สะเทือน !! นครนิวยอร์ก ‘ปู ไปรยา’ มาในลุคสวยเฉียบสุดเรียบหรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/301021

สะเทือน !! นครนิวยอร์ก ‘ปู ไปรยา’ มาในลุคสวยเฉียบสุดเรียบหรู

สะเทือน !! นครนิวยอร์ก ‘ปู ไปรยา’ มาในลุคสวยเฉียบสุดเรียบหรู

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 15.27 น.

ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก Friend of Swarovski หนึ่งเดียวของประเทศไทย ร่วมงานกาล่าดินเนอร์การกุศล The Rescue Dinner  ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดย International Rescue Committee (IRC) องค์กรนานาชาติที่ให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลและมนุษยธรรม โดยงาน The Rescue Dinner 2017 ปีนี้จัดขึ้นที่ New York Hilton Midtown ในมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งจากองค์กรภาครัฐและเอกชน ทูตจากประเทศต่างๆ รวมถึงเหล่าคนดังในวงการ และสื่อมวลชน ร่วมกว่า 800 คน

ยิ่งไปกว่านั้น ปู ไปรยา เธอโดดเด่นด้วยเครื่องประดับจาก Swarovski  กับ Gardenia earrings ต่างหูลายดอกไม้ Statement และ Swarovski Remix Collection สร้อย minimal ซ่อนล็อคแม่เหล็กที่สามารถสวมใส่ได้หลากหลายรูปแบบ ประกอบกับชุดที่เรียบแต่ดูหรูเฉียบ เรียกได้ว่าการปรากฏตัวของเธอในงานระดับโลกแต่ละครั้ง ยิ่งทำให้เธอเป็นที่น่าจับตามองจากสายตาของสื่อดังๆระดับโลกยิ่งขึ้นไปอีก และครั้งนี้ถือว่าเป็นการกระโดดก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวงการคนดังระดับโลกอย่างเต็มตัวจริงๆ

ลูกสาววอนช่วย’กิตติ ดัสกร’อดีตดาวร้าย อาการป่วยทรุดหนัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/301004

ลูกสาววอนช่วย'กิตติ ดัสกร'อดีตดาวร้าย อาการป่วยทรุดหนัก

ลูกสาววอนช่วย’กิตติ ดัสกร’อดีตดาวร้าย อาการป่วยทรุดหนัก

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.53 น.

หลังดาวร้ายรุ่นใหญ่  “กิตติ ดัสกร” ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ตกคลอง ก่อนลูกสาวนำตัวส่งโรงพยาบาล และแพทย์ตรวจพบโรคแทรกซ้อน ทั้งความดัน เบาหวาน ที่สำคัญยังมีอาการอัมพฤกษ์ขาไม่มีแรง ปากเริ่มเบี้ยว ต้องพักฟื้นที่ที่รพ.กลาง จากนั้นได้กลับมาพักฝืนอยู่ที่บ้าน

ล่าสุด “คิตตี้ ดัสกร” ลูกสาว โพสต์เฟซบุ๊กเผยอาการคุณพ่อว่า “คุณพ่อไม่สามารถเดินได้ กินข้าวต้องป้อนอยู่ตลอด ต้องกินเฉพาะข้าวต้ม ต้องใส่แพมเพิร์ส เบาหวานความดัน เส้นสมองจะแตก ขามีแผล แขนขาเริ่มผอมลงแล้ว จะเป็นอัมพฤกษ์ ลุกไม่ได้หัวจะฟาดพื้น ต้องพยุงเท่านั้น รักษาสามสิบบาทก็จริงค่ะ แต่มีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นค่ะ เพราะไม่มีใครช่วยเลยญาติพี่น้อง ความกดดันหนูมีค่ะ เพราะต้องทำงานห่วงหน้าพะวงหลัง ใจเป็นทุกข์นะ ไม่เคยคิดทิ้งขว้าง ต้องหาเงิน มีความจำเป็น หาเงินมาซื้อข้าวให้คนป่วยกินทุกวัน”

“ต้องออกจากงานบริษัท เพราะตั้งแต่ไป ส่ง รพ. จนออกจาก รพ. หนูเป็นคนดูแลอยู่คนเดียวค่ะ หนูจำเป็นต้องออกมาโพสต์ค่ะ หนูไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะช่วยเหลือ ไม่มีที่พึ่งค่ะ รายได้น้อย ทำงานอยู่คนเดียว หนูขายของอยู่แถวตลาดนกฮูก นนทบุรีค่ะ ขอบคุณค่ะ”

ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ สามารถโอนเงินเข้าบัญชี กิตติ กลิ่นเกลี้ยง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หมายเลขบัญชี 2301495422

‘เจ้าสัวปั้น บัณฑูร ล่ำซำ’ – “น่าน ที่นี่แหละที่จะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของผม”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/301001

‘เจ้าสัวปั้น บัณฑูร ล่ำซำ’  -  “น่าน ที่นี่แหละที่จะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของผม”

‘เจ้าสัวปั้น บัณฑูร ล่ำซำ’ – “น่าน ที่นี่แหละที่จะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของผม”

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.52 น.

คุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย วันนี้ได้กลายเป็นพลเมืองจังหวัดน่านเต็มตัวไปแล้ว  ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เกิดและเติบโตที่นี่ และยังมีธุรกิจครอบครัวคือการบริหารแบงก์ใหญ่ระดับชาติที่ต้องดูแล คุณปั้นได้ลุกขึ้นมาเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาการอนุรักษ์ป่าน่าน ช่วยเกษตรกรน่านให้หลุดพ้นจากระบบทุนนิยมที่กำลังทำร้ายแบบไม่มีจุดจบ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างพลเมืองดีที่อุทิศตนเพื่อประเทศชาติ เพราะคิดว่ามันคือส่วนหนึ่งใน ‘หน้าที่ของประชาชน’

ครั้งนี้คุณปั้น พาทัวร์ เปิดบ้านพักหลังใหญ่ ท่ามกลางขุนเขาที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ที่คุณปั้นย้ำว่า  “ที่นี่แหละจะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของผม”  ก่อนจะพาเดินชมเรือนหลังเล็ก กับเรื่องเล่าที่มาของเรือนหลังนี้ทำเอาขนลุกเลยทีเดียว “ เฮือนแม่มะไฟ”  ที่สร้างขึ้นจากความเชื่อส่วนตัว ว่าเดิมเมื่อครั้งอดีตกาล มีผู้หญิงคนหนึ่งเค้าอยู่ที่นี่มานาน  ผมจึงสร้างเรือนให้เค้าอยู่เลย พร้อมพาชมภาพวาดของหญิงสาวจากจินตนาการที่ติดอยู่บนฝาผนัง

