อร่อยปลอดเนื้อ (สัตว์)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มกราคม 2559 เวลา 17:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411811

อร่อยปลอดเนื้อ (สัตว์)

โดย…อัคร เกียรติอาจิณ

บางคนเนื้อสัตว์อาจยังจำเป็นต่อชีวิต แต่รายที่ได้ประกาศตัวเป็นมังสวิรัติแบบไม่เคร่ง (เวเจ็ตทาเรียน) หรือเคร่งสุดฤทธิ์ (วีแกน) เนื้อสัตว์คงไม่สำคัญอีกต่อไป ยิ่งเฉพาะกลุ่มหลัง แม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวพันกับสัตว์ จะด้วยวิถีทางใดๆ เช่น น้ำผึ้ง ก็ย่อมขอหลีกให้พ้นจากจานอาหาร

มีคนดังจำนวนไม่น้อยที่เดินเข้าสู่ถนนสายไร้เนื้อสัตว์ ที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยๆ คือนักแสดงรางวัลออสการ์ “นาตาลี พอร์ตแมน” ไม่กินเนื้อสัตว์มาตั้งแต่เด็กๆ ก่อนจะยกระดับเป็นวีแกนเมื่อปี 2009 ด้วยเหุตผลเพราะรักสัตว์ และเชื่อว่าสัตว์ก็มีชีวิตจิตใจ

อดีตนักมวยฉายา “มฤตยูดำ” และกำลังมีผลงานบู๊เดนตาย Ip Man 3 “ไมค์ ไทสัน” ด้วยความที่รักนกพิราบ ช่วงหลังเขาจึงประกาศตัวเป็นวีแกน แถมเคยเป็นพรีเซนเตอร์พร้อมสโลแกน Love Animals, Don’t Eat Them (รักสัตว์ อย่ากินพวกเขา)

 

ไทสันพูดได้ดี การหันมาเป็นวีแกนเพราะอยากดูแลสุขภาพ แล้วมันยังช่วยให้จิตใจสงบลง ต่างกับเมื่อก่อนอารมณ์มักจะเกรี้ยวกราดฉุนเฉียว ซึ่งเหตุการณ์โลกตื่นตะลึงที่เขากัดใบหู อีแวนเดอร์
โฮลีฟิลด์ ในยกที่ 3 ปี 1997 ก็เป็นความร้ายกาจทางอารมณ์เด่นชัด (หรือเปล่า?)

นอกจากนี้ “โทบี แม็กไกวร์” “คริสเตียน เบล” “กวินเนธ พัลโทรว์” “เดมี มัวร์” “เคต วินสเลต” “โจควิน ฟีนิกซ์” “จอช ฮาร์ตเนตต์” กระทั่งราชินีเพลงป๊อป “มาดอนนา” ก็มีชื่ออยู่ในลิสต์ ส่วนคนดังบ้านเรา เช่นว่า “ป้าจิ๊-อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ” “เจ-มณฑล จิรา” “หมิว-ลลิตา ศศิประภา”

ใครที่อยากจะลองกินมังสวิรัติบ้าง จะยึดคนดังเป็นต้นแบบ หรือเริ่มต้นที่ตัวเอง อาจไม่ต้องสุดโต่ง ค่อยๆ ปรับไปทีเล็กละน้อย หรือถ้าเงื่อนไขว่าช่างหาร้านมังสวิรัติได้ยากจัง ขอให้แวะมาร้านบร็อคโคลี่ เรฟโวลูชั่น (Broccoli Revolution ปากซอยสุขุวิท 49 โทร. 02-662-5002)

 

เจ้าของ หนู-ณยา เอียร์ลิคซ์-อาดัม (ที่หันมาละเว้นเนื้อสัตว์ใหญ่เมื่อปีที่แล้ว และปีนี้ตั้งใจจะเป็นมังสวิรัติเต็มตัว) เล่าว่า หัวใจของการทำอาหารมังสวิรัติ คือ ต้องทำง่าย วัตถุดิบสดและใหม่ ขณะที่ส่วนผสม อะไรที่เรียกยากและยาวๆ เลี่ยงได้จะดี

“อาหารที่ดีและมีประโยชน์ส่วนผสมที่ไม่สามารถออกเสียงได้ หรือมีชื่อยาวๆ จำยากๆ ก็อย่ากินเป็นดีค่ะ เช่น โมโนโซเดียมกลูตาเมต เพราะมันไม่มีประโยชน์เลยค่ะ อาหารที่หนูทำขายก็จะเป็นอาหารที่ทำให้ลูกและสามีกิน ความตั้งใจของหนูก็แค่แม่บ้านคนหนึ่งที่อยากเลิกกินเนื้อสัตว์ และอยากให้ทุกคนสามารถทำเมนูเหล่านี้กินเองได้ที่บ้าน อนาคตก็อยากแบ่งปันประสบการณ์ทำคุกกิ้งคลาสด้วยค่ะ”

อาหารมังสวิรัติของที่นี่ผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตก แต่เน้นมากที่สุด คือ น้ำผักผลไม้ 18 สูตรที่คั้นและปั้นจากผักผลไม้อินทรีย์ ไล่เรียงตามความนิยมก็ต้องยกให้ สูตร 1 อันมีนางเอกเป็นผักเคล (Kale) หรือกะหล่ำปลีสีเขียวเข้มใบหยิก ได้รับการยกย่องว่าเป็น Queen of the Green ปั่นกับผักโขม แตงกวา แอปเปิ้ลเขียว และเซลารี เพิ่มรสเปรี้ยวด้วยมะนาว และได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของขิง

 

แก้วนี้สีเขียวอาจทำเอาหลายคนผวา แต่เมื่อได้ลองจิบจะเปลี่ยนความคิด เพราะประโยชน์ล้นจนน่าอัศจรรย์ ธาตุเหล็กสูงกว่าเนื้อวัว มีแคลเซียมสูงกว่านม วิตามินซีก็สูงปรี๊ด และสารอาหารอื่นๆ อีกเพียบ วิตามินเอ วิตามินเค โพแทสเซียม สารต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แถมคาร์โบไฮเดรตต่ำ

“ที่นี่มีอาหารหลากสัญชาติ สเปน ตะวันออกกลาง เวียดนาม ไทย เหมือนไปเที่ยวรอบโลกเลยค่ะ คำว่าอร่อย สำหรับหนูคิดว่ามันคือรสชาติที่คืนสู่สามัญ นั่นหมายถึงมันต้องมาจากการต้ม หรือกินสด แต่หนูก็ไม่ขนาดนั้น ยังอยากกินอาหารร้อนเหมือนกิน จะให้รอว์ หรือดิบ ที่ต้องทำต่ำกว่า 40 องศา บางทีรสชาติอาจจะชืดๆ อาหารที่นี่ก็คืออาหารที่หนูชอบกิน”

“ข้าวกะเพราเห็ด” กะเพราจ๋ามาเลย กลิ่นลอยมา ส่วนรสชาตินั้นใครว่ากะเพรามังสวิรัติจืดสนิท ผิดถนัด ลิ้นรับรู้ได้ถึงกะเพรา พริกและใบกะเพราะใส่ไม่ยั้ง กินกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ หลับตาก็แทบไม่เชื่อว่านี่คือกะเพราเห็ด

“สลัดแตงโม” ให้ความสดชื่นมากๆ แตงโมที่โดนข้อหาว่าเป็นผลไม้น่ากลัว หวานก็จริง แต่หวานจากสารเคมี ที่นี่มั่นใจได้ เพราะมาจากไร่เกษตรอินทรีย์ ผ่ากันสดๆ เฉาะกันเห็นๆ หั่นเป็นชิ้นพอคำ เสิร์ฟกับผัดสลัด น้ำสลัดรสไม่จัดจ้าน อาจไม่สำคัญเท่าความหวานฉ่ำของแตงโม

“หนูจะพยายามเลือกวัตถุดิบจากไร่เล็กๆ ที่เป็นเกษตรอินทรีย์จริงๆ และใช้เวลาไม่นานในการเดินทางมาส่งสินค้า เพราะหนูอยากให้วัตถุดิบคงความสดใหม่ทุกวัน อีกทางหนึ่งก็เป็นการช่วยเหลือเกษตรอินทรีย์ที่มีแนวคิดเดียวกันด้วยค่ะ”

“ซุปมะเขือเทศเย็น” ขึ้นชื่อว่าซุป ไม่จำเป็นต้องร้อน กินซุปเย็นก็อร่อยไปอีกแบบ หอมหวานมะเขือที่ปลูกด้วยใจ ปราศจากรสครีมเข้มข้นบิขนมปังฝรั่งเศสแล้วจุ่มลงถ้วยซุป ไม่หนำใจ ยกถ้วยซุปเลยเถอะ

