CIMA เผยประสบความสำเร็จเรื่องความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนได้ ด้วยโมเดลการปรับเปลี่ยนต้นทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย–25 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ในขณะที่บริษัทต่างๆ พยายามที่จะรับมือกับการแข่งขันในตลาดโลกท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงนั้น วันนี้บริษัทเหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์จากแบบจำลองการปรับเปลี่ยนต้นทุนซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมาย รวมถึงคงความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนหรือภาระค่าใช้จ่ายได้ด้วย

แบบจำลองหรือโมเดลดังกล่าวทำหน้าที่เสมือนโครงสร้างการวางแผนและควบคุมการปฏิบัติและการตัดสินอย่างสมเหตุสมผล เพื่อเปลี่ยนแปลงและบริหารจัดการความสามารถในการแข่งขันด้านภาระค่าใช้จ่ายของธุรกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยโมเดล 6 รายการ ที่จะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย และประคับประคองความสามารถในการแข่งขันด้านค่าใช้จ่ายในระยะยาว

โมเดล 6 รายการ ประกอบไปด้วย:

  • การสร้างวัฒนธรรมของการใส่ใจเรื่องต้นทุน

เพื่อให้การดำเนินการปรับเปลี่ยนต้นทุน และกลยุทธ์การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้จำเป็นต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กร และตอบสนองในทิศทางที่จะทำให้องค์กรมีความคล่องตัวในยามที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความยุ่งยาก

  • การบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวพันกับการขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน

ในขณะที่ธุรกิจต่างๆต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่แตกต่างกันไปในตลาดและองค์กรอยู่ตลอดเวลานั้น ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนเองนั้น ก็อาจจะเผชิญกับความเสี่ยงบางประการได้บ่อยครั้ง

  • การเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เข้ากับความสามารถในการทำกำไร

ไม่ว่ารูปแบบของธุรกิจจะเป็นอย่างไร มูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เราสามารถสร้างให้กับลูกค้า จะต้องผ่านการวิเคราะห์และทำความเข้าใจ  หากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายไม่ให้คุณค่าแก่ผลิตภัณฑ์ของตนเอง ก็มีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมจ่ายแพง หรือไม่ก็เปลี่ยนไปอุดหนุนเจ้าอื่นแทน  

  • การสร้างมูลค่าสูงสุดผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควรได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่นพอที่จะเพิ่มเติม หรือตัดทอนบางส่วนให้เหมาะกับตลาดจำนวนมากเท่าที่จะเป็นไปได้โดยไม่ขาดทุน

  • การสร้างความยั่งยืนเพื่อเพิ่มผลกำไร

การประยุกต์วิธีการที่มีความยั่งยันมาใช้ในโมเดลการทำธุรกิจ (ทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา, การผลิต, บรรจุภัณฑ์,โลจิสติกส์ และการตลาด เป็นต้น) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรในห่วงโซ่คุณค่า

  • ทำความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาของค่าใช้จ่าย: กระบวนการและระบบบัญชีต้นทุน

ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ต้นทุนต่ำลง อีกทั้งยังช่วยรักษาและเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

แบบจำลองการปรับเปลี่ยนต้นทุนยังมีกรณีศึกษา 3 กรณีตัวอย่างในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และบรรจุภัณฑ์เหล็ก โดยแบบจำลองได้รับการพัฒนาจาก Chartered Institute of Management Accountants (CIMA) และ สมาคมนักบัญชีสาธารณะของสหรัฐ (American Institute of Certified Public Accountants: AICPA) ซึ่งสามารถดูข้อมูลที่www.cgma.org

ติดต่อ

Siew Lian 
มือถือ: +6012-5023-985 
อีเมล: chan.siewlian@cimaglobal.com

Care-Energy รับบทตัวแทนผู้ถือหุ้น E.ON และ RWE ย้ำการรักษาผลประโยชน์ต้องเป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮัมบูร์ก, เยอรมนี–25 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

 

Care-Energy ผู้ให้บริการด้านพลังงานรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี กำลังขยายการให้บริการด้วยการเสนอตัวเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้น E.ON และ RWE รวมถึงหุ้นพลังงานอื่นๆ อย่างเป็นทางการ ท่านที่สนใจสามารถดูข้อมูลและสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการใหม่อย่าง Care-Energy Shareholder Service ได้ที่เว็บไซต์ http://www.care-energymanagement.com

 

