“แอปเปิล”เตรียมประกาศปรับลดราคาไอโฟน หลังยอดขายร่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/578671

  • วันที่ 30 ม.ค. 2562 เวลา 17:56 น.

"แอปเปิล"เตรียมประกาศปรับลดราคาไอโฟน หลังยอดขายร่วง

“ทิม คุก” เผยแอปเปิลเตรียมประกาศลดราคาไอโฟนเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 12 ปี หลังเผชิญกับยอดขายตกต่ำในหลายประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทแอปเปิล อิงค์ ได้ยอมรับว่า แอปเปิลมีแผนที่จะปรับลดราคาไอโฟน ซึ่งการปรับลดราคาครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 12 ปี นับตั้งแต่มีการเปิดตัวไอโฟนออกสู่ท้องตลาด

อย่างไรก็ดี แอปเปิลยังไม่ได้ประกาศว่าจะมีการปรับลดราคาไอโฟนรุ่นใด, เมื่อใด และในประเทศใด

ทั้งนี้ การปรับลดราคาดังกล่าว จะมีผลสำหรับตลาดภายนอกสหรัฐ โดยแอปเปิลจะปรับโครงสร้างราคาให้มีการตั้งราคาโดยอิงกับสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศต่างๆ แทนที่จะอิงกับดอลลาร์ซึ่งแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่แอปเปิลจะรับภาระปัจจัยการแข็งค่าของดอลลาร์ แทนที่จะผลักภาระให้ลูกค้า

นักวิเคราะห์ระบุว่า การที่แอปเปิลอาศัยกลยุทธ์การปรับลดราคาในครั้งนี้ เนื่องจากบริษัทกำลังเผชิญกับยอดขายไอโฟนที่ตกต่ำในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในจีน ซึ่งที่ผ่านมา การที่แอปเปิลตั้งราคาไอโฟนโดยอิงกับค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งแข็งค่าขึ้น 10% ในปีที่แล้ว ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลมีราคาแพงกว่าคู่แข่ง

‘บัซซี่บีส์’รุก ขยายลูกค้า คอนซูเมอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/578595

  • วันที่ 30 ม.ค. 2562 เวลา 10:30 น.

'บัซซี่บีส์'รุก ขยายลูกค้า คอนซูเมอร์

โพสต์ทูเดย์ – บัซซี่บีส์ตั้งทีมมาร์เก็ตติ้ง แอคทิเวชั่น ตอบสนองความต้องการลูกค้าทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งครบวงจร

น.ส.ณัฐธิดา สงวนสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง บัซซี่บีส์ (Buzzebees) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งด้านลอยัลตี้โปรแกรมและการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเพื่อต่อยอดจากซีอาร์เอ็ม เนื่องจากปัจจุบันบัซซี่บีส์มีฐานข้อมูลของลูกค้าเป็นบิ๊ก ดาต้าที่สามารถนำมาต่อยอดให้กับลูกค้าในการทำการตลาดอย่างครบวงจร

ทั้งนี้ ล่าสุดบัซซี่บีส์ได้แตกทีมงานใหม่ภายใต้ชื่อ มาร์เก็ตติ้ง แอคทิเวชั่น เพื่อพัฒนาโซลูชั่นการตลาดตามความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่การทำดาต้า อะนาไลติกส์ จนถึงการทำมาร์เก็ตติ้ง โดยใช้ข้อมูลและเครื่องมือในการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่มีอยู่ ตลอดจนแพลตฟอร์มต่างๆ ของ บัซซี่บีส์

นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัวแพลตฟอร์มสำหรับตลาดกลุ่มคอนซูเมอร์โปรดักต์อย่างต่อเนื่อง จะเริ่มทยอยเปิดตัวแพลตฟอร์มตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. 2562 นี้เป็นต้นไป โดยจะเริ่มจากเนสท์เล่และฟิลิปส์ ไลต์ติ้งซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาบนไลท์แอพพลิเคชั่นทำให้ใช้งานง่ายและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

“ก่อนหน้านี้ บัซซี่บีส์ได้พัฒนาและออกแบบให้กับ A+ Genius Baby ของมี้ด จอห์นสัน และสิงห์รีวอร์ดของน้ำดื่มสิงห์ ซึ่งแคมเปญต่างๆ บนแพลตฟอร์มสามารถกระตุ้นยอดขายได้เพิ่มมากขึ้น” น.ส.ณัฐธิดา กล่าว

ขณะเดียวกันยังพบว่านวัตกรรมการพิมพ์โค้ดในรูปแบบต่างๆ บนแพ็กเกจจิ้ง สามารถตอบรับกับการสร้างลอยัลตี้ แพลตฟอร์มบนแพลตฟอร์มดิจิทัลของบัซซี่บีส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้นักการตลาดสามารถเรียนรู้ได้ว่าใครเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง โดยแบรนด์ไม่จำเป็นต้องทุ่มงบการตลาดมหาศาลในทุกๆ ครั้ง

