ดาราพาเที่ยว : คืนเคานท์ดาวน์สุดตื่นเต้น ที่มาเก๊า ของ แพร-ณัฏฐธิดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/307924

ดาราพาเที่ยว : คืนเคานท์ดาวน์สุดตื่นเต้น ที่มาเก๊า ของ แพร-ณัฏฐธิดา

ดาราพาเที่ยว : คืนเคานท์ดาวน์สุดตื่นเต้น ที่มาเก๊า ของ แพร-ณัฏฐธิดา

วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใกล้ปีใหม่ทีไร แพร-ณัฏฐธิดา ดำรงวิเศษพาณิชย์ ก็มักจะคิดถึงทริปมาเก๊าตลอด เรียกว่าจำได้แม่นชนิดที่ว่าลืมไม่ลงเลยทีเดียว เพราะเป็นการเที่ยวเคานท์ดาวน์ที่ท้าทายทั้งร่างกายและจิตใจสุดๆ กับการเดินหลงข้ามปีรอบเกาะมาเก๊าจนสว่าง!! แต่ทริปนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้แพรรู้จักเอาตัวรอดได้อย่างสบาย เวลาต้องออกไปเที่ยวที่ไหนไกล ซึ่งบรรยากาศการผจญภัยในต่างแดนของแพรที่มาเก๊าจะเป็นอย่างไร วันนี้แพรพร้อมมาแชร์ให้แฟนๆ ได้สนุกไปด้วยกัน

วางแผนก่อนออกเดินทาง? “แพรไปมาเก๊าบ่อยนะ เรียกว่าไปกันทุกปีก็ว่าได้ อย่างทริปนี้ก็ตั้งใจว่า เที่ยว ช็อป กิน และกินแบบไม่คิดอะไรเลย เช้ามากินหมูสามชั้น กินทุกอย่างที่อร่อย ร้านดัง ตอนนั้นที่ไปอากาศดีมาก ไปตรงจุดไหนก็ประทับใจ แสง สี สวยงามมากไปฝั่งฮ่องกงด้วย แล้วก็ช็อปปิ้งกระจายเลย โดยเฉพาะรองเท้า ซื้อมาเยอะมาก ส่วนอาหารชอบก็จะเป็นพวกติ่มซำ แต่บางอย่างกินบ่อยๆ ก็เลี่ยนนะ อาจจะเอนด์จอยไม่ได้เท่าอาหารบ้านเรา”

คืนก่อนข้ามปีกับสถานที่นอกแลนด์มาร์ “เพื่อนที่เป็นคนมาเก๊าพาไปโซนเก่าแก่ย่านหนึ่ง ที่มีคนอยู่อาศัยจริงๆ แต่เงียบสงบมาก ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เป็นหมู่บ้านเก่าๆ นั่งรถเข้าไปก็จะเจอตึก บ้าน ร้านเก่าๆ แต่อาหารอร่อยมาก วิวสวยมาก มีความคลาสสิก เดินเที่ยวเพลินๆ ไปเรื่อยๆ ชิล ถ่ายรูป ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น เรียกว่ามีความเป็นส่วนตัวดีค่ะ ชอบ”

คืนข้ามปีที่ไม่มีวันลืม “คืนสิ้นปี ช่วงเคานท์ดาวน์ก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เปิด เราก็อยู่เที่ยวตรงตึกใหม่นั้น ไปกับน้องอีกสามคน แต่แพรลืมพาสปอร์ตไว้ที่ห้องพัก ส่วนน้องอีกสองคนเป็นคนมาเก๊า อีกคนมีพาสปอร์ต และทุกคนเป็นเด็ก ใช้เครดิตการ์ดก็ไม่ได้อีกเงินติดตัวไปกันคนละนิดคนละหน่อย ก็กลายเป็นว่ามีเด็ก4 คนอยู่ด้วยกัน แต่เรากลับกลายเป็นคนต่างด้าวชั่วคราวค่ะ(หัวเราะร่วน) คือเที่ยวเดินเพลินไปหน่อย แม่กลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ กลับออกมาจากเที่ยวตอนตีสามครึ่งแล้วมาเก๊าอย่างที่บอกเป็นเมืองที่เป็นเกาะ แล้วจะมีสะพานหนึ่งกั้น อย่างสมมุติบ้านเราอยู่เกาะที่หนึ่งสถานที่เที่ยวอยู่เกาะที่สอง รถก็หมด เดินกันตั้งแต่ตี 3 ครึ่งจนถึงประมาณตี 5 ฝนตก อากาศหนาวมาก น้ำตาจะไหล เดินไปเจอกลุ่มแท็กซี่ที่เขากำลังจะออกกะเช้า ก็ไปนั่งหมดเรี่ยวแรง จนมีคนหนึ่งเขาเห็นแล้วสงสาร ด้วยความเป็นเด็กก็คิดอะไรไม่ออก โทร.หาแม่ แล้วแม่ก็ไม่รับ สุดท้ายก็ได้ขึ้นแท็กซี่รอบเช้าสุดเที่ยวแรก นั่งอัดกันไป 4 คนถึงที่พักตอน 6 โมงเช้า ทรหดอดทนมาก คือตอนเที่ยวสนุกมีความสุขไง ลืมเวลาไปหน่อย”

ประสบการณ์หลงสอนอะไร “สอนให้รู้ว่าเราต้องพกพาสปอร์ตติดตัวไว้กับตัวเองตลอดเวลา (หัวเราะ) การเที่ยวก็อาจจะต้องมีลิมิต เพราะว่าถ้าอยู่ไทยนะ เราก็จะแบบ เวลานี้แล้ว เดี๋ยวแม่เป็นห่วง กลับบ้าน แต่วันนั้นแม่อาจจะให้ฟรีเดย์กับเรา เพราะเป็นเทศกาลสิ้นปี คริสต์มาส นิวเยียร์ ก็เลยให้ลูกได้สนุก แต่ก็อันตรายนะ ถ้าเป็นเด็กที่เล็กกว่านี้ แล้วต้องเดินมืดๆ ค่ำๆ คนเดียว ถ้าไม่ใช่ประเทศที่ปลอดภัยก็น่ากลัวเหมือนกัน แต่มาเก๊าเป็นประเทศที่สามารถมั่นใจได้ในเรื่อความปลอดภัย พลเมืองมีระเบียบวินัยทำอะไรก็ตาม เป็นประเทศที่ตึกสวยงามมีตึกใหม่ๆ เพียบเลย ไปชมความงามของตึกกันได้ เทคโนโลยีก็ดีค่ะ แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงนิดหนึ่ง”

เที่ยวแต่ละทริปมีคุณค่าแค่ไหน “แพรชอบ ไปเที่ยว แพรจะรู้สึกว่าเราเครียดกับเรื่องต่างๆ มามากแล้ว ถ้าเรามีเวลาแล้วเราก็รู้สึกว่าต้องออกไปเที่ยวแล้วล่ะ ก็น่าจะลองไปพักผ่อนดูบ้างนะคะ อย่างแพรเป็นคนชอบมองธรรมชาติ เราได้เห็น เรารู้สึกสบายใจ สบายตาโล่งโปร่ง บางทีเคยนะขับรถออกจากบ้านไปเพื่อไปนั่งกินกาแฟร้าคาเฟ่ใดๆ ก็ได้เน้นบรรยากาศการตกแต่งสวยๆ แล้วคุณแม่ก็จะชอบเหมือนกัน ก็ขับรถกันไปสองคนแม่ลูก แล้วก็มีลูกหมาตัวหนึ่งไปด้วย จะไปทริปสั้นๆ วันเดย์ทริปบ่อยมาก เรารู้สึกว่าเราได้ผ่อนคลายจริงๆ”

สำหรับทริปหน้าแว่วๆ ว่าสาวแพรอยากไปดำน้ำที่กระบี่ อย่าลืมแชร์บรรยากาศสวยๆใต้ท้องทะเลอันดามันมาฝากแฟนๆ นะคะ ส่วนผลงานน้องแพรตอนนี้ก็มีให้ติดตามอย่างต่อเนื่องทั้งละครและภาพยนตร์ ล่าสุดปลายปีวันที่ 28 ธันวาคมนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาดกับภาพยนตร์เรื่อง “คิดถึงทุกปี Memories of New Years” รวมไปถึง ซีรี่ส์ชุดลูกผู้ชาย ตอน เพชร ทางช่อง 3 ที่ต้นปีหน้าได้ชมกันแน่นอนเจ้าค่า

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : พักชาร์จแบ๊ต ชิลริมหาด ชมธรรมชาติที่บาหลี ไปกับ ‘ก็อต-อิทธิพัทธ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/305254

ดาราพาเที่ยว : พักชาร์จแบ๊ต ชิลริมหาด ชมธรรมชาติที่บาหลี ไปกับ ‘ก็อต-อิทธิพัทธ์’

ดาราพาเที่ยว : พักชาร์จแบ๊ต ชิลริมหาด ชมธรรมชาติที่บาหลี ไปกับ ‘ก็อต-อิทธิพัทธ์’

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเอกหนุ่มหน้าใหม่สุดฮอต “ก็อต-อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์”ที่แจ้งเกิดจาก “เดือนเกี้ยวเดือน เดอะซีรี่ส์” และตอนนี้กำลังจะมีผลงานละคร “My Love From Another Star ลิขิตรักข้ามดวงดาว” กับทางช่อง 3 และแม้ว่าคิวงานจะแน่นเอี้ยด แต่หนุ่มก็อตก็มักจะหาเวลาว่างไปพักผ่อนกับครอบครัวอยู่เสมอ

สไตล์การท่องเที่ยวในแบบก็อต

ผมเป็นคนชอบเที่ยวแบบธรรมชาติ ทะเลภูเขา แต่สวนใหญ่จะไปทะเลมากกว่าครับ เพราะว่ามันไปง่าย ถ้าไปภูเขาอย่างเชียงใหม่กว่าจะขับรถไปถึงก็กินเวลาไปวันหนึ่งแล้ว ชอบไปทะเล จริงๆ ก็ไม่ได้ไปเล่นน้ำนะ แค่ไปเอาบรรยากาศ (ยิ้ม) อย่างที่ไปมาก็กินข้าวที่พัทยากับที่บ้าน แล้วก็เดินเล่น มันเป็นหาดส่วนตัวที่ไม่มีคน ผมก็ไปนั่งกินบรรยากาศดูคลื่น ฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ผมไม่เคยลงไปเล่นน้ำเลยนะ กลัวดำ (หัวเราะ) คือตอนเด็กๆ เคยลงแล้วเราเป็นคนแพ้ง่ายครับ เป็นผื่นตามตัว ก็เลยนะ เน้นบรรยากาศก็พอ

