Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘หลวงปู่เทสก์’เล่าเรื่อง’ผีอำ’มันมีอาการอย่างไร เป็นผีอำจริงหรือไม่ เวลามันอำทำเอาหายใจไม่ออก

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668730

'หลวงปู่เทสก์'เล่าเรื่อง'ผีอำ'มันมีอาการอย่างไร เป็นผีอำจริงหรือไม่ เวลามันอำทำเอาหายใจไม่ออก

วันเสาร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.15 น.

พอเคลิ้มก็ได้เรื่อง ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ผีอำ” เรื่องผีอำไม่ต้องอธิบาย ใครๆ ก็รู้กันดีอยู่แล้วว่ามันมีอาการอย่างไร แต่ข้อสำคัญมันเป็นผีอำจริงหรือไม่ คืนวันนั้นเราได้ทดสอบหาข้อเท็จจริงหลายอย่าง เบื้องต้นมันเป็นตัวคล้ายๆ กับตัวอะไรใหญ่โตดำทะมึนเข้ามานั่งทับอกเรา แล้วหายใจไม่ออก

พยายามดิ้นกว่าจะรู้สึกตัวหายใจได้แทบใจขาดทีเดียว เขาว่าผีสัตว์ที่เราฆ่ามันอยู่ที่หัวโป้มือ เอามือทับหน้าอกมันจึงอำเอา ทีนี้เอามือออกจากหน้าอกแล้วมาวางเหยียดแนบลำตัว มันก็ตามมาอำอีก เอ นี่อะไรกัน เป็นเพราะเรานอนหงายกระมัง ลองนอนตะแคงดูมันก็ยังมาอำอีก เวลามันอำทำเอาจนหายใจจะขาดให้ได้

จึงได้มากำหนดดูว่าอาการของคนจะตายมันเป็นอย่างไร ครั้งแรกเรามีสติตามรู้ตัวจิตอยู่ว่าเวลาใจจะขาดนั้นเป็นอย่างไร สติตามรู้จิตจนวาระสุดท้าย ยังเหลือสติตามรู้จิตอยู่ นิดเดียวในความรู้สึกนั้นว่า ถ้าเราปล่อยสติที่ยังตามรู้จิตนิดเดียวนี่แหละเมื่อไร นั้นแหละคือความตาย

บัดนี้เราจะปล่อยให้มันตายหรือไม่ปล่อยดี เวลานี้จิตของเราก็บริสุทธิ์ดีอยู่แล้ว หากจะปล่อยให้มันตายก็ไม่เสียที มันยังมีความรู้สึกนิดๆ หนึ่งว่า ถ้าเราไม่ปล่อยให้มันตาย มีชีวิตอยู่ ก็ยังสามารถทำประโยชน์ให้แก่คนอื่นได้อีกต่อไป ถ้าตายเสียเวลานี้ก็จะได้แต่ประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น แล้วคนที่อยู่ภายหลังก็จะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุแห่งความตายนี้อีกด้วย

ถ้าอย่างนั้นก็อย่าให้มันตายเลย แล้วพยายามกระดุกกระดิกมือเท้าให้มันเคลื่อนไหวจนรู้สึกตัวขึ้นมา ตอนที่สองไม่เห็นตัวดอก แต่มันเป็นก้อนดำทะมึนๆ เข้ามา ทีนี้เราทราบแน่แล้วว่าไม่ใช่ผี มันเป็นเรื่องของลมตีขึ้นข้างบนต่างหาก เราพยายามเคลื่อนไหวมือเท้าแล้วก็หายไป

ตอนที่สามไม่ถึงขนาดนั้น เป็นแต่ซึมๆ เคลิ้มๆ แล้วเราพยายามลุกขึ้นเสีย ผู้อ่านทั้งหลายพึงสังเกตตัวเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา จะมีอาการมึนศรีษะและซึมเซ่อ ถ้าไม่พยายามรับประทานยาแก้ลมแล้วนอนไปอีกก็จะเป็นเช่นนั้นอีก เฉพาะตัวข้าพเจ้าแล้วแก้ได้เฉพาะดมพิมเสนอย่างเดียว

คัดบางตอนมาจากหนังสือ หลวงปู่เล่าว่า “หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี” วัดหินหมากเป้ง ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว’ วิสัชนาธรรมโดย ‘หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี’

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668075

'การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว' วิสัชนาธรรมโดย 'หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี'

วันพุธ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.41 น.

ปุจฉา – การทำบุญอุทิศให้ผู้มีพระคุณทั้งหลาย มีมารดาบิดาเป็นต้นทำอย่างไรจึงจะทราบได้ว่าผู้นั้นได้รับหรือเปล่า ถ้าผู้นั้นไม่ได้รับ บุญเหล่านั้นจะเป็นของใคร

วิสัชนา – ปัญหาเรื่องนี้กินความกว้างขวางมากมีผู้ถามปัญหาข้อนี้กับผู้เขียนตั้งแต่ครั้งยังเป็นสามเณรอยู่ จนมาได้บวชพระนับเป็นเวลา ๖๐ กว่าปี แล้วก็ยังมีคนถามอยู่นี่แหละผู้เขียนหวังว่าถึงผู้เขียนตายไปแล้ว ถ้ายังมีการทำบุญให้ผู้ตายไปแล้วอยู่คงจะมีปัญหาอย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุดผู้เขียนจะตั้งประเด็นไว้เป็นข้อๆ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจง่าย และกันความหลงลืม ดังนี้

(๑) ทำบุญให้แก่ผู้ที่ตายไปแล้ว
(๒) ทำอย่างไรจึงจะทราบได้ว่าผู้นั้นได้รับหรือเปล่า
(๓) ถ้าผู้นั้นไม่ได้รับ บุญอันนั้นจะเป็นของใคร

(๑) ผู้ทำบุญโดยส่วนมาก ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เพื่ออุทิศแก่ผู้มีพระคุณทั้งหลาย มีบิดามารดาเป็นต้น

ชาวพุทธมีดีตรงนี้แหละ พุทธศาสนาสอนให้รู้จักบุญคุณของผู้ที่มีพระคุณทั้งหลายแล้วทำดีเพื่อสนองพระคุณของท่านเหล่านั้นถ้าไม่รู้จักบุญคุณของผู้มีพระคุณแล้ว คนเราก็จะกลายเป็นเดรัจฉานไปหมดการทำความดีคือบุญกุศลนี้ ย่อมทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ทำสิ่งที่เป็นโทษแก่ตนและคนอื่นทำในที่เปิดเผย ไม่ทำในที่ลับด้วย และทำด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่เหมือนกับคนที่ทำความชั่ว ทำความชั่วนั้นทำด้วยความเศร้าหมองไม่ผ่องใสและก็ทำในที่ลับไม่เปิดเผยด้วย ทั้งไม่อุทิศส่วนบาปนั้นให้แก่ผู้มีพระคุณทั้งหลายถึงแม้อุทิศให้แก่ใครก็ไม่มีใครอยากรับ เพราะเป็นของเศร้าหมอง

ทำบุญให้แก่ผู้มีพระคุณที่ตายไปแล้วนี้ จงทำด้วยของบริสุทธิ์อย่าไปฆ่าเป็ด ไก่ ฆ่าวัว ฆ่าควายมาทำ จะบาปหนักเข้าไปอีกทำเล็กๆ น้อยๆ ด้วยใจผ่องใสบริสุทธิ์เป็นต้นว่าตักบาตรถวายอาหารพระสงฆ์ บุญก็มากเองบุญมิใช่เกิดเพราะไทยทานมากๆ แต่เกิดขึ้นจากใจเลื่อมใสศรัทธาต่างหากเปรียบเหมือนเทียนที่เรามีอยู่ แล้วไปขอต่อจากคนอื่นเทียนของคนอื่นก็ไม่ดับ ของเราก็ได้ไฟสว่างมา เหตุนั้นบุญในพุทธศาสนาจึงหมดไม่เป็นคนมากี่ร้อยกี่พัน เอาหัวใจของตนมาตักตวงเอาบุญในพุทธศาสนานี้ก็ไม่มีหมด บุญยังเต็มเปี่ยมอยู่ตามเดิมถ้าทำด้วยความเลื่อมใสแล้ว วัตถุทานมีน้อยก็กลายเป็นของมากเอง

