‘หมอท็อป-กุ๊กเกล’ ตะลอนฮ่องกง อิ่มบุญ อิ่มท้อง อิ่มใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/337001

‘หมอท็อป-กุ๊กเกล’ ตะลอนฮ่องกง  อิ่มบุญ อิ่มท้อง อิ่มใจ

‘หมอท็อป-กุ๊กเกล’ ตะลอนฮ่องกง อิ่มบุญ อิ่มท้อง อิ่มใจ

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ก้าวสู่ปีที่ 5 ช่อง MONO29 มอบของขวัญสุดพิเศษคืนกำไรให้คนดูกับกิจกรรม “MONO29 World Trip 2018” 10 ทริป 10 ประเทศ ประเดิมทริปแรก “Lucky Hong Kong” โดย หมอท็อป-ศิวทัต หมอดูชื่อดังจาก Horoliveและพิธีกรสาวจากรายการ What’s up 29 กุ๊กเกล-พนิตภัทร รับหน้าที่เป็นไกด์พา 10 ผู้โชคดีไหว้พระเสริมสิริมงคลที่ฮ่องกง ให้ได้อิ่มบุญ, อิ่มท้อง อิ่มใจ ตลอด 3 วัน 2 คืน

ทั้งขึ้นกระเช้านองปิงชมวิว 360 องศา นมัสการพระใหญ่ณ วัดโป่วหลิน ช็อปปิ้งกันที่ห้าง CITYGATE OUTLET MALL นอนโรงแรมหรู The Prudential Hotel ขึ้นยอดเขา “วิคตอเรีย พีค”
ไหว้พระโพธิสัตว์กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย สะพานต่ออายุ เทพเจ้าแห่งความรัก ฯลฯ พร้อมเคล็ดลับดีๆ ฉบับเอ็กซ์คลูซีฟจาก “หมอท็อป” เช่นเคย ถ้าไม่อยากพลาด
เคล็ดลับดีๆ ตามติดได้ที่ Facebook fanpage : MONO29 หรือ WWW.MONO29.COM

‘ชาช่า-ริต์ตา’ ตะลุยหิมะ เล่นสโนว์บอร์ด 7 วันรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/337005

‘ชาช่า-ริต์ตา’ ตะลุยหิมะ เล่นสโนว์บอร์ด 7 วันรวด

‘ชาช่า-ริต์ตา’ ตะลุยหิมะ เล่นสโนว์บอร์ด 7 วันรวด

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชาช่า-ริต์ตา รามณรงค์ สาวน้อยพลังเหลือล้นที่มีผลงานให้แฟนๆ ติดตามอย่างหลากหลายทั้งละคร “เรื่องลับหลัง” ทุกวันอาทิตย์ 20.30 น. ทางช่อง 3SD (ช่อง 28) พิธีกรพาเที่ยวรายการ “Dowtown Family” วาไรตี้ท่องเที่ยวส่งเสริมสถาบันครอบครัวที่ทำร่วมกับน้าสาว ธัญญ่า-ธัญญาเรศ หรือไม่ว่าจะเป็นผลงานเพลงเพราะๆ เพลง “เลวไม่พอ”เพลงใหม่ที่เพิ่งปล่อยออกมา เรียกว่าขยันและเต็มที่กับทุกหน้าที่ของการทำงาน ฉะนั้นพอมีเวลาพักผ่อนยาวๆ ชาช่าจึงไม่ลืมที่จะใช้แต่ละวันพักผ่อนเที่ยวและเล่นสนุกในกิจกรรมสุดโปรดอย่าง การเล่นสโนว์บอร์ด ซึ่งครั้งนี้บอกเลยว่าทั้งสนุกและตื่นเต้นสุดๆ ทริปนี้ชาช่าจะมันส์แค่ไหนตามไปดูกัน

สไตล์เที่ยว “เป็นคนชอบเที่ยวต่างประเทศนะ ต้นปีไปรัฐเท็กซัสมาดีมาก นิวออร์ลีนส์ สนุกมาก คือไปก็ไปกับครอบครัว ไม่ค่อยชอบซื้อทัวร์ค่ะ แพลนเอง แล้วก็ขับเป็นโรดทริป”

ตะลุยหิมะเล่นสโนว์บอร์ด “ทริปญี่ปุ่นครั้งนี้จะแบ่งเป็น 2 พาร์ทค่ะ คือเล่นเองกับไปกับสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดแห่งประเทศไทยซึ่งก็จะมีคนไทยที่เขาตั้งใจไปเล่นเลย เล่นสโนว์บอร์ด เล่นสกี มีแข่งขัน ช่าก็ไปกับเขาประมาณอาทิตย์หนึ่ง และหลังจากนั้นก็ไปสโนว์บอร์ดเองโดยไปกับพี่ธัญญ่าคือเขาไปถ่ายรายการ บวกกับตัวช่าเองเป็นคนชอบเล่นสโนว์บอร์ด เล่นมาหลายๆ รอบแล้ว แต่พอดีพี่ที่รู้จักกันอยู่ในสมาคมฯ เขาชวนไป จริงๆ ช่าเล่นสกีมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ แล้วอยู่ๆ วันหนึ่งก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ แล้วไปลองเรียนสโนว์บอร์ดแล้วก็ชอบเลย ก็เลยเปลี่ยนมาเล่นสโนว์บอร์ด อันนี้ก็เหมือนมีเข้าคลาสด้วย มีโค้ชมาสอนเป็นโค้ชทีมชาติ เราก็ไปแจมกับเขา ก็ได้ความรู้เยอะขึ้น”

สนุกสุดเหวี่ยงเวลาลง Slope “โมเม้นท์ตอนนั้นที่เล่นคือความทรมานของความหนาวเย็นที่มีมากเหลือเกิน แต่ความสนุกท่ามกลางอากาศที่หนาวมากๆ คือ แค่ได้ลงมาจาก Slope เลี้ยวและไม่ล้ม ก็มีความสุขแล้ว ซึ่งเราก็มีล้มด้วยวันนั้นแต่โชคดีมีหมวกกันน็อก เพราะล้มกระแทกหนักมาก คือช่าชอบอะไรที่ลุยๆ ผาดโผน ซึ่งก็เป็นกีฬาที่ค่อนข้างอันตรายเหมือนกันนะ บางคนล้มขาหัก
แขนหักตั้งแต่วันแรก เล่นไม่ได้ทั้งทริปเลยก็มี”

ฟินสุดใจ “ตอนแรกอยู่ที่ Kiroro Skiresort พายุเข้าสองวันสุดท้ายเล่นไม่ได้เลย เพราะว่าพายุหนักมาก แล้วพอทริปนั้นจบ พี่ธัญญ่าก็บินมาต่อ แล้วก็ย้ายไป Rusutsu Ski Resort ที่นี่ก็จะมีร้านของเล่น มีตู้เกม เหมือนเป็นอาณาจักรให้คนอยู่ในนี้มีทุกอย่าง เราก็อยู่ในนี้ตลอดหนึ่งอาทิตย์ เล่นสโนว์บอร์ดอย่างเดียวเลย อยู่บนภูเขาไม่มีอะไรเลย ตื่นมาก็ไปเล่น ส่วนความหนาวเย็นก็เย็นจนชินค่ะ(หัวเราะร่วน) คืออยู่ญี่ปุ่นเหมือนอยู่เมืองไทย ไปบ่อยค่ะปีละ 2-3 ครั้งอ้อ แล้วช่าก็ได้ไปกินขนมชูโรส ช่าเคยกินที่ดิสนีย์แลนด์ อเมริกา ช่าชอบมากแล้วพอไปเจอที่ไหนก็จะกินๆ ถือ 5-6 อันอย่างทริปนี้ก็ไปกินมาทั้งแข็งและเย็นเพราะหนาวมาก ไม่อร่อยเลย (หัวเราะร่วน)”

