‘บุรินทร์’ คัมแบ็ก! ย้ายบ้านใหม่ มิวซิกมูฟฯ เปิดตัวซิงเกิล ‘สปอตไลท์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/317176

‘บุรินทร์’ คัมแบ็ก! ย้ายบ้านใหม่ มิวซิกมูฟฯ เปิดตัวซิงเกิล ‘สปอตไลท์’

‘บุรินทร์’ คัมแบ็ก! ย้ายบ้านใหม่ มิวซิกมูฟฯ เปิดตัวซิงเกิล ‘สปอตไลท์’

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2561, 10.51 น.

อลังการไม่แพ้คอนเสิร์ตใหญ่ๆ กับงานแถลงข่าว ‘Burin Spotlight Single Premiere’ (บุรินทร์ สปอตไลท์ ซิงเกิล พรีเมียร์) ของศิลปินเจ้าพ่อดิสโก้เมืองไทย ‘บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์’ ขอกลับมาทวงบัลลังก์ ภายใต้บ้านหลังใหม่ Muzik Move Records (มิวซิกมูฟ เรคคอร์ส) สังกัด Muzik Move(มิวซิกมูฟฯ) โดยเพลงนี้ได้ อะตอม ชนกันต์ และ Cyndi Seui (ซินดี้ ซุย) มาร่วมงานกันและตั้งใจปล่อยเพลงนี้เป็นเพลงแรกเพื่อบอกแฟน ๆ ว่าวันนี้เขาพร้อมกลับมามอบความสุขให้ทุกคนร้านอีกครั้ง ณ ร้านรูท 66 อาร์ซีเอ ปาร์ตี้ฟรายเดย์ไนท์ที่สุดพิเศษนี้ก่อนใคร

บุรินทร์ ถ่ายทอดเพลงนี้ในแนว ‘Electro Soul’(อิเล็กโทร โซล) เป็นแนวเพลงที่ผสมผสานกันระหว่างดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และโซล มีกลิ่นอายของยุค 80s โดยมีเสียง Synthesizer (เครื่องสังเคราะห์เสียง) เป็นพระเอก และอัดด้วยระบบ ‘Reel-to-Reel’ (รีล ทู รีล) ซึ่งคือการอัดเสียงก่อนยุคดิจิตอล ซึ่งหาได้ยากมากในปัจจุบัน

ในบรรยากาศสไตล์ ไมอามี่ ไวซ์ ลุค โชว์ ภาพ visual(วิชวล) ไลท์ติ้งแบบจัดเต็มอลังการ!! และรถ Ferrari Testarossa(เทสทารอซซ่า) สีเหลืองสง่า ซึ่งทั้งหมดนี้ มิวซิกมูฟ เรคคอร์ดส ได้ทุ่มทุนเนรมิต โดยทีมงานมืออาชีพระดับแนวหน้ามากมายทั้งไทยและเทศเปิดปาร์ตี้กันด้วยพิธีกรของงาน ดีเจพีเค – ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร เคาท์ดาวน์ชมมิวสิกวิดีโอเพลง Spotlight(สปอตไลท์) พร้อมกันครั้งแรก กับอาร์ตไดเรกชันสุดล้ำ ในรูปแบบ Animated Collage(อนิเมท คอลลาจ)บุรินทร์ ได้ทำงานร่วมกับ Frank Knitty(แฟรงค์ นิตตี้) อาร์ตไดเร็คเตอร์ / แอนิเมเตอร์ ชาวฮอลแลนด์ ที่เคยได้ผลิตผลงานให้กับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกมาแล้ว ซึ่งสำหรับมิวสิกวีดีโอเพลง ’Spotlight’ (สปอตไลท์) นี้ แฟรงค์ ได้ลงทุนบินมาประเทศไทยเพื่อกำกับการถ่ายด้วยตัวเอง  โดยเพลงนี้ยังได้  แพทริเซีย กู๊ด มาเพิ่มความอินเตอร์ ด้วยลุคที่เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้

ในส่วนของดนตรี บุรินทร์ ได้ร่วมงานกับนักดนตรีและคนทำงานเบื้องหลังระดับโลกหลายคน เช่น Nathan East (นาธาน อีสต์) ,Jupiter(จูปิเตอร์) ,Eric Ferguson(อีริก เฟอร์กูสัน) และ Bernie Grundman(เบอนี่ กรันแมน) ซึ่งเคยได้สร้างผลงานร่วมกับศิลปินระดับโลกมาแล้วอย่าง Michael Jackson (ไมเคิล แจ็คสัน) ,Stevie Wonder (สตีวี วันเดอร์) และ Daft Punk(ดาฟท์ พังค์)หลังจบการแถลงข่าวบนเวที ก็ต่อเนื่องด้วย ดีเจ KK Iconic Studio (เคเค ไอคอนิค สตูดิโอ) และดีเจ Bomber Selecta (บอมเบอร์ ซีเล็คต้า) ดีกรีแชมป์ประเทศ มาช่วยเรียกน้ำย่อยก่อนส่งเข้าสู่ไฮไลต์ของค่ำคืนนี้เสียงกรี๊ดกระหึ่มตั้งแต่โชว์เปิดตัวซิงเกิลใหม่ Spotlight(สปอตไลท์) ให้ฟังสดๆ กับวงดนตรีคุณภาพอย่าง The Soulsmith(เดอะ โซลสมิท) ตามติดมาด้วยเพลงฮิตอีกแบบต่อเนื่อง ที่ขนกันมาไม่อั้นเซอร์ไพร์สคนดูขึ้นไปอีก!! กับแขกพิเศษ สมาชิกเก่าในวงของ บุรินทร์ อย่าง อะตอม ชนกันต์ ที่ขึ้นมาแจมร่วมกันร้องในเพลง เธอทั้งนั้น ยิ่งเพิ่มเสียงกรี๊ด เรียกได้ว่า บุรินทร์ ส่งไปเท่าไหร่ เหล่าแฟนเพลงก็เสิร์ฟคืนมาเสียงไม่ตกเลยสักเพลง แบบไม่มีใครยอมใคร

กับโชว์เต็มรูปแบบครั้งนี้ นับเป็นสวรรค์ของแฟนตัวจริงของศิลปินที่ชื่อ ‘บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์’  ที่บอกเลยว่า ตัวจริงเท่านั้นถึงจะเอาอยู่ การันตีได้เลยว่างานนี้ บุรินทร์ ทุ่มสุดตัวกับงานปาร์ตี้แถลงข่าว ‘Burin Spotlight Single Premiere’ (บุรินทร์ สปอตไลท์ ซิงเกิล พรีเมียร์)และถือว่าเป็นงานแรกของตัวอย่างของโชว์เต็มรูปแบบที่จะมีขึ้นทั้งในไทยและต่างประเทศ (World Tour) เป็นการรวมพลังแสง สีเสียง ไว้ด้วยกันอย่างล้ำและสวยงาม รับประกันว่าประทับใจแน่นอน

แฟนๆ สามารถดาวน์โหลดเพลง เพลง Spotlight(สปอตไลท์) ได้ก่อนใครที่ iTunes Store หรือ Apple Music ในวันศุกร์ที่ 26 มกราคมนี้ และดาวน์โหลดผ่านช่องทางอื่นๆ (Joox, Spotify และ YouTube) หรือกด *492 222 159 ได้พร้อมกัน 1 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไปติดตามความเคลื่อนไหวของบุรินทร์ได้ที่ อินสตาแกรม @burin_boonvisut_official, Facebook แฟนเพจ & LINE Official Account : BURIN BOONVISUT  และ #burinboonvisut #burinspotlightหรือสามารถอัพเดทผลงานศิลปินในสังกัด “มิวซิกมูฟ เรคคอร์ดส” ในช่องทาง http://www.facebook.com/MuzikMoveRecords หรืออินสตราแกรม : Muzikmoverecords

‘The TOYS’น้ำตาคลอประทับใจแฟนคลับทะลักงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/317175

'The TOYS'น้ำตาคลอประทับใจแฟนคลับทะลักงาน

‘The TOYS’น้ำตาคลอประทับใจแฟนคลับทะลักงาน

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2561, 10.47 น.