(๒) ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าผู้ตายไปนั้นได้รับหรือเปล่า

เรื่องนี้เป็นของพูดยาก เพราะผู้ที่ตายไปแล้วก็ไม่ได้ตอบรับเหมือนเราส่งจดหมายไปหากันอนึ่ง บุญนั้นก็มิใช่จะส่งไปได้อย่างพัสดุไปรษณีย์ เพราะเป็นของไม่มีตัวตนเป็นความรู้สึกภายในใจว่าบุญที่ตนทำนี้ต้องถึงผู้ตายไปแน่และเราเชื่อตามคำสอนของพระพุทธเจ้าพระองค์ตรัสว่าทำบุญให้แก่ผู้ตายไปแล้วต้องทำในพระภิกษุผู้มีศีลและเมื่อต้องการอยากจะให้เขาได้บริโภคอาหาร ก็ต้องทำบุญถวายอาหารเมื่อต้องการอยากจะให้เขาได้เครื่องนุ่งของห่ม ก็ถวายผ้าผ่อนเครื่องนุ่งของห่มแล้วอุทิศกุศลนั้นไปให้แก่เขาเหล่านั้นแล้วของเหล่านั้นก็จะปรากฏแก่เขาเหล่านั้นเองโดยที่ไม่มีใครนำไปให้เขา

(๓) เรื่องนี้บอกได้ชัดเลยว่า บุญเป็นของผู้ทำแน่นอน

เพราะผู้ทำเกิดศรัทธาเลื่อมใสพอใจในการกระทำบุญบุญก็ต้องเกิดในหัวใจของผู้นั้นเสียก่อนแล้วอุทิศส่วนบุญนั้นให้แก่ผู้มีอุปการคุณที่ตายไปแล้วได้ชื่อว่าทำบุญสองต่อ คือเราได้ทำบุญแล้วเพราะศรัทธาเลื่อมใสจึงทำบุญแล้วเราอุทิศส่วนบุญนั้นไปให้แก่ผู้ตายไปอีก เป็นอีกต่อหนึ่ง

ทำบุญให้ผู้ตายนี้ท่านแสดงไว้ว่ายากนักผู้ที่ตายจะได้รับ เหมือนกับงมเข็มอยู่ในก้นบ่อแต่ผู้ยังมีชีวิตอยู่ก็ชอบทำ นับว่าเป็นความดีของผู้นั้นอย่างยิ่งท่านเปรียบไว้ สมมุติว่าบุญที่ทำลงไปนั้นแบ่งออกเป็น ๑๖ ส่วนแล้วเอาส่วนที่ ๑๖ นั้นมาแบ่งอีก ๑๖ ส่วนผู้ตายไปจะได้รับเพียง ๑ ส่วน เท่านั้น ฟังดูแล้วน่าใจหายเพราะฉะนั้นเราทั้งหลายจึงไม่ควรประมาทในเมื่อยังมีชีวิตอยู่นี้ มีสิ่งใดควรจะทำก็ให้รีบทำเสียตายไปแล้ว เขาทำบุญไปให้ ไม่ทราบว่าจะได้รับหรือไม่ถึงแม้ได้รับก็น้อยเหลือเกิน เพราะคนตายแล้ว เขาเรียกว่าเปรตไม่ได้เรียกว่า บิดา มารดา ป้า น้า อา ครูบาอาจารย์ อย่างเมื่อเป็นมนุษย์อยู่นี้หรอก

ในบรรดาเปรตเหล่านั้นมี ๑๑ พวกมีจำพวกเดียวที่จะได้รับส่วนบุญที่คนยังมีชีวิตอยู่อุทิศไปให้เรียกว่า ปรทัตตูปชีวีเปรต เปรตจำพวกนี้ได้รับทุกข์ร้อนลำบากมากเพราะในเปรตโลกนั้นไม่มีการทำนาค้าขาย แม้แต่ขอทานก็ไม่มีเสวยผลกรรมของตนที่ทำไว้เมื่อยังเป็นมนุษย์อยู่นี้เท่านั้นฉะนั้นเปรตจำพวกนี้แหละ มนุษย์คนที่ยังเป็นอยู่ทำบุญอุทิศไปให้จึงจะได้รับเปรตนอกนั้นแล้วไม่ได้รับเลย เช่น ตายไปเกิดเป็นมนุษย์ก็ไม่ได้รับนับประสาอะไร บางทีสามีภรรยานอนอยู่ด้วยกันแท้ๆฝ่ายหนึ่งทำบุญขอให้อีกฝ่ายหนึ่งอนุโมทนาด้วย ก็ไม่รับพวกที่ไปเกิดเป็นเดรัจฉานยิ่งไม่รู้กันใหญ่ ไปเกิดในนรกหมกไหม้ทุกขเวทนามากทำบุญอุทิศไปให้ก็ไม่รู้อะไร เพราะกำลังเสวยผลกรรมอันนั้นอยู่หรือไปเกิดเป็นเทวดาชั้นใดชั้นหนึ่งก็เหมือนกัน เขากำลังเสวยผลบุญของเขาอยู่เขาจะมาเอากุศลผลบุญของเราได้อย่างไร

ปรทัตตูปชีวีเปรต ดังเปรตญาติของพระเจ้าพิมพิสารมีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่พระเจ้าพิมพิสารเกิดอาเพศตอนกลางคืนมีเสียงดังขลุกๆ ขลักๆ ทั่วไปหมดในห้องพระตำหนักพระเจ้าพิมพิสารกลัวจะเกิดเหตุเป็นอันตรายแก่ราชบัลลังก์จึงเข้าไปกราบทูลเหตุอันนั้นแก่พระพุทธเจ้าพระองค์ตรัสว่าไม่มีอันใดเลย พวกเปรตที่เป็นญาติของพระองค์แต่ครั้งพระพุทธเจ้าชื่อว่าพระปุสสะ โน่น เขามาขอส่วนบุญกับพระองค์ขอมหาบพิตรจงทำบุญให้เขา แล้วอุทิศส่วนบุญนั้นให้เขาเสีย เสียงนั้นก็จะหายไปพระเจ้าพิมพิสารได้ทรงกระทำทักษิณานุประทาน ทำบุญอุทิศให้แก่เปรตเหล่านั้นแล้วพวกเปรตเหล่านั้นได้รับส่วนบุญแล้วก็มีกายอ้วนท้วนสมบูรณ์แต่ยังไม่มีผ้าเครื่องนุ่งห่ม ทีหลังก็มาปรากฏให้พระเจ้าพิมพิสารเห็นอีกพระเจ้าพิมพิสารก็นำเอาเรื่องพฤติการณ์อันเปรตมาแสดงนั้นไปกราบทูลพระพุทธเจ้าอีกพระองค์จึงตรัสว่าเพราะมหาบพิตรไม่ได้ทำบุญผ้าพระเจ้าพิมพิสารจึงทรงทำบุญถวายผ้าแก่พระสงฆ์และอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่เปรตเหล่านั้นพอเปรตเหล่านั้นได้รับแล้วก็ไปเกิดในสุคติภพในสวรรค์

ที่มาเล่าสู่กันฟังพอเป็นทัศนคติที่ว่า ทำบุญให้แก่ผู้ที่ตายไปแล้วจะได้รับหรือไม่เพราะผู้เขียนก็ไม่สามารถจะไปล่วงรู้เขาได้และผู้ตายไปแล้ว แม้แต่โยมบิดามารดาของผู้เขียนก็ไม่เคยบอกว่าบุญที่ทำแล้วอุทิศไปให้ได้รับหรือเปล่า แต่ผู้เขียนก็ทำบุญอุทิศไปให้เสมอเป็นแต่ได้ฟังมาจากตำรา จะหาว่าเล่านิทานหลอกเด็กให้กลัวเฉยๆแต่ถ้าผู้ใหญ่กลัวอย่างเด็กๆ แล้ว บ้านเมืองก็ไม่เป็นอย่างทุกวันนี้เด็กเชื่อง่ายหัวอ่อน สั่งสอนน้อมใจเชื่อเร็ว ผู้ใหญ่จึงชอบสอนเด็กๆแต่เมื่อโตขึ้นมาแล้ว ถือว่าเรามีสิทธิเสรีเต็มที่ไม่ต้องเชื่อความคิดของคนอื่นเชื่อความคิดของตนเอง หรือเข้าสมาคมกับผู้ใหญ่เลยเป็นผู้ใหญ่ไปหมดความเชื่อและความคิดเมื่อยังเด็กอยู่ที่อบรมไว้เลยหายหมดเลยกลายมาเป็นผู้ใหญ่อย่างผู้ใหญ่ทั้งหลายที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

