หนังชนโรง : คู่แสบสุดซ่าส์ ‘ไรอัน เรย์โนลด์’ และ ‘แซมมวล แอล แจ็คสัน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/587331

หนังชนโรง : คู่แสบสุดซ่าส์ ‘ไรอัน เรย์โนลด์’ และ ‘แซมมวล แอล แจ็คสัน’

หนังชนโรง : คู่แสบสุดซ่าส์ ‘ไรอัน เรย์โนลด์’ และ ‘แซมมวล แอล แจ็คสัน’

วันพุธ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หากคุณเคยประทับใจในเรื่องราวของสองขั้วนักฆ่า ผลงานแอ๊กชั่นคอเมดี้ ในภาพยนตร์ “The Hitman’s Bodyguard (2017)” หรือ ในชื่อไทย “แสบ ซ่าส์ แบบว่าบอดี้การ์ด” กับการโคจรมาพบกันของสองนักแสดงสายแข็งฮอลลีวู้ด “แซมมวล แอล แจ็คสัน” และ “ไรอันเรย์โนลด์” ในบทบาทสองยอดคนต่างขั้วสุดอันตราย

โดยหนังภาคแรกกวาดกระแสตอบรับจากแฟนๆ ไปอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในด้านเคมีการแสดงของสองนักแสดงนำ “แซมมวล แอล แจ็คสัน” และ“ไรอัน เรย์โนลด์” ที่รับ-ส่งมุขกันได้อย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ จัดเต็มฉากแอ๊กชั่นและมุขตลกอย่างครบครัน ขึ้นแท่นภาพยนตร์แอ๊กชั่นคอเมดี้สายพันธุ์แท้ มันส์กว่า เข้มข้นกว่า ฮาวายป่วงกว่าหนังบอดี้การ์ดเรื่องไหนๆ ที่คุณเคยสัมผัสบนจอภาพยนตร์

“Hitman’s Wife’s Bodyguard แสบ ซ่าส์ แบบว่าบอดี้การ์ด 2” ในภาคนี้สุดยอดบอดี้การ์ดระดับพระกาฬ ไมเคิล ไบรซ์ (ไรอันเรย์โนลด์) เลือกที่จะพักงานตัวเองเพื่อรักษาสภาพจิตใจ แต่แล้วเขากลับถูก โซเนีย คินเคด(ซัลมา ฮาเย็ก) ภรรยาของมือสังหารรุ่นใหญ่ลายครามแห่งวงการนักฆ่า ดาเรียส คินเคด (แซมมวล แอล แจ็คสัน) หลอกให้มาทำภารกิจตามหาสามีที่โดนลักพาตัว ก่อนที่ทั้งสามคนจะต้องร่วมมือกันหยุดยั้งอาชญากรสุดเหี้ยม อริสโตเติล (แอนโตนิโอ แบนเดอรัส) ที่หมายจะก่อวินาศกรรมทั่วยุโรป

อีกหนึ่งความพิเศษของหนังภาคแรก อย่าง “The Hitman’s Bodyguard (2017)” คือการถูกจับตามองในฐานะภาพยนตร์ที่สร้างเพื่อล้อเลียนผลงานโรแมนติกระดับตำนาน อย่าง “The Bodyguard (1992)” ที่ เควินคอสต์เนอร์ และ วิทนีย์ ฮุสตั้น แสดงนำ สาเหตุหนึ่งมาจากการที่ใบปิดของภาพยนตร์นั้นปรากฏภาพ ไรอัน เรย์โนลด์ ที่กำลังอุ้ม แซมมวลแอล แจ็คสัน ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน ในลักษณะเดียวกับที่ เควิน คอสเนอร์ เคยอุ้ม วิทนีย์ ฮุสตั้น ในใบปิดภาพยนตร์ปี 1992 จนทำให้เกิดข่าวลือหนาหูว่านี่คือภาพยนตร์ล้อเลียนหนังแอ๊กชั่นโรแมนติกชื่อดังระดับตำนาน

กำกับโดย แพททริค ฮิวจ์ (The Hitman’sBodyguard) นำแสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์(Deadpool 2), แซมมวล แอล แจ็คสัน (Avengers: Endgame), ซัลม่า ฮาเย็ค (Frida) สมทบความมันส์โดย แฟรงค์ กริลโล (Captain America : The Winter Soldier) ร่วมด้วยแอนโตนิโอ แบนเดอรัส (The Expendables 3)และ มอร์แกน ฟรีแมน (Angel Has Fallen)

“Hitman’s Wife’s Bodyguard แสบ ซ่าส์แบบว่าบอดี้การ์ด 2”

เร็วๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : จากเรื่องจริง ผ่านการแสดงของ ‘จอห์นนี เดปป์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/585584

หนังชนโรง : จากเรื่องจริง ผ่านการแสดงของ ‘จอห์นนี เดปป์’

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“City Of Lies ทูพัค บิ๊กกี้ คดีไม่เงียบ”ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงบันทึกของ แรนดัลล์ ซัลลิแวน ผ่านการแสดงของดาราระดับออสการ์ จอห์นนี เดปป์ และ ฟอเรสต์วิตเทคเกอร์ ปริศนาฆาตกรรมที่อาจถูกทำให้เงียบของสองตำนานแร็พเปอร์ชื่อดังแห่งยุค 90 อย่าง “ทูพัค อมารู ชาเคอร์” และ “โนทอเรียส บี ไอ จี(หรือ บิ๊กกี้ สมอลล์)” สู่การเปิดโปงครั้งสำคัญที่ทำให้ทั้งกรมตำรวจแอลเอ ต้องสะเทือน

เดิมความสัมพันธ์ระหว่าง ทูพัค และ บิ๊กกี้เป็นไปด้วยดี พวกเขาสนิทกันเหมือนพี่น้อง ทั้งคู่พบกันในปี 1993 ซึ่งเป็นช่วงที่ ทูพัค กำลังมีชื่อเสียงจากอัลบั้มชุดแรก ทั้งคู่ถูกคอกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเพื่อนรักที่ไม่อาจแยกจากกันในช่วงนั้น บิ๊กกี้ เป็นเพียงนักร้องเพลงแร็พที่ยังทำเดโมเพลงแบบดิบๆ ในขณะที่ทูพัคเป็นศิลปินที่โด่งดัง ในครั้งนั้นทูพัคยังเคยให้บิ๊กกี้ขึ้นเล่นคอนเสิร์ตบนเวทีของเขาด้วย