พิกัดนั่งชิล

เอาที่ใกล้ที่สุด ก็คงจะเป็นพัทยาครับ ไปง่ายสุดขับรถไปได้ และที่หัวหินก็เป็นอีกที่ที่ไปกับที่บ้านบ่อย คือชอบหัวหินตรงที่รีสอร์ทเขาสวย จะค้นหาจากในเว็บฯก่อนว่าที่ไหนสวยน่าพัก แล้วเราก็ค่อยคุยกับที่บ้านว่าโอเคไหม แล้วเราก็ไปกัน พอไปถึงแล้วมันก็ดีมากจริงๆ คือมันสวยมีสระว่ายน้ำมีหาดส่วนตัว แล้วอีกที่ที่ชอบไปก็คือเขาใหญ่ เป็นบรรยากาศแบบธรรมชาติมีต้นไม้เขียวสดชื่นดีครับ

ชอบเที่ยวกับครอบครัว

ผมไม่เคยไปคนเดียว และไม่ชอบไปกับเพื่อนคือด้วยเรื่องนัด ที่เวลาไม่ตรงกัน แต่ถ้าเป็นครอบครัวเราจะนัดกันง่ายกว่า พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์ เราก็ไปกันเลยผมมองว่าบางทีการไปเที่ยวกับเพื่อนมันจะมีปัญหาเยอะคนนี้จะกินร้านนี้ แต่เราไม่กินจะไปร้านนั้นไม่เอา ไปกันหลายคนก็ต้องแย่งกัน มันไม่สนุก ผมเป็นคนที่ชอบเที่ยวกับครอบครัวตั้งแต่เด็กแล้วครับ ก็เลยชิน ไปนั่งคนเดียวริมหาด มีโทรศัพท์เครื่องหนึ่งก็เล่นอะไรของเราไป โลกส่วนตัว (หัวเราะ) เสพธรรมชาติ ครอบครัวเราชอบเที่ยวธรรมชาติมากครับ คือพ่อนี่เที่ยวหมดไม่ว่าทะเลภูเขาดอย ไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวบ่อยมากนับครั้งไม่ได้เลยครับ จะมีน้อยลงก็ช่วงนี้แหละครับ คือเราอยู่กับคุณยายด้วยครับท่านป่วย แม่ก็ต้องดูแลคุณยายก็เลยไปไม่ค่อยได้ แต่ตอนเด็กๆ นี่จำได้ว่าพ่อพาไปทุกเสาร์เลย พัทยา หัวหิน

เมนูที่สั่งเป็นประจำ

น้ำแตงโมปั่นครับ (ยิ้ม) ไปทุกที่ผมก็สั่ง แพงแค่ไหนก็สั่ง คือมันดูได้บรรยากาศดี อยู่กรุงเทพฯก็สั่งครับชอบมากน้ำแตงโมปั่นแต่ต้องหวานน้อยด้วยนะ เป็นเมนูที่ชอบพอไปถึงก็จะสั่งเลย

กิจกรรมที่ทำร่วมกัน

ส่วนใหญ่พ่อแม่ผมเขาจะเป็นอารมณ์แบบ ถ้าไปถึงที่พักเขาจะชอบนอนอยู่ในที่พัก ส่วนผมกับน้องสาวก็จะไปเล่นน้ำกัน เล่นน้ำในสระว่ายน้ำครับ ไม่ลงทะเล แล้วพอเย็นๆ ก็จะไปหาที่เที่ยวกัน ไปทานข้าว

ธรรมชาติของท้องทะเลไทยยังคงสวยงามเสมอ

จริงๆ ตอนแรกผมก็คิดนะว่าด้วยความที่คนไปเที่ยวกันเยอะ พัทยาอีกแล้วเหรอ มันต้องไม่สวยแน่เลย แต่จริงๆแล้วมันยังมีมุมที่คนยังไม่ไปครับ ผมเกิดมา 22 ปี เพิ่งมาเจอหาดส่วนตัวแบบนี้ก็แปลกใจ คือคนส่วนใหญ่เขาไปเที่ยวกันที่คนเยอะๆ พอมาเจออะไรอย่างนี้ ผมว่ามันดีมากเลยนะ ยังมีธรรมชาติที่สวยงามหลงเหลืออยู่

ทะเลในฝันที่อยากไป

ผมฝันว่าอยากจะไปบาหลีกับมัลดีฟส์ครับ สองที่นี้อยากไปมากถ้ามีเวลาว่างก็อยากไป ถ้ามีเงินด้วย (หัวเราะ) ยิ่งมัลดีฟส์นี่คือสวยมากครับ ส่วนบาหลีนี่ผมเพิ่งไปมาครับ ซึ่งรู้สึกดีมากที่นั่นจะคล้ายๆ ไทย คล้ายภาคใต้ของบ้านเรา แต่ว่าผมมีโอกาสไปทะเลทางใต้แค่ครั้งเดียว ซึ่งก็จำไม่ได้แล้วว่าเป็นยังไง

ทริปบาหลีสุดประทับใจ

ทะเลที่บาหลีเขาจะค่อนข้างสวย คลื่นสูงมาก เหมาะสำหรับการเล่นเซิร์ฟ ที่ผมไปส่วนใหญ่ก็จะดูธรรมชาติและไปถ่ายรูปมากกว่า อารมณ์มันจะคล้ายฮาวายหน่อยๆ เราสามารถใส่รองเท้าแตะเดินในเมือง หรือว่าใส่แตะเดินห้างได้ เขาจะค่อนข้างชิล เป็นประเทศที่สวยดีครับ ถ่ายรูปออกมาแล้วสวย ผมไปมา 3 วัน ซึ่งระหว่าง 3 วันผมย้ายโรงแรมทุกวัน เพราะว่าเราอยากเที่ยวให้ครบ มีทะเลอยู่ 3 ที่ที่ผมไปก็คือ Seminyak Lagoon All Suites Hotel ซึ่งสวยมากคือสระว่ายน้ำอยู่ตรงหน้าห้องพักเลยเปิดประตูออกมาก็ว่ายน้ำเล่นได้ แล้วเราก็ไปเดินห้างกัน ไปกินอาหาร ไปเดินเล่นชายหาด Kuta Beach Bali ซึ่งที่นี่เป็นไฮไลท์ของบาหลีครับ อารมณ์เหมือนบางแสน พัทยาบ้านเรา คลื่นค่อนข้างสวยแต่ผมไปถือบอร์ดเฉยๆ (หัวเราะ) และโดยทั่วไปก็คือไปวัด และไปขึ้นเขาด้วย La Laguna Bali เป็นเขาคือขับรถขึ้นไปเขาสูงมากมีหมอกเต็มไปหมด แต่พอเราเข้าไปในนั้นเขามีทะเลสาบ ก็แปลกดีมีทะเลสาบบนภูเขา ก็เลยถือว่าการไปเที่ยวทะเลที่บาหลีในครั้งนี้ประทับใจผมมากๆ

คำแนะนำสำหรับการท่องเที่ยว

คือไปเพื่อผ่อนคลายครับ สมมุติว่าเราเครียดจากงานมาอะไรก็แล้วแต่ในกรุงเทพฯ ก็ไปทิ้งที่นั่นให้หมดเลย เปิดใจให้ว่างแล้วก็ไปนั่งริมหาด มีน้ำแตงโมปั่นแก้วเดียวก็นั่งกินไปไม่ต้องทำอะไรเลยกินไปเรื่อยๆ เหมือนเราไปทิ้งความเครียดมากกว่า ผมจะทำบ่อยๆ พอเราไปอยู่ตรงนั้นเราก็จะลืมทุกอย่างให้หมด พอลืมปุ๊บเราก็จะเอ็นจอยส์กับมัน พอกลับมาเจอเรื่องเครียดอีกเราก็ค่อยกลับไปใหม่ ส่วนตัวผมเวลาน้อย ไปวันเดียวก็กลับแล้ว (หัวเราะ) ขับรถไปถึงก็เย็นแล้วก็อยู่แต่ในรีสอร์ท ออกไปกินข้าวกลับมาก็นอน ตื่นมากินข้าวเช้าเช็คเอาท์ออกแค่นี้ก็โอเคแล้วครับคุ้มมากแล้วเพราะว่าเราเวลาน้อย

และนี่ก็คือทริปท่องเที่ยวสไตล์ส่วนตั๊วส่วนตัวที่หนุ่มก็อตเขาพร้อมแชร์ให้แฟนๆ ได้ไปชิลกันจ้า

กุหลาบสีเงิน

ดาราพาเที่ยว : ก็จะหลายท่าหน่อย เมื่อ ‘นิว-ชัยพล’ พิชิตเอเวอเรสต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303941

ดาราพาเที่ยว : ก็จะหลายท่าหน่อย เมื่อ ‘นิว-ชัยพล’ พิชิตเอเวอเรสต์

ดาราพาเที่ยว : ก็จะหลายท่าหน่อย เมื่อ ‘นิว-ชัยพล’ พิชิตเอเวอเรสต์

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยกระแสจากละคร “รากนครา” ที่ดีมากๆ ทำเอาคนเกลียด “เจ้าหน่อเมือง” ซึ่งรับบทโดย “นิว-ชัยพลพูพาร์ท” กันทั่วบ้านทั่วเมือง งานนี้หนุ่มนิวเลยแอบไปเที่ยวขอพักทำใจกันไกลถึงประเทศเนปาล ซึ่งบอกเลยว่าทริปนี้ทั้งโหดและตื่นเต้น เป็นประสบการณ์ที่สุดแสนประทับใจมากๆ อีกหนึ่งทริปของเจ้าตัว