“สุดท้ายแล้ว เหมือนว่ามนุษย์เราถูกกำหนดให้เกิดมา เพื่อมีหน้าที่อะไรสักอย่าง เหมือนอย่างผมที่ถูกกำหนดให้เกิดมาเพื่ออุทิศความรู้ ความสามารถทั้งหมดที่ผมสั่งสมมาจากการทำงานทั้งชีวิต เพื่อมาวิเคราะห์ พัฒนา และแก้ปัญหานี้” 

“ถึงแม้ในวันที่คุณไม่รู้ว่า คุณชอบอะไร และสิ่งที่ทำอยู่ก็ไม่ชอบ แต่จำเป็นต้องทำ จงทำมันให้ดีที่สุด เพราะเราไม่สามารถรู้อนาคตได้หรอกว่า  การฝึกฝนบนหน้าที่ความรับผิดชอบทำหน้าที่ที่เราทำอยู่นั้น  อาจจะส่งผลให้เราได้ไปทำต่อในอีกจุดที่เหนือจิตนาการ และเป็นที่เรามีความสุขกับมันก็เป็นได้” 

ห้ามพลาด ! เรื่องราวของ “เจ้าสัวปั้น-บัณฑูร ล่ำซำ”  โดย พิธีกร “เปอร์-สุวิกรม”  แขกรับเชิญที่มาจะกระตุกต่อมคิด สร้างแรงบันดาลใจ พร้อมกับติดตามฟังเฉลยมายด์เซต ที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกงานและการดำเนินชีวิต “รายการเปอร์สเปกทิฟ”  คืนวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน นี้ เวลา  21.00-22.00 น. ทางช่อง 9 MCOT HD

ห่างกัน13ปี’เป๊กกี้ ศรีธัญญา’เผยชีวิตรักจากเด็กบ้านแตกสู่ตลกสาวแฟนเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/300938

ห่างกัน13ปี'เป๊กกี้ ศรีธัญญา'เผยชีวิตรักจากเด็กบ้านแตกสู่ตลกสาวแฟนเด็ก

ห่างกัน13ปี’เป๊กกี้ ศรีธัญญา’เผยชีวิตรักจากเด็กบ้านแตกสู่ตลกสาวแฟนเด็ก

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 14.30 น.

นาทีนี้เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักตลกสาวสุดสวยชั้นแนวหน้าของเมืองไทยอย่างสาว “เป๊กกี้ ศรีธัญญา” ที่ตอนนี้ลักกี้อินเกมและลักกี้อินเลิฟมากๆ ทั้งมีงานเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย และชีวิตส่วนตัวยังแฮปปี้อีกต่างหาก ล่าสุดได้ควงแฟนหนุ่มที่อายุห่างกัน 13 ปี มาเปิดตัวเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังเล่าชีวิตในวัยเด็กที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เพราะไม่เคยรู้เลยว่า พ่อที่เลี้ยงเธอมานั้นไม่ใช่พ่อแท้ๆ โดยเป๊กกี้ได้ควงฐากูรแฟนหนุ่ม มาเปิดใจว่า

ตอนแรกเจอกันได้ยังไง ?ฐากูร “คือผมไปรับแม่ เจอเค้าอยู่กับแม่”

แล้วไปทำอะไรกับแม่ ?เป๊กกี้ “คือตอนนั้นเป๊กอยากทำธุรกิจบางอย่าง เลยมีโอกาสได้เจอคุณแม่ของคุณฐากูรก็คุยเรื่องธุรกิจกันหลายต่อหลายครั้งแล้ว คุณแม่ฐากูรอายุเยอะกว่าเป๊ก เค้าอายุ 67 แล้ว ก็มีเจอกันหลายครั้งอยู่แต่มีอยู่ครั้งนึงเค้าไปรับคุณแม่เค้า เราไม่เห็นเค้า แต่เค้าอ่ะเห็นเรา”

เห็นปุ๊ปแล้วชอบเลยมั้ย ?ฐากูร “ชอบเลยครับ”

ชอบอะไรในตัวเค้า ?“ผมไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกอะไร แต่ผมรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ผมชอบอยู่ในใจ พอหลังจากนั้นปุ๊ปกลับมาผมก็รีบเสิร์ชหาเลย ถามคุณแม่ก่อนว่าเค้าชื่ออะไร ตอนนั้นเค้ายังไม่ใช้ชื่อ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เลย”

ชื่อจริงๆคือ ?เป๊กกี้ “ชื่อจริงๆคือ ดรุณี สุทธิพิทักษ์ ตอนนั้นอ่ะทำงานอยู่ในวงการบันเทิงแล้วหละ แต่ว่ายังไม่มีชื่อเสียงมาก ยังไม่โด่งดังมาก ก็เล่นละครบ้าง ออกรายการบ้าง คนรู้จักยังไม่เยอะ”

แล้วเป๊กกี้ ศรีธัญญา ใครเป็นคนตั้ง ?เป๊กกี้ “โชคดีมีโอกาสได้ไปออกรายการ กิ๊กดู๋ วันนั้นมีคนดูเยอะมากเค้ารอดู หญิงลี ศรีจุมพล เป๊กก็ได้ไปออก พอไปออกปุ๊ป พี่ตั๊ก ศิริพร เค้าก็พูดขึ้นมาว่า หญิงลีเค้าศรีจุมพล งั้นเป๊กกี้ ศรีธัญญา ก็แล้วกัน ก็เลยใช้ชื่อนี้ตั้งแต่นั้นมาเลยค่ะ”

ครั้งแรกที่เห็นแล้วรู้สึกประทับใจแล้วไปเสิร์ชกูเกิ้ล คิดจะจีบเค้าเลยหรอ ?ฐากูร “คิดเลยครับ เริ่มจากแอดเฟซบุ๊กก่อนแล้วก็ทักเค้าไปว่าวันนั้นผมที่ไปรับแม่นะครับ แล้วก็บอกเค้าไปต่างๆ เค้าก็ไม่ตอบอะไร เค้าก็รู้สึกว่าผมเป็นคนแปลกหน้า ไม่ได้ตอบอะไร

เป๊กกี้ “คือตอนนั้นเราไม่รู้ว่าใครในการที่เล่นโซเชี่ยลในยุคนั้น ใครก็ไม่รู้มาคุย เราก็ถามเค้าไปว่า ใครคะ เราก็เลยรู้ว่าอ๋อลูกคุณน้อย ก็คุยกันมาเรื่อยๆ ตอนนั้นเราก็ว่างอยู่ซักพักนึงแล้วหละ”

ความรู้สึกที่ทำให้รู้สึกว่า เป็นคนที่ใช่ มันเริ่มตอนไหน ?เป๊กกี้ “คือต้องบอกก่อนเลยว่า คุณฐากูรเค้าเป็นคนดีจากเนื้อแท้จริงๆ เค้าจะเป็นหนุ่มหวานๆ เค้าไปทานข้าวกับเรา เค้าเป็นมังสวิรัติมาสิบกว่าปี แล้วเค้าก็ไม่บอกเป๊กเลยว่าเค้าเป็นมังสวิรัติ แล้วเป๊กก็ไปทานอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ทุกอย่าง ไปทานข้าวมันไก่เค้าก็ทานแต่ข้าวเปล่า เราก็เลยเปลี่ยนไปทานข้าวขาหมูเค้าก็ไม่ทานหมูอีก กว่าเค้าจะบอกเรา เราไปทานข้าวกันหลายมื้อมากกว่าเป๊กจะรู้ว่าเค้าเป็นมังสวิรัติ”

