างใกล้ชิดถือเป็นเรื่องที่ดี

 เพราะฉะนั้น การเจอครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่เจอกันในห้องประชุม เมื่อประชุมเสร็จก็แยกย้ายกัน จึงไม่ได้พูดคุยกัน ดังนั้น เวทีวันนี้จึงเป็นการให้พรรคร่วมรัฐบาล สส.ทุกพรรค ฝ่ายบริหารและคณะรัฐมนตรี ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน 

ส่วน สส. เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจในวันศุกร์ก็จะแยกย้ายกลับไปในพื้นที่ของตน วันนี้ก็จะได้มาสะท้อนถึงนโยบายของรัฐบาลที่ได้ทำไปแล้ว ว่าได้ประโยชน์อย่างไรจะได้มั่นใจในสิ่งที่ทำมากขึ้น เพราะฉะนั้นนัยยะสำคัญในวันนี้คือทำงานอย่างไรให้ตอบสนองประชาชนให้ได้มากที่สุดและทำให้ได้ดีที่สุด เรื่องอื่นไม่ต้องไปคิด คณะรัฐมนตรีแตกเลยต้องมาเจอ ขออย่าคาดเดา

ส่วนที่ สว. จะเปิดอภิปรายตามมาตรา 153 นั้น การรับประทานอาหารในวันนี้จะเป็นการเตรียมพร้อมรับมือหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนได้พูดไปหลายครั้งแล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องเตรียมรับมือ เพราะเป็นการอภิปรายที่เสนอแนะความคิดเห็น ไม่ใช่ว่าจะต้องมายกมือตัดสินว่า รัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ได้ เพราะฉะนั้น การรับฟังความเห็นจึงไม่ต้องเตรียมตัว เราเป็นเพียงผู้รับฟัง ส่วนในทางปฏิบัติหลายๆเรื่องเราทำอยู่แล้ว หากเสนอแนะมาไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เรามีอยู่ก็สามารถอธิบายและชี้แจงได้ ไม่ต้องเตรียมการอะไรเพียงแต่เตรียมใจไปรับฟัง และฟังให้กว้างที่สุด

ส่วนจะเป็นการชี้แจงกรณีที่เชื่อมโยงกับชั้น 14 ด้วยหรือไม่นั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องชั้น 14 ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับรัฐบาล เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ท่านตัดสินใจเข้ามาประเทศก็ถือว่าตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนผู้ที่จะได้ประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรมก็ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากจะทำ ควรจะทำ และควรทำให้เป็นไปตามหลักสากล ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาก็เป็นประเด็นที่ควรจะทำ เพราะต้องการแก้ไขปัญหาคนล้นคุก

ส่วนจะเป็นการทำเพื่อคนๆเดียวหรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า เขาทำกันก่อนที่ท่านจะกลับเข้ามาอีก ทำเพื่อคนส่วนใหญ่อยู่แล้วไม่ได้ทำเพื่อคนๆเดียว

“อุ๊งอิ๊ง” เผยข่าวดี หลังมีชื่อ“ทักษิณ” ได้รับการพักโทษ “จะขนลูกไปดูแล”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568961

13 ก.พ. 2567

15:18 น.

“อุ๊งอิ๊ง” เผยข่าวดี หลังมีชื่อ“ทักษิณ” ได้รับการพักโทษ "จะขนลูกไปดูแล"

“อุ๊งอิ๊ง” รับเป็นข่าวดีหลังมีชื่อ “ทักษิณ” ได้รับพักโทษ ถูบ้านจันทร์ส่องหล้ารอ พร้อมจะขนลูกไปดูแล เชื่อหากได้พักโทษ หมออนุญาต จะออกมาพบประชาชนแน่นอน ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการเหมือนนักโทษคนอื่น

ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นหนึ่งใน 900 กว่ารายชื่อที่ได้รับการพักโทษ ว่า ก่อนหน้านี้ยังไม่ทราบถึงรายชื่อ เพิ่งทราบจากข่าวออนไลน์ แต่ครอบครัวก็ทราบในหลักการ ที่ผ่านมายังไม่ได้เคยได้รับการยืนยัน เพิ่งทราบพร้อมประชาชน พร้อมยอมรับว่าเป็นข่าวดีของเช้านี้

ส่วนจะได้เห็นตัวนายทักษิณหรือไม่นั้น ตนยังไม่แน่ใจว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร แต่เมื่อนายทักษิณกลับบ้าน แล้วได้พัก และหมออนุญาตก็คิดว่านายทักษิณจะออกมาข้างนอกแน่นอน เพราะนอนอยู่ในห้องมา 6 เดือนแล้ว ตอนนี้อยากให้พักผ่อนให้สบายใจเพื่อให้ออกมาอย่างแข็งแรง

ส่วนจะต้องรักษาตัวต่อหรือไม่นั้น เบื้องต้นหมอยังไม่ได้บอก แต่เคยคุยว่าถ้าได้รับการพักโทษจะให้หมอไปดูที่ตรวจเช็คสุขภาพที่บ้าน ส่วนสถานที่พักหลังจากนี้ยังคงเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งมีการเตรียมทำความสะอาดไว้แล้ว