อนึ่ง เรื่องการทำบุญใช้หนี้เจ้ากรรมนายเวร เรื่องนี้ผู้เขียนไม่รู้จริงๆ จึงตอบไม่ได้ขอผู้รู้ทั้งหลายได้เมตตาแนะแนวให้ผู้เขียนได้ทราบบ้าง ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

กรรมที่ตนกระทำไว้แล้ว ไม่ว่ากรรมดีและกรรมชั่วผลของกรรมนั้นย่อมเกิดที่ใจของตนเองมิใช่ผู้ทำกรรมผู้หนึ่ง เจ้ากรรมนายเวรอีกผู้หนึ่งคล้ายๆ กับว่ามีเจ้ากรรมนายเวรเป็นผู้บัญชาการอยู่ทำบุญอุทิศกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวรผู้บัญชาการ เพื่อให้เป็นสินน้ำใจแล้วเจ้ากรรมนายเวรก็จะลดหย่อนผ่อนผันให้อย่างนี้ เป็นต้นหรือกรรมเวรที่เราทำแก่คนอื่นนั้น คนนั้นเองเป็นเจ้ากรรมนายเวรเราเห็นโทษความผิดแล้วทำบุญอุทิศไปให้แก่เขาเพื่อเขาจะลดโทษผ่อนผันให้ อันนี้ก็ไม่ถูก เพราะเขาตายไปแล้วไม่ทราบไปเกิดในที่ใด และกำเนิดภูมิใด ดังได้อธิบายมาแล้วในข้างต้น

คนที่ทำกรรมทำเวรแก่กันแล้ว เมื่อยังเป็นคนอยู่นี้ จะพ้นจากกรรมจากเวรได้ก็เมื่ออโหสิกรรมให้แก่กันและกัน ในเมื่อยังเป็นคนอยู่นี่แหละตายไปแล้วจะอโหสิกรรมให้แก่กันและกันไม่ได้เด็ดขาดมิใช่ว่าเราได้ทำกรรมชั่วทุจริต ด้วยจิตที่เป็นบาปมีอกุศลมูลเป็นพื้นมาภายหลัง ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๔๐ ปี หรือเท่าไรก็ตาม ระลึกถึงกรรมอันนั้นแล้วกลัวบาปจึงทำบุญอุทิศไปให้แก่ผู้ที่เราได้กระทำแก่เขานั้น เพื่อให้เขาอโหสิกรรมให้ดังนี้ เป็นการไม่ยุติธรรม เป็นการตัดสินคดีภายหลังจากเหตุการณ์ถ้าถือว่าเราระลึกถึงความชั่วของตนแล้วทำความดีเพื่อแก้ตัวหรือปลอบใจของตัวเอง เป็นการสมควรแท้

การทำบุญให้แก่ผู้ตายไปแล้วจะได้หรือไม่ มีอรรถาธิบายกว้างขวางมากอธิบายมาก็มากพอสมควร พอที่ผู้ฟังจะเข้าใจบ้างตามสมควรจึงขอยุติไว้เพียงแค่นี้เสียก่อนเพื่อจะได้ตอบปัญหาคนอื่นต่อไป

คัดลอกจากหนังสือปุจฉาวิสัชนาในประเทศและต่างประเทศ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รักษาศีล ๕ ได้ไม่ครบทุกข้อจะปฏิบัติธรรมได้ดีหรือไม่? วิสัชนาธรรมโดย ‘หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี’

Posted on July 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667813

รักษาศีล ๕ ได้ไม่ครบทุกข้อจะปฏิบัติธรรมได้ดีหรือไม่? วิสัชนาธรรมโดย 'หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี'

วันอังคาร ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.28 น.

ปุจฉา – ผู้ไม่มีศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ หรือมีแต่ไม่ครบทั้งหมด จะทำสมาธิภาวนาให้แน่วแน่เต็มที่ได้หรือไม่

วิสัชนา – ปัญหานี้กว้างขวางมาก จะขอตอบแต่เฉพาะข้อแรกคือข้อที่ว่ามีศีล ๕ แต่ไม่ครบทั้ง ๕ ข้อ จะทำสมาธิภาวนาได้หรือไม่ตอบว่าไม่ได้แน่นอน เพราะศีล ๕ ข้อ แต่ละข้อจะล่วงละเมิดได้ก็เพราะเจตนาเจตนาเป็นตัวศีล ๕ ข้อนั้นเป็นแดนให้เกิดโทษต่างหากถึงผู้นั้นจะไม่มีเจตนาที่จะรักษาศีลเลยไม่ว่าศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๒๒๗ ในเบื้องต้น แต่เมื่อภาวนาเป็นแล้ว ศีลเข้าถึงจิตตัวเจตนาในศีลข้อนั้นๆ ศีลจะสมบูรณ์ขึ้นมาเองคราวนี้ไม่ต้องสมาทานและไม่ต้องรักษาศีล ศีลกลับมารักษาตัวของเราเอง ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ ธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติธรรมธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ ผู้ปฏิบัติธรรมดีแล้วย่อมนำสุขมาให้

ครูผู้นั้นแกบอกว่า บางคนพูดว่าศีลและสมาธิไม่ต้องเจริญเพราะเป็นของภายนอกเจริญวิปัสสนาเอาเลยทีเดียวผู้เขียนอยากจะร้องขอว่า คำคำนั้นอย่าได้เอามาพูดเลยในที่นี้เพราะเป็นพาหิรศาสนาไม่ใช่สัตถุศาสนาถ้าจะสอนให้คนปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจริงแล้วจงสอนตามแนวคำสอนของพระองค์เถิดพระองค์สอนว่า สิกขา ๓ คือ ศีล สมาธิ ปัญญาเป็นทางดำเนินในพุทธศาสนามรรค ๘ ก็รวมลงใน ศีล สมาธิ ปัญญา นี่แหละผู้เจริญศีลให้มากแล้วมีสมาธิเป็นอานิสงส์มากสมาธิเมื่อเจริญให้มากแล้วมีปัญญาเป็นอานิสงส์มากเมื่อมีปัญญาแล้วจะทำให้จิตใจพ้นจากอาสวะกิเลสทั้งปวงได้คำสอนของพระองค์บ่งชัดอยู่อย่างนี้ จะสอนนอกลู่นอกทางไปทำไม ผู้พูดอย่างนั้นคือผู้ที่ไม่เคยรักษาศีลเลย หรือรักษาศีลไม่ได้จึงพูดอย่างนั้น

ศีลห้าเป็นรากฐานของการกระทำกรรมต่างๆ ไม่ว่ากรรมดีและกรรมชั่ว กรรมดีต้องเว้นจากโทษห้านี้ข้ออื่นๆ เป็นเรื่องปลีกย่อยออกไปจากศีล ๕ ทั้งนั้นเมื่อไม่มีศีล ๕ ข้อนี้กำกับอยู่กับใจแล้วความชั่วนอกนั้นทั้งหมดจะหลั่งเข้ามาครองใจความดีทั้งปวงไม่สามารถจะทำให้เกิดมีขึ้นมาได้ถึงทำให้เกิดมีขึ้นมาได้ก็ไม่สามารถจะตั้งอยู่ได้นาน ไม่ต้องพูดถึงสมาธิ สมาบัติ ปัญญาหรอก

คัดลอกจากหนังสือปุจฉาวิสัชนาในประเทศและต่างประเทศ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทำบุญอย่างไรจึงจะได้บุญมาก’ วิสัชนาธรรมโดย ‘หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี’

Posted on July 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667606

'ทำบุญอย่างไรจึงจะได้บุญมาก' วิสัชนาธรรมโดย 'หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี'

วันจันทร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.13 น.

