Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชีวิตหลังความตายไม่มีการต่อรองได้ บุญมากก็ไปสวรรค์ บาปมากก็ต้องไปนรก : คำสอนหลวงปู่ฝั้น อาจาโร

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630904

ชีวิตหลังความตายไม่มีการต่อรองได้ บุญมากก็ไปสวรรค์ บาปมากก็ต้องไปนรก : คำสอนหลวงปู่ฝั้น อาจาโร

วันจันทร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.27 น.

“…ชีวิตหลังความตายไม่มีการต่อรองได้ หากบุญมากก็ไปสวรรค์ในชั้นที่เหมาะกับแรงกุศลของตนเท่านั้น จะขอความเป็นทิพย์แห่งสวรรค์ที่มากหรือน้อยกว่านั้นไม่ได้ หากแรงบาปมากก็ต้องไปนรกขุมต่างๆ ตามแรงกรรมของตนซึ่งเต็มไปด้วย ทุกข์ กับ ร้อนเท่านั้น จะขอต่อรองพักยกความทุกข์ร้อนทรมาณเพียง ช้างกระพือหู งูแลบลิ้นไม่ได้เลย ต้องก้มหน้ารับกรรมไป ต่อรองได้แต่ในชีวิตจริงในโลกมนุษย์ขณะนี้ เดี๋ยวนี้เท่านั้นที่่ทุกคนมีสิทธิ์จะเลือกทำดีหรือชั่ว บุญหรือบาป ฉะนั้น ขอทุกคนจงเร่งทาน เร่งศีล เร่งภาวนาของตนแต่บัดนี้เสีย จะได้ออกไปจากการซัดเหวี่ยงของสังสารวัฏนี้ได้…” 

คติธรรมคำสอนของ : หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร บ้านนาหัวช้าง-บ้านบะทอง ต.พรรณา อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร (ขออนุโมนากับเจ้าของภาพ) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศาสนาสอนให้เราเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ให้ไปฝืนความจริง : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630460

ศาสนาสอนให้เราเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ให้ไปฝืนความจริง : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.11 น.

ร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราดูตัวเราตอนที่เราเป็นเด็กกับตอนนี้ เราจะเห็นว่าไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่เป็นคนๆเดียวกัน ร่างกายเดียวกัน แต่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามกาลตามเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปอยู่เรื่อยๆ เสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่ เดี๋ยวก็เก่า ใช้ไปนานๆเข้าก็ขาด นี่คือความไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เจริญเต็มที่แล้วก็จะเริ่มเสื่อม ในที่สุดก็สลายไปหมด 

ร่างกายเมื่อคลอดออกมาจากท้องแม่ ก็เริ่มเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กลายเป็นคนแก่ แล้วในที่สุดก็ตายไป นี่คือเรื่องอนิจจัง นอกจากเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแล้ว ก็เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนด้วย แต่เราหลงไปยึดไปติดว่าเป็นตัวตน เมื่อเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี เราก็เสียใจ เราก็ทุกข์ เพราะไม่อยากจะให้เป็นไปในทางนั้น เราอยากจะให้ร่างกายแข็งแรง สวยงาม สดชื่น อยู่ตลอดเวลา 

แต่ร่างกายก็ต้องเป็นไปตามกาลตามเวลา เดี๋ยวอีกหน่อยผมก็ขาว ผมก็ร่วง หนังก็เหี่ยว ไม่มีกำลังวังชาที่จะทำอะไร เจ็บไข้ได้ป่วย ต้องนอนบนเตียง แล้วในที่สุดก็ไม่หายใจ เวลาเอาไปฝัง ก็สลายกลับไปสู่ดิน  น้ำในร่างกายก็ซึมลงไปในดิน ร่างกายนี้เมื่อพิจารณา ก็จะเห็นว่าเป็นธาตุ ๔ นั่นเอง ดิน น้ำ ลม ไฟ มาทางอาหารที่เรารับประทานเข้าไป แล้วก็เปลี่ยนเป็น อาการ ๓๒ เป็นผม เป็นขน เป็นเล็บ เป็นฟัน เป็นหนัง เป็นต้น 

ศาสนาสอนให้เราเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ให้ไปฝืนความจริง ถ้าฝืนแล้วจะทุกข์ คนที่ยังต้องไปเสริมอะไรต่างๆ เช่นไปดึงหนังดึงหน้าให้ตึง ไปย้อมผม เป็นการพยายามฝืนความจริง ไม่ยอมรับความจริงว่าจะเป็นอย่างนี้ไปไม่ได้ตลอด เพราะต้องเปลี่ยนไป แต่เขาไม่ยอม ยังอยากจะสาว ยังอยากจะหล่ออยู่ จึงต้องพยายามหาอะไรต่างๆมารักษาร่างกายไว้ ไม่ให้เสื่อม แต่จะรักษาอย่างไรก็สู้กับความจริงไม่ได้ เดี๋ยวก็ต้องแก่ ต้องตายไปด้วยกันทุกคน 