มาร์ติน คริสเทค ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ Care-Energy กล่าวว่า เราได้ผนวกรวมองค์ความรู้อันครอบคลุมทั้งในด้านพลังงาน การซื้อขาย เทคโนโลยี และกฎหมาย เพื่อยกระดับการให้บริการด้านพลังงานของเรา บริการ Care-Energy Shareholder Service ได้ทำให้เรากลายเป็นกระบอกเสียงที่พึ่งพาได้สำหรับบรรดานักลงทุนสถาบัน เช่น หน่วยงานรัฐ ธนาคาร และกองทุนเพื่อการลงทุน รวมถึงนักลงทุนรายย่อยในหุ้น E.ON และ RWE ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก”

 

มาร์ติน คริสเทค แสดงความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายองค์กรของ E.ON และ RWE ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ว่า “ผู้ถือหุ้นในบริษัทอย่าง E.ON และ RWEต้องสูญเสีย 48.16% และ 68.16% ของมูลค่าตลาดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เงินปันผลที่เคยปลอดภัยก็มีมูลค่าลดลง ขณะที่บอร์ดบริหารก็ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินหรือรักษาชื่อเสียงของอุตสาหกรรมเยอรมนี ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นรายย่อยและนักลงทุนสถาบันที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับตลาดพลังงานจะไม่สามารถประเมินความน่าเชื่อถือของนโยบายองค์กรได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังแทบไม่มีอิทธิพลต่อบริษัทเพราะมีสถานะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยเท่านั้น”

 

คุณคริสเทคกล่าวว่า ผู้ให้บริการด้านพลังงานอย่าง Care-Energy มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคในตลาดพลังงาน ซึ่งครอบคลุมถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภคที่ได้ลงทุนทั้งทางตรงหรือทางอ้อมในบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ เช่น การลงทุนผ่านกองทุน DAX หรือพอร์ตการลงทุนต่างๆ “เราจะทำการพิจารณาผลลัพธ์และคาดคะเนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นอย่างละเอียด เพราะมาตรการปลดพนักงานไม่ได้ช่วยให้ผู้บริหารองค์กรสามารถนำเสนอกลยุทธ์ที่ยั่งยืนเพื่อเพิ่มมูลค่าตลาดและผลประกอบการ ซึ่งพัฒนาการเชิงลบสำหรับผู้ถือหุ้นและเศรษฐกิจเยอรมนีเช่นนี้ ควรเปิดให้มีการถกกันอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ สภาพสังคมและตลาดพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปยังต้องอาศัยวิธีการรับมือที่แตกต่างไปจากวิธีที่ E.ON และ RWE นำมาใช้ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ หากปราศจากตัวแทนอย่าง Care-Energy แล้ว “กำไร” ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการลงทุนในหุ้น ก็จะถูกละเลยดังเช่นหลายปีที่ผ่านมา และเรามาเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้”

 

เกี่ยวกับมาร์ติน ริชาร์ด คริสเทค

 

มาร์ติน คริสเทค เจ้าของและผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท Care-Energy มีประสบการณ์หลายทศวรรษในตลาดพลังงาน เขาผ่านการรับรองและได้รับอนุญาตให้เป็นเทรดเดอร์ในตลาดซื้อขายพลังงานที่สำคัญหลายแห่งในยุโรป นอกจากนี้ เขายังมีพื้นฐานความรู้ทางเทคนิคและการค้าที่จำเป็นต่อการนำพาบริษัทต่างๆ เช่น E.ON และ RWE ให้กลับมาประสบความสำเร็จในส่วนของผู้ถือหุ้น

 

เกี่ยวกับสมาคมผู้ถือหุ้น

 

สมาคมผู้ถือหุ้น คือสมาคมจดทะเบียนของกลุ่มผู้ถือหุ้น การรวมตัวกันทำให้สมาคมสามารถรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สมาคมสามารถจัดการประชุมสามัญเพื่อเชิญชวน ตัดสินใจ เปิดประเด็น และใช้สิทธิออกเสียงได้ สมาคมผู้ถือหุ้นมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ถือหุ้นรายย่อยและผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมสามัญประจำปีได้

 

สมาคมผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่จำกัดการทำกิจกรรมกับบริษัทที่มีการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และมักไม่มีความเชี่ยวชาญหรือความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมและตลาด ขณะที่สมาคมผู้ถือหุ้นแบบดั้งเดิมมักมีประสบการณ์หลายทศวรรษและมีทนายหลายคนคอยให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย สำหรับในกรณีที่เกิดความเสียหายหรือการเรียกร้องค่าเสียหายนั้น สมาคมผู้ถือหุ้นบางแห่งยังทำคดีตัวอย่างในนามของผู้ถือหุ้นด้วย

 