ปุจฉา – ทำบุญอะไร มากและน้อยอย่างไร จึงจะได้บุญมาก

วิสัชนา – ทำบุญอย่างหนึ่ง ทำทานอย่างหนึ่ง ทำกุศลอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนกัน แต่ลงที่เจตนาอันเดียวเป็นรากฐาน

ทำบุญ นั้น มีเจตนาศรัทธาเป็นทุนก่อน จะมีวัตถุหรือไม่ก็ตาม ศรัทธานั้นเต็มเปี่ยมบริบูรณ์อยู่ในใจแล้ว ยิ่งมีวัตถุสิ่งของเป็นเครื่องแสดงให้ไปก็ยิ่งเพิ่มศรัทธาขึ้นเป็นทวีคูณ นี่เรียกว่าบุญ บุญคือความยินดีในสิ่งที่ตนให้แล้วเกิดเต็มเปี่ยมขึ้นมาในใจ

ทำทาน นั้น จะมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม คิดจะให้แล้วก็ให้ไปเลย ไม่ว่าสิ่งของอะไรทั้งหมด ถ้ามีเจตนาศรัทธาเลื่อมใสในบุคคลผู้รับและสิ่งที่ตนให้นั้น หรือเอ็นดูต่อบุคคลผู้รับนั้นแล้วให้ไปเรียกว่า ทาน สมดังคำว่า ทานํ เทติ เท ก็หมายความว่า เทให้ ทอดให้ ให้สิ่งของจึงเรียกให้ทาน

สรุปได้ว่า ทำทาน คือให้สิ่งของพัสดุนั้นไม่ว่ามากหรือน้อยหยาบหรือละเอียด ไม่ปรารถนาผลตอบแทน แต่มีเมตตาจิตเป็นพื้นฐาน แม้ที่สุดให้ด้วยแก้ความรำคาญ เรียกว่าทำทาน

การทำบุญนั้น ต้องมีเจตนาศรัทธาเป็นพื้นฐาน ก็การให้นั่นแหละ เรียกว่าทำบุญ จะให้สิ่งของอะไรมากและน้อย หยาบและละเอียดก็ตาม ให้แล้วหวังผลตอบแทน เช่น ปรารถนาว่าด้วยอำนาจอานิสงส์ที่ข้าพเจ้าได้ทำบุญแล้วในครั้งนี้ ขอให้ได้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ เป็นต้น

การกุศลนั้น คือ ทำบุญทำทานนั่นเอง แต่เป็นกุศโลบายของท่านผู้รู้ทั้งหลาย ที่จะให้พ้นจากความยากและความหิวทั้งปวง ทำไปเพื่อให้ใจผ่องใสสะอาด ไม่พึงปรารถนาสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่จิตคิดจะทำภาวนาสมาธิก็เช่นเดียวกัน

ทำบุญ ทำทาน ทำกุศล ไม่ว่ามากหรือน้อย วัตถุมิใช่ตัวบุญแท้ ตัวบุญแท้มันเกิดที่หัวใจ คือ เจตนาของบุคคลนั้นต่างหาก ถ้าเจตนาศรัทธาในขณะใด ในบุคคลใด ในสถานที่ใด ในที่นั้นๆ ได้บุญมาก

ฉะนั้น บุญในพุทธศาสนานี้ คนทำจึงไม่รู้จักหมดจักสิ้นสักที พระพุทธเจ้าตรัสเทศนาไว้สองพันกว่าปีแล้วว่าทำบุญได้บุญเช่นไร มาในปัจจุบันนี้หรือในอนาคต ต่อไปก็ได้อย่างนั้นเช่นเคย

คนทำบุญมากเท่าไรก็จะได้บุญมากเท่าที่ตนนั้นสามารถจะรับเอาไปได้ เหมือนกับคนนับเป็นหมื่นๆ แสนๆ ถือเทียนมาคนละเล่ม ไปขอจุดจากผู้ที่มีเทียนที่จุดอยู่แล้ว ย่อมได้แสงสว่างตามที่ตนมีเทียนเล่มโตหรือเล่มเล็ก ส่วนดวงเดิมที่ตนขอจุดต่อนั้นก็ไม่ดับ เทียนหลายดวงยิ่งเพิ่มแสงสว่างยิ่งๆ ขึ้นไปอีก

คัดลอกจากหนังสือปุจฉาวิสัชนาในประเทศและต่างประเทศ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ‘มีเมตตาจิต ปัญหาไม่เกิด ฆ่าความโกรธด้วยความดี’ โดย พระครูทัศนประกาศ

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667272

ธรรมะวันอาทิตย์ : 'มีเมตตาจิต ปัญหาไม่เกิด ฆ่าความโกรธด้วยความดี' โดย พระครูทัศนประกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.11 น.

วัดพระมงคลมิ่งเมือง พระครูทัศนประกาศ อายุ 72 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดมงคลมิ่งมงคล มาหลายสิบปี คอยกำกับดูแล พระสงฆ์ 7 รูป สามเณร 5 รูป มรรคนายก 1 คน ศิษย์วัด 3 คน ตั้งอยู่ถนนชยางกูร ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ใกล้กับพุทธอุทยาน ก่อนถึงศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ประมาณ 300 เมตร เป็นวัดสังกัดธรรมยุต มีเนื้อที่ 17 ไร่ ถือว่าเป็นวัดขนาดเล็ก สายวัดป่า จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้แมกไม้นานาชนิด บรรยากาศร่มรื่น กระแสลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา ท่ามกลางความเงียบสงบ จึงเหมาะสำหรับผู้นิยมเข้าไปนั่งปฏิบัติธรรม ทำสมาธิยิ่งนัก 

โดยเฉพาะการเข้าไปฟังธรรมเทศนากับพระครูทัศนประกาศ ซึ่งท่านสั่งสอนญาติโยม ผู้ที่มีความทุกข์ โดยไม่แบ่งชั้นอย่างเสมอภาค ไปถึงก่อนหรือมาทีหลัง ท่านก็ให้ความสำคัญเท่าเทียมกัน ถึงจะเป็นเศรษฐีหรือยากจน ก็มีค่าเท่ากันคือเป็นคนเหมือนกัน ที่สำคัญการบริจาคด้วยเงิน ท่านจะไม่รับเลยถือว่าเป็นพระสงฆ์ ที่เคร่งครัดวัตรปฏิบัติดีงามมาก จึงเป็นเรื่องปกติที่กุฎิเจ้าอาวาสจะเนืองแน่นไปด้วยญาติโยม พุทธศาสนิกชน เพื่อฟังธรรมเทศนาให้คลายทุกข์ และมีจำนวนไม่น้อย ที่เข้ามานั่งปฏิบัติธรรมให้พ้นทุกข์ เพราะต่างประสบปัญหา แตกต่างกันไป  

พระครู ทัศนประกาศ อายุ 73 ปี บวชมา 53 พรรษา เทศนาตอนหนึ่งว่า ญาติโยม ที่มาหาส่วนมาก มักจะมีความทุกข์ ความทุกข์ไม่เหมือนกัน ก็ให้คำชี้แนะบอกสอนที่แตกต่างกันไป บางคนก็จะแนะนำให้ไปนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม บางคนรับราชการ หลักเลิกงานก็จะมานั่งสมาธิ 1 – 2 ชั่วโมง บางคนไม่ว่าง ที่จะเข้ามาปฏิบัติธรรมในวัด ก็จะทำกิจกรรมในบ้านแทน และมีจำนวนไม่น้อย ที่มานั่งสมาธิในวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ ที่สำคัญ หลายโรงเรียนนำนักเรียน เข้ามาฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เพื่อให้นักเรียน รู้จักเข้าวัด ทำบุญ ทำทาน เพื่อสืบทอดพุทธศาสนา ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเด็กทุกวันนี้ พูดยาก บอกยาก ไม่ค่อยเคารพผู้ใหญ่ คุณครู จึงมีการนำเด็กเข้าวัด เพื่อพัฒนาจิตใจ มีศีลธรรมประจำใจ จะได้ไม่ไปทำอะไร ที่มันโหดร้าย อย่างที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง 