เสน่ห์ของการเล่นสโนว์บอร์ด “อยากให้ทุกคนลองดูค่ะ หลายคนอาจจะกลัวล้มกลัวบาดเจ็บ แต่ช่าว่าเวลาเล่นเป็นแล้วสนุกมากนะ ถามว่าเคยล้มหรือบาดเจ็บไหมก็มีอยู่แล้ว ต่อให้เราเล่นเป็นแล้วก็ตามก็มีล้มได้ เพราะบางทีพื้นไม่เรียบ เราก็ต้องเซฟตี้ อย่างที่บอกตอนแรกไม่ใส่หมวกกันน็อก ทุกคนก็บอกต้องใส่นะ อันตราย เราก็เลยโอเคไปถอยหมวกกันน็อกใหม่เลย แล้วปรากฏว่าล้มจริงเลย ตอนล้มเสียงดักแคร่ก ฉะนั้นตอนเล่นก็ต้องรู้ลิมิตของตัวเอง อย่าสนุกจนเกินไป ต้องระวังด้วย และอีกอย่างค่ะตอนนี้เขาเปิดรับสมัครนักสโนว์บอร์ดทีมชาติอยู่นะคะ ช่าเองก็คิดอยากนะ แต่เขาบอกว่าต้องไปอยู่ที่ที่มีหิมะ 160 วันต่อปี เพื่อซ้อม อย่างทริปที่ช่าไปก็มีแข่ง แต่ช่าไม่ได้ลงบวกกับพายุเข้าพอดี (ยิ้ม)”

เรียนรู้ชีวิตจากการเดินทาง “การเที่ยวด้วยตัวเองทำให้เราเรียนรู้แล้วก็ทำให้เราไม่ต้องไปตามใคร สมมุติทัวร์เขาล็อกว่าจะไปที่นี่ แต่เราไม่อยากไปกับเขา เราก็ต้องไป แล้วยิ่งหลายคนก็ยิ่งมากเรื่องเข้าไปใหญ่ (หัวเราะร่วน) เพราะถ้าเราไปด้วยตัวเอง อยากทำอะไร ไปตรงไหนไปเลย อิสระ แต่ถ้าทัวร์พาไปก็ไม่ได้ไปในที่ที่เราอยากจะไป ทำให้เราเจอสิ่งใหม่ๆ ได้เจอคนต่างประเทศ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของเขาได้ เปิดหูเปิดตา เป็นสิ่งที่ดีนะ ถ้าเราอยู่แต่ในที่ที่เดียวก็จะจำเจ อาจจะไม่ใช่เที่ยวเมืองนอกก็ได้นะเมืองไทยก็เที่ยวได้ ช่าเองก็ชอบเที่ยวเมืองไทยไปทะเล เหมือนได้ชาร์จแบต พักผ่อน”

แพลนต่อไป “อยากจะไปตะลุยแอฟริกาไปนั่งรถส่องสัตว์ แล้วก็พวกตุรกี ไปดูบอลลูน โอ้ยอยากไปหลายที่มากเลย เลือกไม่ถูกค่ะ ต้องดูอีกทีว่าปลายปีจะไปไหน”

จะไปที่ไหนก็อย่าลืมเก็บความทรงจำและภาพประทับใจมารีวิวให้แฟนๆ ได้ไปตามรอยกันด้วยนะคะสาวชาช่า

Hollywood stars : 6 พฤษภาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/337017

Hollywood stars : 6 พฤษภาคม 2561

Hollywood stars : 6 พฤษภาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

O ผู้กำกับออสการ์ โรมัน โปลันสกี้ และ นักแสดงตลกรุ่นใหญ่ บิล คอสบี้ถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกของสถาบันศิลปวิทยาการภาพยนตร์สหรัฐ ผู้จัดงานออสการ์ จากการลงมติของคณะกรรมการสถาบันเมื่อวันก่อน ด้วยเหตุผลว่าทั้งคู่ขาดคุณสมบัติตามมาตรฐานใหม่ของสถาบัน เพราะมีคดีล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงติดตัวนั่นเอง ซึ่งอดีตเจ้าพ่อหนังอินดี้ ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ก็นำร่องถูกผู้จัดงานออสการ์ปลดจากความเป็นสมาชิกไปเมื่อปลายปีก่อน เพราะใช้อำนาจคุกคามทางเพศผู้หญิงจนเกิดกระแส Metoo อย่างกว้างขวางในสังคมอเมริกัน

O นางเอกแถวหน้า แอชลี่ย์ จัดด์ ยื่นฟ้องอดีตเจ้าพ่อหนังอินดี้ ฮาร์วีย์ไวน์สตีน ฐานทำให้อาชีพนักแสดงของเธอต้องสะดุด เพียงเพราะเธอปฏิเสธไม่มีอะไรกับไวน์สตีน โดยจัดด์หยิบยกคำพูดของผู้กำกับ ปีเตอร์ แจ็คสัน ที่เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปลายปีก่อนว่า ไวน์สตีนไปพูดกับแจ็คสันว่า อย่าร่วมงานกับเธอ เพราะเธอเป็นคนเรื่องมาก จนจัดด์หมดโอกาสที่จะแสดงนำในหนังLord of the Rings ของแจ็คสันไปโดยปริยาย ซึ่งที่ผ่านมา ไวน์สตีนปฏิเสธมาตลอดว่าไม่เคยสกัดดาวรุ่งจัดด์ เพราะเรื่องส่วนตัวแม้แต่น้อย จัดด์ถือเป็นดาราหญิงกลุ่มแรกที่ออกมาโจมตี ไวน์สตีนถึงพฤติกรรมทางเพศ จนเป็นข่าวใหญ่เมื่อกลางปีก่อน และทำให้เขาต้องหมดอนาคตกันเลย

O นางเอกออสการ์ แซนดร้า บูลล็อค คงแอบหลอนเบาๆ เมื่อ โจชัว เจมส์ คอร์เบ็ตต์ วัย 42 ปี ซึ่งเคยถูกจับเพราะบุกเข้าบ้านเธอเมื่อปี 2014 ตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลังถูกหน่วย S.W.A.T ปิดล้อมที่บ้านพักเมื่อวานนี้ ปีที่แล้ว คอร์เบ็ตต์ ถูกศาลตัดสินห้ามเข้าใกล้หรือพยายามติดต่อ แซนดร้า บูลล็อค โดยเด็ดขาดเป็นเวลา 10 ปี และต้องเข้ารับการบำบัดจิตอย่างต่อเนื่อง แต่เขากลับละเมิดทัณฑ์บน ทั้งยังเบี้ยวนัดศาลจนถูกออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องตามจับกุมถึงบ้านพัก แต่คอร์เบ็ตต์ กลับขู่จะฆ่าตำรวจ หน่วยสวาทจึงต้องนำกำลังมาปิดล้อม เจ้าตัวจึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง

O ส่วนพระเอกเล่นจริง เจ็บจริง ทอม ครูส ยืนยันว่า เขาให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับ 1 ระหว่างมาโปรโมทหนัง Mission Impossible : Fallout ในงาน CinemaCon ที่ลาสเวกัสแม้พี่ทอมจะเพิ่งเดี้ยงเพราะเล่นฉากแอ๊กชั่นผิดคิวจนต้องพักฟื้นอยู่หลายเดือนก็ตาม ครูสบอกว่าเขาต้องรีบเร่งรักษาตัว เพื่อให้กลับมาถ่ายทำหนังอีกครั้งให้เร็วที่สุด ทั้งยังไม่กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เพราะเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยของทีมงาน ที่สำคัญการที่เขาลุกขึ้นมาเล่นฉากบู๊เอง แบบไม่พึ่งสแตนด์อิน ก็ทำให้นักแสดงคนอื่นๆ เริ่มทำตามเพื่อความสมจริงของเรื่อง และแม้ตอนนี้พี่ทอมจะอายุ 55 ปีแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะวางมือจากภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ แถมยังออกปากว่าต่อให้ถึงวันที่เขาเล่นเองไม่ไหว ก็ขอมีส่วนร่วมกับงานเบื้องหลังอยู่ดี

O นักเล่นโบว์ลิ่งมืออาชีพ โจนาธาน ท็อดด์ แจ็คสัน วัย 41 ปี ถูกตั้งข้อหาพยายามรีดไถเงินก้อนโตจากพระเอกหน้าเป็น เควิน ฮาร์ท จากหนัง Jumanji ด้วยการถ่ายคลิปวีดีโอที่ ฮาร์ทแอบไปควงผู้หญิงคนอื่นมาข่มขู่เมื่อกลางปีที่แล้ว แถมยังพยายามจะนำคลิปวีดีโอดังกล่าวไปขายให้เว็บไซต์ข่าวต่างๆ ด้วย ถึงอย่างนั้น ฮาร์ทกลับนิ่งเงียบไม่ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกรณีนี้ ย้อนไปเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ฮาร์ทเคยโพสต์คลิปลงอินสตาแกรม ยอมรับว่าตัวเองแอบนอกใจภรรยา แต่จะไม่ยอมให้ใครเอาเรื่องนี้มาข่มขู่เรียกเงินเขาได้เด็ดขาด