จบลงไปแล้วอย่างสวยงาม สำหรับงานมินิคอนเสิร์ตสุดประทับใจ“Once Upon The TOYS มันก็อาจจะเป็นครั้งเดียว…The First Meet Concert”มินิคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของศิลปินมาแรงมากที่สุดแห่งยุค ที่เตรียมขึ้นแท่นขวัญใจวัยรุ่นทั่วประเทศอย่าง “The TOYS”(เดอะ ทอยส์) หรือ “ธันวา บุญสูงเนิน” จากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ที่จัดขึ้น ณ​ ลานกิจกรรมGroove At Central World ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสตอบรับอย่างถล่มทลายจากแฟนเพลงจำนวนมากที่มารอเข้างานกัน ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 27 มกราคม หรือ 24 ชั่วโมงก่อนเปิดให้แฟนคลับเข้างานกันเลยทีเดียว!

โดยงานครั้งนี้หนุ่มทอยขอจัดเต็มขนเพลงฮิตติดหูไม่ว่าจะเป็น “หน้าหนาวที่แล้ว” และ “ก่อนฤดูฝน”โชว์เปิดมินิคอนเสิร์ตเรียกเสียงฮือฮา พร้อมมอบของขวัญชิ้นพิเศษ ด้วยการโชว์เพลงใหม่ครั้งแรกแบบสด ๆ ทั้งเพลง “TOY”(ทอย) และ “04:00”(ตีสี่)ที่ปล่อยมาได้เพียง 2วันเท่านั้น ยอดวิวก็ทะลุล้านวิวในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งแฟนเพลงก็ร้องตามกันได้สนั่นลานกิจกรรม ทำเอาหนุ่มทอยซึ้งประทับใจจนน้ำตาคลอ เรียกเสียงเชียร์จากแฟนเพลงที่มาให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่นดังลั่น ก่อนจะปิดท้ายงานด้วยเซอร์ไพร์สสุดพิเศษจากคุณแม่ “นิตยา บุญสูงเนิน” ที่เดินทางมาให้กำลังใจชิดขอบเวที พร้อมขึ้นโชว์ร้องเพลงคู่ลูกชายในเพลง “เจ็บนิดเดียว”นอกจากนั้นทอยยังร่วมพูดคุยบนเวทีกับแฟนเพลงกันแบบสด ๆ ครั้งแรกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แฟนเพลงสามารถติดตามฟังและชมมิวสิควิดีโอเพลง “TOY”(ทอย) และ “04:00”(ตีสี่) พร้อมกันวันนี้ที่Youtube: Whattheduckและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของ The TOYS ได้ที่ http://www.facebook.com/whattheduckmusic และwww.facebook.com/thisisthetoys นอกจากนั้นแฟนเพลงที่พลาดโอกาสครั้งนี้ สามารถชมภาพบรรยากาศงานมินิคอนเสิร์ตสุดประทับใจ “Once Upon The TOYS มันก็อาจจะเป็นครั้งเดียว…The First Meet Concert” ย้อนหลังได้ที่แอพพลิเคชั่น AIS Play และกล่อง AIS Playbox อีกด้วย

‘เต๋า-สมชาย’ ชวนวิ่งพิชิตใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/317053

‘เต๋า-สมชาย’ ชวนวิ่งพิชิตใจ

‘เต๋า-สมชาย’ ชวนวิ่งพิชิตใจ

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“เต๋า-สมชาย” และ 2 หนุ่ม “เป็กซ์-ป๊อก วงซีล” นำทัพเชิญชวนร่วมทำภารกิจพิชิตใจกับ “Singha Series Run 2018”  ที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ขอประเดิมเปิดประสบการณ์การวิ่งในปี 2018 ด้วยงานวิ่งสุดยิ่งใหญ่ ที่นำงานวิ่งที่สำคัญและได้รับความนิยมถึง 4 รายการมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ใน 4 เดือนติดต่อกัน โดยเริ่มที่ เชียงราย ในรูปแบบครอสคันทรี “สิงห์ปาร์ค เชียงราย ครอสคันทรี่ มาราธอน” 25 กุมภาพันธ์นี้, เพชรบุรีรูปแบบบิกินี รัน ริมชายหาดชะอำ “สิงห์ ชะอำ บิกินี บีช รัน มาราธอน” 18 มี.ค. 2561, เชียงใหม่รูปแบบมิดไนท์ รัน ขึ้นดอยสุเทพ “สิงห์ สงกรานต์ เชียงใหม่ ไนท์รัน” 13 เม.ย. 2561 และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ในรูปแบบซิตี้รัน ที่สวนหลวง ร.9 “สิงห์ แบงค็อก 21เค ปาร์ค รัน” งานนี้ซุป’ตาร์สุดฟิตอย่าง “เต๋า-สมชาย เข็มกลัด” คอนเฟิร์มเข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 4 สนามในระยะ Half Marathon 21 KM.เป็นที่เรียบร้อย

โดยยังบอกอีกว่าจะซุ้มซ้อมฟิตร่างกายเพื่อพิชิตเหรียญให้ได้ทั้ง 4 สนาม ส่วนอีก2 หนุ่ม “เป็กซ์-ป๊อก วงซีล” ก็ไม่ยอมน้อยหน้าขอเข้าร่วมวิ่ง 2 สนาม ส่วนอีก 2 สนามที่เหลือจะรีบเคลียร์คิวงานเพื่อเข้าร่วมให้ได้แน่นอน ทั้งนี้นักวิ่งทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมSingha Series Run 2018 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากเฟซบุ๊ค Singha Series Run และ เว็บไซต์www.singhaseriesrunthailand.com

‘ตั๊ก-บงกช’ เค้นฝีมือ เพื่องานภาพยนตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/317055