คนส่วนใหญ่ที่ทำเรื่องโหดร้าย ฆ่ากันโหดเหี้ยม ทำให้สังคมวุ่นวาย ไม่เป็นสุข การฆ่าที่โหดร้าย ผิดมนุษย์มะนา ก็คือความโกรธ ซึ่งการฆ่าความโกรธก็คือความดี หากทุกคนฆ่าความโกรธได้จะมีความสุข ส่งผลให้สังคมสงบสุข ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือโหดร้ายเกิดขึ้น ทุกคนต่างทำมาหากิน อะไรๆมันก็ดีไปหมด 

ทั้งนี้ การแสดงความโกรธ ออกมาจาก กาย วาจา ใจ โดยมีสีหน้าบ่งบอกชัดเจน ซึ่งใบหน้าหรือสีหน้าของคน ที่มีอะไร เช่น หากมีทุกข์ ก็แสดงออกทางใบหน้า หรือหากมีสุข ก็จะแสดงออกทางสีหน้า มีจิตใจเบิกบาน นำมาซึ่งกุศลกายดี กุศลใจดี คนรอบข้างก็อยากพูดคุย คบค้าสมาคมด้วย  

พระครู ทัสนประกาศ เทศนา ต่อไปว่า คนเราหากแต่ละวัน ลดโมหะ โทสะ ได้ก็จะดี เหตุนี้จะให้คนเป็นพระอินทร์ ซึ่งพระอินทร์ จะช่วยคนมีศีลธรรม สำหรับเรื่องการทำบุญ พระครูทัศนประกาศ เทศนาว่า การทำบุญ มีพรามณ์ไปถาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า บุคคลในโลกนี้ ทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วจะได้รับไหม ซึ่งพรามณ์เชื่อว่าได้รับ แต่ทางศาสนาพุทธได้ไหม พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตอบว่า ผู้ที่ทำบุญไปให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว มี 2 สถานะคือ ได้ที่ไม่ควรจะได้และได้ที่ควรจะได้ เช่น ญาติ พี่ น้อง ไปเกิดเป็นอสุรกาย หรือเปรต ถ้าทำบุญ จะได้รับ เพราะฉะนั้น การทำบุญไม่สูญเปล่า และญาติทั้งหลายในภพก่อนๆ ก็จะได้รับผลบุญเช่นกัน เวลาทำบุญที่ไหนก็ตาม ไม่ต้องเจาะจงก็ได้ เพราะญาติพี่ น้อง จะได้รับผลบุญเหมือนกัน เปรตจำพวกนั้น ก็จะอนุโมทนาสาธุและการสร้างกุฎิถวายพระก็ได้บุญ จะส่งถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ก็จะสาธุตอบ คือบุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาและการทำบุญ ต้องคำนึงถึงฐานะที่ควรทำ 

ส่วนการตั้งประเด็นมองคน ให้ตั้งเมตตา ถ้าเอาจิตเมตตาเป็นที่ตั้ง ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น มีเมตตาให้คนอื่นเท่ากับมีเมตตาให้กับตนเอง เช่น ธรรมะย่อมรักษาผู้ทำความดี พื้นที่ของคนไม่เหมือนกัน เป็นเพราะกรรมเป็นตัวจำแนก ซึ่งจำแนกกรรมในอดีตก็ส่งผลถึงปัจจุบัน พระพุทธเจ้าอยากช่วยทุกคน แต่เพราะกรรม พระพุทธเจ้าจะช่วยคนที่ช่วยได้ เฉพาะคนที่ช่วยได้ ก่อนที่จะช่วยจะต้องมีทุนความดีเดิมเสียก่อน เช่น ทำบุญ ตักบาตร เป็นต้น   

คนเราเกิดมาต่างกรรมกัน ไปวัดก็มีจุดประสงค์ต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วทุกคนต้องการคลายทุกข์ สุขกาย สุขใจ ที่สำคัญ การเข้ามาวัดต้องการกำลังใจ ก็ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจที่ดี เพื่อต่อสู้ยืนหยัดกับโรคโควิด19 ให้ได้ในที่สุด.012 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จะพิจารณาให้เห็นตามเป็นจริงได้อย่างไร วิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667228

จะพิจารณาให้เห็นตามเป็นจริงได้อย่างไร วิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี

วันเสาร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.06 น.

ปุจฉา : มีบางคนพูดว่าถ้าหากธรรมะมีประจำตัวของเราอยู่แล้ว จะออกไปประพฤติปฏิบัติให้มันลำบากทำไม เขาพูดอย่างนี้จริงไหมครับ

วิสัชนา : มันก็ยังไม่ทันถูกแท้ ดังอธิบายมาแล้ว ธรรมะมีอยู่แต่เรายังไม่เห็นธรรมะ เห็นก็เพียงตื้นๆ เผินๆ ไปเห็นรูปนามด้วยตาด้วยความคิดนึก อันนี้เป็นธรรมะที่เป็นความจำตามตำรับตำราหรือผู้อื่นสอน แต่ยังไม่เห็นธรรมะที่เป็นของแท้จริง เห็นด้วยตนเอง เพราะฉะนั้น เราจะต้องมาฝึกฝนใจของเราให้มีพื้นฐานไว้สำหรับรับรองธรรม เนื่องจากฐานที่ตั้งของธรรมะดังอธิบายมาแล้วยังไม่ทันมี เหตุนั้นธรรมะจึงไม่มีที่ตั้ง ดังนั้น แม้จะพิจารณาธรรมะอันนั้นจึงไม่ชัดเจนและไม่เห็นตามเป็นจริง เพราะว่าธรรมะถึงแม้จะมีจริง แต่เราก็ยังไม่สามารถที่จะพิจารณาให้เห็นตามเป็นจริงได้ เหตุนั้นจึงจำเป็นต้องออกไปอบรมฝึกฝนใจของเราในที่สงัด หรือกับอาจารย์ผู้รู้ต่างๆ ให้มีที่ตั้ง เพื่อจะให้ภูมิของธรรมะมาตั้งไว้อยู่ที่นั้น (จิต)

………………………

วิสัชนาธรรมโดย พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย คัดมาจากหนังสือธรรมะปฏิบัติ สนทนาธรรมระหว่างอาจารย์และศิษย์ (ขอบคุณลานธรรมทจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทาน-ศีล-ภาวนาจะรวมเข้าเป็นจุดอันเดียวได้หรือไม่? วิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี

Posted on July 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/667040

ทาน-ศีล-ภาวนาจะรวมเข้าเป็นจุดอันเดียวได้หรือไม่? วิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.33 น.