Star Retro : หลากมุมมองรุ่นพี่ สู่ลายเส้นผู้กำกับ ‘นุ่น-หลักเขต วสิกชาติ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/337018

Star Retro : หลากมุมมองรุ่นพี่ สู่ลายเส้นผู้กำกับ  ‘นุ่น-หลักเขต วสิกชาติ’

Star Retro : หลากมุมมองรุ่นพี่ สู่ลายเส้นผู้กำกับ ‘นุ่น-หลักเขต วสิกชาติ’

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในบทบาทการเป็นนักแสดง “นุ่น-หลักเขต วสิกชาติ” มักจะสวมบทโหด พูดน้อยต่อยหนัก เฉียบคมด้วยฝีมือ แต่กับอีกบทบาท งานผู้กำกับการแสดง ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิตที่เขาฝัน และวันนี้เขาก็ได้ทำมัน แต่หนทางกว่าที่จะได้มานั้น ต้องพบเจอและข้ามผ่านอะไรบ้าง “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ล้วงลึกมาให้ทราบกัน

บทบาทหน้าที่ในวันนี้

ตอนนี้มีละครที่ผมกำกับและออนแอร์อยู่คือเรื่อง “บ่วงรักซาตาน” ทางช่อง 3 ครับ เป็นละครยาวเรื่องที่ 2 ที่กำกับ เรื่องแรกคือ “เลือดตัดเลือด” ทางช่อง 7 แต่ว่าก่อนหน้านั้นเคยทำซีรี่ส์เรื่อง “ศีล 5 คนกล้าท้าอธรรม” ซึ่งทำอยู่เกือบ 4 ปี และมี “หล่อล่าผี” เป็นซีรี่ส์ออนทางไทยรัฐทีวี คือเริ่มมาจากศีล 5เป็นละครคุณธรรมสร้างสรรค์สังคม มีหน่วยซีล และมีเรื่องลึกลับเข้ามาพระเอกเห็นวิญญาณ เลยกลายเป็นเรื่องที่มันคลุมโทนด้วยแอ๊กชั่น กับเรื่องลึกลับสืบสวนสอบสวน แต่ตัวจริงผมชอบความเป็นดราม่าในละครมากกว่านะชอบความเป็นมนุษย์ ตอนเด็กๆ ผมโตมากับ “รัตนาวดี, ปริศนา, โดมผู้จองหอง” (ยิ้ม) ชอบดู และอินกับฟิลแบบนี้ ด้วยลุคมันอาจจะขัด แต่ว่ากับชื่อนี่ยังได้อยู่นะ นุ่น (หัวเราะ) แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำละครสไตล์ที่ตัวเองชอบ อย่าง “บ่วงรักซาตาน” มันก็จะมีเส้นโรแมนติกดราม่า ไม่เน้นแอ๊กชั่น ก็เลยเหมือนได้ทำในเรื่องนี้บ้างนิดหน่อย ซึ่งก็แฮปปี้นะ ทำแล้วมีความสุข ผมคิดว่าละครแต่ละเรื่องมันมีโลกของมันเอง เราต้องจัดสัดส่วนหรือความเป็นไปของมันให้อยู่ในโลกใบนั้น ดังนั้นมันต้องหลากหลายและเราต้องตีความ ทำมันออกมา คงจะมีจังหวะในสักวันที่เราจะเจอละครที่มันโดนกับชีวิตเรา

จุดเริ่มต้นความสนใจในงานบันเทิง

ตอนเรียนปี 3 ครับ เรียนนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ แต่ตอนนั้นลังเลอยู่ 2 อย่าง คือชอบเรียนศิลปะด้วย แต่เป็นคนไม่ได้อาร์ตมาก ก็เลยเอ็นท์ไม่ติด เลยไปสอบที่ม.รังสิต ติดศิลปกรรมออกแบบภายใน และมาสอบนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ รู้สึกว่าสมัยนั้น ก็ดังเรื่องการสื่อสารที่ตัดสินใจเลือกนิเทศ เพราะว่าคุยกับพี่ชายและแม่เราก็ดูแล้วว่าฝีมือการทำงานศิลปะเราเต็ม 10ให้เท่าไหร่ ซึ่งมันก็คือกลางๆ เราก็คิดว่าในยุคนั้นคนที่ทำงานศิลปะแล้วโตมาประสบความสำเร็จ มันต้องเป็นตัวระดับท็อปจริงๆ กับนิเทศด้วยอุปนิสัยเรามีความยืดหยุ่นอยู่ ก็น่าจะเหมาะกว่าไหมก็เลยมาเรียนนิเทศดีกว่า จนปี 3 ก็ต้องเลือกว่าจะไปในทางไหน ทุกสาขามันจะต้องมีวิชา Intro To Performing Arts ซึ่งมันเป็นวิชาเดียวเลยที่ชอบมาก พอเวลาอ่านหรือฟังอาจารย์แล้วเราชอบ เราสนใจมาก มันก็เป็นวิชาประวัติศาสตร์ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ ละคร และเรื่องเกี่ยวกับปรัชญาชีวิต กระบวนการทางความคิดจิตวิทยาการแสดง และมันใกล้ความเป็นเรา พอสอบออกมาเต็มร้อย เราได้ 90 กว่าคือไม่เคยได้แบบนี้ ก็เลยค้นพบแล้วว่าเราน่าจะชอบทางนี้ปี 3 ก็เลยเข้าไปเรียนศิลปการแสดงที่ ม.กรุงเทพ ซึ่งเขาเน้นละครเวที ได้เล่นละครเวทีด้วย ได้กำกับได้คิดโปรเจกท์ได้ฝึกการทำงานตั้งแต่ตอนนั้นเลย

ก้าวแรกในงานแสดง

ปี 4 ครับ รุ่นพี่ที่จบมาเขาไปเป็นผู้ช่วยผู้กำกับที่เอ็กแซ็กท์ พี่เอ พี่ใช้ ซึ่งเขาจะดึงพวกรุ่นน้องที่มีทักษะการแสดงพอประมาณให้มาเล่นด้วยเราก็ได้มีโอกาสเข้าไปเล่น เป็นละครแนวแอ๊กชั่นเชือดเฉือน “ชีวิตเพื่อฆ่าหัวใจเพื่อเธอ” เป็นเรื่องแรกเลย เปิดตัวด้วยบทลูกน้องของ “อารุจน์ รณภพ”เป็นมือปืน เราก็จะมาด้วยลุคประมาณนี้ครับผมเป็นคนที่มีความแตกต่างในกระบวนความคิดหรืออารมณ์ของตัวเองอยู่เหมือนกัน คือผมเป็นลูกคนเล็กที่โตมากับแม่ นอนเตียงเดียวกับแม่จน ม.1 ก็เลยได้ความ soft ของแม่มา แต่พ่อเป็นสถาปนิก แนวอาร์ตๆ มึงมาพาโวยหน่อย เลยเป็นการหล่อหลอมกัน ชื่อเล่นเราเลยชื่อนุ่น อยู่กับแม่ก็จะมีพาร์ตเป็นนุ่น งุ้งงิ้ง ส่วนชื่อจริง “หลักเขต”พ่อตั้งให้ มันก็จะดูต่างกัน ลุคเราการแต่งตัวก็เลยเป็นไปตามไอดอลของเราในสมัยนั้น การแสดงของผมมันเหมือนว่าเราจะเล่นน้อยพูดน้อยต่อยหนักแต่ว่าจริงๆ แล้วมันก็สนุกนะ โชคดีที่เราเอาสิ่งที่เราเรียนมานั้นมาใช้ในตัวละครได้ เรารู้แหละว่าบทมันไม่ได้มีอะไรมาก มันคือลูกน้องเจ้าพ่อ และไปเจอกับ “กัปตัน-ภูธเนศ” พระเอก เราจะสู้กันจะยิงกันยังไงเราก็พยายามเล่นให้มันเต็มที่คาแร็กเตอร์มันก็เลยชัดขึ้นมา เลยได้งานต่อมาเรื่อยๆ แต่ยังเป็นบทลักษณะนี้อยู่ ก็เล่นละครเยอะเหมือนกันนะ ซึ่งผลงานที่ผมประทับใจก็คงจะเป็นเรื่องแรกชีวิตเพื่อฆ่าฯ บทประพันธ์ดีตัวละครมีมิติ แล้วมาอีกเรื่องก็คือ “สองเสน่หา” เรื่องนี้จะมีบทพูดเยอะหน่อย เป็นนักธุรกิจเจ้าเล่ห์ แล้วมันจะไปอีนุงตุงนังอยู่กับตัวแฝดที่ “อั้ม-พัชราภา” เล่น

