‘โบ๊ท-เกี๊ยก-เบสท์’ ยกทัพชาวเงือกพบปะแฟนๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/330326

‘โบ๊ท-เกี๊ยก-เบสท์’ ยกทัพชาวเงือกพบปะแฟนๆ

‘โบ๊ท-เกี๊ยก-เบสท์’ ยกทัพชาวเงือกพบปะแฟนๆ

วันอาทิตย์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3และค่ายเมคเกอร์ เค จัดกิจกรรมสุดพิเศษให้แฟนๆได้ร่วมสนุกกับนายเงือก นางเงือก ในกิจกรรม “Meeting MerMan แฟนฉันเป็นเงือก” ณ สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ นำทีมโดยพระเอกนายเงือกสุดหล่ออย่าง โบ๊ท-ธารา, เกี๊ยก-วัทธิกร,
เบสท์-วิชยุตม์ ร่วมด้วยนางเอกสาวสวย น้ำหวาน-ภูริตา, น้ำหนึ่งสุทธิเดชานัย และ เรนเดียร์ ปฤสยา พร้อมกับเหล่าชาวเงือกอีก 40 คน จากเพจ Mermaid star Thailand ที่จะมาร่วมสร้างความสนุกพร้อมปรากฏการณ์การรวมตัวของชาวเงือกมากที่สุด ซึ่งงานนี้เหล่าบรรดาชาวเงือกทั้งหลายได้บุกมาเล่นน้ำ และเล่นเกมกันสนุกสนาน ก่อนที่จะไปสนุกกับละคร “Mr.Merman แฟนฉันเป็นเงือก” ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 19.05-20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45-19.45 น.ทางช่อง 3 และ ช่อง 33 เริ่มออกอากาศวันแรก 2 เมษายนนี้

จังหวัดนครปฐมจัดงานแถลงข่าว‘มิสแกรนด์นครปฐม’ พร้อมเปิดตัวสาวงามชิงมงกุฎเวทีระดับประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/330316

จังหวัดนครปฐมจัดงานแถลงข่าว‘มิสแกรนด์นครปฐม’  พร้อมเปิดตัวสาวงามชิงมงกุฎเวทีระดับประเทศ

จังหวัดนครปฐมจัดงานแถลงข่าว‘มิสแกรนด์นครปฐม’ พร้อมเปิดตัวสาวงามชิงมงกุฎเวทีระดับประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชาญวิทย์ ศุภกิจจานุสรณ์ นายอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ร่วมกับนายณัฏฐภาคิน น้อยพิทักษ์ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์นครปฐม จัดงานแถลงข่าวการจัดประกวดมิสแกรนด์นครปฐม 2018 พร้อมเปิดตัวผู้เข้าประกวด และมงกุฎของปีนี้ โดยมี แอนเดรีย ชาคริยา เดชมาก มิสแกรนด์นครปฐม 2016 และ เมย์-ณัฐพัชร พงษ์ประพันธ์ มิสแกรนด์นครปฐม 2017 ร่วมด้วย ธนนันทน์ แก้วพวง ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์นนทบุรี, ปุ๊กลุ๊ก-ธิรดา เสมสำราญ มิสแกรนด์นนทบุรี 2018 พร้อมแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานมากมาย ณ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

‘เสน่ห์เที่ยว เสน่ห์ไทย’ จาก 8 จังหวัดภาคเหนือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/330320

‘เสน่ห์เที่ยว เสน่ห์ไทย’  จาก 8 จังหวัดภาคเหนือ

‘เสน่ห์เที่ยว เสน่ห์ไทย’ จาก 8 จังหวัดภาคเหนือ

วันอาทิตย์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทีมนายแบบและนางแบบชื่อดังจาก The Face Thailand และ The Face Men Thailand ร่วมแสดงแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษที่นำเอาสินค้าที่ระลึกจากแต่ละท้องถิ่น มานำเสนอให้ได้ชม ในชื่อชุด แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมพื้นถิ่น ที่งาน “เสน่ห์เที่ยว เสน่ห์ไทย” จัดโดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่องและกีฬา แสดงและจำหน่ายของที่ระลึกและของฝากของดีจาก 8 จังหวัดในภาคเหนือได้แก่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา ตาก พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ รวมกว่า 240 แบบ จาก 24 ชุมชน

มูลนิธิเวิร์คพอยท์และตุ๊กกี้ พาน้องๆ สัมผัสไดโนซอร์แพลนเน็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/330324

มูลนิธิเวิร์คพอยท์และตุ๊กกี้  พาน้องๆ สัมผัสไดโนซอร์แพลนเน็ต

มูลนิธิเวิร์คพอยท์และตุ๊กกี้ พาน้องๆ สัมผัสไดโนซอร์แพลนเน็ต

วันอาทิตย์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิเวิร์คพอยท์ และ ตุ๊กกี้ ชิงร้อย พาน้องๆนักเรียนร่วม 50 คน จาก รร.บ้านเขาบายศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มาร่วมกิจกรรม Farewell to Dinosaur Planetที่มอบโอกาสให้น้องๆ ได้เข้าชมสวนสนุกไดโนซอร์แพลนเน็ต (Dinosaur Planet) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายนับเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับน้องๆ ที่จะได้เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์โลกล้านปี ตั้งแต่กำเนิดไปจนถึงการสูญพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่ของยุคไดโนเสาร์ งานนี้ทั้งตุ๊กกี้และน้องๆ ต่างพากันตื่นเต้น สนุกสนานกับการเดินเยี่ยมชมโซนต่างๆ นอกจากนี้ ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกันอยู่ทีมงานมูลนิธิเวิร์คพอยท์ ก็นำเค้กมาเซอร์ไพรส์วันเกิดย้อนหลังให้กับตุ๊กกี้ เพราะเพิ่งผ่านวันเกิดของตุ๊กกี้มาได้ไม่กี่วันอีกด้วย

 

‘ออเจ้า’ดังถึงเรือนจำ!ไฟเขียวนักโทษดูย้อนหลัง‘บุพเพสันนิวาส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/330374

‘ออเจ้า’ดังถึงเรือนจำ!ไฟเขียวนักโทษดูย้อนหลัง‘บุพเพสันนิวาส’

‘ออเจ้า’ดังถึงเรือนจำ!ไฟเขียวนักโทษดูย้อนหลัง‘บุพเพสันนิวาส’

วันเสาร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561, 17.01 น.