หลายคนจะมองว่า เราจริงใจต่อกันรึเปล่า เพราะอายุห่างกันถึง 13 ปี ?เป๊กกี้ “มีค่ะ คือตอนนั้นที่เค้าจีบเราเป็นแฟน เราก็ยังไม่ได้บอกใครแล้วยุคนั้นเมื่อ 5-6 ปีก่อน การที่ผู้หญิงจะมีแฟนเด็กกว่ามันเป็นที่จับตามองอยู่แล้ว ไม่ผู้ชายมาเกาะผู้หญิงก็กินเด็ก ดูไม่ดี แล้วมีวันนึงเราไปทานข้าวกับเพื่อนกลุ่มใหญ่แล้วเรายังไม่ได้บอกเพื่อนว่าคนนี้คือใคร สถานะคืออะไร แต่เค้าก็เดินออกไปจับไมค์แล้วพูดเลยว่าต่อจากนี้เค้าจะขอจีบเราเป็นแฟนนะ แล้วเค้าก็จะดูแลเราเป็นอย่างดี เพื่อนบางคนก็ยี้ เพื่อนบางคนก็มองว่ามันสวยงาม”

จะแต่งงานกันมั้ย ? ฐากูร “แต่งอยู่แล้วครับคนนี้ ยังไงก็แต่ง”

เราชอบผู้หญิงอายุเยอะอยู่แล้วรึป่าว ?ฐากูร “คือผมไม่ได้มีสเป็กว่าผู้หญิงที่จะเข้ามาต้องมีอายุเยอะกว่าหรือน้อยกว่า แค่เป็นคนที่ผมชอบ คบกันแล้วก็คุยกันรู้เรื่อง”

เป๊กกี้ “บางคนเค้าอาจจะคิดว่าความรักของเรามันเป็นความรักที่ต่างขั้ว ผู้ชายจะคิดอะไรไม่ดีกับผู้หญิงหรือผู้หญิงคิดจะหลอกกินเด็กหรือเปล่า แต่เป๊กก็ฝ่าฟันและคบกันมาแล้วก็พิสูจน์ด้วยกันทั้งสองคนว่าความรักของเราช่างดีและสวยงามมาก เป๊กอยู่ด้วยกันวันนึง 24 ชม ทุกๆวันเกือบ 5 ปีแล้ว การทะเลาะของเราน้อยมาก เราใช้วิธีการเข้าใจและอดทน เป๊กทะเลาะกับฐากูรเรื่องใหญ่ๆไม่ถึง 3 ครั้งเลย”

เห็นว่าสมัยนั้นสู้ชีวิตมากจริงหรอ ?เป๊กกี้ “สู้ค่ะ คือเป๊กโตมากับคุณแม่แล้วก็ไม่รู้ว่าพ่อจริงๆคือใคร แล้วก็มีพ่อเลี้ยงอยู่คนนึงเดิมทีเราก็นึกว่าคนนี้คือพ่อของเราจริงๆ แล้วก็มีคุณป้าข้างบ้านหวังดี ระหว่างที่เราวิ่งเล่นอยู่ก็มากระซิบบอกเราว่าคนเนี้ยไม่ใช่พ่อนะ เป๊กก็ร้องไห้แล้ววิ่งกลับไปหาแม่เลย เรากลับไปถามแม่ว่าคนนี้ไม่ใช่พ่อจริงๆหรอ เป๊กถึงไม่เคยเอ่ยกับรายการไหนเลย เป๊กจะบอกว่า เป๊กโตมากับคุณแม่ไม่เคยรู้จักคุณพ่อเลย ซึ่งเป๊กก็ไม่รู้จักจริงๆ แต่ก็ไม่เคยเอ่ยถึงพ่อเลี้ยงเพราะเราไม่อยากเอาเรื่องจริงนี้มาคุย เพราะมันเป็นเรื่องสะเทือนใจเรา”

แล้วทุกวันนี้ยังได้เจอหน้าพ่อเลี้ยงหรือได้รู้จริงๆรึยังว่าพ่อแท้ๆเราเป็นใคร ?“เป๊กไม่ได้เจตนาจะตามหาพ่อแท้ๆ เพราะเรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว แต่พ่อเลี้ยงของเป๊กดีมากกับเป๊กนะคะ ระหว่างที่ท่านเลี้ยงเป๊กมา ท่านดูแลเราเป็นอย่างดี จนเรารู้ว่าเค้าไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของเรา เราเลยรู้สึกเป็นอื่น แม่เราก็เลยจัดการหาบ้านให้เราอยู่อีกหลังนึงกับพี่เลี้ยง เราก็โตมาแบบนั้น แต่บ้านก็อยู่ติดๆ กัน จนอยู่มาวันนึงคุณแม่เสียชีวิต เราก็ยิ่งเฮิร์ทหนักคิดว่าเค้าดูแลแม่เราไม่ดี หลังจากนั้นเป๊กก็โทษพ่อเลี้ยง หลังจากเสร็จงานศพเป๊กเก็บของเท่าที่เก็บได้แล้วก็ออกไปอยู่บ้านเพื่อนโดยที่ไม่เอาแม่แต่เงินออกมาเลย”

แล้วพ่อเลี้ยงเค้าไม่มาตามหรอ ?“จริงๆบ้านก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเดิมมากนะ แต่เป๊กคือไม่พูดด้วยเลยคือโกรธ คิดว่าเค้าดูแลแม่ของเราไม่ดี แต่เนื่องด้วยความโง่เขลาของเราตอนนั้น เราเลยคิดแบบนั้น”

ทุกวันนี้ได้เจอพ่อเลี้ยงอีกมั้ย ?“เป๊กย้ายมาอยู่กับคุณลุงที่ชลบุรีได้ 7-8 ปี เป๊กก็กลับไปหาเค้าที่บ้าน เพราะได้ข่าวว่าดื่มหนัก ด้วยความที่เราคิดได้แล้ว เราก็เลยกลับไปบอกเค้าว่า พ่อเพลาๆ ดื่มหน่อยนะ เผื่อว่าวันนึงเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก ท่านร้องไห้นะคะ หลังจากนั้นมาไม่นานท่านก็เสียชีวิตลง วันเดียวกับที่แม่เราเสียชีวิต”

ตอนที่กลับไปหาคุณพ่อมีการขอขมาเป็นเรื่องเป็นราว ?“เป๊กก็กราบขอขมา ขออภัยด้วย ว่าตอนนั้นเป๊กยังเป็นเด็ก เป๊กยังโง่เขลา เป๊กอาจะเฮิร์ทในเรื่องของแม่ ทำให้แบบพูดจารุนแรงไป ท่านก็ร้องไห้ เป๊กก็ร้องไห้”

‘น้ำฝน กุลณัฐ’อุ้มลูกโชว์ตัว..เผยสาเหตุแต่งงานเพราะแม่ป่วย!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/300936

'น้ำฝน กุลณัฐ'อุ้มลูกโชว์ตัว..เผยสาเหตุแต่งงานเพราะแม่ป่วย!!

