‘เทศกาลตะจาน’ กับการเมืองพม่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160414/225883.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2559
'เทศกาลตะจาน' กับการเมืองพม่า

มนุษย์สองหน้า : ‘เทศกาลตะจาน’ กับการเมืองพม่า : โดย…แคน สาริกา

                    สงกรานต์พม่า หรือ Thingyan ออกเสียงว่า ตะจาน ซึ่งจะตรงกับช่วงวันที่ 12-16 เมษายนของทุกปี
                    เทศกาลน้ำหรือเทศกาลตะจานในรอบ 5-6 ปี นับแต่เมียนมาร์เปิดประเทศ มีภาคเอกชนเข้ามาสร้างเวทีหรือปะรำ ขนาดใหญ่ริมถนน มีคอนเสิร์ตของนักร้องหลากหลายแนวเพลง
                    ทุกเวทีจะมีสายยางฉีดน้ำใส่ผู้ชมด้านล่างให้ได้ร่วมสนุกสนาน ร้องเต้น เล่นสาดน้ำจนเปียกชุ่มกันอย่างเต็มที่
                    แถมมีสถานีโทรทัศน์บางแห่งได้ถ่ายทอดการแสดงดนตรี และการเล่นน้ำอย่างเมามันของวัยรุ่น
                    สำหรับปีนี้ มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมาร์ จากรัฐบาลของพรรคยูเอสดีพี มาเป็นพรรคเอ็นแอลดี ที่มีออง ซาน ซูจี เป็นผู้นำ
                    ถิ่น จอ ประธานาธิบดีพลเรือนคนแรกในรอบ 54 ปี ได้สาบานตัวเข้าทำงานเป็นวันแรกเมื่อ 1 เมษายน ที่ผ่านมา
                    วันเดียวกันนั้น มุขมนตรีภาคย่างกุ้ง ได้ออกคำสั่งห้ามก่อสร้างเวทีหรือปะรำเล่นน้ำในเทศกาลตะจานบนถนน Kaba Aye Pagoda และ Kandawgyi โดยเฉพาะการตั้ง “เวทีเล่นน้ำเชิงพาณิชย์”
                    หลายปีที่ผ่านมา มันกลายเป็นถนนวงแหวนที่แออัดติดขัดรอบเจดีย์ชเวดากอง ประเมินกันว่า เวทีเล่นน้ำทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน มีมากกว่า 300 เวที
                    เนื่องจากเวทีเหล่านี้ ทำให้สูญเสียพื้นผิวการจราจร และก่อให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด
                    ที่สำคัญ รัฐบาลต้องการให้ประชาชนประหยัดน้ำ เพื่อเตรียมเผชิญภัยแล้งอย่างรุนแรงในสองเดือนข้างหน้า
                    รัฐบาลภาคย่างกุ้ง ต้องการให้ประชาชนเฉลิมฉลองเทศกาลตะจานแบบเรียบง่าย และรักษาวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม
                    รัฐมนตรีกิจการชาติพันธุ์คนใหม่ให้สัมภาษณ์ว่า เวทีเล่นน้ำที่ผ่านมา เน้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เสียงเพลงดัง และการแสดงที่ยั่วยุกามารมณ์
                    ที่แย่ที่สุด เทศกาลน้ำกลายเป็นแหล่งค้าประเวณีและยาเสพติด จึงทำให้รัฐบาลใหม่ของพรรคเอ็นแอลดีต้องลุกขึ้นมา “คุมเข้ม” เทศกาลตะจาน
                    ก่อนถึงเทศกาลตะจาน 1 สัปดาห์ ตำรวจย่างกุ้งได้เข้าตรวจร้านขายยา และยึดยาเสริมสมรรถภาพทางเพศไปจำนวนหนึ่ง
                    ตำรวจบอกว่า ยาปลุกเซ็กส์เหล่านี้จะขายดีในช่วงเทศกาล และการเล่นน้ำแบบสนุกสุดเหวี่ยง ด้านหนึ่งได้กลายเป็นปาร์ตี้เซ็กส์ไปโดยปริยาย
                    แต่การที่ทางการมาออกคำสั่งห้ามกะทันหัน ได้ทำให้ส่งผลให้ภาคเอกชนโวยลั่น เพราะมีการประชาสัมพันธ์ และติดตั้งเวทีเล่นน้ำไปแล้ว
                    5-6 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจพม่าขยายตัว มีการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น และวัฒนธรรมบริโภคแบบตะวันตกก็ทะลักเข้าผ่านสื่อใหม่
                    ภาคเอกชนจึงใช้เทศกาลตะจานจัดอีเวนท์โปรโมทแบรนด์สินค้า จึงทำให้ปะรำหรือเวทีเล่นน้ำผุดขึ้นมากมาย ทั้งในย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์
                    ขนาดบริษัทอีเวนท์ยักษ์ใหญ่ของไทยยังเคยเข้าไปรับจัดงานเทศกาลน้ำ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ชาวพม่ามาแล้ว
                    ดังที่ทราบกัน ออง ซาน ซูจี มีแนวคิดค่อนข้างอนุรักษนิยมทางวัฒนธรรม เธอจึงไม่ต้องการเห็นเยาวชนพม่ามั่วสุมยาเสพติดและเซ็กส์
                    นักการเมืองพรรคเอ็นแอลดีต้องการให้ตะจานกลับมาเป็นเทศกาลน้ำที่ยึดถือวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติ ไม่ใช่เป็นอีเวนท์ขายสินค้าชื่อยาเสพติด และกามารมณ์
                    เทศกาลตะจาน พ.ศ.นี้ จึงเป็นเทศกาลท้าทายการจัดระเบียบสังคมของอำนาจใหม่ของพรรคเอ็นแอลดี
————————-
(มนุษย์สองหน้า : ‘เทศกาลตะจาน’ กับการเมืองพม่า : โดย…แคน สาริกา)