เรื่องราวความขัดแย้งเริ่มต้นจาก บิ๊กกี้ขอร้องให้ ทูพัค รับเขาไว้เป็นนักร้องร่วมค่าย แต่ทูพัค กลับบอกให้ บิ๊กกี้ รับคำชวนของ ฌอน พัฟฟีโคมบ์ส เพื่อเป็นศิลปินเพลงค่าย Bad Boy Records แทน นั่นทำให้ บิ๊กกี้ มีอารมณ์โกรธอยู่ในใจ แต่ก็เซ็นสัญญากับพัฟฟี ในปี 1994 และออกอัลบั้มแรก Ready to Die โดยใช้ชื่อศิลปินว่า The Notorious B.I.G. และสร้างชื่อเสียงมหาศาลให้กับค่ายของพัฟฟี

สถานการณ์ดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นเมื่อ ทูพัค และผู้จัดการของเขา ไฮเทียน แจ็คถูกตั้งข้อหาทารุณกรรมทางเพศและมีอาวุธผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง ทูพัคให้การว่าอาวุธเหล่านั้นเป็นของบิ๊กกี้ เหตุการณ์นั้นทำให้เขารอดจากการคุมขัง แต่ยังไม่วายถูกลอบยิงในปีเดียวกัน ซึ่งในที่เกิดเหตุขณะที่ทูพัคพยายามเอาชีวิตรอดจากกระสุนห้านัดที่ค้างอยู่ในร่าง เขาได้พบกับ พัฟฟี และ บิ๊กกี้ แต่ทั้งคู่กลับเมินสภาพใกล้ตายของเขาแล้วจากไป

ในเดือนถัดมาศาลนำคดีของทูพัคมาไต่สวนอีกครั้ง ครั้งนี้เขาถูกสั่งจำคุกหนึ่งปี แต่ด้วยการยื่นมือเข้าช่วยเหลือของ ซูจ ไนท์ แห่ง Death Row Records เจ้าของค่ายเพลงฮิปฮอปแกมมาเฟียในแอลเอ ประกันตัวทูพัคและยื่นข้อเสนอให้เขาเข้ามาเป็นศิลปินในค่าย พร้อมโจมตีค่ายของพัฟฟี และแก้เผ็ดด้วยการชวนบิ๊กกี้มาแสดงในงานที่ไม่มีจริง ซึ่งเป็นไปได้ว่าซูจกำลังแบกรับความแค้นของทูพัคไว้ และใช้อิทธิพลของเขาเล่นงานวงการฮิปฮอปฝั่งตะวันออกอย่างกัดไม่ปล่อย ความแตกหักระหว่างสองชายฝั่งจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

7 กันยายน 1996 ทูพัคถูกลอบยิงอีกครั้งหลังจากชมการชกของ ไมค์ ไทสัน ที่แอลเอซึ่งเขาเสียชีวิตในอีกหกวันถัดมา และในวันที่ 9 มีนาคม 1997 ที่แอลเอเช่นเดียวกัน บิ๊กกี้ถูกจ่อยิงกลางแยกไฟแดงขณะนั่งรถกลับบ้าน ความตายของพวกเขายังไม่สามารถหาคนร้ายที่ก่อเหตุได้ แต่ที่แน่ๆ ทั้งคู่ต่างทิ้งผลงานเพลงฮิปฮอปให้คงอยู่ในใจแฟนเพลงทั่วโลก

25 ปีผ่านไป!! คดีนี้ยังไม่คลี่คลาย ยังไม่มีใครที่ล่วงรู้ความจริง มีเพียงนักสืบ รัสเซล พูล รับบทโดย จอห์นนี เดปป์ เพียงผู้เดียวที่เสี่ยงชีวิตเพื่อสืบคดีที่อาจพัวพันไปถึงอำนาจมืด และเขาคือผู้เก็บงำความจริงที่ถูกทำให้เงียบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ความจริงยังพอมีเค้าลางให้ปรากฏ เมื่อนักข่าวอย่าง แรนดัลล์ ซัลลิแวนรับบทโดย ฟอเรสต์ วิตเทคเกอร์ ได้เคยสัมภาษณ์นักสืบพูล อย่างลับๆ และจดบันทึกทุกสิ่งที่พูลรู้เขาพร้อมที่จะเปิดโปงอะไรบางอย่างที่อาจจะทำให้ระบบรักษาความยุติธรรมของลอสแองเจลิสต้องสั่นคลอน

“City of Lies ทูพัค บิ๊กกี้ คดีไม่เงียบ”

เร็วๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : รู้จักตัวตน ‘เฟรดดี้ ไฮร์มอร์’ กับ 5 เรื่องราวสุดทึ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/583857

หนังชนโรง : รู้จักตัวตน ‘เฟรดดี้ ไฮร์มอร์’  กับ 5 เรื่องราวสุดทึ่ง

หนังชนโรง : รู้จักตัวตน ‘เฟรดดี้ ไฮร์มอร์’ กับ 5 เรื่องราวสุดทึ่ง

วันพุธ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เจ้าของมีมอมตะตลอดกาล

“เฟรดดี้ ไฮมอร์” นักแสดงหนุ่มหล่อมากความสามารถที่โลดแล่นในวงการภาพยนตร์มาตั้งแต่วัยเด็ก ที่เร็วๆ นี้ เขากำลังมีผลงานเรื่องใหม่กับบทบาท “ทอม” วิศวกรหนุ่มอัจฉริยะในภาพยนตร์โจรกรรมแอ๊กชั่นฟอร์มยักษ์“Way Down หยุดโลกปล้น” ที่ได้คิวจ่อฉายในบ้านเรา 1 กรกฎาคมนี้ ก่อนที่เราจะไปพิสูจน์ความสามารถโคตรอัจฉริยะของเขา เราลองมาทำความรู้จัก “เฟรดดี้ ไฮมอร์” ให้มากขึ้นกันดีกว่า

เจ้าของมีมอมตะตลอดกาล

จำภาพเด็กชายที่นั่งอยู่ข้างจอห์นนี่ เดปป์ ฉากจากภาพยนตร์เรื่อง Finding Neverland ได้หรือไม่ นั่นแหละคือเขา “เฟรดดี้ ไฮร์มอร์” ที่ปัจจุบันผ่านมากว่า 17 ปีแล้ว แต่มีมนี้ยังคงถูกนำมาใช้เล่นมุขล้อเลียนกับกระแสต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่ากลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก

ตีบทแตกแต่เด็ก

เรียกได้ว่าเฟรดดี้ถือเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่เด็กเลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่เขาแจ้งเกิดจากบทบาทเด็กชายผู้โชคดีใน Charlie and The Chocolate Factory ภาพยนตร์แฟนตาซีในดวงใจใครหลายคนที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักตั้งแต่อายุเพียง 13 ปีเฟรดดี้ ก็ยังคงมีผลงานการแสดงออกมาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น The Spiderwick Chronicles,Arthur and the Invisibles และอีกมากมาย

ดาราผู้ไม่เล่นโซเชียล

ใครจะเชื่อว่านักแสดงหนุ่มผู้เป็นที่รู้จักทั่วโลก รวมถึงมีผลงานมากมาย แต่เขากลับไม่เล่นโซเชียลมีเดีย ซึ่งเฟรดดี้เคยให้สัมภาษณ์ว่าเพราะเขาต้องการให้ชีวิตส่วนตัวแบ่งแยกจากเรื่องงานอย่างชัดเจน รวมถึงประเด็นข่าวฉาวจึงไม่เคยมีออกมาให้แฟนคลับเห็นเช่นกัน

เพื่อนสนิทแฮร์รี่ พอตเตอร์

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า “เฟรดดี้ ไฮร์มอร์”เป็นเพื่อนสนิทกับ “แดเนียล แรดคลิฟฟ์”นักแสดงชื่อดังที่รับบทเป็น แฮร์รี่ พอตเตอร์ เพราะแม่ของเฟรดดี้ ทำอาชีพคัดเลือกนักแสดงซึ่ง แดเนียล แรดคลิฟฟ์ ก็คือหนึ่งในนั้น ครอบครัวของพวกเขาจึงสนิทกันมากเพราะรู้จักและทำงานด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งทั้งคู่ก็ถือว่าเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังเด็ก

อัจฉริยะทั้งนอกจอและในจอ

นอกจากเฟรดดี้จะเป็นนักแสดงโคตรอัจฉริยะแล้ว ในชีวิตจริงเขาก็ถือเป็นเด็กหนุ่ม ที่มีความสามารถเก่งเกินอายุไปมาก เพราะไม่เพียงแค่ความสามารถในการพูดได้ถึง 4 ภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาสเปน ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอารบิก เขายังนั่งแท่นผู้กำกับในซีรี่ส์ The Good Doctor อีกด้วย

ล่าสุดในปีนี้ “เฟรดดี้ ไฮมอร์” ก็ได้พลิกบทท้าทายความสามารถตัวเองอีกครั้ง กับการกลับมารับบทนำภาพยนตร์ในรอบหลายปี ครั้งแรกของการรับบทโคตรโจร ที่ต้องเป็นมันสมองของทีม วางแผนการทุกอย่างในภารกิจนำทีมโคตรโจรอัจฉริยะออกปล้นธนาคารแห่งชาติสเปน เจาะตู้เซฟอายุกว่า 100 ปี ที่มีระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดในโลก ท่ามกลางการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่มีเวลาเพียง 105 นาที ในการปฏิบัติภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ดาราผู้ไม่เล่นโซเชียลดาราผู้ไม่เล่นโซเชียลอัจฉริยะทั้งนอกจอและในจออัจฉริยะทั้งนอกจอและในจออัจฉริยะทั้งนอกจอและในจออัจฉริยะทั้งนอกจอและในจอเพื่อนสนิท แฮรี่ พอตเตอร์เพื่อนสนิท แฮรี่ พอตเตอร์ตีบทแตกแต่เด็กตีบทแตกแต่เด็กตีบทแตกแต่เด็กตีบทแตกแต่เด็ก

หนังชนโรง : มิตรภาพกว่า 20 ปี ของ ‘กาย ริชชี่’ กับ ‘เจสัน สเตทแธม’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/582150

หนังชนโรง : มิตรภาพกว่า 20 ปี  ของ ‘กาย ริชชี่’ กับ ‘เจสัน สเตทแธม’

หนังชนโรง : มิตรภาพกว่า 20 ปี ของ ‘กาย ริชชี่’ กับ ‘เจสัน สเตทแธม’

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นการโคจรมาพบกันอีกครั้งที่แฟนๆคอหนังต่างเฝ้ารอคอย สำหรับแอ๊กชั่นสตาร์ขาบู๊เจสัน สเตทแธม และผู้กำกับมือเก๋าสุดคูล กาย ริชชี่หลังจากทั้งคู่ได้ร่วมงานกันครั้งสุดท้ายในภาพยนตร์ “REVOLVER” (2005) ล่าสุดในปี 2021ทั้งคู่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งให้หายคิดถึงในภาพยนตร์ เรื่อง “WRATH OF MAN คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก” ที่มีคิวจ่อฉายในบ้านเรา วันที่ 29 กรกฎาคมนี้

ผู้กำกับ กาย ริชชี่ ได้เผยว่า สำหรับเขาแล้วนักแสดงเพียงคนเดียวที่เหมาะสมสำหรับบทบาท เอช ตัวละครหลักของเรื่องต้องเป็น เจสัน สเตทแธมคนเดียวเท่านั้น “ผมสนใจเจสันในฐานะนักแสดงมาโดยตลอด จริงๆ แล้วผมเป็นคนแรกที่เลือกเขามารับบทบาทใน Lock, Stock and Two Smoking Barrels ผมคิดเสมอว่าเขาควรจะเป็นดาราผู้ประสบความสำเร็จของวงการ และผมก็ดีใจมากที่ได้เห็นเขากลายเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาอยู่ระหว่างการเดินทางบนเส้นทางของเขา ผมก็อยู่ในส่วนของผม และผมคิดว่าครั้งนี้จะเป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์แบบสำหรับเราทั้งคู่ที่ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ภาพยนตร์เรื่องนี้มันไม่ตลกเลย มันมีเนื้อหาที่ดุดันและรุนแรง เราเล่นกับความรู้สึกของการแก้แค้น ครอบครัว บาปของผู้เป็นพ่อที่สุดท้ายลูกชายกลายเป็นผู้รับเคราะห์”

ด้านนักแสดงชื่อดังอย่าง เจสัน สเตทแธม ที่ตัดสินใจรับงานนี้ “มันง่ายมากเลย เพียงแค่เรียกเขามาและพูดคุยกับเขาเพียงสองนาทีว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร กายต้องการให้รู้สึกสมจริง ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ยอมให้ผมเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหลจนเกินไป”

“วิธีการของเขาในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวคือการใช้วิธีแบบพื้นฐาน โดยในแต่ละวันให้คุณเข้าไปในโลกของเรื่องราวในหนัง และคิดออกมาว่าตัวละครกำลังจะทำอะไรในสถานการณ์ที่กำลังจะเกิด วิธีนี้ช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนจริงตามที่เราต้องการ ซึ่งในปัจจุบันยากมากที่ผู้กำกับจะทำเช่นนี้ เว้นแต่คุณจะมั่นใจมากจนรู้ว่าต้องจับภาพผ่านเลนส์ของกล้องอย่างไรเพื่อให้งานออกมาอย่างที่คิด และกายก็ทำเช่นนั้น”

“ผมตกหลุมรักอาชีพนี้ด้วยลอตเตอรีที่กายเป็นคนมอบให้ในภาพยนตร์เรื่อง Lock, Stock and Two Smoking Barrels”

สำหรับการทำงานร่วมกับ เจสัน สเตทแธมผู้กำกับ กาย ริชชี่ กล่าวว่าความร่วมมือของพวกเขาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความสนิทสนมและมิตรภาพที่เติบโตมาตลอดหลายทศวรรษ นอกจากนี้พวกเขายังคงทำงานร่วมกันในโปรเจกท์ต่อไปในหนังสายลับของ Miramax

“เจสันกับผมมีความสัมพันธ์เช่นเดิมตลอด 22 ปี ที่เรารู้จักกันอย่าคิดว่าผมกับเจสันโกรธกัน ผมไม่คิดว่าเราเคยพูดขัดกัน เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของผม มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เจสันสามารถจัดการกับชีวิตของเขาได้อย่างชำนาญและเขามีสติปัญญาที่ยอดเยี่ยม ผมเคารพเขาในฐานะนักแสดงและในฐานะมนุษย์คนหนึ่งอย่างแท้จริง”ผู้กำกับ กล่าว

เจสัน สเตทแธม เล่าเสริมว่า “เราทั้งคู่มาไกลกันมากตั้งแต่เริ่มทำงานร่วมกันเมื่อ 20 กว่าปีก่อน” สิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ ในสถานการณ์เช่นนี้คือดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ แต่ความจริงก็คือมันไม่มีเลย ผมตกหลุมรักอาชีพนี้ด้วยลอตเตอรีที่กายเป็นคนมอบให้ในภาพยนตร์เรื่อง Lock, Stock and Two Smoking Barrels ถ้าทั้งหมดที่ผมทำมาตลอดคือการทำงานให้กับกาย
ริชชี่ ผมกล่าวได้ว่าผมเป็นคนที่มีความสุขมากเลย”

สำหรับ เจสัน สเตทแธม และ กาย ริชชี่ถือเป็นอีกหนึ่งคู่ผู้กำกับ-นักแสดงคู่บุญ ที่ผ่านการร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน โดย สเตทแธมเคยแสดงนำในหนังของ กาย ริชชี่ มาแล้วถึง3 ครั้ง นับตั้งแต่ผลงานแกงสเตอร์คอเมดี้สุดคัลท์Lock, Stock and Two Smoking Barrels(1998), ต่อด้วยผลงานแอ๊กชั่นคอเมดี้สุดกวนโดนใจคอหนัง Snatch (2000) และผลงานแอ๊กชั่นอาชญากรรมใน Revolver (2005)

หนังชนโรง : ‘Hospital Playlist’ เรื่องราวแสนละเมียดละไมอบอุ่นหัวใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/580475

หนังชนโรง : ‘Hospital Playlist’  เรื่องราวแสนละเมียดละไมอบอุ่นหัวใจ

หนังชนโรง : ‘Hospital Playlist’ เรื่องราวแสนละเมียดละไมอบอุ่นหัวใจ

วันพุธ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ ซีซั่น 2” เตรียมกลับมาสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพสุดอบอุ่นหัวใจ หลังจากเรื่องราวที่ตอนจบซีซั่นแรกทิ้งไว้ ทำให้แฟนๆ อดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับแต่ละตัวละครในซีซั่นใหม่ในซีซั่น 2 นี้ คุณหมอทั้งห้าจะกลับมาพร้อมเรื่องราวของมิตรภาพที่ขับเคลื่อนไปด้วยการเย้าแหย่ มื้ออาหารแสนอร่อย และบทเพลงจากวงดนตรีที่มีให้ชมอย่างจุใจกว่าเดิมอย่างแน่นอน การันตีความสนุกสนานและความอบอุ่นประทับใจจากเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนสนิทที่ถือเป็นลายเซ็นจากผู้สร้าง ซีรี่ส์ “Reply 1988”

ถ้าคุณคาดหวังว่านี่จะเป็นซีรี่ส์หมอที่มีแต่ฉากเคร่งเครียดในโรงพยาบาลละก็เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ (Hospital Playlist) แทบจะสวนทางกับสิ่งที่คุณคาดหวัง เพราะซีรี่ส์เรื่องนี้นั้นอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวสุดอบอุ่นประทับใจที่แทรกอยู่อย่างละเมียดละไมในฉากชีวิตประจำวันอันแสนธรรมดาในโรงพยาบาล

ซีรี่ส์เล่าถึงชีวิตของคุณหมอทั้งห้าที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนแพทย์และได้มาทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน แม้ว่าคุณหมอทั้งห้ามีบุคลิกและสาขาความเชี่ยวชาญแตกต่างกันออกไป แต่ก็เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยมิตรภาพที่ลงตัว เริ่มจากอีอิกจุน (โจจองซอก) แพทย์โรคตับที่เป็นคนสนุกสนาน ใส่ใจผู้คนรอบข้าง และรักลูกชายเสียยิ่งกว่าอะไร อันจองวอน (ยูยอนซอก) กุมารแพทย์ผู้เป็นพ่อพระ เป็นผู้เสียสละ และไม่สนใจวัตถุนิยมใดๆ คิมจุนวาน (จองคยองโฮ)ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก ที่แม้ภายนอกจะดูแข็งกระด้างแต่ความจริงแล้วอ่อนโยนแถมชอบกินของหวานเป็นชีวิตจิตใจ แชซงฮวา(จอนมีโด) ประสาทศัลยแพทย์ที่หลงรักการตั้งแคมป์กลางธรรมชาติ เธอทำได้ดีไปเสียทุกอย่าง เว้นแต่การร้องเพลงเท่านั้น และคุณหมอคนสุดท้าย ยางฮยอนซอก (คิมแดมยอง)สูตินรีแพทย์ที่รักสันโดษ และอุทิศความรักทั้งหมดให้แม่ของเขา

“เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ ซีซั่น 2”

17 มิถุนายนนี้ ทาง Netflix

หนังชนโรง : ภาพยนตร์แฟนตาซีสุดมันส์ กวาดรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/578823

หนังชนโรง : ภาพยนตร์แฟนตาซีสุดมันส์ กวาดรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท

หนังชนโรง : ภาพยนตร์แฟนตาซีสุดมันส์ กวาดรายได้กว่า 5,000 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“A WRITER’S ODYSSEY จอมยุทธ์ทะลุภพ” ภาพยนตร์แอ๊กชั่นแฟนตาซีผจญภัยฟอร์มยักษ์จากแดนมังกร ที่ถล่มรายได้ในจีนไปกว่า5,000 ล้านบาท สร้างโดยดัดแปลงมาจากตอนสั้นของนิยายเรื่องAssassinate a Novelist กำกับและเขียนบทโดย ลู่หยาง (Brotherhood of Blades 2014) ได้ซูเปอร์สตาร์สาวแถวหน้าของจีน หยางมี่ มารับบทนำ

“A WRITER’S ODYSSEY” คือภาพยนตร์เกี่ยวกับความหวังและความศรัทธา ถ่ายทอดเรื่องราวในโลกแห่งนิยายแฟนตาซีที่ตัวเอกซึ่งเป็นนักรบต้องออกเดินทางเพื่อต่อสู้พิชิตระบอบการปกครองที่โหดร้ายจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในนิยายก็เริ่มกลับกลายเป็นความจริง อีกหนึ่งความพิเศษที่ถือเป็นจุดเด่นของภาพยนตร์คืองานซีจีและสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่เนรมิตฉากการต่อสู้ออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยผลงานการสร้างของ United Entertainment Partners ผู้สร้างหนังเรื่อง The Wandering Earth ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ทำเงินถล่มทลายในจีนมาแล้ว นอกจากนี้หนังยังถ่ายทำด้วยกล้องไอแม็กซ์ และมีฉากจอกว้างแบบไอแม็กซ์มากกว่าหนึ่งชั่วโมง

เรื่องราวของนักเขียน ลู่คงเหวิน (ตงจื่อเจี้ยน) ที่เขียนนิยายแฟนตาซีเรื่อง นักล่าเทพเจ้า ซึ่งเล่าถึงนักรบหนุ่มที่มีภารกิจต้องเดินทางไปพิชิตปีศาจผมแดง แต่แล้วด้วยความอัศจรรย์บางอย่าง กลับทำให้โลกในนิยายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโลกแห่งความเป็นจริง จากเหตุการณ์นี้เอง กวนหนิง (เหลยเจียอิน) จึงยอมตกลงทำภารกิจฆ่าลู่คงเหวิน ตามคำสั่งของ ถูหลิง (หยางมี่) ซึ่งดูเหมือน หลี่มู่ (เหอเหว่ยหยู) หัวหน้าของเธอจะกุมความลับบางอย่างไว้ จนนำไปสู่เรื่องราวการลอบสังหารที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์เหนือจินตนาการ

“A WRITER’S ODYSSEY จอมยุทธ์ทะลุภพ”

เร็วๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : คุยกับพระเอก ‘มีน-พีรวิชญ์’ นั่งแท่นผู้กำกับครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/577190

หนังชนโรง : คุยกับพระเอก ‘มีน-พีรวิชญ์’  นั่งแท่นผู้กำกับครั้งแรก

หนังชนโรง : คุยกับพระเอก ‘มีน-พีรวิชญ์’ นั่งแท่นผู้กำกับครั้งแรก

วันพุธ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นอีกก้าวสำคัญของนักแสดงหนุ่มหล่อสุดฮอต “มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” จากบ้าน Ultimate Troop กับการทำงาน เบื้องหลัง ในโปรเจกท์มินิซีรี่ส์ “หนังสือรุ่น The Yearbook” ซึ่งจะพาคุณย้อนเวลาไปสู่ช่วงปี พ.ศ.2545 กับเรื่องราวความน่ารัก มิตรภาพ ความฝัน คำสัญญาของ 2 เพื่อนสนิท “นัท-ภพ”ที่มีอันให้ต้องจากลา ก่อน 4 ปีผ่านไป หนังสือรุ่นจะทำให้ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้ง 

โดยงานนี้นอกจากหนุ่มมีนจะรั้งตำแหน่ง Exclusive Producer ร่วมกับนักแสดงหนุ่ม “พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล” จากภาพยนตร์เรื่องดัง “รักแห่งสยาม” แล้ว ยังควบบทบาทผู้กำกับทุ่มประสบการณ์ทั้งจากงานแสดงและการเรียนในสาขาภาพยนตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด 

ซึ่ง มีน เผยว่า “ก็ยังไม่ใช่ผู้กำกับเต็มตัวขนาดนั้น (หัวเราะ) ถือว่ากำกับร่วมตอนอยู่หน้ามอนิเตอร์ เพราะว่าจะมีพี่สนุ๊กที่เป็นต้นเรื่อง กับครูลูกแก้วแอ๊กติ้งโค้ชคอยดูเรื่องการแสดงอยู่แล้ว ผมกับพี่เบ้น ผู้กำกับอีกคนจะเน้นไปที่การเล่าเรื่อง ภาพ มุมกล้อง แสง มากกว่า ก็สนุกดีได้ร่วมกันแชร์ไอเดียได้ทำอะไรใหม่ๆ”

เรื่องนี้แฝงอะไรหลายๆ อย่างไว้ด้วย ตั้งแต่โปสเตอร์เลย

“ถ้าใครได้ดูจะเห็นว่าโปสเตอร์จะเล่าผ่าน โทนภาพ ฟิล์ม แสง หรือสีเสื้อของนักแสดงที่ถูกวางไว้ตั้งแต่แรก ถ้าสังเกตในงานของเราดีๆ เราใส่สัญญะไว้แทบจะทุกภาพ อย่างตัวละครจะมีตัวละครนึงสีโทนเย็น อีกตัวละครสีโทนอุ่นและจะมีโปสเตอร์นึงที่ตัวละคร กำลังเดินตรงรางรถไฟ มีตัวละครนึงที่ใส่เสื้อสีโทนเย็นตามอีกตัวละคร จริงๆ มันคืออารมณ์ไขว้เขวของตัวละคร และรางรถไฟที่คดไป-มามันคือเส้นทางที่ตัวละครต้องเลือก ความสับสนของเด็กในยุคนั้นจนอาจจะเป็นทางแยกนี่ขนาดแค่โปสเตอร์ก็แฝงสัญญะนะครับ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ต้องซีเรียสดูเอาสนุกๆดีกว่าครับ เห็นก็ถือว่าเป็นโบนัส อยากให้ทุกคนได้ตีความหมายจากภาพครับ”