แต่ถ้าเรายอมรับได้ ใจเราก็จะสบาย ใจเราก็จะเฉยๆ ไม่ทุกข์ เพราะระงับดับตัณหา ต้นเหตุของความทุกข์ได้ กำจัดความไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตาย ไม่ให้มีอยู่ในใจได้ ยอมรับความจริงของร่างกาย ใจก็จะไม่มีอุปาทาน “ในอริยสัจ ๔” พระพุทธเจ้าทรงแสดงโดยสรุปว่า ทุกข์เกิดจากอุปาทานการยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕ นี้เอง 

วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.  ๒๕๔๘ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ในโลกทิพย์ไม่มีที่ทำบุญจะทำบุญต้องทำตอนอยู่ในโลกของมนุษย์ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630323

ในโลกทิพย์ไม่มีที่ทำบุญจะทำบุญต้องทำตอนอยู่ในโลกของมนุษย์ :  พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.23 น.

ช่วงนี้เป็นช่วงเช็งเม้ง เป็นธรรมเนียมของชาวจีนที่จะไปเคารพศพของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ก็เลยเอาอาหารไปให้กับคนที่ล่วงลับไปแล้ว แต่คนที่ล่วงลับไปแล้วนี้เขาไม่มีร่างกาย แล้วอาหารนี้เป็นอาหารสำหรับร่างกายของเขา แต่ร่างกายของเขาตอนนี้อยู่ในหลุมศพที่ถูกฝังอยู่ในหลุม..กินไม่ได้ 

ถ้าอยากจะให้คนตายนี้มีของกิน ก็ต้องให้บุญ บุญนี้เป็นอาหารของคนตาย เพราะคนตายนี้ตายไปครึ่งเดียว ตายไปแค่ร่างกาย แต่กายทิพย์คือใจนี้ไม่ได้ตาย กายทิพย์นี้ไม่ได้ตายไปกับร่างกาย กายทิพย์นี้ยังต้องการอาหารอยู่ อาหารของกายทิพย์ก็คือบุญ 

ถ้าเราอยากจะให้คนที่ตายไปแล้วเขามีอาหารรับประทาน เราก็เอาอาหารที่เราไปไหว้ที่ศพนี่แหละ เอาไปทำบุญทำทาน ถ้าเรากินอาหารที่เราเอาไปไปไหว้ศพ ศพคนตายก็ไม่ได้อะไร ได้แต่คนเป็น คนเป็นที่ไปไหว้นั่นแหละที่เอาอาหารไปให้คนตาย คนตายไม่ได้กิน คนเป็นก็เลยกินแทนคนตาย ถ้าอยากจะให้คนตายมีอาหารกินก็ต้องทำบุญ บุญนี้เป็นอาหารของกายทิพย์ 

แต่คนที่ตายไปนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนต้องมารอรับอาหารรอรับบุญจากคนเป็น ขึ้นอยู่กับว่าตอนที่มีชีวิตอยู่นั้นได้ทำบุญหรือเปล่า ถ้าได้ทำบุญเป็นประจำ ก็จะมีบุญติดตัวไปมาก ก็จะเป็นเศรษฐีบุญ ถ้าเป็นเศรษฐีบุญก็ไม่ต้องมารอรับบุญจากผู้อื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ถ้าขณะที่มีชีวิตอยู่นี้ ทำบุญน้อยหรือไม่ค่อยทำเลย มีเงินก็ไปเที่ยวกัน ไปซื้อของเล่นของฟุ่มเฟือยกัน แทนที่จะเอาไปทำบุญกัน แล้วก็ไม่รักษาศีล ทำบาปกัน 

ถ้าตายไปก็จะเป็นขอทาน ขอทานบุญทางจิตวิญญาณ เพราะไม่มีบุญติดตัวไป นี่พวกนี้แหละที่จะต้องมารอรับส่วนบุญ เพราะเขาไม่มีอาหารกิน เขาจะรู้สึกหิว แล้วเขาไม่สามารถหาอาหารเองได้ เพราะในโลกทิพย์ไม่มีที่ทำบุญ จะทำบุญนี้จะต้องทำอยู่ในโลกของมนุษย์

วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มีใครบ้างที่เกิดมาแล้ว ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on January 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630056

'มีใครบ้างที่เกิดมาแล้ว ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.26 น.