มาถึงซิกเนเจอร์ที่ทำให้ลืมเนื้อสัตว์ไปชั่วขณะ “เบอร์เกอร์บร็อกโคลี่” ขนมปังผงถ่านสีดำปี๋ แต่มีความหอมนุ่ม ทีเด็ดจานนี้อยู่ที่นำบร็อกโคลี่ต้มปั่นแล้วปั้นเป็นก้อน ชุบซูเปอร์ฟู้ดที่ชื่อคีนัว ทอดให้เกรียบอีกหน่อย ท็อปด้วยซอสอโวคาโดบดกับซัลซามะเขือเทศ ครบความอร่อยในชิ้นเดียว

“ร่างกายคนเรามีความต่างกัน หนูไม่ได้บอกว่ากินมังสวิรัติจะดีกว่าไม่กิน เพราะบางคนก็ยังจำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์ หนูอยากให้มองว่ามันคือทางเลือกหนึ่ง ส่วนตัวหนูคืออยากลองไม่กินเนื้อสัตว์ว่าดีมั้ย ซึ่งผลลัพธ์ หนูไม่เป็นหวัดเลย ระบบย่อยและการขับถ่ายก็ดีขึ้น เรื่องอารมณ์ ปกติหนูเป็นคนใจร้อน ก็เย็นลงกว่าเดิมเยอะมาก”

 

กลับมารักอาหารไทย @ คาเฟ่ นาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มกราคม 2559 เวลา 17:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411806

กลับมารักอาหารไทย @ คาเฟ่ นาว

โดย…ลีโอ เคน

คาเฟ่ นาว (Cafe Now) คาเฟ่น้องใหม่ย่านทาวน์ อิน ทาวน์ ที่เปิดต้อนรับผู้ที่หลงลืมอาหารไทยสมัยคุณแม่ คุณยาย ให้กลับมาหลงรักอาหารไทยอีกครั้ง

เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจของชาวพร็อพพาแกนดา (Propaganda) ที่ฝันว่าสักวันหนึ่งเขาจะเปิดร้านขายอาหาร ที่นอกจากจะมีกาแฟดีๆ แล้วรสชาติอาหารจะต้องเป็นที่ประทับใจและกินได้ทุกมื้อแถมพกด้วยบรรยากาศเท่ๆ สไตล์พร็อพพาแกนดา ดังนั้นจึงเนรมิตพื้นที่ชั้น 1 ของออฟฟิศ เป็นร้านอาหารน้องใหม่ที่รวมเรื่องราวดีๆ แบบที่ตั้งใจเอาไว้อย่างครบครัน

ร้านแห่งนี้เปิดต้อนรับด้วยเคาน์เตอร์บาร์ที่ปูด้วยกระเบื้องสีขาวสะดุดตา ด้านในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลากหลาย ที่มีกลิ่นอายแบบวินเทจผสมกับอินดัสเตรียล เพิ่มเสน่ห์และลูกเล่นด้วยของตกแต่งที่ล้วนเป็นของสะสมของเจ้าของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ลูกโลก เครื่องพิมพ์ดีด กรอบรูป และหีบโบราณต่างๆ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์สไตล์สแกนดิเนเวีย อังกฤษ และนิวยอร์ก ต่างขับล้อกันอย่างเพลินตา

แม้ร้านจะมีลุคเท่ๆ แต่เมนูอาหารของที่นี่สุดเซอร์ไพรส์เพราะเสิร์ฟอาหารไทยต้นตำรับจากหลายท้องถิ่น โดยได้โบและดีแลนจากร้านโบลาน (Bo.lan) มาเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารให้ แน่นอนนอกจากรสชาติจะประทับใจ เรายังจะมั่นใจว่าจะได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพราะทางร้านจะคัดเลือกวัตถุดิบชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นผักปลอดสารจากเชียงใหม่ นครนายก และยังมีผักบางชนิดที่ปลูกเอง กระทั่งเนื้อสัตว์ก็ได้มาจากฟาร์มที่เลี้ยงตามธรรมชาติ

 

วันนี้เราเริ่มต้นเบาๆ ด้วย ลาบเหนือ ที่มีเครื่องแกงลาบเหนือ หมูสับ หนังหมู ผักแพว กระเทียมทอด กินแล้วพอทำให้อาการคิดถึงอาหารเหนือทุเลา

ต่อด้วยเมนูง่ายๆ ที่ชวนให้นึกถึงครั้งวัยเยาว์ ข้าวแมว อาหารจานเดียวที่มีเพียงปลาทูทอดอวบๆ และน้ำปลาชั้นดี แกมด้วยพริกและหัวหอมซอย เรียกรอยยิ้มได้ไม่น้อย

พูดถึงอาหารไทยสิ่งที่ควรเรียกหาก็คือน้ำพริก น้ำพริกปลาทูย่าง คืออีกหนึ่งเมนูขายดี ปลาทู พริก หอม กระเทียม นำไปย่างแล้วโขลกพอแหลก หอมกลิ่นย่างไฟจางๆ เสิร์ฟพร้อมผักตามฤดูกาล รวมไปถึงผลไม้ อย่าง ฝรั่ง ชมพู่ มะม่วง มันแกว ความแปลกใหม่ที่ผสานกันจนกลายเป็นความอร่อย

 

ปิดท้ายมื้อด้วย หมูสับปลาเค็ม หมูกับปลาเค็มนำมาสับรวมกัน พร้อมเครื่องแกง สับจนเขากัน เด้งนุ่มแบบไม่ต้องอาศัยบอแรกซ์ แล้วนำไปทอดจนสีสวย เวลาเสิร์ฟแนมมาด้วยพริกขี้หนู เวลากินกัดพริกลงไปบอกได้เลยว่าฟินสุดๆ

นอกจากนี้ทางร้านยังเสิร์ฟกาแฟดริป และชารสดีให้ลิ้มลองอีกด้วยนะครับ

คาเฟ่ นาว หมู่บ้านทาวน์ อิน ทาวน์ ถนนศรีวรา ซอย 11 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 น.ให้รับชา กาแฟ และเครื่องดื่มกันแบบชิลๆ ไปก่อน แต่หากจะมาชิมอาหารเมนูที่คิดถึงครัวเปิด11.00-19.30 น. โทร. 09-8308-8210

 

อาหารมงคลวันตรุษจีน โชคดี เจริญ ร่ำรวย ปลอดภัย เปี่ยมไปด้วยรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มกราคม 2559 เวลา 16:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411799

อาหารมงคลวันตรุษจีน โชคดี เจริญ ร่ำรวย ปลอดภัย เปี่ยมไปด้วยรัก

โดย…ปณิฏา สุวรรณปาล

นอกจากจะมีประชากรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว คนจีนยังกระจายอยู่แทบทุกมุมของโลกใบนี้ พร้อมพกวัฒนธรรมประจำเชื้อชาติติดตัวไปด้วยอย่างเข้มแข็ง แม้สำหรับคนรุ่นใหม่แล้ว การสืบสานบางอย่างอาจจะเริ่มผิดเพี้ยนไปบ้าง ทว่ามื้อสำคัญรับวันตรุษจีนอันเป็นมื้อมงคลเอาฤกษ์เอาชัย ยังคงมีการรวมตัวกันของครอบครัวเป็นประจำทุกปี แม้จะเปลี่ยนรูปแบบจากการปรุงรับประทานล้อมวงกินกันในบ้าน มาเป็นการสังสรรค์กันตามร้านอาหารเสียมาก

วันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน (ปีนี้ตรงกับวันที่ 8 ก.พ.) คนเชื้อสายจีนที่ครอบครัวที่กระจัดกระจายออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง จะได้กลับมารวมตัวกันครั้งใหญ่ โดยจะรวมตัวกันรับประทานอาหารมื้อสำคัญในวันก่อนวันขึ้นปีใหม่ (Chinese New Year’s Eve) เป็นมื้อมงคล ซึ่งทั้งรูปทรง สีสัน ชื่อเรียก รวมไปถึงจำนวนล้วนแล้วแต่มีความหมายทั้งสิ้น

มื้อแห่งการรวมตัวของครอบครัวจีน ส่วนใหญ่มักจะประกอบด้วยอาหารทะเลชนิดต่างๆ รวมทั้งอาหารที่มีลักษณะเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นเส้นยาวๆ หรือประกอบด้วยหลายๆ ชั้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ครอบครัวที่กลับมารับประทานอาหารร่วมกันประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง เฟื่องฟู สำเร็จ มั่นคง มีโชคมีลาภ มีความก้าวหน้า ปลอดภัย สุขภาพดี และอื่นๆ อีกมากมายที่เต็มไปด้วยความดีงาม