ปุจฉา : ทาน-ศีล-ภาวนา ทั้งสามข้อนี้ ถ้าหากว่าผู้มาพิจารณาเห็นด้วยปัญญาแล้ว จะรวมเข้าเป็นจุดอันเดียวได้หรือไม่ครับ

วิสัชนา : ทาน-ศีล-ภาวนา ที่ท่านบัญญัติไว้ตามลำดับ ท่านพูดถึงเรื่องทาน เรื่องศีล เรื่องภาวนา เป็นคนละอันคนละอย่างกันไว้ ถ้าหากผู้มาภาวนาพูดถึงเรื่องใจ ไม่ได้พูดถึงเรื่องภายนอก พูดถึงเรื่องใจทำให้สงบ จึงค่อยคิดค้นภาวนา ดังอธิบายมาแล้วถึงเรื่องธรรมทั้งหลาย ไม่ว่าของหยาบหรือของละเอียด เมื่อใจสงบแล้วจะมองเห็น

ทานภายนอก ซึ่งเรียกว่าวัตถุทานนั้นเป็นส่วนหนึ่ง คือความสละ จาคะ ความมัจฉริยะ ความตระหนี่เหนียวแน่น ส่วนศีล คือการรักษากาย วาจา ใจให้สงบ คือให้เว้นเสียจากบาป ส่วนการภาวนา คือการอบรมทำความสงบของใจ เห็นเหมือนกัน เห็นในทำนองนั้นก็ชัดเหมือนกัน แต่มันไม่ชัดเท่าที่มันเห็นด้วยใจของตนเอง

ที่ตนเห็นด้วยใจของตนนั้น ทาน คือการเสียสละ เวลาเราภาวนาเราสละอารมณ์ มีเรื่องต่างๆ ที่มาข้องที่ใจของเรา เรียกว่าจาคะคือการสละทำทานนั่นเอง เข้ากับคำว่าจาโคปฏินิสสัคโค ศีล ในเวลาที่เรานั่งภาวนา เราไม่ได้ทำอะไร กาย วาจาของเราก็สงบเรียบร้อยเป็นศีลในที่นี้แล้ว จึงเรียกว่าศีล การที่ทำเช่นนั้นมันเกิดจากภาวนาเหมือนกัน ภาวนาสงบแล้ว จึงค่อยเห็นชัดในที่เดียว คือเวลาที่นั่งทำความสงบนั้น ทานเราก็ได้ทานอยู่แล้ว ศีลเราก็มีอยู่แล้ว นี่แหละทาน ศีล ภาวนา เลยเป็นอันเดียวกัน

นักภาวนาทั้งหลายจึงเห็นชัดลงอย่างนี้ แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่หรือดูถูก ทาน ศีล ภาวนา ที่ว่ามาในเบื้องต้นนั้น อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งต่างหาก อันนั้นท่านบัญญัติไว้เพื่อเป็นสาธารณะทั่วไป ที่พูดว่ารวมเป็นอันเดียวอยู่ ณ ที่เดียวนั้นพูดเฉพาะเรื่องการภาวนาต่างหาก

วิสัชนาธรรมโดย พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย คัดมาจากหนังสือ ธรรมะปฏิบัติ สนทนาธรรมระหว่างอาจารย์และศิษย์ (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มรรค ผล นิพพาน’ ยังมีอยู่หรือไม่ในปัจจุบัน วิสัชนาธรรมโดย ‘หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี’

Posted on July 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666367

'มรรค ผล นิพพาน' ยังมีอยู่หรือไม่ในปัจจุบัน วิสัชนาธรรมโดย 'หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี'

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.43 น.

ปุจฉา – เดี๋ยวนี้คนมักจะพูดว่าหมดกาลหมดเวลาของมรรคผลนิพพานแล้ว ถ้าหากว่ายังมีผู้ประพฤติปฏิบัติอยู่ สัจธรรมของจริงก็ยังมีอยู่ มันจะหมดกาลหมดเวลาไหมครับ

วิสัชนา – ความคิดของคนไม่ได้ปฏิบัติโดยอนุมานเอานั้น เขาคิดว่ามรรคผลนิพพาน คล้ายๆ กับลูกไม้หมดฤดูกาล เขาเข้าใจกันอย่างมะม่วง ลำไย หมดฤดูแล้วไม่มีลูก แท้จริงสัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นของมีอยู่ประจำโลก คนที่เขาไม่เห็นธรรม อย่างตัวของเขาเองผู้พูดมีธรรมอยู่ในตัวของเขา แต่เขามองไม่เห็น พระพุทธเจ้าตรัสรู้ก็ไม่ใช่แบกหามหรือไปขนเอาธรรมมาจากไหน ผมเคยพูดอยู่เสมอว่า ธรรมที่เป็นของจริงของแท้เรียกว่าธรรมล้วนๆ นั้นมีอยู่ แต่คนเราไม่เห็นธรรม หมายความว่าธรรมคืออริยสัจจ์ พระพุทธองค์ก็ชี้เอาทุกข์ มีชาติทุกข์เป็นต้น สมุทัยก็คือตัณหา ๓ มีกามตัณหาเป็นต้น นี่ธรรมแท้ๆ เป็นของจริงมีอยู่ในตัวของเราทุกๆ คน แต่คนเราไม่เห็น ไม่รู้ คือปฏิบัติไม่ถึง ชำระใจไม่สะอาด ไม่เข้าถึงความบริสุทธิ์ จึงไม่เห็นสัจธรรมนั้น

อีกแง่หนึ่ง ธรรมล้วนๆ ไม่มี มีแต่โลก อันนี้เป็นสำนวน คือทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในโลก เป็นของโลกทั้งนั้น ชาติก็เป็นของโลก ชรา พยาธิ มรณะ ก็เป็นของโลก ตัณหาความทะเยอทะยาน กามตัณหา ภวตัณหา ล้วนเป็นของโลกทั้งนั้น ธรรมแท้ไม่มี แต่ว่าผู้ปฏิบัติตนของตนให้เข้าถึงธรรม คือใจเป็นธรรม ใจปล่อยวางเรื่องความยึดถือทั้งหลายเหล่านี้ ใจเข้าถึงความสงบเยือกเย็น ปล่อยทั้งโลกทั้งปวงหมด จึงค่อยมามองเห็นโลกกลายเป็นธรรมหมดคือทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมชาติธรรมดาที่มีอยู่อย่างนั้น เลยไม่เข้าไปยึดไปถือ จึงว่าธรรมล้วนไม่มี มีแต่โลก ผู้มามองเห็นโลกตามสภาพเป็นจริงอย่างไร แล้วไม่เข้าไปยึดถือ วางตามความเป็นจริงได้ สิ่งที่วางและผู้วางเลยกลายเป็นธรรม มันกลับกัน มันเป็นสำนวน ถูกด้วยกัน

ทีแรกบอกว่าธรรมบริสุทธิ์มีอยู่ มรรคผลนิพพานไม่ใช่อื่นไกล คือผู้มาชำระใจของตนให้บริสุทธิ์ด้วยปัญญาอันชอบแล้ว มองเห็นโลกตามสภาพความเป็นจริงด้วยปัญญาอันชอบนั้น แล้วไม่เข้าไปยึดถือในโลกทั้งปวง จะเรียกว่ามรรคผลนิพพานหรืออะไรก็ตาม คนต่างหากเสื่อมสูญจากมรรคผลนิพพานก็เท่านั้น เพราะไม่ปฏิบัติให้เข้าถึงตรงนั้น พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ก็ไม่ได้เอามรรคผลนิพพานมาจากที่อื่น ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้เอามาจากที่อื่นเลย สัพพัญญุตญาณมารู้ของจริงก็ของในโลกนี้ทั้งนั้น รู้ด้วยพระองค์เองจึงเรียกว่าสัพพัญญุตญาณ พระสาวกทั้งหลายได้ฟังพระพุทธสาวก เหตุนั้นมันจะเรียกว่ามรรคผลเสื่อมได้อย่างไร ไม่มีเสื่อมหรอก

อย่างทุกวันนี้คนทั้งหลายกลัวนักกลัวหนา กลัวศาสนาจะเสื่อมจากประเทศไทย กลัวลัทธิการเมืองต่างๆ จะมาเบียดเบียนและย่ำยีให้เสื่อมสูญ แต่ได้หารู้ไม่ว่าผู้ที่พูดนั้นบางคนศีล ๕ ข้อก็รักษาไม่ครบเลยสักที นั่นพุทธศาสนาในตัวของเขาได้เสื่อมไปแล้วมิใช่หรือ

วิสัชนาธรรมโดยพระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย คัดมาจากหนังสือ ธรรมะปฏิบัติ สนทนาธรรมระหว่างอาจารย์และศิษย์ (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : มงคล9ประการปฏิบัติแล้วมีสุข โดย พระครูสารธรรมคุณ วัดป่ายักษ์คุธรรมานุสรณ์

Posted on July 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665810

ธรรมะวันอาทิตย์ : มงคล9ประการปฏิบัติแล้วมีสุข โดย พระครูสารธรรมคุณ วัดป่ายักษ์คุธรรมานุสรณ์

วันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.25 น.