‘ออเจ้า’ดังถึงเรือนจำ!ไฟเขียวนักโทษดูย้อนหลัง‘บุพเพสันนิวาส’

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 31 มี.ค.61 นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯอนุญาตให้ผู้ต้องขังดูละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ซึ่งตนได้อนุญาตให้ผู้ต้องขังที่ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯได้รับชม เนื่องจากเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ โดยเป็นการเปิดให้ผู้ต้องขังได้รับชมย้อนหลัง ซึ่งทางเรือนจำจะเปิดให้ชมหลังจากที่ขึ้นเรือนนอนและสวดมนต์ไหว้พระเสร็จแล้ว คือ เวลา 16.00-21.00 น. สำหรับกระแสละครบุพเพสันนิวาสนั้น ทางผู้ต้องขังได้รับทราบจากทางญาติที่เดินทางมาเยี่ยมญาติและมีการทักทายผู้ต้องขังว่า “ออเจ้า” รวมถึงมีการพูดคำศัพท์ที่ตัวละครใช้พูดในการแสดงด้วย

“เมื่อผู้ต้องขังได้ยินก็อยากรู้ว่ามันคืออะไร ทางญาติก็ได้เล่าให้ฟัง จึงทำให้ผู้ต้องขังอยากดูละครเรื่องนี้เป็นอย่างมาก การที่ผู้ต้องขังได้ดูละครก็ถือเป็นเรื่องการจรรโลงใจ และทำให้ผู้ต้องขังมีความสุขขึ้นได้” นายกฤช กล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางเรือนจำก็มีกฎระเบียบเรื่องการเปิดรายการโทรทัศน์ให้ผู้ต้องขังได้รับชมอยู่แล้ว โดยจะไม่ให้ผู้ต้องขังดูข่าวหรือละครที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง อาชญากรรม โดยปกติเราจะเปิดให้ผู้ต้องขังชมแต่สารคดี ซึ่งทั้งหมดจะต้องผ่านการคัดกรองจากผู้คุมก่อน

6หนุ่มJBJเผยความลับสุดพิเศษ ก่อนพบ’จอยฟลูไทย’ในคอนเสิร์ตต่างประเทศครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/330345

6หนุ่มJBJเผยความลับสุดพิเศษ ก่อนพบ'จอยฟลูไทย'ในคอนเสิร์ตต่างประเทศครั้งแรก

6หนุ่มJBJเผยความลับสุดพิเศษ ก่อนพบ’จอยฟลูไทย’ในคอนเสิร์ตต่างประเทศครั้งแรก

วันเสาร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561, 15.10 น.

31 มี.ค.61  ไม่ปล่อยให้แฟนคลับชาวไทยรอนาน ในที่สุด 6 หนุ่ม วงJBJ นำโดย โนแทฮยอน, ทาคาดะ เคนตะ, คิมซังกยุน, คิมยงกุก, ควอนฮยอนบิน และคิมดงฮัน ก็ได้กลับมาพร้อมกับคอนเสิร์ตต่างประเทศครั้งแรก JBJ 1ST CONCERT [JOYFUL DAYS] IN BANGKOK โดยวานนี้ (30 มี.ค.) ผู้จัดใจดีอย่าง RegiStar ได้จัดงานแถลงข่าวขึ้น ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยท์ สุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)

โดยหนุ่มๆ ปรากฏตัวในชุดสูทสีขาวสุดสมาร์ท ไม่รอช้าหนุ่มๆ ก็ได้กล่าวทักทายสื่อมวลชนและไม่ลืมที่จะสวัสดีเป็นภาษาไทย พร้อมเผยความในใจอ้อนแฟนๆ ชาวไทยไว้ด้วยว่า

รู้หรือไม่ว่าบัตรคอนเสิร์ตขายหมดอย่างรวดเร็ว SOLD OUT ภายในไม่ถึง 2 นาที

แทฮยอน : ว่ารู้สึกดีใจที่มีคนรักพวกเราขนาดนี้ ขอบคุณมากๆ สำหรับความรักและการซัพพอตที่ให้มา

อยากให้หนุ่มให้กำลังใจคนที่อยากมาแต่ไม่จองไม่ทัน

ฮยอนบิน : ไม่ต้องเสียใจมากนะครับ เพราะเขารู้สึกถึงความรักของทุกคน รู้ว่าทุกคนรักพวกเขามากๆ

นิยามของผลงานล่าสุด อัลบั้ม True Colors 

แทฮยอน : ถ้าทุกคนรู้จักเขาตั้งแต่อัลบั้มแรก ทื่ชื่อว่า Fantasy มันจะมีความหมายว่า สิ่งที่อยู่ใน Fantasy อยู่ในความฝัน ได้กลายมาเป็นความจริง ตอนนี้ได้กลายมาเป็น True Colors โดยทุกคนจะมีสีที่ต่างกัน และเขาก็ต้องหาในสีที่เหมาะกับตัวเอง เป็นสีของตัวเอง

เพลงที่ชอบมากที่สุดในอัลบั้ม

ยงกุก : เพลง Wonderful Day เพราะว่ามันเป็นเพลงเพื่อแฟนคลับ อยากให้ทุกคนฟังแล้วรู้สึกถึงความรักของพวกเขา และกำลังใจที่ทุกให้เช่นกัน

ดงฮัน : เพลง My Flower มันเป็นเพลงที่น่ารัก สนุกสนาน และเพอร์ฟอร์แมนของพวกเขาก็ดีมากด้วย

รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้รับรางวัลจากหลายๆ เวที 

แทฮยอน : ผมเชื่อว่าที่ผมได้รางวัลมา เพราะความรักและการซัพพอตของแฟนคลับทุกๆ คนที่ให้มา ขอขอบคุณจอยฟูทุกคนที่คอยให้ความรัก เพื่อจะตอบแทนทุกคนพรุ่งนี้จะเต็มที่ในคอนเสิร์ตแน่นอน และจะมีความสุขมากๆ แน่นอน