อาหารมงคลจานที่มีกุ้งเป็นส่วนประกอบ หมายถึง ความมีชีวิตชีวา และสิ่งน่าปีติยินดี ส่วนหอยนางรมแห้ง หมายถึง สิ่งดีๆ ทุกอย่างกำลังจะเข้ามาในชีวิต สลัดปลาดิบ (หยี่ซั้ง) ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ปลาแซลมอนในการปรุง (มีส่วนผสม ตั้งแต่ส้มโอแกะ มันฝรั่งหั่นเส้นทอด เผือกหั่นเส้นทอด มะละกอดิบหั่นเส้น มันแกว หั่นเส้น งาคั่ว ถั่วทอดบด แครอตหั่นเส้น แมงกะพรุนปรุงรส) ก็เชื่อว่าจะทำให้ในปีนั้นมีแต่ความโชคดีและเจริญรุ่งเรือง

 

ในมื้อมงคลยังมักมีอาหารที่มีลักษณะเป็นก้อนๆ ต้มในน้ำซุปลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี๊ยวน้ำ บัวลอย ฯลฯ ก็เป็นตัวแทนของโชคลาภดีๆ ที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัว นอกจากนี้ยังมี Fai-hai หรืออาหารที่มีลักษณะเหมือนเส้นผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาหร่ายเส้นผม ก็หมายถึง ความเจริญ รุ่งเรือง มั่งคั่ง เฟื่องฟู

มิเพียงแต่ส่วนผสมที่มากไปด้วยความหมาย หากเสียงของชื่ออาหารแต่ละชนิดเองก็มีส่วนในความเป็น “มงคล” ด้วย อย่างเช่น คำว่า เม็ดบัว ในภาษากวางตุ้งจะออกเสียง เหลียนซี เหมือนคำว่า โชคกำลังพุ่งและดวงกำลังดี เช่นเดียวกับคำว่า ส้มโอ ที่เสียงในภาษาจีนเหมือนคำว่า มั่งมี โดยในการรับประทานหยี่ซั้ง ต้องมีการแกะส้มโอออกมาทีละกลีบเล็กๆ ก่อนจะนำมาคลุกให้เข้ากันเป็นสลัดหรือยำ เปรียบได้กับสมาชิกครอบครัวแต่ละคนที่กระจัดกระจายไปอยู่ในสถานที่ที่แตกต่างกัน แต่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งช่วงปีใหม่ โดยการคลุกเคล้าจานหยี่ซั้งให้เข้ากัน (แม้ไปรับประทานในร้านอาหารก็จะได้มาคลุกด้วยตัวเอง) เรียกว่า เหลากี้ ซึ่งก็เหมือนการกวนโชคลาภ เพื่อดวงจะได้ดีในอนาคต

 

 

คำ หยี่ ซึ่งแปลว่า ปลา ก็มีเสียงพ้องกับคำว่า ความอุดมสมบูรณ์ มีเหลือกิน เหลือเก็บ หยี่ซั้ง ที่เป็นสลัดหรือยำปลาดิบ จึงเป็นอาหารจานมงคลที่สำคัญยิ่ง และเหตุผลที่นิยมปลาแซลมอนก็เพราะว่าเป็นปลาซึ่งมีอุตสาหะ เปรียบเสมือนชาวจีนที่ทำมาหากินอย่างมานะอดทน จึงมีเหลือเก็บนั่นเอง ชาวจีนเชื่อว่าถ้าได้เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการรับประทานหยี่ซั้ง ก็จะโชคดีไปตลอดทั้งปี

ยังมีเห็ดชิตาเกะ หรือภาษาจีนเรียกว่า ดองกุ ซึ่งไปพ้องกับสำนวนจีนว่า “ดอง เช็ง ซี จิว” หมายถึง การอวยพรให้ทุกท่านเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ส่วนผลอินทผลัมออกเสียงว่า ลองเซา ซึ่งหมายความว่า ความมั่งมีจะมาตั้งแต่ต้นปี ขณะที่คำว่า ส้มเช้ง-ส้มเขียวหวาน ก็ออกเสียงเหมือนกับ โชคดี-มั่งมีถ้วนหน้า อะไรประมาณนั้น

มื้อมงคลที่เป็นการรวมญาติต้องไม่ลืมความหวานปิดท้ายมื้อ โดยส่วนใหญ่ของหวานมื้อตรุษจะนิยมขนมรูปร่างเป็นกลุ่มก้อนกลม หรือลักษณะเป็นชั้นๆ ทั้งชั้นแบบที่เห็นเป็นเลเยอร์ รวมทั้งการห่อหลายๆ ชั้น เมนูขนมมีความหมายมากมาย เริ่มตั้งแต่ความหวาน ที่หมายถึงชีวิตที่มั่งมีและหอมหวาน ขณะที่ชั้นของขนมแสดงความเจริญรุ่งเรืองเพิ่มขึ้นทุกปีๆ ส่วนลักษณะกลมๆ หมายถึง มิตรภาพและความกลมเกลียวของครอบครัวที่กลับมารวมกันเป็นหนึ่งอย่างมีพลัง

คำว่ากลม หรือหยวน ยังแปลว่า ความพึงพอใจ และมีอีกความหมายคือ การประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยในมื้อคลาสสิก บางบ้านอาจเสิร์ฟขนมเปี๊ยะ เรียกแบบจีนว่า เหนียน เกา โดยคำว่า เกา นั้น แปลว่า สูง ในภาษาจีน ขนมเหนียน เกา จึงเป็นเครื่องแสดงสถานะทางสังคมที่จะสูงขึ้นในปีใหม่นี้

ห้องอาหารวูว์ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ที่เพิ่งได้เชฟแคสสึดี้ เฉิ่น เชฟครัวจีนชาวสิงคโปร์มาร่วมงานหมาดๆ จัดเมนูมงคลต้อนรับตรุษจีนเป็นครั้งแรกของโรงแรมหรูแห่งนี้ กับเมนูอาหารจีนยอดนิยมและของหวานที่เป็นสิริมงคลมากมาย จากวัตถุดิบชั้นดีมาปรุงเป็นมื้อพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. (Chinese New Year’s Eve) ไปจนถึง 22 ก.พ.ศกนี้ เวลา 18.00–23.00 น. พร้อมเสิร์ฟทั้งแบบเชตเมนูอาหารมื้อค่ำ และแบบอะลาคาร์ต รวมทั้งสั่งกลับบ้าน สำหรับกลางวันและอาหารเย็นอันเป็นมงคล (โทร. 02-207-7813 หรืออีเมล fb.bangkok@stregis.com)

สำหรับเชตเมนูอาหารมื้อค่ำ ราคา 3,888 บาท++ ต่อเชต (เหมาะสำหรับ 4 ท่าน) เริ่มจากสลัดปลาดิบ “Lo Hei Yu Sheng” หรือหยี่ซั้ง เป็นเมนูโชคดีปีใหม่ โดยชื่อ โหลเหหยี่ซั้ง หมายถึง ความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง มีพลังอำนาจ

ตามมาด้วย Double Boiled Chicken Consomme, Cordyceps and Chinese Wild Yam น้ำซุปไก่เข้มข้นเนื้อนุ่ม ตุ๋นนานถึง 6 ชั่วโมง กับดอกถั่งเช่า และมันเทศจีน ความหมายของอาหารจานนี้ หมายถึง การมีสุขภาพสมบูรณ์ ความอยู่รอดปลอดภัย

 

อีกจานที่หมายถึงความโชคดี Steamed Grouper, Hong Kong Style เมนูเจ้าสมุทรสุขสำราญ ปลาเก๋านึ่งสูตรดั้งเดิมสไตล์ฮ่องกง เชื่อว่าจะนำพาความอุดมสมบูรณ์มีกินมีใช้ตลอดปีและความเจริญรุ่งเรือง

ต่อด้วย Slow-Braised Abalone, Heart of Cabbage, Chinese Wolfberries and Superior Oyster Sauce เป๋าฮื้ออบสไตล์จีน เก๋ากี้ ผักกาดขาวปลี ซอสหอยนางรมพรีเมียม จานนี้รับประทานเพื่อความมั่งคั่ง รุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีความความเป็นอยู่ที่สมบูรณ์ตลอดทั้งปี (คำว่า เป๊า แปลว่า ห่อ และ ฮื้อ หมายถึง เหลือกินเหลือใช้ รวมกันคือความมั่งคั่งเหลือกินเหลือใช้มาให้ลูกหลาน)