Care-Energy Shareholder Service

 

Care-Energy ขยายกรอบความคิดเดิมๆ เกี่ยวกับสมาคมผู้ถือหุ้น โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านตลาดและกลยุทธ์ในตลาดพลังงาน เนื่องจากผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นมิใช่ผลพวงจากการใช้กฎหมายอย่างเหมาะสมเท่านั้น แต่ยังเป็นผลมาจากการเชื่อมโยงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์เข้ากับทุกมิติของตลาดพลังงาน สำหรับ Care-Energy Shareholder Service นั้น จะช่วยพัฒนาบริการตัวแทนผู้ถือหุ้นไปอีกระดับ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้บริษัทพลังงานดำเนินงานในทิศทางที่ถูกต้องเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น บริการดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่นักลงทุนในเยอรมนีและออสเตรีย รวมถึงนักลงทุนทั้งในยุโรปและนอกยุโรป Care-Energy อยู่ในสถานะที่เหมาะสมสำหรับงานนี้ เนื่องจากมีสาขาในหลายประเทศ ซึ่งช่วยให้การสื่อสารในนามของผู้ถือหุ้นเป็นไปอย่างฉับไว

 

สื่อมวลชนกรุณาติดต่อ

Care-Energy Holding GmbH

Dkfm Marc Marz

Dessauer Strasse 2-4

D-20457 Hamburg, Germany

อีเมล: marc.maerz@care-energy.de

โทร. +49-151-42260332

 

Martin Richard Kristek

อีเมล: martin.kristek@care-energy.de

โทร. +49-40-414-314-858-0

แฟกซ์: +49-40-414-314-858-9

เว็บไซต์: http://www.care-energy.de  

 

แหล่งข่าว: Care-Energy Holding GmbH

ก๊าซพรอม เปิดตัวโครงการฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP ฤดูกาลที่ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มิวนิค–25 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ก๊าซพรอม (Gazprom) ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประกาศเปิดตัว FOOTBALL FOR FRIENDSHIP โครงการเพื่อสังคมสำหรับเยาวชนนานาชาติฤดูกาลที่ 4

 FOOTBALL FOR FRIENDSHIP Program / Vyacheslav Krupenkov, Senior Managing Director of GAZPROM Germania GmbH, and Franz Beckenbauer, Global Ambassador of FOOTBALL FOR FRIENDSHIP programme (PRNewsFoto/FOOTBALL FOR FRIENDSHIP)

Vyacheslav Krupenkov, Senior Managing Director of GAZPROM Germania GmbH, and Franz Beckenbauer, Global Ambassador of FOOTBALL FOR FRIENDSHIP programme (PRNewsFoto/FOOTBALL FOR FRIENDSHIP)

          (รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160323/347544 )

          ในแต่ละปีที่ผ่านมา ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของโครงการนี้ขยายออกไปกว้างไกลขึ้น ซึ่งในฤดูกาลนี้ นักฟุตบอลเยาวชนจากแอฟริกาและอเมริกาใต้จะมีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการเป็นครั้งแรก ขณะที่ทีมจากเอเชียจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น สำหรับประเทศที่เข้าร่วมโครงการโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 24 ประเทศในปีที่แล้ว เป็น 32 ประเทศ ซึ่งมากกว่าช่วงริเริ่มโครงการถึง 4 เท่า โดยในปีนี้ รายชื่อผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยทีมจากแอลจีเรีย อาร์เจนตินา อาร์เมเนีย ออสเตรีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส เบลเยียม บราซิล บัลแกเรีย จีน โครเอเชีย สาธารณรัฐเช็ก ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี อิตาลี ญี่ปุ่น คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ รัสเซีย เซอร์เบีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน สวิตเซอร์แลนด์ ซีเรีย ตุรกี ยูเครน สหราชอาณาจักร และเวียดนาม

          นอกจากการแข่งขันแล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างฤดูกาลด้วยเช่นกัน โดยวันที่ 25 เมษายน ประเทศที่เข้าร่วมโครงการจะเฉลิมฉลองวันแห่งฟุตบอลและมิตรภาพนานาชาติ International Day of Football and Friendship จากนั้นในวันที่ 27-28 พฤษภาคม เมืองมิลานจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสตรีทฟุตบอลนานาชาติ International Street Soccer Tournament และการประชุมเยาวชนนานาชาติ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP International Children’s Forum