ปัจจุบันบัซซี่บีส์ให้บริการโซลูชั่นครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบพัฒนาแพลตฟอร์มซีอาร์เอ็ม พริวิเลจ การเชื่อมโยงระบบไอทีหลังบ้านให้ การชำระเงินผ่านระบบวอลเล็ต เพย์เมนต์ การติดต่อกับร้านค้ามากกว่า 2,000 ร้านค้า จัดหาสิทธิประโยชน์พริวิเลจต่างๆ ฯลฯ โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2561 ที่มีรายได้รวมเกือบ 700 ล้านบาท โดยกลุ่มลอยัลตี้โปรแกรมยังเป็นกลุ่มสร้างรายได้หลัก

ยุทธศาสตร์ทวิตเตอร์ โหมวิดีโอสตรีมมิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/578575

  • วันที่ 30 ม.ค. 2562 เวลา 06:29 น.

ยุทธศาสตร์ทวิตเตอร์ โหมวิดีโอสตรีมมิ่ง

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ทวิตเตอร์ในไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้งานโตเร็วที่สุดในโลก โดยผลสำรวจปี 2560-2561 ในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยมีอัตราการใช้โตเร็วที่สุดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเมื่อเทียบไตรมาสที่ผ่านมาโต 35% ทวิตเตอร์จึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่น่าจับตามองสำหรับการทำตลาด

อาร์วินเดอร์ กูจรัล กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ทวิตเตอร์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ทวิตเตอร์เป็นโซเชียลมีเดียที่มีความแตกต่างกับโซเชียลมีเดียอื่นๆ เพราะเป็นการสร้างคอนเทนต์ที่ตนเองมีความสนใจและทำให้เกิดคอมมูนิตี้ของกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน โดยพบว่าการใช้งาน ทวิตเตอร์ของประเทศไทยเป็นผู้หญิง 51% และเป็นผู้ชาย 49% โดยที่เอนเตอร์เทนเมนต์เป็นเซ็กเมนต์ที่คนทวีตมาก ที่สุด อย่างกระแสเคป๊อป คนไทยทวีต 800 ล้านทวีต ส่วนทั่วโลก 5,200 ล้านทวีต

ทั้งนี้ กลยุทธ์การสร้างทวิตเตอร์ ให้เป็นเครื่องมือเข้าถึงลูกค้า บริษัทได้ จับมือร่วมกับพันธมิตรทางด้านคอนเทนต์ทั่วโลก 1,000 ราย อาทิ วันแชมเปี้ยน เอ็นบีเอ เปิดฟีเจอร์อินสตรีมวิดีโอ สปอนเซอร์ชิปนำรายการทีวีมาเสริมความแข็งแกร่ง โดยใช้บิ๊กดาต้าวิเคราะห์ และนำเสนอคอนเทนต์รูปแบบเพอร์ ซันนัลไลซ์ ซึ่งในไทยมีพันธมิตร 10 ราย อาทิ เวิร์คพอยท์ และเปิดพื้นที่ลงโฆษณา โดยให้ผู้ชมต้องรับชมโฆษณาระยะเวลาไม่เกิน 2 นาที ก่อนที่จะได้รับชมคอนเทนต์

นอกจากนี้ ในสหรัฐอเมริกากำลังอยู่ระหว่างทดลอง เป็นการถ่ายทอดสดบุคคลที่ชื่นชอบจากกล้อง 360 องศา ถ่ายทอดสดนักกีฬาบาสเกตบอลคนเดียวตลอดเวลา เพื่อให้การรับชมคอนเทนต์แตกต่างจากคู่แข่ง สำหรับการทำตลาดหรือการสร้างแบรนด์เข้าถึงกลุ่มมิลเลนเนียล คอนเทนต์วิดีโอเป็นเครื่องมือ ที่สำคัญ และควรนำมาใช้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีหลายแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น ผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอสเอ็มอี ก็ใช้ทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือและซื้อโฆษณา

กูจรัล กล่าวว่า สำหรับทวิตเตอร์ เป็นเครื่องมือตัวแรกที่สินค้าจะใช้สำหรับการเปิดตัวสินค้า ข้อดีของทวิตเตอร์ คือ ไม่จำเป็นต้องมีคนติดตามเป็นจำนวนมาก แต่สินค้าต้องเอนเกจโดยการสนทนากับคนตลอดเวลา ด้านปัญหาเรื่อง ของเฟกนิวส์หรือข่าวปลอม ได้จับมือร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ พร้อมกับมีแมชีนเลิร์นนิ่งและเอไอคอยตรวจสอบ ที่จะลบทวีตออกไป ซึ่งบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการซื้อกิจการบริษัทที่ดูแลในเรื่องดังกล่าว