‘ตั๊ก-บงกช’ เค้นฝีมือ เพื่องานภาพยนตร์

‘ตั๊ก-บงกช’ เค้นฝีมือ เพื่องานภาพยนตร์

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คอหนังไทยเริ่มได้เห็นตัวอย่างภาพยนตร์ “เพื่อนฉันฝันสลาย (Sad Beauty)” ผลงานของผู้กำกับ “ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล” ที่ทำในนามพ้อยท์ อัพ ฟิล์มส์ (Point up Films) และ เอ็ม พิคเจอร์สกันบ้างแล้ว แต่หลายคนสงสัยถึงที่มาที่ไป ของการเปลี่ยนสถานะจากนักแสดงผู้เจนจัด มาตั้งรับในงานกำกับภาพยนตร์แทน ซึ่ง “ตั๊ก” ก็ได้เผยถึงสาเหตุให้ทราบว่า

“แรงบันดาลใจของหนังเรื่องนี้ มาจากเรื่องเพื่อนค่ะ เพื่อนที่ตั๊กมีความรู้สึกดีกับเค้า ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนังเพื่อนจริงๆ ค่ะ เพื่อนผู้หญิง เป็นหนังของเพื่อน ทุกคนมีเพื่อนผู้หญิง เพื่อนที่คุยกันได้ทุกเรื่อง เป็นเพื่อนผู้หญิงที่เป็นเพื่อนจริงๆ แล้วก็สนิทกัน เป็นเรื่องจริงที่ตั๊กมีเพื่อน แล้วเค้าก็เสียไป เสียไปตอนอายุ 23 แล้วหลังจากนั้นตั๊กก็ไม่เคยเจอเพื่อนที่เหมือนเค้าอีกเลย จริงๆ ตั๊กตั้งใจจะเล่าเรื่องนี้ตั้งนานแล้วค่ะ เพียงแต่ว่าตอนนั้น ตั๊กตั้งชื่อว่า “ความรักอีกความรู้สึก” (emotion love) ทีนี้พอวันเวลาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตั๊กเลยรู้สึกว่า พอเขียนไปเรื่อยๆ ความเศร้าของบทมันเยอะขึ้น เลยเปลี่ยนชื่อเป็น “sad beauty เพื่อนฉันฝันสลาย” เพราะว่าด้วยยุคสมัยแล้ว ตอนนั้นช่วงคิดที่จะทำ มัน 8 ปีก่อนหน้านี้ค่ะ ก่อนที่ตั๊กจะแต่งงานด้วยซ้ำบทเรื่องนี้เขียนเสร็จแล้ว แต่พอเราดำเนินเรื่องมาสักพัก เราก็รู้สึกว่า ขั้นตอนของการทำภาพยนตร์มันต้องดูแนวของแต่ละปี ว่าคนดูของแต่ละปีเป็นยังไง ภาพยนตร์ของโลกไปถึงไหนกันแล้ว เราก็เลยกลับมานั่งดูจุดพีค จุดชะลอ และไปถึงจุดจบ ก็เริ่มเปลี่ยน คือเปลี่ยนเนื้อเรื่องค่ะ แต่ก็ยังคงคอนเซ็ปต์พื้นฐานความเป็นเนื้อเรื่องเก่าอยู่”

“ตั๊กอยากให้ทุกคนไปดูหนังเรื่องนี้ค่ะตั๊กอยากให้คนเห็นคุณค่าของเพื่อน คือเมื่อไหร่ที่เรายังมีเพื่อนอยู่ แล้วเพื่อนคนนั้นเค้าดีกับเรา เราไม่รู้ว่าควรจะมีเพื่อนมากหรือเพื่อนน้อย แต่ว่าควรให้อภัยกันเราต้องอยู่ด้วยกัน อยากให้ทุกคนรู้ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ ตั๊กลงมือทำงานเอง, เขียนบทเอง ซึ่งเขียนจากความรู้สึกจริง ๆ รวมถึง ตั๊กเปิด FacebookFanpage ของหนังเรื่องนี้ขึ้นมา (www.fabook.com/SadBeautyMovie/) และเป็นแอดมินเพจเองใครอยากรู้อะไร ถามกันเข้ามาได้ค่ะ เพราะตั๊กจะตอบเองทุกๆ คำถาม และก็จะมี  Facebook Liveเพื่อจะได้พูดคุยกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ”

‘บอย-ถกลเกียรติ’ เดินหมาก ปรากฏการณ์ one สนั่นจอ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/317056

‘บอย-ถกลเกียรติ’ เดินหมาก  ปรากฏการณ์ one สนั่นจอ!!

‘บอย-ถกลเกียรติ’ เดินหมาก ปรากฏการณ์ one สนั่นจอ!!

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ พร้อมผู้บริหาร ช่องวัน31 นำทีมแถลงข่าว “ปรากฎการณ์ one สนั่นจอ” เปิดโผละคร
4 เรื่อง 4 รส, ซิทคอมใหม่, รายการวาไรตี้และรายการข่าว ลงจอรับศักราชใหม่ 2018ประเดิมด้วยละคร “ดาวจรัสฟ้า” ที่ได้ตูมตาม-ยุทธนา มาประชันบทบาทกับ หนูนา-หนึ่งธิดา พร้อมด้วยทัพนักแสดงและขุนพลลูกทุ่งชื่อดัง ต่าย-อรทัย, ไผ่-พงศธร, ฝน-ธนสุนทร ฯลฯ มาร่วมสร้างสีสัน ต่อด้วย “กาหลมหรทึก” ละครฟอร์มยักษ์ที่สร้าง จากนวนิยายชื่อดัง นำแสดงโดย ป้อง-ณวัฒน์, วิว-วรรณรท, เจษ-เจษฎพิพัฒ,เฌอเบลล์-ลัลณ์ลลิน, พ้อยท์-ชลวิทย์ ฯลฯ รวมถึงละครโรแมนติกดราม่า “พรหมไม่ได้ลิขิต” ซึ่งเป็นการกลับมาพบกันอีกครั้งของพระนางคู่ขวัญบี้-สุกฤษฎิ์ กับ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ต่อด้วย โปรเจกท์ “เมืองมายา LIVE” ตอน “มายาเร้นรัก” กับปรากฏการณ์ใหม่ของละครไทย ที่ถ่ายทอดสดตอนจบ และให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการกำหนดจุดจบของตัวละคร นำแสดงโดยบี-น้ำทิพย์, สน-ยุกต์, ตุ้ย-ธีรภัทร์, ออร์แกน-ราศี, ณัฏฐ์ เทพหัสดินฯ, โย่ง อาร์มแชร์ ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีซิทคอมใหม่แกะกล่อง“บ้านสราญแลนด์” ที่ขนทัพนักแสดงมาร่วมงานอย่างคับคั่ง นำทีมโดย ป้อง-ณวัฒน์, นุ่น-วรนุช, บี-น้ำทิพย์, ปั้นจั่น-ปรมะ, หนูนา-หนึ่งธิดา, ปุยฝ้าย-ณัฎฐพัชร์, อาร์-อาณัตพล, ตี๋ ดอกสะเดา, ยิ่งยง ยอดบัวงาม ฯลฯ รวมทั้งรายการวาไรตี้หลากรส ที่ยกขบวนความสนุกมาเสิร์ฟให้ผู้ชมกันถึงหน้าจอทีวี. กับรายการเกมโชว์น้องใหม่มาแรง “THE WALL กำแพงพลิกชีวิต” ที่ได้ วู้ดดี้-วุฒิธร มารับหน้าที่พิธีกร ต่อด้วย “4 โพดำ The Battle” ที่ยกเครื่อง
ความสนุกมาในรูปแบบใหม่ การันตีความมันส์ความสนุกมากขึ้นกว่าเดิม และปิดท้ายกันที่ “ข่าวone news” มิติใหม่ของรายการข่าว ที่นำเสนอข่าวในรูปแบบใหม่ที่เกาะติด และเจาะลึกทุกสถานการณ์ตลอดทั้งวันนำทีมโดย จั๊ด-ธีมะ, แคน-อติรุจ, ดิว-ธิติพันธ์, ลิลลี่ แม็คกร๊าธ, อ๊อฟ-ชัยนนท์, โต๋นแตร์-ทินกร, อุ้ม-ขจรกิติ์ ฯลฯ ก่อนจบงานด้วยแฟชั่นโชว์ จากทัพนักแสดงเลือดใหม่ของ “ช่องวัน 31” ที่ออกมาอวดโฉมประชันความสวย-หล่อ เรียกเสียงฮือฮาจากกองทัพสื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าว ณ ห้องบอลรูมชั้น 4 โรงแรมCONRAD ถนนวิทยุ