ว่างจากการซ้อมจะมีวิธีการคลายเครียดอย่างไร

ฮยอนบิน : ส่วนตัวผมเป็นคนชอบเล่นเกมมาเลย ถ้ามีเวลาว่างก็จะเล่นเกมครับ

ดงฮัน : ผมชอบดูหนังมากๆ อยู่แล้ว ถ้ามีเวลาว่างก็จะพาเคนตะไปดูหนังด้วย ชอบดูหนังบู๊ ชอบทุกแนว ยกเว้นหนังแนวดราม่า

ซังกยุน : ชอบฟังเพลงอยู่แล้ว ถ้ามีเวลาว่างหรือเวลารีแลกซ์ก็จะฟังเพลง

สถานที่ไหนที่ไปมาเร็วๆ นี้

ดงฮัน : เขามีเวลาว่าง 1 วัน พาเคนตะไปเที่ยวปูซานมา เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักปูซาน ไปเที่ยวกันแบบสนุกสนานมากๆ รู้สึกแบบฟรีมากๆ เพราะไม่ได้ใส่หน้ากากแต่ก็ไม่เป็นอะไรเลย เที่ยวกันเองสนุกกันเอง เคนตะก็ชอบมาก

สมาชิกในบรรดา 6 คน นี้ ใครเป็นคนชอบแกล้งมากที่สุด 

แทฮยอน : ดงฮันครับ
เมื่อถามว่าดงฮันชอบแกล้งจริงหรือไม่ ดงฮัน : ไม่ครับ ผมเป็นคนที่ซีเรียสตลอด ใจดี แกล้งไม่เป็น

เมื่อมีคนชอบแกล้งก็ต้องมีคนคอยช่วยเหลือเพื่อน ใครเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือเพื่อน

ทุกคน : ไม่มีครับ

ดงฮัน : พี่เมเนเจอร์

พูดถึงความลับที่ยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง

ซังกยุน : คำถามนี้เคยถูกถามมาก่อนครับ แล้วยงกุกเคยตอบว่าความลับเขาเก็บไว้เก็บ ความลับเขาไม่ให้พูด (หัวเราะ) และเมื่อกี้ก่อนที่จะมาก่อนมา เคนตะเข้าห้องน้ำผมเลยตามเข้าไปแอบถ่ายรูป ก่อนหน้านี้เคนตะแกล้งถ่ายรูปซังกยุนก่อนจึงเอาคืน

พูดถึงจุดอ่อนของแต่ละคน

ดงฮัน : กลัวแม่ครับ

แทยอน : ซังกยุนจะเป็นคนที่กลัวเข็ม เวลาฉีดยาเจอเข็มจะกลัวมาก และก็กลัวผีด้วย

เมื่อถามว่าผีเกาหลีน่ากลัวไหม 

ซังกยุน : ยังไม่เคยเจอครับ แต่ผมเป็นคนขี้กลัว

ยงกุก : ผมเป็นคนที่ชอบดื่มนมมากๆ แต่แพ้ คันแต่ก็กิน

คำจำกัดความ ความเป็นตัวเอง 3 คำ  

ซังกยุน : สุดๆ ไปเลย (ภาษาเกาหลี)

เคนตะ : ใจดีจัง (ทาคาดะ)

ฮยอนบิน : อยากรู้ใช่มะ (ภาษาเกาหลี)

กิจกรรมที่หนุ่มๆ รวมตัวกันแล้วชอบทำด้วยกันเวลาว่าง 

แทยอน : เกาหลีจะเข้าหน้าร้อนแล้ว ถ้าฤดูร้อนมาก็อยากไปเล่นน้ำที่สวนน้ำ

ฮยอนบิน : เมื่อกี้เห็นสระว่ายน้ำแล้วอยากไปมากๆ (หันไปชวนสมาชิกเล่นน้ำ )

ถ้ามีเวลาว่าง 1 วัน อยู่ในไทย อยากไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษ

ซังกยุน : ได้ยินมาว่าที่ประเทศไทยมีตลาดนัดที่เปิดตอนเย็นจนถึงดึกๆ อยากพาสมาชิกไปเดิน พร้อมบอกว่าจัดคอนเสิร์ตที่ตลาดเลยไหมเพราะอยากไปเดินมาก

มีคำไหนในเกาหลีไหมที่อยากรู้ว่าภาษาไทยพูดว่าอย่างไร

ดงฮัน : ผมหล่อไหม

ซังกยุน : เคนตะซื่อบื่อ (พาโบ)

สุดท้ายแล้วให้หนุ่มๆ ฝากคอนเสิร์ต

แทฮยอน : ไม่รู้ว่าว่าทุกคนทราบรึเปล่าว่าไทยเป็นประเทศแรกที่พวกเขามาจัดคอนเสิร์ตในเมืองนอกครั้งแรก รู้สึกมีความสุขมากๆ ที่มาจัดที่ไทยเป็นประเทศแรก เขาเตรียมมาเยอะเพื่อตอบแทนความรักของแต่ละคน จะมีโซโล่ของแต่ละคน อยากให้ทุกคนติดตามและมีความสุขมากๆ ในคอนเสิร์ต

สำหรับใครที่มีบัตรแล้วเตรียมตัวให้พร้อมไปสนุกกันในคอนเสิร์ตที่จะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ เวลา 18.00 น. ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี

คุยกับ’แดเนียล บรูห์ล’ดาราหนุ่มมากความสามารถ ขอพลิกบทบาทเป็นผู้ก่อการร้ายใน7 Days in Entebbe

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/330274

คุยกับ'แดเนียล บรูห์ล'ดาราหนุ่มมากความสามารถ ขอพลิกบทบาทเป็นผู้ก่อการร้ายใน7 Days in Entebbe

คุยกับ’แดเนียล บรูห์ล’ดาราหนุ่มมากความสามารถ ขอพลิกบทบาทเป็นผู้ก่อการร้ายใน7 Days in Entebbe

วันเสาร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561, 13.00 น.