จุดประกายความคิดอยากพิชิตภูเขาครั้งนี้ “ผมติดใจและคิดว่าอยากจะไปเทรคกิ้ง (trekking) ปีละครั้ง ปีที่แล้วไปยอดเขาอันนาปุรณะใต้ (Annapurna South) ปีนี้ติดใจก็เลยไปอีก มันเหมือนเดินจงกรม นั่งสมาธิ แต่ได้เห็นวิวสวยๆ ทำให้เราได้คิด มีสติมากขึ้น เอามาใช้ในชีวิตมากขึ้นปีนี้ก็เลยได้ไปที่ Everest Base Camp เนปาลครับเดินเทรคกิ้งขึ้น Base Camp โหดดีทริปนี้ ใชเวลาเดินทุกวัน 16-17 วัน เดินอย่างเดียวเลยนะ เดินขึ้นวันละ 8 ชั่วโมง เดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ”

เริ่มต้นความโหด “นั่งเครื่องบินจากเมืองหลวงไปลงที่สนามบินลุกลา อยู่ประมาณ 2,800 เหนือระดับน้ำทะเล เป็นสนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก รันเวย์สั้นครึ่งเดียวตอน Landing ข้างหน้าเป็นภูเขา ถ้าเบรกไม่ทันก็ชน ซึ่งเคยมีนะหรือตอน Take off ก็จะเป็นหน้าผาถ้าดึงขึ้นไม่ได้ก็ตก แล้วหมอกหนามาก เพราะเป็นสนามบินที่อยู่ในช่องเขา ก็ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญบิน ตอนแรกจะไม่ไปนะเพราะว่ากลัว แต่สุดท้ายก็ตกลงไป ซึ่งไปพร้อมความหวาดเสียว สวดมนต์ตลอดเวลาตอนลง แล้วก็ลงได้ปลอดภัย”

ไต่ระดับความท้าทาย “เดินจากจุดความสูง 2,800 แล้วก็เดินต่อไปเรื่อยๆ อากาศก็เปลี่ยนไปแต่ละชั้น หายใจยากขึ้น ที่สุดท้ายที่ไปจบอยู่ที่ความสูง 5,400 ซึ่ง Base Camp จะอยู่ประมาณความสูง 5,200 กว่าๆ แล้วผมไปนอนที่ความสูงประมาณ 5,100 หนาวมาก เขาบอกว่าจริงๆ แล้วไม่ควรนอน เพราะโหดมาก ถ้าเกิดระดับความสูง 5,000 ออกซิเจนจะเหลือแค่ 50% คือระดับพื้นปกติเรา 100% เคยมีคนขึ้นไปแล้วนอนหลับไปเลยก็มีบ่อยมาก ผมไม่กลัวนะผมโชคดีที่ปรับตัวได้ มีคนบอกว่าระหว่างทางเดินจะมีโรคที่ชื่อ AMS (Acute Mountain sickness) โรคแพ้ความสูง คือร่างกายปรับตัวไม่ได้ สมองก็จะเบลอ เดินแล้วหลับ ผมไปกัน 6 คน สำเร็จทริปแค่ 2 คน”

เทคนิคการเดินเขาอย่างปลอดภัย “ระหว่างเดินต้องค่อยๆ ไป ให้มีวันปรับตัว หรือบางวันก็หยุดอยู่ที่เดิมเพื่อปรับตัว ก็จะมีวันพักให้ร่างกายปรับกับสภาพอากาศ ฉะนั้นต้องเตรียมตัวไปดีๆ ถึงจะควรไป หรือแม้แต่บางคนที่เตรียมตัวไปดีแล้วก็ยังมีโอกาสเป็น แต่ผมอย่างที่บอกโชคดีที่เราค่อยๆ เดิน จิบน้ำเรื่อยๆ นี่คือวิธีแก้ ผมตั้งนาฬิกาเลยนะทุก 20 นาที จิบน้ำ วันหนึ่งควรกิน 3-4 ลิตรขึ้นไป เพื่อให้ปัสสาวะ ให้ร่างกายเราปรับตัวได้”

ประทับใจตลอดเส้นทาง “ขึ้นไปก็สวยมากครับแต่ความชอบผมชอบระหว่างทางมากกว่านะ เราได้เห็นอะไรที่แตกต่างไปเรื่อยๆ เวลาเปลี่ยนระดับชั้นความสูงวิวก็จะเปลี่ยนไป เป็นต้นไม้ หลังๆ ต้นไม้เริ่มหายกลายเป็นหินแทน ภูเขาน้ำแข็ง เป็นหิมะ เริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่บน Base Camp จริงๆ ก็จะเป็นเหมือนในหนังถ้าเคยดูหนังเรื่อง Everest (เอเวอเรสต์) จะเป็นเต็นท์เหลืองๆ แล้วโอบล้อมลอบด้วยภูเขา เราก็จะไปอยู่ตรงนั้นถ่ายรูปได้ แล้วก็จะมองเห็น Everest ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก 8,848 เมตร แต่เราไปแค่ 5,000 กว่า เมตร ผมว่าแค่นั้นก็สุดแล้วและสวยมากสำหรับเรา”

ทริปสุดตื่นเต้น “นอกจาก Everest Base Camp เราได้เดินไปตามช่องเขาโชลา เมืองโพครา เป็นเมืองที่มีทะเลสาบน้ำจืดที่สูงที่สุดในโลกประมาณ 5,400 เมตร ใช้เวลาเดิน 8 ชั่วโมง ในหนังสือบอกไว้แบบนั้นนะ ระหว่างทางเจอคนไทยที่เดินสวนทางมาเขาบอกว่าอย่าไปเลยเพราะเขาเดิน 12 ชั่วโมง เพราะไม่ใช่แค่เดินธรรมดามีปีนด้วย หินใหญ่มาก เดินผ่านช่องธารน้ำแข็งขนาดเท่ากระเบื้อง ข้างล่างเป็นเหว ต้องเกาะๆ ไปหน้าติดกำแพงแล้วขยับไปทีละขาอันตรายมาก ถ้าลื่นก็ตกลงไปตายเลยนะ แล้วมีคนสวนกันมาด้วย จะมีช่วงที่สวนกันได้น้อยมากก็ต้องเอาตัวสอดเข้าไปในเขา สุดท้ายเพราะความอยากไปก็ตัดสินใจไปต่อ เดินได้จนสุด ผมใช้เวลาไป 7 ชั่วโมง 50 นาที ค่อยๆ ไปไม่ประมาท ปรากฏว่าก็ผ่านไปได้ด้วยดี”

กำไรจากการท่องเที่ยวแต่ละทริป “การไปเที่ยวแบบนี้ไม่ได้แค่เจอสิ่งสวยงามแค่ภายนอกอย่างเดียวมันทำให้เรารู้จักตัวเองด้วยนะ เพราะเราต้องอยู่กับตัวเอง 17 วัน เดินป่าได้อยู่กับตัวเองจริงๆ ตัดขาดจากโลกภายนอก เราต้องมีสติมากๆ ไม่ประมาทในการใช้ชีวิตตอนนั้นเพราะถ้าพลาดก็คือภัยอันตรายต่างๆ ที่พร้อมจะเดินเข้ามาหาเราได้ทุกเมื่อ ผมเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากแต่ละทริปเยอะครับ”

บอกเลยว่าทุกที่บนโลกนี้อันตรายหมดถ้าเกิดว่าเราไม่ระวัง ถ้าเราประมาทไม่มีสติ แม้กระทั่งที่ที่ปลอดภัยที่สุดอย่างบ้านเราเอง ก็อันตรายได้เหมือนกัน ฉะนั้นต้องมีสติอยู่กับปัจจุบัน ที่สำคัญเที่ยวอย่างมีสตินะคะ

หยินหยาง

ดาราพาเที่ยว : ‘พรอยมน’ สุดตื่นเต้น ภารกิจไกด์จำเป็น ถิ่นมาเก๊า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/302598

ดาราพาเที่ยว : ‘พรอยมน’ สุดตื่นเต้น ภารกิจไกด์จำเป็น ถิ่นมาเก๊า

ดาราพาเที่ยว : ‘พรอยมน’ สุดตื่นเต้น ภารกิจไกด์จำเป็น ถิ่นมาเก๊า

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ได้มีโอกาสเป็นไกด์จำเป็นประจำทริปให้กับเพื่อนๆ งานนี้ทำเอานักแสดงสาว พรอยมน-มนสภรณ์ชาญเฉลิม ถึงขั้นปวดหัวอยู่ไม่น้อย แต่ในความเหนื่อยและแสนวุ่นวายนั้นกลับยิ่งทำให้พรอยมนเห็นความสามารถของตัวเองในมุมที่เธองก็ไม่เคยรู้ และคิดว่าจะทำได้มาก่อน ประสบกาณ์และความตื่นเต้นในการเที่ยวของเธอครั้งนี้ จึงแปลกใหม่และน่าประทับใจกว่าทุกครั้ง

ว่างปุ๊บเป็นต้องวางแผนเที่ยวตลอด “ใช่ค่ะ พรอยมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชอบเที่ยวมาก แต่จะว่างไม่ตรงกันเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นถ้ารู้ว่าว่างปุ๊บก็จะชวนกันออกไปเที่ยวทันที ชอบทุกที่ทั้งต่างจังหวัดและต่างประเทศ ตอนนี้เรียนจบแล้ว ก็จะมีแพลนเที่ยวไว้เยอะมากๆ อยากจะไปอยู่เป็นเดือนเลย เช่น อียิปต์ แอฟริกาใต้ พวกชนเผ่าดิบๆ (หัวเราะร่วน) พรอยเป็นคนชอบอะไรที่เกี่ยวกับธรรมชาติ พรอยคลุกคลีอยู่กับศิลปะของแอฟริกามา เพราะตอนทำทีซิสเราก็ทำเรื่องนี้มา ก็มีความฝันว่าอยากจะไปเห็นของจริงสักครั้ง”

ไกด์จำเป็นในทริป “ไปทำงานที่มาเก๊า เพื่อนเป็นตากล้อง พรอยก็ไปเป็นผู้ช่วยเขา ต้องไปดูแลคนเยอะมาก เป็นกลุ่ม แล้วปกติพรอยก็จะไปกับครอบครัว กลุ่มนี้ก็จะประมาณ 5-7 คน แล้วเพื่อนก็ต้องถ่ายรูปพรอยก็จะเป็นคนนำทัวร์ ไปทุกที่ เปิดแผนที่พาทุกคนเที่ยวกลายเป็นว่าทริปนั้นพรอยเป็นไกด์จำเป็นไปเลย ก็เลยรู้สึกว่า เออ เราก็เก่งเหมือนกันนะ (หัวเราะ) ทำไปได้ยังไงเหนื่อยมาก แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นมากเหมือนกัน”

