‘เบ็นซ์- พิสิฐพล’เป็นปลื้มรับรางวัลจิตอาสา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/314317

'เบ็นซ์- พิสิฐพล'เป็นปลื้มรับรางวัลจิตอาสา

‘เบ็นซ์- พิสิฐพล’เป็นปลื้มรับรางวัลจิตอาสา

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 20.51 น.

นับเป็นนักแสดงหนุ่มที่ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจปฎิบัติหน้าที่ในงานพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่9 อย่างเต็มที่ในการดูแลพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาร่วมกราบพระบรมศพและเป็นจิตอาสาในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ สำหรับนักแสดงหนุ่ม หน้าใหม่ เบ็นซ์- พิสิฐพล นิธิพงษ์วัฒนา  ที่ล่าสุดได้รับ “รางวัลจิตอาสาทำความดีเพื่อแผ่นดินไทย ประเภทศิลปินจิตอาสา”โดยงานนี้หนุ่มเบ็นซ์ได้โพสข้อความในไอจีส่วนตัวว่า

@b23_rescue231 ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่อยู่เบื้องหลังรางวัลนี้ทุกท่าน ขอบคุณ พี่กุ้ง ลุมพินี001 ที่สอนทุกๆอย่างในการก้าวเข้ามาเป็นอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พี่ๆน้องๆน้าๆ ในจุด สน.ลุมพินี ที่สอนความรู้ทุกอย่างแบบไม่มีกักและยังให้ปฏิบัติงานจริง ขอบคุณพี่เปิ้ล  หัวหน้าชุดมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่ดูแลปฏิบัติหน้าที่ ณ สนามหลวง งานกราบพระบรมศพ ปี 2560 ที่ผ่านมา ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ในการทำหน้าที่ต่างๆ ขอบคุณจากใจจริงๆครับ และจะทำต่อไป
หน้าตาหล่อแล้วยังมีจิตใจดีขนาดนี้สาวๆจะไม่รักได้ยังไง ยังไงก็ขอยินดีกับหนุ่มเบ็นซ์ด้วยนะ

ซุปตาร์ยังโดนเท! ‘แอน ทองประสม’เจอแท็กซี่ปฏิเสธ-ไล่ไปขึ้นคันอื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/314254

ซุปตาร์ยังโดนเท! 'แอน ทองประสม'เจอแท็กซี่ปฏิเสธ-ไล่ไปขึ้นคันอื่น

ซุปตาร์ยังโดนเท! ‘แอน ทองประสม’เจอแท็กซี่ปฏิเสธ-ไล่ไปขึ้นคันอื่น

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 16.52 น.

14 ม.ค.61 เป็นนางฟ้าแห่งวงการบันเทิงจริงๆ สำหรับ นักแสดงและผู้จัดละครชื่อดัง “แอน ทองประสม” ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังดูสวยเปล่งปลั่งอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนงานนี้ความสวยจะไม่ช่วยอะไร เมื่อสาวแอนเรียกแท็กซี่บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ แต่กลับถูกคนแท็กซี่ปฏิเสธและบอกให้ไปหารถคันอื่น จนทำให้นางเอกสาวต้องเรียกใช้บริการรถอูเบอร์แทน

แจกความหวาน! ‘นัท มีเรีย’ควง’อั้ม’สัมผัสความหนาวที่น่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/314226

แจกความหวาน! 'นัท มีเรีย'ควง'อั้ม'สัมผัสความหนาวที่น่าน

แจกความหวาน! ‘นัท มีเรีย’ควง’อั้ม’สัมผัสความหนาวที่น่าน

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 15.15 น.

14 ม.ค.61 เรียกว่าเป็นคู่รักสุดหวานที่หลายคนต่างอิจฉา สำหรับ นักร้องสาว “นัท มีเรีย” กับพระเอกหล่อหุ่นล่ำ “อั้ม อธิชาติ” ล่าสุดทั้งคู่ได้พากันไปเที่ยวเมืองเหนือสัมผัสอากาศหนาวที่ จ.น่าน พร้อมทั้งแจกความหวานแบบจัดเต็ม บอกเลยว่าคนโสดจะต้องอิจฉาตาร้อนไปตามๆ กันเลยทีเดียว

สำรวจ พบพระ,แม่สอด เมืองรองทางการท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/314120

สำรวจ พบพระ,แม่สอด  เมืองรองทางการท่องเที่ยว

สำรวจ พบพระ,แม่สอด เมืองรองทางการท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางไปสำรวจเมืองรองทางการท่องเที่ยวที่ อำเภอพบพระ และ อำเภอแม่สอด จ.ตาก…ที่เป็นหนึ่งใน 55 เมืองรองทางการท่องเที่ยว ที่จะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสกิจกรรมการท่องเที่ยวตามวัฒนธรรมชุมชน…ที่เน้นความยั่งยืน เช่น การไหว้พระแบบวัฒนธรรมพื้นที่…การชิมอาหารถิ่น…การเยี่ยมชมน้ำตก…การเยี่ยมสวนเกษตรกาแฟใต้ต้นแมคคาเดเมียและการกะเทาะเปลือกถั่วแมคคาเดเมียซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงมาก…การอาบน้ำขัดโคลนทำสปาให้ช้าง…การทำกับข้าวด้วยก๊าซชีวมวลจากมูลช้าง…การช่วยดูแลช้างโดยไม่ใช้เพื่อการขี่หรือแสดงโชว์ ฯลฯ นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ปีส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยนี้ตนมุ่งจะทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่ใช่ตอบโจทย์เรื่องหารายได้…แต่ยังสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำและกระจายโอกาสและความสุขความภูมิใจไปให้ชุมชนและเมืองรองที่ยังไม่ค่อยได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวเท่าที่ควร ในการนี้…นายวีระศักดิ์ยังเน้นสำรวจปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ…โดยเฉพาะห้องน้ำ…ห้องน้ำคนพิการ…ทางลาด…ราวจับ…ป้ายบอกทาง และจุดจอดสำหรับคนเดินทางและผู้สูงอายุด้วย

ททบ.5 ประกาศผังรายการปี 61 ภายใต้ทิศทาง ‘คงคุณค่าคู่ยุคดิจิตอล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/314101

ททบ.5 ประกาศผังรายการปี 61  ภายใต้ทิศทาง ‘คงคุณค่าคู่ยุคดิจิตอล’

ททบ.5 ประกาศผังรายการปี 61 ภายใต้ทิศทาง ‘คงคุณค่าคู่ยุคดิจิตอล’