สำหรับวันที่ครบกำหนดพักโทษจะเป็นวันที่ 18 ก.พ.หรือ 22 กุมภาพันธ์ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่าต้องถามกรมราชทัณฑ์ว่าใช้หลักเกณฑ์อย่างไร ซึ่งในการประเมินการพักโทษประกอบด้วยหลายอย่าง ไม่ใช่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง และผู้ได้รับสิทธิ์พักโทษ ไม่ใช่แค่นายทักษิณ และนายทักษิณก็ผ่านกระบวนการนี้เหมือนทุกคน

ส่วนกังวลหรือไม่ว่าจะมีหลายกลุ่มออกมาคัดค้านการพักโทษ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “นายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำประโยชน์กับประเทศมากมาย แม้จะออกจากประเทศไป 17 ปี ตลอด 17 ปีนี้มีหลายคนไม่รู้จัก หากได้รู้จักและทราบว่าได้ทำประโยชน์กับประเทศมากมาย ได้รับความยุติธรรมและไม่ยุติธรรมปะปนกันไป 

ที่ผ่านมาครอบครัวให้ความมั่นใจกับนายทักษิณว่าการกลับมารับโทษในที่จำกัดตลอด 6 เดือน ในวัย 75 ปี วันนี้ถึงเวลาได้พักโทษ ได้กลับบ้านก็ขอให้มีกำลังกายที่แข็งแรง สมบูรณ์ เพื่อออกมาใช้ชีวิตในเมืองไทย ได้อย่างมีความสุข และหวังว่าถ้าไปที่ไหนก็จะมีแต่คนรอรับตามที่เคยตั้งความหวังไว้ ว่าจะออกไปพบปะประชาชน และหวังว่าหลังจากพักโทษและกลับบ้านแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยดี”

เมื่อถามว่า จะไปดูแลคุณพ่อที่บ้านจันทร์ส่องหล้าหรือไม่ หลังจากที่ได้รับการพักโทษแล้ว น.ส.แพทองธาร ถามกลับมายังผู้สื่อข่าวว่า “อยากให้ลองเดา” มีผู้สื่อข่าวตอบกลับไปว่า “ไป” ทำให้น.ส.แพทองธาร หันมายิ้มและกล่าวตอบว่า ”ว่าจะขนลูกไปให้หมด“

ทั้งนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กล่าวด้วยว่า ตนเองยังไม่ทราบกระแสข่าวว่าสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเดินทางมาเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร

“ชลน่าน” ยัน ไม่ทบทวน กฎกระทรวงประกาศ “ยาบ้า5เม็ด” ​เป็นผู้เสพ​

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568958

13 ก.พ. 2567

14:50 น.

“ชลน่าน” ยัน ไม่ทบทวน กฎกระทรวงประกาศ “ยาบ้า5เม็ด” ​เป็นผู้เสพ​

“ชลน่าน” ยันไม่ทบทวนกฎกระทรวง ประกาศ “ยาบ้า5เม็ด” ​เป็นผู้เสพ​ ตอกกลับ “เรวัช”“ ใช้สมองคิดดีแล้ว ย้ำ​ ไม่ว่าจะเสพหรือค้า​ มีความผิดตามกฎหมายแน่นอน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.​ชลน่าน​ ศรี​แก้ว รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​สาธารณสุข​(รมว.สธ.) กล่าวถึงการที่หลายฝ่ายออกมาขอให้ทบทวนประกาศเผยแพร่กฎกกระทรวงสาธารณสุข กำหนดอัตราการครอบครองยาเสพติดประเภทหนึ่ง โดยกำหนดให้ผู้ที่มียาบ้าในครอบครองไม่เกิน 5 เม็ด “ยาบ้า5เม็ด” ถือเป็นผู้เสพ​ พร้อมตั้งคำถามว่าใช้อะไรคิด​ว่า ประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์​ ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าจะให้ทบทวน ตนอยากจะถามกลับว่าคนที่ตั้งคำถามว่าด้วยเหตุผลอะไร​ 

“เพราะก่อนที่จะออกมาเป็นกฎ​ เราทำร่างกฎกระทรวง​ ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นและทำประชาพิจารณ์ ตามบทบัญญัติทางกฎหมาย กรอบเวลา 15 วัน และเปิดให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็น ก่อนจะนำความคิดต่างๆ ทั้งการกำหนดปริมาณ ”ยาบ้า5เม็ด“ เท่ากับผู้เสพ ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่”นพ.ชลน่าน อธิบาย

จากนั้นนำร่างและข้อมูลเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) และผ่านการเห็นชอบ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 หลังจากครม.เห็นชอบก็ส่งให้กฤษฎีกาตรวจ ว่าเป็นไปตามแบบแผนการออกกฎหมายหรือไม่
 