ทุกสิ่งทุกอย่างเช่นลาภยศสรรเสริญ รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ ไม่เที่ยงมีมามีไปมีเจริญมีเสื่อม มีได้มีเสีย ถ้าไปยุ่งกับเขาไปมีความผูกพันกับเขา มีความอยากให้เขาไม่เสื่อม เราก็จะทุกข์ หรือมีความอยากไม่ให้เขาเจริญ ก็จะทุกข์เหมือนกัน เช่นเราไม่อยากให้คู่ต่อสู้ของเราเจริญ พอเขาเจริญเราก็ทุกข์กัน แต่เวลาคู่ต่อสู้เสื่อมเราก็ดีใจ แต่คนที่เรารักเสื่อมเราก็จะเสียใจ คนที่เรารักเจริญเราก็ดีอกดีใจ มันอยู่ที่ตัวเราเอง ไปยุ่งกับเขาเอง เขาก็เจริญ เขาก็เสื่อมของเขาไปตามเวลาของเขา 

มีใครบ้างที่เกิดมาแล้ว ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายกันบ้าง มีใครบ้างที่เจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อม ไม่มีหรอกในโลกนี้เป็นไปไม่ได้เป็นเรื่องปกติของทุกสิ่งทุกอย่างทุกคน ที่จะต้องมีการเจริญมีการเสื่อมไปเป็นธรรมดา เพราะเป็นธรรมชาติของเขา เขาเป็นอย่างนี้ เขาไม่ได้อยู่ภายใต้คำสั่งของเรา เขาไม่ได้เจริญเพราะว่าเราสั่งให้เขาเจริญ เขาไม่เสื่อมเพราะเราสั่งให้เขาไม่เสื่อม เขาเสื่อมเราไปสั่งให้เขาไม่เสื่อม เขาก็ไม่ฟังเราอยู่ดี เพราะธรรมชาติของเขาต้องเจริญ ต้องเสื่อมไปในที่สุด

นี่คือการพิจารณาด้วยปัญญากับสรรพสิ่งทั้งหลาย พอเราปล่อยสรรพสิ่งทั้งหลายได้ เราก็ย้อนกลับเข้ามาพิจารณาที่สิ่งที่ใกล้ตัวเราที่สุด ก็คือร่างกายของเรา ร่างกายของเราก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน ต้องมีการเจริญแล้วก็มีการเสื่อม มีการเกิดแล้วก็มีการแก่ มีการเจ็บ มีการตายไป ไม่ว่าจะดูแลรักษาร่างกายให้ดีขนาดไหนก็ตามจะใช้เงินทองของมหาเศรษฐีของมหากษัตริย์มาทำนุบำรุงดูแลรักษาร่างกายอย่างไรก็ตาม ก็หนีไม่พ้นความแก่ ความเจ็บ ความตายอยู่ดี ถ้าเกิดความอยากไม่แก่ อยากไม่เจ็บ อยากไม่ตาย ก็จะเกิดความทุกข์ใจขึ้นมา เพราะว่าไปห้ามมันไม่ได้ ห้ามความแก่ ห้ามความเจ็บ ห้ามความตายไม่ได้

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘จิตที่มีคุณภาพสูง’ ตรงกันข้ามกับ ‘จิตที่มีคุณภาพต่ำ’ โอวาทธรรม หลวงปู่ทิวา อาภากโร

Posted on January 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629820

'จิตที่มีคุณภาพสูง' ตรงกันข้ามกับ 'จิตที่มีคุณภาพต่ำ' โอวาทธรรม หลวงปู่ทิวา อาภากโร

วันพุธ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.26 น.

“จิต”ที่มีคุณภาพสูง เป็นจิตที่มีความสุขมากกว่าปกติ เป็นจิตที่ประกอบไปด้วยกุศล ไม่คิดเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ปรารถนาความสุขให้แก่ตนเองและผู้อื่น ตรงกันข้ามกับ “จิต” ที่มีคุณภาพต่ำ เป็นจิตที่ประกอบไปด้วยอกุศลเป็นส่วนมาก ทำตนเองให้เป็นทุกข์แล้วก็แผ่กระจายความทุกข์นั้นไปให้ผู้อื่น ทั้งที่โดยเจตนาและไม่เจตนาก็ตาม 

พระอริยเจ้าทุกพระองค์ นับตั้งแต่โสดาบันขึ้นไป จิตของท่านมีคุณภาพสูงกว่าจิตของปุถุชน เพราะท่านมีความเมตตาเป็นวิหารธรรม คือ เป็นเครื่องอยู่ ฉะนั้น ท่านจึงเป็นผู้มีความสุขมากกว่าปุถุชนธรรมดา พวกเราถึงแม้ว่ายังเป็นปุถุชนอยู่ แต่ถ้าเจริญเมตตาพรหมวิหารเป็นประจำ เราก็จะเป็นผู้ที่มีความสุขมากกว่าปกติ ต่างกันแต่ว่าพระอริยเจ้าท่านมีเมตตาเป็นอัตโนมัติเกิดขึ้นเป็นประจำไม่มีการเสื่อม สำหรับปุถุชนต้องพยายามทำให้เกิดขึ้นทำให้มีขึ้นและต้องพยายามรักษาไว้ไม่ให้เสื่อมด้วย