จานคาวจานสุดท้าย Wok-Fried Golden Fried Rice and Jumbo Crab Meat ข้าวผัดฮ่องเต้เนื้อปู หมายถึง ร่ำรวยเงินทอง ชื่อเรียกภาษาจีน แปลว่า เงินทองกองเต็มโต๊ะ

ปิดท้ายด้วยของหวาน Double Boiled Snow Fungus, Red Dates and Lotus Seeds เห็ดหูหนูขาว พุทราจีนและเม็ดบัว เสิร์ฟในน้ำเชื่อมร้อนๆ หมายถึง ครอบครัวอบอุ่นอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข (เห็ดหูหนูขาว หมายถึง ความเจริญงอกงาม ความมั่งคั่ง  พุทราจีน หมายถึง ความร่ำรวย ความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์ เม็ดบัว หมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย)

ในการรับประทานมื้อมงคล มื้อสำคัญที่สุดก็คือคืนวันก่อนวันขึ้นปีใหม่ ที่วัฒนธรรมดั้งเดิมจะมีการล้อมวงกินข้าวกันบนโต๊ะกลม โดยมีการก่อไฟอยู่ตรงกลางเพื่อสร้างความอบอุ่น ซึ่งความเชื่ออีกอย่างหนึ่งคือ การรับประทานอาหารในมื้อก่อนปีใหม่นี้ อย่ารับประทานให้หมดเกลี้ยงจาน ให้รับประทานเหลือเอาไว้บ้าง เพื่อที่วันรุ่งขึ้น หรือปีหน้า จะได้มีเหลือกินเหลือใช้ตลอดทั้งปี

 

ก๋วยเตี๋ยว10บาท รสถูกปากราคาถูกใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มกราคม 2559 เวลา 11:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/411649

ก๋วยเตี๋ยว10บาท รสถูกปากราคาถูกใจ

โดย…เสถียร ท้วมจันทร์

ยุคเศรษฐกิจตกต่ำข้าวยากหมากแพง แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่งไม่มีชื่อ แต่ชาวบ้านจะเรียกกันติดปากว่า “ร้านต้นมะขาม” ตั้งอยู่หลังโรงเรียนรางกระทุ่ม ต.ไผ่ขวาง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี บริเวณตรงข้าม บริษัท ป.ทรัพย์วงษ์ทอง กลับขายราคาถูกชามละ 10 บาท รสชาติอร่อย กินแล้วอิ่มท้อง กลายเป็นขวัญใจคนมีรายน้อยลูกค้าแห่ไปอุดหนุนอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน

วรรณทนีย์ สุขสมวงษ์ หรือเจ๊ผึ้ง เจ้าของร้านต้นมะขาม บอกว่า ยึดอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวมานานกว่า 10 ปี ที่ขายราคาถูกเพราะใช้แรงงานครอบครัว ทำให้ต้นทุนต่ำเพราะไม่ต้องจ้างแรงงานเหมือนร้านอื่นๆ แต่อาหารที่ขายให้ลูกค้าได้รับประทานจะเลือกสรรวัตถุดิบเกรดดี เพื่อให้ลูกค้าในหมู่บ้านและประชาชนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ถูกปากราคาถูกใจ

 

“ที่ผ่านมามีทั้งลูกค้าประจำและลูกค้าขาจรแน่นจนล้นร้านตลอดทั้งวัน ส่วนในช่วงเทศกาลลูกค้าเยอะกว่าวันธรรมดา ต้องรอคิวรับประทานเลยทีเดียว โดยร้านจะเริ่มเปิดขายตั้งแต่เวลา 06.00-14.00 น.แล้วแต่ว่ามีความติดพันของลูกค้ามากน้อยแค่ไหน โดยขายก๋วยเตี๋ยวราคา 10 บาท เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาจนมาถึงวันนี้ 10 บาทเท่าเดิม”

วรรณทนีย์ บอกต่อว่า สาเหตุที่ยึดราคาขายชามละ 10 บาท โดยไม่ยอมขึ้นราคา เพราะสิ่งหนึ่งที่ได้ คือ ความสุข เพราะเห็นพ่อแม่พาลูกมากินอาหารเช้าก่อนเดินทางไปโรงเรียน เปรียบเสมือนเป็นลูกเป็นหลานเป็นญาติกัน ส่วนสิ่งที่สองที่ได้ คือ บุญ เพราะลูกหลานได้อิ่มท้องก่อนเข้าห้องเรียน

แม้ว่าที่ผ่านมาวัตถุดิบทุกอย่างทุกชนิดปรับราคาขึ้น แต่ทางร้านก็ไม่เคยลดปริมาณ หรือคุณภาพของอาหาร ทุกอย่างให้ลูกค้าเท่าเดิมทั้งหมด อาหารจะลดไม่ได้ ต้องคงเส้นคงวาไว้อย่างเดิมจึงจะอร่อย

 

“เราจะยื้อราคานี้ไว้ให้คงที่ ถึงแม้วัตถุดิบจะขยับสูงขึ้นทุกอย่างก็ตาม เราก็จะลดค่าแก๊สด้วยการใช้เตาฟืนเพื่อลดต้นทุนแทน ที่สำคัญหากเราปรับราคาขึ้นลูกค้าที่เดินทางมารับประทานก๋วยเตี๋ยวก็จะผิดหวัง ดังนั้นต้องคงราคาชามละ 10 บาทต่อไป นอกจากช่วยคนมีรายได้น้อยให้ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ”

ทุกวันนี้มีลูกค้าเดินทางแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนที่ร้านกันอย่างเนืองแน่นตั้งแต่เช้าจรดเย็นทุกวัน ร้านก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาท จึงเป็นขวัญใจคนจนของชาวสุพรรณบุรีไปโดยปริยาย

 

Easy Bites ก๋วยเตี๋ยวหลอดปู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มกราคม 2559 เวลา 12:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/410736

Easy Bites ก๋วยเตี๋ยวหลอดปู

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

บางครั้งการเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินซื้อกับข้าวในซูเปอร์มาร์เก็ต มาเป็นเดินตลาดสดอาจได้ผลลัพธ์เป็นเมนูใหม่ๆ หรือแม้แต่เปลี่ยนจากตลาดที่คุ้นเคยไปเดินตลาดใหม่ๆ เจอร้านรวงใหม่ๆ วัตถุดิบใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์อาหารเมนูพิเศษสำหรับครอบครัว

ผู้เขียนเองก็เช่นกัน อย่างครั้งนี้ไปเดินตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องของการคัดสรรอาหาร เห็นเนื้อปูก้อนนึ่งสุกแกะมาเรียบร้อยพร้อมปรุง ก้อนขาวอวบดูน่ากิน เลยได้ไอเดียนำมาทำก๋วยเตี๋ยวหลอดปู สไตล์ร้านอาหารจีนแต้จิ๋ว นึ่งมาเสิร์ฟร้อนๆ ราดซีอิ๊วดำและน้ำส้มพริกตำ น่าจะทำได้ง่ายไม่ยากจนเกินไป เป็นได้ทั้งอาหารจานเดียว หรืออาจเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยที่รับประทานรวมกันหลายคน ยิ่งถ้าช่วยกันทำได้ยิ่งสนุก เพราะห่อไป นึ่งไป กินไปก็อร่อยดี

เวลาไปร้านอาหารจีนแต้จิ๋วโบราณ ยกตัวอย่างร้านโปรดอย่าง “เลี่ยวเลี่ยงเซ้ง 555” เขามีก๋วยเตี๋ยวหลอดปูอร่อย ขนาดม้วนเล็กๆ ไม่ใหญ่นัก กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มสักที ตั้งใจว่าถ้าเราทำกินเองละก็ จะขอทำให้คำใหญ่อวบอ้วน กินแล้วเต็มปากเต็มคำ จนได้มาเป็น “เวอร์ชั่น” หนึ่งของก๋วยเตี๋ยวหลอดปูในฉบับนี้

ส่วนประกอบไม่ยากเย็น แต่อาจต้องอาศัยการเดินตลาดมากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต เพราะเราต้องหาแผ่นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่ยังไม่ตัดเป็นเส้น มาแบ่งเป็นขนาดที่ต้องการเอง ซึ่งโดยมากแผ่นก๋วยเตี๋ยวแบบนี้ต้องไปกันแต่เช้าสักหน่อย เพราะสายๆ มาเขาตัดเป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่หมดแล้ว นอกเสียจากว่าจะเป็นตลาดใหญ่ๆ ที่ขายกันตลอดทั้งวัน ทั้งคืน