4 ซีรี่ส์ดัง ลงสังกัดช่อง 7 HD

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/317054

4 ซีรี่ส์ดัง ลงสังกัดช่อง 7 HD

4 ซีรี่ส์ดัง ลงสังกัดช่อง 7 HD

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อัดแน่นทุกกระบวนท่าความบันเทิง เพราะตอนนี้  ช่อง 7 HD จัดเต็มกับ 4 ซีรี่ส์ดัง 4 รส ออกอากาศเป็นประจำทุกวันจันทร์-อาทิตย์ โดยประเดิมเรื่องแรก ด้วยซีรี่ส์เกาหลีเรื่องเยี่ยม “สงครามริษยา” (THE LADY IN DIGNITY) ภาพยนตร์แนวดราม่าสุดเข้มข้น จากช่อง jTBC นำแสดงโดย คิม ฮีซอน และ คิม ซอนอานักแสดงชื่อดังระดับเอเชีย กับเรื่องราวของผู้หญิง2 คนที่มีชีวิตแตกต่างกันสุดขั้ว ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา 23.10 น.

อีกเรื่องคือ “MISSING 9…ปริศนาท้าให้รอด” (MISSING 9) ซีรี่ส์ชุด ที่ได้ จอง คยองโฮประกบคู่กับ แบ็ก จินฮี ร่วมด้วย ปาร์ก ชานยอล สมาชิก วง EXO ออกอากาศทุกคืนวันจันทร์-อังคาร เวลา 01.15 น.

2 เรื่องแรกเป็นผลงานดังจากแดนกิมจิ ส่วนเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์จีนแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ “อัศจรรย์ศึกชิงบัลลังก์น้ำแข็ง” (ICE FANTASY) เข้มข้นไปกับเรื่องราวสงครามระหว่าง 2 อาณาจักร คืออาณาจักรน้ำแข็งและอาณาจักรไฟ รวมถึงการแย่งชิงบัลลังก์ระหว่างพี่น้อง และเรื่องราวความรักต้องห้าม นำแสดงโดย เฝิงเส้าเฟิง, วิกตอเรีย ซ่ง แห่ง วงf(x),  หม่า เทียนอวี่ และ จางเหมิง โดยได้ทีม production designer Dan Hennah จากประเทศนิวซีแลนด์ผู้เคยสร้างสรรค์ผลงาน The Lordof the Rings และ The Hobbit จนคว้ารางวัลออสการ์มาครอง มาเป็นผู้เนรมิตและสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาอย่างยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการออนแอร์ทุกคืนวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา01.15 น.

และปิดท้ายด้วย “ศึกพิภพแห่งแชนนารา ซีซัน 2” (The Shannara Chronicles) กลับมาอีกครั้งกับนวนิยายแนวแฟนตาซีเรื่องเยี่ยม ผลงานของนักเขียนชื่อดัง Terry Brooks การันตีความสำเร็จด้วยยอดขายถล่มทลายไปทั่วโลก ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฝรั่งชุดสุดยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้ผู้ชมได้ตื่นตะลึงไปกับการผจญภัยของเหล่าผู้กล้า เพื่อหยุดยั้งกองทัพปีศาจที่จะมาทำลายมหานครโฟร์แลนด์ พร้อมนักแสดงชุดเดิม นำโดย ออสติน บัตเลอร์,ป๊อบปี้ เดรทัน และ อิวาน่า บาเคโร่, มานู เบนเน็ตต์,แอรอน แจคูเบนโก ออกอากาศทุกคืนวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 03.50 น. …. รักชอบเรื่องไหน เลือกกันได้ตามใจเลยค่ะ

ส่องปาร์ตี้วันเกิด’ซี ศิวัฒน์’ครบ36ปี โชว์ความหวานหอมแก้มภรรยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/317100

ส่องปาร์ตี้วันเกิด'ซี ศิวัฒน์'ครบ36ปี โชว์ความหวานหอมแก้มภรรยา

ส่องปาร์ตี้วันเกิด’ซี ศิวัฒน์’ครบ36ปี โชว์ความหวานหอมแก้มภรรยา

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 17.09 น.

28 ม.ค.61 เพิ่งผ่านวันคล้ายวันเกิดไปเมื่อวานนี้ สำหรับ พระเอกหนุ่ม “ซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์” ที่มีอายุครบ 36 ปี โดยงานนี้ภรรยาคนสวย “เอมี่ กลิ่นประทุม” ได้จัดปาร์ตี้วันเกิดให้เล็กๆ แต่อบอุ่น ที่เต็มไปด้วยเพื่อนสนิทมาร่วมงาน รวมถึงเพื่อนๆ ในวงการ อาทิ เอมมี่ มรกต, แมทธิว ดีน, ครีม เปรมสินี เป็นต้น

โดยสาวเอมี่ก็ได้โพสต์ขอความอวยพรสามีสุดหวานว่า Happy birthday นะคะ … พรใดที่ขอ ขอให้สุขสมหวังดั่งปรารถนาทุกเรื่องนะคะ — ด้วยความดี ด้วยความขยัน ด้วยความตั้งใจเกินร้อย ด้วยความไม่เคยย่อท้อกับอะไรง่ายๆ … ทุกอย่างจงเป็นไปตามที่แมนนี่อยากได้นะคะ สุขสันต์วันเกิดครับ

สละโสดแล้ว! ‘อี๊ด โปงลางสะออน’จูงมือแฟนสาวนอกวงการลั่นระฆังวิวาห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/317065

สละโสดแล้ว! 'อี๊ด โปงลางสะออน'จูงมือแฟนสาวนอกวงการลั่นระฆังวิวาห์

สละโสดแล้ว! ‘อี๊ด โปงลางสะออน’จูงมือแฟนสาวนอกวงการลั่นระฆังวิวาห์

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 15.19 น.

