Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

กตัญญูกตเวทิตา ‘ธรรมที่สร้างคนให้เป็นคนดี’

Posted on May 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650679

กตัญญูกตเวทิตา 'ธรรมที่สร้างคนให้เป็นคนดี'

วันเสาร์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565, 18.36 น.

กตัญญูกตเวที…ความรู้คุณที่ท่านทำแล้วแก่ตน และตอบแทนพระคุณนั้น พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่าเป็นธรรมของคนดี คือคนดีมีธรรมนี้ หรือธรรมนี้ทำให้คนเป็นคนดี คือคนใดมีธรรมคือความกตัญญูกตเวที คนนั้นคือคนดีนั่นเอง ในด้านตรงกันข้าม คนใดไม่มีความกตัญญูกตเวที คนนั้นไม่ใช่คนดี

เชิญสำรวจตัวเองให้ทุกคน ให้เห็นใจตนอย่างชัดเจนตรงตามความจริงว่า มีความกตัญญูกตเวทีหรือไม่ แล้วก็จะรู้จักตนเองว่าเป็นคนดีหรือไม่ ไม่มีความกตัญญูกตเวทีไม่เป็นคนดีจริงๆ อย่าสงสัย แต่จงเร่งอบรมใจตนเอง ให้มีกตัญญูกตเวทิตาธรรมให้จงได้ อย่าให้ผ่านชีวิตนี้ไปสู่ชีวิตหน้าที่ยาวนาน โดยไม่ถือโอกาสสร้างชีวิตในภพชาติข้างหน้าให้สวยสดงดงามอย่างยิ่ง

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำดีต้องได้ดีเสมอ ไม่มียกเว้นด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น

Posted on April 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650563

ทำดีต้องได้ดีเสมอ ไม่มียกเว้นด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น

วันศุกร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.42 น.

เมื่อใด มีความคิดว่าเราทำดีไม่ได้ดี หรือเขาทำดีไม่ได้ดี ก็พึงรู้ว่า เมื่อนั้นกำลังหลงคิดผิดจากความจริง กำลังเข้าใจผิดจากความจริง ทำดีต้องได้ดีเสมอ ไม่มียกเว้นด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น

เมื่อใดมีความคิดว่าเราทำไม่ดี แต่กลับได้ดี หรือเขาทำไม่ดีแต่กลับได้ดี ก็พึงรู้ว่าเมื่อนั้นกำลังหลงคิดผิดจากความจริง กำลังเข้าใจผิดจากความจริง ทำไม่ดีต้องได้ไม่ดีเสมอ ไม่มียกเว้นด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น

ชีวิตในชาตินี้ชาติเดียวย่อมน้อยนัก เมื่อเปรียบกับชีวิตในอดีตชาติ ซึ่งนับจำนวนชาติหาถ้วนไม่ ดังนั้น กรรมคือการกระทำที่ทำในชีวิตนี้ ในชาตินี้ชาติเดียว จึงน้อยนัก เมื่อเปรียบกับกรรมหรือการกระทำที่ทำไว้แล้วในอดีตชาติ อันนับจำนวนชาติไม่ถ้วน

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความคิดของตนเองเป็นผู้นําทุกข์มาใส่ตนเอง ไม่ใช่ทุกข์เกิดจากอะไรอื่น

Posted on April 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650331

ความคิดของตนเองเป็นผู้นําทุกข์มาใส่ตนเอง ไม่ใช่ทุกข์เกิดจากอะไรอื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.23 น.

“…ความคิดผูกพันกับอดีตเป็นทุกข์ได้อย่างยิ่ง เป็นทุกข์ได้ยืดเยื้อ ตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่นเมื่อได้รับฟังเสียงหรือได้เห็นภาพที่ไม่ถูกหูถูกตาเสียงนั้นภาพนั้นจะผ่านหูผ่านตาไปในทันที เป็นอดีตไปในทันที แต่ความไม่พอใจหรือความโกรธจะไม่ผ่านไปในทันที ด้วยเสียงขาดหายไปแล้วแต่ใจก็ยังปรุงคิดถึงเสียงน้ันอยู่ ภาพลับตาไปแล้วแต่ใจก็ยังปรุงคิดถึงภาพนั้นอยู่ ความไม่ชอบใจหรือความโกรธที่เกิดพร้อมกับเสียงกับภาพจึงไม่ดับไปพร้อมกับเสียงกับภาพ แต่จะยืดเยื้ออยู่พร้อมกับความคิดยึดมั่นในอดีต

พิจารณาเหตุผลตามความถูกต้องเป็นจริงก็ย่อมจะประจักษ์ว่า ความไม่ชอบใจหรือความโกรธที่มีอยู่นั้นไม่ใช่เพราะเสียงของใคร ภาพอะไร แต่เป็นเสียงที่ตนเองคิดผูกพันไว้ และเป็นภาพที่ตนเองคิดผูกพันไว้ ความคิดของตนเองจึงเป็นผู้นําทุกข์มาใส่ตนเอง ไม่ใช่ทุกข์เกิดจากอะไรอื่น อย่างน้อยที่สุดควรจะให้ความทุกข์เกิดดับไปพร้อมกับรูปเสียงจึงจะถูก ได้ยินเสียงไม่ชอบใจถ้าจะเกิดความไม่ชอบใจในขณะได้ยินเสียงน้ันห้ามไม่ได้จริงๆ ก็ช่างเถิด แต่เมื่อเสียงน้ันดับแล้ว ผ่านพ้นไปแล้ว ต้องให้ความไม่ชอบใจดับไปด้วย ผ่านพ้นไปด้วย จึงจะถูกจึงสามารถช่วยตนเองให้มีความสบายใจได้..”