ทำไม? ต้องเป็นยุค 2000 ตอนต้น

“เราคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีเสน่ห์ มีช่วงเวลาความรักที่ยากกว่าปัจจุบันมาก  ยากที่จะเจอกัน ยากที่จะติดต่อ ยากที่จะตามหา หรือแม้กระทั่งยากที่จะรู้ใจตัวเอง เลยรู้สึกว่าอยากดึงเสน่ห์และกลิ่นอายอะไรเหล่านี้มานำเสนอในซีรี่ส์เรื่องนี้  อีกอย่างยุคนั้นเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนถ่ายทางเทคโนโลยี เช่น เพจเจอร์มาเป็นมือถือ มีแชท MSN ผมว่ามันมีเสน่ห์ของมันนะ เชื่อว่าคนที่อยู่ในยุค พ.ศ. นั้นต้องคิดถึงกันแน่ๆ ถ้าได้ดูซีรี่ส์เรื่องนี้ อีกอย่างความคิดของคนในยุคนั้นก็เริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกันดูได้จากตัวละครในเรื่องที่จะมีความคิดต่างกันตามแนวคิดที่เปลี่ยนไป”

ความแตกต่างซีรี่ส์เรื่องนี้กับเรื่องอื่น 

“มีนว่าความต่างคือเรื่องนี้ค่อนข้างเรียลแต่มีความน่ารักของยุค 2000 ตอนต้น อาจเพราะงบจำกัดมาก (หัวเราะ) อีกอย่างคือซีรี่ส์เรื่องนี้มันถูกเริ่มต้นมาจากความเป็นหนัง คนดูน่าจะได้เห็นการเล่าเรื่อง ภาพ หรือการถ่ายทอดแบบภาพยนตร์ด้วย”

ได้ยินมาว่า ต้องทำงานภายใต้งบประมาณจำกัด

“เอาเป็นว่ารู้แล้วจะตกใจ เรื่องนี้ลงทุนไม่ถึงล้านครับ กับซีรี่ส์ 8 ตอน ถือว่าน้อยมากๆ แต่เราโชคดีครับ เราได้ทีมดี ได้พี่ๆ น้องๆ มาช่วยเหลือด้าน production ต่างๆ ได้แอ๊กติ้งโค้ชอย่างครูลูกแก้วมาช่วยก่อนถ่ายทำและระหว่างถ่ายทำด้วย มีพี่พิชมาช่วยเสริมตั้งแต่ประชุมบท เราเตรียมงานค่อนข้างมาก เพื่อให้ตอนถ่ายทำไม่พลาดจะได้ไม่เกินงบที่ตั้งไว้ครับ ถ้าไม่ได้ทีม
ที่ดีมาช่วยนี่ยากแน่ๆ”

กลัวการเปรียบเทียบกับซีรี่ส์ชายรักชายเรื่องอื่นๆ ไหม

“การเปรียบเทียบมันเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว เลยไม่ได้กลัวขนาดนั้น แล้วก็บอกทุกคนตลอดว่างานที่เราทำมันอาจจะไม่ใช่งานแนวที่นิยมทั่วไปในตลาดขนาดนั้น ก็น่าจะคลายความกดดันได้บ้าง ผมว่าการเปรียบเทียบทำให้เราได้เปิดมุมมองและพัฒนาผลงานต่อไปด้วยครับ”

อยากฝากอะไรกับคนดูซีรี่ส์เรื่องนี้ 

“อยากชวนทุกคนมาดูกันเยอะๆ ครับ งานนี้เราทุ่มเทเต็มที่ สนุกกับงานมากๆ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับงานนี้เหมือนกัน ได้ย้อนหวนคืนความทรงจำกลับไปสู่อดีตไปด้วยกัน เผื่อจะค้นเจอความทรงจำอะไรดีๆ ในหนังสือรุ่นเล่มนี้ครับ”

มิตรภาพ ความผูกพัน ความฝันของ “นัท-ภพ” จะกลับมาอีกครั้งหรือไม่หรือจะเหลือไว้เพียงแค่ความทรงจำในหนังสือรุ่นเล่มหนึ่ง ร่วมลุ้นพร้อมกันทาง LINE TV เร็วๆ นี้

หนังชนโรง : ‘Army of The Dead’ ภาพยนตร์แอ๊กชั่นซอมบี้สุดเดือด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/575563

หนังชนโรง : ‘Army of The Dead’  ภาพยนตร์แอ๊กชั่นซอมบี้สุดเดือด

หนังชนโรง : ‘Army of The Dead’ ภาพยนตร์แอ๊กชั่นซอมบี้สุดเดือด

วันพุธ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Army of The Dead แผนปล้นซอมบี้เดือด ผลงานจากผู้กำกับ แซ็ก สไนเดอร์ (ขุนศึกพันธุ์สะท้านโลก (300), Zack Snyder’s Justice League) และร่วมทัพนักแสดงโดย เดฟ บอติสตา, อนา เดอ ลา เรเกอรา, ฮิโรยูกิ ซานาดะ, โอมารี่ ฮาร์ดวิก, ทิก โนทาโร, ราอูลคาสติลโญ, ซาแมนธา วิน, การ์เร็ต ดิลลาฮันต์,โนรา อาร์เนซเซเดอร์, ธีโอ รอสซี, แมทเธียส ชไวเกอร์เฟอร์, ฮูม่า เอส. กูเรชี

โดยก่อนหน้านี้ Neflix ได้จัดกิจกรรมสตรีมมิ่งถ่ายทอดสด ภาพยนตร์ “Army of The Dead แผนปล้นซอมบี้เดือด” ให้แฟนๆ ทั่วโลกได้ดูหนัง 15 นาทีแรกก่อนใคร และยังได้พบกับทีมนักแสดงและผู้กำกับครบทีมอีกด้วย

เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากซอมบี้บุกถล่มจนทำให้ลาสเวกัสพังย่อยยับและถูกปิดกั้นจากโลกภายนอก สก็อตต์ วอร์ด (เดฟ บอติสตา) อดีตวีรบุรุษชาวเวกัสซึ่งเคยต่อสู้ปะทะกับพวกซอมบี้ได้ซัดเซพเนจรกลายมาเป็นพ่อครัวย่างเบอร์เกอร์อยู่ในย่านชานเมืองซึ่งตอนนี้เขาใช้เป็นแหล่งพักพิง สก็อตต์ได้รับการติดต่อทาบทามจาก บลาย ทานากะ(ฮิโรยูกิ ซานาดะ) เจ้าของบ่อนซึ่งมาพร้อมสุดยอดข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ โดยสก็อตต์ต้องฝ่าวงล้อมซอมบี้เข้าไปในเขตกักกันเพื่อหาทางนำเงินจำนวน 200 ล้านดอลลาร์ ที่เก็บอยู่ในห้องนิรภัยใต้ดินในย่านสตริปออกมาให้ได้ภายใน 32 ชั่วโมง ก่อนที่ย่านดังกล่าวจะโดนรัฐบาลทิ้งระเบิดถล่ม ด้วยความหวังที่จะใช้เงินค่าตอบแทนมาช่วยปูทางให้ตัวเองได้กลับไปคืนดีกับ เคท (เอลล่า เพอร์เนลล์) ลูกสาวที่เหินห่าง สก็อตต์ตกลงตอบรับข้อเสนอพร้อมกับรวบรวมทีมยอดฝีมือต่างพื้นเพมาร่วมในปฏิบัติการโจรกรรมครั้งนี้

โดยสก็อตต์ต้องเจอเรื่องหนักใจเมื่อเคทผู้เป็นลูกสาวมาร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้เพื่อตามหา กีต้า (ฮูม่า เอส. กูเรชี) แม่คนหนึ่งซึ่งหายตัวไปในเมือง ด้วยความกดดันรอบด้านไม่ว่าจะเป็นเวลาสุดกระชั้นชิด ห้องนิรภัยที่แน่นหนาเจาะทะลวงยาก และฝูงอัลฟ่าซอมบี้ที่ทั้งเร็วและฉลาดกว่าเดิม สิ่งเดียวที่ทุกคนรู้ดีในแผนการปล้นครั้งยิ่งใหญ่นี้คือใครรอดตายก็ได้เงินทั้งหมดไปครอง

“Army of The Dead

แผนปล้นซอมบี้เดือด”

วันนี้ ทาง Netflix

หนังชนโรง : ‘จอห์นนี่ เดปป์’ กับเรื่องจริง ในสงครามโลกครั้งที่สอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/572241

หนังชนโรง : ‘จอห์นนี่ เดปป์’ กับเรื่องจริง  ในสงครามโลกครั้งที่สอง

หนังชนโรง : ‘จอห์นนี่ เดปป์’ กับเรื่องจริง ในสงครามโลกครั้งที่สอง

วันพุธ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“จอห์นนี่ เดปป์” หวนคืนสู่จอเงินอีกครั้งในบทบาท “ดับเบิลยู ยูจีน สมิธ” ในภาพยนตร์ “MINAMATA มินามาตะ ภาพถ่ายโลกตะลึง”กับบทช่างภาพสงครามชื่อกระฉ่อนช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้ใช้ภาพถ่ายทวงคืนความยุติธรรมแก่ชาวเมืองมินามาตะ ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงสุดสะเทือนอารมณ์ กับเรื่องราวความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชุมชนชาวประมงเมืองมินามาตะ จังหวัดคุมาโมโต้ ชายฝั่งทะเลของญี่ปุ่น

หนังเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี1971 หลังจากช่วงเวลามีชื่อเสียงสูงสุดในฐานะนักข่าวช่างภาพที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดับเบิลยู ยูจีน สมิธ (รับบทโดย จอห์นนี่ เดปป์) ได้ถูกส่งตัวไปยังมินามาตะ เมืองเล็กๆ ชายฝั่งทะเลของญี่ปุ่น ซึ่งถูกทำลายด้วยพิษของสารปรอท อันผลจากความประมาทเลินเล่อทางอุตสาหกรรมอย่างร้ายแรงเป็นเวลาหลายทศวรรษโดยน้ำมือของบริษัท ชิสโซะคอร์เปอเรชั่น ที่นั่น สมิธ แทรกตัวเข้าไปอยู่ร่วมกับชุมชนและบันทึกความพยายามของชาวบ้านในการอยู่รอดร่วมกับ “โรคมินามาตะ” ให้ได้ เขาหมกมุ่นอยู่กับการเรียกร้องให้เกิดการรับรู้ถึงผลกระทบจากโรคมินามาตะต่อบริษัทชิสโซะและรัฐบาลญี่ปุ่น ก่อนที่ภาพถ่ายของเขาจะกลายเป็นเสียงสะท้อนอันทรงพลังถึงความโหดร้ายอันน่าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับเพื่อนมนุษย์ และงานที่เขาเพียงถูกมอบหมายให้ทำในตอนแรกได้กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตโดยสิ้นเชิง

ด้วยความหลงใหลในการถ่ายภาพทำให้ “จอห์นนี่ เดปป์” ยึดถือ “ยูจีน สมิธ”เป็นหนึ่งในฮีโร่ของเขา “เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ผมหลงเสน่ห์เขา” เขากล่าว “ผมรู้จักแมรี่ เอลเลน มาร์ค เป็นอย่างดี เธอเป็นช่างภาพที่ Magnum และรู้จักกับดับเบิ้ลยูยูจีน สมิธ ผมจึงถามเธอเกี่ยวกับเขาเพราะผมชื่นชมภาพถ่ายของเขา เธอบอกผมว่าเขาเป็นโบฮีเมียนอารมณ์แปรปรวนแต่อ่อนไหวเป็นพิเศษ เขาเป็นนักข่าวภาพถ่ายสงครามผู้แข็งกระด้างที่ได้เห็นอะไรต่างๆ มาหมดแล้ว จากนั้นเธอก็เล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเขาให้ผมฟัง”

สำหรับ “ดับเบิ้ลยู ยูจีน สมิธ” ถือเป็นช่างภาพสายสงครามที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ด้วยผลงานภาพถ่ายที่โดดเด่นเริ่มตั้งแต่ภาพที่ถ่ายจากแนวหน้าของการรบในมหาสมุทรแปซิฟิกช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงภาพถ่ายของพยาบาลผดุงครรภ์ที่ทำงานในชนบทของรัฐเซาท์แคโรไลนา อย่างไรก็ดี ผลงานที่สร้างชื่อเสียงและมีอิทธิพลมากที่สุดของเขาคือเรียงความภาพถ่ายผลงานสุดท้ายระหว่างการทำงานเป็นเวลา 3 ปี ในเมืองมินามาตะ โดยเฉพาะภาพถ่ายของเด็กหญิงโทโมโกะในห้องอาบน้ำ ที่ถ่ายในเดือนธันวาคมปี 1971

“MINAMATA

มินามาตะ ภาพถ่ายโลกตะลึง”

เร็ว ๆ นี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังชนโรง : พูดคุยเอ็กซ์คลูซีฟ กับทีมนักแสดง ‘The Woman in the Window’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/565875