          การประชุมจะปิดฉากด้วยการมอบรางวัล Nine Values Cup ซึ่งเป็นรางวัลพิเศษประจำโครงการ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP ซึ่งจะมอบให้แก่หนึ่งในสโมสรฟุตบอลอาชีพของโลกที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าต่อการส่งเสริมคุณค่าต่าง ๆ ของโครงการ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ชมการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2016 ณ สนาม สตาดีโอ จูเซปเป เมอัซซา (ซาน ซีโร) ในกรุงมิลาน หลังเสร็จสิ้นการประชุม

          “จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP รวมถึงประเทศที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นทุกปี เราสามารถบอกได้เลยว่านี่เป็นฤดูกาลระดับโลกอย่างแท้จริง เนื่องจากนักเตะรุ่นเยาว์จากซีกโลกตะวันตกจะเข้าร่วมโครงการเป็นครั้งแรก FOOTBALL FOR FRIENDSHIP มอบโอกาสอันยอดเยี่ยมให้เยาวชนจากวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีอันหลากหลาย ได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน แม้จะมีความแตกต่างกันก็ตาม” อเล็กซีย์ มิลเลอร์ ประธานคณะกรรมการบริหารของก๊าซพรอม กล่าว

          “รางวัล Nine Values Cup ที่ผู้เข้าร่วมโครงการ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP มอบให้นั้น เป็นรูปปั้นของนักฟุตบอลเยาวชนที่กำลังอุ้มโลกรูปทรงเดียวกับลูกฟุตบอลไว้ ผมคิดว่ามันเป็นการแสดงออกถึงแนวคิดและคุณค่าได้อย่างประสบความสำเร็จว่า ฟุตบอลและกีฬาทุกประเภทได้รับการสนับสนุนในหมู่เยาวชน” ฟรานซ์ เบคเคนบาวเออร์ ทูตประจำโครงการ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP กล่าว

          ที่มา: ศูนย์สื่อมวลชนโครงการ FOOTBALL FOR FRIENDSHIP

หัวเว่ย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Asia Pacific Railway Summit 2016 ที่ฮ่องกง ภายใต้หัวข้อ “ผลักดันไอซีทีรูปแบบใหม่เพื่อสร้างการรถไฟที่เชื่อมต่อถึงกันได้ดีขึ้น”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–24 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ผู้บริหารการรถไฟจากทั่วโลกรวมตัวกันเพื่อถกอนาคตของการเดินรถไฟในยุคไอซีที

          หัวเว่ย เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Asia Pacific Railway Summit 2016 ที่ฮ่องกงในวันนี้ (23 มี.ค.) ภายใต้หัวข้อ “Leading New ICT, Building a Better Connected Railway” ซึ่งมีผู้บริหารและบุคลากรมืออาชีพในแวดวงการรถไฟกว่า 100 คน จาก 10 ประเทศร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนหลักปฏิบัติอันดีและหารือถึงทิศทางและความท้าทายที่พลิกโฉมการพัฒนาการเดินรถไฟ

          หยวน ซีหลิน ประธานฝ่ายการขนส่งจาก Enterprise Business Group ของหัวเว่ย กล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับผู้ร่วมงาน โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลจากการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีที่มีต่ออุตสาหกรรมว่า “เทคโนโลยีใหม่ๆที่มีการประมวลผลบนคลาวด์เป็นแกนกลางนั้นได้เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการรถไฟ ด้วยเหตุนี้หัวเว่ยจึงรุกส่งเสริมการพัฒนาและการใช้งานเทคโนโลยีแบบเปิดเหล่านี้เพื่อช่วยวงการรถไฟในการพลิกโฉมบทบาทของระบบไอซีที จากการเป็นส่วนสนับสนุนไปสู่การเป็นองค์ประกอบการทำงานหลัก” เขากล่าว

 

  รูปภาพ –    http://photos.prnasia.com/prnvar/20160323/0861602497

 บรรยายภาพ – หยวน ซีหลิน กล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับผู้ร่วมงาน

          หัวเว่ยมีความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่าการคมนาคมด้วยรถไฟจะประสบความสำเร็จได้ก็ด้วยการประสานงานที่ได้ผลระหว่างระบบโครงสร้างพื้นฐาน ยานพาหนะ และบุคลากร ดังนั้นในขณะการรถไฟยังคงพัฒนาไปเป็นลำดับ ผู้ดำเนินการรถไฟทั่วโลกก็ต้องคิดหาแนวทางใหม่ๆในการจัดการทรัพยากรและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน

          ริชาร์ด ซี เอส หว่อง ซึ่งเป็น Principal Fellow ของ Systems & Technology Group และรองประธานและหัวหน้าระบบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสิงคโปร์ (SMRT) เสนอแนวคิดเกี่ยวกับแนวทางที่ผู้ดำเนินการรถไฟสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ เขากล่าวว่า “ปัจจุบันบริการสื่อสารไร้สายถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมการรถไฟมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากวิธีนี้ไม่ต้องเดินสายสัญญาณให้ยุ่งยากซับซ้อน และยังช่วยลดสัญญาแทรกสอดอุปกรณ์การสื่อสารอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันการสื่อสารระหว่างรถไฟและการหาตำแหน่งรถไฟยังง่ายขึ้นด้วยระบบสัญญาณรถไฟที่ทำงานผ่านระบบไร้สายและไอซีที ทำให้ผู้โดยสารเชื่อมต่อเข้าถึงข้อมูลรถไฟเต็มรูปแบบ การเดินทางจึงมีความสะดวกสบายและรื่นรมย์มากขึ้น”

          ในยุคอินเทอร์เน็ตมือถือ ผู้โดยสารต่างเรียกร้องให้มีบริการข้อมูลข่าวสาร ธุรกิจ และความบันเทิงในระหว่างการเดินทาง โดยซู ชูเผิง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมเครื่องกลของ Zhengzhou Rail Transport Company แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ โดยยกข้อดีของการเชื่อมต่อเต็มรูปแบบว่า “เนื่องจากมีการตั้งเครือข่าย eLTE ขึ้นมา รถไฟใต้ดินเจิ้งโจว (Zhengzhou Metro) จึงสามารถใช้ระบบกล้องวงจรปิดความคมชัดสูงติดตามรถไฟได้อย่างเรียลไทม์ การวิเคราะห์ข้อมูลจราจรจึงสามารถทำได้เรียลไทม์ด้วย การควบคุมการเดินรถไฟและสถานการณ์ต่างๆบนรถไฟจึงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” นายซูกล่าว “ดังนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เราจึงสามารถแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยของผู้โดยสารและรถไฟ ไม่เพียงเท่านี้ eLTE ยังรับประกันคุณภาพบริการระบบข้อมูลผู้โดยสารในขั้นสูง เปิดทางให้ผู้โดยสารสามารถดูวิดีโอแบบเรียลไทม์ได้อย่างไม่สะดุด จึงเป็นการยกระดับประสบการณ์การเดินทาง บริการดังกล่าวนี้ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการใช้งานในภารกิจที่สำคัญ เช่น การควบคุมรถไฟด้วยการสื่อสาร, Broadband Trunking และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงคุณสมบัติพิเศษ”

          เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่หัวเว่ยเป็นผู้จัดหาโซลูชั่นแนวหน้าในอุตสาหกรรมการรถไฟ ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นนวัตกรรมที่อาศัยระบบไอซีทีของหัวเว่ยนั้นได้ให้บริการแก่เส้นทางเดินรถไฟรวมความยาว 100,000 กิโลเมตรทั่วโลก หรือยาวเป็นสองเท่าของเส้นรอบวงโลก บริษัทเป็นผู้จำหน่ายผู้รายเดียวในอุตสาหกรรมที่นำเสนอโซลูชั่น GSM-R เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ LTE เป็นไปอย่างราบรื่น จึงไม่น่าแปลกใจที่โซลูชั่นการสื่อสารสำหรับการเดินรถไฟ GSM-R ของหัวเว่ยได้กลายเป็นผู้นำในตลาดส่วนเพิ่มติดต่อกันเป็นปีที่ 4 และปัจจุบันให้บริการทางเดินรถไฟเป็นระยะทางกว่า 45,000 กิโลเมตรทั่วโลก

          บริษัทกำลังต่อยอดความสำเร็จนี้ด้วยการขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมการรถไฟทั่วโลก โดยเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2015 บริษัทสามารถคว้าสัมปทานโครงการปรับปรุง GSM-R ให้มีความทันสมัย ซึ่งเสนอโครงการโดย Deutsche Bahn (DB) ในภาคเหนือของเยอรมนี โครงการนี้เป็นการปรับโครงสร้างเครือข่าย GSM-R ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน โดยครอบคลุมเส้นทาง 12,000 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 40% ของเครือข่ายของ DB

          ในส่วนของโครงการที่แล้วเสร็จ หัวเว่ยประสบความสำเร็จในการวางโซลูชั่นการสื่อสารรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสำหรับ Addis Ababa Light Rail ของเอธิโอเปีย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2015

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Asia Pacific Railway Summit 2016 กรุณาเข้าชมที่http://enterprise.huawei.com/topic/asiapacificrail2016/index.html

          เกี่ยวกับหัวเว่ย

          หัวเว่ย เป็นผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ชั้นนำระดับโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของหัวเว่ยที่www.huawei.com