‘น้ำฝน กุลณัฐ’อุ้มลูกโชว์ตัว..เผยสาเหตุแต่งงานเพราะแม่ป่วย!!

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 12.19 น.

เคยบอกจะไม่แต่งงานเพราะไม่เชื่อว่าจะเป็นจุดสูงสุดของชีวิต สำหรับ “น้ำฝน กุลณัฐ” แต่เมื่อคุณแม่ป่วยหนัก เลยทำให้ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ จนถึงกระทั่งแต่งงานมีลูกให้แม่หายห่วง โดยน้ำฝน ได้อุ้มลูกสาว น้องทาเรีย มาเปิดตัวครั้งแรกในรายการ “คุยแซ่บShow” ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, ธัญญ่า ธัญญาเรศ และเบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกร

ที่เคยบอกว่าจะไม่แต่งงาน จะไม่มีลูก ทำไมถึงมีลูกและแต่งงาน ?“เอาจริงๆ เพื่อนจะชอบบอกว่าเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝน การแต่งงานไม่ได้เหมือนเป็นจุดที่สูงสุดของชีวิตในตอนนั้น และอาจจะเป็นเพราะว่าเรายังไม่เจอใครที่เรารู้สึกว่าแต่งก็ได้ แล้วเราก็ยังไม่เก็ทว่าพอเจอคนที่อยากจะแต่งงานด้วย เราโอเคแล้ว เรายังไม่รู้สึกยังไง แล้วช่วงนั้นเราทะเลาะกับแม่บ่อยมากเรื่องแต่งงาน คือเค้าอยากให้เราแต่ง”

ทำไมแม่ถึงอยากให้เราแต่งงาน ?“คือเค้ามองว่าถ้าวันหนึ่งเค้าเป็นอะไรไป เค้ากลัวว่าเราจะไม่มีเพื่อน อันนี้เป็นความห่วงของพ่อแม่ คือแม่จะชอบพูดเสมอเวลาเราทะเลาะ แม่จะไม่พูดแล้วๆ จนวันหนึ่งแม่เป็นเส้นเลือดสมองตีบ เค้าพูดไม่ได้ จนวันนี้กลับมานั่งนึกถึงวันนั้นว่าไม่น่าพูดเลย นึกถึงตอนแม่พูดแม่บ่น ตอนนี้อยากให้แม่กลับมาพูดได้เหมือนเดิม ย้อนไปนึกถึงวันที่แม่เป็นเส้นเลือดสมองตีบวันแรก เราหาโรงพยาบาลให้แม่ลงไม่ได้ ต้องย้ายหลายโรงพยาบาลมาก ซึ่งวันนั้นฝนต้องเปลี่ยนรถพยาบาล 4 คัน แล้วในมือถือสมุดสวดมนต์อยู่ 1 เล่ม แล้วความรู้สึกเราคิดว่า แม่จะตายวันนี้เหรอ พอเราไปเจอโรงพยาบาลที่เค้ารักษาแม่ได้ แม่ก็อยู่ในไอซียู เส้นเลือดตีบของแม่เป็นส่วนที่ควบคุมร่างกายทั้งหมด หมอบอกว่า ถ้าภายใน 3 วันนี้แม่ยังไม่สามารถกลับมาหายใจได้เอง ให้เตรียมใจไว้เลย ตอนนั้นเราอยู่ในไอซียู ซึ่งเป็นช่วงที่วัดใจเราและสามีเราด้วย เค้าจับมือเราไว้ตลอด เป็นห่วงเรา ดูแลเรา คือมันได้ใจตรงนั้นไปเลย แล้วบวกกับ 3 วัน แม่หายใจได้เอง ต่อสู้ดิ้นรนหลายๆ อย่าง ผ่านตรงนั้นไปประมาณ 2-3 เดือน เหมือนแม่เริ่มนั่งวีลแชร์ได้ ไปนั่นไปนี่ได้ เลยหันไปถามจอร์แดนว่า แต่งงานกันมั้ย ซึ่งตอนนั้นกำลังคบกันได้ประมาณ 3-4 ปีแล้วค่ะ ซึ่งเค้าเข้าใจ”

ทำไมถึงไม่ค่อยชอบลงรูปสามีเลย ?“เค้าไม่ชอบออกสื่อ คือประมาณว่าเค้าไม่อยากลงรูปทาเรีย เพราะไม่อยากละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของลูก เราให้สิทธิ์ตัดสินใจเค้าเองว่าอยากจะลงรึเปล่า ถามว่ากลัวสามีมั้ย คือไม่ได้กลัวแต่ไม่อยากจะทะเลาะ ฝนกับจอร์แดนทะเลาะกันน้อยมาก เวลาที่เรามีปัญหาเราจะคุยกัน แล้วก็จะคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่า แล้วคือตอนที่เรามอง เราจะไม่ได้มองเรื่องสิทธิส่วนบุคคลของลูกขนาดนั้น แต่เราไปมองเรื่องกลัวถูกลักพาตัว กลัวนั่นกลัวนี่ เค้าก็เลยพูดมาคำหนึ่งว่า ลองคิดดูนะ ถ้าวันหนึ่งมีคนติดตามลูกเราไปเรื่อยๆ เค้าจะกลายเป็นเซเลเบรตี้ที่มาจากเรา ไม่ได้มาจากตัวเค้าเอง ซึ่งเค้าจะไม่มีชีวิตความเป็นเด็ก ถ้าวันหนึ่งทาเรียทำอะไรผิด เค้าก็จะผิดแบบเซเลเบรตี้ โดนสังคมกระหน่ำ เราเห็นดาราเค้าลงรูปลูก แล้วพอดาราคนนั้นเค้าทำผิด คนก็กระหน่ำว่าไปถึงลูก อันนี้ในฐานะที่ฝนมีลูก อยากให้แยกแยะกันหน่อย”

ตอนนี้แม่เป็นยังไงบ้าง ?“ยังพูดไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ถ้าทานอาหารต้องทานทางสายยาง ถ้าแกนอนอยู่ต้องจับแกนั่งขึ้น วันที่เราแต่งงานเค้ายังรับรู้อยู่ คือเรารู้สึกว่าแม่เรามีความจำในตอนนี้ไม่ได้ แต่เค้าจำอดีตได้ หลังจกาแต่งงานไปได้สักพัก เราก็ไปถามว่าฝนแต่งงานรึยัง เค้าก็บอกว่า ยัง”