หนังชนโรง : พูดคุยเอ็กซ์คลูซีฟ กับทีมนักแสดง  ‘The Woman in the Window’

หนังชนโรง : พูดคุยเอ็กซ์คลูซีฟ กับทีมนักแสดง ‘The Woman in the Window’

วันพุธ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

The Woman in the Window ส่องปมมรณะ ภาพยนตร์ระทึกขวัญแนวจิตวิทยา ดัดแปลงจากนวนิยายขายดีของ เอ.เจ.ฟินน์ ที่ได้คิวจ่อฉายพร้อมกันทั่วโลกวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ทาง Netflix ผลงานของผู้กำกับ โจ ไรท์ เจ้าของผลงานอันเป็นที่รู้จักอย่าง Darkest Hour ชั่วโมงพลิกโลก และ Atonement ตราบาปลิขิตรัก

นำแสดงโดย เอมี่ อดัมส์ นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำ 2 สมัยจาก American Hustle โกงกระฉ่อนโลกและ Hillbilly Elegy บันทึกหลังเขา และนักแสดงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แอนโธนี แม็คคี, ไวแอตต์ รัสเซลล์, จูลีแอนน์ มัวร์ และ เฟร็ด เฮชินเจอร์

เรื่องราวของ แอนนา ฟ็อกซ์ นักจิตวิทยาเด็กซึ่งมีอาการหวาดกลัวที่โล่ง เฝ้าจับตามองครอบครัวหนึ่งที่ดูสมบูรณ์แบบซึ่งอยู่ตรงข้ามอีกฟากถนนผ่านทางหน้าต่างในตึกหินแดงที่เธออาศัยอยู่ในนิวยอร์ก และชีวิตของเธอต้องพลิกผันไปหลังจากบังเอิญไปเห็นเหตุอาชญากรรมรุนแรง เมื่อความลับสุดช็อกเปิดเผย และผู้คนหรือสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

ทำไมถึงเลือกนวนิยายขึ้นแท่นมาโลดแล่นบนจอ

โจ ไรท์ ผู้กำกับ : “ผมสนใจไอเดียที่ทุกๆ อย่างของเรื่องเกิดขึ้นในบ้านเพียงหลังเดียวมาก ความมินิมัลของมันเป็นสิ่งที่ท้าทาย และการเล่าเรื่องนี้มีคุณสมบัติที่จะถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ได้ ความท้าทายในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้คือการทำให้สถานที่ถ่ายทำหลักแห่งเดียวนี้มีความน่าสนใจและผู้ชมจะไม่เห็นฉากในมุมมองเดิมมากจนเกินไป ผมพยายามสร้างให้ดูมีชีวิตชีวา เราจึงตัดสินใจที่จะสร้างบ้านในสตูดิโอที่บรูคลิน เป็นบ้านสองชั้นในหลังเดียวกัน และเราสร้างชั้นสามและชั้นใต้ดินถัดจากบ้านหลังนั้นอีกที เราสามารถเอากำแพงและพื้นออกได้ด้วย พวกเราใช้เวลาถ่ายทำอยู่ในบ้านหลังนั้นเป็นเวลากว่า 3 เดือนเลยล่ะ”

อยากให้คุณเล่าถึงความประทับใจ เบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้

เอมี่ อดัมส์ : “ฉันรู้สึกประทับใจกับวิสัยทัศน์ของโจ และวิธีการที่เขาเล่าเรื่อง ไม่เพียงแต่ทางด้านจิตใจแต่เป็นด้านอารมณ์ด้วย รวมถึงการรับมือกับอาการบอบช้ำทางจิตใจ ฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ การได้เห็นการแสดงที่น่าทึ่งของนักแสดงทุกคนในเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ อีกอย่างฉันเป็นแฟนตัวยงของหนังระทึกขวัญแนวจิตวิทยาเลยนะฉันชอบดูเพราะจะเอามาใช้ในการทำงานของตัวเองได้ด้วย แต่ฉันไม่ค่อยดูหนังที่ตัวเองเล่นเท่าไหร่”

จูลีแอนน์ มัวร์ อีกหนึ่งนักแสดงมือรางวัล พูดถึงการร่วมงานกับเอมี่ ว่า “เรื่องนี้เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของเรา เธอสามารถแบกหนังทั้งเรื่องไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ ความจริง และความเครียด เอมี่เป็นนักแสดงที่สุดยอดมาก และฉันชอบและตื่นเต้นมากเวลาที่จะได้เห็นนิยายเล่มที่ฉันรักถูกสร้างออกมาใน
รูปแบบภาพยนตร์ ทั้งผู้กำกับ โจ และ เอมี่ รวมถึงนักแสดงทุกคนทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาพิเศษมาก ฉันหวังว่าผู้ชมจะสัมผัสถึงจินตนาการของพวกเราค่ะ”

เฟร็ด เฮชินเจอร์ เล่าว่า “การได้ทำงานกับทุกคนในภาพยนตร์เรื่องนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตผมเลยครับ หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทำ ผมคิดถึงทุกๆ คนมาก คิดถึงบรรยากาศกองถ่ายด้วย ผมสนุกกับมันมาก และได้เรียนรู้เยอะมากครับ”

แอนโธนี แม็คคี และ เฟร็ด เฮชินเจอร์ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะคล้ายคลึงกับสถานการณ์โลกที่ทุกคนต่างต้องล็อกดาวน์อยู่ในบ้านของตัวเอง ผู้ชมส่วนใหญ่น่าจะเชื่อมโยงกับเรื่องราวและความรู้สึกของตัวละครได้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำไว้ตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ระบาดของโควิด-19 เมื่อการถ่ายทำจบสิ้นลง เหล่านักแสดงต่างแยกย้ายและต้องอยู่บ้านตลอดเวลาในช่วงที่เมืองล็อกดาวน์ พวกเขาได้ผลัดกันแชร์เรื่องราวความประทับใจในกองถ่าย รวมถึงช่วงเวลาที่ต้องอยู่กับครอบครัวท่ามกลางสถานการณ์ระบาดนี้

ผู้ชมจะได้รับอะไรจากการชมภาพยนตร์เรื่องนี้

“สำหรับผมคือ ธรรมชาติของความกลัวและเราสร้างความกลัวให้ตัวเองได้อย่างไร รวมถึงวิธีการที่จะหลุดพ้นและปลดปล่อยตัวเองจากความกลัวในตอนท้ายของเรื่อง ผมหวังว่าผู้ชมจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้นครับ” โจ ไรท์ กล่าวทิ้งท้าย