งานเบื้องหลังก็ทำควบคู่ไปด้วย

ทำมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ ตอนที่เล่นละครเอ็กแซ็กท์ ผมทำพร็อพ ทำหนัง “มือปืนโลก/พระ/จัน” ด้วย แล้วก็เล่นด้วย เป็นสแตนด์อิน11 ตัว คือมันเห็นกว้างๆ (หัวเราะ) แล้วก็ทำกับ“พี่ปลา”(พีรพล เธียรเจริญ) ตอนที่พี่ปลามากำกับเรื่อง “หักเหลี่ยมกุหลาบ” และเริ่มมาทำผู้ช่วยผู้กำกับก็ทำกับพี่ปลาเหมือนกัน ในเรื่อง“รักเธอทุกวัน” ของโพลีพลัส คือในระหว่างนั้นก็เล่นละครไปด้วย ทำงานเบื้องหลังไปด้วย แต่พอเริ่มทำผู้ช่วย ก็ไม่ค่อยได้เล่นแล้ว เพราะว่างานที่ทำทุกวันมันก็เต็ม หลังจากนั้นก็ไปทำกับ“พี่เชาว์” (ชวลิต พงศ์ไชยยง) เรื่อง “นางสาวผ้าขี้ริ้ว” และกับ “พี่บ๊วย” (พิเชฐ ตงศิริ) เรื่อง “มหาชนชาวแฟลต” เป็นซีรี่ส์นี่ก็ได้วิชามาเยอะพี่บ๊วยเก่งมาก ได้ในเรื่องของการที่จะมาสู่ผู้กำกับในอนาคต เวลากำกับบล็อกเสร็จแกก็ให้เราไปบล็อกกิ้งนักแสดงต่อ แล้วแกดูภาพรวม เราเลยมีแบบพี่บ๊วยเป็นไกด์ ได้เรียนรู้นักแสดงด้วยรวมทั้ง “พี่ตูน” (สุชีวิน แนวสูง)ที่ทำเรื่อง “เซนสื่อรักสื่อวิญญาณ” ของพี่ตูนก็จะได้เรื่องภาพเรื่องการเอาตัวรอด เพื่อให้ทันออนแอร์ พี่ตูนเก่งมากเรื่องการเล่าด้วยภาพ ส่วนพี่ปลาคือจุดเริ่มต้น เป็นมากกว่าผู้กำกับ ผู้ช่วย ดูแลผมมาตั้งแต่สมัยทำหนัง ดังนั้นพี่ปลาคือจุดเริ่มต้นของการที่ผมได้เข้ามามีชีวิตในการทำงานที่เป็นทีมงานอย่างแท้จริง สุดท้ายผมก็กลับมาทำกับพี่ปลาที่โพลีพลัส “เธอกับเขาและรักของเรา” ทีแรกจะมาทำฟรีแลนซ์ แต่ว่าต้องไปถ่ายทำที่จีนไปเป็นกองโจรกัน กลับมาทางโพลีพลัสก็เลยชวนทำประจำ และผมก็ได้ใช้สิ่งที่ผมไปเรียนรู้มาจากพี่บ๊วย พี่ตูน พี่เชาว์ คือผมเจอไม่กี่คนนะ เอามาใช้กับพี่ปลาในการเป็นผู้ช่วยเต็มๆ ที่โพลีพลัส

ตำแหน่งสูงสุดที่ตั้งเป้าไว้

คิดตั้งแต่แรกแล้วครับว่าอยากจะเป็นผู้กำกับ คิดตั้งแต่ช่วงที่เรียนอยู่ และเริ่มทำงานแรกๆ เล่นละครมันแฮปปี้ที่เราได้แสดงได้แอ๊กติ้งออกไป แต่รู้สึกว่าชอบการทำงานเบื้องหลังมากกว่า รู้สึกว่ามันโอเคมากเลย การที่มันมีบทมาแล้วเราอ่าน ซึ่งเราไม่ได้อ่านแต่ในส่วนของเรานะอ่านแบบเอาสนุกเราก็จินตนาการของเราไปตั้งแต่ฉากแรก และพอเรารู้ว่าใครเล่น เราก็จะนึกภาพนั่นคือความสุขของเราจริงๆ นั่นคือสิ่งที่เรานึกออกเราทำได้ แต่เราจะทำมันได้ดีแค่ไหนมันก็ต้องเป็นประสบการณ์ แล้วก็ต้องฝึกฝีมือ ซึ่งนั่นก็คือ direction คือการกำกับ ผมเริ่มเล่นละครตอนอายุ 20 กว่าๆ มากำกับละครตอนอายุ 30 ปลายๆ ก็ใช้เวลานานอยู่นะครับ คือเราก็รู้แหละว่าเราชอบอะไร แต่เราก็ใช้ชีวิตไปตามที่มันเป็นไป มันอยู่ที่จังหวะและโอกาสที่ผู้ใหญ่จะมอบให้ และเราก็ต้องมีโอกาสที่จะแสดงฝีมือว่าเขาซื้อไหมเขายอมรับในสิ่งที่เราคิดไหม คุณมีโอกาสได้อยู่ในจุดที่คุณได้แสดงความสามารถหรือความคิดเห็นหรือเปล่า อย่างที่สองเมื่อคุณได้โอกาสแล้วสิ่งที่คุณทำไปสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นฝีมือของคุณมันตอบโจทย์เขาไหม ถ้ามันตอบโจทย์แล้วเขาเลือกคุณไหม เพราะ ณ ตรงจุดที่ตอบโจทย์มันไม่ได้มีแค่เราที่เป็นตัวเลือกคนเดียวหรอก เราต้องยอมรับว่าสิ่งที่เราทำได้ คนอื่นเขาก็ทำได้ แต่ว่าเมื่อไหร่ที่ชีวิตมันเข้าเส้นทางตรงนี้ เราก็ต้องพยายามผลักดันมันให้มันไปต่อ

เมื่อได้ลงมือกำกับ

ผมแฮปปี้ครับ ผมมีความสุข โอเคกับมันมันก็เหนื่อย ก็เครียดนะ แต่ทุกคนเขาก็เหนื่อยก็เครียดไม่ใช่แค่ผู้กำกับผู้กำกับอาจจะต้องรับภาระมากหน่อย แต่เจอสภาวะนี้แล้วแลกกับสิ่งที่เราชอบ เราถนัด เราแฮปปี้ในการทำ ได้เงินเดือนค่าจ้างกลับมา มันดีแล้วที่เราได้ทำในสิ่งที่เราชอบสิ่งที่เรารักและเป็นรายได้ที่ทำให้เราเลี้ยงชีพได้ เราดีใจมากที่ผู้ใหญ่มอบให้เราทำ แล้วก็รู้สึกว่าความกดดันเริ่มเข้ามาทันที ปัญหาต่างๆ ที่เรารู้อยู่แล้วในฐานะที่เราทำผู้ช่วยตอนนั้นคือละครไม่มีสต๊อก เราต้องวีคต่อวีค แต่ก็ต้องทำมันครับ จากที่เราคิดว่าอยากกำกับ เมื่อไหร่เราจะได้กำกับ พอเขาให้เรากำกับ เราก็ดีใจมากเลย แฮปปี้มีปีติและก็คิดต่อไปว่าเราจะทำได้ดีและเขาจะให้เรากำกับต่อไปอีกหรือเปล่านะ(หัวเราะ) สรุปก็ทำมาเรื่อยๆ กำกับศีล 5 ประมาณ 3 ปีกว่า ศีล 5 เป็นละครที่ผมภูมิใจกับมันเลยนะครับ เป็นซีรี่ส์อาทิตย์ต่ออาทิตย์ เหมือนเราต้องทำงานแข่งกับเวลางานก็ต้องออกมาให้ดี เรตติ้งโอเคเลย อยู่ในอันดับ 1 อันดับ 2 ของช่อง 5 ยาวนาน มันเคยขึ้นอันดับหนึ่งอยู่ 11 หรือ 12 อาทิตย์เลย ผมมีความสุขมาก อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็ไม่แคร์เพราะว่าทุกคนก็เหนื่อย