‘เขมรแดง’บนแผ่นฟิล์ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160218/222663.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559
'เขมรแดง'บนแผ่นฟิล์ม
'เขมรแดง'บนแผ่นฟิล์ม

“เขมรแดง” บนแผ่นฟิล์ม : มนุษย์สองหน้า โดย… แคน สาริกา

          คนไทยอาจสนใจข่าวอาจารย์หนูนั่งเครื่องบินไปพนมเปญ เพื่อสักยันต์ให้ แองเจลีนา โจลี นักแสดงสาวชื่อดังก้องโลก โดยไม่มีใครสนใจข่าวสารการเดินทางมาพำนักอยู่ในกัมพูชานานนับเดือนว่าเธอมาทำอะไร?
          กลางเดือนกันยายน ปีที่แล้ว มีรายงานข่าวว่า แองเจลีนา โจลี เข้าพบ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการภาพยนตร์เรื่อง “First They Killed My Father : A Daughter of Cambodia Remembers” ที่เขียนโดย เลือง อุง นักเขียนและนักสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้บันทึกความทรงจำของเด็กหญิงคนหนึ่งที่รอดชีวิตจากระบอบเขมรแดง
          ดังที่ทราบว่า ยุคสมัยการปกครองของเขมรแดง มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเขมรถึง 2 ล้านคน โดยสมเด็จฮุน เซน ก็สนับสนุนให้ “โจลี” สร้างหนังเรื่องนี้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจถึงการโค่นระบอบเขมรแดง และการสถาปนารัฐกัมพูชาใหม่
          เดือนธันวาคม “โจลี” พร้อมครอบครัวเดินทางมากัมพูชา เพื่อเตรียมการถ่ายทำหนัง และเธอได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน 2015 International Cambodia Film Festival จัดขึ้นในกรุงพนมเปญ
          แบรต พิตต์ สามีของโจลี ให้สัมภาษณ์นิตยสาร Glamour ว่า “ผมเชื่อว่าบทบาทของแองเจลีนาในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์นั้น เพิ่งจะเริ่มต้น และหากในอนาคตเธออยากจะสร้างหนังร่วมกับผมอีก ผมก็มีคำตอบเดียวให้เธอ คือใช่”
          ว่ากันว่า แรงบันดาลใจที่เธอเลือกสร้างหนังเรื่องนี้ เพราะกัมพูชาเป็นบ้านเกิดของ “ฟอร์ด แมดด็อกซ์” ลูกชายวัย 14 ปี ลูกชายบุญธรรมที่โตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเธอรับมาเลี้ยงดูเมื่อปี 2545 ในช่วงที่เธอรับบทนำในหนังเรื่อง Tomb Raider ที่ถ่ายทำในอุทยานประวัติศาสตร์พระนคร แหล่งมรดกโลกของกัมพูชา
          วันนี้ “แมดด็อกซ์” กำลังโตเป็นหนุ่ม โจลีก็หวังให้ลูกบุญธรรมได้จดจำและระลึกว่า ตนเองเป็นใครมาจากไหน
          การถ่ายทำฉากสุดท้ายของหนังเรื่องนี้คือ ฉากกองทัพเขมรแดงยึดพนมเปญ เมื่อ 17 เมษายน 2518
          ทีมงานโจลีได้ยึดเอาเมืองพระตะบองเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากใหญ่ โดยปิดเมือง 5 วัน เพื่อจำลองสถานการณ์ในอดีต
          ประวัติศาสตร์นาฏกรรมแห่งชาวกัมพูชาในเวลานั้น บันทึกไว้ว่า กลุ่มเขมรฝ่ายขวานำโดย นายพลลอนนอล ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ “กษัตริย์สีหนุ” ในเดือนมีนาคม 2513 พร้อมกับสาธารณรัฐเขมร ที่มีสหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุน
          การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองดังกล่าวส่งผลให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนหนุนช่วย “พรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา” หรือ “เขมรแดง” ก่อการลุกฮือต้านรัฐบาลลอนนอลในเขตชนบท และเช้าตรู่วันที่ 17 เมษายน 2518 ตรงกับวันปีใหม่ของชาวกัมพูชา กองทัพเขมรแดงก็เคลื่อนเข้ายึดกรุงพนมเปญ ปิดฉากรัฐบาลเขมรฝ่ายขวา
          การปกครองภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา นำมาซึ่งโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ เมื่อมีชาวเขมรนับล้านคนถูกฆ่าตายในทุ่งสังหาร ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ล้านคน นับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เลวร้ายที่สุดของศตวรรษที่ 20
          สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีที่โตมาจากกองทัพเขมรแดง ได้กล่าวย้ำอยู่เสมอว่า ความโหดร้ายของพลพตทำให้เขาและคณะเขมรกู้ชาติตัดสินใจก่อการล้มล้างระบอบเขมรแดงเมื่อปี 2522
          นักการเมืองจอมเก๋าแห่งพนมเปญ จึงวาดหวังให้หนังของโจลีเป็นบทเรียนสำคัญแก่คนรุ่นใหม่กัมพูชา ได้เข้าใจว่า กว่าจะเป็นกัมพูชาที่กำลังรุ่งเรืองในปัจจุบัน พวกเขาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาอย่างไรในอดีต
          หากไม่มีวันนั้น ก็ไม่มีวันนี้ หนังของโจลีจะเป็นส่วนหนึ่งของการบอกเล่าประวัติศาสตร์บาดแผลแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์