28 ม.ค.61 ขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวข้าวใหม่ปลามัน อย่าง นักร้องหนุ่มเสียงดี “อี๊ด โปงลางสะออน” หรือ สมพงษ์ คุนาประถม ที่ได้เข้าประตูวิวาห์กับแฟนสาวนอกวงการ “น้ำ จริยา” ไปเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.)

โดยงานแต่งสุดหวานของทั้งคู่จัดขึ้นที่โบสถ์คริสตจักรเเห่งพันธสัญญาสุวรรณภูมิ ที่ได้ถูกเนรมิตรให้กลายเป็นโรงหนังตามคอนเซปต์ที่บ่าวสาววางไว้ งานนี้ได้มีทั้งครอบครัวและเพื่อนๆ ในวงการไปร่วมแสดงความยินดีด้วย เช่น ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน, บูบู้ กําธร เป็นต้น

ทริปแรกของฝาแฝด! ‘ชมพู่-น็อต’พา’สายฟ้า-พายุ’ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/317048

ทริปแรกของฝาแฝด! 'ชมพู่-น็อต'พา'สายฟ้า-พายุ'ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก

ทริปแรกของฝาแฝด! ‘ชมพู่-น็อต’พา’สายฟ้า-พายุ’ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 14.38 น.

28 ม.ค.61 เป็นฝาแฝดสุดฮอตขวัญใจคนทั้งประเทศจริงๆ สำหรับ ลูกชายตัวน้อยของซุปตาร์สาว “ชมพู่ อารยา” ที่ตอนนี้อายุ 4 เดือนนิดๆ เท่านั้น แต่ความน่ารักของทั้ง 2 คนก็ขโมยหัวใจของหลายๆ คนไปแล้ว

ล่าสุด คุณแม่ชมพู่และคุณพ่อน็อต วิศรุต ก็ได้อุ้มกระเตงลูกชายขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก โดยทริปนี้ได้พากันไปเที่ยวที่ฮ่องกง ถึงแม้จะดูทุลักทุเลอยู่หน่อยๆ แต่ก็ถือว่าเป็นทริปครั้งแรกที่เป็นบรรยากาศใหม่ บอกเลยว่าคงต้องมีทริปต่อไปอีกไม่นานนี้แน่นอน

Star Retro : ‘โอ๋-กฤษฎา’ คนละคร..กับตัวตนที่ค้นเจอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/316926

Star Retro : 'โอ๋-กฤษฎา' คนละคร..กับตัวตนที่ค้นเจอ

Star Retro : ‘โอ๋-กฤษฎา’ คนละคร..กับตัวตนที่ค้นเจอ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุ้นชื่อมานาน ในฐานะคนเบื้องหลัง แต่วันนี้ “โอ๋-กฤษฎา เตชะนิโลบล” กำลังยืนแถวหน้า ในฐานะผู้กำกับละครโทรทัศน์เลือดใหม่!! กว่า 14 ผลงานที่เขาได้สร้างสรรค์ จนเป็นที่ติดอกติดใจ คนละครผู้น่าสนใจคนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร “สตาร์เรโทร” มีคำตอบให้ทราบกัน

ผลงานการกำกับล่าสุด

ที่เพิ่งจบไปก็คือ “ระเริงไฟ” ต้องบอกว่าลุ้นละครตัวเองทุกวีคเลยครับ โอ๋ชอบอ่านฟีดแบ๊กจากในทวิตเตอร์ ซึ่งมันรวดเร็วมาก และเป็น case study ให้เราในเรื่องต่อไป คือโอ๋เป็นคนที่ทำงานร่วมสมัย ไม่ใช่คนที่วัยรุ่นจ๋า แต่อยู่ระหว่าง 2 ยุค ช่วงระยะเวลามันเปลี่ยนเร็วมาก ตอนนี้มีช่องทีวีเพิ่มขึ้น นอกจากทีวีดิจิตอลแล้ว ก็ยังมีไลน์ทีวี ทีวีออนไลน์ ไวรอลต่างๆ เราเลยได้รับฟีดแบ๊กแบบสดๆ คนดูฉลาดมากขึ้น ละครก็เลยทำยากมากขึ้น จบละครเรื่องนึงเราก็ต้องถอยมานับศูนย์กันใหม่ เช่นถ้าละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ เราก็ไม่สามารถใช้สูตรเดิมได้ จังหวะของคนดูละครเปลี่ยนไปเยอะ คนดูใจร้อน อยากดูอะไรที่จริงมากขึ้น เพราะในโทรศัพท์เราเห็นแต่อะไรที่จริงที่แซ่บกว่าละครอีก ถ้าละครยังทำได้ไม่แซ่บคนก็จะหันไปดูเรื่องจริงตามเพจต่างๆ และที่ขาดไม่ได้คือเราต้องแข่งกับตัวเอง หยุดอยู่กับที่ไม่ได้เลยครับ

“ระเริงไฟ” เป็นผลงานกำกับเรื่องที่ 14 รวมระยะเวลาแล้วก็ 12 ปี ในการเป็นผู้กำกับ ได้กำกับละครที่หลากหลายแนว เรียกว่าครบเลยครับ แต่จะถามว่าชอบกำกับแนวไหนมากที่สุด คือโอ๋จะแล้วแต่ปีครับ ทุกคนจะมองว่าเราเป็นผู้กำกับสายดราม่านะ แต่เราแค่เชื่อว่าละครมันคือชีวิตจริง ไม่ว่าจะทำละครในรูปแบบไหน เราก็จะอยู่บนพื้นฐานของคนปกติ จะไม่ค่อยถนัดละครเหนือจริงแฟนตาซี ถนัดอะไรที่เป็นชีวิตประจำวันของคนเรา ซึ่งชีวิตจริงของคน มันก็คือดราม่านี่แหละ ช่วงนี้ทำละครดราม่า ปีที่ผ่านมาคือ “ระเริงไฟ” เราก็จะรู้สึกว่าของฉันหมดจะต้องไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อน แต่ช่วงเวลาที่กำลังทำเรื่องนี้อยู่ เราก็ใส่ความจริงจังความเครียดของตัวละครลงไป สิ่งที่เก็บเกี่ยวได้ ที่ยังไม่ใส่ลงไปคือเรื่องตลกและบู๊เพราะฉะนั้นในตัวเราจะรู้สึกว่าฉันยังมีของตรงนี้อยู่ ดังนั้นต่อจากเรื่องนี้ก็กำลังดูอยู่ว่า เราจะทำละครตลก หรือว่าละครบู๊ (ยิ้ม) ถ้าวันนี้มีคนติดต่อให้ทำละครดราม่า ก็จะยังนะ เพราะว่ารู้สึกยังไม่อยากทำ