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กายคตาสติกรรมฐาน’ เป็นกรรมฐานที่มีอานิสงส์มาก

Posted on April 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/650103

'กายคตาสติกรรมฐาน' เป็นกรรมฐานที่มีอานิสงส์มาก

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.26 น.

“กายคตาสติกรรมฐาน” เป็นกรรมฐานที่มีอานิสงส์มาก เพราะสามารถทำให้ละ “สักกายทิฐิ” อันเป็นสังโยชน์ข้อต้นๆ ได้โดยง่าย และเป็นกรรมฐานที่เกี่ยวกับการพิจารณาร่างกายให้เห็นสภาพตามความเป็นจริง ซึ่งมักพิจารณาร่วมกับอสุภกรรมฐาน มรณัสสติกรรมฐาน ซึ่งพระอริยะเจ้าทุกๆ พระองค์ที่จะบรรลุพระอรหัตน์ผลได้จะต้องผ่านการพิจารณากรรมฐานทั้งสามกองนี้เสมอ มิฉะนั้นแล้วจะเป็นพระอรหันต์ในพระพุทธศาสนามิได้

ทั้งนี้ เพราะบรรดาสรรพกิเลสทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นความโลภ ความหลง และความโกรธ ต่างก็เกิดขึ้นที่กายนี้ เพราะว่าความยึดมั่นถือมั่นด้วยอำนาจอุปาทานว่าเป็นตัวตนและของตน จึงได้เกิดกิเลสดังกล่าวขึ้น การพิจารณาละกิเลสก็จะต้องพิจารณาละที่กายนี้เอง มรรค ผล และนิพพาน ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนเลย แต่มีอยู่พร้อม ให้รู้แจ้งเห็นจริงได้ที่ร่างกายอันกว้างศอก ยาววา และหนาคืบนี่เอง…

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร   – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อย่าปล่อยใจให้ตกเป็นทาสอารมณ์น้อยใจเสียใจอันเกิดจากความไม่สมหวัง

Posted on April 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649866

อย่าปล่อยใจให้ตกเป็นทาสอารมณ์น้อยใจเสียใจอันเกิดจากความไม่สมหวัง

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.30 น.

ถ้าปล่อยใจให้ตกเป็นทาสอารมณ์ น้อยใจ เสียใจ อันเกิดจากความไม่สมหวัง ก็นับว่าปฏิบัติต่อจิตใจของตนเองไม่ถูก ที่ถูกนั้นต้องพยายามควบคุมใจให้อยู่ใต้อำนาจของเหตุผล หรือใต้อำนาจของปัญญา ปัญญานั้นคือแสงสว่าง จะส่องนำให้พ้นจากความมืดได้ เพราะฉะนั้นถ้ารู้สึกว่าอยู่ในความมืดไม่เห็นหนทางแล้ว ก็ควรต้องนึกถึงสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้พ้นความมืดได้ คือปัญญาหรือแสงสว่างนั่นแหละ

ผู้ปรารถนาแล้วไม่สมหวังทั้งหลาย มักจะรู้สึกว่าหนทางข้างหน้ามืด ตนเองก็อยู่ในที่มืด ไม่รู้จะทำฉันใด แล้วก็คลำเปะปะไปตามเรื่องตามราวแบบคนตาบอดใหม่ๆ ก็ไม่อาศัยคนตาดีช่วยจับจูง ผลก็คือต้องชนนั่นกระทบนี่ให้เกิดความเจ็บช้ำ มากบ้างน้อยบ้างไปตามกัน แต่คนตาบอดเดินชนนั้นความจริงบอบช้ำเบากว่าคนตาดีที่ผิดหวังแล้วรู้สึกเหมือนตกอยู่ในความมืดมิด เพราะคนตาบอดจะช้ำที่กายซึ่งเจ็บปวดไม่เสมอคนผิดหวังที่ช้ำที่ใจ

ดังนั้น จึงควรอย่างยิ่งที่ทุกคนจะได้พยายามช่วยตนเองให้พ้นจากความบอบช้ำทางใจในเมื่อต้องพบกับความไม่สมหวัง ซึ่งเป็นประการหนึ่งของความทุกข์ เป็นอย่างหนึ่งของโลกธรรมแปด ซึ่งผู้เกิดมาในโลกทุกคนไม่อาจหนีพ้น จะต้องพบด้วยกันทั้งนั้น ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ดังนั้นการเตรียมป้องกันไว้ก็ตาม การแก้ไขเมื่อต้องประสบเข้าแล้วก็ตาม เป็นสิ่งควรทำอย่างเต็มสติปัญญาความสามารถ เพื่อช่วยตนเองให้พ้นจากอำนาจของความผิดหวัง ไม่ต้องบอบช้ำด้วยความทุกข์ใจจนเกินไป

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ใดทำเหตุใดไว้ย่อมได้รับผลตรงตามเหตุนั้นแน่นอน

Posted on April 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649595

ผู้ใดทำเหตุใดไว้ย่อมได้รับผลตรงตามเหตุนั้นแน่นอน

วันจันทร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.29 น.