การประกาศกฎดังกล่าว ถูกประกาศใช้เพียง 3 วันแต่กลับถูกตั้งคำถามว่าจะทบทวนหรือไม่ จึงอยากถามกลับว่าใคร​ กลุ่มไหนเป็นคนตั้งคำถาม​ รวมไปถึงต้องดูว่าผลบังคับใช้นั้นเป็นอย่างไร ประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์อย่างไร​ เพราะนโยบายด้านยาเสพติด​ นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภา เรื่องการป้องกันปราบปราม บำบัดและฟื้นฟู​ ต้องทำอย่างเข้มข้นในทุกมิติ

ส่วนกรณีการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพเข้ากับผู้ป่วย เราต้องการคืนคนที่หลงผิด​ คนที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดคืนให้สังคม​ ด้วยการบำบัด​ ซึ่งหากต้องการทบทวนก็ต้องดูด้วยเหตุด้วยผล

ส่วนที่อดีตข้าราชการตำรวจ​ พล.ต.ท.เรวัช​ กลิ่นเกษร ออกมาตำหนิ ถึงการออกประกาศดังกล่าวว่าเอาอะไรคิด​ นพ.​ชลน่านกล่าวว่า​ ก็เป็นความเห็นของแต่ละคน​ แต่อยากให้เข้าใจว่าการออกประกาศกฎกระทรวง​ได้ก็ต้องมีกฎหมายแม่บังคับใช้​ ซึ่งกฎกระทรวง​เรื่องยาเสพติด​ให้โทษตามมาตรา​ 107 ซึ่งระบุไว้ถึง​ 2 วรรค​ ย้ำว่าวรรคแรกห้ามครอบครองยาเสพติด​ให้โทษประเภท​ 1 เป็นยาเสพติดร้ายแรง​ จำพวกเฮโรอีน​ ประเภท​ 2​ มอร์ฟีน​ และประเภท​ 5 จำพวกฝิ่น​ เห็ดขี้ควาย​ และกัญชา​ ซึ่งการครอบครองยาเสพติดทุกประเภทก็ถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว​ แต่วรรค​ 2 ได้กำหนดไว้ว่าหาครอบครองจำนวนน้อยให้ถือว่าเป็นผู้เสพ​ ถือเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัด​

ซึ่งการกำหนดจำกัดของยาบ้า​กฎกระทรวงต้องการสื่อว่าไม่ได้จำกัดว่าผู้เสพจะไม่ใช่ผู้ผิด แต่ต้องการดึงคนเหล่านี้ออกจากผู้ค้าเนื่องจากพฤติกรรมผู้ค้ารายย่อยมาจากการเสพยาเสพติด​ และพลิกผันสู่การเป็นผู้ค้า​ ซึ่งรัฐบาลต้องการตัดวงจรการค้ารายย่อย​ ดังนั้นตนอยากย้ำว่ากฎกระทรวงผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการทุกภาคส่วน​ อาทิเช่น​ ป.ป.ส. ,ด้านยุติธรรม​,สธ.การแพทย์​ รวมทั้งนักสิทธิมนุษยชน​

“สุดท้ายข้อสรุปออกมาที่ 5 เม็ดครับ​ ถามว่าเอาสมองส่วนไหนคิด​ ก็สมองคนเหล่านี้แหละครับที่ช่วยกันคิด”นพ.ชลน่าน กล่าว

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า​ การกำหนดจำนวน​ 5 เม็ดเท่ากับผู้เสพ​ที่ต้องเข้าสู่การบำบัด​ ตนยืนยันว่ารัฐบาลเตรียมพร้อมสถานบำบัดไว้ทั้งหมดแล้ว​ โดยอาศัยโรงพยาบาลประจำจังหวัดและรพ.สต.​ โดยจะมีนักจิตวิทยา​และฝึกอาชีพด้วย​ และเมื่อผ่านขั้นตอยการบำบัดจะมีการออกใบรับรองทางการแพทย์​ ซึ่งคนเหล่านี้จึงได้รับการยกเว้นเข้ารับโทษตามกฎหมาย​

นพ.​ชลน่าน​ กล่าวอีกว่า​ แม้กฎกระทรวงจะกำหนดว่าผู้ครอบครอง “ยาบ้า5เม็ด”​ เท่ากับผู้เสพแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความผิด​ เพราะทั้งผู้เสพ​ ผู้ครอบครองถือว่าเป็นผู้กระทำความผิดทางกฎหมาย

ส่วนข้อเสนอกัญชากัญชง​ นพ.​ชลน่านยืนยันว่าได้รับรายงานจากกระทรวงยุติธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว​ โดยจะต้องผ่านความเห็นชอบจากทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)ก่อน

‘ทวี’ เผย ‘ทักษิณ’ มีชื่อเข้าเกณฑ์พักโทษ อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568928

13 ก.พ. 2567

09:55 น.