กับหลากหลายแนวละครที่กำกับ

รู้สึกว่าตัวเองโชคดี ตอนที่อยู่โพลีพลัส เราก็ได้ทำละครหลากหลายแนว ถ้าเราเป็นผู้กำกับฟรีแลนซ์มาตั้งแต่ต้น แล้วทุกคนคิดว่าเรามาสายดราม่า ก็จะไม่มีใครมาติดต่อเราให้ทำละครตลกหรือว่าละครบู๊ แต่เมื่อวันนั้นเราอยู่ใต้บ้านโพลีพลัส มันมีงานที่หลากหลายให้เราได้ฝึก และสมัยก่อนก็จะมีโอ๋กับ “พี่ปลา-พีรพล” ก็จะวนเวียนกันอยู่ซึ่งการได้ทำอะไรแบบนี้ ถือเป็นสิ่งที่ชอบนะ ณ วันนั้นเราอาจจะยังเด็กอยู่ เราก็มีผู้ปกครองที่ดี นอกเหนือจากคำแนะนำจาก “พี่นิด” (อรพรรณ วัชรพล) แล้วก็ทำให้เราแข็งแรงขึ้น เราได้ฝึก แต่พอเราออกจากโพลีพลัสแล้ว เหมือนเราโตมาในระดับหนึ่ง เราก็สามารถจะเลือกในสิ่งที่เราอยากทำได้ พอเราอยู่ในอาชีพนั้นนานๆ คนในวงการก็จะกลายเป็นพี่น้องกัน ซึ่งเราก็จะสามารถพูดคุยกันได้จะไม่รู้จักกันแค่งาน อาจจะไม่เห็นงานเราต่อเนื่อง แบบชนกันขนาดตอนที่อยู่กับโพลีพลัส แต่เราก็มีความสุขในการทำงานนะครับ เพราะว่าเราได้มาเจอผู้จัดใหม่ๆ สไตล์บท การทำงานก็จะแตกต่างกัน และช่วงหลังเราก็จะมีเวลาได้ไปเที่ยวไปชิลของเราบ่อยขึ้น (ยิ้ม) การไปเที่ยวมันเป็นการเปิดโลกทัศน์เราไม่ได้อยู่ในสถานะของคนรวยที่จะเที่ยวได้ทุกวัน แต่เราก็ยังโชคดีที่เราอยู่ในฐานะของคนที่พอทำงานแล้วมีเงินเพื่อไปหาความสุข หาประสบการณ์ชีวิตได้

ทุกอย่างถูกขีดไว้แล้ว

สมัยก่อนไม่เชื่อนะ แต่ตอนนี้เชื่อแล้ว ว่ามันมีบางอย่างที่ขีดชีวิตเราอยู่ ข้างบนเขาขีดมาแล้ว คือตอนเอนทรานซ์ โอ๋ขอแค่ให้เอนท์ติด พ่อบอกว่าถ้าเอนท์ไม่ติด จะส่งไปอยู่กับอาที่ออสเตรเลีย เราก็จะรู้สึกว่าฉันไม่ไปแน่นอน และเราก็ไม่รู้ว่าจะเรียนคณะอะไร แต่รู้สึกว่าชอบธรรมศาสตร์ อยากเรียนที่นี่ เพราะว่าบ้านอยู่ฝั่งธนฯ ชอบบรรยากาศตอนที่เดินไปท่าพระจันทร์ 5 อันดับที่เอนท์ โอ๋เลือกธรรมศาสตร์หมดเลย คณะอะไรก็ได้ ใส่ไปมั่วเลย ขอให้เอนท์ติดก็พอ และสุดท้ายก็ได้คณะศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะเกี่ยวกับภาษา แต่เราเป็นคนขี้เกียจเรียน ไม่ชอบเรื่องการท่องจำ และเขามีคณะศิลปศาสตร์เอกการละครอยู่ ก็เลยไปขออาจารย์ไม่ได้อยากเรียนละครแค่เราหนีเอกภาษา ตอนเรียนก็สนุกและเกเรมาก (ยิ้ม) เราได้เรียนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงละคร การแต่งหน้า การตีความ การกำกับ เขียนบทเป็นพื้นฐานของละครเวทีล้วนๆ คืออยู่ๆ มันก็ขีดมาในลักษณะนี้ แต่เราก็ไม่เคยคิดชอบละคร พอออกมาก็ฝันตามเด็กทั่วไป อยากเปิดร้าน แล้วก็มีเพื่อนเขาไปสมัครช่อง 9 และได้ เราก็เลยไปลองบ้าง ก็ได้ทำที่บริษัทแมสมอนิเตอร์ เป็นบริษัทในเครือแกรมมี่ เป็นครีเอทีฟรายการเกมโชว์ วาไรตี้ ก็สนุกนะแต่ยังไม่ได้รู้สึกว่ามันคือชีวิตเรา ทำได้ประมาณ 3-4 ปี จนกระทั่งเพื่อนชวนให้ไปทำที่บรอดคาซท์ฯ ทำรายการสตูดิโอแอ๊กชั่น และเราได้รับหน้าที่ในส่วนของละครเวที ต้องเขียนบทละครเวทีฟอร์ทีวี มันก็ซึมซับมาเรื่อยๆ จนวันนึง “พี่แอม” (กมล ภู่วัฒนวนิชย์)ย้ายมาเปิดบริษัทบ้านละคอน ที่โพลีพลัส ซึ่งตอนที่โอ๋ทำงานอยู่ที่บรอดคาซท์ ก็ไม่เคยทำงานกับพี่แอมเลยนะครับ แต่เกิดถูกชะตากัน ไปกินข้าวไปเที่ยวกัน พี่แอมก็เลยชวนว่ามาทำละครไหม

ค้นหาตัวตนจนพบ

ทำไม่เป็น ไม่เคยทำ แต่ว่าก็มากับเขานะ เพราะเริ่มรู้สึกว่ามันน่าสนุก อยากลองของใหม่ ก็เคยถามพี่แอมนะเพราะว่าเหมือนเรายังค้นหาตัวเองไม่เจอ และเราก็ยังไม่รู้เลยว่าเราชอบอะไรเราทำมิวสิก ทำรายการวัยรุ่นทำเกมโชว์วาไรตี้ คือทำมาหมดเลย ยกเว้นโฆษณาและหนัง เราตอบได้ว่าเราสนุกกับทุกงานที่ทำ แต่พี่แอมเป็นคนที่ทำให้เราต้องฉุกคิด เพราะว่าโอ๋เคยถามพี่แอมว่าเมื่อไหร่จะเลิกทำละคร แล้วไปเปิดร้านกาแฟ พี่แอมก็บอกว่าเขาไปทำไม่ได้หรอก เพราะว่าละครคือชีวิตเขา เราก็เหรอ ขนาดนั้นเลยเหรอ คือวันนั้นเรายังไม่เข้าใจ แต่พอมาวันนึงเรามาทำละคร เราถึงเข้าใจว่าอ๋อ..เราต้องอยู่กับมัน6-7 เดือน อ๋อมันกลายเป็นว่าละครเป็นเพื่อนสนิทเรา ละครเป็นลูกเรา

ตำแหน่งแรกที่บ้านโพลีพลัส

ด้วยความที่เป็นคนชอบเรียนรู้ ตำแหน่งแรกคือเป็นผู้ช่วย 1 ในเรื่อง “กรงเพชร” เรื่องต่อมาเป็นผู้ช่วย 2 “เล่ห์ร้ายอุบายรัก” เรื่องที่ 3 คือ “สะใภ้ทอร์นาโด” เป็นผู้ช่วย 3 คือเราก็ขอพี่แอม เพราะว่าไม่เคยทำละครเลยก็เลยอยากจะเรียนรู้ทุกตำแหน่ง และโอ๋ก็ได้เห็นจาก “พี่หมี” (โชติรัตน์ รักเริ่มวงษ์) ที่เป็นผู้กำกับว่าเขาจะพาเราผ่านไปได้ยังไง พอเราได้มาเป็นผู้กำกับ เราเลยได้ความรู้พื้นฐานในทุกด้านของละคร