เนื้อปูไม่จำเป็นต้องเป็นขนาดก้อนไซส์จัมโบ้ราคาแพงอะไร สามารถเลือกใช้ได้ทุกขนาด ขอเน้นที่ความสดใหม่ เพราะความสดเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เรารับประทานเนื้อปูได้ปลอดภัย จะก้อนใหญ่หรือเล็ก เราต้องเอาเนื้อปูไปผัดให้เข้ากันกับเครื่องเคราต่างๆ อยู่แล้ว

ก๋วยเตี๋ยวหลอดปู สามารถทำไว้ล่วงหน้าได้ไม่ยาก แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ ผัดเครื่องกับเนื้อปูไว้ก่อน รอให้เย็นสนิท หากต้องการจะรับประทานเมื่อใด ค่อยนำแผ่นก๋วยเตี๋ยวมาห่อ หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ ห่อเป็นก๋วยเตี๋ยวหลอด ม้วนให้แน่นไว้เลย คลุมด้วยพลาสติกห่ออาหาร ทั้งสองวิธีนี้จะรับประทานเมื่อไหร่ ให้นำมานึ่งด้วยไอน้ำให้ร้อนระอุถึงเนื้อปูด้านในถือว่าอร่อยได้ไม่ต่างกันอย่าลืมว่าเมื่อผัดเนื้อปูไว้ ควรรอให้เย็นสนิทก่อน โดยเกลี่ยใส่ถาดหรือจานไว้เพื่อระบายความร้อนก่อนที่จะนำมาห่อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาหารเป็นพิษได้จากความร้อนที่ระอุอยู่ในเส้นก๋วยเตี๋ยว

ความอร่อยของเมนูนี้ นอกจากจะเป็นเนื้อปูที่ผัดมาอย่างกลมกล่อมแล้ว กระเทียมเจียวใหม่ๆ ยิ่งช่วยเสริมรสชาติให้หอมอร่อยขึ้น ใครจะเจียวกับกากหมูก็ไม่ว่ากัน ยิ่งทำให้อร่อยเหาะขึ้นไปอีก

สำหรับซอสราดก๋วยเตี๋ยว “บาลานซ์” รสชาติง่ายๆ ด้วยการใช้ซีอิ๊วดำที่ให้ความหอมและรสเบาๆ หวานขึ้นมาอีกนิดโดยการผสมกับซีอิ๊วหวานในอัตราส่วนเท่าๆ กัน ผู้ใหญ่กินก็โรยน้ำส้มพริกตำตามสูตร เรียกว่าเบ็ดเสร็จไม่เกิน 30 นาที ก็ได้กินแล้ว

ก๋วยเตี๋ยวหลอดปูสไตล์แต้จิ๋ว

สำหรับไส้ปู

รากผักชี 2 ราก

กระเทียม 4-5 กลีบ

พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา

หัวหอม สับละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ

ขึ้นฉ่าย ส่วนก้าน สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ

เนื้อปูก้อน 2 ถ้วย

ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

ต้นหอม ซอยละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

เส้นก๋วยเตี๋ยว แผ่นใหญ่ 4-6 แผ่น

ตกแต่งก่อนเสิร์ฟด้วยผักชี ต้นหอมซอยและกระเทียมเจียวพร้อมน้ำมัน

สำหรับพริกน้ำส้ม

พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด

พริกชี้ฟ้าเหลือง 1 เม็ด

เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย

หอมแดง 2 หัว

กระเทียมกลีบเล็ก 3 กลีบ

สำหรับน้ำจิ้ม

ซีอิ๊วดำ อย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วหวาน อย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

• สำหรับพริกน้ำส้ม : โขลกพริกชี้ฟ้าทั้งสองสี หอมแดงและกระเทียม กับเกลือป่น เมื่อละเอียดดีแล้ว เติมน้ำตาลทรายน้ำส้ม หมักไว้สัก 1 คืน จึงจะหอมอร่อย

• สำหรับซีอิ๊ว : ผสมซีอิ๊วทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน

• โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยขาว ให้ละเอียด

• ตั้งกระทะให้ร้อน ผัดรากผักชี กระเทียม พริกไทยและหัวหอมให้หอม

• เติมเนื้อปูก้อนขาวลงไปผัดเบาๆ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวเกลือ และน้ำตาลทราย

• ยกลงจากกระทะ โรยต้นหอม พักไว้ให้เย็น

• ปูแผ่นก๋วยเตี๋ยว ขนาดประมาณ 6×6 นิ้วไว้ ตักเนื้อปูที่ผัดไว้ลงไป ห่อขึ้นมาให้แน่น พับด้านข้างเข้ามาแล้วม้วนต่อจนสุดปลายอีกข้างหนึ่ง

• เรียงใส่ถาดไว้ เมื่อต้องการรับประทาน แนะนำหั่นพอดีคำ จัดใส่จาน นึ่งให้ร้อนๆ ที่น้ำเดือดจัด ประมาณ 2-3 นาทีโรยกระเทียมเจียว ต้นหอม ผักชี

• เสิร์ฟพร้อมกับซีอิ๊วดำที่ผสมไว้ และน้ำส้มพริกตำ

 

‘สารพัดตำ’ สวนไผ่ ตำ-ยำรสแซ่บ ลาดพร้าว ซ.1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 มกราคม 2559 เวลา 15:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/410627

‘สารพัดตำ’ สวนไผ่ ตำ-ยำรสแซ่บ ลาดพร้าว ซ.1

โดย…โชคชัย สีนิลแท้

อาหารอีสานขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าถูกปากถูกใจใครหลายๆ คนเพราะด้วยรสชาติที่แซ่บๆ ทั้งเผ็ด ทั้งแสบ รสแซ่บไปถึงทรวงจึงทำให้มีร้านอาหารอีสานเกิดขึ้นมากมายในเมืองกรุง หนึ่งในร้าน “ส้มตำ” รสแซ่บต้องยกให้ร้าน “สารพัดตำ” ที่เปิดขายเฉพาะเมนูตำ ทั้งส้มตำและยำ ที่เปิดขายมานานกว่า 12 ปีตั้งแต่รุ่นคุณแม่ ปัจจุบันสืบทอดกิจการโดย “คุณไก่” ที่เป็นมือโปรในการตำส้มตำจนถูกปากถูกใจลูกค้าขาแซ่บ

ร้านสารพัดตำมีเมนูอาหารให้ลูกค้าเลือกมากกว่า 60 รายการ ไม่ว่าเมนูตำและยำต่างๆ เช่น ตำปูม้า ตำปูจืดตำปูเค็ม ตำไทยปู ตำปลาร้า ตำซั่ว ตำโคราช ตำปลากรอบตำทะเล ตำกุ้งสด ตำมาม่า ตำหมี่กรอบ ตำแอปเปิ้ลตำหมูยอ หมูมะนาว กุ้งแช่น้ำปลา แต่เมนูเด็ดที่ได้รับความนิยม คือ ตำข้าวโพดรสหวานกลมกล่อม ตำไข่เค็ม ตำผลไม้ รวมถึงเมนูรสแซ่บยั่วน้ำลาย เช่น ตำป่าและส้มตำถาด เป็นต้น

 

จุดเด่นเมนูตำของร้านสารพัดตำอยู่ที่รสชาติที่จัดจ้านไม่ว่าจะเป็นตำปลาร้า ปลาร้าที่นำมาใช้ต้องทำมาจากปลากระดี่ที่ปรุงสุกสะอาด อีกทั้งลูกค้าสามารถสั่งได้ว่าต้องการรสชาติแบบใด หรือต้องการเครื่องเคียงในการรับประทานเพิ่มเติมแบบไหนก็แจ้งได้ โดยเฉพาะเมนูตำถาดเจ้าของร้านจัดเครื่องมาให้เต็มที่ทั้งแคบหมู ไข่ต้ม หมูยอ ไส้กรอก ขนมจีน ปลากรอบ ผัก เป็นต้น เสิร์ฟบนถาดสเตนเลสสะอาดตา

คุณไก่ บอกว่า เมนูอาหารของที่ร้านจะเน้นความสะอาดเป็นหลักและสดใหม่เสมอ เส้นมะละกอจะต้องกรอบสดซึ่งโดยเฉลี่ยแต่ละวันจะใช้มะละกอเพื่อใช้ตำส้มตำประมาณ 20-30 กิโลกรัม เรียกได้ว่าตำกันจนแทบจะไม่ได้นั่งพักกันเลยทีเดียว โดยลูกค้าที่แวะเวียนมาสั่งเมนูตำส่วนใหญ่จะเป็นขาประจำที่มักจะหิ้วกลับบ้านมากกว่า เนื่องจากบริเวณสวนไผ่ในย่านลาดพร้าว ซอย 1 นั้น มีพื้นที่นั่งทานค่อนข้างจำกัด และมีร้านค้าเปิดขายจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านส้มตำมีอยู่ถึง 4 ร้าน