Huawei GR5 สมาร์ทโฟนโฉมใหม่ที่เหนือกว่าแค่ทัชสกรีน ด้วยเทคโนโลยีการสัมผัสอันล้ำสมัยในราคาที่เอื้อมถึง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฮ่องกง–24 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ทัชสกรีนมีมาตั้งแต่ปี 2552 แล้ว ขณะนี้จึงถึงเวลาที่สมาร์ทโฟนของคุณต้องสมาร์ทสมชื่อขึ้นมาอีกนิด ด้วย Huawei GR5 ใหม่ล่าสุดที่ยกระดับเทคโนโลยีการสัมผัส เปิดโอกาสให้คุณสามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นหลักๆบนมือถือได้ทันที เพียงแค่ปลายนิ้ว

          ด้วยเทคโนโลยีการสัมผัสอันล้ำสมัยที่ทำงานอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย ฟังก์ชั่นปลดล็อคเครื่องอันฉับไวนี้หมายความว่า คุณสามารถเอื้อมแตะกระเป๋ากางเกงด้านหลังเพื่อรับโทรศัพท์ได้ และยังสามารถเลื่อนเวลานาฬิกาปลุก หรือแม้แต่ถ่ายวิดีโอขณะเพื่อนๆของคุณกำลังเล่นสนุกได้ในเวลาเพียง 0.5 วินาที

          Huawei GR5 มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย ซึ่งอัดแน่นอยู่ในสมาร์ทโฟนรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวในราคาที่เอื้อมถึง นับเป็นตัวเลือกอันสมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่มองหาความสนุกสนานในการแชร์โลกของตนด้วยความเร็วที่เหนือกว่า (ทั้งยังไม่ต้องทนกระเป๋าแบนอีกต่อไป) แล้วสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ทำอะไรได้บ้าง มาดูกันต่อ…

          สัมผัสขุมพลังด้วยปลายนิ้ว

          ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือรุ่นที่สองไม่เพียงช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงโทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทุกสิ่งที่คุณโปรดปราน และในทุกสถานการณ์ เทคโนโลยีการสัมผัสของ GR5 ช่วยปลดล็อคเครื่องได้ภายในเวลาเพียง 0.5 วินาที ไม่ว่านิ้วมือจะเปียกหรือแห้ง อีกทั้งยังแตะได้ทุกมุม ด้วยระบบตรวจจับแบบ 360 องศา จึงมั่นใจได้ว่าคุณจะไม่พลาดการสัมผัสและขาดการติดต่อ

 

    รูปภาพ –  http://photos.prnasia.com/prnvar/20160323/8521601903

          เมื่อแตะนิ้วเพียงหนึ่งครั้ง คุณก็สามารถปลดล็อคเครื่อง เปิดกล้องถ่ายภาพ และรับสายได้ และเมื่อเลื่อนนิ้วลง เมนูการแจ้งเตือนจะปรากฏขึ้น หากต้องการลบการแจ้งเตือนเหล่านั้นก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแตะซ้ำสองครั้ง

          พร้อมถ่ายระยะใกล้ทันทีเมื่อต้องการ

          กล้องบนสมาร์ทโฟนทุกวันนี้มีประสิทธิภาพไม่แพ้กล้อง DSLR ขนาดใหญ่เทอะทะมาตั้งแต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยสามารถถ่ายภาพเพื่อนๆหรือครอบครัว บันทึกช่วงเวลาดีๆขณะที่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศการเดินทาง หรือฝึกฝนทักษะทางศิลปะของคุณได้ง่ายกว่าที่เคย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากอุปกรณ์สุดล้ำที่มีขนาดเพียงฝ่ามือ

          สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแล้ว การเข้าถึงฟังก์ชั่นกล้องได้อย่างรวดเร็วนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนั้นได้อย่างง่ายดายและไม่ลดคุณภาพของรูป และยังสามารถถ่ายภาพแบบไทม์แล็ปส์เพื่อแชร์ให้กับเพื่อนๆได้ด้วย โดยคุณจะไม่พลาดช็อตเด็ดอีกต่อไป เนื่องจากไม่จำเป็นต้องคลำหาทางปลดล็อคเครื่องอีก