ต้องมนต์เสน่ห์มาเก๊า “พรอยชอบมาเก๊าตอนกลางคืน เดอะเวเนเชียน ชอบมากๆ มีเมืองจำลองสถานที่จำลองสวยงามมาก บรรยากาศไฟกับเทศกาลต่างๆ อากาศดีมาก แต่อาหารไม่คอยชอบเท่าไหร่ และที่สำคัญแพงด้วย (หัวเราะ)”

ประสบการณ์หลง “ เดินหลงหลายรอบค่ะโดยเฉพาะตอนกลางคืน ช็อปปิ้งเพลินไง แต่ก็ดีนะคะทำให้เราเจอที่ใหม่ๆ ที่เราไม่เคยไปตามซอกตามหลืบ ซึ่งจะไม่มีตามเว็บที่เราอ่านเจอมา เราจะไปเจอเองในมุมต่างๆก็กลายเป็นที่อินไซต์มีประโยชน์ดี มีงานศิลปะให้เราชื่นชม มีโรงเรียนศิลปะเล็กๆ ที่ไม่ได้เป็นที่ที่ฮิตฮอต ประทับใจค่ะ”

กล่องภาพความทรงจำ “พรอยจะมีแฮชแทคที่ชื่อว่า #tongfhakongproy ท้องฟ้าของพรอย คือพรอยเป็นคนชอบสังเกตท้องฟ้า เก็บไว้ทุกวันเป็นท้องฟ้าอย่างเดียวเลย ท้องฟ้าที่พรอยประทับใจจะมีสองแบบคือ ภาพที่เป็นความรู้สึก จะมีรูปหนึ่งที่ชอบมากใครถามก็บอกว่ารูปนี้แหละ แต่ถ้าเป็นโมเม้นต์ความรู้สึก ก็จะชอบตอนที่ไปถ่ายงานที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตอนนั้นตี 5ยืนดูท้องฟ้าอยู่ สีสวยมาก ซึ่งภาพส่วนใหญ่จะถ่ายจากโทรศัพท์ คนรอบข้างพรอยเล่นกล้องหมดเลยนะแต่พรอยไม่ได้เล่น ขอเป็นนางแบบให้เพื่อนถ่ายดีกว่า พรอยชอบเป็นนางแบบมากกว่าค่ะ”

เผยทริปแห่งความสวยงาม “พรอยชอบที่เขาใหญ่ก็ไม่ได้พิเศษอะไรนะคะ เป็นจุดชมวิวตรง ลำตะคลอง สวยงามมาก ช่วงแรกๆ ไปทุกเดือนเลยค่ะ ขับรถไปเอง ว่างก็ไปพรอยเป็นคนที่ชอบดูพระอาทิตย์ตกค่ะ”

การเที่ยวคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด “ใช่ค่ะ พรอยคิดอย่างนั้นนะ แต่ว่ามีเพื่อนอยู่คนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มนี่แหละ คือเขาจะไม่ชอบออกไปไหน เราก็เคยพูดกับเพื่อนว่า ทำไมถึงไม่ชอบไปไหน ซึ่งเราก็ต้องเข้าใจว่า บางทีความสุขของแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน เลยทำให้รู้สึกว่าความสุขของเขาก็คือการอยู่บ้าน แต่พรอยว่าเที่ยวก็พักผ่อนได้นะ แต่ก็ต้องใช้ปัจจัยหลายอย่างมาก เวลา เงิน ความพร้อมทุกอย่าง ศักยภาพในการเดินทาง แต่สุดท้ายพรอยว่าก็คุ้มค่าต่อการแลกนะ กับการได้ออกไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง เพราะเราได้ประสบการณ์ที่มากกว่าการนอนอยู่บ้านค่ะ”

แค่ก้าวขาออกจากบ้านไปก็เจอคนใหม่ๆเจอพื้นที่ที่ไม่เคยไป ก็นับเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจแล้วค่ะ

ดาราพาเที่ยว : 2 นางเอกต่างยุค สัมผัสวิถีไทย สมัยรัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/298742

ดาราพาเที่ยว : 2 นางเอกต่างยุค สัมผัสวิถีไทย สมัยรัชกาลที่ 9

ดาราพาเที่ยว : 2 นางเอกต่างยุค สัมผัสวิถีไทย สมัยรัชกาลที่ 9

วันอาทิตย์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดาราพาเที่ยวฉบับนี้ขอแอบตาม 2 นางเอกแถวหน้าของเมืองไทย นก-สินจัย เปล่งพานิช และแอน ทองประสม ที่ปัจจุบันผันเวลาไปทำหน้าที่เป็นผู้จัดละครเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในช่วงจังหวะว่างหากมีเวลาพักผ่อนหย่อนใจ ทั้ง 2 สาวมักหยิบภาพการเดินทางที่น่าสนใจ มาฝากแฟนๆ ทางอินสตาแกรมให้ได้ชมกันค่ะ

นก-สินจัย เปล่งพานิช ลงภาพความประทับใจของการได้เยี่ยมชมนิทรรศการ “เพราะ “พ่อ” เพราะสิ่งที่พ่อทำให้เรานั้นมากมาย” ซึ่งจะจัดแสดงที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วันถึงวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @noksinjai โดยเป็นนิทรรศการที่รวบรวมผลงานทั้งทางด้านศาสตร์และศิลป์ของคนบันเทิงในหลากหลายสาขา อาทิจาก ปัญญา นิรันดร์กุล, ประภาส ชลศรานนท์, นิ้วกลม, แสตมป์-อภิวัชร์ และเพื่อนซี้ของ นก-สินจัย อย่าง เหมี่ยว-ปวันรัตน์ นาคสุริยะ ก็ได้ร่วมจัดแสดงผลงาน ภาพวาด ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยมี “น้องเรย์” หลาน ย่านก ร่วมติดสอยห้อยตาม…ภาพน่ารักของย่าหลาน ที่ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงแต่งแต้มรอยยิ้มให้กับแฟนๆ ที่ติดตาม

ซึ่งก่อนหน้านี้ นก-สินจัย ก็ได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายใน Bangkok Art & Culture Centre (Bacc) หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร พร้อมกับถ่ายทอดพระบรมราโชวาท ที่ยึดเป็น คำสอนของพ่อ ว่า“…การเลือกทางเดินนี้ บางทีก็ไม่อาจเลือกทางเดินที่ใกล้ที่สุด ลัดที่สุดได้เสมอไป เพราะทางที่ใกล้นั้นอาจมิใช่ทางสะดวกและปลอดภัย จึงจำเป็นต้องเลือกทางที่อ้อมที่ไกลกว่า บางทีเลือกเดินทางหนึ่งแล้ว ต่อมาพิจารณาเห็นว่ามิใช่ทางที่ถูกต้อง จำต้องย้อนกลับมาขึ้นต้นใหม่จึงจะถูกก็ต้องทำ มิฉะนั้นจะไปไม่ถึงจุดหมาย…” พระบรมราโชวาท ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และ “เคยมีผู้กล่าวไว้ว่าราชอาณาจักรนั้นเปรียบเสมือนพีระมิด มีพระมหากษัตริย์อยู่บนยอด และมีประชาชนอยู่ข้างล่าง แต่สำหรับประเทศไทยแล้วดูเหมือนทุกอย่างจะตรงกันข้าม นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องปวดคอและบริเวณไหล่อยู่เสมอ..” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานสัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวนิตยสาร เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก เมื่อ พ.ศ.2525

นับเป็นอีกหนึ่งมุมของ นก-สินจัย ที่ถ่ายทอดความรู้สึกแทนพี่น้องชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่านได้เป็นอย่างดีค่ะ

ด้าน แอน ทองประสม พาช่างภาพส่วนตัว อุ๊ปส์!! แฟนหนุ่ม เอ-ทินพันธ์ ตันตินิรันดร์ ไปท่องสุพรรณบุรีมาค่ะ แต่จะให้ถูก คงต้องบอกว่าหนุ่ม “เอ” เป็นฝ่ายพาว่าที่คุณภรรยาไปมากกว่าค่ะและด้วยความที่หนุ่ม “เอ” รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ รูปหลากหลายมุมในอิริยาบถต่างๆ ของสาว“แอน” จึงเผยแพร่ให้แฟนๆ ได้ชม ผ่านทั้งทางอินสตาแกรม @annethong ของ แอน ทองประสม และ @atinnabhan ของ เอ-ทินพันธ์ รวมถึงชายหนุ่มยังได้รวบรวมเป็นอัลบั้มภาพ album: Take you out (ประเทศไทย) ที่ Facebook: A Tinnabhan (FB@tinnabhan) อีกด้วย

การไป จังหวัดสุพรรณบุรี ครั้งนี้ ทั้งคู่ได้เข้าไปเยือน หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยและบ้านไทยรีสอร์ท สถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมซึ่งเป็นมรดกของประเทศไทย โดยจำลองพื้นที่ทำเกษตรกรรม ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนี้ โครงการบ้านควาย ยังสนองนโยบายของรัฐโดยการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างโอกาส ให้แก่ชุมชน และชุมชนใกล้เคียงในการทำมาหากิน และประกอบอาชีพเพื่อยังชีพอย่างพอเพียง…เราจึงได้เห็นภาพอีเรียม อุ๊ปส์!! สาวแอน ขี่ควาย กันค่ะ

อีกจุดหมายต่อเนื่อง คือ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย-นาเฮียใช้ ภาพที่สาวแอนนั่งเคียงข้าง แปลงนาผืนเล็กๆ ที่ปลูกเป็นรูปธงชาติไทย พร้อมกับแปลงดอกดาวเรืองโดยรอบ เพื่อร่วมถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ติดตามไม่น้อย งานนี้ต้องยกเครดิตให้กับช่างภาพกิตติมศักดิ์อย่างหนุ่ม เอ-ทินพันธ์ ค่ะ