ขณะที่ในปี 2561 แฮชแท็กยอดนิยมในไทย การอัพเดทเรื่องราวของไอดอล ศิลปิน และบทสนทนาเกี่ยวกับรายการทีวีที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ได้แก่ 1.#got7 2.#เป๊กผลิตโชค 3.#wannaone ส่วนแบรนด์ที่ใช้ทวิตเตอร์เป็นแพลตฟอร์ม และทำให้มีผู้มาติดตามและเชื่อมต่อกับศิลปินคนโปรด ตั้งแต่การทำไวรัลคลิป ทำคอนเทนต์ออนไลน์ บริหารจัดการคอมมูนิตี้ เอไอเอส วีโว่ และซัมซุง กาแล็คซี่ ส่วนกระแสที่คนไทยให้ความสนใจในขณะนี้ การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น และฝุ่นละออง PM2.5

การใช้ทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือในการทำตลาดนั้น จะช่วยทำให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มมิลเลนเนียลได้เป็นอย่างดี ส่วนคอนเทนต์ที่ดึงดูดความน่าสนใจคงหนีไม่พ้นในวงการเอนเตอร์เทน จะช่วยปักธงการทำตลาดแบรนด์ให้ดียิ่งขึ้น

กรณีศึกษาสังคมไร้เงินสดในจีนและไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/578472

  • วันที่ 29 ม.ค. 2562 เวลา 11:40 น.

กรณีศึกษาสังคมไร้เงินสดในจีนและไทย

เรื่อง ธนาวัฒน์

ประเทศจีน

หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคำร่ำลือถึงสังคมไร้เงินสดของประเทศจีน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ที่ว่ากันว่าสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องพกเงินสดหรือเครดิตการ์ด เพราะธุรกรรมการเงินทั้งในโลกออนไลน์ หรือแม้กระทั่งออฟไลน์นั้นสามารถทำผ่านมือถือได้แทบทุกที่ โดยสองส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ออนไลน์เพย์เมนต์ประสบความสำเร็จในประเทศจีนนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบอินเทอร์เน็ตและการตอบรับของผู้ใช้งาน

จากรายงานของรัฐบาลจีนและข่าวจาก China Internet Watch กล่าวว่า มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 731 ล้านคน เฉพาะในส่วนของแผ่นดินใหญ่ 95.1% ของทั้งหมดใช้งานมือถือ และในปี 2559 มีผู้ใช้งานออนไลน์เพย์เมนต์จำนวน 469 ล้านคน โดย 50.3% เป็นการซื้อสินค้าในร้านออฟไลน์ และจากข้อมูลในไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 พบว่าออนไลน์เพย์เมนต์ในจีนนั้น ธุรกรรมกว่าครึ่งอยู่บนอี-วอลเล็ต นำโดย Alipay และ We Chat (โดย Tencent) และอีก 23% เป็นเครดิตการ์ดโดย Union Pay

เป็นที่น่าสังเกตว่าการใช้งานเครดิตการ์ดอย่างวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดในประเทศจีนนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมเมื่อเทียบกับอี-วอลเล็ต อย่าง Alipay และ We Chat ทั้งนี้เป็นเพราะผู้บริโภคและร้านค้าในจีนต่างให้ความไว้ใจว่าการใช้โมบายเพย์เมนต์เป็นช่องทางที่ปลอดภัยและสะดวก ในส่วนของร้านค้าเองต่างก็เห็นประโยชน์เพราะการมีเงินสดในร้าน ดูจะไม่ค่อยปลอดภัยนัก และการรับเงินผ่านออนไลน์เพย์เมนต์ทำให้ได้เงินเข้าบัญชีและสามารถโอนเงินข้ามบัญชีได้โดยมีค่าธุรกรรมที่น้อยกว่าอีกด้วย

ประเทศไทย

กลับมาที่ประเทศไทยบ้าง ด้วยระบบอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงประชาชนในประเทศมากขึ้น รวมทั้งการสนับสนุนของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อสร้างสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ในเมืองไทย ทำให้เราเห็นการให้บริการอี-วอลเล็ตหลายเจ้าของทั้งส่วนธนาคารและเอกชน

จากรายงานของ Statista ในช่องทางการชำระเงินบนการซื้อขายอี-คอมเมิร์ซ ธุรกรรมส่วนใหญ่ในปี 2560 อยู่บนเครดิต/เดบิตการ์ด แต่สัดส่วนของการใช้งาน อี-วอลเล็ตนั้นมีจำนวนสูงขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2561 และคาดการณ์ว่า 42% ของมูลค่าการซื้อขายบนอี-คอมเมิร์ซจะเป็นธุรกรรมผ่านอี-วอลเล็ต ในขณะที่การโอนเงินผ่านธนาคารอยู่ในระดับคงที่และการใช้ Cash on Delivery จะลดลง