” เมื่อมีเหตุย่อมมีผล เมื่อทำเหตุย่อมได้รับผล และผลย่อมตรงตามเหตุเสมอ ผู้ใดทำผู้นั้นจักเป็นผู้ได้รับผล เที่ยงแท้แน่นอน

เมื่อใดกำลังมีความสุข ไม่ว่าผู้นั้นกำลังมีความสุขนั้น จะเป็นเราหรือเป็นเขา เมื่อนั้นพึงรู้ความจริงว่า เหตุดีที่ได้ทำไว้แน่ กำลังให้ผล ผู้ทำเหตุนั้นกำลังเสวยผลแห่งเหตุนั้นอยู่ แม้ปุถุชนจะไม่สามารถหยั่งรู้ให้เห็นแจ้งได้ว่าทำเหตุดีหรือกรรมดีใดไว้ แต่ก็พึงรู้พึงมั่นใจว่า เหตุแห่งความสุขที่กำลังได้เสวยอยู่เป็นเหตุดีแน่ เป็นกรรมดีแน่ ผลดีเกิดแต่เหตุดีเท่านั้น ผลดีไม่เกิดแต่เหตุไม่ดีเลย

เมื่อใดกำลังมีความทุกข์ความเดือดร้อน ไม่ว่าผู้กำลังมีความทุกข์ความเดือดร้อนเป็นเราหรือเป็นเขา เมื่อนั้นพึงรู้ความจริงว่า เหตุไม่ดีที่ได้ทำไว้แน่กำลังให้ผล ผู้ทำเหตุไม่ดีนั้นกำลังเสวยผลแห่งเหตุนั้นอยู่ แม้ปุถุชนจะไม่สามารถหยั่งรู้ให้เห็นแจ้งได้ว่า ทำเหตุไม่ดีหรือกรรมไม่ดีใดไว้ แต่ก็พึงรู้พึงมั่นใจว่า เหตุแห่งความทุกข์ความเดือดร้อนที่กำลังเสวยอยู่ เป็นเหตุไม่ดีแน่ เป็นกรรมไม่ดีแน่ ผลไม่ดีเกิดแต่เหตุไม่ดีเท่านั้น ผลไม่ดีไม่มีเกิดแต่เหตุดีได้เลย “

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์! กราบไหว้’พระเจ้าใหญ่โพธิ์ชัย’ แห่งวัดศรีโพธิ์ชัย อำนาจเจริญ

Posted on April 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649302

ธรรมะวันอาทิตย์! กราบไหว้'พระเจ้าใหญ่โพธิ์ชัย' แห่งวัดศรีโพธิ์ชัย อำนาจเจริญ

วันอาทิตย์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2565, 13.43 น.

วัดศรีโพธิ์ชัย ต.ปลาค้าว อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 20 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันตก เป็นวัดสังกัดมหานิกาย โดยมีพระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ชัยและเจ้าคณะตำบลปลาค้าว มีพระสงฆ์ จำนวน 6 รูป สามเณรและแม่ชีไม่มี บนเนื้อที่ 16 ไร่ เป็นที่ตั้งของศาลาการเปรียญ อุโบสถ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่ผ่านมาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมแก่พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นวัดต้นแบบแห่งความสำเร็จ สู่รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมือปี 2553 

สำหรับ วัดศรีโพธิ์ชัยเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ทุกวันจึงมีพุทธศาสนิกชนญาติโยม เดินทางเข้ามาวัดเพื่อฟังธรรม ทำบุญ ทำทานและนมัสการพระเจ้าใหญ่โพธิ์ชัย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแบบปูนปั้นฉาบสีทอง ลักษณะปางมารวิชัย สูง 1.50 เมตร หน้าตักกว้าง 1.20 เมตร ประดิษฐานภายในวิหารญวน ช่างญวนเป็นผู้สร้างทั้งพระพุทธรูปและวิหาร เมื่อปี พ.ศ.2430 อายุ 128 ปี ซึ่งก่อนนั้นเป็นวิหารไม้และไม้ผุพัง ก็เลยทำการบูรณะขึ้นใหม่ กลายมาเป็นวิหารปูนซีเมนต์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งภายในวิหาร ก็จะเป็นที่เก็บสิ่งของโบราณ เช่น เสลี่ยงช้าง ใบลานเทศนาเป็นภาษาขอมและไหโบราณ   