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.
ผังรายการ ททบ.5 ในปี 2561 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 60 ปี ของ ททบ.5 ยังคงนโยบาย นำคุณค่าสู่สังคมไทย ในทิศทางที่ “คงคุณค่าคู่ยุคดิจิตอล” เพิ่มเวลาข่าว เข้มข้นด้วยคุณภาพรายการสาระความรู้และความบันเทิงจัดกลุ่มประเภท และรูปแบบรายการให้เป็นหมวดหมู่ ตามช่วงเวลา เพื่อให้ผู้ชมติดตามได้ต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ด้วยสัดส่วนรายการข่าว สาระความรู้ 70%บันเทิง 30% โดยนำเสนอรายการครบทุกช่อง on air online และ on ground ช่วง primetime20.20 น. หลังข่าวภาคค่ำ จันทร์-ศุกร์ นำเสนอความบันเทิงคุณภาพ วันจันทร์ คนเปลี่ยนโลกนำเสนอเรื่องราวบุคคลที่น้อมนำศาสตร์พระราชาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันวันอังคาร รายการ แข่งขันเกมส์ e sport ในe worriors วันพุธ-พฤหัสบดี ภาพยนตร์ต่างประเทศของ tvb ฮ่องกง เรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ วันศุกร์หลังรายการศาสตร์พระราชาฯ เวลา 20.45 น. ถ่ายทอดสดการแข่งขันชกมวยไทยใน ศึกวันทรงชัยฅนสู้คน ดึกๆ คอกีฬาห้ามพลาดรายการ วาไรตี้ฟุตบอลครบทุกลีค ฟุตบอลโฟกัส ร่วมสนุกส่ง SMS ร่วมสนุก ในรายการ ชิงทองคำ 1 ล้านบาททุกเดือนเสาร์-อาทิตย์ เป็นเวลา primetime ทั้งวัน สนุกกับรายการเพื่อครอบครัวทั้งวันเช้า รายการอาหารหลากหลายเมนูสาย รายการเสริมสร้างสัมพันธ์ กับครอบครัวบ่ายรายการท่องเที่ยวสร้างอาชีพ และยานพาหนะพบกับรายการใหม่ สร้างสรรค์สังคมอย่างแท้จริง ดีต่อกันวันอาทิตย์ 16.00-18.00 น. ถ่ายทอดสดมวยไทยศึกมวยไทย ททบ.5 จากเวทีมวยนานาชาติรังสิตเต็มอิ่ม 2 ชม. นอกจากนี้ ททบ.5 จะทำการถ่ายทอดสดผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกงวด เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค. 61 สำหรับรายการข่าวที่มีสัดส่วนเพิ่มจากปี 2560 เพื่อมุ่งเน้นนำเสนอข่าวเพื่อความมั่นคง 50% การเมือง 20% และมิติอื่นๆ อีก 30% นอกจากนี้ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ททบ.5 จัดกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมตลอด ปี 2561 ในชื่อโครงการ 60 ปี 60 วัน ร่วมกันทำความดี เป็นกิจกรรม on ground ที่ ททบ.5 ผนึกกำลังร่วมกับองค์กรพันธมิตร อาทิ วปอ. 2560, บริษัทอายิโนะโมะโต๊ะฯ, บริษัท ไทยเพรสซิเดนท์ฯ สถาบันบริหารจัดการที่ดินร่วมกันดูแลสังคมอย่างจริงจังและยั่งยืน ติดตามเรื่องราวของ TV5HD1 ได้ทุกช่องทาง ทั้งการชมผ่านโทรทัศน์ TV5HD1 ช่อง 1,Online ผ่านทาง Facebook live TV5 และ www.tv5.co.th ตลอด 24 ชม.

ดาราพาเที่ยว : ทริปฉลองวันเกิด ‘มิค-บรมวุฒิ’ ณ กรุงโซล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/314123

ดาราพาเที่ยว : ทริปฉลองวันเกิด ‘มิค-บรมวุฒิ’ ณ กรุงโซล

ดาราพาเที่ยว : ทริปฉลองวันเกิด ‘มิค-บรมวุฒิ’ ณ กรุงโซล

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วันเกิดทั้งทีมีโอกาสได้ไปฉลองกับครอบครัวไกลถึง กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ทำเอาหนุ่ม มิค-บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ ประทับใจสุดๆ เพราะมีหลายเหตุการณ์ที่ตื่นเต้น ทั้งลุ้นและเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา

เซอร์ไพรส์แรก “เบนซ์ (พรชิตา ณ สงขลา) เขาอยากจะเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ผม เขาวางแผนกับพี่ตูน ผู้จัดการมิค เพราะเห็นมิคทำงานมาทั้งปีแล้วบวกกับมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งอยู่ที่เกาหลีใต้ด้วย ไปทีไรก็จะไปหาเขาคนนี้แหละ ล็อกคิวใส่คิวงานไว้โดยไม่บอกเราก็ไป 3 วัน 2 คืน ขึ้นเครื่องไป มิค-เบนซ์ แล้วก็ลูกสาวน้องปริม (รัตน์นรี หิรัณยัษฐิติ) กะว่าวันรุ่งขึ้นก็ไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์กันที่โน่น”

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด “พอไปถึงปุ๊บ ปริมป่วย ตัวร้อนมาก ป่วยวันแรกวันเดียวที่ไปถึงเลย หลังจากนั้นหายนะ วันแรกที่ถึง มิคต้องไปเสาะแสวงหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เผื่อลูกเราเป็นอะไรหนักขึ้นมา นี่คือวันเกิดของผมปีนี้ ที่ต้องออกเดินหาคลินิกกับโรงพยาบาล แล้ววันที่ไปถึงเป็นวันอาทิตย์ คลินิกเฉพาะทางของเกาหลีก็ไม่ได้อยู่ในตัวโรงพยาบาล มีบางที่ปิดวันอาทิตย์ด้วย สุดท้ายก็พบว่าที่ใกล้สุดยังไงก็ต้องนั่งรถ 15-20 นาที ช่วงที่ปริมตัวร้อนมาก อ้วกด้วย เพื่อนคนเกาหลีก็พาไปหาหมอ ไปถึงปุ๊บ…ปิด เป็นวันเกิดที่สงสารลูกที่สุด สรุปวันนั้นก็ไปเจอคลินิกหนึ่งที่โอเค โชคดีด้วยมีเพื่อนเกาหลีคนนี้แหละเป็นล่ามแปลอาการปริม แล้วเขาก็ให้ยามาขวดหนึ่งเป็นยาเด็ก ยาคล้ายๆ ลดไข้มีรสเป็นกลิ่นองุ่น พอปริมกิน เขาดีขึ้น โอเค แต่ก็มีงอแงหน่อยว่าทำไมต้องบังคับ เพราะต้องกินเยอะ กลายเป็นพอกินทุก 3 ชั่วโมง ตามที่เขาแนะนำก็ดีขึ้น คืนนั้นตีสามผมยังวิ่งขึ้น-ลงล็อบบี้ตลอด วันแรกไม่ได้เที่ยวเลย จนกระทั่งวันที่ 2-3 ถึงได้เที่ยวหน่อย”

น้องปริมเริ่มสนุก คุณพ่อมิคสุขใจ “วันที่ 2 ปริมเริ่มโอเค ดีขึ้น บวกกับปริมเป็นเด็กที่ชอบอากาศเย็นอยู่แล้ว ปริมอยู่เกาหลีมีความสุขมาก ยิ้มตลอดเวลา หลังจากวันแรกที่ป่วย ทำให้เราลืมเลยกับวันแรกที่เป็นวันเกิดเราแล้วต้องวิ่งหาโรงพยาบาล เพียงแค่ลูกยิ้ม หัวเราะได้ทั้งวัน มันก็จบ มีความสุข นี่แหละคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด อย่างตอนไปญี่ปุ่น เมืองนิเซโกะ ปริมก็ชอบหิมะมากปริมไม่ยอมเข้าห้อง จะเล่นแต่หิมะ ทั้งที่ยังเบบี้ เดินไม่ได้เลยนะ เขาก็จะสนุกตื่นเต้นของเขา”