'ทวี' เผย 'ทักษิณ' มีชื่อเข้าเกณฑ์พักโทษ อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป

‘พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง’ เผย ‘นายทักษิณ ชินวัตร’ มีชื่อในจำนวน 930 นักโทษ ที่เข้าเกณฑ์ ‘พักโทษ’ ชี้ อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป เตรียมปล่อยตัวหลังรับโทษครบ 6 เดือน

13 ก.พ. 2567 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงการพักโทษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์ มีการเสนอรายชื่อนักโทษที่จะได้รับการพักโทษมาที่กระทรวงยุติธรรมแล้ว ซึ่งมีคณะอนุกรรมการร่วมกันพิจารณา โดยในครั้งนี้มีรายชื่อนักโทษทั้งหมด 945 คน ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ อนุมัติไป 930 คน 

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม


ทั้งนี้ กฎหมายราชทัณฑ์ มาตรา 52 ระบุว่า การจะพิจารณาบุคคลที่ได้รับการพักโทษก็คือ 

  • 1.รับโทษมาอย่างน้อย 6 เดือน 
  • 2.รับโทษ 1 ใน 3

หากอันไหนมากกว่ากันก็ใช้อันนั้นเป็นเกณฑ์ แต่ต้องมีโทษไม่เกิน 10 ปี ซี่งในแต่ละเดือนจะเฉลี่ยประมาณนี้

พ.ต.อ.ทวี ยังยอมรับอีกว่า ในรายงานการประชุมมีรายชื่อของ นายทักษิณ ชินวัตร ด้วย เมื่อคณะกรรมการพักโทษพิจารณาเห็นชอบตามที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์เสนอ เนื่องจากเกณฑ์ของนายทักษิณอยู่ในกลุ่มเป็นกลุ่มเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรืออายุ 70 ปีขึ้นไป 

ส่วนจะได้รับการพักโทษเมื่อใด โดยมากแล้วจะต้องรับโทษครบ 6 เดือนตามเกณฑ์ ก็จะได้รับการพักโทษอัตโนมัติ ส่วนจะเป็นวันที่เท่าไหร่ก็ต้องไปนับรายวันเอา ซึ่งทางราชการไม่มีวันหยุด และทางราชทัณฑ์ก็จะมีการประสานกัน พร้อมยืนยันว่าเป็นเรื่องปกติในการพักโทษ ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 2546 และ ถึงปัจจุบันมีอยู่ 2,240 คน อย่างไรก็ตาม นอกจากการพักโทษแล้ว ยังมีการยกเลิกการพักโทษด้วย หากไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์

“รังสิมันต์ โรม” ปัด พรรคก้าวไกล อยู่อยู่เบื้องหลัง “กลุ่มทะลุวัง”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568905

12 ก.พ. 2567

18:11 น.

"รังสิมันต์ โรม" ปัด พรรคก้าวไกล อยู่อยู่เบื้องหลัง "กลุ่มทะลุวัง"

“รังสิมันต์ โรม” ปัดพรรคก้าวไกลอยู่อยู่เบื้องหลัง กลุ่มทะลุวัง หลังเกิดเหตุ “ตะวัน” ขับรถจี้ท้ายบีบแตรใส่ขบวนเสด็จ แนะหยุดสร้างสังคมแห่งความหวาดกลัว ลั่นเห็นด้วย รทสช.ชงญัตติ ทบทวนมาตรการอารักขาฯ ใช้เวทีสภาฯ หาทางออก

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลังกลุ่มทะลุวังในฐานะนายประกันโดยย้อนถามถึงหลักฐาน และไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง และไม่ได้เป็นการช่วยแก้ไขปัญหาสังคม 

“เพราะหลายครั้งที่พรรคก้าวไกลถูกปรักปรำ และแม้พรรคก้าวไกล จะเป็นนายประกันให้กลุ่มเยาวชน แต่ต้องแยกออกจากการเคลื่อนไหวในที่ชุมนุม เพราะสามารถทำได้ตามกฎหมาย และต้องให้สิทธิบุคคลเหล่านั้นในการต่อสู้คดี แต่ไม่ใช่ว่า พรรคก้าวไกลจะเห็นด้วยกับการกระทำ”นายรังสิมันต์ อธิบาย

ส่วนความพยายามเชื่อมโยงระหว่างพรรคก้าวไกล กับกลุ่มทะลุวังนั้น นายรังสิมันต์ มองว่า ผู้ที่ไม่เห็นด้วย กำลังดิสเครดิตกลุ่มทะลุวัง และทำลายพรรคก้าวไกล และยืนยันว่า พรรคก้าวไกล ไม่ได้อยู่เบื้องหลังใคร และไม่มีใครอยู่หลังพรรคก้าวไกล พร้อมย้ำว่า พรรคมีจุดยืนเรื่องสิทธิเสรีภาพ และการแสดงความคิดเห็น แต่ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง เพราะเป็นการสร้างสังคมแห่งความหวาดกลัว อย่างที่ประเทศไทย เคยมีบทเรียนมาแล้ว