นอกจากนี้ ภายในหอระฆังจะเป็นที่เก็บกองเพล ซึ่งสมัยก่อนศิษย์วัดจะตีกองเพล บอกเวลา ให้ญาติโยม นำอาหาร คาวหวาน มาถวายเพล พระภิกษุ สามเณร และมีกระติ๊บข้าวเหนียวโบราณเก่าแก่อายุ 100 ปี โดยเฉพาะด้านหน้าอุโบสถ จะเป็นที่ตั้งของป้ายประกาศโบราณ อายุกว่า 100 ปี เช่นกัน โดยครอบด้วยเพิงสังกะสี เพื่อบังแดดและกันฝน ซึ่งป้ายประกาศอันนี้ มีลักษณะแบบปูนซีเมนต์ ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร สำหรับเขียนประกาศกฎระเบียบต่างๆ ของหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้และปฏิบัติตาม 

ส่วนโรงเรียนพระปริยัติธรรมเริ่มแรกเปิดเรียนเปิดสอนพระสงฆ์และสามเณรเมื่อปี พ.ศ.2488 จนกระทั่งปัจจุบัน และในปี 2558 ได้มีการสอนอักษรธรรมใบลาน ซึ่งคณะครูอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดลเดินทางมาสอนถึงที่นี่ แก่ผู้สนใจ โดยเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปไม่จำกัดวุฒิการศึกษา และเพศวัย ซึ่งเปิดสอนในวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น. แต่ว่าช่วงนี้เกิดโรคระบาดโควิด19 จึงต้องงดเรียนวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อป้องกันโรคโควิด19 ซึ่งญาติโยม พุทธศาสนิกชน เดินทางเข้ามาในวัด จะต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดด้วย 

นอกจากนี้ ยังใช้พื้นที่ว่างประมาณ 3 งาน เพื่อปลูกสมุนไพรเกือบ 100 ชนิด โดยผลิตเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคหลากหลายชนิด และที่โดดเด่นฮิตยอดนิยม ก็คือเสลดพังพอนตัวผู้ตัวเมีย ทุกวัน จึงมีชาวบ้าน เข้ามาขอไปทำยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยมาก ส่วนวิธีทำเริ่มแรกให้นำเอาใบเสลดพังพอนไปตำให้ละเอียดเสร็จแล้วเอาไปคลุกกับปูน(สำหรับเคี้ยวกับหมาก)หรือเหล้าขาวก็ได้  จากนั้น ให้ใส่น้ำมะนาว เพื่อเป็นน้ำกระสาย และทำการแปะปิดบริเวณปากแผลที่ถูกแมลงสัตว์มีพิษต่อย หรือ ผู้ที่เป็นงูสวัด พอก 1 -2 วันก็จะหายทันที 

สำหรับสมุนไพร บำบัดผู้ติดยาเสพติดหรือติดสุรา ก็มีชาวบ้านขอไปทำยากันมาก ด้วยการใช้รากไม้นางแช่ง ต้มกับน้ำให้เดือดแล้วดื่มกิน ก็จะอาเจียนพิษสุราหรือยาเสพติดออกมา จะทำให้ไม่อยากเสพยาหรือดื่มสุรา หากได้กลิ่นยาเสพติดหรือกลิ่นสุราก็จะอาเจียนออกมาทุกครั้ง ซึ่งได้ผลดีมาก 

พระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เจ้าอาวาสวัดปลาค้าวและเจ้าคณะตำบลปลาค้าว ที่ผ่านมาเดินทางไปเทศนาสั่งสอนญาติโยมอย่างต่อเนื่องทั้งภาคเหนือและอีสาน เป็นเพราะสุขภาพร่างกายเริ่มถดถอย เดินทางไกลลำบาก จึงได้จัดตั้งคณะเทศน์ขึ้นมา 1 คณะ มีพระ 3 รูป ตระเวนเทศนาไปตามภาคเหนือและอีสานเป็นเวลากว่า 10 ปี ด้วยการเทศนาสั่งสอนพุทธศาสกนิชน ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะการทำบุญทำทาน การทำความดี ละความชั่ว รักแผ่นดิน รักพระมหากษัตริย์ พระราชินีและพระราชวงศ์ทุกพระองค์  

คณะเทศวัดศรีโพธิ์ชัย สร้างชื่อเสียง โด่งดังมาก จึงถูกเรียกว่า “คณะเทศเสียงทอง” ถูกนิมนต์ไปเทศตลอดเวลา รวมถึง คณะสวดสรภัญญะ อีกหนึ่งความสำเร็จ  ที่ทางวัดศรีโพธิ์ชัย ให้การสนับสนุน เพื่อไปร่วมงานทางศาสนาและส่งเข้าประกวดแข่งขันสวดสรภัญญะในวันสำคัญๆทางศาสนาทั้งระดับอำเภอ จังหวัด เป็นประจำ จนได้รับรางวัลระดับจังหวัดและระดับภาคอย่างต่อเนื่องและคว้ารางวัลมากหมาย และที่น่าดีใจที่สุดก็คือ รางวัลเสาเสมาธรรมจักร สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 23 พ.ค.53 ในวันวิสาขบูชาโลกที่ผ่านมาอีกด้วย 

พระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เทศนาตอนหนึ่งว่า ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ทั้งในโลกนี้และโลกทิพย์มีส่วนสัมพันธ์กัน เข้าไปอยู่ที่กฎแห่งกรรม ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนในการเวียนว่ายตายเกิดไปๆมาๆ ที่จะไม่เคยเป็นญาติ ไม่เคยเป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันไม่มี ชีวิตของทุกผู้ทุกคนจึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย ทั้งส่วนดีมากและส่วนดีน้อย ทั้งส่วนเลวมากเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิด ความเครียดแค้น ชิงมากชิงน้อย ทั้งในส่วนที่รักและอุปการะมากและน้อย