 

ร้านสารพัดตำเปิดให้บริการตั้งแต่ 17.00-01.00 น. ทุกวันโดยไม่ได้กำหนดวันหยุดตายตัว แต่จะหยุดเดือนละ 2 วันซึ่งลูกค้าจะมีมากตั้งแต่ช่วงเย็น และจะเยอะมากอีกครั้งในช่วงในช่วง 21.30 น. หลังจากห้างสรรพสินค้าในย่านนี้ปิดส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานที่ทำงานในบริเวณถนนพหลโยธิน ร้านอยู่ในลาดพร้าว ซอย 1 เดินตามทางจากปากซอยเข้ามาประมาณ 50 เมตร จะเห็นโซนขายอาหารสวนไผ่ ถือเป็นทำเลค้าขายที่ใกล้กับแหล่งงานและหอพักจำนวนมาก แถมราคาอาหารโดยรวมถือว่าไม่แพง เริ่มต้นที่ 30 บาท ไปจนถึงกว่า 200 บาท

ใครต้องการลิ้มลองอาหารประเภทตำและยำรสจัดจ้านไม่ควรพลาด รับประกันแซ่บอีหลี

 

มะนาว : รสเปรี้ยวยอดนิยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มกราคม 2559 เวลา 18:32 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/410508

มะนาว : รสเปรี้ยวยอดนิยม

โดย…เพ็ญแข สร้อยทอง

ผู้เขียนเพิ่งกลับมาจากบ้านที่ต่างจังหวัดพร้อมกับมะนาวถุงโต ซึ่งแม่เก็บจากต้นหลังบ้านให้มา ถ้าเก็บดีๆ มะนาวถุงนี้สามารถอยู่ได้เป็นเดือน เมื่อมีไม้ผลชนิดนี้แล้วติดไว้ในตู้เย็น เราก็สามารถนำไปปรุงรสในแทบทุกเมนู ไม่ว่าจะของคาว ของหวาน หรือแม้แต่เครื่องดื่ม ใช้ทำต้มยำ น้ำจิ้ม หมักและปรุงเนื้อ ปลา ผัก หรืออบทำขนม ใช้ได้ตั้งแต่น้ำ ผิว ยันเปลือก เช่นนั้นแล้วประโยคที่บอกว่า “When life gives you lemons, Put them in everything” นั่นก็ไม่ใช่การกล่าวแบบเกินเลยจริงๆ เพราะมะนาวนั้นมีบทบาทกับอาหารนานาชาติ คิดๆ ไปแล้ว นอกจาก “เกลือ” ซึ่งใช้กันทั่วโลกแล้วก็เห็นจะมี “มะนาว” นี่ล่ะที่เป็นเครื่องปรุงรสระดับสากล

มะนาวเป็นเครื่องปรุงรสที่ไม่เคยขาดไปจากทุกๆ ครัว ให้รสเปรี้ยว (บางพันธ์ุมีอมหวาน) กลิ่นหอมเฉพาะตัวอันแสนสดชื่น เพียงเล็กน้อยทำให้อาหารจานนั้นครบรส กลมกล่อม อย่างอัศจรรย์ สามารถเป็น “เคล็ดลับ” ของหลายเมนู ในตำรับอาหารไทยนั้นรสเปรี้ยวถือเป็นหนึ่งใน “เบญจรส” ซึ่งขาดไม่ได้ ต้องมีเพื่อความจัดจ้านจี๊ดจ๊าด อาหารไทยจำนวนมากต้องมีรสเปรี้ยว ในแต่ละภูมิภาคของไทยนั้นมีผักและผลไม้ประจำถิ่นที่ใช้เติมความเปรี้ยว แต่มะนาวนั้นใช้กันทุกภาค ทั้งยังออกผลกันตลอดปี

 

หลายคนอาจจะเหมือนกับผู้เขียนที่เคยตั้งคำถามว่า… มะนาวเป็นผักหรือผลไม้ หลังจากที่ไปศึกษามาแล้ว คำตอบคือ … ผักค่ะ

ตามตำราฝรั่งเล่าถึงเรื่องการใช้มะนาวในอาหารและเครื่องดื่มว่า เริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน แรกนั้นใช้กันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ในหนังสือ Lemons : Growing, Cooking, Crafting ระบุว่า หลังจากที่มีการแลกเปลี่ยนทางการค้ากับอินเดียในช่วงปี ค.ศ. 100 ชาวโรมันโบราณนำมะนาวจากอินเดียไปสู่ยุโรป ก่อนแพร่ไปตะวันออกกลาง แอฟริกา จีน อเมริกา ฯลฯ ที่สุดจึงกลายมาเป็นเครื่องปรุงรสที่ใช้กันกว้างขวางทั่วโลก

มะนาว (Lemon) เป็นพืชในตระกูล “Citrus” ที่ให้รสเปรี้ยว มีหลากหลายพันธ์ุ คล้ายคลึงกันกับ ไลม์ (Lime) มะนาวนั้นมักจะมีผิวสีเขียวจัด (แก่มากก็อาจเปลี่ยนเป็นเหลือง) ลูกกลมๆ แป้นๆ แต่ก็มีเลมอนบางพันธ์ุที่สีเหลืองและลูกไม่กลมนัก ส่วนไลม์จะผิวสีเหลืองผลจะโตกว่า ลักษณะลูกทรงคล้ายลูกรักบี้ รสมะนาวนั้นเปรี้ยวแหลม ขณะที่ไลม์จะรสอ่อน ละมุน และหอมกว่า ในบ้านเราจะหามะนาวได้ง่ายกว่า เพราะว่าปลูกได้เอง ส่วนไลม์นั้นต้องนำเข้าจึงมีราคาแพง ในซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นขายลูกละเกือบหนึ่งร้อยบาทเลยทีเดียว ไลม์เองก็มีหลายสายพันธ์ุ หนึ่งพันธ์ุที่คุ้นชื่อกันดีสำหรับคอของหวาน คือ คีย์ไลม์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของ คีย์ไลม์พาย นั่นเอง

 

สรรพคุณของมะนาวนั้นมากมายเหลือเกิน สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งน้ำ ผิว และเปลือก โดยในผิวมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีคุณประโยชน์ช่วยขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ แน่นจุกเสียด ส่วนน้ำมะนาวนั้น นอกจากแต่งกลิ่นรสแล้ว ยังมีวิตามินซีสูง ช่วยรักษาอาการเจ็บคอ แก้ไอ ขับเสมหะด้วย นอกจากสร้างความอร่อยเต็มรสชาติแล้ว น้ำมะนาวซึ่งมีซิตริกแอซิดผสมยังช่วยคุมไขมัน แป้ง และ โปรตีนด้วย สำหรับเปลือกมะนาว ถ้าหั่นเป็นเส้นยาวหน่อยสามารถนำไปตกแต่งถ้วยซุปหรือของหวาน เช่น ชีสเค้ก หรือไอศกรีมได้ ถ้านำไปหั่นหรือใช้เครื่องขูดเป็นเส้นยาวๆ จนคดเป็นวงกลมได้ นิยมนำมาตกแต่งแก้วค็อกเทล แต่ถ้านำไปหั่นฝอยนำไปอบหรือโรยหน้าสลัด

มะนาวใช้หมักเนื้อ ไก่ ปลา เพื่อความนุ่ม โดยอาจจะมีน้ำมัน หรือเครื่องเทศปรุงรสอื่นร่วมด้วย เครื่องเทศหรือสมุนไพรที่ไปกันได้ดีกับมะนาว คือ พริกไทยดำ กระเทียม ผักชี ฯลฯ เครื่องดื่มหลายชนิดเพียงแค่บีบมะนาวลงไปเล็กน้อยก็จะเพิ่มรสชาติ แม้แต่น้ำอัดลมก็ทำให้รสดีขึ้น สดชื่นมากขึ้น สำหรับผลไม้ที่ปอกเปลือกและตัดหั่นเป็นชิ้น ถ้าไม่อยากให้เกิดปฏิกิริยากลายเป็นสีน้ำตาลหรือดำ ก็เพียงแค่บีบน้ำมะนาวสดใส่ หรือนำไปแช่ในน้ำผสมมะนาวก็จะไม่เปลี่ยนสี มะนาวยังทำให้ผักผลไม้สดนานขึ้น

 