คุยกับ “แดเนียล บรูห์ล” ดาราหนุ่มมากความสามารถ

ขอพลิกบทบาทเป็นผู้ก่อการร้ายในภาพยนตร์เขย่าขวัญ

สร้างจากภารกิจชิงตัวประกันในตำนาน 7 Days in Entebbe

แดเนียล บรูห์ล นักแสดงหนุ่มมากฝีมือผู้มีผลงานอันโด่งดังมากมายทั้งภาพยนตร์และหนังทีวี โดยเฉพาะกับบทในหนังดราม่าเรื่อง Rush (2013) ของผู้กำกับ รอน ฮาวเวิร์ด-Ron Howard ซึ่งทำให้เข้าเข้าชิงรางวัลต่างๆมากมาย ทั้งลูกโลกทองทำ, BAFTA, SAG และ Critics’ Choice Awards ในสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ทว่าก่อนหน้านั้น เขาเป็นนักแสดงที่ถูกจับตามองจากบทตัวประกอบที่โผล่ออกมาขโมยซีนใน Inglorious Basterds ของผู้กำกับ เควนติน ตารันติโน่-Quentin Tarantino

ก่อนหน้าจะเดินทางมาฮอลลีวู้ด บรูห์ลเป็นนักแสดงที่โด่งดังมากมายในทวีปยุโรปจากบทนำในหนังเรื่อง Good Bye Lenin! (2003) ซึ่งเขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวที European Film Award และ German Film Award และมีผลงานอีกมากมายตามมา ไม่ว่าจะเป็น Captain America: Civil War, The Zookeeper’s Wife, Alone in Berlin, The Colony, Woman in Gold, The Bourne Ultimatum, Burnt, The Face of an Angel, The Edukators, The Countess เป็นต้น

ในคราวนี้เขาก้าวเขามาร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่จากเหตุการณ์ก่อการร้ายสะเทือนโลก ซึ่งนำไปสู่หนึ่งในปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันที่โลกต้องตะลึง กลายมาเป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญที่ได้สร้างขึ้นโดยรับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงในชื่อ “7 Days in Entebbe เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้” เรื่องราวเริ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 1976 เมื่อเครื่องบินลำหนึ่งของสายการบินแอร์ฟรานซ์ ซึ่งบินจากกรุงเทล อาวีฟไปยังกรุงปารีส ถูกสลัดอากาศจำนวน 4 คน ประกอบด้วยชาวปาเลสไตน์ 2 คน และชาวเยอรมันชาตินิยมหัวรุนแรงอีก 2 คน พากันบุกเข้ายึดครองเครื่องบินขณะลำลอยอยู่กลางอากาศ และบังคับให้บินออกนอกเส้นทางเพื่อแล่นลงจอดยังสนามบินเอนเทบเบ้ ในประเทศอูกันด้า ส่งผลให้เหล่าผู้โดยสารที่กำลังขวัญหนีดีฝ่อต้องกลายเป็นเหมือนเบี้ยที่ใช้ต่อรองแลกเปลี่ยนบนเกมการเมืองสุดแสนอันตราย ขณะที่โอกาสในการเจรจาเพื่อหาทางออกด้วยวิธีทางการทูตกลับใช้ไม่ได้ผล รัฐบาลอิสราเอลจึงตัดสินใจสั่งลงมือปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือตัวประกันให้รอดปลอดภัยก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป… ด้วยการผสมผสานข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์อย่างละเอียดชัดเจน เข้ากับแนวหนังระทึกขวัญที่จะทำให้ผู้ชมลุ้นระทึกไปด้วยความตื่นเต้นตลอดเวลา 7 Days in Entebbe คือ ภาพยนตร์ที่นำเสนอเหตุการณ์วิกฤติระหว่างประเทศอันทรงพลังที่เคยทำให้โลกตะลึงมาแล้ว

คุณเข้ามาร่วมโปรเจคต์ได้อย่างไร?

บรูห์ล: ตอนได้อ่านบทครั้งแรก ผมประหลาดใจจนพูดอะไรไม่ออก ผมรู้เรื่องที่เคยเกิดขึ้นที่เอนเทบเบ้ เคยดูหนังที่ทำเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้มาแล้ว ทว่าพอได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ มันทำให้รู้เลยว่ายังมีรายละเอียดอีกมากมายที่น่าสนใจสุดๆ แถมบทหนังยังทำให้เห็นถึงแรงผลักดันที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการกระทำของตัวละครทุกฝ่ายได้อย่างชัดเจน

คุณเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับบทนี้บ้าง?

บรูห์ล:    ผมอ่านหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวพฤติกรรมของสมาชิกหน่วยแห่งการปฏิวัติหัวรุนแรงในเยอรมัน รวมถึงดูภาพยนตร์และหนังสารคดีอีกจำนวนมากเพื่อศึกษาลักษณะการแต่งกาย วิธีการพูด การแสดงออกของคนเหล่านั้น นอกจากนี้ผมยังศึกษาประสบการณ์ตรงจาก อาเมียร์ โอเฟอร์ ผู้เคยเป็นอดีตทหารที่เข้าร่วมภารกิจในครั้งนั้นด้วย

เป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ที่มีพยานในเหตุการณ์ตัวจริงมาอยู่ในกองถ่ายพร้อมกับพวกเรา แต่ก็แน่นอนว่า เขาย่อมมีมุมมองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแบบของเขา แม้ว่าผมจะชอบที่ได้พูดคุยกับเขา แต่ในการแสดงเป็นโบเซ่ ผมก็ต้องกันตัวเองให้ห่างออกมา พูดให้ชัดๆ คือไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา ผมก็แค่ฟังหูไว้หูเท่านั้นแหละ มันก็พิลึกไปอีกแบบ

การทำงานกับ โจเซ่ พาดิลฮา ผู่กำกับ เป็นอย่างไรบ้าง?