ถ้า ณ วันนี้สมมติว่า แม่ดูรายการอยู่ และรับรู้ได้ อยากบอกอะไรแม่ ?“ถ้าแม่รับรู้ได้ก็อยากจะบอกว่ารักแม่ที่สุด การที่อยากจะแต่งงานเหตุผลหลักๆ มาจากเค้า การที่มีทาเรียก็มาจากเค้า หลายๆ อย่างที่ทำก็อยากให้เค้าหมดห่วง เราอยากทำให้เค้าได้มากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเค้า ถ้าวันหนึ่งเค้าจากเราไป ก็อยากให้รู้ว่า เราโอเค”

จริงไหมที่วันหนึ่งจะไม่อยู่วงการบันเทิงแล้ว ?“ก็ไม่ขนาดนั้น ที่บอกจะลาวงการก็คือมีแพลนจะย้ายไปอยู่อเมริกา ก็คืออีกประมาณ 4-5 ปี ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้ไปด้วยรึเปล่า เพราะที่นั่นเรายังไม่มีงานทำ ถ้าไปอยู่ที่นั่นเราต้องมีงานทำ ก็ต้องรอดูในอนาคต ตอนนี้สามีเค้าอยู่เมืองไทย เค้าอยู่เพราะเรา งานของเค้าเค้าทำโฆษณาในเอเชีย ขึ้นอยู่ว่าเค้าจะได้ไปถ่ายทำที่ไหน แล้วคือตอนนี้เราพักงานในวงการก่อน เพราะอยากจะให้นมแม่ 100% และเราอยากจะให้นมแม่ให้ถึงที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ คิดว่าถ้าเค้าพักทานอาหารเองได้สัก 2-3 เดือน เราก็จะกลับไปทำงานละคร อาจจะรับปีละเรื่อง”

 

ทำความรู้จัก’ซาเอะ’ตัวแทนสาวไทยก่อนชิงมงกุฎ’มิสเอเชียแปซิฟิกฯ 2017′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/300933

ทำความรู้จัก'ซาเอะ'ตัวแทนสาวไทยก่อนชิงมงกุฎ'มิสเอเชียแปซิฟิกฯ 2017'

ทำความรู้จัก’ซาเอะ’ตัวแทนสาวไทยก่อนชิงมงกุฎ’มิสเอเชียแปซิฟิกฯ 2017′

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 12.08 น.

“ซาเอะ”ฬิษา สุวรรณเกษการ(ว่าที่) คุณหมอสุดน่ารักและมากความสามารถดีกรีนักเรียนทุนมงบุโชที่ได้ไปเรียนญี่ปุ่นมาแล้วปัจจุบันเป็นนักศึกษาแพทย์ศิริราชพยาบาล และเป็นเจ้าของตำแหน่งMiss Perfect Skinสาวผิวสวยแห่งเวทีซุปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์2017(Supranational Thailand 2017)ที่มีไลฟ์สไตล์ค่อนข้างแหวกแนวกว่าสาวงามท่านอื่นคือชอบเข้าวัดฟังเทศน์ รวมถึงเดินทางแสวงบุญถึงต่างประเทศก็ไปมาแล้วไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ศรีลังกา ฯลฯโดยมีความฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากเป็นคุณหมอที่เป็นนางงามตัวแทนประเทศ เพื่อทำประโยชน์ให้สังคมในวงกว้างมากขึ้น

ภายหลังได้รับรางวัลสาวผิวสวยจากเวทีนี้เธอยังได้รับการแต่งตั้งเป็นมิสเอเชียแปซิฟิกไทยแลนด์ 2017 (Miss Asia Pacific International Thailand 2017) เพื่อเป็นตัวแทนสาวงามประเทศไทยไปชิงมงกุฎมิสเอเชียแปซิฟิก อินเตอร์เนชั่นแนล 2017(Miss Asia Pacific International 2017)เวทีระดับภูมิภาคแปซิฟิกที่เก่าแก่ที่สุดณ ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นเวทีเดียวกับนางงามรุ่นพี่อย่างปรียานุช ปานประดับและเอ็มม่าวรรัตน์ สุวรรณรัตน์ได้เคยขึ้นประกวดและคว้ามงกุฎสร้างชื่อให้ประเทศไทยมาแล้ว

โดยมีกำหนดการเดินทางเพื่อเก็บตัวประกวดต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ….ขอกำลังใจเชียร์ให้น้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่…เชื่อว่าดีกรีและผลงานที่ผ่านมา รวมถึงความสามารถด้านภาษาทั้งอังกฤษและญี่ปุ่นบวกกับไหวพริบปฏิภาณที่ไม่เป็นสองรองสาวงามในภูมิภาคนี้จึงมั่นใจว่าน้องจะสามารถคว้าตำแหน่งและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้อีกคน….สามารถติดตามให้กำลังใจน้องซาเอะได้ที่ IG: lisasaeko, FB: lisasuwannaketkarn

แม่เชื่อในปาฏิหาริย์!เผยอาการล่าสุด “น้องสกาย”หลังออกจากไอซียู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/300932

แม่เชื่อในปาฏิหาริย์!เผยอาการล่าสุด “น้องสกาย”หลังออกจากไอซียู

แม่เชื่อในปาฏิหาริย์!เผยอาการล่าสุด “น้องสกาย”หลังออกจากไอซียู

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 12.01 น.

ยังได้รับความสนใจต่อเนื่องสำหรับอาการ “น้องสกาย” ดาราเด็กจากละคร “เพลิงบุญ” ซึ่งป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองขั้นวิกฤต ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน มีอาการแทรกซ้อนจากการทำคีโม ท้องบวม เป็นแผลในปาก ติดเชื้อในกระแสเลือด อาการน่าเป็นห่วง แต่ล่าสุดน้องสกายอาการดีขึ้นราวปาฏิหาริย์ ออกจากห้องไอซียูมาห้องพักฟื้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังอาการ ซึ่งรายการโหนกระแส ได้สัมภาษณ์ “คุณธัญญลักษณ์ ธัญสม” คุณแม่น้องสกาย และ “รศ.นพ. ปรีดาวาณิชยเศรษฐกุล”กุมารเวชศาสตร์ รพ.ปิยะเวท

คุณแม่เข้มแข็งมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณแม่อายุเท่าไหร่?คุณแม่ : “อายุ 34 ทำธุรกิจส่วนตัว มีลูกคนเดียว ตอนนี้น้อง 2 ขวบ 8 เดือน ในครอบครัวไม่มีใครเป็นมะเร็งมาก่อนค่ะ”

ทำไมถึงรู้ว่าน้องเป็นมะเร็ง?คุณแม่ : “จริงๆ ตั้งแต่เล็กยันโตจนถึงปัจจุบัน น้องไม่มีอาการอะไร น้องแข็งแรงดี ถ้าเทียบกับเด็กคนอื่นต้องไม่สบายบ้าง เป็นไข้ น้องก็เป็นบ้าง แต่สองสามวันก็หาย ไม่มีอะไรบอกเรามาก่อนเลย”