โดยเฉพาะอี-วอลเล็ตมีข้อมูลจากแบงก์ชาติว่ามีผู้ให้บริการในประเทศไทยแล้วถึง 30 รายครอบคลุมหลายสินค้าและบริการ ทั้งยังมีอี-วอลเล็ตจากต่างชาติจากจีน ซึ่งสามารถชำระค่าสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างกูร์เมต์มาร์เก็ต อย่างไรก็ตามการรับชำระเงินผ่านอี-วอลเล็ตนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแต่ร้านค้าเจ้าใหญ่ แม้แต่ร้านค้าปลีกขนาดย่อยอย่างในตลาดนัดจตุจักร ก็มีการตั้งป้ายคิวอาร์โค้ดเพื่อรับชำระเงินเช่นกัน

ด้วยจำนวนที่มากขึ้น ผู้ให้บริการอี-วอลเล็ตในประเทศต่างก็มีโจทย์ในการสร้างแพลตฟอร์มของตัวเองให้ได้รับความนิยมมากที่สุด หนึ่งในกลยุทธ์คือ การสร้างพันธมิตรกันในกลุ่มธุรกิจ เพื่อขยายฐานลูกค้า เช่น แรบบิท-ไลน์-ไลน์เพย์

ไม่เพียงแค่ได้รับประโยชน์จากการรับบริการชำระเงินผ่านแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ผู้ให้บริการยังสามารถเสนอบริการด้านอื่นๆ สู่ผู้บริโภค รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้อีกด้วย เช่น การเข้าร่วมของเครือโรงพยาบาลสมิติเวชกับแรบบิท ไลน์เพย์ ด้วยช่องทางไลน์ออฟฟิศเชียลแอ็กเคานต์ ของโรงพยาบาล ผู้ใช้งานสามารถได้รับข้อมูล ข่าวสาร และการบริการเมื่ออยู่ในโรงพยาบาล เป็นต้น

อีกสิ่งที่สำคัญของการรักษาแพลตฟอร์มให้ยั่งยืน คือการดูแลให้ระบบมีความปลอดภัยและมีเสถียรภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในภาคเจ้าของธุรกิจและผู้บริโภคเองด้วย

รัฐ-เอกชนทดลอง5จี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/578463

  • วันที่ 29 ม.ค. 2562 เวลา 08:24 น.

รัฐ-เอกชนทดลอง5จี

กระทรวงดิจิทัลฯ เตรียมอีโคซิสเต็มรับ 5จี พิจารณาคลื่น 3.5-26 กิกะเฮิรตซ์ ถกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หัวเว่ยทุ่ม 160 ล้าน ผุดสนามทดสอบ

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า การส่งเสริมการใช้งาน 5จี ให้เติบโต ต้องอาศัยอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่ง ทางกระทรวงจะพิจารณาการจัดสรรคลื่น ความถี่ 3.5 กิกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ ขณะที่ผู้ให้บริการเชื่อมต่อเข้ากับเครื่อข่ายอินเทอร์เน็ต กำลังหารือการตั้งเสาสัญญาณ 5จี ว่าจะร่วมกันแชร์เสาสัญญาณหรือว่าเป็นรูปแบบแต่ละรายลงทุนเอง

ขณะที่โครงการสนามทดสอบ 5จี Testbed ของหัวเว่ย จัดตั้งขึ้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จะเป็นศูนย์ทดสอบแอพพลิเคชั่น รองรับ 5จี ซึ่งมีหน่วยงานรัฐและธุรกิจที่จะเข้าไปทดสอบ 10-20 ราย อาทิ กระทรวงสาธารณสุข และบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ขณะที่ฝั่งโทรคมนาคม โนเกีย อีริคสัน ก็อยู่ระหว่างทดสอบ 5จี ไปพร้อมกัน

นายเจมส์ อู๋ ประธานบริหาร หัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท หัวเว่ย กล่าวว่า ได้ลงทุน 160 ล้านบาท พัฒนาสนามทดสอบ 5จี ที่ อ.ศรีราชา โดยออกแบบเพื่อใช้เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะ เป็นแกนหลักสำคัญเชื่อมต่ออุปกรณ์พันล้านชิ้น เกิดการใช้ ไอโอที เอไอ คลาวด์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ขับเคลื่อนไทยสู่ยุคดิจิทัลและดิจิทัลฮับในภูมิภาค

‘ดีแทค’ขาดทุน4.3พันล้าน ตั้งสำรองยอมจ่ายยุติข้อพิพาท กสท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/578460

  • วันที่ 29 ม.ค. 2562 เวลา 08:08 น.