อีกหนึ่งสุข คือการตระเวนกิน “มิคมาเกาหลี 5-6 ครั้งแล้วครับ แต่ส่วนใหญ่ที่ไปคือไปเพื่อกิน ตรงไหนอร่อย ตรงไหนขึ้นชื่อ อย่างเช่น ร้านซี่โครงยักษ์ตุ๋นของเด็กสามแฝด แทฮัน มินกุก มันเซ ที่อยู่ในย่านซัมซองดองกิล ทุกครั้งที่มิคไปจะต้องไปกินร้านนี้ประจำ เนื้อติดซี่โครงอร่อยมาก เขาตุ๋นมาแล้วเอาใส่หม้อกึ่งกระทะร้อนเอามาเสิร์ฟ เนื้อนุ่มๆ ได้ความหวานจากกระดูก มีเอ็นนิดๆ กำลังพอดี อร่อยมากแนะนำครับ และนอกจากนี้ก็มีอีกร้านหนึ่งที่อยู่ในเมียงดง คือร้านที่เป็นบูเดชิเกมาม่าต้มเกาหลี ร้านนี้ก็อร่อย มิคเคยได้สูตรมาทำเปิดขายที่ไทยด้วยนะ แต่ว่าไม่มีคนดูแล ตอนนี้เลยปิดไปแล้ว”

เริ่มมองหาธุรกิจใหม่จากการไปเที่ยว “ตอนนี้สิ่งที่มองไว้ อยากจะทำ คือขายของเกี่ยวกับเด็ก เพราะว่าเรามีลูก แล้วพอเราไปเที่ยว ส่วนใหญ่เลยจะไปซื้อของให้ลูก อย่างในเกาหลีแผนกเด็กของเขาใหญ่มากๆ ตอนนี้กำลังคุยกับเพื่อนเกาหลีคนนี้แหละ ว่าเออลองดู มีอะไรน่าสนใจที่เราจะนำเข้ามาขายไหม มีบางคนที่เขาเดินทางไปลำบาก เพราะเราเองก็เป็นพ่อ-แม่ที่ค่อนข้าง
จะเลือกเยอะให้ลูกอยู่แล้ว ตอนนี้ก็เริ่มทำเว็บไซต์ขายของเด็กชื่อ โดเรมีช็อป มีทุกอย่างที่เกี่ยวกับเด็ก กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเว็บอยู่ อาจจะยังมีของไม่เยอะมาก”

ผลงานการแสดง “ตอนนี้ที่รอออนแอร์ก็มีเรื่องนักสู้เทวดา, ดวงใจในไฟหนาว แล้วก็ แรงเงาภาค 2 ส่วนพิธีกรก็รับทั่วไปครับ อย่าง รายการลิ้นติดโปร, ตลาดสดพระราม ๔, กอดรัด Field Trips และเดี๋ยวกำลังจะมีรายการใหม่ทางช่อง 3 เป็นรายการเชิง ชนะใจแม่ยายให้ได้ ซึ่งเลือกถูกคนเลยล่ะ จิ้มมาเพราะว่าเขาคิดว่าผมน่าจะมีประสบการณ์ด้านนี้ (หัวเราะร่วน)”

ครอบครัวนี้ เชื่อว่าการเดินทางไปสถานที่ใหม่ๆ คือการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการสำหรับเด็ก เห็นแล้วก็แอบอิจฉาน้องปริมจริ๊งจริง ไม่รู้ทริปหน้าพ่อมิคกับแม่เบนซ์จะพาไปตระเวนเที่ยวที่ไหนอีกนะเจ้าคะ

‘แอน-จักรพงษ์’ ทุ่มพันล้าน เปิด JKN. GALLERY SALAYA

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/314100

‘แอน-จักรพงษ์’ ทุ่มพันล้าน เปิด JKN. GALLERY SALAYA

‘แอน-จักรพงษ์’ ทุ่มพันล้าน เปิด JKN. GALLERY SALAYA

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ได้ฤกษ์ดีเปิดอาคาร JKN. GALLERYSALAYA: The Arts of Inspirational Work Space “ต้นกำเนิดแห่งแรงบันดาลใจสู่ผลงานระดับโลก” ทุ่มพันล้านเนรมิตให้เป็นป่าหิมพานต์ รวมทวยเทพทั่วโลก ดึงเม็ดเงินทัวร์ต่างชาติ โดยมี “พลเรือเอกอภิชาต เพ็งศรีทอง” ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท เป็นประธานในพิธี ร่วมกับ “สุพจน์ ยศสิงห์คำ” รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ภายในงานถูกเนรมิตให้เป็นบรรยากาศภารตะ สะท้อนถึงความสำเร็จในการปลุกระแสซีรี่ส์อินเดียของเจเคเอ็น ที่นำซีรี่ส์ภารตะพันล้านมาออนแอร์ในสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ จนประสบความสำเร็จเรตติ้งพุ่งอันดับ 1 กลายเป็นกระแสซีรี่ส์ภารตะฟรีเวอร์ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง โดยช่วงเช้าได้จัดพิธีบวงสรวงเทวรูป พระพรหม, พระศิวะ และพระพิฆเนศ 15 ชั้นดิน 16 ชั้นฟ้า มี “อรอนงค์ปัญญาวงศ์” รับหน้าที่รำถวายเหล่าทวยเทพฟ้าเพื่อความเป็นสิริมงคลตามด้วยพิธีสงฆ์ จากนั้นได้นำคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผู้มาร่วมงานเข้าชมอาคาร “JKN. GALLERY SALAYA: The Arts of Inspirational Work Space” ที่ทุกพื้นที่มีแต่พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ซึ่งสะสมไว้นับร้อยๆ ภาพปิดท้ายด้วยการแสดงโชว์แบบจัดเต็มจาก กระแต-กระต่าย อาร์สยาม และแดนเซอร์ฟูลทีม, เจมส์-เรืองศักดิ์, เจินเจิน บุญสูงเนิน, ฟลุ๊ค-จิระ,เอี๊ยง-สิทธา, กัสเบล, มาร์ค-อภิวิชญ์, ไข่มุก-ชุติมา ฯลฯ

Hollywood stars : 14 มกราคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/314105

Hollywood stars : 14 มกราคม 2561

Hollywood stars : 14 มกราคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มาร์ค วอห์ลเบิร์ก – มิเชล วิลเลียมส์