เมตตาพรหมวิหารนี้ ถ้าเกิดขึ้นแล้ว ความเป็นผู้มีศีล คือไม่คิดเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น คิดปรารถนาความสุขให้แก่ตนเองและผู้อื่นก็เกิดขึ้นด้วย อยู่ที่ใดไปที่ใดก็มีแต่ความเยือกเย็นเป็นสุข

โอวาทธรรม หลวงปู่ทิวา อาภากโร พระมหาเถระผู้เป็นธรรมทายาทหลวงปู่หลุย จันทสาโร – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘การทำกรรมฐานต้องกำหนดต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนปลูกต้นไม้’ โอวาทธรรม ‘หลวงพ่อชา สุภัทโท’

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629543

'การทำกรรมฐานต้องกำหนดต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนปลูกต้นไม้' โอวาทธรรม 'หลวงพ่อชา สุภัทโท'

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.27 น.

“การทำกรรมฐานต้องกำหนดต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนปลูกต้นไม้” ถ้าเราเอาต้นไม้มาปลูกลงตรงนี้ ๓ วัน แล้วถอนออกไปปลูกตรงนั้นอีก ปลูกตรงนั้นได้อีก ๓ วันถอนไปปลูกต้นโน้นอีก ตายเลย ไม่ได้กินหรอก ต้นไม้ก็ตาย

“กรรมฐานก็หมดเหมือนกันอย่างนั้น” เข้าใจด้วยนะ มันเป็นอย่างนั้น ไปพิจารณานะ กลับไปนี่เอาต้นไม้ไปปลูกก็ได้ ปลูกตรงนี้ได้ ๓ วัน ถอนไปปลูกตรงนั้นได้ ๓ วัน ถอนอีกอยู่อย่างนั้นน่ะ ไม่ได้กินหรอก ตายหมด ไม่มีเหลือแล้ว

“กรรมฐานก็เหมือนกัน” ไปนั่งกรรมฐาน ๗ วัน ออกมา เล่นตั้ง ๗ เดือน ปล่อยจิตไปทำสกปรกหมด แล้วก็อีก ๗ วันก็มาทำกรรมฐานอีก ไม่พูด เฉย แล้วก็เลิกอีก “เหมือนกับต้นไม้แหละ ตายหมดไม่มีเหลือเลย” กรรมฐานไม่เกิดแล้ว ต้นไม้ก็ไม่เกิด กรรมฐานก็เหมือนกันอาตมาว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ผลหรอก”

โอวาทธรรม หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดตำนาน’หลวงพ่อเศียร’ ฟังเทศนาคลายทุกข์ ‘วัดป่าธรรมรังสี’อำนาจเจริญ

Posted on January 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628971

เปิดตำนาน'หลวงพ่อเศียร' ฟังเทศนาคลายทุกข์ 'วัดป่าธรรมรังสี'อำนาจเจริญ

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.57 น.

วัดป่าธรรมรังสี ตั้งอยู่ตำบลไร่สีสุก อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ เหมาะสำหรับผู้แสวงหาความเงียบสงบสุข ต้องการปลีกวิเวก ปฏิบัติธรรม ถือศีลภาวนาสมาธิ ปกคลุมไปด้วยต้นไม้หลากหลายพันธุ์ยืนต้นขึ้นอยู่ทั่วบริเวณ บนเนื้อที่ จำนวน 47 ไร่ ประกอบด้วย กุฎิ ศาลาการเปรียญ อุโบสถ เป็นต้น 

สำหรับ เจดีย์สิทธิธรรมรังสีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ใกล้กับอุโบสถ ที่ความสูง 15 เมตร ฐานกว้าง 9 เมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2520 เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งพุทธศาสนิกชน เดินทางเข้ามากราบไหว้บูชา ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นมงคลชีวิตอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ไม่ไกลทางเข้าวัดมากนัก จะพบเห็นศาลาไม้ทรงไทย ประดิษฐาน หุ่นขี้ผึ้ง หลวงพ่อลี ธรรมสาโร ซึ่งหลวงพ่อลี ธรรมสาโร ได้บูรณะวัดป่าธรรมรังสีแห่งนี้อยู่หลายปี 