นายรังสิมันต์ ปฏิเสธที่จะยืนยันว่า พรรคก้าวไกล เห็นด้วยกับการกระทำของน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ กลุ่มทะลุวังหรือไม่ โดยชี้แจงว่า จะต้องแยกแยะการกระทำของน.ส.ทานตะวัน ที่สร้างเสียงวิจารณ์ และคงสรุปยากว่า สังคมจะเห็นไปเป็นทิศทางไหน และต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มีทั้งผู้ที่ไม่เห็นด้วย และเห็นด้วยกับการกระทำที่น.ส.ทานตะวันแสดงออก ดังนั้น การอารักขาบุคคลสำคัญยังคงต้องมี และเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ได้ และจุดยืนของพรรคก้าวไกล ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง

นายรังสิมันต์ โรม ยังกล่าวถึงการพุ่งเป้าวิพากษ์วิจารณ์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคฯ และพรรคก้าวไกลว่า ไม่ใช่ครั้งแรก และพรรคพยายามให้สติกับทุกคน พร้อมเห็นด้วยกับนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ที่จะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาทบทวนมาตรการอารักขาถวายความปลอดภัย เพราะเป็นการใช้พื้นที่ทางการเมือง เพื่อหาทางออกโดยการพูดคุย ซึ่งดีกว่าการใช้สิทธิบนท้องถนน พร้อมยกตัวอย่าง 1 กลไกทางออก คือ การนิรโทษกรรม ที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาแล้ว

ส่วนที่ สว. ขอให้พรรคก้าวไกล ยุติการแก้ไข และการนิรโทษกรรมคดี 112 ที่ส่งผลต่อแนวคิดของคนรุ่นใหม่นั้น นายรังสิมันต์ ย้ำว่า พรรคก้าวไกล เคยหาเสียงในเรื่องนี้ และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะจุดยืนของพรรคก้าวไกล ต้องดูปัญหาของประเทศชาติ พร้อมตั้งคำถามอีกว่า คนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 นั้น ควรทำอย่างไร เพื่อให้คนเหล่านั้นรู้สึกว่า ได้รับความยุติธรรม และให้บ้านเมืองดีขึ้น

“สมชาย” แนะรัฐบาล-ตร.เอาผิด “ป่วนขบวนเสด็จ”-แก้พ.ร.บ.อารักษาฯ เพิ่มโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568877

12 ก.พ. 2567

14:52 น.

"สมชาย" แนะรัฐบาล-ตร.เอาผิด "ป่วนขบวนเสด็จ"-แก้พ.ร.บ.อารักษาฯ เพิ่มโทษ

“สมชาย” ชี้ถึงเวลาปรับปรุงเพิ่มบทลงโทษในกฎหมายถวายความปลอดภัย แขวะ “ก้าวไกล” อย่าแค่พูดไม่เห็นด้วยกับการก่อกวนขบวนเสด็จ ต้องทำอย่างจริงจัง ชี้หากไม่ใช้กฏหมายตรงไปตรงมา อาจเกิดน้ำผึ้งหยดเดียว สร้างความขัดแย้ง คนรับผิดชอบคือคนยุคนี้

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ กลุ่มทะลุวัง ป่วนขบวนเสด็จพระราชดำเนินสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีว่า การกระทำดังกล่าว เป็นความไม่เหมาะสม และการขัดขวางขบวนเสด็จพระราชดำเนิน มีพระราชบัญญัติถวายความปลอดภัย พ.ศ.2560 ใช้บังคับอยู่แล้ว จึงอาจจะต้องมีการทบทวนปรับแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพื่อเพิ่มบทลงโทษ

พร้อมเรียกร้องไปยังรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีหน้าที่ถวายอารักขา ควรบังคับใช้กฎหมายที่มี รวมไปถึงกฎหมายอาญา ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และปะทะกันในสังคม เหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ได้ และมาตรการการรักษาความปลอดภัยประมุข และบุคคลสำคัญมีทุกประเทศ และมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่านี้ รวมถึงมาตรการในการกั้นเส้นทางจราจรในประเทศ ก็มีการปรับให้สอดคล้องกับการจราจรในประเทศ และปิดเส้นทางเท่าที่จำเป็น

นายสมชาย ยังเรียกร้องไปยังนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกล ที่มีความเชื่อมโยงกลับกลุ่มมวลชนที่กระทำผิดดังกล่าวที่ศรัทธาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า ในการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในการยกเลิก หรืออ้างปฏิรูปสถาบัน มีเจตนาซ่อนเร้นตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 
 

และพฤติการณ์ดังกล่าว ได้ส่งต่อจากการกระทำที่มีการปลุกเร้าทางความคิดความเชื่อที่ผิด และเป็นการคุกคามที่คนไทยไม่สามารถยอมรับได้ จึงขอให้พรรคก้าวไกล ได้เริ่มต้นแสดงให้สังคมได้เห็นว่า เป็นพรรคการเมืองที่มีความจงรักภักดี และเชื่อมั่นใจในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

โดยให้ชี้แจงไปยัง สส. สมาชิก และมวลชนที่สนับสนุนว่า การกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง และขอให้ยุติการกระทำทั้งหมด ทั้งบนท้องถนน ในสภา และนอกสภา รวมถึงโซเชียมีเดีย และหยุดการเคลื่อนไหวนิรโทษกรรมความผิดคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และหยุดการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะสิ่งที่เยาวชนหลงเชื่อ มีความรุนแรงก้าวร้าว และกระทำผิดซ้ำ จนอาจนำไปสู่ความเกลียดชัง และความรุนแรงเหมือนในอดีตได้

“ผบ.ตร.”แฉมีขบวนการอยู่เบื้องหลัง “ป่วนขบวนเสด็จ”-ลั่น 2 วัน ออกหมายจับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568872

12 ก.พ. 2567

14:04 น.