ตอนถ่ายละครเพลิงบุญ น้องมีอาการหรือยัง?คุณแม่ : “ไม่มีนะคะ ตอนนั้นน้องไม่ได้ป่วย ไม่ได้มีไข้ ไปทำงานปกติ ร่าเริง มีงอแงบ้าง อาจไม่ได้ให้ความร่วมมือเพราะง่วงนอนตามประสาเด็ก แต่ในเรื่องไม่สบายไม่มี”

มารู้หรือสัมผัสได้ ว่าน้องผิดปกติ เกิดอะไรขึ้น?คุณแม่ : “ตอนแรกช่วงนั้นอากาศเปลี่ยน น้องเริ่มไม่สบาย คราวนี้เป็นนานกว่าปกติ แต่ไม่ได้มีไข้ขึ้น มีซึม ไม่ได้บอกว่าปวดหัว แต่จากชอบวิ่งเล่นก็ไม่อยากไป อยากนอน ไม่อยากกินนม เบื่ออาหาร พอประมาณสักอาทิตย์ ก็ไปหาคุณหมอ ก่อนหน้านั้นน้องเริ่มซึมและไม่ทานอาหารเรารู้สึกว่าแปลกไป เลยพาไปหาคุณหมอ ตอนแรกคุณหมอบอกว่าน่าจะเป็นไซนัสอักเสบเพราะเอกซเรย์แล้วมาเจอในส่วนไซนัสด้วย หลังจากนั้นก็ให้ยาฆ่าเชื้อ 2 วัน วันที่ 3 เราก็ไม่ไหว กลับบ้านไปน้องทานได้นะคะ แต่หลังจากนั้นน้องขาบวม เราก็เอ๊ะ น้องไม่ได้เดินทำไมขาบวม ตาเขามีข้างหนึ่งเหมือนตกลง มันค่อยๆ ตี่ลง  เป็นตาข้างขวา มันผิดปกติมากๆ ค่ะ ก็พาไปหาหมอ ครั้งแรกที่คุณหมอบอก ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้เช็กโดยละเอียด น่าจะเป็นเยื้อหุ้มสมองอักเสบหรือเปล่า คือคุณหมอคาดการณ์ไว้ แต่หลังจากนั้นคือแอดมิด ให้น้องนอนที่รพ. ให้ยาฆ่าเชื้อ และวันนั้นทำ mriที่สมอง เราก็ขออย่าให้เป็นอะไร เราก็กลัว”

ตอนตาตี่ไปข้างนึง อาการน้องเริ่มซึม หลับ หรือแย่?คุณแม่ : “เขาเหมือนไม่อยากเดินเพราะเขาปวดขา ปวดหลัง เขาบอกว่าหนูอยากนอน เราไม่รู้จะทำยังไง ก็รอคุณหมอทำ mri พอทำปุ๊บไม่พบนะคะ”

ตอนแรกวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นเยื้อหุ้มสมองอักเสบก็ไม่เจอ?คุณแม่ : “ใช่ค่ะ พอวันรุ่งขึ้น คุณหมอก็เรียกไปคุยว่าน้องอาจจะได้ไปรักษารพ.ที่มีนักเรียนแพทย์ หรือพร้อม และครบ เหมือนหมอหลายๆ ด้าน ที่จะมาดูแลได้หมด คุณหมออาจจะทราบแล้วแต่ไม่กล้าบอกเรา เราก็รีเฟอร์น้องไปที่รพ. แล้วไม่มีรพ.ไหนตอบรับ เราต้องพาน้องนอนที่รพ.เดิม แต่ก็ต้องถามวิธีการคุณหมอว่าถ้าไม่มีตอบรับมาจะทำยังไง จะรักษาต่อไปได้มั้ย เราก็กังวลมาก เราหาสาเหตุไม่เจอ บอกคุณหมอเลยว่าเชิญเต็มที่เลย เราต้องรู้”

มาทราบได้ยังไง?คุณแม่ : “ตอนนั้นคุณหมอไปทำ mri และซีทีสแกนที่กระดูกไขสันหลัง ก็เจอก้อนเนื้อ ซึ่งมันทับเส้นประสาทตาและประสาทขา ไม่ถึง 2 ชม. แจ้งผล คุณหมอรู้ ก็ต้องมาคิดอีกว่าถ้าเราปล่อยลูกไว้ จะมีปัญหาเกี่ยวกับขาเดินไม่ได้หรือเปล่า คุณหมอบอกว่าน่าจะมีก้อนเนื้อ มีบอกว่าน้องน่าจะมีเชื้อมะเร็ง หลังจากนั้นไม่ถึง 2 ชม. ทุกอย่างรัดกุมมาก คุณหมอได้ปรึกษาว่าน้องมีก้อนนี้จะทำยังไงต่อดี เราก็เลยถามอันดับแรกคือเรื่องขา ถ้าเกิดช้ากว่านี้ ในส่วนของขา จะเดินได้มั้ย แล้วเราก็กลัวตาจะเป็นอะไรหรือเปล่า คุณหมอก็ไม่รู้ว่ามันลามไปถึงไหน หลังจากที่ทราบ ไม่ถึงสองชม. เข้าห้องผ่าตัดเลย น้องเข้าไป 4 ชม. ออกมาแล้วฟื้น จริงๆ ต้องใช้เวลาอยู่ในไอซียู น้องฟื้นตัวเร็ว ก็ทำการย้ายรพ. เพื่อไปรักษาต่อ”

หลังจากนั้นหมอแจ้งยังไง?คุณแม่ : “หลังจากวันนั้นพอผ่าตัด เราเห็นได้ชัดว่าตาน้องปกติเลย เริ่มดีขึ้น ขาก็ขยับได้เลยขาก็ฟื้นเหมือนเดิม ไม่แดง ไม่บวม เรื่องตาก็โตขึ้น”

ทำไมอยู่ดีๆ ถึงทรุดอีก?คุณแม่ : “ได้ทำคีโมในส่วนที่ผ่าไปคือส่วนด้านหลัง ในส่วนด้านหน้าที่เหลือๆ อยู่ก็ต้องทำคีโมเพื่อจัดการก้อนตัวนี้แล้วเจอเอฟเฟ็กต์ของการทำคีโม มีอาการปากเป็นแผล ในทวารหนัก ในส่วนอวัยะเพศเป็นแผล มีไข้ขึ้นสูง ท้องบวม ทุกอย่างรุมหมด ตอนแรกเหมือนจะโอเค แต่พอใช้เวลาอยู่ประมาณ 2-3 วัน น้องเริ่มอาการไม่ดี มีอาเจียน เป็นน้ำเขียวๆ ออกมา เราก็ตกใจ”

ณ วันนี้ทั้งหมดโดยรวมน้องเป็นยังไง?คุณแม่ : “น้องออกจากห้องไอซียู ตอนนี้อาการท้องบวมลดลง เรื่องแผลในปากก็ดีขึ้น โดยรวมดีขึ้น”