ส่วนหลวงพ่อเศียรประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปครึ่งองค์ หรือ พระเศียรจำลอง ว่ากันว่าพระเศียรองค์จริง ขุดขึ้นมาจากใต้ดิน ขณะที่รถแมคโค ปรับพื้นที่บริเวณวัด ขุดพบเศียรพระซึ่งอยู่ใต้ดิน จึงทำพิธีอัญเชิญขึ้นมา 3 วัน จึงสามารถนำขึ้นมาได้ จากนั้นหลวงพ่อลี ธรรมสาโร ได้อัญเชิญเศียรพระไปไว้ที่วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ และได้ทำเศียรพระจำลอง จากองค์จริง ประดิษฐานภายในอุโบสถ วัดป่าธรรมรังสี อย่างที่เห็นในปัจจุบัน และเป็นที่นิยมของผู้คน เข้ามาอธิฐานขอพรเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงนี้จะมีผู้คนเข้ามาอธิษฐานขอพรหลวงพ่อเศียร ให้ปลอดภัยจากโควิด19 และปัดเป่าโรคร้ายโควิด19 หายไปจากประเทศไทยโดยเร็ว 

พระอธิการ เพลิง ปกสิโร อายุ 72 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมรังสี กล่าวว่า อาตมาเป็นเหลน หลวงพ่อลี ธรรมสาโร วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ เมื่อสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ พลวงพ่อลี ธรรมสาโร เดินธุดงค์ โปรดสัตว์ไปหลานพื้นที่ในประเทศไทย และข้ามไปประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว)อยู่หลายปี จากนั้นกลับมาที่ประเทศไทยทางภาคอีสาน กระทั่งเดินธุดงค์มาถึง บริเวณป่าใกล้กับหมู่บ้านไร่สีสุก เกิดนิมิต เหล่ารุกขเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ป่าแห่งนี้ ต้องการให้สร้างสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ก็เลยก่อสร้างวัดธรรมรังสีขึ้น ระหว่างที่รถแมกโค ขุดปรับพื้นดิน และขุดพบ เศียรพระ โดยใช้เวลาอัญเชิญขึ้นมา 3 วัน จึงสามารถนำขึ้นมาจากใต้ดินได้ ต่อมาได้อันเชิญไปประดิษฐานที่วัดอโศกการาม จ.สมุทรปราการ กระทั่งปัจจุบัน และได้ทำเศียรเรียกว่า หลวงพ่อเศียร จำลอง ขึ้นมาแทนองค์เดิม โดยประดิษฐานภายในอุโบสถวัดป่าธรรมรังสี ส่วนหลวงพ่อลี ธรรสาโร สร้างหลวงพ่อเศียรจำลองได้ไม่นาน ก็มรณภาพ ขณะมีอายุ 55 ปี 

พระอธิการ เพลิง ปกสิโร อายุ 72 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมรังสี เทศนาให้กำลังใจแก่ญาติโยม ที่เครียดกับโรคโควิด19 ว่าถือว่าเป็นไวรัสอันตรายที่ฆ่าผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ก็ขอเป็นกำลังใจ ให้ทุกคนมีสติ ตั้งสติให้ดี และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด19 อย่างเคร่งครัด และให้ยึดปฏิบัติตามคำสอนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องศีล ภาวนา สมาธิ และคิดเสมอว่า การเกิดการแก่ การเจ็บ การตาย ไม่มีใครหนีพ้น ไม่วันไหนวันหนึ่ง จะต้องเกิดขึ้นกับทุกคน ถ้าเข้าถึงแก่นของหลักธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว จะทำให้สบายใจ คลายเครียดลงได้ในระดับหนึ่ง และจะก้าวผ่านวิกฤติ โควิด19 ไปได้ในที่สุด. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เวลาพักผ่อนของจิตใจ…หยุดคิด หยุดนึกในการงานต่างๆ : หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

Posted on January 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628534

'เวลาพักผ่อนของจิตใจ...หยุดคิด หยุดนึกในการงานต่างๆ :  หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.26 น.

นั่งสมาธิพึงพากันตั้งสติให้แน่วแน่อยู่ภายใน พยายามควบคุมจิตอย่าให้มันหลงคิดนึกไปในอารมณ์ที่มันเคยคิด เคยนึก เคยเกาะ เคยข้องมาแต่ก่อนให้กำหนดลงเอาปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งเลยทีเดียว ชีวิตนี้จะอยู่เฉพาะลมหายใจเข้า หายใจออก อยู่ที่ปัจจุบันๆ นี้เท่านั้น ให้กำหนดจำกัดลงเลย เพราะว่าที่ล่วงมาแล้ว มันก็ล่วงมาแล้วนะชีวิต แล้วอนาคตก็ยังไม่ได้ไปถึง มันก็ยังไปไม่ถึง ไม่ต้องไปคำนึงหามัน การงานอะไรที่ทำล่วงมาแล้ว ผิดหรือถูกมันก็ได้ล่วงมาแล้ว ไม่ต้องไปคำนึงหามัน

เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของจิตใจ ขอให้เตือนตนอย่างนี้ เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของจิตใจในขณะนี้ เบื้องต้นนี้ก็อยากคิด อยากรู้นั้น รู้นี้ เห็นนั่น เห็นนี้ ก่อนคือพยายามตั้งสติ กำหนดลมหายใจเข้า หายใจออก อธิษฐานจิตถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกของตนแล้ว ก็พยายามประกอบจิตนี้ให้หยุดคิด หยุดนึก ให้กำหนดรู้เฉพาะแต่ลมหายใจเข้า หายใจออกเท่านี้ก่อน เพราะเวลานี้ให้เข้าใจว่าเราพักผ่อนจิตใจ

คำว่าพักผ่อน คือหยุดคิด หยุดนึกในการงานต่างๆ เลย วางจิตลงให้สบาย สบาย ไม่ต้องกังวลข้างหน้า ข้างหลังอะไรเลย กำหนดรู้อยู่แต่ปัจจุบันนี้เท่านั้น เอาปัจจุบันนี้เป็นหลักเลย ชีวิตนี้ก็ให้กำหนดว่ามีอยู่แค่ปัจจุบันๆ นี้ เท่านั้นแหละ

ในเบื้องต้นเราก็รู้ไม่ได้ว่าจะไปถึงไหน เบื้องหลังมันก็ล่วงมาแล้ว ดังนั้น เราต้องกำหนดรู้เฉพาะปัจจุบันเท่านั้นเอง คือการทำสมาธินี่ สำคัญอยู่ที่สตินั้นแหละ ขอให้ได้พากันจำเอาไว้ให้ดี สติแปลว่าความระลึกได้ คือระลึกเข้าไปในจิตเลยทีเดียว ระลึกให้หยั่งเข้าไปให้มันถึงจิต อย่าให้มันระลึกเฉไปทางอื่น จิตนี้ที่มันตั้งมั่นอยู่ไม่ได้ก็เพราะมันขาดสติ สติไม่ได้เข้าไปควบคุมอยู่ใกล้ชิด สตินั้น จะระลึกออกไปทางอื่นห่างออกไปจากจิต เมื่อจิตนี้ปราศจากสติแล้วมันก็ว้าเหว่ เร่ร่อนหาอารมณ์อย่างอื่น คิดส่ายไปตามความชอบใจ มันเป็นอย่างนั้น แต่จิตนี้น่ะ ถ้าสติเป็นเครื่องสอนอยู่แล้ว ไม่ไปไหนเลย ไม่ไปไหนแล้ว ที่มันอยากคิดอะไรมาแต่ก่อนนั้น สติห้ามไว้ทันแล้วก็หยุด

ขอให้สติมันเข้มแข็งเสียอย่างเดียว หายใจเข้าก็กำหนดรู้ หายใจออกก็กำหนดรู้อยู่ในปัจจุบันนั้นเลยอย่างนั้น ไม่ได้รู้สิ่งอื่นๆ ใดทั้งหมด ถ้าหากใครสามารถที่จะเพ่งเข้าไปภายในให้เกิดแสงสว่างเหมือนอย่างเราฉายไฟเข้าไปในถ้ำมืดๆ อย่างนี้ แสงไฟฉายนั้นมันจะเป็นลำ สว่างเข้าไปภายในจะมีอะไรอยู่ในนั้นก็มองเห็นได้เลย อันนี้ก็เหมือนกันแหละ ถ้าเราสามารถที่จะกำหนดตั้งสติแล้วเพ่งตามลมหายใจเข้าออก เข้าไปภายในให้มันสว่างเข้าไปถึงจิตใจ และก็มองเห็นอัตภาพร่างกาย อวัยวะน้อยใหญ่ภายในร่างกายได้ยิ่งดีเลย ถ้าทำได้อย่างนี้ ตามลมหายใจเข้าออกไปภายในให้มันสว่างเข้าไปถึงจิตใจและก็มองเห็น

ถ้าหากว่าไม่สามารถจะทำได้อย่างนี้ ก็ตั้งสติเพ่งเข้าไปหาความรู้อย่างเดียวเท่านั้น รู้อยู่ตรงไหน สติก็ให้หยั่งเข้าไปถึงนั่น ก็ใช้ได้เหมือนกัน เมื่อจิตมันสงบ มันคลายจากอารมณ์ต่างๆ ออกไปแล้ว มันปลอดโปร่ง ถึงแม้ว่าจะไม่สว่างไสวเต็มที่ แต่มันก็มีเงาแห่งความสว่างปรากฏอยู่ในจิตนั้นเองแหละ จิตไม่เศร้าหมอง หมายความว่าอย่างนั้นแหละเบิกบาน ถ้าหากมันคลายอารมณ์ต่างๆ ออกไปแล้วนะ ลักษณะอาการของจิตนี้จะเบิกบานผ่องแผ้ว ไม่มีกังวลใดๆ อิ่มอยู่ภายใน ไม่ปรารถนาอยากจะคิดไปไหนมาไหนแล้ว ทีนี้ถ้าจิตมันคลายอารมณ์เก่าออกไปได้ ก็ต้องอาศัยสตินั่นแหละเข้าไปควบคุมจิตไม่ให้คิดไปในอารมณ์ต่างๆ