          กล้องหลังความละเอียด 13MP พร้อมรูรับแสง F2.0 นั้นประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์ stacked CMOS สำหรับการเก็บบันทึกภาพเรื่องราวบนโลกรอบๆตัว เช่นเดียวกับฟังก์ชั่นไมโครชอต 7cm และกล้องหน้าความละเอียด 5MP ซึ่งทำให้การถ่ายเซลฟี่เป็นเรื่องที่สนุกยิ่งขึ้น โดยนอกเหนือจากโหมดถ่ายภาพ “Perfect Selfie Mode” แล้ว GR5 ยังมีฟังก์ชั่นถ่ายภาพเอาใจผู้ชื่นชอบอาหารให้สามารถถ่ายและแชร์ภาพด้วยเมนู “Good Food Mode” ซึ่งช่วยให้ถ่ายภาพโดยไม่ต้องตามใส่ฟิลเตอร์ซ้อนกันเป็นตับให้ยุ่งยาก ก่อนโพสต์อาหารจานเด็ดของตนลงบนโซเชียลมีเดีย

          ความปลอดภัยเหนือกว่า

          โทรศัพท์ของคุณถือเป็นของส่วนตัว อันที่จริงแทบจะเรียกได้ว่าเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 เลยทีเดียว และด้วยเทคโนโลยีตรวจสอบลายนิ้วมือรุ่นที่สองอันล้ำสมัยของ GR5 จึงมั่นใจได้ว่าความเป็นส่วนตัวของคุณจะไม่เล็ดลอดออกไป

          เทคโนโลยีตรวจสอบทางชีวมิติที่มีความพิเศษนี้ทำให้มั่นใจได้ว่า จะไม่มีใครสามารถเข้าถึงอุปกรณ์นี้ได้นอกจากคุณผู้เป็นเจ้าของเครื่อง และเนื่องจากข้อมูลอัตลักษณ์ของคุณถูกเก็บไว้ในชิปเซ็ตภายในเครื่อง จึงสบายใจได้เลยว่าข้อมูลทั้งหมดของคุณจะปลอดภัย

          ศักยภาพไม่แพ้สมาร์ทโฟนตัวท็อป แต่ในราคาที่เอื้อมถึง

          ชีวิตนี้มีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่ควรค่าแก่การเสียเงิน มากกว่าควักกระเป๋าใช้เงินอันแสนหายากนี้ไปกับโทรศัพท์มือถือราคาสูงลิ่วเพียงหนึ่งเครื่อง คุณไม่จำเป็นต้องเจียดเงินค่าเที่ยว หรือล้มเลิกแผนไปคอนเสิร์ตทั้งๆที่คุณตั้งหน้ารอคอยเป็นเวลาหลายเดือน เพียงเพื่อที่จะนำเงินดังกล่าวไปซื้อเทคโนโลยีซึ่งประหนึ่งเป็นปัจจัยหลักในยุคปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

          เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนไม่เคยมีความคิดล้ำหน้าเช่นนี้เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆในราคาเดียวกัน Huawei GR5 ได้รับการออกแบบเพื่อให้มีราคาเอื้อมถึง แต่ยังประกอบด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยอย่าง Smarter Touch และอื่นๆอีกมากมาย สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปคเครื่องและจุดทดลองใช้งานGR5 ได้ที่นี่

          เรียบเรียงจากบทความของ Mashable.com ปี 2559         

SPIEF จับมือ Boao Forum จัดการประชุมร่วมกันเพื่อยกระดับความสัมพันธ์รัสเซีย-จีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

โป๋เอ๋า, จีน–24 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 St. Petersburg International Economic Forum (SPIEF) ได้จัดการประชุมในหัวข้อ “New approaches in the Russian economy: localization and innovations” ร่วมกับ Roscongress Foundation และ Boao Forum for Asia โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการจัดประชุมในต่างประเทศ  

การประชุมดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่แง่มุมต่างๆ ของการพัฒนาความสัมพันพ์แบบทวิภาคีระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและสาธารณรัฐประชาชนจีน จีนเป็นพันธมิตรทางการค้าและเศรษฐกิจที่สำคัญของรัสเซีย โดยการค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่า 5.003756 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2558 ขณะที่ยอดส่งออกจากรัสเซียไปยังจีนมีมูลค่า 2.482461 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนยอดนำเข้าอยู่ที่  2.521295 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสินค้าส่งออกหลักๆของรัสเซียประกอบด้วยเชื้อเพลิงธรรมชาติ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ไม้ซุง โลหะนอกลุ่มเหล็ก เคมีภัณฑ์ และแร่ดิบ [1]