นี่เป็นกรณีหนึ่ง การได้ดีตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกรรม ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ อีกส่วนหนึ่งได้รับเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของสิ่งลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เช่น เทวดาช่วยเหลือ เทวดาให้โทษ ผีให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้นชิงชังให้โทษ เป็นต้น เพราะฉะนั้น จงทำบุญสร้างกุศลให้มากๆ ผลบุญ จะส่งให้ เหตุทุเลาเบาบางลง จากที่เจ็บมาก ก็จะเจ็บน้อย หรือ ไม่เจ็บเลย

ส่วน กามกิเลส มันเป็นเจ้าโลก ที่ทำให้เกิดสงคราม ต่อสู้กัน เกิดก็เพราะกาม ตายก็เพราะกาม รักก็เพราะกาม ชั่วก็เพราะกาม กามตัณหา ความอยากในกาม เปรียบเหมือนแม่น้ำไหลสงสู่ทะเล ไม่รู้จักเต็มสักที ความอยากของตัณหามันไม่รู้จักพอ เราต้องรู้จักพอจึงจะดี ภวตัณหา วิภวตัณหา เป็นแหล่งก่อทุกข์ ก่อความเดือนร้อนไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งหมดอยู่ที่ใจ สุขก็อยู่ที่ใจ ทุกข์ก็อยู่ที่ใจ ใจเป็นต้นเหตุ ฉะนั้น จึงมีการรักษาศีล สำรวมอินทรีย์  รักษาธาตุ 4 ชันธ์ 5 ภาวนาให้เข้าใจจนเกิดสมาธิ แล้วสติก็ส่งเข้าไปแล้วก็จะทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ พระธรรมแปดหนึ่งสี่พันพระธรรมขันธ์ ท่านชี้ให้เข้าหาใจนี่แหละ

ถ้ามีสติแล้วก็จะนำความผิดออกจากกายจากใจของตนอย่าหลงสมมติทั้งหลาย มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อย่าเอามาหมักไว้ในใจ เราต้องทำใจให้ผ่องใส ตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในทาน ตั้งอยู่ในธรรม ตั้งอยู่ในสมาธิ ทุกอย่างเราทำความพอดี ความพอใจก็นำออกเสีย ความไม่พอใจก็นำออกเสีย เวลานี้เราจะพักจิต ทำกายชองเรา ทำใจของเรา ให้รู้แจ้งในกายในใจของเรา รู้ความเป็นมา วางให้หมด วางอารมณ์ วางอดีต อนาคตทั้งปวง ที่ใจนี่แหละ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เราเกิดมาด้วยตัณหา (ความอยาก และ กรรม) เพื่อสนองตัณหาและกรรมของตนเอง

Posted on April 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649233

เราเกิดมาด้วยตัณหา (ความอยาก และ กรรม) เพื่อสนองตัณหาและกรรมของตนเอง

วันเสาร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.26 น.

เราเกิดมาทำไม ปัญหานี้ถ้าตั้งขึ้นคิดก็น่าจะจน เพราะขณะเมื่อทุกคนเกิดนั้นไม่มีใครรู้ มารู้เมื่อเกิดมาและพอรู้เดียงสาแล้วว่ามีตัวเราขึ้นคนหนึ่งในโลก 

แต่ทุกๆ คนย่อมมีความไม่อยากตาย กลัวตาย อยากจะดำรงชีวิตอยู่นานเท่านาน นอกจากนี้ ยังมีความอยากในสิ่งต่างๆ อีกมากมาย คล้ายกับว่าความที่ต้องเกิดมานี้ไม่อยู่ในอำนาจของตนเอง มีอำนาจอย่างหนึ่งทำให้เกิดมา ตนเองจึงไม่มีอำนาจ หรือไม่มีส่วนที่จะตั้งวัตถุประสงค์แห่งความเกิดของตนว่า เกิดมาเพื่อทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ หรือเพื่อเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ดูคล้ายๆ กับจะเป็นดั่งที่ว่ามานี้ ที่ดูคล้ายๆ ก็เพราะความไม่รู้ หรือจะเรียกว่า “อวิชชา” ก็น่าจะได้

แต่ถ้าจะยอมจนต่อความไม่รู้ก็ดูจะมักง่ายมากไป น่าจะลองทำตามหลักอันหนึ่งที่ว่า อนุมานและศึกษา คือสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตา ก็รู้ได้ง่าย แต่สิ่งที่ไม่ประจักษ์แก่สายตาก็ใช้อนุมาน โดยอาศัยการสันนิษฐาน และใช้ศึกษาในถ้อยคำของท่านผู้ตรัสรู้

พระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ได้ตรัสไว้แปลว่า “ตัณหา (ความอยาก) ยังคนให้เกิด” และว่า “โลกคือหมู่สัตว์ ย่อมเป็นไปตามกรรม”