ถามทางอาจารย์หมอ เป็นคุณหมอเกี่ยวกับโรคเลือดและมะเร็งในเด็ก กรณีน้องสกายมีโอกาสหาย?คุณหมอ : “มีครับ โรคมะเร็งในเด็กมีโอกาสตอบสนองกับยาในการรักษาได้ค่อนข้างสูง ในสัดส่วนที่สูงกว่าโรคมะเร็งแบบเดียวกันในผู้ใหญ่ เพียงแต่ว่าในกรณีน้องสกาย มีการกระจายไประบบประสาทส่วนกลางด้วย ไขสันหลัง หรือแม้กระทั่งอาการทางสมอง อย่างตาตกก็เป็นอาการส่วนหนึ่งทางสมอง แล้วเนื่องจากมะเร็งกระจายไปทุกส่วน เราเลยจำเป็นต้องใช้ยาแทรกซึมไปทุกส่วนของร่างกาย ทีนี้ยามีข้อดีคือทำลายเซลล์มะเร็ง เซลล์มะเร็งแบ่งตัวเร็วแต่ยาก็ทำลายได้ แต่ว่าเยื่อบุทางเดินอาหาร ในปาก ในทวารหนัก หรือผมหรือเยี่ยบุต่างๆ มันก็มีผลข้างเคียง ทำให้น้องมีอาการเจ็บคอ เจ็บปาก กินไม่ได้ แน่นอนทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือเม็ดเลือดต่ำ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ต้องตามมาก็รักษาและพยายามป้องกัน ดูแล แก้ไขให้ทันท่วงที แล้วทางรพ. ทีมคุณหมอทีมพยาบาลที่ได้ดูแลน้องสกาย ผมเชื่อว่าเขาดูแลสุดความสามารถแน่นอนดูแลเต็มที่ วัดความดัน ออกซิเจน สัญญาณชีพต่างๆ ให้เต็มที่ พอซึ่งหลังการดูแลอย่างสุดความสามารถ น้องสกายก็ดีขึ้น ออกมาจากห้องวิกฤตนั้นได้”

หลายคนสงสัย น้องสกายเป็นมะเร็งตอมน้ำเหลืองแต่สิ่งที่เจอเป็นก้อนที่กระดูกไขสันหลัง?คุณหมอ : “ส่วนใหญ่เราๆ ท่านๆ จะเข้าใจว่ามันต้องเป็นก้อนอยู่ที่ต่อมน้ำเหลือง ที่คอ รักแร้หรือที่ใดๆ ก็ตาม แต่ว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองพวกนี้สามารถไปกระจายอยู่ในใต้ผิวหนังตรงไหนก็ได้ ยิ่งเป็นเด็กเล็กๆ จะไม่มีทางออกมาเป็นก้อนให้เราคลำได้ในภายนอก ตรงนี้ถึงต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ไม่ว่าจะ mriหรือ ซีทีสแกน แล้วก็นำไปสู่การวิเคราะห์ตรวจไขกระดูกตามมา ขั้นตอนวิธีต่างๆ จำเป็นอย่างยิ่งว่าควรจะใช้ยาและรักษาอย่างไร ก็หวังผลให้เขาหายขาดหรือสำเร็จ การประคับประคองต่างๆ การให้ยาก็จำเป็น”

โอกาสเด็กเป็นแบบนี้ เยอะมั้ย?คุณหมอ : “โรคลักษณะแบบนี้ แน่นอนโรคมะเร็งไม่ใช่โรคที่พบบ่อยในเด็กที่อายุน้อยๆ แต่ถ้าเด็กคนนั้นจะโชคร้ายเป็นโรคมะเร็ง ก็มักจะเป็นมะเร็งระบบเลือดหรือต่อมน้ำเหลือง อย่างมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งการรักษาในเด็กเล็กๆ แทบจะเป็นสูตรเดียวกัน น่าจะหนึ่งในหลายหมื่นคนที่เป็นแบบนี้ บางคนเป็นโรคเดียวกัน แต่อาการมาหลากหลายมาก”

อาการที่น้องเป็น มันเกิดจากอะไร?คุณหมอ : “บางคนก็เกี่ยวกับพันธุกรรมเด็กเอง ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อคุณแม่ แต่ยอมรับว่าหลายๆคน ก็ไม่พบสาเหตุ เพียงแต่ว่าเมื่อวินิจฉัยได้ประเมินได้มีแนวทางการรักษาเป็นมาตรฐาน อาหารการกินอาจไม่ได้ส่งโดยตรง แต่เราพยายามให้ทานอาหารที่สะอาด ไมมีเชื้อโรคปะปน”

ก่อนเด็กจะเป็น มันอยู่ที่อาหารด้วยมั้ย?คุณหมอ : “น่าจะไม่ใช่ปัจจัยหลักซะทีเดียว ปัจจัยภายนอกค่อนข้างไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งในเด็ก เด็กไม่ได้สูบบุหรี่ เด็กไม่ได้ดื่มเหล้า แต่มักจะเป็นความโชคร้ายส่วนตัว อย่างเช่นยีนส์โดยพันธุกรรม แต่ก็อาจเป็นสิ่งที่ที่แพทย์ยังหาอาการไม่พบ แต่ปรากฏอาการป่วยแล้ว ทีมแพทย์จะทราบวาถ้ามีอาการอย่างนี้ จะรักษาอย่างไร จะดูแลอย่างไรเพื่อหวังผลว่าให้หายขาด หรือไม่กำเริบซ้ำ”

น้องเป็นขั้นที่ 4 ถ้าในผู้ใหญ่น่าตกใจ?คุณหมอ : “ครับ แต่ว่ามะเร็งโลหิตวิทยาในเด็ก มันจะเป็นขั้นที่สี่หรือน้อยกว่านั้น การรักษาน้องก็ทำเต็มที่อยู่แล้ว คงเทียบเคียงกับมะเร็งในผู้ใหญ่ไม่ได้”

น้องคุยอะไรกับคุณแม่?คุณแม่ : “บอกวาอยากไปโน่นไปนี่ อยากกินขนม”

ผลการรักษาที่คุณหมอรักษา เป็นไปในทางที่ดี?คุณแม่ : “เป็นไปในทางที่ดีค่ะ เม็ดเลือดขาวก็เพิ่มขึ้น เกล็ดเลือดก็เพิ่มขึ้น แต่ช่วงนี้อยู่ในช่วงสร้างภูมิเพื่อทำคีโมต่อไป”

สุดท้ายอยากพูดอยากขอบคุณใครมั้ย?คุณแม่ : “อยากขอบคุณแฟนคลับน้องและผู้ใจบุญที่ช่วยเหลือในเรื่องค่ารักษาพยาบาลของน้องและในส่วนที่เอาขนม ของเล่นมาให้น้องทุกวันก็ขอบคุณมากๆ เราจะเก็บตรงนี้ไว้รักษาน้องจนกวาน้องจะหายดี แล้วเราจะให้น้องมาขอบคุณทุกคนค่ะ”

หากอยากร่วมสบทบทุนช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายน้องสกาย สามารถโอนไปได้ที่ธ.กสิกร หมายเลขบัญชี 2002334318 และ 6442191393ชื่อธัญลักษณ์ ธัญสม

ก้อยเผยคำพูดสุดประทับใจของพี่ตูน ‘รอเข้าเส้นชัยพร้อมทุกคน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/300929

ก้อยเผยคำพูดสุดประทับใจของพี่ตูน 'รอเข้าเส้นชัยพร้อมทุกคน'

ก้อยเผยคำพูดสุดประทับใจของพี่ตูน ‘รอเข้าเส้นชัยพร้อมทุกคน’

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.33 น.