ดาราพาเที่ยว : ‘แอน ทองประสม’ ฝึกโยคะ ส่งต่อสุขภาพดี กิจกรรม ‘SHARE (ส่งต่อ) = CARE (ห่วงใย)’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/297537

ดาราพาเที่ยว : ‘แอน ทองประสม’ ฝึกโยคะ ส่งต่อสุขภาพดี กิจกรรม ‘SHARE (ส่งต่อ) = CARE (ห่วงใย)’

ดาราพาเที่ยว : ‘แอน ทองประสม’ ฝึกโยคะ ส่งต่อสุขภาพดี กิจกรรม ‘SHARE (ส่งต่อ) = CARE (ห่วงใย)’

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ยังคงเดินหน้าระดมทุนเพื่อสมทบ โครงการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ซึ่งจะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้ ผ่านแคมเปญ “SHARE (ส่งต่อ) = CARE (ห่วงใย)” โดย มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เชิญชวนคนใจดีมาบริจาคผ่าน เฟซบุ๊กของมูลนิธิรามาธิบดีฯ โดยนอกจากจะได้ทำบุญแล้ว ยังมีโอกาสได้ร่วมทำกิจกรรมพิเศษกับ 3 ดาราจิตอาสา ได้แก่ แอน ทองประสม, “ป้อง”ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ และ “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ในรูปแบบที่ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน

โดยภารกิจแรกเป็นของเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง “แอน ทองประสม” ซึ่งได้ยอดสะสมหัวใจที่ผู้ใจบุญบริจาคเข้ามา รวม 318,545 ดวง (เงินบริจาค 5 บาท เท่ากับหัวใจ 1 ดวง) รวมเป็นจำนวนเงินบริจาคทั้งสิ้น 1,592,725 บาท โดยเธอเลือกกิจกรรม การฝึกโยคะ เพื่อส่งต่อสุขภาพดีพร้อมกับผู้ที่คัดสรรมาจากผู้ร่วมบริจาคผ่านแคมเปญนี้จำนวน 10 คน ที่มาพร้อมเพื่อนผู้ติดตามณ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยในงานวันดังกล่าวมีคุณครูจากครีโยคะมานำสอนโยคะ โพสต์แบบง่ายๆเพื่อสร้างสมดุลให้ร่างกาย และสามารถนำกลับไปฝึกต่อที่บ้านได้อีกด้วย

แอน ทองประสม เผยความรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคม ด้วยการร่วมคลาสโยคะสุดพิเศษนี้ และทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ เธอขอบคุณผู้ร่วมบริจาคทุกท่านที่ช่วยกันระดมเงินจนได้มาร่วมกิจกรรมพิเศษครั้งนี้ด้วยกัน ซึ่งตลอด 45 นาทีของการฝึกโยคะครั้งนี้สนุกและประทับใจมาก ซึ่งแอนได้มีโอกาสแบ่งปันเทคนิคการออกกำลังกายด้วยการโยคะให้ทุกคนกลับไปฝึกที่บ้านด้วย

“คนไทยมีน้ำใจที่พร้อมจะช่วยเหลือกันเสมอ ซึ่งมูลนิธิรามาธิบดีฯ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คนไทยจะได้ช่วยเหลือกัน ซึ่งเงินบริจาคที่ได้จะนำไประดมทุนในโครงการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ เพราะเราไม่รู้ว่าวันหนึ่งคนที่จะมาใช้บริการในโรงพยาบาล อาจจะเป็นพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง หรือคนที่รู้จักหรือไม่แต่ถึงจะไม่ใช่คนแวดล้อมตัวเราก็ตามที แต่การสร้างสถาบันแห่งนี้ ก็เป็นการหยิบยื่นโอกาสให้ผู้ป่วยคนอื่นที่ยากไร้ ที่สำคัญแอนอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน เช่น การฝึกโยคะก็ช่วยบำบัดอาการออฟฟิศซินโดรม ทั้งหลังตึงปวดหัว ปวดตา และอาการไม่สบายตัว เพื่อป้องกันปัญหาเจ็บป่วย เพิ่มพื้นที่ให้โรงพยาบาลได้มีที่ว่างให้ผู้ป่วยหนักรอดพ้นวิกฤติ และให้ผู้ป่วยยากไร้ได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษา”

ทั้งนี้ ผู้สนใจยังสามารถติดตามอีก 2 กิจกรรมของพระเอกสุดฮอตแห่งปี “ป้อง” ณวัฒน์กุลรัตนรักษ์ และนางเอกสาว “แต้ว” ณฐพรเตมีรักษ์ ซึ่งเตรียมเคลียร์คิวมาร่วมปฏิบัติภารกิจ ติดตามวัน-เวลา พร้อมรายชื่อ 20 ผู้โชคดีที่จะได้ร่วมทำกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้ที่ www.
ramafoundation.or.th/campaign/ หรือโทร.02-2011111 ต่อ 172 ในวันและเวลาราชการ และติดตามชมแบบเรียลไทม์ผ่าน เฟซบุ๊ก :มูลนิธิรามาธิบดีฯ รวมถึงการร่วมเป็นหนึ่งแห่ง การให้…ไม่สิ้นสุด ด้วยการบริจาคเงินสมทบทุนชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดีฯ ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีกระแสรายวัน สาขารามาธิบดี เลขที่บัญชี 026-3-05216-3 ธนาคารกรุงเทพ บัญชีกระแสรายวัน สาขาศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ (รพ.รามาธิบดี) เลขที่บัญชี 090-3-50015-5 หรือ โทร.02-2011111

ดาราพาเที่ยว : ‘เตชินท์- จิรัฐชัย’ พาอิ่มวนไปในอาณาจักรซูชิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/296306

ดาราพาเที่ยว : ‘เตชินท์- จิรัฐชัย’ พาอิ่มวนไปในอาณาจักรซูชิ

ดาราพาเที่ยว : ‘เตชินท์- จิรัฐชัย’ พาอิ่มวนไปในอาณาจักรซูชิ

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยความชอบอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ โดยเฉพาะเมนูจากแดนปลาดิบ ทำให้นักร้องหนุ่ม เตชินท์-จิรัฐชัย ชยุติชักชวนภรรยาที่หลงใหลการลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นเช่นกันควักเงินเก็บกว่า 6 ล้านบาท ทุ่มเปิดร้าน NETA FISH&MEAT เอาใจนักชิมกว่า 160 เมนู ในราคาที่เจ้าตัวบอกว่าสวนทางกับคุณภาพอย่างที่สุด!!

จุดประกายความคิดกับธุรกิจร้านอาหาร “ผมเริ่มมีความรู้สึกว่าอยากโตด้วยตัวเอง ผมอยู่วงการบันเทิงมา 7-8 ปีแล้ว อายุเราก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆเริ่มถามตัวเอง ทำไมผมไม่มีชีวิตของผมเองเลย ต้องทำงานตามคำสั่งตลอดเวลา เลยคิดอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเองสักอย่าง ตอนแรกที่คิดไว้คือผมจะขายของทางโซเชียลฯ แต่ไปๆ มาๆ ทาง เดอะสตรีท รัชดา มีพื้นที่เสนอให้เช่า ผมเข้าไปคุยกับเขา เลยได้พื้นที่ตรงนี้มาครับ ผมกับแฟนก็ตัดสินใจลองดู เอาเงินเก็บของตัวเองที่สะสม มาลงทุนทำร้านนี้ ซึ่งบอกตรงๆ ตอนแรกกลัวนะครับ โทร.บอกพ่อกับแม่ไว้ก่อนเลยว่า ถ้าไม่รอดขอกลับไปอยู่ระนองด้วยนะ(หัวเราะร่วน) คือผมก็เป็นดาราที่ฟุ่มเฟือยนะ ได้เท่าไหร่ก็ใช้หมด ซื้อนู่นนั่นนี่ แต่พอมีงานก็เริ่มมีเงินเก็บนิดๆ หน่อยๆ สุดท้ายก็ลงทุนกับร้านนี้แหละครับ ตอนนี้ทำมาได้ 3 ปีแล้ว ถือว่าโอเคนะครับ”

เอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร “ทุกอย่างในร้านเราจัดการเองทุกอย่าง แม้กระทั่งดอกไม้ ที่เห็นบนเพดานก็ไปหาวิธีพับกันมาเอง ลองเองทุกอย่าง ทำเองหมดเลย แฟนผมเขาจบด้านออกแบบภายในมา เขาก็จะออกแบบร้านเอง คือเขาชอบออนเซ็น ก็เลยอยากให้ร้านเป็นสไตล์ออนเซ็น กินข้าวแล้วอร่อยรีแลกซ์ หวานๆ อบอุ่น ก็เลยออกแบบสไตล์นี้ทุกสาขาครับ ข้างล่างเป็นออนเซ็นโต๊ะเป็นเหมือนบ้าน มีดอกไม้ดูสบายตา”

เสน่ห์โดดเด่นโดนใจนักชิม “ผมพยายามหาสิ่งใหม่ๆ ร้านเรา เดิมทีมีแค่ 106 เมนู ผมรู้สึกว่าน้อยเกินไป อยากให้ลูกค้าได้เลือกทานกันเยอะๆ ก็เลยเพิ่มมาเป็น 160 เมนู ให้คุ้มค่าไปเรื่อยๆ แต่ร้านผมจะมีข้อเสียอย่างหนึ่งคือ ไม่มีโปรโมชั่น เพราะเรารู้สึกว่าของเราเต็มที่แล้วจริงๆ ของเราใหม่สดมีคุณภาพเทียบเท่าร้านพรีเมียมแน่นอน ซึ่งคนมาเที่ยวเดอะสตรีท ถ้าอยากกินแล้วคุ้ม ผมแนะนำเลยครับ ร้านผมเอง (หัวเราะ) แล้วก็อยู่ในย่านช็อปปิ้ง เดินทางไป-มาสะดวก ในราคา 499 บาท หรือ 599 บาท ผมว่าคุ้มมากนะ รสชาติมีทั้งแนวญี่ปุ่นแท้ๆ และแบบฟิวชั่น ผสมผสานความเป็นไทยเข้าไปด้วย”