“ผบ.ตร.”แฉมีขบวนการอยู่เบื้องหลัง “ป่วนขบวนเสด็จ”-ลั่น 2 วัน ออกหมายจับ

“ผบ.ตร.”​ ขอเวลาไม่เกิน​ 2 วัน​ ออกหมายจับ​ ​ถอนประกัน​ กลุ่ม “ป่วนขบวนเสด็จ”​ เชื่อ​เป็นขบวนการในประเทศ​ ชี้​มีคนอยู่เบื้องหลัง แนะเลี่ยงข้อกฎหมาย​ ลั่น​ตำรวจทุกนายถวายความปลอดภัยด้วยชีวิต​

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์​ สุขวิมล​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​​ (ผบ.ตร.​) เปิดเผยว่า การเข้าพบ นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรี วานนี้ นายกรัฐมนตรีเรียกไปพบ พร้อมกำชับเรื่องการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จ ถ้ามองในมุมคนนอกก็ห่วง เหมือนมีช่องว่าง แต่ขอให้เชื่อตนอย่างหนึ่งว่าขบวนเสด็จมีการวางระบบไว้ค่อนข้างดี แต่เราไม่สามารถบอกได้ เพราะคนจะทราบหมดว่ามีการวางไว้อย่างไร

ทั้งนี้ ตนได้ยืนยันกับนายกรัฐมนตรีไปว่า การถวายความรักษาความปลอดภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ มีการวางระบบ แต่การที่มีกลุ่มเห็นต่างเข้ามาแสดงออกลักษณะเช่นนี้​ ตนได้กำชับตั้งแต่วันแรกว่า เราจะดำเนินคดีตามพยานหลักฐานที่มี​ ไม่ต้องรอให้สื่อมวลชนถาม 

ตนเชื่อว่าเยาวชนที่ออกมาไม่ได้ ออกมาเอง มีขบวนการที่อยู่ข้างหลัง ขอตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน และในวันที่ทำคดีเสร็จ ทุกคนจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีค่อนข้างละเอียด 

โดยตนได้ย้ำว่าอย่าเร่งทำ ไม่เช่นนั้นจะผิดพลาด ฉะนั้นขอเวลาอีก 2 วัน เดี๋ยวจะเห็นการแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับ พร้อมยืนยันว่ากรณีดังกล่าวจะมีการจับกุมดำเนินคดีอย่างแน่นอน โดยขณะนี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งรัดพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการ เพื่อปิดข้อครหาทั้งหมดและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เพราะไม่อยากให้นำมาเป็นประเด็นโจมตีสถาบันด้วย อีกทั้งยืนยันว่าไม่ได้มีการสั่งการ แต่ดำเนินการตามหลักฐานและขอให้เชื่อมั่นตำรวจ

“เรื่องการถวายความปลอดภัยพวกเรา​(ตำรวจ)​ ดูแลพระองค์ท่านด้วยชีวิต​ พวกพี่ดูแลด้วยชีวิตของพวกพี่จริงๆ” ผบ.ตร. กล่าว

เมื่อถามว่า เยาวชน 2 คนที่ก่อเหตุมีคดีติดตัวอยู่จะดำเนินการอย่างไร ผบ.ตร. ระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนของ บช.น. กำลังดำเนินการอยู่ รออีก 2 วัน เพื่อให้พยานหลักฐานใหม่ในการแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้น พร้อมยอมรับว่าจะมีการถอนประกัน

ส่วนจะออกหมายจับมากกว่า 2 คนหรือไม่นั้น ผบ.ตร. ปฏิเสธตอบคำถาม โดยบอกเพียงว่า ขอให้ดำเนินการในเบื้องต้นก่อน และวานนี้ตนก็ได้รายงานนายกรัฐมนตรี ไปหมดแล้ว

เมื่อถามย้ำว่า ระหว่างการรอถอนประกัน เยาวชนกลุ่มดังกล่าวอาจจะเคลื่อนไหวพื้นที่อื่น ผบ.ตร. ระบุว่า เรามีการดูแลติดตามอยู่ อย่างวานนี้ที่มีเหตุการณ์ปะทะ 2​ ฝ่าย​ ก็ติดตามดูอยู่ แต่อย่างไรการแสดงพฤติกรรมที่ห้างสรรพสินค้า จะเห็นได้หลายอย่างว่าเขามีการเตรียมการ ซึ่งยังไม่ได้แสดงอะไรบางอย่าง เตรียมการเพื่อไม่ให้ผิดข้อกฎหมายบางข้อ พร้อมเชื่อว่าเขามีคนที่ให้คำแนะนำ แต่จะมีนักการเมืองอยู่ด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่ยืนยัน แต่ยืนยันว่าในทางสอบสวนมีบุคคลช่วยเหลือให้คำปรึกษา และไกด์ไลน์อย่างแน่นอน​