O กลายเป็นข่าวเม้าท์สนั่นหลังกองถ่ายหนังเรื่อง All the Money in the World ที่สื่อดัง USA Today ยังคงขยี้หนัก หลังเป็นคนเปิดประเด็นว่าพระเอก มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ได้ค่าตัว 1.5 ล้านดอลลาร์ จากการถ่ายซ่อม ขณะที่ มิเชล วิลเลียมส์ นางเอกสาว ได้ไม่ถึง 1 พันดอลลาร์ด้วยซ้ำ โดย USA Today เผยว่าตอนที่ผู้สร้างให้คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ มาเสียบแทนเควิน สเปซีย์ วอห์ลเบิร์กก็ยื่นคำขาดว่าเขาจะยอมถ่ายใหม่ก็ต่อเมื่อได้ค่าเหนื่อยเพิ่มตามที่เรียกร้องไปเท่านั้น ซึ่งผู้สร้างก็ต้องยอมทำตามสิ่งที่พระเอกคนดังเรียกร้องอยู่แล้ว และจนถึงตอนนี้วอห์ลเบิร์กก็ยังไม่ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แต่อย่างใด

 เจมส์ ฟรังโก

O พระเอกหน้าทะเล้น เจมส์ ฟรังโก เพิ่งจะยิ้มหน้าบานขึ้นรับรางวัลลูกโลกทองคำได้ไม่กี่วัน ก็ต้องเจอมรสุมครั้งใหญ่ เมื่อมีผู้หญิง 2 คนแฉผ่านทวีตเตอร์ว่า เคยถูกเขาคุกคามทางเพศ ระหว่างถ่ายหนังเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เพราะรับไม่ได้ที่ ฟรังโกทำเป็นรณรงค์ต่อต้านปัญหานี้ในงานลูกโลกทองคำแบบหน้าไม่อาย แม้ฟรังโกจะแก้ต่างให้ตัวเองผ่านรายการทอล์กโชว์ของพิธีกร สตีเฟ่น โคลเบิร์ทว่า เขาไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนั้น แต่สื่อดัง New York Times กลับยกเลิกงาน Times Talk ที่จะสัมภาษณ์ ฟรังโก ถึงหนัง The Disaster Artist ที่นิวยอร์กในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า ไม่เหมาะสมหลัง ฟรังโกตกเป็นประเด็นฉาวข่าวใหญ่แบบนี้

ไมเคิล ดักลาส

O เช่นเดียวกับพระเอกรุ่นใหญ่ ไมเคิล ดักลาส ที่ชิงออกมาปฏิเสธข่าวล่วงหน้าว่า เขาไม่เคยมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศในอดีต หลังระแคะระคายมาว่าอดีตลูกจ้างหญิงเตรียมจะแฉว่า เคยถูกเขาทำมิดีมิร้ายเมื่อ 32 ปีก่อน โดยดักลาสเผยกับสื่อดัง Deadline ว่า ถ้ามีอดีตผู้ช่วยของเขามาพูดถึงเขาในทางไม่ดีนั่นเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ ซึ่ง แคทเธอรีน ซีต้า โจนส์ ภรรยาของเขา ก็เข้าใจและพร้อมเคียงข้างเขาอีกด้วย

โรมัน โปลันสกี 

O กรณีที่มีผู้หญิงอีกราย เข้าแจ้งความกับตำรวจเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ว่าเคยถูก โรมัน โปลันสกี ผู้กำกับออสการ์ ลวนลามทางเพศเมื่อ 42 ปีก่อน ตอนที่เธออายุแค่ 10 ขวบ ก็จะไม่ถูกนำมาพิจารณาบนชั้นศาล เนื่องจากขาดอายุความ เพราะเหตุการณ์เกิดมานานมากแล้ว ขณะที่ ทนายความของโปลันสกีก็ออกมาแก้ต่างแทนผู้กำกับคนดังว่า ข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย โดยคดีนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีเก่าที่โปลันสกีถูกฟ้องว่าเคยข่มขืนเด็กหญิงวัย 13 ขวบเมื่อ 40 ปีก่อน เพราะทุกวันนี้ โปลันสกีก็ยังไม่สามารถย่างเท้าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ เนื่องจากเขาหลบหนีระหว่างรอรับโทษตั้งแต่ปี 1978

กวินเน็ธ พัลโทรว์ – แบรด ฟัลชุก

O นางเอกออสการ์ กวินเน็ธ พัลโทรว์ วัย 45 ปี พร้อมสละโสดรอบสองแล้ว หลังประกาศผ่านนิตยสาร Goop ของตัวเองว่าหมั้นหมายกับแบรด ฟัลชุก แฟนหนุ่มโปรดิวเซอร์ทีวี. หลังคบกันได้3 ปี โดยเริ่มจากการร่วมงานกันในซีรี่ส์เรื่อง Glee ที่พัลโทรว์ไปเป็นแขกรับเชิญ ส่วน ฟัลชุกเป็นโปรดิวเซอร์ เมื่อปี 2010 แต่ตอนนั้นต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวของตัวเอง จนกระทั่งแบรดเลิกกับภรรยาเมื่อปี 2013 ส่วน กวินเน็ธก็แยกทางกับอดีตสามี คริส มาร์ติน ในปีถัดมา จึงเริ่มสานสัมพันธ์กัน ซึ่งทั้งคู่ต่างก็มีลูกติด 2 คน แต่ก็เข้ากันได้ดี ส่วนพิธีวิวาห์หวานกันเมื่อไหร่ยังบอกไม่ได้

 ฮิวจ์ แกรนท์ – แอนนา เอเบอร์สตีน

O แม้ว่าอายุอานามใกล้ 60 เข้าไปแล้ว แต่พระเอกรุ่นใหญ่อย่าง ฮิวจ์ แกรนท์ ก็ยังไม่หยุดขยายครอบครัว เพราะเขายังสนุกกับการเป็นคุณพ่อลูกอ่อน และก็ยิ่งมีเฮเมื่อแฟนสาวของเขา แอนนาเอเบอร์สตีน กำลังตั้งท้องลูกคนที่ 5 โดยเพิ่งมีภาพที่ทั้งคู่ออกงานมอบรางวัล Golden Globes คู่กันในวันอาทิตย์ที่แล้ว แถมฝ่ายหญิงยังแต่งตัวมาร่วมงานแบบสบายๆ ด้วยการใส่เสื้อพร้อมคลุมด้วยสูทสีดำ คู่กับเลกกิ้งหนังโฉบเฉี่ยว ทั้งยังเผยให้เห็นหน้าท้องน้อยๆ ที่นูนออกมาจนสังเกตได้ ก่อนหน้านี้ แกรนท์กับเอเบอร์สตีนมีลูกด้วยกันมาแล้วสองคน และนักแสดงหนุ่มยังมีลูกอีกสองคนกับ ติงลัน ฮง แฟนสาวคนเก่าของเขาอีกด้วย

‘เอก-สุระเชษฐ์’ ปัดแอบแต่งเงียบ เผยภาพสวีทลงเอ็มวี ‘ยอมใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/314102

‘เอก-สุระเชษฐ์’ ปัดแอบแต่งเงียบ  เผยภาพสวีทลงเอ็มวี ‘ยอมใจ’

‘เอก-สุระเชษฐ์’ ปัดแอบแต่งเงียบ เผยภาพสวีทลงเอ็มวี ‘ยอมใจ’