ลองอนุมานดูตามคำตอบของท่านผู้ตรัสรู้นี้ดูในกระแสปัจจุบันก่อนว่า สมมุติว่าอยากเป็นผู้แทนราษฎร ก็สมัครรับเลือกตั้งและทำการหาเสียง เมื่อได้ชนะคะแนน ก็ได้เป็นผู้แทนราษฎร นี่คือความอยากเป็นเหตุให้ทำกรรม คือทำการต่างๆ ตั้งตันแต่การสมัคร การหาเสียง เป็นต้น ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับผลคือได้เป็นผู้แทนหรือแม้ไม่ได้เป็น ถ้าจะตัดตอนเอาเฉพาะความเกิดมาในช่วงแห่งชีวิตตอนนี้ ก็จะตอบปัญหาข้างต้นนั้นได้ว่า “เกิดมาเพื่อเป็นผู้แทน” ตัวอย่างนี้เป็นรายละเอียดเฉพาะเรื่อง 

ถ้าจะตอบให้ครอบคลุมทั้งหมดก็ควรตอบได้ว่า “เกิดมาเพื่อสนองความอยากและสนองกรรมของตนเอง” ถ้าจะแย้งว่า ตอบอย่างนั้นฟังได้สำหรับกระแสชีวิตปัจจุบัน แต่เมื่อเกิดมาทีแรกยังมองไม่เห็น เพราะไม่รู้จริงๆ ถ้าแย้งดังนี้ก็ต้องตอบว่า ฉะนั้น จึงว่าต้องใช้วิธีอนุมานโดยสันนิษฐาน ถ้ารู้จริงแล้วจะต้องอนุมานทำไม และก็อาศัยคำของท่านผู้ตรัสรู้เป็นหลัก ดังจะลองอนุมานต่อไปว่า

จริงอยู่เมื่อเกิดมาไม่รู้ แต่เมื่อรู้ขึ้นแล้วก็มีความกลัวตาย อยากดำรงชีวิตอยู่นานเท่านาน แสดงว่าทุกคนมีความอยากที่เป็นตัวตัณหานี้ประจำเป็นจิตสันดาน ความอยากเกิดย่อมรวมอยู่ในความอยากดำรงชีวิตอยู่นี้ เพราะความตายเป็นความสิ้นสุดแห่งชีวิตในภพชาติอันหนึ่งๆ เมื่อยังมีความอยากดำรงอยู่ประจำอยู่ในสันดาน ก็เท่ากับความอยากเกิดอีกเพื่อให้ดำรงอยู่ตามที่อยากนั้น ทั้งก็ต้องเกิดตามกรรมเป็นไปตามกรรม

ฉะนั้น จึงสรุปไว้ว่า “เราเกิดมาด้วยตัณหา (ความอยาก และ กรรม) เพื่อสนองตัณหาและกรรมของตนเอง” ตัณหาและกรรมจึงเป็นตัวอำนาจหรือผู้สร้างให้เกิดมา ใครเล่าเป็นผู้สร้างตัวอำนาจนี้ ตอบได้ว่าคือตนเอง เพราะตนเองเป็นผู้อยากเอง และเป็นผู้ทำกรรม ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า ตนเองนี้แหละเป็นผู้สร้างตนเองให้เกิดมา

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนเรามักกลัวกรรมเก่ากัน แต่ไม่รู้ว่ากรรมเก่าที่กลัวนั้นคืออะไร

Posted on April 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/649096

คนเรามักกลัวกรรมเก่ากัน แต่ไม่รู้ว่ากรรมเก่าที่กลัวนั้นคืออะไร

วันศุกร์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.34 น.

พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า กรรมมีสองอย่าง คือ ปุราณกรรม ได้แก่กรรมเก่า และนวกรรม ได้แก่ กรรมใหม่ และได้ตรัสอธิบายว่า กรรมเก่า ได้แก่อายตนะทั้ง ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ส่วนกรรมใหม่ก็ได้แก่การงานที่ ทำ พูด คิด ด้วยมีเจตนา อยู่ในปัจจุบัน

ลองคิดว่าทำไมจึงตรัสอายตนะทั้ง ๖ ว่าเป็นกรรมเก่า ก็เพราะว่าทุกๆ คนได้มาตั้งแต่เกิด คือเกิดมา ถ้าไม่พิกลพิการ ก็มีตา มีหู เป็นต้น มาด้วยกันทุกคน และเมื่อมีมาแล้ว ก็ต้องเห็น ก็ต้องได้ยิน ต้องได้กลิ่น ต้องได้รส ต้องถูกต้อง และต้องคิดบางคราวไม่อยากดูก็ต้องดู ไม่อยากฟังก็ต้องฟัง แม้ไม่อยากคิดก็ต้องคิด คือว่าจะเลือกเอาตามชอบใจไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นใครทั้งนั้น ทั้งนี้เพราะมีตาจนถึงมีใจติดตัวมาแล้วทั้ง ๖ นี้จึงว่าเป็นกรรมเก่า ซึ่งทุกๆ คนจะต้องเสวยกรรมเก่าของตนคือ ต้องเป็นสุขเป็นทุกข์ไปต่างๆ เพราะตา หู ตลอดถึงเพราะใจของตนเองไม่อาจกหลีกเลี่ยงได้