บรูห์ล:    แม้ว่าผมจะเตรียมตัวมาพอสมควร แต่ผมชอบวิธีที่ผู้กำกับสร้างพลังงานและความตื่นตัวกระฉับกระเฉงในกองถ่าย การทำงานกับโจเซ่ คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากๆเพราะว่าเขามักจะมีไอเดียใหม่ๆผุดขึ้นมาในนาทีสุดท้ายเสมอเป็นกองถ่ายหนังที่ทีมงานตื่นตัวกันมากๆ คือต้องพร้อมที่จะถ่ายฉากเดิมอีกครั้ง ลองแสดงแบบใหม่ หรือบางทีก็ดั้นบทกันสดๆไปเลย เหมือนใช้วิธีการทำหนังสารคดีเข้ามาถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ซึ่งสำหรับนักแสดงแล้ว ถือเป็นการทำงานที่คุ้มค่ามาก

คุณคิดว่าทำไมถึงควรเอาเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในยุค 70 มาทำเป็นภาพยนตร์ในปี 2018?

บรูห์ล:    เป็นเพราะว่า การก่อการร้ายยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอิสราเอลกับปาเลสไตน์ก็ยังขัดแย้งกันไม่เลิกราเสียที และการได้มองดูเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์จากหลากหลายมุมมอง ก็ทำให้เราเข้าใจถึงกระบวนการตัดสินใจของผู้นำประเทศที่ทำให้เราต้องอยู่ในโลกที่เป็นเช่นทุกวันนี้

คุณมีเคล็ดลับอะไรเพื่อเข้าถึงจิตใจของตัวละครนี้?

บรูห์ล:   เป็นคำถามที่น่าสนใจ สำหรับผมมันมีช่วงสำคัญในหนังช่วงนึง ที่เขาต้องตัดสินใจว่าจะฆ่าตัวประกันดีไหม มันเหมือนผมเองก็ต้องตัดสินใจเหมือนกันในฐานะนักแสดง ผมเลยต้องใช้ข้อมูลจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ คุณเลอ มวง (พยานที่ผ่านเหตุการณ์) อยู่ข้างๆผม เขาบอกว่าเขาจำเหตุการณ์นั้นได้ติดตา แน่นอนคุณรู้สึกต้องรับผิดชอบมากกว่าเดิมเมื่อต้องเล่นเป็นคนที่มีตัวตนจริงๆ แถมยังพัวพันกับประเด็นละเอียดอ่อน แต่ผมรู้ดีว่าได้ทำงานกับคนมีฝีมือหลังจากครั้งแรกที่ผมได้คุยกับโจเซ่เราคุยกันเป็นชั่วโมง คุยกันไปจนถึงเรื่องการเมืองเยอรมันในตอนนี้ ผมรู้สึกได้เลยว่าชายคนนี้มีความรู้เรื่องการเมืองใช่เล่นเลย

โรซามันด์ ไพค์ พูดเยอรมันเป็นอย่างไรบ้าง?

บรูห์ล:    สมบูรณ์แบบ ผมอึ้งไปเลย ครั้งแรกที่ผมได้เจอเธอผมได้ยินมาว่าเธอพูดเยอรมันได้ แต่บางครั้งนักแสดงมักจะโม้ว่าพวกเขาทำได้ทุกอย่างแหละ ผมเจอมากับตัวที่จู่ๆ พวกเรานักแสดงก็เจอกับสิ่งบางอย่างที่เราทำไม่ได้ที่เคยบอกไปว่าทำได้ ตอนแรกผมคิดว่าเธอทำไม่ได้หรอกเพราะพูดภาษาเยอรมันมันต้องชัดเป๊ะและมันยากมาก แต่เธอทำได้จริงๆ เธอเก่งสุดๆ เหมือนผมร่วมงานกับนักแสดงเยอรมันตัวจริง

คุณคิดว่าอะไรคือสาเหตุให้ผู้คนกลับมาให้ความสนใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้นตลอดเวลา?

บรูห์ล: ผมว่าน่าจะเป็นความบ้าคลั่งของภารกิจนี้ ของพวกผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะการมีชาวเยอรมันมาจี้เครื่องบินที่มีผู้โดยสารเป็นคนยิว แม้แต่ในโลกของผู้ก่อการร้ายฝ่ายซ้ายสุดโต่งนี่ยังไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ในอีกมุมมันเป็นปฏิบัตการณ์ทางทหารที่โลกไม่เคนเห็นมาก่อน มันคือการรุกเข้าตีแบบไม่ให้ตั้งตัว ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลและกองทัพอิสราเอล เมื่อย้อนกลับไปคิดดูมันเป็นอะไรที่อัศจรรย์มากนะ มันเหลือเชื่อมากที่ภารกิจนี้สำเร็จ มันเป็นผลจากการร่วมมือของทุกฝ่าย

มันตลกดีที่ชายที่ไม่ค่อยมีคนรู้ประวัติเขาอย่าง วิลเฟร็ด โบเซ่ ตัวละครของคุณในเรื่อง ได้นักแสดงมารับบทนี้มาก่อนหน้านี้ถึงสี่คนแล้ว คุณเคยชมการแสดงของนักแสดงท่านอื่นในบทนี้มาก่อนไหม?

บรูห์ล:   ผมเคยดูเวอร์ชั่น ฮอร์ส บูโชลซ์ เล่น ผมรู้ว่า เคลาส์ คินสกี้ เคยเล่นบทนี้เหมือนกัน แต่ผมเคยดูแค่อันที่ ฮอร์ส บูโชลซ์ แต่ตอนที่ผมเตรียมตัวถ่ายทำผมดูบางซีนที่เคลาส์ คินสกี้เล่น ผมตัดสินใจไม่ดูก่อนการถ่ายทำเพราะผมคิดว่ามันคงแปลกๆ ที่เห็นนักแสดงคนอื่นเล่นบทที่ผมต้องเล่น มันคงจำกัดกรอบการแสดงของผม

จากเรื่องจริงชวนทึ่งของภารกิจบุกชิงตัวประกันที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์โลก

“7 DAYS IN ENTEBBE” : 5 เมษายน 2018 ในโรงภาพยนตร์

คุยกับ “แดเนียล บรูห์ล” ดาราหนุ่มมากความสามารถขอพลิกบทบาทเป็นผู้ก่อการร้ายในภาพยนตร์เขย่าขวัญสร้างจากภารกิจชิงตัวประกันในตำนาน 7 Days in Entebbe