ส่วนจะเอาผิดผู้อยู่เบื้องหลังได้มากน้อยเพียงใด ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่​ และในทุกการกระทำที่เขาดำเนินการ

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงปฏิกิริยาของตำรวจที่มีความล่าช้า ผบ.ตร. ระบุว่า​ “โอ้โหอย่างพี่หรอ​ ไม่เอาจริงเอาจัง​ เรื่องถวายความปลอดภัย​ น้อง(สื่อฯ)​ ก็รู้ว่าพี่ดูแลเรื่องนี้มานานมาก​ ไม่ต้องห่วงครับ​ เราบอกแล้วข้าราชการทุกคนเป็นข้าราชการในพระองค์ที่ดูแลความปลอดภัย​ มันเป็นภารกิจข้อแรกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ดูแลความปลอดภัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ มันเป็นสิ่งที่พวกพี่ต้องทำเป็นข้อแรกเลยของข้าราชการตำรวจ ไม่ต้องห่วง พี่ทำให้ไม่มีข้อครหาและให้ความยุติธรรมทุกฝ่าย” ผบ.ตร. กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าวมีการกระทำความผิดซึ่งหน้า ผบ.ตร. กล่าวว่า​ ทางตำรวจสืบตั้งแต่ก่อนมีเหตุการณ์ ระหว่างมีเหตุการณ์ และหลังมีเหตุการณ์ ไม่ใช่แค่ซึ่งหน้าเท่านั้น ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาตรงนี้​ จะทำให้ข้อกล่าวหาแตกต่างกันมาก และประเด็นดังกล่าวก็อาจจะเป็นเหตุให้ตำรวจสามารถเพิกถอนประกันต่อศาลได้​ พร้อมย้ำว่าไม่เกิน 2 วัน​ ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว

ผบ.ตร. ยังระบุด้วยว่า ที่ออกมาไม่ได้หิวแสง​ หรือรังแก และที่ออกมาช้าก็อยากจะทำให้ละเอียด​ พร้อมย้ำว่าจะไม่มีการหว่านหรือรังแก​ หากสอบพยานถึงใครก็คนนั้น

เมื่อถามว่า ขบวนการดังกล่าวอยู่ในประเทศหรือรวมถึงต่างประเทศด้วยนั้น​ ผบ.ตร.​ ระบุว่า​ มีเพียงในประเทศเท่านั้น ​

โดยในช่วงท้าย ผบ.ตร. บอกอีกว่า หากพยานหลักฐานสาวถึงใครก็จะเรียกมาทั้งหมด และจากการสอบสวนมีแนวทางว่า​ มีคนช่วยเหลืออย่างแน่นอน​

ส่วนจะเรียกผู้อยู่เบื้องหลังมาพูดคุยหรือไม่นั้น ผบ.ตร.​ ยืนยันว่า​ ขณะนี้ได้รายงานนายกรัฐมนตรีไปแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินการอีกขั้นหนึ่ง

นายกฯ กำชับ ผบ.ตร.คุมเข้มอารักษา “ขบวนเสด็จ”- ผู้นำประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568869

12 ก.พ. 2567

13:39 น.

นายกฯ กำชับ ผบ.ตร.คุมเข้มอารักษา "ขบวนเสด็จ"- ผู้นำประเทศ

นายกฯ กำชับ ผบ.ตร.เข้มอารักขา ขบวนเสด็จ-ผู้นำประเทศ แนะกลุ่มเห็นต่างใช้เวที “สภา-วิชาการ” ทางออก ไม่อยากให้กระทบกระทั่งกัน ลั่นเรื่องนี้ไม่ควรมีขบวนการให้ท้ายกลุ่มเยาวชน ย้ำความปลอดภัยของราชวงศ์ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการพูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้อง เรื่องมาตรการอารักขาฯ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความดูแลบุคคลสำคัญของประเทศ 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ตรงนี้ก็ได้มอบให้ทางสำนักงานข่าวกรอง พร้อมกำชับให้ดูแลเรื่องนี้ให้ดี เพราะไม่อยากให้มีการปะทะกันเกิดขึ้น และอยากให้ประเทศอยู่ด้วยความสามัคคี ถ้ามีเวทีไหนที่เราเห็นต่าง ซึ่งต้องเป็นเวทีที่เหมาะสม หรือเวทีนักวิชาการมาพูดคุยกัน

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมีหลายฝ่ายออกมาแสดงพลังและจุดยืนในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ และกลุ่มต่างๆ นั้น ตนว่าจริงๆแล้ว เรื่องนี้กองทัพเขาก็ทำกันอยู่แล้ว กองทัพก็ให้ความเคารพสถาบัน