นอกจากนี้ยังต้องยอมรับ ความ เกิด ความเสื่อมอันเกี่ยวกับตาหูของตนอีกด้วย เช่น ถ้าสายตาสั้นก็มองเห็นสั้นใกล้ ถ้ายิ่งตาบอดด้วยเลย ก็มองไม่เห็น ต้องทนเป็นคนตาบอดมองไม่เห็นต่อไป เมื่อมีกายก็ต้องยอมรับทุกๆ สิ่งที่มาถูกต้องกาย บางทีก็เป็นที่สบาย บางทีก็ไม่เป็นที่สบาย ถ้าถูกไฟไหม้หรือถูกอาวุธก็บาดเจ็บจนถึงตายไปก็ได้ ใครๆ คงไม่อยากจะให้มีอะไรมาต้องกายในทำนองนั้น แต่เมื่อมีกายก่อเกิดมาด้วยกันแล้วก็จำต้องรับ คิดดูดังนี้จะเห็นว่าเป็นกรรมเก่าจริงๆ ซึ่งติดตัวมาตั้งแต่เกิด จนถึงตาย รวมความว่าคือ ตัวของเราเองหรือกายใจของเราเองนี่แหละเป็นกรรมเก่า

คนเรามักกลัวกรรมเก่ากัน แต่ไม่รู้ว่ากรรมเก่าที่กลัวนั้นคืออะไร คิดปั้นเอาว่าคือสิ่งที่มีอำนาจเหนือตน ซึ่งจะมาให้ทุกข์อย่างแสนสาหัส ความเชื่ออย่างนี้จึงเป็นเหมือนเชื่อในเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นแต่เพียงเปลี่ยนจากพูดว่าเทพเจ้ามาว่าเป็นกรรมไปเท่านั้น ตกว่าเชื่อในสิ่งที่ไม่รู้ กลัวในสิ่งที่ไม่รู้ ส่วนพระพุทธเจ้าเมื่อทรงแสดงกรรมเก่า ก็ทรงชี้ให้ใครๆ เห็นได้ด้วยว่ากรรมเก่าคืออะไร เพราะอายตนะทั้ง ๖ เหล่านี้มีอยู่ด้วยกันทุกๆ คนแล้ว หากเชื่อพระพุทธเจ้าก็ไม่ต้องไปกลัวกรรมเก่าที่ไหนอีก ถ้าจะกลัวก็ให้กลัว ตา หู ตลอดถึงใจของตนเองนี่แหละ ที่จะก่อทุกข์ให้แก่ตนหากขาดสังวร คือ ความระมัดระวัง

พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้สังวรตาหูตลอดถึงใจ คือ ให้มีสติรู้ระมัดระวังในเวลาที่เห็นอะไร ได้ยินอะไร ตลอดคิดอะไรต่างๆ เพื่อมิให้สิ่งที่เห็นที่ได้ยินเป็นต้น นั้นมาก่อความชั่วขึ้นในใจ หรือว่าผูกพันใจไว้ให้เป็นทุกข์เดือดร้อน ถ้ามีสังวรใจอยู่ดังนี้ได้ ก็ไม่ต้องกลัวกรรมเก่า

ส่วนกรรมใหม่นั้นเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว และทุกคนจะทำกรรมใหม่ขึ้นได้ก็ด้วยกรรมเก่านั้นแหละ ทั้งทางดีทางชั่ว เพราะต้องอาศัยตาหู เป็นต้น ทั้งในฐานะเป็นเครื่องมือ ทั้งในฐานะเป็นเหตุก่อเจตนา ถ้ามีความสังวรดีอยู่ ก็จะก่อเจตนาที่เป็นบุญ เป็นกุศลอย่างเดียว

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่แสง จันทวังโส’ เกจิดังนครพนมละสังขารแล้วสิริอายุ 111 ปี

Posted on April 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/648973

'หลวงปู่แสง จันทวังโส' เกจิดังนครพนมละสังขารแล้วสิริอายุ 111 ปี

วันศุกร์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2565, 12.34 น.

วันนี้ (22 เม.ย.65) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดโพธิ์ชัย บ้านโพนตูม หมู่ 4 ต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม ได้มีชาวบ้านและศิษย์ยานุศิษย์ได้เดินทางมากราบไหว้สรีระสังขารและแสดงความไว้อาลัยของ “หลวงปู่แสง จันทวังโส” หรือ พระเทพมงคลวัชรโรดม อายุ 111 ปี 91 พรรษา พระเกจิชื่อดัง อดีตเจ้าคณะตำบลก้านเหลือง อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย หลังจากได้ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.65 ที่ผ่านมาเวลา 06.20 น. ซึ่งหลวงปู่แสง จันทวังโส มีอาการอาพาธด้วยโรคชรา มีโรคประจำตัวคือ โรคปอด และโรคระบบทางเดินหายใจ มีอาการหอบเหนื่อยอ่อนเพลีย เนื่องจากชราภาพมากแล้วก่อนจะละสังขาร