ก้าวแรกของการเป็นผู้กำกับ

อันนี้จริงๆ นะโอ๋ถึงเคารพพี่นิดมาถึงทุกวันนี้ คือถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีเราในวันนี้ เขาอาจจะเห็นอะไรในตัวเราบางอย่าง แต่การที่จะขึ้นเป็นผู้กำกับละครหลังข่าว โดยไม่ได้ผ่านละครบ่ายละครเย็นมาเลย มันไม่ง่ายนะ ถ้าไม่มีคนการันตีให้ ดังนั้นโอ๋ถึงถือว่าพี่นิดเป็นคนให้ชีวิตในส่วนนึงเลย เรื่องแรกที่กำกับคือ “สาวน้อยร้อยล้าน” ละครเพลงมาเลยจ้า (หัวเราะ) พระเอกเป่าแคนนางเอกตาบอด (ละครก็โด่งดังแจ้งเกิดผู้กำกับด้วย ?) สาธุครับ ด้วยความที่เป็นละครที่เข้าถึงคนดูได้ง่าย และทำให้เรารู้จักถึงความแมสจริงๆ คือพอเราทำรายการโดยปกติแล้วมันจะเฉพาะหัวเมือง แต่สำหรับการทำละคร ยิ่งละครแบบพระเอกนางเอกหนีจากบ้านนอกมาตรากตรำชีวิต มันเหมือนเป็นฝันของคนต่างจังหวัด มันมีความคลาสสิก

รู้สึกว่าละครคือชีวิตเมื่อไหร่

เมื่อวันนึงที่เรารู้สึกว่าเราเหนื่อยกับละครจังเลย อยากจะไปทำอาชีพอื่น แต่แล้วเราก็ฝันถึงไฟถ่ายละคร (หัวเราะ) มันแอบแทรกซึมเข้ามาในใจเราโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่จริงๆ เรารู้สึกว่างานละครเป็นงานที่หนักมาก เมื่อเทียบกับงานบันเทิงอื่นๆ แต่แปลกที่มันมีเสน่ห์ตรงที่ว่าพอคนเข้ามาแล้ว มันออกไปไม่ได้ วันนั้นโอ๋ถึงเข้าใจที่พี่แอมบอกว่าละครคือชีวิตของเขา

บุคคลต้นแบบในการกำกับละคร

พี่หมี โอ๋มีครูคนเดียวในด้านกำกับการแสดงนะ ทั้ง 3 เรื่องที่เป็นผู้ช่วย ก็ทำกับพี่หมี ระบบความคิดคือของพี่หมี จะเป็นคนมีเหตุมีผล ลักษณะการทำงานของเราก็เลยจะเป็นแบบพี่หมี (แล้วสไตล์ “โอ๋-กฤษฎา” เป็นแบบไหน?) นอกเหนือจากระบบทำงาน นอกนั้นจะต่างกันเช่นโอ๋จะมีภาพของตัวละครอยู่ในหัวชัดเจน แล้วเราก็จะมาบอกให้นักแสดงเป็นแบบนั้น แต่ผู้กำกับบางคนเขาจะผสมกันระหว่างตัวละครกับตัวจริงของนักแสดงแต่อย่างที่บอกเราเรียนละครเวทีมา ดังนั้นเราเลยจะมองทุกอย่างเป็นตัวละคร เราอยากจะได้ยังไง เราบอกเลย แล้วยูลองซ้อมลองเล่นให้เราดูสิ ถ้าเล่นแล้วไปไม่ถึง หรือมันดูขัดกับแอ๊กติ้งของเขา เราก็ค่อยปรับกัน โอ๋ไม่ดุนะเวลาทำงาน แต่เป็นคนที่จริงจัง แล้วจะบอกกับทุกคนว่าอย่างเดียวที่ทำให้เราโกรธ คือเจอปัญหาอะไรที่ไม่สามารถแก้ไขได้ โดยที่เราได้บอกไปเรียบร้อยแล้ว ปัญหาทุกอย่างเกิดขึ้นได้ แต่อย่ามาบอกเอาวินาทีที่กำลังจะถ่ายทำแล้ว คือเราประชุมงานกันล่วงหน้ามาแล้ว ถ้าเกิดปัญหาอะไรบอกกันก่อน ตอนเช้าเราจะได้รีบเปลี่ยนฝันของเรา ไม่ใช่ว่ามาบอกเอาตอนที่เราเดินมาหน้าเซต กำลังจะทำฉากนั้นอันนั้นจะโกรธ เราบอกเลยว่าเราไม่ได้เป็นผู้กำกับที่เก่งไม่ได้เกิดมาเพื่อจะเป็นผู้กำกับ เราอาศัยครูพักลักจำ เพราะฉะนั้นเราจะทำการบ้านเยอะ ภาพในหัวเรามันเลยจะชัดเจนมาก ถ้าพอมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงฝันเราปุ๊บ มันก็เลยจะทำให้เส้นอารมณ์มันกระตุกเร็ว แต่โกรธง่ายหายไวครับ คนทำละคร 6-7 เดือนที่เรามาอยู่ด้วยกัน เราต้องเป็นพี่น้องกัน เราอยู่ในบ้านเดียวกัน พี่น้องโกรธกันไม่นานหรอก พอหันไปทางอื่นแล้วก็หาย

นักแสดงยอดฝีมือที่ได้ร่วมงาน

โชคดีมาก ตอนที่เราเพิ่งเป็นผู้กำกับใหม่ๆ ได้อยู่ค่ายใหญ่ เลยได้เจอในระดับท็อปๆ ฝ่ายชายที่เรารู้สึกว่าฝีมือขั้นเทพมากก็คือ “ชาคริต แย้มนาม” เขาเป็นคนอัจฉริยะในการแสดง คือเรารู้สึกว่ามันมีรอยรั่วอยู่ แต่เขาแอ๊กติ้งให้คนไม่มองตรงนั้นได้ เขาใช้ความเข้าใจในการแสดงจริงๆ สำหรับฝ่ายหญิงมี 2 คน ที่ให้ 2 คนเพราะว่าเขามีวิธีการแสดงที่ต่างกัน “อั้ม-พัชราภา” กับ “แอน ทองประสม” คืออั้มใน “พระจันทร์ลายพยัคฆ์” ซึ่งเขาติดคุก แล้วมีขาใหญ่มาก่อกวนเขา จนสุดท้ายทนไม่ไหว คว้าแท่งเหล็กกำลังจะแทงเขา แต่เหล็กในการแสดงเราไม่ใช้เหล็กจริง เราก็หล่อด้วยยาง พอถึงเวลาจับ อั้มเขาจับด้วยฟิลแรงไปหน่อย เหล็กงอ แต่อารมณ์เขาได้ กล้องตัวนึงจับที่หน้าอั้มอีกตัวจับที่มืออั้ม เราก็เห็นว่ามือเขากำลังดัดเหล็กที่งออยู่ ในขณะที่น้ำตาก็ไหล เขามีสัญชาติญาณว่ามันมาแล้ว ถ้าจะเทคมันก็เสียดาย แต่ถ้าไม่ดัดเหล็กกล้องต้องเห็นแน่ๆ ว่ามันงอ คือสมองส่วนนึงเขากำลังคุมเซตการทำงานของเขาอยู่ แต่อีกสมองส่วนนึงเขาสามารถหลุดไปเป็นตัวละครตัวนั้นได้ คือเก่งนะ ส่วนแอนเขาเป็นคนที่เล่นละครเหมือนเจอสถานการณ์สดตลอดเวลา เขาท่องบท เขาทำการบ้านมา และเขามาจำว่าเราให้เล่นยังไง จำๆ แล้วก็ลืมทั้งหมด เพื่อที่เล่นอีกครั้งมันก็จะสด ไม่ได้หมายความว่าเขาลืมบทนะ แต่เขาลืมความรู้สึกล่วงหน้า เหมือนสะกดจิตตัวเองว่าเมื่อสักครู่ที่รับรู้ทิ้งมันไปซะ