10 กรกฎาคม 2565 ธรรมะวันอาทิตย์ ได้มีโอกาสเดินทางไปพื้นที่อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นอำเภอชายแดนติดแม่น้ำโขง ตรงข้ามประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อทำบุญ ทำทาน สร้างกุศล ฟังธรรมเทศนา กับพระครูสารธรรมคุณ เจ้าอาวาสวัดป่ายักษ์คุธรรมานุสรณ์ ที่วัดป่ายักษ์คุธรรมานุสสรณ์ ต.ยักษ์คุ อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ วัดนี้มีพระสงฆ์อยู่ 9 รูป สามเณรและแม่ชีไม่มี มรรคนายก 1 คน เป็นวัดสังกัดธรรมยุตินิกาย บนพื้นที่ 27 ไร่ เป็นที่ตั้งอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ หอระฆัง ฯลฯ 

ส่วนที่โดดเด่น ที่ญาติโยมเดินทางเข้ามาวัดเป็นประจำก็คือพระธาตุ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า มีลักษณะคล้ายพระธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งมีความสูง 19 เมตร ฐานกว้าง 10 เมตร ซึ่งญาติโยม พุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยและ สปป.ลาวนับถือศรัทธามาก จึงต้องเดินทางเข้ามากราบไหว้ขอพรไม่ได้ขาด โดยเฉพาะในวันเพ็ญเดือน 3 และวันเพ็ญเดือน 6 ของทุกปี ถือว่าเป็นงานประเพณี งานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งชาว สปป.ลาวจะข้ามแม่น้ำโขง เข้ามาเที่ยวงานและนมัสการทำบุญขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุขเป็นประจำทุกปี  

นอกจากนี้ทางวัดป่ายักษ์คุธรรมานุสรณ์ ยังกำหนดพื้นที่วัดเป็นเขตอนุรักษ์ป่าไม้ ให้คงอยู่สภาพเดิม พร้อมกับปลูกป่าเพิ่มเติม เช่น ต้นพะยูง, ยางนา,มะค่า,สักทองและไม้มงคลอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไม้หายากและยังเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ผู้สนใจเข้ามาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย  

พระครูสารธรรมคุณ เจ้าอาวาสวัดป่ายักษ์คุธรรมานุสรณ์ เทศนาว่า ญาติโยมพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ถือศีล 5 ข้อให้ได้ และปฏิบัติตนตามศีล 5 ข้อให้ได้ ซึ่งศีล 5 ข้อ ได้แก่ 1.ห้ามฆ่าสัตว์ 2.ห้ามลักทรัพย์ 3.ห้ามทำผิดในกาม 4.ห้ามดื่มสุราและ 5.ห้ามพูดเท็จ ถ้าทุกคนทำได้ สังคมก็จะสงบสุข ต่างคนก็ต่างทำมาหากิน และอยู่กันอย่างมีความสุข ส่วนที่วุ่นวายไม่สงบอยู่ทุกวันนี้ เพราะ คนเราขาดศีล 5 และเห็นประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม มีความโลภ หลงยศ หลงลาภ ไม่คิดจะทำความดี เพื่อส่วนรวม เพื่อประเทศชาติ กอบโกยอย่างเดียว เกียรติยศ ชื่อเสียง เงิน ทอง ตายไปแล้วก็เอาไปด้วยไม่ได้ และเวลาตาย เขาก็เอาเงินใส่ปากให้เหรียญเดียว อยู่ในปากไม่นาน พอเผาไหม้ร่างกายหมดแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่าน ก็ยังเขี่ยหาเงินเอาคืนเป็นที่ระลึก คิดดู เงินใส่ปากเขายังเอาคืน ความดี นี่คือสิ่งยั่งยืน คนเราถ้าสร้างคุณงามความดีแก่สังคมไว้มาก ตายไปแล้ว คนที่อยู่ก็ยังระลึกถึงและกล่าวถึงตลอดเวลาในคุณงามความดีที่เคยสร้างไว้ ยิ่งทุกวันนี้ โรคภัยไข้เจ็บเยอะมาก ทำให้คนอายุสั้นลง จำไว้เมื่อมีชีวิตอยู่จงทำความดี ทำบุญ ทำทาน สร้างกุศลให้มากๆ จิตใจจะได้สบายและชีวิตยืนยาว และขอฝากมงคล 9 ประการ ให้ไปปฏิบัติดังนี้

1. ซื่อตรง บุคคลใด ถ้าขาดความซื่อตรง ก็จะเกิดความเสื่อมโทรมเสียหาย เกิดความระแวงไม่ไว้วางใจ ขาดความเชื่อถือ เกิดความโกรธเคือง อาฆาตแค้น ดูถูกดูหมิ่นกัน กฎธรรมชาติมีอยู่ว่า บุคคลใดซื่อตรงเป็นบุคคลที่น่าคบค้าสมาคมมีเสน่ห์ใครๆก็ชอบคบค้าสมาคมกับคนซื่อตรง ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน ถ้าเรามีนักการเมืองคดในข้องอในกระดูก โกงในสันดาน บ้านเมืองของเราก็มีแต่พังกับพังเท่านั้น เพราะฉะนั้น ขอให้ถือความซื่อตรงเป็นหลักปฏิบัติสำคัญที่สุดของชีวิต 

2.สะอาด เพราะความสะอาดทำให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เชื้อโรคเกิดจากความสกปรก เมื่อเรามีความสะอาดเชื้อโรคเกิดขึ้นไม่ได้ เราก็มีความสุขทั้งร่างกายและจิตใจ ยิ่งกว่านั้น ความสะอาดยังส่อแสดงให้เห็นถึงชีวิตจิตใจ การศึกษา และบุคลิกภาพ ตามคำโบราณที่ว่า ดูวัดให้ดูฐาน(ส้วม) ดูบ้านให้ดูครัว วัดใดส้วมสะอาด แสดงว่า วัดนั้นพระขยัน และบ้านใดครัวสะอาด แสดงว่า แม่ครัวหรือลูกสาวบ้านนั้นขยัน เพราะฉะนั้น ขอให้ถือความสะอาดเป็นหลักปฏิบัติสำคัญที่สุดของชีวิต 

3.ขยัน เพราะความขยันเป็นเครื่องผลักดันชีวิตให้เจริญก้าวหน้าไปสู่ความมั่งคั่ง บรรดาบุคคลสำคัญของโลก ได้ประสบความรุ่งโรจน์ เพราะอาศัยความขยันช่วยผลักดันชีวิต คือ ขยันศึกษา,ขยันคิด,ขยันพูด,ขยันทำและขยันหา คือ หาความรู้ หาความชำนาญ หาทางก้าวหน้า หาทรัพย์สินเงินทอง หามิตรสหาย หาพระสงฆ์องค์เจ้า หานักปราชญ์ผู้รู้ดี เป็นต้น 

4.ใช่จ่ายพอสมควรแก่ฐานะ ถ้าเราใช้จ่ายเกินฐานะเกินรายได้ ก็จะมีแต่ความทรุดโทรมลงและพินาศล่มจม ในที่สุดก็ดำรงชีวิตไม่ได้ มีคนจำนวนมากที่ต้องลำบากยากจนและเดือดร้อน เพราะใช้จ่ายเกินฐานะ จงประหยัดเพื่อใช้จ่าย แล้วใช้จ่ายเพื่อประหยัด จะมั่งมีเพราะประหยัด จะอัตคัดเพราะฟุ่มเฟือย 

5.งดเว้นสิ่งให้โทษคือ 1.สุราเมรัย เครื่องดองของเมา(งดเว้นกินกับยา) 2.ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ยาบ้า ยาอี เป็นต้น 3.การพนันขันต่อต่างๆ 4.แหล่งอบายมุข ตลอดจนสถานเริงรมย์ ที่ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นดีที่สุด 

6.ไม่ล่วงเกินผู้อื่นก่อน เพราะเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น ทะเลาะวิวาท ตีกัน เข่นฆ่ากันนั้น เนื่องมาจากการล่วงเกินกันก่อนเป็นมูลเหตุ ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ล่วงเกินกัน หัดยอมเป็น ให้อภัย คิดว่า โลกทั้งผองพี่น้องกัน รู้รักสามัคคี  