'ดีแทค'ขาดทุน4.3พันล้าน ตั้งสำรองยอมจ่ายยุติข้อพิพาทกสท

ดีแทคปิดปี 2561 พลิกขาดทุน 4,300 ล้าน ยอมเจ็บตั้งสำรองยุติข้อพิพาท กสทฯ 9,500 ล้าน ตั้งงบลงทุนปีนี้ 1.3 หมื่นล้าน แจกปันผลเหมือนเดิม

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทมีผลดำเนินงานขาดทุนสุทธิ 4,363.69 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 1.85 บาท แย่ลงกว่า 300% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,114.97 ล้านบาท มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.89 บาท ทั้งนี้เป็นผลมาจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

โดยบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 1.56 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% จากปีก่อน เป็นผลจากการระงับข้อพิพาทกับบริษัท กสท โทรคมนาคม (CAT) เพราะถ้าหากไม่มีรายการนี้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลง

ทั้งนี้ ก่อนหน้าบริษัทแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ยอมยุติข้อพิพาทที่มีอยู่กับ กสทฯ ด้วยการยอมจ่ายผลตอบแทนให้เป็น 9,500 ล้านบาท ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์คาดกันว่าดีแทคจะขาดทุนในปีนี้จาก การตั้งสำรองการจ่ายผลตอบแทนให้ กสทฯ

นายดิลิป ปาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงินของดีแทค กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะใช้เงินลงทุนในช่วง 1.3-1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าให้ดีขึ้น รวมทั้งมีความปรารถนาที่จะกลับมาเติบโต พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปี 2561 รายได้จากการให้บริการของบริษัทยังคงได้รับผลกระทบจากการแข่งขันในตลาดที่อยู่ในระดับสูง ในขณะที่ความไม่แน่นอนในประเด็นเรื่องการหมดอายุสัญญาสัมปทานได้ส่ง ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งส่งผลให้ รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อ โครงข่ายในปี  2561 ลดลง 2.8% จากปีก่อน และอีบิตดาอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.7% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่ เป็นผลกระทบจากรายได้จากการให้บริการที่ลดลง รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายในการโรมมิ่ง 4จี บนโครงข่ายคลื่นความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ ที่จ่ายให้กับบริษัท ทีโอที และค่าใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์โทรคมนาคมที่จ่ายให้ กสทฯ

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2561 บริษัทมีฐานลูกค้ารวมอยู่ที่ 21.2 ล้านเลขหมาย ลดลงกว่า 1.5 ล้านเลขหมายจากปีก่อนอันเป็นผลจากการลดลงของฐานลูกค้าระบบเติมเงิน ในขณะที่การเติบโตของฐานลูกค้าระบบรายเดือนช่วยชดเชยได้บางส่วน โดยฐานลูกค้าระบบเติมเงินมีจำนวนอยู่ที่ 15.1 ล้านเลขหมาย ลดลงกว่า 1.9 ล้านเลขหมายจากปีก่อน อันเป็นผลจากการแข่งขันในตลาดที่อยู่ในระดับสูงและการเปลี่ยนลูกค้าจากระบบเติมเงินเป็นระบบรายเดือน ในขณะที่ฐานลูกค้าระบบรายเดือนมีจำนวนเพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ระดับ 6.1 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 0.4 ล้านเลขหมายจากปีก่อน และแนวโน้มฐานลูกค้ารวมของบริษัทในไตรมาส 4 ปี 2561 เริ่มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา และยืนยันจ่ายปันผลคงเดิม

หุ้น DTAC ปิด 43 บาท ลดลง 0.75 บาท

มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก กับโมเดลธุรกิจเฟซบุ๊ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/578451

  • วันที่ 29 ม.ค. 2562 เวลา 06:26 น.

มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก กับโมเดลธุรกิจเฟซบุ๊ก

มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก อธิบายถึงหลักการที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินธุรกิจของเฟซบุ๊ก

ปีนี้เป็นปีที่เฟซบุ๊กครบรอบ 15 ปี เติบโตจากพื้นที่ในรั้วมหาวิทยาลัยมาสู่การให้บริการกับผู้คนจำนวนกว่าครึ่งที่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่ง มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ได้อธิบายถึงหลักการที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินธุรกิจของเฟซบุ๊ก

ตอนที่เริ่มก่อตั้งเฟซบุ๊ก ซัคเกอร์เบิร์กแค่รู้ว่าสามารถค้นหาทุกสิ่งทุกอย่างได้บนอินเทอร์เน็ต ยกเว้นอย่างหนึ่งที่สำคัญที่สุดที่ยังไม่เจอนั่นก็คือคน จึงสร้างการบริการที่ทำให้คนสามารถใช้เพื่อเชื่อมต่อและเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ หลายปีผ่านไปผู้คนหลายพันล้านคนค้นพบว่าสิ่งนี้มีประโยชน์และสร้างบริการต่างๆ เพิ่มเติมที่ผู้คนทั่วโลกใช้ทุกวัน

“ผมเชื่อว่าทุกคนควรมี ‘เสียง’และความสามารถในการเชื่อมต่อกันได้ หากเรามุ่งมั่นที่จะให้บริการของเราสามารถเข้าถึงทุกคน เราจำเป็นต้องมีบริการที่ทุกคนสามารถหามาใช้ได้ และวิธีที่ดีที่สุดก็คือการนำเสนอบริการนั้นโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งโฆษณาจะเป็นกลไกที่สามารถเอื้อให้เราทำเช่นนั้นได้สำเร็จ” ซัคเกอร์เบิร์ก กล่าว

ขณะที่การทำโฆษณาออนไลน์ทำให้สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดและมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น นี่คือสิ่งสำคัญว่าทำไมเฟซบุ๊กจึงนำเสนอทุกอย่างให้มีความโปร่งใสและทุกคนสามารถควบคุมเองได้ว่าต้องการจะเห็นโฆษณาชิ้นใด ทุกคนมีตัวเลือกในการจัดข้อมูลที่ใช้สำหรับการโฆษณา อีกทั้งยังสามารถบล็อกหรือป้องกันไม่ให้ผู้โฆษณาเข้าถึงได้ รวมถึงสามารถตั้งค่าเพื่อให้ได้รับเฉพาะโฆษณาที่สนใจ

ในการทำธุรกรรมทั่วไป แพลตฟอร์มนี้ทุกคนได้ใช้บริการเฟซบุ๊กโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ขณะที่เฟซบุ๊กจะไปทำงานร่วมกับผู้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ผู้ใช้สามารถเชื่อมโยงได้ รวมทั้งยืนยันว่าเฟซบุ๊กไม่เคยขายข้อมูลของผู้ใช้ โดยมองว่า การขายข้อมูลของผู้ใช้นั้นเป็นสิ่งที่ขัดแย้งและบ่อนทำลายตัวธุรกิจของเฟซบุ๊ก เพราะมันเป็นการทำลายความไว้วางใจและลดมูลค่าของการบริการที่เสนอให้กับผู้โฆษณา แรงจูงใจที่สำคัญยิ่งของเฟซบุ๊กคือ การปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงได้

อีกหนึ่งคำถามที่เกิดกับเฟซบุ๊ก คือ ปล่อยให้มีเนื้อหาที่อันตรายหรือสร้างความแตกแยก เพราะว่ามันทำให้คนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นใช่หรือไม่ คำตอบก็คือไม่ ผู้คนไม่ต้องการเห็นเนื้อหาในลักษณะนี้ ผู้โฆษณาก็ไม่ต้องการให้แบรนด์ไปเฉียดใกล้เนื้อหาเหล่านี้ สาเหตุเดียวที่ยังเห็นเนื้อหาที่ไม่ดีนี้ปรากฏอยู่เพราะผู้คนและระบบเอไอที่ใช้ในการตรวจสอบยังต้องพัฒนาและปรับปรุง

ท้ายที่สุดอีกคำถามที่สำคัญ คือ โมเดลโฆษณาแบบนี้กระตุ้นให้บริษัทแบบเราใช้และเก็บข้อมูลมากเกินกว่าที่เราควรจะทำเพื่อให้บริการแก่ผู้บริโภคหรือไม่ ในกรณีนี้เราใช้และเก็บข้อมูลบางประเภทเพื่อที่จะได้แสดงโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ ซึ่งเป็นวิธีการที่โฆษณาออนไลน์ส่วนมากทำกัน แต่สำหรับเฟซบุ๊กข้อมูลส่วนใหญ่ถูกเก็บเพื่อวัตถุประสงค์ในการวัดผลด้านความปลอดภัยและพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อการทำให้โฆษณาเชื่อมโยงกับผู้ใช้เท่านั้น

ท้ายที่สุด ซัคเกอร์เบิร์กย้ำว่าเชื่อในหลักการที่สำคัญที่สุดเรื่องการจัดการข้อมูล คือ ความโปร่งใส โอกาสในการเลือกและการควบคุม เฟซบุ๊กจึงจำเป็นต้องปกป้องการนำระบบโฆษณาไปใช้ในทางที่ผิด มีความชัดเจนในวิธีการที่นำข้อมูลมาใช้ และทำให้ง่ายสำหรับคนทั่วไปในการควบคุมข้อมูลของพวกเขาเอง อีกทั้งมีกฎระเบียบที่รอบคอบและชัดเจนว่าบริษัทต่างๆ ควรจะต้องทำอะไร หากเป็นผู้ถือครองข้อมูลของผู้ใช้