บริการด้วยความจริงใจ “การที่เราอยู่ในตำแหน่งศิลปินดารา มีคนเอาอกเอาใจ มีคนทำให้เราทุกอย่าง แต่พออะไรที่เป็นของเราเอง จะมีความหน้าบาง เราก็ต้องถอดตรงนั้นออก แล้วมาทำงานบริการ ช่วงแรกผมไม่รู้จะเข้าไปคุยกับลูกค้ายังไง ดูแลเทคแคร์เขาแบบไหนให้ถูกใจ บางทีก็โดนด่าหน้าชากลับมาก็มี เราก็ไม่รู้จะทำยังไง บางทีเจอลูกค้าตะโกนด่าลั่นร้าน ก็ต้องอดทน ต้องผ่านมันไปให้ได้ ต้องปรับตัวเยอะเหมือนกันครับ ช่วงแรกๆหลายๆ อย่างยังไม่ลงตัว อาหารไม่พอ ทำไม่ทัน เพราะลูกค้าเยอะ ก็ต้องน้อมรับและค่อยๆ ปรับปรุงแก้ไข เรื่องคุณภาพ ทุกวันนี้ผมก็จะสุ่มในการสั่งอาหารจากเชฟมาชิมเอง เข้าร้านไปแบบไม่บอกล่วงหน้า พอชิมแล้วอันไหนไม่ดีก็ยกเลิก คอยเช็คตลอด รวมไปถึงการบริการ ผมก็จะคอยบอกลูกน้องว่า แต่งตัวให้เรียบร้อย พูดจาสุภาพ อาหารในร้านมีอะไรบ้าง ต้องรู้ให้หมด ต้องตอบลูกค้าด้วยความมั่นใจ บางทีเห็นพนักงานหน้าสดมา ผมต้องไล่ให้ไปแต่งหน้า ถึงขนาดที่ว่าไปซื้อเครื่องสำอางมาแจก เพราะผมอยากให้ลูกค้าเข้ามาแล้วเห็นความน่ามอง เจริญหูเจริญตาครับ”

กิจการค่อยๆ เติบโต “แพลนปีหน้าก็อาจจะเพิ่มอีกหนึ่งสาขา ผมไม่รีบ แค่นี้ก็ทำเหนื่อยแล้วครับ ช่วงแรกใช้พลังงานตัวเองค่อนข้างสูง ประชาสัมพันธ์เต็มที่ทุกช่องทาง อาศัยเพื่อนในวงการที่รู้จักช่วยด้วย ก็เลยคืนทุนได้เร็วหน่อยครับ ตอนนี้ก็มี 2 สาขา คือที่ The Street Ratchada (เดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 4) กับที่ Jas Urban Srinakarin ( แจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์ ชั้น 2) ถ้าไม่รู้จะกินอะไร ขอให้แวะมาลองดูครับ”

เติมเต็มให้ครบรสกับผลงานเพลงใหม่“ตอนแรกก็ไม่ได้จะหันหลังให้วงการเพลงอะไรนะครับ ด้วยความที่เรามีลูก มีภรรยา บวกกับธุรกิจด้วย แต่พอวันหนึ่งแฟนคลับเข้ามาเรียกร้องว่าอยากได้ยินเสียงเพลงจากเรา ทำหน่อยสิ เรียกว่าสะกิดต่อมความอยาก สุดท้ายต่อมอยากก็เลยเกิดขึ้น ตอนนี้ผมกำลังจะมีโปรเจกท์ใหม่ แต่อยู่ในขั้นตอนการทำงานครับ ยังบอกไม่ได้มากปีหน้าน่าจะได้ฟังกัน กับค่ายไหนอย่างไรขออุบไว้ก่อนครับ (ยิ้ม)”

แฟนเพลงของหนุ่มเตชินท์ อดใจรอกันอีกนิด กับผลงานเพลงเพราะๆ แนวใหม่ ที่เจ้าตัวบอกจะต้องติดใจไม่แพ้รสชาติอาหารของเขาอย่างแน่นอนจ้า

ดาราพาเที่ยว : โดนใจขาลุย ‘โฟลท-ธนกร’ สมบุกสมบัน ทริปมาเลเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/295037

ดาราพาเที่ยว : โดนใจขาลุย ‘โฟลท-ธนกร’ สมบุกสมบัน ทริปมาเลเซีย

ดาราพาเที่ยว : โดนใจขาลุย ‘โฟลท-ธนกร’ สมบุกสมบัน ทริปมาเลเซีย

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากคนที่ไม่ชอบเที่ยว แต่พอได้เที่ยวแล้วก็ติดใจเลยทีเดียว สำหรับหนุ่ม โฟลท-ธนกร โพธิ์วิจิตร พิธีกร รายการ คอหนังข้างถนน และนักแสดง อารมณ์ดี เรียกว่าไปทริปไหน ประทับใจกลับมาทุกครั้ง เพราะแต่ละที่ไม่ธรรมดา ซึ่งบอกเลยว่าประสบการณ์ตื่นเต้นเพียบ

จุดเริ่มต้นของการอยากไปเที่ยว “เด็กๆ ผมเป็นคนที่ไม่ชอบเที่ยวเลยนะ ชอบอยู่บ้านนอน ไม่อยากไปไหนการอยู่บ้านคือสิ่งที่สบายที่สุด การจะต้องออกจากบ้านคือลำบากที่สุดเลย แต่จู่ๆ ก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าอยากไปเที่ยวจริงๆ จังๆ ตอนอายุยี่สิบเอ็ด เฮ้ยเรามีเวลาไม่มากนะการที่เราจะต้องอยู่บ้านตลอดเวลาเหรอไม่ได้ล่ะ ก็เลยลองไปต่างประเทศนั่นคือ ประเทศญี่ปุ่น ครั้งแรกในชีวิตเลยที่ได้ออกไปเที่ยวตื่นตาตื่นใจมาก ค้นพบเลยว่าโลกเราคนมีหลายแบบมากวิถีชีวิต อยากไปดูความเป็นอยู่ของเขาจริงๆ ก็เลือกประเทศที่ใกล้ ถูก และ ตอบโจทย์ความต้องการของเราให้ได้มากที่สุด อยากลองไปเปิดโลกทัศน์ดู นอกบ้านเราเป็นอย่างไรบ้าง แรกๆ ก็เที่ยวในประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้านบ้าง”

ประสบการณ์แบ๊กแพ็กแรก “ไปประเทศลาว โทร.นัดเพื่อนทันที แต่เพื่อนเทไม่ไป ผมก็ไปคนเดียว นั่งรถไฟไปลงหนองคายครั้งแรกในชีวิต แล้วก็ไปซื้อตั๋วต่อไปลาว ซึ่งผมมีคอนเซ็ปต์ในการเที่ยวว่า เที่ยวให้โง่ที่สุด ไม่มีการวางแผนอะไร เพื่อให้เวลาที่กลับมาเล่าให้เพื่อนฟังแล้วไม่น่ากลัวนะ ไปได้คนเดียว ที่ลาวก็ไปไหว้พระ ดูสถาปัตยกรรมต่างๆ แล้วการไปต่างประเทศแต่ละประเทศผมจะตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องไปดูหนังประเทศเขาหนึ่งเรื่อง เช่นกันลาวผมก็ไปดู ญี่ปุ่นก็ดูมาแล้ว สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ประมาณนี้ สำหรับลาวทริปนี้ผมบอกเลยว่าวิถีชีวิตบ้านเขาเจ๋งมาก มีความดั้งเดิมอยู่เยอะ อย่างเช่นตักบาตรเข้าเหนียว ที่สำคัญที่ลาวผมรู้จักแก๊งสเก็ตบอร์ดที่โน้นด้วย สนุกมากกลับมารีวิวในเฟซบุ๊คเพื่อนไปตามกันเพียบ”

ทริปต่อไปผจญภัยกันต่อ “ประเทศมาเลเซีย ตอนแรกจะนั่งรถไฟไปแต่เต็มทุกขบวนเลยเปลี่ยนไปนั่งรถทัวร์สายใต้ใหม่ไปลงหาดใหญ่ แล้วต่อรถทัวร์ไปมาเลย์ฯ พอถึงท่ารถก็งงไม่รู้จะไปทางไหน ใช้หลักการตามฝูงปลาไปคนเยอะที่ไหนไปทางนั้นแหละ เดินตามเขาไปเรื่อย แล้วก็หาพักโรงแรมที่อยู่ในตัวเมือง ที่ชอบเที่ยวส่วนมากจะเป็นกลางคืน ผมไม่ค่อยได้ไปตามจุดซิกเนเจอร์ที่คนอื่นๆ เขารีวิว แต่สิ่งที่ผมไปคือดูเด้กสเก๊ตบอร์ดว่าเขาเล่นกันยังไง ย่านช็อปปิ้งอลังการขนาดไหน ซึ่งผมแนะนำเลยนะ หลายคนจะคิดว่ามาเลเซียช็อปปิ้งไม่ได้ไม่มีอะไร แต่ผมว่ามีเยอะนะมีร้านที่เป็นสตรีทแวร์จากอเมริกามาเปิด ชื่อเจดีสปอร์ต มีทุกอย่างเลยไปดูได้ครับมีครบความต้องการแน่นอน แต่ที่อยากสนุกๆ หน่อยลงสถานี Bukit Bintang เป็นย่านรวมวัยรุ่นที่วัยรุ่นเยอะมากๆ เป็นวัยรุ่นที่เฟี้ยวใช้ได้ คล้ายๆ สยามสแควร์บ้านเรา หรือถ้าใครชอบสายสตรีทจ๋าๆ เลย เล่นบีเอ็มเอ็กซ์ เล่นสเก็ตบอร์ด ก็มีนะ แต่คนที่นั่นไม่ค่อยให้ถ่ายรูป เพื่อนที่ไปด้วยก็เตือนผมว่าอย่าถ่ายมั่วๆ นะเพราะบ้านเมืองเขาเป็นเมืองที่เคร่งเรื่องศาสนา พอถึงหกโมงเย็นปุ๊บเงียบเลย เข้านอนกันเลย ผมไปประมาณ 7 วันแล้วไปต่อ ปีนัง แล้วก็มาหาดใหญ่ แต่น้ำท่วมรางรถไฟกลับไม่ได้นอนต่อที่หาดใหญ่ แล้วก็ค่อยขอติดรถพ่อของเพื่อนกลับ ตื่นเต้นสนุกไม่แพ้ลาวครับ”