แดเนียล บรูห์ล นักแสดงหนุ่มมากฝีมือผู้มีผลงานอันโด่งดังมากมายทั้งภาพยนตร์และหนังทีวี โดยเฉพาะกับบทในหนังดราม่าเรื่อง Rush (2013) ของผู้กำกับ รอน ฮาวเวิร์ด-Ron Howard ซึ่งทำให้เข้าเข้าชิงรางวัลต่างๆมากมาย ทั้งลูกโลกทองทำ, BAFTA, SAG และ Critics’ Choice Awards ในสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ทว่าก่อนหน้านั้น เขาเป็นนักแสดงที่ถูกจับตามองจากบทตัวประกอบที่โผล่ออกมาขโมยซีนใน Inglorious Basterds ของผู้กำกับ เควนติน ตารันติโน่-Quentin Tarantino

ก่อนหน้าจะเดินทางมาฮอลลีวู้ด บรูห์ลเป็นนักแสดงที่โด่งดังมากมายในทวีปยุโรปจากบทนำในหนังเรื่อง Good Bye Lenin! (2003) ซึ่งเขาได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวที European Film Award และ German Film Award และมีผลงานอีกมากมายตามมา ไม่ว่าจะเป็น Captain America: Civil War, The Zookeeper’s Wife, Alone in Berlin, The Colony, Woman in Gold, The Bourne Ultimatum, Burnt, The Face of an Angel, The Edukators, The Countess เป็นต้น

ในคราวนี้เขาก้าวเขามาร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่จากเหตุการณ์ก่อการร้ายสะเทือนโลก ซึ่งนำไปสู่หนึ่งในปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันที่โลกต้องตะลึง กลายมาเป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญที่ได้สร้างขึ้นโดยรับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงในชื่อ “7 Days in Entebbe เที่ยวบินนรกเอนเทบเบ้” เรื่องราวเริ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 1976 เมื่อเครื่องบินลำหนึ่งของสายการบินแอร์ฟรานซ์ ซึ่งบินจากกรุงเทล อาวีฟไปยังกรุงปารีส ถูกสลัดอากาศจำนวน 4 คน ประกอบด้วยชาวปาเลสไตน์ 2 คน และชาวเยอรมันชาตินิยมหัวรุนแรงอีก 2 คน พากันบุกเข้ายึดครองเครื่องบินขณะลำลอยอยู่กลางอากาศ และบังคับให้บินออกนอกเส้นทางเพื่อแล่นลงจอดยังสนามบินเอนเทบเบ้ ในประเทศอูกันด้า ส่งผลให้เหล่าผู้โดยสารที่กำลังขวัญหนีดีฝ่อต้องกลายเป็นเหมือนเบี้ยที่ใช้ต่อรองแลกเปลี่ยนบนเกมการเมืองสุดแสนอันตราย ขณะที่โอกาสในการเจรจาเพื่อหาทางออกด้วยวิธีทางการทูตกลับใช้ไม่ได้ผล รัฐบาลอิสราเอลจึงตัดสินใจสั่งลงมือปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือตัวประกันให้รอดปลอดภัยก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป… ด้วยการผสมผสานข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์อย่างละเอียดชัดเจน เข้ากับแนวหนังระทึกขวัญที่จะทำให้ผู้ชมลุ้นระทึกไปด้วยความตื่นเต้นตลอดเวลา 7 Days in Entebbe คือ ภาพยนตร์ที่นำเสนอเหตุการณ์วิกฤติระหว่างประเทศอันทรงพลังที่เคยทำให้โลกตะลึงมาแล้ว

คุณเข้ามาร่วมโปรเจคต์ได้อย่างไร?

บรูห์ล: ตอนได้อ่านบทครั้งแรก ผมประหลาดใจจนพูดอะไรไม่ออก ผมรู้เรื่องที่เคยเกิดขึ้นที่เอนเทบเบ้ เคยดูหนังที่ทำเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้มาแล้ว ทว่าพอได้อ่านบทหนังเรื่องนี้ มันทำให้รู้เลยว่ายังมีรายละเอียดอีกมากมายที่น่าสนใจสุดๆ แถมบทหนังยังทำให้เห็นถึงแรงผลักดันที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการกระทำของตัวละครทุกฝ่ายได้อย่างชัดเจน

คุณเตรียมตัวอย่างไรเพื่อรับบทนี้บ้าง?

บรูห์ล:    ผมอ่านหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวพฤติกรรมของสมาชิกหน่วยแห่งการปฏิวัติหัวรุนแรงในเยอรมัน รวมถึงดูภาพยนตร์และหนังสารคดีอีกจำนวนมากเพื่อศึกษาลักษณะการแต่งกาย วิธีการพูด การแสดงออกของคนเหล่านั้น นอกจากนี้ผมยังศึกษาประสบการณ์ตรงจาก อาเมียร์ โอเฟอร์ ผู้เคยเป็นอดีตทหารที่เข้าร่วมภารกิจในครั้งนั้นด้วย

เป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ที่มีพยานในเหตุการณ์ตัวจริงมาอยู่ในกองถ่ายพร้อมกับพวกเรา แต่ก็แน่นอนว่า เขาย่อมมีมุมมองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแบบของเขา แม้ว่าผมจะชอบที่ได้พูดคุยกับเขา แต่ในการแสดงเป็นโบเซ่ ผมก็ต้องกันตัวเองให้ห่างออกมา พูดให้ชัดๆ คือไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา ผมก็แค่ฟังหูไว้หูเท่านั้นแหละ มันก็พิลึกไปอีกแบบ

การทำงานกับ โจเซ่ พาดิลฮา ผู่กำกับ เป็นอย่างไรบ้าง?

บรูห์ล:    แม้ว่าผมจะเตรียมตัวมาพอสมควร แต่ผมชอบวิธีที่ผู้กำกับสร้างพลังงานและความตื่นตัวกระฉับกระเฉงในกองถ่าย การทำงานกับโจเซ่ คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากๆเพราะว่าเขามักจะมีไอเดียใหม่ๆผุดขึ้นมาในนาทีสุดท้ายเสมอเป็นกองถ่ายหนังที่ทีมงานตื่นตัวกันมากๆ คือต้องพร้อมที่จะถ่ายฉากเดิมอีกครั้ง ลองแสดงแบบใหม่ หรือบางทีก็ดั้นบทกันสดๆไปเลย เหมือนใช้วิธีการทำหนังสารคดีเข้ามาถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ซึ่งสำหรับนักแสดงแล้ว ถือเป็นการทำงานที่คุ้มค่ามาก

คุณคิดว่าทำไมถึงควรเอาเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในยุค 70 มาทำเป็นภาพยนตร์ในปี 2018?