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หายหน้าจากสื่อไปพักใหญ่ สำหรับ “เอก-สุระเชษฐ์ ศรีพรหม”เจ้าของเพลงดัง “ที่รัก(เธอ)” ล่าสุดปล่อยเอ็มวีสุดสวีท “ยอมใจ” ที่ลือสนั่นว่าภาพในเพลงเป็นภาพงานแต่งงานจริงๆ ของเจ้าตัวและสาวนอกวงการนามว่า “รษา” หลังจากได้สอบถามไปยังหนุ่มเอก เจ้าตัวก็ยอมรับว่าเป็นภาพงานแต่งงานของตนจริง โดย เอก-สุระเชษฐ์ กล่าวว่า

“ภาพในเพลงยอมใจเป็นภาพงานแต่งงานของผมจริงๆ ครับ ผมกับรษาคบกันมาประมาณ6 ปี เราเลยตัดสินใจแต่งงานกันเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว เขาเป็นทั้งเพื่อน ทั้งผู้จัดการส่วนตัว จริงๆก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไร วันนั้นก็มีพี่น้องศิลปินคนในวงการเพลงมาร่วมยินดีกับเรามากมาย เพียงแต่ว่าไม่ได้ออกสื่อเท่านั้นเอง การใช้ภาพงานแต่งมาประกอบเพลงนี้ก็ไม่ได้เรียกว่าการเปิดตัว อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ปิด เหตุผลที่ใช้ภาพนี้ก็เพราะว่ามันเป็นจังหวะพอดีครับ โปรดิวเซอร์เขาแต่งเพลงนี้มาให้ผม บอกอยากให้ผมร้อง ซึ่งมันก็เป็นช่วงที่เราจะแต่งงานพอดีทั้งๆ ที่คนแต่งเพลงเขาก็ไม่รู้ว่าจะกำลังจะแต่งงาน ผมเลยรู้สึกว่ามันเป็นจังหวะช่วงชีวิตเรา ผมก็เลยใช้เวลากับเพลงนี้ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันที่จะปล่อยเพลง เลยคิดว่าภาพที่ใช้ก็ควรเป็นภาพงานแต่งงาน เพลงนี้ปล่อยไปเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา อยากให้เป็นของขวัญปีใหม่กับแฟนเพลงด้วยหลังจากปล่อยไปกระแสก็ค่อนข้างดีเลยครับ หลายคนบอกภาพในเพลงน่ารักมาก หลายคนบอกไม่ผิดหวังที่รอมานาน ก็ต้องขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดยังไงก็ฝากติดตามกันไปเรื่อยๆ นะครับ”

Star Retro : หลากมิติชีวิตที่ไกลเกินฝัน ของ ‘มอร์ริส เค’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/314126

Star Retro : หลากมิติชีวิตที่ไกลเกินฝัน  ของ ‘มอร์ริส เค’

Star Retro : หลากมิติชีวิตที่ไกลเกินฝัน ของ ‘มอร์ริส เค’

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สตาร์เรโทรสัปดาห์นี้ พาไปสัมผัสชีวิตครบเครื่อง ของ “มอร์ริส เค” ผู้ที่มีความสามารถหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น งานแสดง พิธีกร หรือแดนเซอร์ ด้วยสีสันที่จัดจ้านกับทุกผลงานที่มีส่วนร่วม แต่กว่าที่จะก้าวผ่านมาถึงขั้นที่เรียกว่า มืออาชีพ เขาได้เผยกับ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

ณ วันนี้

เล่นละครเป็นหลักครับ ละครที่กำลังออกอากาศตอนนี้ คือซิทคอมเรื่อง “รักกันมันแจ๋ว” ทุกเสาร์-อาทิตย์ 9 โมงเช้า ทางช่อง 7 ซึ่ง “พี่หนุ่ม” (สันติสุข พรหมศิริ) เป็นผู้จัดฯ ทางพี่หนุ่มเขาเห็นคาแร็กเตอร์แล้วให้ทางทีมงานติดต่อมา ช่วงนี้เราเล่นละครเครียดๆ ก็เลยอยากจะรับอะไรที่มันรีแล็กซ์บ้าง แอบเซอร์ไพรส์เล็กๆ ที่พี่หนุ่มเป็นผู้จัดเรื่องแรก และดีใจที่ได้มาร่วมงานกัน อีกอย่างเราก็รู้สึกว่าสบายใจเพราะคนที่เคยมีประสบการณ์ในการเป็นนักแสดงแล้วมาทำงานเบื้องหลัง เขาจะเข้าใจฟิลของนักแสดงด้วยกัน

กับหลากหลายบทบาท

ในเรื่องนี้จะเล่นเป็นคนที่ดูแลเรื่องเสื้อผ้า ก็หวานแหววแต๋วจ๋า แต่ว่าไม่มากมายด้วยความจำกัดของบทละคร ไม่ได้แต่งหน้าทาปากมาก ในขณะเดียวกันเราก็เป็นคนที่สร้างปัญหาจากความเป็นตัวของตัวเอง (ยิ้ม) เป็นละครเบาสมอง ส่วนอีกเรื่องที่รอออกอากาศก็มี“ข้ามสีทันดร”ได้รับบทเป็นคนแอฟริกา เป็นคาแร็กเตอร์ที่ไกลตัวนะคือเป็นคนพื้นเมืองของแอฟริกาแล้วขายของให้กับนักท่องเที่ยว พอเราไปสัมผัสตรงนั้นจริงๆ มันทำให้เรารู้ว่าคนแอฟริกาผิวสีเขาทำงานตรงนี้เพื่อดูแลครอบครัวเขาไม่สามารถไปทำอาชีพอื่นได้ส่วนอีกเรื่องคือ “ระเริงชล” ซึ่งเป็นการพลิกคาแร็กเตอร์ ได้เล่นเป็นพ่อของนางรอง ผมดีใจนะที่ได้รับโอกาสนี้อย่างที่บอกคือเราเป็นนักแสดงสิ่งสำคัญของนักแสดงต้องเล่นได้ทุกบทบาทและให้คนเชื่อ แต่บางทีเราเล่นบทบาทนี้ไปแล้วคนอินไปแล้วจะให้คนเชื่อในบทอื่นมันก็ยาก อย่างเรื่องนี้เราก็เล่นไปตามบททำให้คนเชื่อแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็จะต้องมีหลายองค์ประกอบด้วย ถ้าเราได้รับโอกาสเปลี่ยนคาแร็กเตอร์แล้วถ้าเราเป็นเด็กช่องเขาก็อาจจะทุ่มเทบทให้ แต่เราเป็นนักแสดงอิสระดังนั้นผู้จัดฯเขาก็ให้เราในระดับหนึ่ง ที่เหลือเราต้องเวิร์กเองต้องดูแลตัวเอง ว่าเราต้องเล่นยังไงเป็นพ่อแบบไหน คือจากประสบการณ์ถึงแม้เราจะไม่มีลูกแต่เรามีหลานเราก็เรียนรู้จากตอนที่เราเลี้ยงหลาน เราอยู่กับหลานยังไง เพราะคาแร็กเตอร์อยู่ที่บ้านก็ไม่ใช่คาแร็กเตอร์ที่เห็นในละคร ผมเนี่ยเวลาออกไปทำงานก็จะเป็นคาแร็กเตอร์ตามที่เขาต้องการแต่พอกลับถึงบ้านก็จะเป็นคาแร็กเตอร์มอร์ริสที่จะนิ่งๆ เงียบๆ หรือเป็นคนที่อารมณ์ดีถ้ามันมีเรื่องดีๆ แต่สามารถที่จะเป็นคนที่เข้มงวดในเรื่องที่ต้องเข้มงวดเพราะผมถูกสอนมาแบบนี้ สามารถสวมบทเป็นอะไรก็ได้เพราะนี่คืออาชีพนักแสดงที่มันอยู่กับเรามา 30 ปี มันทำให้เราสามารถที่จะกดปุ่มได้แล้ว อยู่ที่บ้านหลานๆ จะเรียกว่าลุงมอ (ยิ้ม) ลุงมอดุก็จะดุจริงๆ แต่ถ้าลุงมอเล่นก็จะเล่นจริงๆ ค่อนข้างจะเป็นคนที่ให้เหตุผลในการใช้ชีวิต