ปัจจุบันมีธุรกิจขนาดเล็กกว่า 90 ล้านธุรกิจที่อยู่บนเฟซบุ๊ก ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งต่อเฟซบุ๊ก ธุรกิจเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีกำลังจ่ายมากพอในการซื้อโฆษณาทางโทรทัศน์หรือป้ายโฆษณาต่างๆ แต่วันนี้สามารถเข้าถึงเครื่องมือเดียวกันนี้ที่เมื่อก่อนมีแต่บริษัทใหญ่ๆ สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเฟซบุ๊กถือว่าเป็นการสร้างโอกาสที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากธุรกิจขนาดเล็กช่วยสร้างงานและสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจทั่วโลก

ประมูลเบอร์สวย กสทช.กวาดเงินเข้ารัฐเกือบ30ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/578280

  • วันที่ 26 ม.ค. 2562 เวลา 20:35 น.

ประมูลเบอร์สวย กสทช.กวาดเงินเข้ารัฐเกือบ30ล้าน

กสทช.สรุปผลการประมูลเบอร์สวยครั้งแรกของปีทำรายได้เข้ารัฐเกือบ 30 ล้าน

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) รายงานว่า การประมูลเลขหมายสวยครั้งที่ 1/2562 ในวันที่ 26 ม.ค. ได้สิ้นสุดในเวลา 19.45 น. โดยใช้เวลารวมทั้งสิ้น 10.30 ชั่วโมง ซึ่งวันนี้สำนักงาน กสทช. สามารถนำเลขหมายมาประมูลได้ 316 เลขหมาย จาก 999 เลขหมาย โดยมีผู้ประมูลเลขหมายสวยทั้งสิ้น 198 เลขหมาย คิดเป็นเงินรวม 29,238,910 บาท สำหรับเลขหมายที่มีการประมูลสูงสุด ได้แก่ เลขหมาย 099-888-9999 ในราคา 1,645,000 บาท

สำหรับหมายเลขที่มีรอบการประมูลสูงสุด ได้แก่ หมายเลข 090-999-9990 คิดเป็นรอบการประมูล 121 รอบ ทั้งนี้เลขหมายที่เหลือสำนักงาน กสทช. จะนำมาประมูลในครั้งต่อไป

ไลน์สติ๊กเกอร์รุกโมบายแบงก์ ยันไม่ออกคอนเทนต์เลือกตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/578104

  • วันที่ 25 ม.ค. 2562 เวลา 05:50 น.

ไลน์สติ๊กเกอร์รุกโมบายแบงก์ ยันไม่ออกคอนเทนต์เลือกตั้ง

ไลน์รุกธุรกิจสติ๊กเกอร์รองรับการชำระเงินโมบายแบงก์กิ้ง หวังได้ผู้ซื้อใหม่เพิ่ม 30%

นายกณพ ศุภมานพ ผู้อำนวยการธุรกิจสติ๊กเกอร์ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า กลยุทธ์การตลาดของธุรกิจไลน์สติ๊กเกอร์ในปีนี้จะให้ความสำคัญกับ ช่องทางการชำระเงินด้วยโมบายแบงก์กิ้ง โดยคาดว่าจะมีผู้ซื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 30% โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ที่ผลิตคอนเทนต์ รวมถึงการทำลอยัลตี้โปรแกรมเพื่อสร้างความผูกพันระหว่างผู้ใช้สติ๊กเกอร์