สไตล์ในการกำกับ

เดือดๆ หน่อยนะ (ยิ้ม) บางทีก็ขี้โมโหแต่ก็น้อยนะครับ จะบอกว่าตามชื่อเลยครับ มันมีทั้งความเป็นนุ่นและความเป็นหลักเขต แต่ผมจะมีสเต็ปของความยืดหยุ่นในข้อแม้ที่เราได้คุยกันไว้ก่อนแล้ว สมมติว่าเต็ม 10 เรามีจินตนาการ 9 แต่ด้วยเรื่องงบประมาณและองค์ประกอบมันทำให้ได้อยู่ 7 เราก็ยอมไปที่ 7 แต่ 7 มันต้องสมบูรณ์ให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อเวลาการถ่ายจริงแล้วมันไม่ไปสู่ 7 บางทีมันดรอปไป 3 หรือ 4 โดยเหตุผลที่ไม่สมควรกับในช่วงเวลาที่มันจำกัดผมก็มีโมโหนะพอโมโหก็เสียงดังนะแบบผู้ชายเลยล่ะเขาเขวี้ยงกันผมเขวี้ยงแก้ว (หัวเราะ) แต่ไม่ได้เขวี้ยงใส่ใครแล้วเวลาโมโหก็ไม่เคยพูดชื่อหรือระบุชื่อเพราะรู้สึกว่ามันเกินไปถึงแม้ว่าเราจะปรี๊ดขึ้นมาก็เถอะ แต่ทุกคนในกองเขาก็เครียดแหละ เราก็เข้าใจถ้าเราเป็นตลอดเวลาคงเป็นคนบ้าแล้วคงต้องพิจารณาตัวเอง แต่ทุกวันนี้ก็พิจารณาตัวเองเหมือนกันนะก็รู้ว่าเวลาโมโหมันไม่ดี อย่างพี่ปลาเวลาทำงานเขาก็อารมณ์ดีเราก็พยายามปรับตัว

สิ่งที่ได้จากบ้านโพลีพลัส

ณ วันนี้คือเป็นผู้กำกับอิสระ อยู่กับโพลีพลัสมาเกือบ 8 ปี สิ่งที่ได้จากตรงนั้นคือได้สิ่งที่มั่นคงมาเป็นตรงนี้ครับ ได้ความเป็นคนที่มีที่ยืนเป็นคนในองค์กรภูมิใจจะตาย ได้โอกาสในการทำงานประจำจากที่เราทำฟรีแลนซ์มา สองพอเราได้โอกาสจาก “คุณนิด” (อรพรรณ วัชรพล) ที่ให้เรามากำกับมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะและมันเป็นเครดิตกับตัวไปตลอด ต่อจากนี้เราจะไปทำที่ไหนเราก็คือผู้กำกับที่เคยทำที่โพลีพลัส ได้โอกาสจากคุณนิดได้การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงๆ ได้จากโพลีพลัสเยอะมากเรียกว่าเป็นจุดยืนที่มั่นคงของเรา

ทิศทางในการทำงานต่อไป

ไม่ได้คิดว่าจะเปลี่ยนแนวทางการทำงานอะไรนะครับ แต่แค่คิดว่าเราคงต้องเอาประสบการณ์จากการทำงานกับคนที่เราเรียนรู้มาปรับใช้ให้มันดีขึ้นกว่าเดิมอีก คือเราก็เรียนรู้อะไรมาหลายอย่างทั้งเรื่องของงานและการทำงานร่วมกับคนไม่ว่าจากนี้ไปเราจะไปทำในส่วนของอะไรก็แล้วแต่ เราต้องตระหนักเหมือนกันว่าเราก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกสเต็ปนึงตามคุณวุฒิวัยวุฒิเรา เราต้องตอบโจทย์การทำงานให้ได้เหมือนเดิมแต่กระบวนการขับเคลื่อนมันต้องลงตัวให้มากกว่าเดิม ก็ยังอยากกำกับเหมือนเดิม ส่วนงานแสดงก็มีเพื่อนๆ ที่ชวนให้ไปเล่นบ้าง ก็บอกเขาไปว่าจริงๆ อยากกำกับมากกว่า เขาก็เลยพยายามหาอะไรที่มันสั้นๆไม่ต้องใช้เวลามากมาให้เล่น ก็เออแบบนั้นก็ได้ไม่ได้อิ่มงานแสดงนะครับแต่ชอบการที่เป็นผู้กำกับมากกว่า เพราะว่าสมัยเล่นละครก็ไม่ได้ดังอะไรแค่คนเขาก็คุ้นหน้าเพราะว่าเล่นโหด (ยิ้ม) คือถ้าตอนนั้นเราคิดว่าเราอยากจะเป็นนักแสดงเราอาจจะไม่รอดก็ได้นะ พอโตขึ้นมาเราก็ต้องมีอาชีพในการเลี้ยงดูตัวเอง ตอนนั้นไม่ได้คิดเลยว่าเราจะมีอาชีพเป็นนักแสดง มีคนทักเราก็รู้สึกดีนะเขินนิดๆ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็นที่รู้จัก

สิ่งที่อยากจะทำนอกจากนี้

ตอนนี้ 45 อีก 5 ปีจะ 50 เต็มที่ 55เราจะอยู่ตรงไหน เราคงต้องสร้างคอนเน็คชั่นอยากเป็นผู้จัดรายย่อย ไอดอลผมคนหนึ่งที่เป็นแนวทางให้ผมก็คือพี่เชาว์ เพราะว่าพี่เชาว์เป็นผู้กำกับ ก่อนนี้ก็เป็นผู้ช่วย ไปกำกับให้คนนั้นคนนี้แล้วก็มาเปิดบริษัทของตัวเอง ละครต่อ 1 ปีของพี่เชาว์ไม่ได้หลายเรื่องแต่ว่าก็คุณภาพทั้งนั้น และสามารถมีพนักงานประจำไม่มากแต่ก็มีชีวิตที่ลงตัวคือผู้จัดละคร เลยนึกว่าอยากจะเป็นแบบนี้บ้าง ไม่ได้คิดออกไปจากงานบันเทิงเพราะว่าเราเรียนมาด้านนี้ทำงานมาด้านนี้มันก็ถนัดในสิ่งที่ทำนี่แหละ แต่แอบคิดว่าเกิดวันหนึ่งทีวีมันความต้องการของคนลดลงมากๆ แล้วเราไม่ตอบโจทย์อายุก็มากขึ้นแล้วเราจะทำอะไรถ้าไม่ได้ทำงานด้านนี้ เป็นเรื่องที่เมื่อปีสองปีนี้แอบคิดๆเหมือนกันว่าเราจะทำอะไรดี หรือว่าถ้าในอนาคตที่เรายังทำตรงนี้อยู่แต่เป็นอะไรส่วนตัวที่แยกไปทำจะได้ไหมยังนึกไม่ออกว่าทำอะไรดี

ที่บ้านเขาก็โอเคกับสิ่งที่เราทำนะครับ พ่อแม่พี่น้องเขารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นคนแบบนี้ ก็ต้องขอบคุณแม่กับพี่ที่แนะนำว่าเลือกเอาสิ่งที่คิดว่าตัวเองไปทำแล้วมันจะอยู่ในสเต็ปที่ดีกว่า เลยทำให้เราได้มีวันนี้ครับ และสุดท้ายผมก็อยากจะฝากผลงานการกำกับเรื่องต่อไปด้วย ซึ่งจะเป็นเรื่องอะไรนั้นอยากให้ติดตามกันต่อไป หรือถ้าแฟนละครเจอกันก็เข้ามาทักทายได้ครับ ไม่ดุนะไม่โหดครับทักทายพูดคุยกันได้

และนี่ก็คืออีกหนึ่งบุคคลเบื้องหลังที่รักและพร้อมจะสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาให้แฟนละครได้รับชม “นุ่น-หลักเขต วสิกชาติ”

กุหลาบสีเงิน

‘ปั้นจั่น-ปรมะ’ ลงอ่าง ท้าลมร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/337004

‘ปั้นจั่น-ปรมะ’ ลงอ่าง ท้าลมร้อน

‘ปั้นจั่น-ปรมะ’ ลงอ่าง ท้าลมร้อน

วันอาทิตย์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปั้นจั่น-ปรมะ ร่วมโชว์มินิคอนเสิร์ตกับศิลปินมากมาย พร้อมร่วมกิจกรรมท้าลมร้อนสุดชิคในงาน ดิ เอ็มควอเทียร์ ซัมเมอร์ รีพับบลิค ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Aloha in the City” สัมผัสประสบการณ์ BEACH ใจกลางเมือง ตื่นตากับหาดทรายสุดยิ่งใหญ่ พร้อมสนุกกับ Peal Beach Pool ลูกบอลสุดคลูนับแสนลูก ที่ควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

 

‘แกรนด์’เซ็กซี่เบาๆในชุดวันพีช อวดหุ่นเป๊ะผิวเนียนท้าลมทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/337053

'แกรนด์'เซ็กซี่เบาๆในชุดวันพีช อวดหุ่นเป๊ะผิวเนียนท้าลมทะเล

‘แกรนด์’เซ็กซี่เบาๆในชุดวันพีช อวดหุ่นเป๊ะผิวเนียนท้าลมทะเล

วันเสาร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 16.53 น.