แต่มะนาวไม่ว่าจะน้ำหรือเปลือกหรือผิวก็ต้องใช้พอดีๆ น้ำมะนาวมักบีบใส่ในอาหารในขั้นตอนท้ายๆ ก่อนปรุงอาหารเสร็จ หากมะนาวอยู่ในอาหารนานเกินไป ทำให้รสแปลกปร่า หรือกลายเป็นขมได้ ไม่เพียงเท่านั้น มะนาวอาจจะทำให้ผักสีไม่สดน่ากิน หากว่าใส่มะนาวเร็วเกินไป และหากว่าใส่มะนาวในอาหารมากจนเปรี้ยวเกิน ทางที่แก้ได้ คือ ใส่น้ำตาลเข้าไปเล็กน้อย

นอกจากมะนาวสดแล้ว ในหลายวัฒนธรรมอาหารก็นิยมมะนาวดอง อาหารไทยหรืออาหารจีนที่เราคุ้นเคยนั้นก็มีหลายเมนูมะนาวดอง อย่างเช่น ซี่โครงหมูตุ๋นมะนาวดอง ไก่ต้มฟักมะนาวดอง เป็นต้น ชาวตะวันออกกลางหรือประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนก็มีสูตรมะนาวดองเกลือ เพื่อให้เปลือกมะนาวอ่อนนุ่ม ก่อนจะนำไปปรุงอาหารเช่นกัน

 

มะนาวสดสามารถนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง หนึ่งในมะนาวแปรรูปที่โด่งดังที่สุด คือ ลิมอนเชลโล (Limoncello) เครื่องดื่มช่วยย่อยที่มีชาวอิตาลีเป็นต้นตำรับ มีความเป็นมายาวนานเป็นร้อยๆ ปีแล้ว โดยเฉพาะอิตาลีทางภาคใต้ เพราะสำหรับพวกเขา “When life gives Italians lemons, They make Limoncello” การทำลิมอนเชลโล คือ ฝานมะนาวทั้งเปลือกเอาแกนกลางและเมล็ดออก นำไปแช่ในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเช่นวอดก้าจนกระทั่งน้ำมันออกมา ทำให้น้ำกลายเป็นสีเหลือง จากนั้นก็อาจจะเติมไซรัปให้รสหวานลงไป ลิมอนเชลโลสามารถทำเองได้ หรือซื้อแบบบรรจุขวด ซึ่งเดี๋ยวนี้มีหลากหลายสูตร ไม่ได้ใส่เฉพาะมะนาว แต่อาจจะมีผักผลไม้อื่นผสมให้ความหลากหลาย ตามธรรมเนียมของชาวอิตาลีแล้ว ลิมอนเชลโลจะเสิร์ฟเย็นๆ ในแก้วเซรามิกเล็กๆ (ซึ่งชิลด์มาก่อนเช่นกัน) หลังอาหารค่ำเพื่อเป็น “Digestivo” หรือยาช่วยย่อยอาหาร ไม่เพียงเท่านั้น ลิมอนเชลโลยังนำมาเป็นส่วนผสมของค็อกเทล ขนม หรืออาหารบางเมนูได้ด้วย

 

สำหรับคนที่ชอบรสเปรี้ยวคงจะมีเมนูมะนาวในดวงใจแตกต่างกันไป หาากพูดถึงแวดวงอาหารตะวันตกแล้ว หนึ่งในเมนูมะนาวยอดนิยมตลอดกาลนั้นหลายเชฟยกให้กับ เลมอน เมอร์แรงก์ พาย (Lemon Meringue Pie) ซึ่งเป็นของหวานที่ครบรส ทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เป็นขนมแสนอร่อยที่มีองค์ประกอบ 3 อย่างส่วนสำคัญ คือ แป้งพาย เลมอนเคิร์ด (Lemon Curd ทำจากแป้ง น้ำตาล น้ำมะนาว น้ำ ต้มให้เดือด เคี่ยวจนเหนียวข้น) และเมอร์แรงก์ (คือ ไข่ขาวตีกับน้ำตาลจนละเอียดนุ่มตั้งเป็นยอดแหลมสวยงาม) หวานนุ่นเนียนสีขาวราดข้างหน้า รับประทานด้วยกันก็จะได้ความหวาน มัน และเปรี้ยวลงตัวครบรส เช่นเดียวกับมะนาวในเมนูคัสตาร์ด พุดดิ้ง หรือพายอื่นๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักและนิยมรับประทานมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ การทำเมอร์แรงก์เกิดขึ้นมาในศตวรรษที่ 17 และเลมอน เมอร์แรงก์ พาย ก็นับเป็นผลผลิตแห่งศตวรรษที่ 19 ก่อนจะเป็นนิยมเรื่อยมาถึงปัจจุบัน

จากนี้ไป “When life gives you lemons…” ทุกคนก็คงจะรู้กันแล้วว่า จะทำอะไรกับมะนาวดี

 

นิวเหลียงสุน ซาลาเปาสูตรแต้จิ๋ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มกราคม 2559 เวลา 18:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/410506

นิวเหลียงสุน ซาลาเปาสูตรแต้จิ๋ว

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

เมนูบรรณาการศุกร์นี้เป็นซาลาเปาเจ้าเก่าแก่ “นิวเหลียงสุน” ซาลาเปาสูตรซัวเถาที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความอร่อยเลิศล้ำ ผู้คนนิยมซื้อหาฝากกันมานานช้า จากรุ่นอากงเดี๋ยวนี้พัฒนาถึงเจเนอเรชั่นที่ 3 แล้ว

วัชรินทร์ พนาเวชสันติ วัย 31 ปี หนึ่งในผู้บริหารรุ่นปัจจุบันเล่าว่า สูตรต้นตำรับมาจากซัวเถา ซาลาเปาแต้จิ๋วที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาพร้อมกับอากง (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) หลายสิบปีก่อนเมื่อลงหลักปักฐานอากงเปิดร้านขายซาลาเปาเล็กๆ “เหลียงสุน” ที่ จ.สมุทรสงคราม คุณพ่อ-สมพงษ์ พนาเวชสันติ รับธุรกิจต่อมา โดยมีคุณแม่ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ มาช่วยเรื่องซาลาเปา

วัชรินทร์เล่าว่า มารุ่นคุณแม่ มีการคิดหาสูตรใหม่ ประยุกต์แนวทางของเบเกอรี่มาปรับใช้กับซาลาเปา ใช้ยีสต์ช่วยฟูและพัฒนาสูตรแป้งให้นุ่มนวลกว่าเดิม ลองผิดลองถูกจนขึ้นชื่อว่าเป็นซาลาเปาที่แป้งกินแล้วไม่ติดฟัน จากสมัยอากงที่มีแค่ไส้หมูสับไข่เค็ม ลูกสะใภ้เพิ่มอีกหลายสูตร

 

“เรื่องของไส้ซาลาเปาที่หลากหลายและทันยุคทันสมัยมากขึ้น แต่ทั้งหมดพัฒนาต่อยอดมาจากสูตรดั้งเดิมของอากง จากเหลียงสุนแตกเป็นนิวเหลียงสุน”

เมื่อเหลียงสุน ร้านดั้งเดิมที่สมุทรสงครามเลิกไป ก็มามีร้านนิวเหลียงสุนที่ถนนเทอดไท 37 ปัจจุบันคือสาขาหลัก และเนื่องจากตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ทางไปวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ใครไปใครมาก็แวะซื้อติดมือ กลายเป็นเจ้าประจำที่คนรักซาลาเปารู้จักรักชอบ

สำหรับวิธีทำ ใส่แป้งใส่ยีสต์ผสมกันแล้วใช้เครื่องตี 20 นาที จากนั้นผสมน้ำนิดหน่อย ถึงขั้นตอนนี้จะนวดมือเพื่อไล่อากาศ ใช้ความชำนาญในการคลึงแป้งเป็นก้อนยาว 1 เมตร (ใช้โต๊ะขนาด 2 เมตร) เสร็จแล้วใช้มือดึงเป็นก้อนๆ ได้ 30 ก้อน หรือ 30 ลูก แบะห่อไส้โดยใช้มือจีบ คนงาน 3 คนผลิตได้เต็มที่วันละ 1,000 ลูก

 

ทำไมซาลาเปานิวเหลียงสุนกินแล้วไม่ติดฟัน อันนี้เป็นสูตรลับเฉพาะที่ต้องท้าให้ลอง ไส้หมูสับไข่เค็มจะหอมพริกไทยและไม่เค็มมาก ส่วนคนรักสุขภาพต้องชิมไส้งาดำ และไส้ครีมที่เด็กๆ ชอบ รสชาติออกเค็มมากกว่าหวาน หอมเนยเพราะใช้เนยสด