บรูห์ล:    เป็นเพราะว่า การก่อการร้ายยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอิสราเอลกับปาเลสไตน์ก็ยังขัดแย้งกันไม่เลิกราเสียที และการได้มองดูเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์จากหลากหลายมุมมอง ก็ทำให้เราเข้าใจถึงกระบวนการตัดสินใจของผู้นำประเทศที่ทำให้เราต้องอยู่ในโลกที่เป็นเช่นทุกวันนี้

คุณมีเคล็ดลับอะไรเพื่อเข้าถึงจิตใจของตัวละครนี้?

บรูห์ล:   เป็นคำถามที่น่าสนใจ สำหรับผมมันมีช่วงสำคัญในหนังช่วงนึง ที่เขาต้องตัดสินใจว่าจะฆ่าตัวประกันดีไหม มันเหมือนผมเองก็ต้องตัดสินใจเหมือนกันในฐานะนักแสดง ผมเลยต้องใช้ข้อมูลจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ คุณเลอ มวง (พยานที่ผ่านเหตุการณ์) อยู่ข้างๆผม เขาบอกว่าเขาจำเหตุการณ์นั้นได้ติดตา แน่นอนคุณรู้สึกต้องรับผิดชอบมากกว่าเดิมเมื่อต้องเล่นเป็นคนที่มีตัวตนจริงๆ แถมยังพัวพันกับประเด็นละเอียดอ่อน แต่ผมรู้ดีว่าได้ทำงานกับคนมีฝีมือหลังจากครั้งแรกที่ผมได้คุยกับโจเซ่เราคุยกันเป็นชั่วโมง คุยกันไปจนถึงเรื่องการเมืองเยอรมันในตอนนี้ ผมรู้สึกได้เลยว่าชายคนนี้มีความรู้เรื่องการเมืองใช่เล่นเลย

โรซามันด์ ไพค์ พูดเยอรมันเป็นอย่างไรบ้าง?

บรูห์ล:    สมบูรณ์แบบ ผมอึ้งไปเลย ครั้งแรกที่ผมได้เจอเธอผมได้ยินมาว่าเธอพูดเยอรมันได้ แต่บางครั้งนักแสดงมักจะโม้ว่าพวกเขาทำได้ทุกอย่างแหละ ผมเจอมากับตัวที่จู่ๆ พวกเรานักแสดงก็เจอกับสิ่งบางอย่างที่เราทำไม่ได้ที่เคยบอกไปว่าทำได้ ตอนแรกผมคิดว่าเธอทำไม่ได้หรอกเพราะพูดภาษาเยอรมันมันต้องชัดเป๊ะและมันยากมาก แต่เธอทำได้จริงๆ เธอเก่งสุดๆ เหมือนผมร่วมงานกับนักแสดงเยอรมันตัวจริง

คุณคิดว่าอะไรคือสาเหตุให้ผู้คนกลับมาให้ความสนใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้นตลอดเวลา?

บรูห์ล: ผมว่าน่าจะเป็นความบ้าคลั่งของภารกิจนี้ ของพวกผู้ก่อการร้าย โดยเฉพาะการมีชาวเยอรมันมาจี้เครื่องบินที่มีผู้โดยสารเป็นคนยิว แม้แต่ในโลกของผู้ก่อการร้ายฝ่ายซ้ายสุดโต่งนี่ยังไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ในอีกมุมมันเป็นปฏิบัตการณ์ทางทหารที่โลกไม่เคนเห็นมาก่อน มันคือการรุกเข้าตีแบบไม่ให้ตั้งตัว ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลและกองทัพอิสราเอล เมื่อย้อนกลับไปคิดดูมันเป็นอะไรที่อัศจรรย์มากนะ มันเหลือเชื่อมากที่ภารกิจนี้สำเร็จ มันเป็นผลจากการร่วมมือของทุกฝ่าย

มันตลกดีที่ชายที่ไม่ค่อยมีคนรู้ประวัติเขาอย่าง วิลเฟร็ด โบเซ่ ตัวละครของคุณในเรื่อง ได้นักแสดงมารับบทนี้มาก่อนหน้านี้ถึงสี่คนแล้ว คุณเคยชมการแสดงของนักแสดงท่านอื่นในบทนี้มาก่อนไหม?

บรูห์ล:   ผมเคยดูเวอร์ชั่น ฮอร์ส บูโชลซ์ เล่น ผมรู้ว่า เคลาส์ คินสกี้ เคยเล่นบทนี้เหมือนกัน แต่ผมเคยดูแค่อันที่ ฮอร์ส บูโชลซ์ แต่ตอนที่ผมเตรียมตัวถ่ายทำผมดูบางซีนที่เคลาส์ คินสกี้เล่น ผมตัดสินใจไม่ดูก่อนการถ่ายทำเพราะผมคิดว่ามันคงแปลกๆ ที่เห็นนักแสดงคนอื่นเล่นบทที่ผมต้องเล่น มันคงจำกัดกรอบการแสดงของผม

จากเรื่องจริงชวนทึ่งของภารกิจบุกชิงตัวประกันที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์โลก

“7 DAYS IN ENTEBBE” : 5 เมษายน 2018 ในโรงภาพยนตร์

หามพระเอกคนเหล็ก‘อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์’ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจฉุกเฉิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/330282

หามพระเอกคนเหล็ก‘อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์’ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจฉุกเฉิน

หามพระเอกคนเหล็ก‘อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์’ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจฉุกเฉิน

วันเสาร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561, 10.33 น.