3 พ.ย.60 หลังจากที่หนุ่มร็อกเกอร์ชื่อดัง “ตูน บอดี้สแลม” ได้เริ่มออกวิ่งในโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” บนระยะทาง 2,191 กม. จาก อ.เบตง จ.ยะลา สู่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก็มีพี่น้องประชาชนออกมาร่วมบริจาคและให้กำลังใจจำนวนมาก

ล่าสุด แฟนสาว อย่าง “ก้อย รัชวิน” ก็ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรม เผยคำพูดในวันที่ตูนวิ่งวันแรกที่ทำให้ประทับใจมากๆ ว่า ต่อให้พี่ตูนจะวิ่งนำหน้า แต่พอเวลาเข้าเส้นชัย พี่ตูนจะตะโกนบอกทุกคนว่า “รอเข้าเส้นชัยพร้อมกัน” โดยมีแฟนคลับมาร่วมให้กำลังใจอย่างล้นหลามเลยทีเดียว

‘เบิ้ล ปทุมราช’เข้ารายงานตัว พร้อมรับหน้าที่พลทหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/300926

'เบิ้ล ปทุมราช'เข้ารายงานตัว พร้อมรับหน้าที่พลทหาร

‘เบิ้ล ปทุมราช’เข้ารายงานตัว พร้อมรับหน้าที่พลทหาร

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 11.09 น.

3 พ.ย.60 ที่ว่าการอำเภอ ปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อเวลา 07.30 น. นักร้องชื่อดัง เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม หรือ นายอาทิตย์ สมน้อย ศิลปินสังกัด บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เจ้าของซิงเกิลเพลง ให้น้องไปสา ได้เข้ารายงานตัวทำหน้าที่พลทหาร รับใช้ชาติ ณ ที่ว่าการอำเภอปทุมราชวงศาแล้ว หลังผ่านการเกณฑ์ทหารกองเกินประจำปี 2560 ผลัด 2 จากนั้นขึ้นรถทหาร เข้าไปฝึกและประจำการ มทบ.12 จังหวัดปราจีนบุรี

เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม เผยว่า “ยังคงภูมิใจเหมือนวันที่จับได้ใบแดงครับ วันนี้ผมมารายงานตัว และจะเข้ากรมทหาร ซึ่งก็ได้ทำหน้าที่ ทหารของพระราชาและประชาชนเต็มตัว  โดยนำหลักคำสอนของพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติใช้ให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าวันนี้งานเพลงกำลังไปได้ดี อย่างเพลง ให้น้องไปสา ก็มียอดวิวคนฟังในยูทูปตอนนี้ 60 ล้านวิว และยังมีคนติดต่อให้ไปเล่นงานคอนเสิร์ตอยู่ก็ตาม แต่ผมเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาในชีวิตผมมันถูกที่ และถูกเวลาเสมอ เมื่อมีโอกาสให้เราต้องทำเพื่อชาติ ในฐานะของลูกผู้ชายคนนึงก็ขอทำให้เต็มที่ คิดว่าเราน่าจะได้อะไรจากช่วงชีวิตการฝึกทหาร อย่างความอดทน ความแข็งแรง ความมีสติในการใช้ชีวิต และอีกหลายด้านๆ ที่ผมต้องเรียนรู้ในช่วงชีวิตนี้ พอออกมา ผมก็กลับมาร้องเพลงเหมือนเดิม เชื่อว่าคนฟังและแฟนคลับของผมยังคงติดตาม และรักความเป็นตัวตนแบบนี้ของผม อยู่ในกรมอาจได้มีโอกาสแต่งเพลงออกมาให้ฟังกัน เพราะถึงยังไงผมก็หนีสิ่งที่ผมรักไม่ได้ กับแฟนคลับ เราห่างไกลเพราะหน้าที่รับใช้ชาติ แต่ผลงานเพลง ยังคงทำให้คิดถึงกันเสมอครับ” เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม กล่าว

‘สตาร์เวิลด์’ ประเดิมโฉมใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/300749

‘สตาร์เวิลด์’ ประเดิมโฉมใหม่

‘สตาร์เวิลด์’ ประเดิมโฉมใหม่

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ช่อง “สตาร์เวิลด์” ภายใต้การดูแลของ ฟ็อกซ์ เน็ตเวิร์คส์ กรุ๊ป เอเชีย ปรับโฉมใหม่เป็น “FOX Life” หรือ “ฟ็อกซ์ ไลฟ์” (AIS Playbox, TOTiptv หมายเลข 201 และ Good TV หมายเลข 53) ตามกลยุทธ์การปรับภาพลักษณ์ให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างสมบูรณ์ เพื่อส่งมอบนวัตกรรมและความบันเทิงในรูปแบบใหม่พร้อมรายการหลากหลายที่ออกแบบมาให้เหมาะกับผู้ชม เน้นนำเสนอเนื้อหาที่เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย ประกอบไปด้วยซีรี่ส์เรื่องดังจากอเมริกาและรายการคอเมดี้ อาทิ Empire, New Girl และ Grey’s Anatomy รวมถึงรายการวาไรตี้ อาทิ Asia’s Next Top Model และBolt of Talent นอกจากนั้นยังมีรายการประกวดชิงรางวัลสุดยิ่งใหญ่จากอเมริกา อาทิ The Emmy Awards และรายการดังอย่าง Masterchef US สิ่งเหล่านี้ถือเป็นกลยุทธ์สำหรับการรีแบรนด์และที่พิเศษมากกว่านั้นคือการปรับเปลี่ยนดีไซน์กราฟิก พร้อมทั้งเพิ่มเติมความตื่นเต้นผ่านสื่อดิจิทัลในทุกรายการอีกด้วย ที่สำคัญยังมีสโลแกนประจำช่องใหม่อย่าง “Turn On” เพื่อดึงดูดใจผู้ชม และนี่ถือเป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญ สำหรับช่องทีวีระดับพรีเมียมจาก “สตาร์เวิลด์” ที่ทุกคนคุ้นเคยมาเป็น “ฟ็อกซ์ ไลฟ์” แบรนด์ระดับโลก