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจสติ๊กเกอร์มีการเติบโตเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มประเทศผู้ใช้งานสติ๊กเกอร์ไลน์สูงสุด 4 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย และอินโดนีเซีย โดยจำนวนผู้ซื้อสติ๊กเกอร์สูงขึ้น 28% ยอดการส่งสติ๊กเกอร์เฉพาะแบบจำหน่ายสูงกว่า 1 หมื่นล้านครั้ง หรือเฉลี่ยวันละ 31 ล้านครั้ง โดยจากการเก็บสถิติการส่งสติ๊กเกอร์ช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่ามีการส่งสติ๊กเกอร์ทั้งใน รูปแบบที่มีการจำหน่ายและแจกฟรีโดยแบรนด์ต่างๆ รวม 2 วัน ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2561-1 ม.ค. 2562 สูงกว่า 252 ล้านครั้ง โดยเฉพาะวันที่ 1 ม.ค. มีการส่งตลอด 24 ชั่วโมงกว่า 157 ล้านครั้ง หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 6.5 ล้านครั้ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 51% ขณะที่ในช่วงวันที่ 1 กับวันที่ 16 ของทุกเดือน ซึ่งตรงกับวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล จะมีการใช้สติ๊กเกอร์ที่มีปริมาณการใช้งานสูงมากกว่าปกติ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าสติ๊กเกอร์เป็นเครื่องมือการสื่อสารยอดฮิต นอกจากจะใช้แทนคำพูดแบบไม่ต้องพิมพ์ยาว ยังช่วยสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้เข้าใจและชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันสติ๊กเกอร์เป็นท็อป 3 รายได้หลักของไลน์ ร่วมกับเกมและโฆษณาที่สร้างรายได้ โดยมีสติ๊กเกอร์ให้เลือก 1.4 ล้านชุด เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8 เท่าตัว โดยสติ๊กเกอร์ 90% เป็นภาพนิ่ง อีก 10% เป็นภาพเคลื่อนไหว สัดส่วนผู้ซื้อ 35% เป็นผู้ชาย อีก 65% เป็นผู้หญิง โดยมีสติ๊กเกอร์มากกว่า 15 ชุด/คน ในปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มจำนวนครีเอเตอร์ 50% จากจำนวนครีเอเตอร์ทั้งหมดราว 4.2 แสนคน มีผู้ใช้งานที่แอ็กทีฟจำนวน 44 ล้านยูสเซอร์

นายกณพ กล่าวว่า ไลน์ยังปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะไม่ออกสติ๊กเกอร์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือสนับสนุนพรรคการเมือง

กูเกิลจับมือสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์เพิ่มขั้นตอนตรวจสอบ “ข่าวจริง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/578091

  • วันที่ 24 ม.ค. 2562 เวลา 18:38 น.

กูเกิลจับมือสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์เพิ่มขั้นตอนตรวจสอบ "ข่าวจริง"

กูเกิล เตรียมเครื่องมือให้สำนักข่าวออนไลน์ นำไปใช้งานช่วงการเลือกตั้ง เพื่อแสดงข้อมูลให้ถูกต้อง และชัดเจน พร้อมร่วมมือกับ SONP ให้สำนักข่าวเข้าไปยืนยันข้อมูลที่ถูกต้องผ่านหน่วยงานกลางอย่าง IFCN @poynter

นางสาวสายใย สระกวี หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรและมวลชนสัมพันธ์ กูเกิล ประเทศไทย กล่าวถึงมาตรการในการตรวจสอบข่าวปลอมของทางกูเกิล ว่า ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) ในการคัดกรองข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องขึ้นไปแสดงผลในหน้าการค้าหาของกูเกิล

“ด้วยการที่กูเกิล เป็นแพลตฟอร์มในการค้นหาข้อมูล ดังนั้น ข้อมูลที่ถูกแสดงผลออกมาทั้งหมด จะไม่สามารถควบคุมได้ สิ่งที่กูเกิล กำลังพัฒนาในเวลานี้ คือ ร่วมกับหน่วยงานกลางที่มีความน่าเชื่อถือในเข้าไปร่วมตรวจสอบข้อมูลข่าวสารต่างๆ และทำการยืนยันข้อมูลเหล่านั้นว่าเป็นข้อเท็จจริง”

อย่างในต่างประเทศ การแสดงผลการค้นหาของกูเกิล จะเริ่มมีการเสนอข้อเท็จจริงที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว (Fact Check) เมื่อมีการค้นหาเกี่ยวกับสถานการณ์ หรือภัยพิบัติต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ข้อมูลที่นำเสนอได้รับการตรวจสอบ

สำหรับในประเทศไทย ระบบดังกล่าวกำลังจะเริ่มใช้ โดยคาดว่าจะได้เห็นหลายๆ สำนักข่าวที่ทาง SONP คัดเลือก และนำเสนอขึ้นไปว่า เป็นแหล่งข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบจากทาง IFCN @poynter เพื่อให้การรับรู้ข้อมูลข่าวสารในประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

นอกจากนี้ กูเกิล ยังได้นำเสนอโครงการอย่าง “News Initiative” ที่ร่วมมือกับสื่อมวลชน เพื่อสนับสนุนสื่อที่มีคุณภาพ ด้วยการนำเครื่องมืออย่าง Flourish ซึ่งเป็นเครื่องมือในการทำกราฟิก เพื่อใช้ในการรายงานข่าวช่วงเลือกตั้ง โดยกำลังประสานให้เพิ่มแผนที่ประเทศไทยเข้าไป

รวมถึงการนำเสนอเครื่องมืออย่าง Google Trends เพื่อสำรวจว่า ผู้ใช้งานกูเกิลในประเทศไทย กำลังค้นหาข้อมูลใด เพื่อให้สำนักข่าวออนไลน์ต่างๆ สามารถนำเสนอคอนเทนต์ที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้