ทุกที่มีสีสันและคุ้มค่ากับชีวิต “หลายคนอ่านจะคิดแค่ว่าการเที่ยวแล้วไปถึงจุดที่ตั้งเป้าหมายแล้วนั่นคือสนุกแล้วนะ แต่ผมไม่ใช่นะ ผมคิดว่าการท่องเที่ยวความสนุกที่สุดคืออยู่ที่การเดินทาง ไม่เกี่ยวว่าเราจะไปที่ไหน แต่มันเกี่ยวที่ว่า เราไปยังไงแล้วเพื่อนร่วมทางเราเป็นยังไง อย่างไปลาวก็ไปคนเดียวก็เจอคนหลายประเภท ผมก็ต้องศึกษาวิธีการเอาตัวรอด ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง บางช่วงชีวิตที่เราเจอก็เป็นโมเม้นท์ประทับใจเฮ้ยชีวิตแบบนี้ก็เจ๋งดีว่ะ ทำให้เราได้จับต้องในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน หรืออย่างเพื่อนที่ไปมาเลเซียมาด้วยกันก็ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นรู้ตัวตนเขา”

อยากไปพิชิตมากนาทีนี้ “ปาปัวนิวกินี, ธิเบต หรืออัฟกานิสถาน อยากไปดูว่าชีวิตเขาอยู่กันยังไง แต่ประเทศที่อยากไปใกล้ๆ ตอนนี้ก็มี เขมร แล้วก็มี นั่งรถไฟไปลงทางใต้สุดของญี่ปุ่นแล้วตะลุยขึ้นมาถึงบนสุดที่แพลนกับเพื่อนคือ เที่ยวแบบนอนตามโรงอาบน้ำไปเรื่อยๆ แพ็กกระเป๋าใบเดียวเที่ยวเอาบรรยากาศ คือผมชอบการเที่ยวแบบนอกแลนด์มาร์คของทุกประเทศเลยนะอย่างไปมาเลเซียผมก็ได้อะไรมาเยอะนะ ไอเดียความคิด ผมไม่เคยกินอาหารอินเดียเลยไม่ชอบ ก็ได้กิน จากที่กินข้าวใช้ช้อนก็กลายเป็นกินข้าวใช้มือ ก็ได้ทำอะไรแปลกใหม่รู้เลยว่าชีวิตจริงๆ เป็นอย่างไร”

แต่ละที่ก็มีเสน่ห์และเรื่องราวให้เราได้เรียนรู้มากมาย อย่ารอจนไม่มีโอกาส เพราะคุณอาจพลาดสิ่งดีๆ ที่แฝงอยู่ในทุกทริปอย่างน่าเสียดาย

ดาราพาเที่ยว : คิดถึงจังเลย เชียงคาน ความทรงจำ ของ ‘ทะเล สงวนดีกุล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/292465

ดาราพาเที่ยว : คิดถึงจังเลย เชียงคาน ความทรงจำ ของ ‘ทะเล สงวนดีกุล’

ดาราพาเที่ยว : คิดถึงจังเลย เชียงคาน ความทรงจำ ของ ‘ทะเล สงวนดีกุล’

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่วัยรุ่นนิยมชมชอบและมักจะไปกันสำหรับ “เชียงคาน” ฉะนั้นหนุ่มขาเที่ยวชอบลุยอย่าง “ทะเล สงวนดีกุล” มีหรือจะพลาด เรียกว่าฮิตปุ๊บต้องไปปั๊บ และพอไปถึงแล้วความประทับใจและความทรงจำมากมายก็เกิดขึ้น หนุ่มทะเลกับเพื่อนจะมีความสุขกับทริปนี้แค่ไหน แล้วไปเชียงคาน เขาไปทำอะไรกันบ้าง วันนี้ทะเลเลยจะขอพาไปชมความคลาสสิกของเมืองนี้กัน

ทำไมต้องเชียงคาน “ตอนนั้นรู้สึก เชียงคานจะฮิตมาก ใครๆ ก็พูดถึง และมีความฮิปสเตอร์นิดหนึ่งก็เลยชวนเพื่อนๆ แล้วก็จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า 6 เดือน จะได้ถูก (หัวเราะ) ตอนนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัยน่าจะปี 1 หรือ 2 นี่แหละครับ พอได้ตั๋วก็แบ๊กแพ็กไป แล้วเข้าพักกันที่โฮมสเตย์ 3 วัน 2 คืน”

เสน่ห์ชวนหลงใหล “ตอนนั้นที่ไปเป็นยุคฮิปสเตอร์ฮิตๆ ก็จะมีมุมถ่ายรูป ดูธรรมชาติ บรรยากาศดีมาก นั่งริมแม่น้ำโขง เมืองเขาก็จะไม่ได้มีกิจกรรมอะไรมากมาย ส่วนใหญ่จะมีกิจกรรมตอนกลางคืน มีตลาด ถนนคนเดินทั้งเมือง กลางวันก็ไปเดินเล่น ขี่จักรยาน ดูกระต่ายที่“วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน” ซึ่งมีกระต่ายเป็นร้อยๆ ตัว คือถ้ามาเชียงคานแล้วต้องมาเที่ยววัดนี้ที่วัดจะมีคอกกระต่าย พอเราเข้าไปมันก็จะมารุมเราเลยครับ เราก็เข้าไปให้อาหาร เดินเล่นในนั้นได้”

เดินชิลที่ถนนคนเดิน “คือเวลาไปเดินถนนคนเดินสิ่งที่ผมว่าน่าสนใจคือ นักดนตรีครับ ผมไปนั่งอยู่กับพี่เขาเป็นชั่วโมงเลย คนที่นั่นให้ความเป็นกันเองมาก ผมไปยืนดูเขา แล้วก็ขอถ่ายรูป นั่งเล่น ร้องเพลงไปกับเขา ได้ไปร่วมแจมกับเขา ทุกคนเฟรนด์ลี่มาก ราคาอาหารก็เท่าที่กรุงเทพฯ แต่จะมีเมนูหนึ่งที่ผมติดใจคือ “ส้มตำด๊องแด๊ง” เด็ดมาก ก็คล้ายๆ ตำซั่ว มีทั้งเส้นขนมจีนและเส้นด๊องแด๊งในจานเดียวกัน รสชาติอร่อยสุดๆ”

รีวิวดีมีความประทับใจ “ก่อนไปเราก็หาข้อมูลในอินเตอร์เนต แล้วก็ไปเจอนี่แหละครับ “บ้านนอกเกตส์เฮ้าท์” เจ้าของที่นี่เขาน่ารักมากๆ แนะนำเราอย่างดี ว่าจะต้องไปที่ไหนบ้าง ร้านอาหารที่ไหนอร่อย เรียกรถให้ตอนเช้า ที่สำคัญปลุกให้เราได้ไปตักบาตรข้าวเหนียว เรียกว่าดูแลดีมากๆ ครับ ประทับใจที่ว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่เขาดูแลเราดีมากๆ”

เมื่อเชียงคานเปลี่ยนไป “ผมว่าคนไปเที่ยวเยอะขึ้น คือเมื่อก่อนถนนคนเดินจะมีนักดนตรีของเขาเอง แล้วก็มีร้านโน้นร้านนี้เปิดให้เราเดินชิล นั่งเล่นกับนักดนตรีได้เลย แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง ก็ด้วยความที่มันดังขึ้น คนก็ไปเยอะขึ้น ตอนที่ผมไปคนยังน้อยอยู่เลย”

มิตรภาพระหว่างทาง “ผมไปกับเพื่อน 4 คนก็ทำให้เราสนิทกับเพื่อนมากขึ้น การไปเที่ยวแบบนี้เหมือนเราต้องพึ่งพากัน ทำให้เรียนรู้นิสัยใจคอกันมากขึ้นไม่เหมือนแค่ปาร์ตี้กันอยู่ในกรุงเทพฯ เราได้อยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน”

เตรียมการทริปหน้า “ต้องอ่านรีวิวเยอะๆ ซื้อโน่นนั่นนี่ล่วงหน้า ซื้อตั๋ว อุปกรณ์ต่างๆ อย่างตอนนั้นผมไป ฟูลมูนปาร์ตี้ เกาะพะงัน เตรียมตัวไม่ดี ไปหาเอาหน้างานตรงนั้นเลย เราก็จะได้ของที่แพง ฉะนั้นจากประสบการณ์ที่ผ่านมา จะไปที่ไหนครั้งหน้าแบบแบ๊กแพ็กแบบนี้ คือต้องเตรียมการดีๆ ครับ เรียกว่าเซฟค่าใช้จ่ายได้ด้วย”

ทริปนอกประเทศในความทรงจำ “เคยสอบชิงทุนไป 2 ประเทศ ไป ซีเรีย กับ จอร์แดน ตอนนั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุ 14 ปี ก็ไปอยู่เดือนครึ่ง เป็นทุนเที่ยวยาวเลย ทุนของโรงเรียนเซนต์คาเบรียล มีเพื่อนสอบติดไปด้วยกัน 3 คน พอไปถึงก็มีไกด์พาเที่ยวอย่างเดียวเลยครับ กลับมาก็ต้องทำรีพอร์ตส่ง คือไปทั้ง 2 ประเทศเลย อย่างละครึ่งเดือน ผมชอบครับ สนุก อาหารก็อร่อย เพราะปกติชอบกินอาหารแขก อาหารอาหรับ โรตี อยู่แล้ว พอไปโน่นกินทุกมื้อเลย ถ้ามีโอกาสกลับไปก็อยากนะ ผมชอบอาหารเขา แต่จะมีปัญหาเรื่องภาษานิดหน่อย ถ้าไม่ใช่คนทำงานท่องเที่ยวเขาจะพูดอังกฤษไม่ค่อยได้”

ยังมีอีกหลายที่อยากไปพิชิต “ปกติผมเป็นคนเที่ยวทะเล แต่อยากไปภูเขานะ ส่วนที่ที่อยากไปมากตอนนี้คือ “วังเวียง” ตอนนั้นแม่ไปแล้วผมไม่ได้ไป ด้วยเพราะไม่ว่าง ก็จะเสียใจนิดๆ เห็นจากรูปที่แม่ไปแล้วน่าไปมาก สวย น้ำใส มีนั่งเรือ มีน้ำตกสวยงาม จุดหมายปลายทางหน้าก็หวังว่าจะได้ไปที่นี่ครับ”