ครั้งแรกกับการรับบทพ่อ

รู้สึกดีใจเลย (หัวเราะ) เราไม่มายด์ว่าคนจะมองว่าดูแก่ เรื่องแก่มันเป็นเรื่องธรรมชาติคนเราต้องโตขึ้น แต่ที่ต้องสนใจคือบทที่เราจะได้รับหรือสิ่งที่เราจะได้เล่นมันท้าทายความสามารถเรามากน้อยแค่ไหน เราจะเล่นให้คนเชื่อได้หรือไม่นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำการบ้าน ผมขอบคุณผู้จัดทุกคนนะที่ให้เกียรติเชิญผมไปเล่นแล้วผมก็จะรู้สึกดีใจมากถ้าเกิดมีผู้จัดคนไหนมองเห็นศักยภาพของเราว่าสามารถเล่นได้หลายบทบาท

ชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติ

ผมเป็นคนที่ชอบอยู่กับธรรมชาติ ชอบทำอะไรที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเห็นอะไรที่เป็นธรรมชาติแล้วมีความสุข เพราะธรรมชาติมีสิ่งสวยงามซ่อนอยู่ อาจจะทำรายการท่องเที่ยวของตัวเองหรืออาจจะไปทำไร่ทำนา เพราะว่าชีวิตผมในวัยเด็กอยู่กับเรือกสวนไร่นา มีคนที่เคยเอาผมไปเลี้ยงเขามีไร่สวนอยู่ที่สมุทรสงครามเขาทำสวนมะพร้าวสวนผลไม้ แล้วทุกปิดเทอมผมก็จะมีโอกาส ได้ไปดัดสันดาร(หัวเราะ) เขาเรียกแบบนี้เพราะว่าผมซนมากเขาเลยให้ไปเรียนรู้ใช้ชีวิตลูกทุ่งที่บ้านริมแม่น้ำแม่กลอง คนพื้นที่ที่นั่นเขาก็จะสอนให้เราจับกุ้งทำนู่นทำนี่เราก็รู้สึกว่าสนุกจังเลย ซึ่งมันเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่มันหย่อนลงไปในจิตใจเรา ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราชอบการใช้ชีวิตแบบนั้นมาก

กว่าจะมาเป็น “มอร์ริส เค” ในวันนี้

จริงๆ แล้วผมมาจากครอบครัวที่แตก คือ พ่อ-แม่ไม่สามารถเทคแคร์ผมได้เลยต้องไปอยู่กับคนอื่น ซึ่งครอบครัวนั้นเขาก็เลี้ยงดูผมมาจนอายุ 15 หลังจากนั้นผมก็ออกมาสร้างชีวิตของผมต่อสู้ด้วยตัวเอง ผมเป็นคนมีความทะเยอทะยานผมรู้สึกว่าชีวิตเรามีค่ามากกว่าที่จะมาอยู่แค่ตรงนี้ก็เลยกระเสือกกระสนหาทางเรียนหนังสือต่อ และโชคดีที่เราเจอพี่ๆ ที่เขาให้ความรู้กับผมเขาให้สิ่งดีๆ ไม่ว่าคุณจะเกิดมารูปร่างหน้าตาเป็นยังไงนั่นคือองค์ประกอบภายนอก แต่สิ่งที่คุณจะได้รับการยอมรับนับถือนั่นก็คือการที่คุณมีความคิดดีคุณใฝ่ดีคุณอาจจะลำบากในตอนนี้แต่อนาคตคุณจะสบายขึ้นนั่นเป็นคำพูดของรุ่นพี่ที่เป็นแรงผลักดันว่าถึงแม้เราจะเรียนน้อยก็ไม่เป็นไรเราหาเรียนเอง โดยเริ่มมาเรียนศึกษาผู้ใหญ่ จนจบ ม.3 แล้วก็กระเสือกกระสนมาอยู่ในกรุงเทพฯ พอมาเรียนต่อที่วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน อยู่ตรงนั้นมาก็เจอสังคมที่มันฟุ้งเฟ้อ เราก็หลงระเริงไปกับมันจนที่สุดก็โดนรีไทร์ แต่เราก็ไปหาโรงเรียนใหม่เพื่อเรียนต่อจนจบ ปวช. และเราก็รู้สึกว่าเราอยากเรียนต่อนะ แต่ตอนนั้นเรายังไม่พร้อมเราต้องทำงานก่อนก็เลยหางานทำ และได้มีโอกาสเข้ามาในแวดวงนายแบบนั่นคือไปประกวดนายแบบโดมอนเมื่อปี 1987 แล้วก็ได้รองอันดับ 1 ใช้ชีวิตเป็นนายแบบอยู่สักปีหนึ่งผมเริ่มมีรายได้ที่ชัดเจนขึ้นผมไม่ละความตั้งใจที่จะเรียนหนังสือต่อพยายามไปสอบเข้าโรงเรียนของรัฐ แต่ด้วยความที่ความรู้ของเรามีน้อยเลยสู้กับเขาไม่ได้แต่ก็ไม่เป็นไรเราก็เลยไปเรียนมหา’ลัยเอกชนนั่นก็คือมหา’ลัยธุรกิจบัณฑิต ทำงานกลางวันกลางคืนเรียนภาคค่ำจบใน 4 ปี รับปริญญาปุ๊บต่อโทเลย ก็ยังเรียนฟอร์มเดิมคือกลางวันทำงานกลางคืนเรียนหนังสือ จนจบปริญญาโท (เป็นคนที่มุ่งมั่นมาก?) การเรียนทำให้เราคิดเป็น ทำให้เราเข้าใจวิธีการคิด ในสมัยก่อนมันไม่มีโซเชียลให้เราเรียนรู้อะไร เราก็ต้องเรียนรู้ไปตามขั้นตอนของมัน ผมมีความรู้สึกว่าเราอยากให้คนมองข้ามเรื่องของรูปพรรณสันฐานแล้วก็มองเห็นความสามารถ