อันเมื่อจิตนี้ไม่มีโอกาสจะได้คิดไปในอารมณ์ต่างๆ แล้วมันก็คลายทิ้งไปหมด อารมณ์ที่เราเก็บเอาไว้มันเป็นอย่างนั้นเพราะว่ามันไม่มีที่ต่อ มันก็คลายออกไปเท่านั้นเอง ดังนั้นอย่าไปเข้าใจวิธีอื่นเลย พระพุทธเจ้าสอนให้กำหนดลมหายใจเข้าออกนี่ เพ่งกำหนดรู้แต่ลมหายใจเข้าออกนี่แหละ ความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ มันจะค่อยเบาไปๆ หมดไปโดยลำดับ เพราะว่าจิตเราไม่ส่งเสริมมันแล้วนี่ จิตเรามาจ้องอยู่เฉพาะแต่ลมนี้ จิตนี้ไม่ส่งเสริมความคิดเสียแล้ว ทีนี้จะคิดดีคิดชั่วอย่างไรไม่เอา ในขณะนี้ปล่อยทิ้งไม่ใช่เวลาคิด เวลานี้ เวลาสงบ เวลาเพ่ง เวลากำหนดรู้ ไม่ใช่เวลาคิด ให้มีสติเตือนจิตอย่างนี้เสมอไป

จิตนี้เมื่อถูกสติเตือนเข้าบ่อยๆ มันก็รู้ตัว รู้ตัวแล้วมันก็คลาย มันก็ปล่อยวางอารมณ์ ไม่ส่งเสริม ไม่คิดไม่ปรุงไปอีก มันสำคัญ เรื่องสมาธินี่สำคัญมากทีเดียว เรื่องปัญหานั้นมันเกิดจากสมาธิ ดังนั้นเมื่อเราไม่สามารถจะทำสมาธิให้บังเกิดได้ ปัญญามันก็เกิดไม่ได้ ปัญญาในที่นี้หมายถึงปัญญาที่เกิดจากสมาธิ ปัญญาที่เกิดจากสมาธินี้เป็นปัญญาที่รู้แจ้งในธาตุสี่ ขันธ์ห้า ในนาม ในรูป ไม่ปรารถนารู้อย่างอื่น

ในการปฏิบัติสมาธิแรกๆ อย่าไปสงสัยคลางแคลงใจว่า เอ๊ะ !! ทำไมเราจึงปฏิบัติไปไม่ได้ ทำไมใจจึงไม่สงบ ? กำหนดลมหายใจก็กำหนดแล้ว มันก็ยังไม่สงบอย่างนี้ อย่าไปสงสัย ให้นึกว่าเราทำยังไม่พอก็แล้วกันแหละ เราทำยังไม่มากพอ คือว่าเรายังกำหนดลมหายใจเข้าหายใจออกนี้ ยังไม่พอ เราจะต้องทำอีก

“เคล็ดปฏิบัติสมาธิ” (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) วัดอรัญญบรรพต ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การเพ่งโทษผู้อื่นเป็นวิสัยของผู้ไม่ใช่บัณฑิต โอวาทธรรม ‘สมเด็จพระญาณสังวร’

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628271

การเพ่งโทษผู้อื่นเป็นวิสัยของผู้ไม่ใช่บัณฑิต โอวาทธรรม 'สมเด็จพระญาณสังวร'

วันพุธ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.26 น.

“…บัณฑิตจะเพ่งโทษตนเอง “การเพ่งโทษตนเองนั้นเป็นการฝึกตนเองอย่างหนึ่งที่จักเกิดผลจริง” การเพ่งโทษผู้อื่นเป็นวิสัยของผู้ไม่ใช่บัณฑิต “ผู้ที่เพ่งแต่โทษผู้อื่น ไม่เพ่งโทษตนเอง ย่อมไม่เห็นโทษของตนเอง” ย่อมไม่เห็นความบกพร่องที่จะต้องแก้ไขให้ดีขึ้น ย่อมไม่รู้ว่ามีโทษเพียงไรในแง่ใด ไม่มีโอกาสจะแก้ไขตนเอง แต่จะมุ่งไปแก้ผู้อื่น ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์แก่ตนอย่างใด