5 พ.ค.61 เป็นอีกหนึ่งสาวที่ขอหนีร้อนเมืองกรุงไปพักผ่อนรับลมทะเลที่ต่างจังหวัดดีกว่า สำหรับดาราสาว “แกรนด์ กรณ์ภัสสร” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ไปเที่ยวทะเล จ.ภูเก็ต งานนี้เจ้าตัวไม่พลาดจะงัดชุดว่ายน้ำออกมาใส่เล่นน้ำเริงร่า พร้อมโชว์ความเซ็กซี่เบาๆ ให้ได้ชมผ่านอินสตาแกรมอีกด้วย

https://www.instagram.com/p/BeF2lAOBXD_/

เสียงร่ำลือจากผืนป่าว่ายังมีหนึ่งโจรผู้จุดความหวัง ปักหมุดประวัติศาสตร์ใหม่ “Robin Hood”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/336952

เสียงร่ำลือจากผืนป่าว่ายังมีหนึ่งโจรผู้จุดความหวัง ปักหมุดประวัติศาสตร์ใหม่ “Robin Hood”

เสียงร่ำลือจากผืนป่าว่ายังมีหนึ่งโจรผู้จุดความหวัง ปักหมุดประวัติศาสตร์ใหม่ “Robin Hood”

วันเสาร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 09.51 น.

เสียงร่ำลือจากผืนป่า ว่ายังมีหนึ่งโจรผู้จุดความหวัง

เผยโฉมหน้า ใบปิดหยุดโลก พร้อม ตัวอย่างแรก ดุดันทะลุจอ

ปักหมุดประวัติศาสตร์ใหม่ “Robin Hood”

หลังจากที่ก่อนหน้าได้มีการปล่อย สองใบปิดคาแรคเตอร์ หลักให้แฟนภาพยนตร์ได้เห็นกันเต็มๆ ตา ล่าสุด “Robin Hood” โปรเจคต์ยักษ์แอคชั่น-ผจญภัยเตรียมปักหมุดความอลังประจำปี 2018 ได้สร้างกระแสความฮือฮาสนั่นโลกกันอีกครั้งด้วยการผงาด ตัวอย่างแรก อัดแน่นไปด้วยฉากมันส์สุดยิ่งใหญ่นันสต๊อป ชวนตื่นตาสมศักดิ์ศรีหนังฟอร์มยักษ์แห่งปี และ ใบปิดใหม่ ดีไซน์เท่ เผยภาพของ ทารอน อีเกอร์ตัน นักแสดงหนุ่มฮ็อตจาก Kingsman ในบทบาทของ “โรบิน ฮู้ด” ยืนอยู่กลางป่าที่ต้นไม้นั้นถูกออกแบบให้เป็นลูกธนูยักษ์จำนวนมากมาย เป็นสัญญาณเตรียมจัดเต็มความมันส์ให้ทั้งโลกได้สัมผัสกันในเดือน พฤศจิกายนนี้ ผ่านการตีความในมุมมองใหม่ที่ผู้ชมยังไม่เคยได้สัมผัสในเวอร์ชั่นใดมาก่อน

โดยนอกจาก ทารอน อีเกอร์ตัน แล้วภาพยนตร์ยังถือเป็นรวมทั้งยังได้ทีมนักแสดงยอดฝีมือแห่งฮอลลีวู้ดที่ดีกรีแต่ละคนนั้นเรียกได้ว่าโดดเด่นไม่แพ้กันไม่ว่าจะเป็น เจมี ฟ็อกซ์ จาก Baby Driver และเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Ray ในบทของ “ลิตเติ้ล จอห์น” สหายคนสนิทของโรบิน ฮู้ด, หนุ่มเซ็กซี่ขวัญใจสาวๆ เจมี่ ดอร์แนน จากไตรภาค Fifty Shades ในบทของ “วิล สการ์เลต” โจรเลือดร้อนสุดยอดนักดาบ, เบน เมนเดลชอน จาก Rogue One: A Star Wars Story ในบทของ “นายอำเภอแห่งน็อตติงแฮม” ศัตรูคู่ปรับคนสำคัญของโรบิน ฮู้ด และดาราสาว อีฟ ฮิวสัน จาก Bridge of Spies ในบทของ “แมเรียน” สาวงามที่โรบิน ฮู้ดตกหลุมรัก ผ่านการกำกับโดย ออทโท บาธรัส ผู้ฝากฝีมือการกำกับไว้ในซีรี่ย์ดราม่า-อาชญากรรมเรื่องดัง Peaky Blinders และ Black Mirror

จุดเริ่มต้นของตำนานในเวอร์ชั่นนี้เกิดขึ้นเมื่อ โรบิน ฮู้ด และผองเพื่อนกลับมาบ้านหลังจากสงครามครูเสด และพบว่าป่าเชอร์วู้ดของซึ่งเป็นบ้านของพวกเขาถูกกดขี่ข่มเหงโดยพวกราชวงศ์อังกฤษ เขาจึงต้องร่วมมือกับพวกนอกกฏหมายตั้งกองกำลังใหม่เพื่อลุกขึ้นต่อสู้เอาคืนให้สาสม

วีรบุรุษที่โลกรู้จัก สงครามที่โลกไม่เคยรู้ ปักหมุดประวัติศาสตร์ใหม่ของลูกผู้ชายชื่อ “Robin Hood” สู่โปรเจคต์ยักษ์ปฏิวัติตำนานวีรบุรุษจอมโจร โดยผู้อำนวยการสร้าง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ : 22 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

Robin Hood – Official Teaser Trailer [ตัวอย่าง ซับไทย] : https://youtu.be/JlhBqkOJotE

Gliss มาพร้อมเพลงใหม่‘รีบฟังก่อนโดนลบ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/336821

Gliss มาพร้อมเพลงใหม่‘รีบฟังก่อนโดนลบ’

Gliss มาพร้อมเพลงใหม่‘รีบฟังก่อนโดนลบ’

วันเสาร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ชอบเพลง “ถอย” (เพลงที่สร้างสถิติขึ้นอันดับ 1 Joox กว่า 4 สัปดาห์) โดยที่ไม่รู้จัก ศิลปินเราคือเพื่อนกันค่ะ แต่วันนี้เราจะทำให้คุณได้รู้จักกับ 4 สมาชิกของวง Gliss เจ้าของเพลงดังเพลงนี้ พร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่ที่พวกเขาหยิบมาฝากให้ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า “รีบฟังก่อนโดนลบ”!!

วง Gliss (กลิสส์ ) ประกอบด้วย นิว-สิรภพ คมขำ (ร้องนำ), โดม-ปิยะบุตร ศิริสัมพันธ์ (คีย์บอร์ด), อ๊อฟ-ธนาวุธ วิบูลกิจ (กลอง) และ ปิ๊ด-ภูริต เนียมสมิง (กีตาร์)

ที่มาของการรวมตัว?