ความภูมิใจเล็กๆ

รู้สึกว่าถ้าเกิดชีวิตของเราเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นได้เราก็รู้สึกดีใจนะครับ เพราะว่าชีวิตมันเป็นของเรา เราต้องกำหนดเองเราต้องสู้เอง อยากเป็นอะไรในอนาคต ถ้าอยากเป็นคนดีก็ต้องสู้ด้วยความดี ถ้าอยากเป็นคนเลวคุณก็ทำเลวไปเถอะแต่ผมเลือกที่จะเป็นคนดีผมพยายามปรับปรุงตัวเองทุกวันเพื่อให้เป็นคนดี มีอะไรที่แบ่งปันได้ผมก็จะแบ่งปัน ถ้าสังเกตจากในเฟซบุ๊คผมจะมีเรื่องราวที่ให้กำลังใจกับคนเสมอๆ

จากนายแบบสู่การเป็นแดนเซอร์และนักแสดง

ด้วยความที่เรามีบุคลิกที่แตกต่างและมีความมั่นใจ คนเขาก็สงสัยว่าคนผิวสีคนนี้เป็นใครมาจากไหน ก็มีคนติดต่อมาให้เล่นหนังเล่นรายการ และรายการหนึ่งที่ติดต่อมาแล้วผมปลื้มปริ่มมาก คือรายการ “แบบว่าโลกเบี้ยว” เขาติดต่อมาให้เล่นเป็นตัวประจำ ซึ่งพิธีกรหลักๆ เขาก็มีอยู่แล้ว พี่โย, พี่ปู, ก้าว, พี่กิ๊ก, พี่ติ๊ก แล้วก็มีคนนั้นคนนี้และในที่สุดคนเหล่านั้นก็ค่อยๆ หายไป ก็กลายมาเป็นผม ที่เสียบมายาวนานเขาก็ไม่เปลี่ยนใครอีกเลยกลายเป็น 4 คน ลงตัวก็เล่นโลกเบี้ยวมาซึ่งเขาจะเอาคาแร็กเตอร์ความเป็นตัวเราออกมาเช่นการเต้น แล้วทางบริษัทแกรมมี่เขาก็เห็นตอนนั้น “เจ-เจตริน” กำลังออกเทปเขาก็อยากได้ลุคที่เต้นแบบฮิปฮอปๆ ซึ่งเรามีทักษะในการเต้น “อากู๋- ไพบูลย์” มาเห็นว่ามันใช่ออกไปอย่างนี้ดีเขาถือเรื่องฮวงจุ้ยไง (หัวเราะ) หยินหยางดีหลังจากนั้นก็เลยได้เป็นแดนเซอร์คู่ใจให้กับเจ ซึ่งมี “ชาลี” ด้วยและเราก็เป็นเพื่อนกันมาก่อนสนิทสนมเป็นบัดดี้กัน เราก็เต้นด้วยกันมา แต่ผมเต้นได้แค่อัลบั้มเดียวเพราะว่าเราเป็นดาราแล้วงานเราก็เยอะ เจงานก็เยอะก็คิดว่าจะเอายังไง และเราต้องยอมรับจริงๆว่าการเป็นแดนเซอร์รายได้มันน้อยมันไม่พอค่าใช้จ่ายเราด้วย แต่เราชอบเต้นนะเราสนุกกับการเต้นมากแต่มันดูแลตัวเองไม่ได้ เพราะตอนนั้นต้องจ่ายค่าเทอม ผมเรียนหนังสือด้วยนะ ฉะนั้นมันก็เลยต้องเลือกนักแสดงก็ทำงานเป็นนักแสดงในวงการมาเรื่อยตอนที่เราเต้นให้เจทุกคนก็ชื่นชม เห็นมอร์ริสจะต้องเห็นเจคือเป็นบัดดี้กันเลย แม้จะเต้นให้เจอัลบั้มเดียวแต่ถ้าเขามีสเปเชียลเราก็จะได้ไปแจมอย่างล่าสุดเดือนธันวาก็ได้รับเกียรติเขาก็เชิญให้ไปเต้นแม้ว่าจะเต้นแค่เพลงเดียวเราก็รู้สึกว่าได้รับเกียรติมาก

เป็นมากกว่าฝัน

ผมบอกตรงๆ นะว่าผมไม่เคยฝัน เพราะว่ามันไกลเกินกว่าที่ผมจะฝันผมฝันว่าเอาชีวิตตัวเองให้รอด ดูแลตัวเองยังไงที่จะทำให้ตัวเองดำเนินชีวิตต่อไปได้ในอนาคตโดยไม่เป็นภาระของใครคิดอยู่แค่นั้น แต่แล้วก็ได้เข้ามาและมีงานเรื่อยๆ เล่นละครก็ด้วยคาแร็กเตอร์ของเราที่ไม่เหมือนใครนี่แหละครับ คนก็เลยจะจับให้เราไปเล่นนู่นเล่นนี่ เรื่องแรกละครเรื่อง “โรเบิร์ตทองล้นเนิน” ของช่อง 9 เป็นละครเกี่ยวกับชีวิตเด็กลูกครึ่งที่โดนทอดทิ้ง เราเล่นเป็นคู่บัดดี้กับพระเอก หลังจากนั้นก็เล่นต่อๆ มาเรื่อย เรื่อง “ล่า” ก็เล่นเป็นตัวละคร 1 ใน 7 ที่ข่มขืน “นก-สินจัย” และ “น้องทราย เจริญปุระ” มันชั่วร้ายมากเป็นคนที่กักขฬะมากตอนที่ล่าออกอากาศเด็กๆ แฟนคลับผมที่ชอบดูแบบว่าโลกเบี้ยวเขาไม่กล้าเข้าใกล้ผมเลย (หัวเราะ) เขาบอกว่าน่ากลัวมาก ผมเล่นโดยไม่เมคอัพนะเอาหน้าจริงๆ เอาความโทรมจริงๆ ผมฟูสยาย ซึ่งนี่คือการบ้านของผมที่ถ้าเราอยากเป็นตัวนั้นจริงๆ ผมไม่ห่วงหล่อไม่ห่วงสวย ก็ถือว่า “ล่า” เป็นผลงาน masterpiece เพราะว่าได้เปลี่ยนคาแร็กเตอร์จากหน้ามือเป็นหลังมือเลย อีกเรื่องหนึ่งคือ “แม้เลือกเกิดได้” ของ “พี่ตู่-นพพล” ทางช่อง 7 “เมฆวินัย” เล่นเป็นพระเอกแล้วเขาไปรักกับโสเภณี ตอนแรกเราก็ไม่ยอมรับแต่เขาก็ทำความดีขึ้นมาเราก็ช่วยเขาเต็มที่ จนในที่สุดเขาตายหรือไงนี่แหละผมต้องเลี้ยงลูกเขา นี่ก็เป็นการเปลี่ยนคาแร็กเตอร์อีกเหมือนกัน