ละครในฝันที่อยากจะกำกับ

เป็นเรื่องที่เขาทำไปแล้วทั้งนั้น คืออยากทำ “ล่า” กับ “สุดแต่ใจจะไขว่คว้า” รู้สึกว่า “ล่า” เป็นจินตนาการของคนละคร มันมีความเป็นละครเวทีผสมอยู่ด้วย มันยากมากที่จะเป็นเรื่องจริง อยู่ๆ มีตัวมโนออกมาในกระจก และมีความตุ๊ดๆ ความตระการตา ความโหดอยู่ในนั้นครบเลยส่วน “สุดแต่ใจจะไขว่คว้า” โอ๋ชอบความดีของตัวละคร ซึ่งละครสมัยนี้หายากนะ ที่จะพูดถึงการทำความดีเบื้องลึกของจิตใจ ไม่ว่าจะโดนสถานการณ์ไหน สุดท้ายคิดดีทำดี จะได้ดีหรือเปล่าไม่รู้ แต่ใจมันเป็นสุข

ตามหาจนเจอ

ถ้าตอนนี้มีคนมาถามว่า อยากจะทำอะไร ก็จะบอกไปว่า ไม่อยากทำอะไรแล้ว เพราะว่าเราทำเป็นแต่ละคร เราทำตรงนี้จนมีความรู้สึกว่าเรากลายเป็นคนในพื้นที่แล้ว ทำแล้วมีความสุขเจอแล้ว เจอในสิ่งที่คนข้างบนเขาขีดมาให้เราแล้ว ถามว่าทำได้ไหมกับธุรกิจอย่างอื่นก็ทำได้ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่รัก เพราะเราเจอสิ่งที่เรารักแล้ว คือการทำละครเพียงแต่ว่าจะอยู่ในเซกชั่นไหนของละครแค่นั้นเอง

กำลังใจจากครอบครัว

บ้านโอ๋ไม่มีใครทำเกี่ยวกับวงการบันเทิงเลย เขาก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นในการที่เรามาทำในแวดวงทีวีนะ คือเราไม่ใช่ดารา แต่ว่าเราเริ่มต้นจากการที่เราเรียนละครมาก็เลยไม่ได้ตื่นเต้น แต่ตอนที่เป็นผู้กำกับ แล้วเราบอกเขาด้วยความเป็นพ่อเป็นแม่ เขาก็ตื่นเต้นดีใจ มันเป็นอีกก้าวนึงของลูก มันก็จะมีมุมความน่ารักของพ่อแม่ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมามากมาย อย่างตอนที่ละครออกอากาศ เขาก็ชอบออกไปตลาดตอนเช้าๆ แล้วเป็นพีอาร์ให้ซื้อปาท่องโก๋ก็เม้าท์เรื่องละครสักสิบนาที (หัวเราะ)แล้วก็ไปร้านอื่น กว่าจะกลับเข้ามาในบ้านได้

งานที่รักกับผู้จัดคู่ใจ

มันต้องหาคนรู้ใจ และรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากนะที่มาเจอ “พี่หน่อย”(บุษกร วงศ์พัวพันธ์) จริงๆ “ระเริงไฟ”ตอนแรกผู้กำกับไม่ใช่เราเลยนะ และก็เคยปฏิเสธไป เพราะว่าติดงานนึงอยู่ ก็คิดว่าเราคงไม่ได้ร่วมงานกับเขาแล้ว แต่พอดีจังหวะเขาเปลี่ยนนู่นนี่ งานเราก็เสร็จพอดีก็เลยโครจรกลับมาเจอกันอีกครั้ง รู้สึกว่าทำงานกับเขาแล้วมีความสุข

กำลังใจจากแฟนๆ ในโซเชียล

ไม่เคยเจอตัวเขาหรอกนะ แต่ในไอจีหรือตามเพจต่างๆ เขาก็จะเข้ามาชื่นชม เราก็ไม่ได้มีแฟนคลับแบบเป็นตัวเป็นตนหรอกครับ เขาไม่ได้ชอบตัวเรา แต่เขาชอบงานเราเราก็ชื่นใจนะนานๆจะเข้าไปในพันทิพ แล้วเขาพูดถึงเรา เขาจำได้ด้วยว่าเรากำกับเรื่องนี้มา ก็ทำให้เราชื่นใจ ยังไงก็ฝากติดตามผลงานเรื่องต่อๆ ไปนะครับ แล้วก็ขอบคุณจริงๆ ที่รับรู้ถึงความตั้งใจในการทำงานของโอ๋ เร็วๆ นี้ก็จะมีละครเรื่องใหม่ มาเซอร์ไพรส์ ให้ได้ชมกันประมาณปลายปีนี้ครับ

และที่ขาดไม่ได้ โอ๋ต้องขอขอบคุณพี่แอม ขอบคุณพี่นิด แล้วก็ขอบคุณพี่หน่อย ที่เรารู้สึกว่าเราอยู่กับทั้ง 3 คนแล้ว เราสุขใจ เป็นผู้มีพระคุณกับเราทางด้านชีวิตและจิตใจ ถ้าไม่มีพี่แอม โอ๋ก็ไม่หลุดเข้ามาในวงการละคร ถ้าไม่มีพี่นิดก็ไม่มีผู้กำกับชื่อโอ๋-กฤษฎา แล้วกับพี่หน่อยก็เหมือนว่าเราตามหากันมานาน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันเดียวกัน และเราก็แอบเป็นแฟนคลับเขา (ยิ้ม) พอได้มาทำงานด้วยกัน ก็ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้เวลาเราทำงานแล้วเราสุขใจ เขาเหมือนเป็นพี่สาว ที่คอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ ครับ

ฟังดูแล้ว ผลงานเรื่องใหม่ของ โอ๋-กฤษฎา หนีไม่พ้นพี่สาวผู้จัดฯ คนนี้แน่นอนค่ะ