อ๊อฟ : ผมเป็นคนกาญจนบุรีครับ เข้ามาเรียนต่อมหา’ลัยที่กรุงเทพ เรียนคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ได้เจอกับโดม(คีย์บอร์ด) ซึ่งเราได้เล่นวงดนตรีสาขาด้วยกัน แล้วส่วนตัวผมอยากเป็นศิลปิน อยากทำเพลง ก็เลยชวนโดมทำวง มีผมตีกลอง แล้วก็โดมเล่นเปียโน ก็ยังขาดสมาชิกอยู่ เลยนึกถึงพี่ปิ๊ด (กีตาร์) เป็นพี่ข้างบ้านผม เราสนิทกันตั้งแต่เด็กๆ ก็ชวนมา ส่วนนิว เป็นน้องที่สนิทกับผมสมัยอยู่ที่กาญจน์ ในฐานะนักดนตรีอยู่แล้ว ก็เลยชวนนิว เพราะเขาเคยบอกผมว่าเขาอยากเปลี่ยนจากเล่นกีตาร์ มาร้องเพลง เลยลองชวนเขาดู แต่คือทุกคนสนิทกับผมหมด แต่เขาไม่รู้จักกันเลย เราก็เลยต้องมาหล่อหลอม ละลายพฤติกรรม พอทุกคนสนิทกันแล้ว ก็ค่อยดำเนินการตามที่ผมแพลนเอาไว้ (4 คนพอแล้วตามที่ตั้งใจ?) ตอนแรกยังไม่พอครับ อยากได้มือเบส แต่ว่ามีการเปลี่ยนมา 2-3 ครั้ง เลยรู้สึกว่าอยู่ไปอยู่มา 4 คนก็พอดีแล้ว ถ้าจะไปหาคนมาเติมเต็มพวกเรา ผมว่าคงยากที่จะปรับตัว และการมีกัน 4 คนก็ไม่ได้รู้สึกขาดอะไรด้วยครับ

ชื่อวง Gliss?

โดม : ผมเป็นคนคิดขึ้นมาครับ ตอนแรกที่เราจะทำเพลงกัน ก็คุยกันเรื่อยๆว่าจะชื่อวงอะไรดี เพราะชื่อวงหายากมาก คือคุณอ๊อฟก็ให้โจทย์มาว่าเป็นชื่อภาษาอังกฤษ ที่มีพยางค์เดียว จะได้จำง่าย ผมเป็นมือเปียโน แล้วจะมีโน้ตที่ตั้งอยู่ที่เปียโนผมอยู่แล้ว คำว่า Glissando เป็นสัญลักษณ์ทางดนตรี ที่หมายถึงการไล่โน้ตขึ้นไป ซึ่งมันจะย่อด้วยคำว่า Gliss ผมก็เลยมองว่าเท่ดี พอเสนอดู ทุกคนก็เห็นด้วย เลยสรุปที่ชื่อนี้กันครับ

อ๊อฟ : ความหมายก็เหมือนกับพวกเราที่กำลังไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างวงอื่นที่เขาฟอร์มวงมานาน เขาก็อาจจะมีความหลังร่วมกัน ยกโน่นนี่มาตั้งชื่อตามความทรงจำเขา แต่เราทุกคนเพิ่งได้มาร่วมตัวกัน เราก็เลยใช้อะไรที่คิดว่าน่าจะเป็นสิริมงคลกับพวกเรานิดหนึ่ง (หัวเราะ)

แนวเพลงของ Gliss?

อ๊อฟ : เราเพิ่งจะมานิยามกันได้หลังๆ นี้เองครับพอพวกเราทำเพลงเยอะๆ แล้วแน่นอน เราเล่าเรื่องแก่นของความรักเป็นหลัก แต่ความรักในแบบของพวกเราจะค่อนข้างสมูท ซอฟท์ ถึงเป็นเรื่องอกหักก็จะอกหักแบบที่ไม่ได้รุนแรง เป็นการเล่าเรื่องความรักที่แตกฉาน คิดได้แล้ว พยายามรณรงค์ให้คนไม่ทะเลาะกันครับ ส่วนแนวดนตรี พวกเราก็จะเป็น easy listening ฟังง่ายๆ และเล่นง่ายๆ ด้วย เพราะประกอบขึ้นจากการไร้ทักษะของพวกเรา (หัวเราะ)

เพลงแรกที่ปล่อย “ถอย”?

นิว : เพลง “ถอย” ผมเริ่มจากท่อนฮุคก่อนครับ ช่วงนั้นเพิ่งเริ่มทำวงกัน ผมก็เอาไปเล่นให้พี่อ๊อฟฟัง คิดว่าเพลงนี้เหมาะเป็นเพลงของวง พอทุกคนฟังแล้วโอเค ก็เลยต่อท่อนอื่นๆ ขึ้นมาเป็นเพลง ปรับแก้แชร์ไอเดียกันจนได้เพลง “ถอย” ออกมา

ฟีดแบ๊กที่คาดไม่ถึง ?

อ๊อฟ : ดี จนพวกเรากลัว เพราะว่าหนึ่งพวกเราเป็นวงใหม่ เพิ่งฟอร์มออกมาได้ไม่นาน พอได้การตอบรับเร็วเกินไป บวกกับค่ายเรา BH BrickHouse ก็เป็นค่ายใหม่ด้วย ทุกอย่างเริ่มใหม่หมด แต่กลายเป็นว่ายอดวิวไปไวมาก เลยทำให้พวกเรากดดันกับการทำเพลงต่อไป เราจะดังแค่ชั่วข้ามคืนแล้วดับไปรึเปล่า เราต้องพยายามรักษามาตรฐาน แต่สุดท้ายก็คุยกันว่าเรามาคลายความกดดันลง แล้วทำเพลงอย่างที่เราตั้งใจจะทำดีกว่า

การเลือกเพลงที่ 2 มาปล่อย?

อ๊อฟ : การเลือกเพลง ส่วนตัวผมคิดว่าสมัยนี้ไม่น่ากังวลเท่าไหร่ครับ เพราะทุกคน กระหน่ำปล่อย ไม่ดังไม่เป็นไร ทำกันต่อ ส่วนซิงเกิ้ลที่ 2 ของพวกเรา “รีบฟังก่อนโดนลบ” จริงๆ เพลงนี้ผมคุยกับที่ค่ายว่าจะให้เป็นซิงเกิ้ลแรก แต่ผลโพลล์ออกมาว่าเพลง “ถอย” ควรปล่อยเป็นเพลงแรก ก็เลยสลับเพลงนี้มาปล่อยเป็นเพลงที่ 2 ซึ่งคนฟังที่เข้ามาคุยกับเรา แทบจะทุกคนจะบอกว่าชอบเพลงนี้มากกว่าเพลงแรก เพียงแต่ว่าเพลงนี้ฟังครั้งแรกจะฟังยากกว่า “ถอย” ด้วยความที่ดนตรีมีสัดมีส่วนมากขึ้น รายละเอียดเยอะขึ้น เรื่องที่ค่อนข้างส่วนตัวมากขึ้น มันก็เลยยากที่คนฟังจะเข้าใจในครั้งแรกที่ฟังครับ

ความรู้สึกของการเป็นศิลปินเพียงข้ามคืน?

ปิ๊ด : รับมือยากครับ แต่ก็รู้สึกดี เพราะเราได้เดินทางมาถึงอย่างที่ฝันไว้แล้ว แต่ก็เพิ่งมารู้ว่าพออยู่ตรงนั้นจริงๆ ก็ไม่ได้ดีไปหมดซะทุกอย่าง ก็มีมุมที่เราทั้งกดดัน ทั้งเครียดก็พยายามถ่ายเทน้ำหนักให้ดี ประคับประคองให้มีความสุขกับสิ่งที่ทำครับ

โดม : จะบอกว่าฝันเป็นจริงก็ได้นะครับ แต่ว่าพอเอาเข้าจริงๆ ก็อย่างที่นิวว่า ก็จะมีเรื่องหลายๆ เรื่อง ความเป็นผู้ใหญ่ที่ถูกยัดเยียดขึ้นมา ให้พวกผม หรืออย่างผมที่ไม่ได้คิดอะไรมาตั้งแต่แรก คือผมกล้าพูดเลยว่าผมฝันน้อยกว่าคุณอ๊อฟ แต่เราก็มีฝันเหมือนกัน แต่พอเป็นขึ้นมาจริงๆ แล้วมันก็จะกดดัน คิดแต่ว่าต้องดีกว่าเดิม ดีกว่าเดิม เพราะไม่มีใครอยากเดินถอยหลังอยู่แล้ว เลยทำให้เราทุกข์บ้างเป็นบางครั้ง