ส่วนทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มีการรายงาน เรื่องการดำเนินคดีอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรีตอบว่า ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งหรืออย่างไร แต่ก็อยากจะวิงวอนในเรื่องของการใช้ความรุนแรง เรื่องเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควร รัฐบาลไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือกองทัพก็อยากจะเห็นความสมัครสมานสามัคคี แน่นอนการเห็นต่างเป็นเรื่องที่สังคมมีการเห็นต่างอยู่แล้ว ก็ต้องมาพูดคุยใช้เวทีที่ปลอดภัยและไม่เป็นที่คุกคามของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่อยากจะขอวิงวอนอ้อนวอน ให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงจุดนี้ ประเทศเราก็เดินหน้ามาด้วยดีเรื่องความวุ่นวายเหล่านี้มันก็ไม่มีมานาน เราก็ไม่อยากที่จะให้เป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นซึ่งก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายรักษาความปลอดภัย และความมั่นคงที่ต้องดูแล

ส่วนความกังวลว่าจะกลายเป็นเหตุความรุนแรงหรือไม่ เนื่องจากล่าสุดก็เกิดการปะทะกันเกิดขึ้น นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องการที่ใช้กำลังหรือวาทกรรมก็อยากให้ลดลงควรใช้เวทีสาธารณะอื่นๆ ดีๆไม่ว่าจะเป็นสภาหรือนักวิชาการในการพูดคุยกันในเวทีที่ปลอดภัยกว่านี้ ตนเชื่อว่าทุกฝ่ายก็อยากให้ประเทศชาติมีความปรองดอง ความสมัครสมานสามัคคี มีบรรยากาศที่พูดคุยกันได้ ทุกฝ่ายก็ให้ความสำคัญ ตนก็ได้พูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไป ว่าต้องระมัดระวังอย่าให้กระทบกระทั่งกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดความปลอดภัยของราชวงศ์ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

ส่วนพรรคก้าวไกลมีความคิดเห็นว่าหากเป็นเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมืองก็จะนิรโทษกรรมด้วย นั้น “ผมไม่เคยมองไปไกลขนาดนั้น ผมมองว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่ต้องดูแลบุคคลสำคัญของประเทศให้ดีที่สุดไม่ให้เกิดมีการคุกคามหรือการใช้กำลัง และไม่อยากให้เรื่องนี้มาเป็นเรื่องการเมืองด้วย เพราะว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

สำหรับเหตุที่มีการปะทะกันล่าสุดเนื่องจากกลุ่มทะลุวังได้มีการนำ ป้ายโพข้อความเกี่ยวกับขบวนเสด็จมาทำกิจกรรม จึงควรที่จะให้หยุดพฤติกรรมตรงนี้หรือไม่ นายเศรษฐา มองว่า เรื่องของการพูดคุยก็ควรเป็นสถานที่ที่เหมาะสม เรามีตัวแทนของประชาชนดูแล้วอยู่ในรัฐสภา เราก็ต้องใช้เวทีสภาในการพูดคุยกันดีกว่าหรือไม่ เพราะก็เป็นเวทีที่ปลอดภัยและถูกต้องตามครรลองคลองธรรมในระบบประชาธิปไตยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทุกๆฝ่ายทุกๆพรรค ทุกๆคนที่เรารักก็ได้มีการเลือกตั้งกันไปแล้ว ทุกๆฝ่ายก็มีตัวแทนอยู่แล้วในรัฐสภาอยู่แล้ว ถ้าเกิดมาใช้เวทีอื่นที่อาจจะ ที่มีพื้นที่สาธารณะประชาชนอยู่เยอะ ก็อาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ต้นก็ไม่เห็นด้วย เพราะก็มีคนเดือดร้อน เราไม่อยากให้บรรยากาศที่เกิดขึ้นอย่างเมื่อวันเสาร์ เข้าไปสู่สายตาของชาวโลก เพราะทุกประเทศเขาก็มีเรื่องการอารักขาผู้นำ และต้องเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญสูงสุด

“ผมไม่แน่ใจว่าผู้ใหญ่ที่ไหนให้ท้าย แต่ถ้าจะให้ผมพูด เรื่องนี้มันไม่ควรมีการให้ท้าย ไม่ควรมีกระบวนการอยู่เบื้องหลัง เพราะว่าขบวนเสด็จมีภารกิจ พระองค์ท่านมีภารกิจตลอดเวลา ทุกพระองค์เพราะฉะนั้นเรื่องการเดินทางของท่านเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างสูงสุด แล้วฝ่ายที่เห็นต่างก็ควรใช้เวทีที่ปลอดภัย เรามีนักวิชาการก็ควรพูดคุยกันในเวทีที่ถูกต้อง ไม่อยากให้เป็นเวทีที่มาใช้คำว่าท้าทาย อย่างเช่นที่ศูนย์การค้าหรือที่สาธารณะต่างๆ ไม่เหมาะสมหรอกครับเพราะมันไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย และสถานที่ช้อปปิ้งต่างๆก็มีคนที่ไปพักผ่อนกัน”นายเศรษฐากล่าว