7.งดติดต่อคบค้าสมาคมกับคนไม่ดี ถ้าเราติดต่อกับคนไม่ดีก็จะมีแต่เรื่องยุ่ง ผิดหวัง เดือดร้อน เสียหาย พินาศ อาจจะถึงแก่ชีวิตก็ได้ ไร้ประโยชน์ เสียเวลาด้วยประการทั้งปวง จึงควรดูคนดี แบบ 5 ดี คือคิดดี ทำดี พูดดี คบคนดี และไปสู่สถานที่ดี  

8.กตัญญู คนเราเกิดมาชาติหนึ่ง ผู้มีพระคุณแก่เรา สรุปได้มี 5 ประการ เรียงลำดับจากสูงดังนี้ 

8.1.พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ผู้แนะนำสั่งสอนให้ตั้งอยู่ในความดีและประพฤติตนเป็นตัวอย่างและที่พึ่งสูงสุด 

8.2.ชาติ กษัตริย์และรัฐธรรมนูญ ผู้ให้สิทธิคุ้มครองความยุติธรรม ความมีหลักฐาน ถิ่นที่อยู่อาศัย 

8.3.บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ผู้ให้กำเนิดเลี้ยงดูรักษาให้ความสุขความเจริญและหลักฐานของชีวิต 

8.4.ครูบาอาจารย์ ผู้สั่งสอนศิลปะวิทยาการทั้งหลายให้ความเจริญรุ่งเรืองและป้องกันในทิศทั้งหลาย 

8.5.ญาติพี่น้อง มิตรสหาย เจ้านายผู้บังคับบัญชาเหนือตน ผู้ให้ความอุปการะเลี้ยงดู สนับสนุน ส่งเสริมให้เจริญรุ่งเรือง 

ผู้มีพระคุณทั้ง 5 ประการที่กล่าวมานี้ บุคคลผู้เจริญแล้วทั้งหลาย ต้องรู้จักบุญคุณและหาทางสนองตอบแทนบุญคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดีที่โลกต้องการบุคคลประเภทนี้ ดังคำที่ว่า คนดี ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เทวดาฟ้าดินย่อมคุ้มครองรักษาเสมอ 

9. รู้จักหน้าที่ ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด คนเรามีหน้าที่แตกต่างกัน ตามเพศ วัย และการทำงาน ใครจะอยู่ในหน้าที่อะไรก็ตาม ก็ต้องทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เต็มศักยภาพความรู้ ความสามารถ โดยไม่มุ่งผลตอบแทนเกินไป ให้ทำหน้าที่ด้วยความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เป็นเกมกีฬาอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่า งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขขณะทำงาน แต่คนส่วนมาก มีแต่ความอยากได้แต่ไม่อยากทำ อยากรวย อยากสบาย แต่ไม่อยากทำ อยากได้ดีแต่ไม่ยอมสะสมความดีเป็นต้น.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจริญวิปัสสนาอย่างเดียวโดยไม่เจริญสมถะได้หรือไม่? : หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี

Posted on July 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665725

เจริญวิปัสสนาอย่างเดียวโดยไม่เจริญสมถะได้หรือไม่? : หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี

วันเสาร์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.02 น.

ปุจฉา : ได้ยินบางคนเคยพูดให้ฟังว่า สมถะไม่ต้องหัด หัดแต่วิปัสสนาก็พอแล้ว สมถะสงบเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น ไม่สามารถทำให้สำเร็จมรรคผลได้ แต่ผมยังเห็นว่าสมถะนี้เป็นรากฐานสำคัญมาก ผมอยากทราบว่าเรื่องนี้อย่างไรกันแน่

วิสัชนา : มีนักปฏิบัติหลายคนในเมืองไทยเราที่คิดเห็นและเข้าใจในแนวนั้น คือถือว่าสมถะเป็นของไม่จำเป็น จะต้องเจริญวิปัสสนาอย่างเดียว แม้แต่ศีลก็ไม่จำเป็นจะต้องรักษา เขามีหลักอ้างว่าผู้ที่สำเร็จมรรคผลนิพพานได้เพราะปัญญา มีหลักอ้างว่า ปญฺญาย ปริสุชฺฌติ ดังนี้ จะบริสุทธิ์ได้ก็เพราะปัญญา ลืมหลักอีกนัยหนึ่งซึ่งเขาลืมไป เมื่อเวลาบวชพระเสร็จแล้ว อุปัชฌาย์จะต้องสอนก่อนอื่นว่า สีลปริภาวิโต สมาธิ มหปฺผโล โหติ มหานิสํโส ผู้เจริญศีลดีแล้ว มีสมาธิใหญ่เป็นอานิสงส์ใหญ่ สมาธิปริภาวิตา ปญฺญา มหปฺผลา โหติ มหานิสํสา เมื่อเจริญสมาธิดีแล้วปัญญาเป็นอานิสงส์ใหญ่

แล้วท่านอธิบายถึงเรื่องผล เมื่อเจริญปัญญาดีแล้วจะถึงวิมุตติหลุดพ้นได้ พ้นจากกิเลสทั้งปวงมีอยู่อย่างนี้ คนที่อธิบายหรือคนที่เข้าใจว่าสมาธิไม่จำเป็น แท้ที่จริงคนคนนั้นเข้าใจว่ายังไม่ได้สมาธิ จึงไม่เห็นอานิสงส์ของสมาธิ ถ้าผู้ได้สมาธิแล้วไม่มีใครเขาปฏิเสธเช่นนั้นกันดอก หรือได้สมาธิแล้วแต่ไม่เกิดปัญญาอย่างนี้กันโดยมาก เมื่อตนเองทำไม่ได้เลยหาว่าหลักที่ท่านว่าไว้นั้นผิด มันเป็นกิเลสเข้าตัว

วิสัชนาธรรมโดย…พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสฺรํสี) วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย คัดมาจากหนังสือ ธรรมะปฏิบัติ สนทนาธรรมระหว่างอาจารย์และศิษย์ (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,900,591 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ใต้เงาซ้อ “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” สมรภูมิกรุงเก่า อุ๊งอิ๊งแทรกยาก
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
โค้งสุดท้ายเดือด! 'รวมศิษย์ครูสลาฯ'บัตรเหลือหลักสิบ ศิลปินฟิตเต็มแม็กซ์ เตรียมปล่อยของน้ำตาซึมทั้งฮอลล์
ซอกแซกอาเซียน : 17 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com
แนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 47 'มั่นคง ตรงไป ตรงมา' อุดมการณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยน
โอมุคาเดะ (Omukade) 7/10
นางแบบเซ็กซี่ หมิง น่านฟ้า เจอทัวร์ลงหนักเหตุแคปภาพ เซบาสเตียน กดไลก์รัวๆ
น้องเกล ก็โดน! เจอ แจ็ค แฟนฉัน เสนอขายลาบูบู้ตัวพิเศษ ตอนจบอย่างฮา (คลิป)
'น้องฟ้า อรัญญา'กับคุณค่าของบทเพลง'จากบัลลังก์สู่พื้นดิน'
บุคคลในข่าว

Recent Posts

  • ออสเตรเลียจ่อลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่ง หวังบรรเทาผลกระทบหลังราคาพุ่งสูงจากพิษสงครามตะวันออกกลาง
  • สเปนสั่งปิดน่านฟ้าห้ามเครื่องบินรบสหรัฐฯ ผ่านไปโจมตีอิหร่าน
  • เกาหลีใต้จ่อบังคับใช้มาตรการ “สลับวันวิ่งรถ” ทั่วประเทศ หากน้ำมันแตะ 130 ดอลลาร์
  • สว.สหรัฐฯ ย้ำไต้หวัน ผ่านงบกลาโหม 1.3 ล้านล้านโดยเร็ว รับมือภัยคุกคามจีน
  • อิตาลีสอบสวน Sephora และ Benefit ปมโฆษณาส่งเสริมให้เด็กต่ำกว่า 10 ปีใช้ “สกินแคร์”

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d