หามพระเอกคนเหล็ก‘อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์’ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจฉุกเฉิน

31 มี.ค.61 สำนักข่าวทีเอ็มแซด(TMZ) รายงานเมื่อวานนี้ว่า อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ พระเอกชื่อดังของวงการฮอลลีวูด และอดีตผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย วัย 70 ปี เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจฉุกเฉิน โดยเขาเดินทางไปยังศูนย์การแพทย์ซีดาร์ส-ไซนาย ในลอสแอนเจลีส  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ เพื่อผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ

ตามรายงานระบุด้วยว่า เป็นการทดลองอะไรบางอย่างด้วย และการผ่าตัดก็เพื่อเปิดหัวใจฉุกเฉิน หลังจากเขามีอาการแทรกซ้อน โดยการผ่าตัดครั้งนี้ ใช้เวลานานหลายชั่วโมง และขณะนี้เขามีอาการทรงตัว

แพทย์ ระบุว่า ชวาร์เซเน็กเกอร์ พระเอกคนเหล็กฟื้นตัวได้ดี และพูดคุยได้หลังการผ่าตัด ซึ่งแดเนียล เคตเชลล์ โฆษกประจำตัวของเขา กล่าวว่า ชวาร์เซเน็กเกอร์ มีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม

ด้านนายเซบาสเตียน เคอร์ซ นายกรัฐมนตรีออสเตรีย โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ แสดงความปรารถนาให้ชวาร์เซเน็กเกอร์ เพื่อนของเขา แข็งแรงในเร็ววัน และบอกด้วยว่า เขารอที่จะพบชวาร์เซเน็กเกอร์อยู่

สำหรับ ชวาเซเน็กเกอร์ มีชื่อเสียงโด่งดังจากบทบาทในการแสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น เดอะ เทอร์มิเนเตอร์ หรือคนเหล็ก และโคแนน เดอะ บาร์บาเรียน หรือโคแนน ยอดคนแดนเถื่อน นอกจากนี้ เขายังอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย 2 สมัย จากปี 2546 ถึง 2554 ก่อนกลับไปแสดงภาพยนตร์เรื่อง ดิ เอ็กซ์เพ็นเดเบิลส์ โคตรคนทีมมหากาฬ (The Expendables) อีกครั้ง ในเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว ชวาร์เซเน็กเกอร์ เข้ารับรางวัลเกียรติยศชั้นสูงสุดจากฝรั่งเศส ในฐานะทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม

ฮา! เทอร์โบลั่น มันส์! มิเตอร์ไหม้ เผยใบปิดไทย’TAXI 5 โคตรแท็กซี่ขับระเบิด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/330273

ฮา! เทอร์โบลั่น มันส์! มิเตอร์ไหม้  เผยใบปิดไทย'TAXI 5 โคตรแท็กซี่ขับระเบิด'

ฮา! เทอร์โบลั่น มันส์! มิเตอร์ไหม้ เผยใบปิดไทย’TAXI 5 โคตรแท็กซี่ขับระเบิด’

วันเสาร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561, 09.15 น.

ถือเป็นการกลับมาครั้งที่ 5 ที่ทั้งโลกต่างรอคอยของภาพยนตร์ฝรั่งเศสระดับตำนานกับผลงานแอคชั่น-คอมเมดี้ “TAXI 5 โคตรแท็กซี่ขับระเบิด” โดยฝีมือการอำนวยการสร้างของตัวพ่อแห่งวงการแอคชั่น ลุค เบสซง

สำหรับเรื่องราวในภาคนี้เริ่มต้นเมื่อ ซิลเวียง มาโคร (รับบทโดย แฟรงค์ แกสตามบิด) นายตำรวจที่ได้ถูกสั่งย้ายไปประจำการที่สถานีตำรวจในเมืองมาร์กเซย ภารกิจของเขาคือออกไล่ล่าปราบแก๊งโจรอิตาเลียนที่ใช้รถเฟอร์รารี่แรงม้าทรงพลังในการปล้นธนาคาร งานนี้ ซิลเวียง จึงต้องแท็กทีมกับ เอ็ดดี้  มาคลูฟ (รับบทโดย มาลิก บองทาล่า) คนขับแท็กซี่สายซิ่งเพื่อออกตามหารถแท็กซี่เปอร์โยสีขาวในตำนานที่โคตรแรงทั้งสมรรถนะ ความเร็ว และเทคโนโลยี เพื่อใช้ต่อกรกับแก๊งโจรให้ ลั่น มันส์ ฮา ระเบิด กันไปข้าง

ได้เวลาส่งต่อความระห่ำ จัดเต็มใส่เกียร์ห้า เอาให้ ฮา! เทอร์โบลั่น มันส์! มิเตอร์ไหม้ “TAXI 5 โคตรแท็กซี่ขับระเบิด” : 19 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘เต๋า Vs เต๋า’เหล่าลูกๆ ร่วมเชียร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/330154

‘เต๋า Vs เต๋า’เหล่าลูกๆ ร่วมเชียร์

‘เต๋า Vs เต๋า’เหล่าลูกๆ ร่วมเชียร์

วันเสาร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คอนเสิร์ต “GSB WOW CONCERT” ที่จัดโดย ธนาคารออมสิน และ โมโน กรุ๊ป ประเดิมด้วยการโคจรมาเจอกันระหว่าง เต๋า-สมชาย เข็มกลัด และ เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ  ณ สเตจ 1 STUDIO MONO29  เมื่อวันก่อน บอกเลยว่า มันส์เต็กแม็กซ์!! เมื่อทั้ง 2 ขนเพลงร็อกสุดฮิตมาแบทเทิลความเก๋ากันจนเวทีสะเทือนอย่างต่อเนื่อง จากนั้นช็อตเด็ดเกิดขึ้นเมื่อ นุ๊ก-สุทธิดา อดีตคู่จิ้น เต๋า-สมชาย ย่องเซอร์ไพรส์บนเวที ด้าน ซานิ-นิภาภรณ์ ก็มาร่วมแจมกับ เต๋า-เศรษฐพงศ์ และชวนแฟนๆ แดนซ์สุดมันด้วยกันแบบยาวๆ ซึ่งตลอดเวลาของคอนเสิร์ตครั้งนี้ เต๋า-สมชาย ได้รับกำลังใจคนสำคัญ น้องสมใจ-น้องสุขใจที่เชียร์พ่อเต๋าด้วยป้ายไฟและเสียงกรี๊ดตั้งแต่ต้นจนจบคอนเสิร์ตเลยทีเดียว