ด้วยความอร่อยที่แตกต่าง ใครมาแถวบ้านย่านนี้เป็นต้องมีติดมือกลับไปฝากญาติมิตร ได้ชื่อเป็นของฝากประจำถิ่น อีกพระเณรในย่านนี้คือปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่มีจำนวนวัดมากมายเรียงรายไปตลอดทั้งแนวถนน ก็รับรองได้ว่าได้รับถวายจากญาติโยมอยู่เนืองนิตย์ ผู้คนนิยมใช้เลี้ยงพระในงานบุญ

“20 ปีก่อน หนังสือพิมพ์มาขอสัมภาษณ์เรื่องซาลาเปาอร่อย จากที่เคยทำวันละไม่มาก เดี๋ยวนี้ทำเป็นหลักพันลูกต่อวัน อยากทำมากกว่านี้แต่เรามีลูกมือแค่ 3 คน”

 

ซาลาเปานิวเหลียงสุนวันนี้มีหลากหลายไส้ ทั้งหมูสับไข่เค็ม ครีม หมูแดง เผือก ถั่วเขียว และงาดำ รวมทั้งแตกสาขาใหม่ที่ตลาดวัดกลาง เทอดไท 20 สาขาเยาวราช ซอยตลาดเก่า (08-1901-9895) และที่พาราไดซ์ พาร์ค (09-3296-5650)

ซาลาเปาลูกละ 17 บาท ขนมจีบลูกละ 6 บาท ถ้าสั่งจองจำนวนมาก ขอความกรุณาสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ค่าส่งคิดตามระยะทาง โทร. 02-466-4443 หรือเพจเฟซบุ๊ก newliangsoon

 

ซอลท์ // เปปเปอร์ ความต่างที่ขาดกันไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มกราคม 2559 เวลา 18:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/410505

ซอลท์ // เปปเปอร์ ความต่างที่ขาดกันไม่ได้

โดย…วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ชื่อเก๋แต่เข้าใจง่าย แถมการตกแต่งยังดูเรียบแต่หรู ร้านอาหารซอลท์// เปปเปอร์ (Salt // Pepper) ทำให้รู้สึกเช่นนั้น ร้านอาหารสไตล์ Western Casual Dinning ที่นำ “เกลือ” กับ “พริกไทย” ซึ่งเป็นเครื่องปรุงชูรสหลักของอาหารสไตล์ตะวันตก มาเป็นคอนเซ็ปต์ในการตกแต่งร้าน นำเสนอความต่างแต่เติมเต็มซึ่งกัน

 

บรรยากาศร้านให้ความผ่อนคลายและมีรายละเอียดยิบย่อยให้ได้นั่งละเมียดก่อนรสอาหารเสียอีก ด้วยการหยิบวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ในการตกแต่ง เช่น หินทะเล เรียงรายเป็นชั้นๆ บนผนัง แทนสัญลักษณ์เกลือก่อนที่จะตกผลึก เล่นสีขาวบริสุทธิ์ของเกลือ และเติมสีทองให้ความหรูหรา กลางร้านดีไซน์ชั้นวางของเป็นทรงขวดพริกไทย

เมนูอาหาร เป็นเวสเทิร์นจากต้นตำรับ วัตถุดิบ กระบวนวิธีการปรุง เพียงแต่มีการปรับรสชาติให้ถูกลิ้นคนไทยมากขึ้น ยืนยันว่าไม่ใช่แนวฟิวชั่น เริ่มที่เมนูแนะนำออกง่ายกินคล่อง มันฝรั่งทอดกับซอส 8 ชนิด เมนูธรรมดาแต่รังสรรค์คัดความพิเศษใส่ทุกรายละเอียด ใช้มันฝรั่งนำเข้าจากสหรัฐเท่านั้น เนื่องจากเวลาทอดมันฝรั่งให้กรอบง่ายและกรอบนาน เสิร์ฟพร้อมซอสถึง 8 รส แต่ไม่จิ้มก็อร่อยแล้ว

 

เมนูอิ่มท้อง มินิเบอร์เกอร์ 3 สี 3 รสชาติ จุดเด่นของเบอร์เกอร์อยู่ที่แป้ง เบอร์เกอร์เนื้อไก่ ขนมปังสีเหลืองมีส่วนผสมของหัวหอมใหญ่ รับประทานกับซอสรสชาติเผ็ดกำลังดี เบอร์เกอร์แกะ ขนมปังสีเขียวจากใบมินต์ สอดไส้ซอสพริกไทยดำผสมไวน์แดงและหัวหอมใหญ่ สุดท้ายเบอร์เกอร์หมู ขนมปังสีแดงเกิดจากการผสมกับมะเขือเทศ ซอสให้รสเค็มกลมกล่อม

สำหรับเมนูของหวาน อาจไม่ได้แปลกกว่าที่อื่น แต่เน้นการตกแต่งจานเป็นพิเศษ รวมถึงวัตถุดิบที่ให้รสและกลิ่นอันโดดเด่นของแต่ละเมนู เช่น ฝักวานิลลาที่ปลูกในมาดากัสการ์ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สดๆ ที่นำมาทำไอศกรีมเชอร์เบต เป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

ซอลท์ // เปปเปอร์ ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 โซนเอเทรียม เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 09-4249-0409

 

เนื้อตุ๋นโป่วเทียมเฮง เจ้าเก่ากลับมาแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 มกราคม 2559 เวลา 10:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/410343

เนื้อตุ๋นโป่วเทียมเฮง เจ้าเก่ากลับมาแล้ว

โดย…โจ เกียรติอาจิณ

กลับมาเอาใจคนรักเนื้อตุ๋นอีกครั้ง “โป่วเทียมเฮง” หลังต้องหยุดยาวไปนาน ร้านเก่าเจ้าเดิมตั้งอยู่เชิงสะพานลอยปากซอยปรีดี พนมยงค์ 16 ป้ายเด่นหรารอให้แฟนๆ แวะไปลิ้มรส

สร้างชื่อมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ (เทียม แซ่โป่ว) พ.ศ. 2512 ตกทอดสู่รุ่นลูกชาย “ต้อม” ความอร่อยไม่เคยเปลี่ยนแปลง คงไว้ซึ่งสไตล์เนื้อตุ๋นเครื่องยาจีน แถมเพิ่มหมูตุ๋นเป็นทางเลือก

น้ำซุปรสกลมกล่อม หอมเครื่องยาจีน กลิ่นเนื้อยั่วน้ำลายเป็นเอกลักษณ์ สีน้ำซุปของแท้ต้องน้ำตาลเข้ม ผักลวกมีแค่ถั่วงอกกับผักบุ้งจีน ลวกพอสลด ใครชอบใบโหระพาสด เด็ดใส่ตามใจปรารถนา

เนื้อตุ๋นที่นี่ตุ๋นกันข้ามคืน กว่าจะได้ที่และได้กิน ทำให้เนื้อตุ๋นเปื่อยและนุ่ม แต่ไม่เละยุ่ย เพราะคัดสรรอย่างดี ไม่ใช่เศษเนื้อเหลือจากเขียงในตลาด เช่น เนื้อติดมัน เอ็นแก้ว รวมทั้งเครื่องใน ตับ ผ้าขี้ริ้ว ขอบกระด้ง ขณะที่เนื้อสดกับลูกชิ้นก็ไม่ต่างกัน

 

เกาเหลาสักชาม ข้าวเปล่าสักถ้วย ถ้าไม่อิ่ม ก็ค่อยตามด้วยเส้นหมี่หรือเส้นเล็ก รับรองว่าอิ่มแปล้จนจุกเลยล่ะ แนะนำว่าพวงเครื่องปรุงไม่ต้องพึ่ง สั่งมาซดน้ำซุป อร่อยแบบไม่เสียพะยี่ห้อ

ชอบสุดก็คงเป็นเอ็นแก้ว ได้ความหนึบเล็กๆ เวลาเคี้ยว สั่งเฉพาะเอ็นแก้วเกาเหลา จัดหนักจัดเต็มสองชาม เหยาะพริกน้ำส้มนิดหน่อย หรือจะขอถ้วยมาแยกน้ำจิ้มต่างหาก ก็เป็นอันสุขสม

ราคา 60 บาทขาดตัว เหมาะสมกับปริมาณที่ให้ เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 10 โมงเช้า เวลาปิดขึ้นอยู่ว่าของหมดไวหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่ก็ราวๆ 2 ทุ่มนู่น วันเสาร์และอาทิตย์ ซอยปรีดี พนมยงค์ 16 หยุด อยากกินต้องตามไปที่ตลาดน้ำขวัญเรียม รามคำแหงซอย 187 หรือสะดวกในห้างก็มีที่มาบุญครอง โทร. 08-6533-3433