สำหรับ “หลวงปู่แสง จันทวังโส” หรือ “พระเทพมงคลวัชรโรดม” มีนามเดิมว่า นายแสง วงค์ตาผา เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2454 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นชาวบ้านดอนโทน ต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม ต่อมาเมื่อ อายุ 19 ปีได้บวชเณรหน้าไฟอุทิศให้คุณตาที่วัดศรีสำราญจิตต.ก้านเหลือง อ.นาแก จ.นครพนม มีพระครูนาครธรรมนิเทศ เป็นพระอุปัชฌาย์

หลังบวชท่านอยากจะสึก แต่เจ้าอาวาสไม่ยอมให้สึก จึงธุดงค์ไป จ.ขอนแก่น มุ่งสู่ อ.บ้านไผ่ จ.ร้อยเอ็ด จนถึง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ใช้เวลานาน 7 เดือน ก่อนที่จะอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดบ้านแก้ง ต.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี มีพระครูบริหารเกษมรัฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่าจันทวังโส แปลว่า วงษ์แห่งพระจันทร์ มุ่งศึกษาพระปริยัติธรรม จนสอบไล่ได้นักธรรมตรี-โท-เอก ตามลำดับพร้อมศึกษาด้านวิทยาคม อักขระเลขยันต์ จนเชี่ยวชาญ

หลวงปู่แสง เป็นศิษย์สืบสายธรรม หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์พระป่า และยังเป็นสหธรรมิกหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเกจิชื่อดังภาคอีสาน วัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม ด้านวัตถุมงคลคณะลูกศิษย์ได้จัดสร้างวัตถุมงคลหลายรุ่น แต่ละรุ่นล้วนมีพุทธคุณ และเป็นที่เสาะแสวงหาแห่นักอนุรักษ์สะสมจนรุ่นสุดท้ายก่อนปิดการสร้าง คือเหรียญรุ่นศรัทธาบารมี เนื่องในโอกาสฉลองอายุวัฒนมงคล 109 ปี

ลำดับสมณศักดิ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถวายสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตร เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชมงคลวัชโรดม และล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ “พระเทพมงคลวัชโรดม” ก่อนจะละสังขารเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2565 เวลา 06.20 น.ที่ผ่านมา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,901,718 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทำเนียบฯ เตรียมความพร้อมสถานที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ 6 เม.ย.นี้ ก่อนแถลงนโยบาย
สถานีวิจัยฯ สะแกราช เชิญชวนน้องๆ เข้าค่ายปิดเทอมฤดูร้อน ‘Summer Science camp’ ผ่านการเรียนรู้ธรรมชาติ – วิทยาศาสตร์
สกร. เปิด ‘ตลาดนัดเรียนรู้ คู่เกษตรธรรมชาติ’ พลิกการเรียนรู้สู่การลงมือทำจริง สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน
‘วทจ. รุ่น 8’ บุกปักกิ่ง เจาะรหัสความสำเร็จแดนมังกร
'น้าเดช'ย้อนเหตุผล? ทำไมคนไทยไม่เชื่อเรื่อง คุณภาพน้ำมัน ที่รัฐบาลออกมาพูด
สหัสวัต สับรัฐจัดการล้มเหลว แรงงานข้ามชาตินับล้านเสี่ยงผิดกฎหมาย
เช็กบิลความจองหองพรรคส้ม! 10 แกนนำพรรคลุ้นชะตา เซ่นลายเซ็นแก้ ม.112
นายกฯ ส่งสารวันข้าราชการพลเรือน ย้ำต้องเป็นที่พึ่งประชาชน ขับเคลื่อนนโยบายสู่ผลสำเร็จ
สยบดราม่าผลประโยชน์ทับซ้อน นายกฯ จ่อตั้ง เอกนิติ คุม ศบก.-พลังงาน แทน พิพัฒน์
‘ธนัช เตชะรัตนวิบูลย์’ นักเทควันโดหนุ่มจาก ม.สยาม คว้าแชมป์เทควันโดชิงแชมป์ประเทศไทย 2026 รุ่น 54 กก.

Recent Posts

  • ปกรณ์วุฒิ แจงเดินเข้าหา คริส ชี้เป็นเรื่องปกติ แต่อีกฝ่าย เล่นใหญ่-ให้ข้อมูลเท็จ ปัดข่มขู่‘ระวังตัวไว้ให้ดี’
  • เอกนิติ ย้ำคนละครึ่งเฟส 2 มาแน่ กำลังออกแบบรายละเอียด พร้อมเสนอ ครม.เร็วๆนี้
  • เอกนิติ ลุยจี้โรงกลั่นรายงานต้นทุนจริง สั่งรื้อโครงสร้างค่าการกลั่น-ค่าการตลาด ก่อนชง ครม. 6 เม.ย. นี้
  • สกัด 3 ฝันร้ายประชาชน! จุติ จี้ ใช้กองทุนหมุนเวียน สู้ปัญหายากจน-เจ็บป่วย-เด็กหลุดระบบ
  • วิปสภา วางไม่เป็นทางการรวม 32 ชม. อภิปรายนโยบายรัฐ ฝ่ายค้าน 14 รัฐบาล 5 สว. 4 รอเคาะอีกครั้ง 7 เม.ย.

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d