นิว : ตอนแรกดีใจครับ แต่พอดีใจเสร็จกลายเป็นกดดัน เหมือนเพลงเราไปอยู่ในจุดที่ไกลแล้ว เราก็ต้องตามเพลงให้ทัน เลยกลายเป็นกดดันกับตัวเองว่าต้องทำให้ดีที่สุด

อ๊อฟ : สำหรับผมความรู้สึกแรกคือเห็นใจศิลปินที่เราเคยชอบตอนเด็กครับ พอเราขึ้นมาเป็นศิลปิน อาจจะยังไม่ถึงจุดของพี่เขา แต่เราก็เริ่มรู้แล้วว่ามันไม่ได้สนุกอย่างที่คิด เริ่มเห็นใจพี่ๆ เขา เพราะบางทีมันก็เหนื่อยมากครับ แล้วตรงๆ คือผมแทบไม่ดีใจเลย คือดีใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ มีคนชื่นชอบ แต่ที่เราฝันอยากเป็นศิลปินสมัยเด็ก ผมไม่ได้ดีใจที่เป็นได้แล้ว เพราะว่าผมต้องมานั่งคิดจริงจังว่าจะทำงานอะไรต่อ ผมขาดตกบกพร่องอะไรรึเปล่า เลยยังไม่มีเวลาดีใจ แต่ก็พยายามคิดว่าเราเลือกเล่นดนตรีเพราะอะไร และแฮปปี้ไปกับมันครับ

การศึกษา?

อ๊อฟ : พี่ปิ๊ดจบแล้วครับ ผมกับโดม เรียนปี 4 กัน ส่วน นิวอยู่ปี 1

คำจำกัดความของ Gliss?

นิว : วงอะไรก็ได้ที่ประกอบเป็นคำว่าง่าย ทุกอย่างเลยครับ ดนตรีฟังง่ายๆ เพลงเข้าถึงง่าย แต่งตัวง่ายๆ แล้วเข้าหาพวกเราได้ง่ายๆ

จุดสนใจของวง?

อ๊อฟ : นักร้องนำอยู่แล้วครับ (หัวเราะ)

นิว : เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ดีครับ คนละรูปแบบกับตอนที่ผมเคยเล่นดนตรีประกวดสมัยเด็ก คือเขาจะมากรี๊ดๆ กัน ผมก็เลยเข้าใจว่าดาราคงรู้สึกแบบนี้กันล่ะมั้ง (จะมีปัญหากับตัวจริงของเราไหม ?) ไม่มีครับ ช่วงแรกก็มี แต่เราก็ค่อยๆ เรียนรู้ ค่อยๆ บอก เขาก็เข้าใจครับ

ปัญหากับคนรู้ใจ?

โดม : ถามว่ามีมันก็มี บอกว่าไม่มีก็ไม่มี เพราะเขาเข้าใจ แต่เรื่องแบบนี้ไม่มีทางที่จะเข้าใจได้จริงๆ truly understand
ไม่ได้ ก็จะมีบ้างนิดหน่อยครับ แต่พูดอธิบายไปก็ไม่มีอะไร (แสดงว่า 4 หนุ่มหัวใจไม่ว่างเลยสักคน) ใช่ครับ (หัวเราะ)

ทิ้งท้าย ?

นิว : ฝากเพลงใหม่ล่าสุดของพวกเราด้วยครับ “รีบฟังก่อนโดนลบ” และฝากติดตามพวกเราวง Gliss เจ้าของเพลงถอย หรือว่าไอ้วงถอย (หัวเราะ) ที่เขาเรียกๆ กัน โดยหลักๆ ติดตามพวกเราได้ทาง เฟซบุ๊คแฟนเพจ BH BrickHouse
อินสตาแกรม, ยูทูบก็ชื่อเดียวกันครับ

อ๊อฟ : พวกเราก็อยากจะขอบคุณทุกๆ คน ที่อาจจะรู้จักเราจากคอลัมน์นี้ก็ได้ หรือว่าอาจจะรู้จักอยู่แล้ว หรือเคยฟังเพลงถอย ก็อยากขอบคุณทุกคนครับที่มีส่วนร่วมกับพวกเรา ใครยังไม่รู้จักก็อยากแนะนำให้รู้จักกันครับ พวกเราสนุกแน่นอน

ปิ๊ด : พวกเราใจดีครับ

ทำความรู้จักกับพวกเขาแล้ว ก็อย่าลืมแวะเข้าไปฟัง 2 เพลงจากพวกเขากันนะคะ

กัลลัตตา

บันเทิงครบรสตลอดเดือนพฤษภาคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/336814

บันเทิงครบรสตลอดเดือนพฤษภาคม

บันเทิงครบรสตลอดเดือนพฤษภาคม

วันเสาร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รายการ ยอดภาพยนตร์นานาชาติ ช่อง 7HD เดือนพฤษภาคมนี้ เตรียมหยิบความบันเทิง สนุก ครบทุกรส ทั้งแอ๊กชั่น ผจญภัย ดราม่า รักโรแมนติก ตลก และแนวครอบครัว ให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์มีสีสัน ประเดิมเรื่องแรก วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พบกับภาพยนตร์รักโรแมนติก “โรงแรมสวรรค์ อัศจรรย์หัวใจ” (THE BEST EXOTIC MARIGOLD HOTEL) ภาพยนตร์ที่รวมเอาสุดยอดนักแสดงมากฝีมือรุ่นลายครามมาประชันบทบาทกัน ได้แก่ จูดี เดนช์, บิล ไนอี แม็กกี สมิธ, เดฟ พาเทล และซีเลีย อิมรี

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม เตรียมพบกับความน่ารัก แสนรู้ จาก เบนจี้เจ้าสุนัขจากภาพยนตร์เรื่อง BENJI THE HUNTED ค่าย WALT DISNEY PICTURES ผลงานการกำกับโดย โจ แคมป์  โดยติดตามชมยอดภาพยนตร์นานาชาติ ได้ทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.45 น. ทางช่อง 7HD กด 35

‘ครีม TCM’ ปลื้ม…ยิ้มทั้งน้ำตา ปริญญาใบนี้ให้แม่ที่อยู่บนสวรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/336830

‘ครีม TCM’ ปลื้ม...ยิ้มทั้งน้ำตา  ปริญญาใบนี้ให้แม่ที่อยู่บนสวรรค์

‘ครีม TCM’ ปลื้ม…ยิ้มทั้งน้ำตา ปริญญาใบนี้ให้แม่ที่อยู่บนสวรรค์

วันเสาร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจาก “ครีม TCM” เปิดซิงค่าย SRP TCM ด้วยเพลง “เป็นแฟนกันชิปะ” และตามด้วยเพลงช้าที่เปลี่ยนจากลูกอ้อน มาเป็นลูกซึ้ง “คำลวงคนหลายใจ” ได้เข้ารับปริญญาบัตร จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการโฆษณา เจ้าตัวบอกดีใจและปลื้มมากที่มีวันนี้ อยากให้แม่อยู่ด้วยในวันนี้ ขอมอบปริญญาใบนี้เป็นของขวัญให้คุณแม่นางฟ้าที่อยู่บนสวรรค์ โดยครีมเผยด้วยรอยยิ้มปริ่มน้ำตาว่า

“หนูดีใจมากที่วันนี้เป็นบัณฑิตเต็มตัวและรับปริญญาแล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หนูหยุดงานเพลงไปช่วงหนึ่ง และอีกสาเหตุก็คือช่วงเดียวกัน คุณแม่หนูท่านประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เลยทำให้เหมือนโลกหยุดหมุนเลยคิดว่าคงหยุดพักเรื่องงานเพลงก่อนเรียนต่อปริญญาตรีให้จบแล้วค่อยว่ากันวันนี้หนูจบแล้วรับปริญญาแล้วก็อยากมอบปริญญาใบนี้ให้คุณแม่หนูว่าท่านคงรับรู้และดูอยู่ค่ะวันนี้มีคุณยายและป๊ามาร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของหนูด้วยค่ะเรื่องงานเพลงก็ไม่หวือหวาคือหนูเข้าใจค่ะว่ามันต้องใช้เวลา ต้องให้เป็นไปตามกลไกของมันตอนนี้หนูก็โฟกัสเรื่องงานเพลงเต็มที่สามารถดาวน์โหลดเพลง “เป็นแฟนกันชิปะ”และ “คำลวงคนหลายใจ” ได้ที่ iTune, JOOX ค่ะ กราบขอบพระคุณมาค่ะ” ครีมขอบคุณทิ้งท้าย