ผู้อื่นนั้นไม่ใช่ว่าจะยอมให้แก้ “เพราะถ้าเป็นผู้อื่นที่เป็นบัณฑิต ก็ย่อมแก้ตนเองอยู่แล้ว ฝึกตนเองอยู่แล้ว” ส่วนผู้ที่ไม่เป็นบัณฑิตก็ย่อมไม่สนใจที่จะแก้ตนเองฝึกตนเองอยู่แล้ว ผู้อื่นจะไปแก้จึงเป็นไปได้ยาก “ทุกคนจะดีหรือชั่ว .. สำคัญที่ตนเอง” ตนเองมีความดีพอจะยอมรับความไม่ถูกต้องไม่ดีงามของตน ย่อมยินดีฝึกตน ย่อมยินดีแก้ไขตน ย่อมมีโอกาสเป็นคนดียิ่งขึ้น…” 

โอวาทธรรม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คนสมัยนี้ เขาเป็นทุกข์เพราะความคิด’ โอวาทธรรมหลวงปู่ดูลย์ อตุโล

Posted on January 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/628014

'คนสมัยนี้ เขาเป็นทุกข์เพราะความคิด' โอวาทธรรมหลวงปู่ดูลย์ อตุโล

วันอังคาร ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.31 น.

“คิดเท่าไร ๆ ก็ไม่รู้ ต่อเมื่อหยุดคิดได้จึงรู้ แต่ต้องอาศัยความคิดนั่นแหละจึงรู้”… เวลาภาวนาอย่าส่งจิตออกนอก ความรู้อะไรทั้งหลายทั้งปวงอย่าไปยึด ความรู้ที่เราเรียนกับตำหรับตำราหรือจากครูบาอาจารย์ อย่าเอามายุ่งเลย ให้ตัดอารมณ์ออกให้หมดแล้วก็เวลาภาวนาไปให้มันรู้ รู้จากจิตของเรานี้แหละ

จิตของเราสงบ เราจะรู้เอง ต้องภาวนาให้มาก ๆ เข้า เวลามันจะเป็น จะเป็นของมันเอง ความรู้อะไร ๆ ให้มันออกจากจิตของเรา ความรู้ที่ออกจากจิตที่สงบนั่นแหละ เป็นความรู้ที่ลึกซึ้งถึงที่สุด ให้มันรู้ออกจากจิตเองนั่นแหละมันดี คือจิตมันสงบ ทำจิตให้เกิดอารมณ์อันเดียว

อย่าส่งจิตออกนอก ให้จิตอยู่ในจิต แล้วให้จิตภาวนาเอาเอง ให้จิตเป็นผู้บริกรรมพุทโธ พุทโธ อยู่นั่นแหละ แล้วพุทโธนั่นแหละจะผุดขึ้นในจิตของเรา เราจะได้รู้จักว่า พุทโธ นั้นเป็นอย่างไรแล้วรู้เอง…เท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรมากมาย

โอวาทธรรมหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,902,994 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
ททท. จัดเสวนา ‘เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์’
เอส แอนด์ พี ยกระดับ ‘ข้าวแช่’ เชื่อมวัตถุดิบชุมชนสู่ทางเลือกสุขภาพและความยั่งยืน
สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 'ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999' (PC-1999) สมุนไพรพื้นบ้าน สู่นวัตกรรมยาสมุนไพรมาตรฐานสากล
‘ปราการ’ ผสานพันธมิตรผลักดันการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรม ดื่มด่ำรสชาติแห่งความเป็นไทย
หน้าเด็กโกงอายุ จอย รินลณี โพสต์ภาพคู่ดอกบัว ละมุนเกินต้าน
รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ‘เอกนิติ’สั่งลุย ปรับคำนวณราคาขายส่ง
สหรัฐฯ-อิสราเอล ถล่มเมืองหลวงอิหร่าน ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดเจ็บสาหัส
ศาลฎีกาสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเมิน "ทรัมป์" ยกเลิกสิทธิการให้สัญชาติโดยกำเนิด
ทรัมป์แถลงครบ 1 เดือนสงครามอิหร่าน ประกาศชัยชนะ-ทำลายศักยภาพนิวเคลียร์

Recent Posts

  • บิ๊กดุลย์ เข้าไหว้อำลา บิ๊กเล็ก พร้อมสานต่อภารกิจ-รากฐานความมั่นคง
  • ปชป.ลงดาบขั้นสูงสุด! ผู้สมัคร สส. คุกคามทางเพศ ก่อนเจ้าตัวชิ่งลาออก
  • ‘พี่คนดี’ ร่ายกลอนแซะแรง! จิกกัดความย้อนแย้ง ค้านไป-แอบใช้ไป
  • ระวัง คลื่นพายุ เศรษฐกิจลูกใหญ่ที่สุด กิ๊ก อนิศ แนะ รัฐบาลควรตั้งวอร์รูมรับมือ
  • พรรคเศรษฐกิจ จุดพลุจี้ยกเลิก บำนาญ สส. ทำชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d