ขอให้หนุ่มทะเลได้ไปเที่ยววังเวียงสมใจแล้วถ้าเจออะไรเด็ดๆ อย่าลืมเก็บมาแชร์กันนะคะ

 

ดาราพาเที่ยว : ‘หลิน-มชณต’ ท่องฟินแลนด์ ตามล่าหาแสงเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/290748

ดาราพาเที่ยว : ‘หลิน-มชณต’ ท่องฟินแลนด์ ตามล่าหาแสงเหนือ

ดาราพาเที่ยว : ‘หลิน-มชณต’ ท่องฟินแลนด์ ตามล่าหาแสงเหนือ

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทริปนี้ทำเอานักแสดงสาว หลิน-มชณต สุวรรณมาศออกอาการปลื้มปริ่ม พอๆ กับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาดจากละครสุดฮอต “หลงไฟ” (จันทร์-อังคาร 20.20 น. GMM25) นั่นเพราะเธอมีโอกาสได้เดินทางไปสัมผัสและเห็นธรรมชาติที่สวยงามของ “แสงเหนือ” ในประเทศฟินแลนด์ ที่น่าจะเป็นทริปในฝันของใครหลายๆ คน ซึ่งครั้งนี้หลินก็บอก “ฝันเป็นจริง”

จุดเริ่มต้นในการตามล่าหาแสงเหนือ “หลินดูพวกคลิป รูปต่างๆ แล้วเรารู้สึกว่ามันมีจริงเหรอ คือยังไงถ้าบอกหิ่งห้อยเราพอนึกออก แต่พอมาเป็นแสง จะมายังไงเป็นเมฆที่มีสีหรือเป็นลม เรานึกภาพไม่ออก ก็เลยอยากไปพิสูจน์ ไม่ได้ตัดสินใจนานเลยด้วย พอคิดว่าจะไป ทุกคนก็เห็นด้วยอยากไป ก็วางแพลนแล้วให้บริษัททัวร์เข้ามาจัดการ ดำเนินการต่างๆ ให้ ไปมา 10 กว่าวันค่ะ บินตรง 13 ชั่วโมง แต่มีบินยิบย่อยในประเทศอีก 5-6 ครั้งเครื่องบินเล็กมาก แล้วเล่นมือถือบนเครื่องได้ด้วย ตื่นเต้นดีค่ะ”

ไม่การันตีว่าจะเจอ แต่ก็ต้องไป “หลินไปช่วงต้นฤดูหนาว คือแสงเหนือจะเจอได้ในวันที่ฟ้าเปิด พื้นก็ต้องมีหิมะตกมานาน วันที่เราไปเป็นวันที่หิมะเพิ่งตกวันแรกเลยไม่ได้เห็น”

เข้าสู่วันที่สองเฝ้ารออย่างใจจดจ่อ “คืนที่สองเห็นแล้วค่ะ เย่ดีใจสุดๆ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่โคตรเจ๋งเลย คือไม่สามารถเมกอัพขึ้นมาได้ ที่เห็นไม่ได้เขียวขนาดนั้นนะแต่เห็นเป็นแบบหวืดๆ ถ่ายรูปออกมาจะเห็นเป็นสีเขียว แต่ตาเราจะเห็นเป็นลำแสงขาวๆ ขึ้นไป ขึ้นมา เดี๋ยวก็มา เดี๋ยวก็ไป แต่การที่เราเห็นคืนนั้น เพราะโชคดีไฟล์ดีเลย์ไปวันหนึ่ง ก็เลยได้เจอ (หัวเราะ) แต่บอกเลยว่าหนาวมาก -30 องศา ตรงที่ออกไปนอกสุดตรงที่มีแสงสว่างหนาวแบบเท้าแข็งจนแสบ”

ในที่สุดก็สมหวัง “พอไปเห็นแล้วก็ถึงบางอ้อค่ะแสงเหนือ เป็นแบบนี้นี่เอง ทำขึ้นมาไม่ได้แน่นอน มันคือธรรมชาติ เจ๋งมาก ซึ่งวันนั้นขึ้นให้เห็นทั้งคืนเลย บ้านที่เรานอนดูก็จะมีตรงที่เป็นโดมเป็นกระจกให้เราได้นอนดูจะมีช่วงที่มาปุ๊บคือ มีมาจากขั้วโลกเหนือกับขั้วโลกใต้เราเห็นจากฝั่งขั้วโลกเหนือก่อน แล้วบังเอิญว่าฝั่งขั้วโลกใต้ผ่านพอดี ก็เลยได้เห็นสองทาง ถ่ายคลิปออกมาดูเป็นของปลอมมากเลย ด้วยความที่ไม่ได้ชัดขนาดนั้น ต้องปรับสปีดให้มันสว่างมากๆ พอลงคลิปไปไม่มีใครรู้ว่าอะไร แต่เราโคตรภูมิใจเลยที่ถ่ายได้ (หัวเราะ) ซึ่งไม่มีใครตื่นเต้นกับเราเลย”

แนะนำสำหรับคนอยากไปดูแสงเหนือ “หลินอยากให้ศึกษาดีๆ ว่าช่วงไหนแสงเหนือจะมี เพราะอย่างของหลินไปก็สุ่มเสี่ยงว่าจะเจอหรือไม่เจอ ซึ่งเราก็แอบเครียดนะว่าจะเจอไหม วางแผนทริปมาตั้งไกล ตั้งชื่อทริปว่า “แสงเหนือ” ถ้าไม่มีแล้วจะกลับมาบอกคนอื่นว่ายังไง แต่โชคดีเจอ (หัวเราะ) อากาศหนาวมากๆเตรียมฮีทเทคเสื้อผ้าดีๆ แล้วจะมีแอพพลิเคชั่นหนึ่งสำหรับคนที่จะไปดู ก็โหลดไว้ เพราะถ้าจะมีแสงเหนือผ่าน มันจะขึ้นเตือนเราในมือถือ ที่สำคัญต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม การเดินบนหิมะเหมือนเดินบนทราย ทั้งหนาวและลำบาก วางแผนดีๆ แล้วไปค่ะ”

ทริปต่อไปที่อยากตะลุย “ประเทศตุรกี เขาบอกว่าเหมือนมีคนไปสร้างบ้านอยู่ในถ้ำ เข้าไปในถ้ำจะมีหลายชั้นมาก คือคนสมัยก่อนสร้างไว้ เหมือนว่าชั้นนี้เป็นครอบครัว อีกชั้นเป็นโรงม้ามีม้าอยู่ได้นะ แล้วก็จะมีทางออกสำหรับม้าอีกทางหนึ่ง ถัดลงไปอีกก็จะเป็นห้องเก็บของสต๊อกตุนครัว อารมณ์กึ่งบ้านดินสมัยก่อน มีทางมุดเข้าไปลึกๆ จนเข้าไม่ได้แล้วเพราะดินเริ่มเยอะ บางอันแคบไปแล้วเพราะหินบีบตัวกัน เพื่อนไปมาแล้วเล่าให้ฟังจนอยากไปเห็นเองด้วยตาจริงๆ ว่ามีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ”

การผจญภัยไม่มีที่สิ้นสุด “อีกที่ที่อยากไป คือ “เซาท์แอฟริกา” ซึ่งเป็นที่แรกที่รู้สึกว่าอยากไปมาก อยากไปดูสัตว์ นั่งรถแล้วเสือวิ่งผ่าน กลัวนะแต่ดูแล้วสนุกดี เห็นยีราฟยืนชูคออะไรแบบนี้ หลินเป็นคนชอบดูสัตว์ เวลาไปต่างประเทศอยากไปสวนสัตว์มากเลยนะ ชอบทุกสัตว์ โดยเฉพาะลิง (หัวเราะ) มีความสุข ซึ่งทุกครั้งที่ไปเชียงใหม่ต้องไปเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ไปตลอด ไม่รู้ทำไม (หัวเราะ) ชอบมากๆ ค่ะ”

ทริปส่งท้าย…ลำบากแต่อยากไป “ตอนนั้นไปเชียงใหม่ค่ะ ตกบันไดขาเจ็บ ใส่เฝือกแต่เราจองตั๋วไว้แล้วล่วงหน้า เตรียมทุกอย่างกับเพื่อนไว้แล้ว ยังไงก็ต้องไป พอถึงเชียงใหม่ก็นอนบ้านน้องนท เดอะสตาร์ (นท พนายางกูร) นัดเจอรุ่นพี่ที่นั่นด้วย แล้วก็ขึ้นไปเชียงดาวซึ่งปกติก็จะไม่ค่อยได้ขึ้นดอยนะ ถ้าไปเชียงใหม่ หลินจะชอบแบบนั่งร้านชิลๆ ชอบอยู่แถวในเมือง แต่วันนั้นก็ขอหมอใส่แอร์ล็อกเกอร์รองเท้าที่เดินได้ บวกกับใช้ไม้ค้ำเดินอยู่แถวนิมมานเหมินทร์ เดินกินข้าวซอยหาอาหารอร่อยกินร้านนั้นร้านนี้ไปทั่วในขณะที่ขากะเผลก แล้วพอขึ้นไปบนดอยก็นอนบ้านไม้ไผ่ ห้องน้ำก็อยู่ไกล หนาว ฝนตกก็สนุกดีนะ แต่โคตรลำบากเลย (หัวเราะ) ข้างบนสวยดีค่ะเห็นหมอกอยู่ระดับเอว เหมือนในหนังเลย อากาศดีมาก เป็นทริปที่ลำบากแต่สนุก รู้สึกเชียงใหม่ไม่เหมือนเดิมก็เพระขาเรานี่แหละ”

เห็นแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้จริ๊งจริง เพราะแต่ละที่ที่หลินได้ไปสวยๆ ทั้งนั้น ว่าแต่ทุกอุปสรรคของการเที่ยว ไม่เป็นผลกับหลินเลยสักนิด เพราะมีคนดูแลดีด้วยหรือเปล่าคะ!?

เหยินหยาง