กับบทบาทเพศที่ 3

เริ่มเล่นมาตั้งแต่แบบว่าโลกเบี้ยวแล้วนะครับ คือผมก็ไม่ได้ปิดไม่ได้เปิดอะไร เล่นตามที่เขาบอกให้เล่น แต่ที่พีคมากที่สุดคือช่วงอัลบั้มเจ ชุดที่ 2 มั้ง เขามีคอนเสิร์ตที่เอ็มบีเคฮอลล์แล้วผมได้เป็นแขกรับเชิญเราก็แต่งเป็น “วิตนีย์ ฮิวสตัน” ออกมาลิปซิงค์แล้วทุกคนก็ฮามาก ในแบบว่าโลกเบี้ยวก็จะผลัดกันแต่งหญิงกับพี่โยก้าว เราสลับกันคนก็จะชอบภาพนี้ แต่หลังจากนั้นก็จะกลับมาเล่นบทผู้ชายบ้าง คือการทำงานของผมมันแล้วแต่คาแร็กเตอร์ว่าจะเป็นอย่างไร ไม่จำเป็นว่าจะต้องบทบาทแบบนี้ตลอดเวลาเพราะผมเองก็เบื่อมันไม่ท้าทาย คุณจะเอาเกย์แบบไหนล่ะ คือตอนนี้ผมเล่นบทเป็นเกย์เยอะมากแล้วมันไม่ท้าทายเราก็เลยเริ่มไม่สนุก เพราะผมเป็นนักแสดงที่ชอบความท้าทายของตัวเองเสมอๆ

ด้านชีวิตครอบครัว

ยังเป็นโสดอยู่ครับแล้วผมก็คิดว่าจะครองตัวโสดอย่างนี้แหละ ไม่มีใครมาเป็น 10-20 ปีแล้วครับ เพราะผมมีความรู้สึกว่าผมอยู่ด้วยตัวเองมาตลอดจนติดนิสัย อยู่กับใครแล้วยาก เวลาอยู่บ้านนี่คือโลกส่วนตัวของฉันใครอย่ามายุ่ง ถ้ามีแฟนแล้วไม่แฮปปี้ไม่สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กันไม่ต้องอยู่ ไม่ได้ต้องการคนดูแล การมีแฟนมันก็ดีนะ แต่ทุกวันนี้ต้องยอมรับจริงๆ ว่ามันไม่มีใครที่จะเข้าใจผมเลย ผมมีเพื่อนเยอะมากแต่เพื่อนสนิทผมมีน้อยมาก ผมอยู่กับทุกคนได้แต่เวลาที่ผมต้องการหรือคุยแบบเปิดอกกับใครเนี่ยมีไม่ถึง 2 คน เพราะเราไม่อยากเป็นภาระให้กับใครไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนกับเรื่องของเรา และผมเป็นคนเจ้าระเบียบมากแต่ไม่ถึงกับว่าระเบียบจัดมาก เมื่อก่อนเป็นแต่ว่าแม่บ้านหนีหมด (หัวเราะ) หลานๆ ก็กลัวผมนะในเวลาที่ต้องกลัว แต่ถ้าเวลาปกติเขาก็จะวิ่งเข้ามาหามากอดมาเล่น จะฝึกระเบียบวินัยให้เขาสอนให้เขาทำอะไรด้วยตัวเอง หรือแม้แต่เรื่องการเรียนจะซีเรียสมากถ้าเขาติด ร นั่นแสดงว่าเขาไม่มีความรับผิดชอบ ถ้าเขาเป็นแบบนั้นก็จะลงโทษเลยด้วยการไม่ไห้ดูทีวี. 1 เดือน ก็ขอบคุณนะที่เขายังฟังผม เลี้ยงหลานเหมือนเป็นลูก แต่ก็ไม่ได้ให้เขาทั้งหมดเขาต้องทำเองด้วยแล้วที่เหลือเราก็จะช่วย

ใน 1 วัน ของ “มอร์ริส เค”

ไม่มีอะไรมากออกกำลังกายเป็นหลักแล้วก็ดูแลตัวเองหาสิ่งดีๆ ให้ตัวเองเช่นหาข้อความหรือหาข้อมูลดีๆ ให้กำลังใจตัวเอง ถ้าต้องทำงานก็ออกไปทำงาน ถ้าไม่ทำงานก็ทำกับข้าวดูแลบ้าน เป็นคนที่มีมุมมองของความเป็นแม่บ้านอยู่ในตัวเองเยอะ เพราะเป็นคนชอบทำกับข้าว ทำกับข้าวกินเองแล้วมันอร่อยได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยนี่เพิ่งทำพะโล้และเป็นสูตรโบราณที่ไม่ใส่ซีอิ๊วดำ หลายคนก็ถามว่าทำยังไงเราก็จำไม่ได้หรอกก็บอกให้เขาไปเปิดกูเกิ้ลเอา นั่นคือชีวิตของผมปกติ ประมาณว่าอยู่กับบ้านดูแลหลานดูแลตัวเอง ถ้าเกิดมีโอกาสหรือว่ามีอะไรที่ไม่ต้องรับผิดชอบก็จะเป็นคนท่องเที่ยวออกไปข้างนอก ชอบเที่ยวในที่ที่เป็นธรรมชาติจริงๆ แบกเป้ไปนอนเต็นท์ อีกอย่างที่คิดจะทำแต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำเมื่อไหร่จะโบกรถแล้วก็ไปเที่ยวในที่ต่างๆ และถ่ายคลิปไว้มันน่าจะสนุกดี และจะดูสิว่าจะโดนทำร้ายมากน้อยขนาดไหน (หัวเราะ)

จากวันนั้นถึงวันนี้

ถ้ามองย้อนกลับไปแล้วเรามาถึงทุกวันนี้ก็ต้องขอบคุณคนรอบข้างหลายๆ คนที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเรานะครับ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ เพื่อน หรือแม้แต่เจ้านายของเราที่เป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปทำงานต่อไปในอนาคต แล้วเราก็มีความรู้สึกว่าเราภูมิใจที่ได้ก้าวเดินชีวิตของเราจากเด็กไร้ค่าคนหนึ่ง เด็กที่บ้านแตกไม่มีครอบครัวแล้วในที่สุดเราก็สามารถมายืนอยู่ตรงนี้ได้ ไม่ใช่ว่าเราเก่ง แต่เป็นเพราะว่าเราสู้ และทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมเป็นคนที่ไม่ชอบโกงใครไม่ชอบเอาเปรียบใครแต่ผมมักจะโดนคนอื่นเอาเปรียบเรื่อย ไม่เป็นไร เพราะเราไม่ตาย (ยิ้ม) และผมเชื่อว่าเมื่อคุณทำสิ่งใดไว้คุณก็จะได้รับสิ่งนั้นตอบในเวลาอันสมควร เราแค่ทำจิตใจให้เบิกบานยิ้มและหัวเราะเข้าไว้

จบการสนทนาวันนี้ไปด้วยแง่คิดดีๆ เสียงหัวเราะและยิ้มกว้างที่สดใส จากศิลปินนักแสดงผู้มากความสามารถที่ทุกคนคุ้นเคย “มอร์ริส เค”