นายอาร์คาดี ดวอร์โควิช รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวว่า “เพื่อแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศที่จำหน่ายในรัสเซีย เราเองก็ต้องส่งสินค้าของเราไปขายในต่างประเทศเช่นกัน มิเช่นนั้นจะไม่เป็นการแข่งขันแบบเสรี สินค้าของเรามักถูกกีดกันจากตลาดอื่นๆ เช่น สินค้าบางกลุ่มที่ในรัสเซียมีต้นทุนต่ำกว่าในจีน เป็นต้น ทั้งนี้ นอกเหนือจากการเปิดเสรีและการแข่งขันอย่างเป็นธรรมแล้ว การลงทุนและการบริหารจัดการที่ดีก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน”

นอกจากนี้ ตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมการประชุม ยังได้หารือถึงประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ โดยได้มีการประเมินโอกาสทางธุรกิจในยุคปฏิวัติดิจิตอล รวมถึงแสวงหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อจัดทำโครงการร่วมกัน โดยเน้นเป็นพิเศษไปที่การพัฒนาศักยภาพความร่วมมือระหว่างรัสเซียและจีนในภาคนวัตกรรมและการประกอบการ สำหรับประเด็นการสร้างความร่วมมือระดับทวิภาคีนั้น จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือต่อไปในการประชุม St. Petersburg International Economic Forum ครั้งที่ 20 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 มิถุนายน 2559

นายแอนตัน โคเบียคอฟ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีรัสเซีย และเลขาธิการคณะกรรมการจัดการประชุม St. Petersburg Economic Forum แสดงความเห็นว่า การจัดงานเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงจำนวนมาก อันเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์กับตัวแทนของจีนในระหว่างการประชุมSPIEF และ EEF ซึ่งเป็นการประชุมทางเศรษฐกิจชั้นนำของรัสเซีย “เราหวังว่าตัวแทนจากจีนจะเข้าร่วมการประชุมทางเศรษฐกิจสำคัญๆ ของรัสเซียกันมากขึ้น ตัวแทนจากจีนให้ความร่วมมือและสนใจในงานเหล่านี้เป็นอย่างมาก สำหรับในส่วนของเรานั้น เราจะเดินหน้าขยายความร่วมมือระดับทวิภาคีอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ตลอดจนพัฒนาความสัมพันธ์รัสเซีย-จีนภายใต้เงื่อนไขใหม่ๆในตลาดต่อไป”

  

อ้างอิง

1. http://www.ved.gov.ru/exportcountries/cn/cn_ru_relations/cn_ru_trade/ (Russian)

แหล่งข่าว: Roscongress Foundation

ZF นำองค์กรเข้าสู่มิติใหม่ หลังเข้าซื้อกิจการ TRW

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

ฟรีดริชส์ฮาเฟิน และชตุทท์การ์ท, เยอรมนี–24 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          – ยอดขายของกลุ่มบริษัทปรับตัวขึ้นอย่างมากสู่ระดับ 2.92 หมื่นล้านยูโร

          – กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อยู่ที่ระดับ 1.6 พันล้านยูโร

          – หนี้จากการเข้าซื้อกิจการลดลงแล้วอย่างมีนัยสำคัญ

          ZF Friedrichshafen AG ประสบความสำเร็จในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องในปี 2015 โดยกลุ่มบริษัททำยอดขายได้ 2.92 หมื่นล้านยูโรในปีงบการเงิน 2015 ซึ่งรวมถึงยอดขาย 8.9 พันล้านยูโรจาก ZF TRW ที่ได้รวมตัวกันเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ในชื่อ “Active & Passive Safety Technology” Division มาตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 2015 ทั้งนี้ ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการเติบโตจากภายในองค์กรคิดเป็นสัดส่วนรวมกัน5% ของยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) รวมอยู่ที่ 1.6 พันล้านยูโร ซึ่งสอดคล้องกับมูลค่าการเติบโตที่ 498 ล้านยูโร และอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT margin) ที่ 5.5% โดยตัวเลขเหล่านี้เป็นผลมาจากการซื้อและขายกิจการ ดังนั้น จึงเปรียบเทียบกับตัวเลขของปีก่อนได้ในขอบเขตที่จำกัดเท่านั้น

 

           http://photos.prnasia.com/prnvar/20150514/8521503115LOGO

          “ปี 2015 ถือเป็นปีที่โดดเด่นสำหรับบริษัท เพราะเราได้ฉลองครบรอบร้อยปีไปพร้อมๆ กับความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท” ดร.สเตฟาน ซอมเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ZF กล่าว “ผมมีความภูมิใจที่จะได้ประกาศว่า ในปีงบการเงินที่ผ่านมานั้น เราได้วางรากฐานความสำเร็จอย่างยั่งยืนให้กับอนาคตของ ZF เราวางเครือข่ายชิ้นส่วนประกอบเครื่องจักรกลเข้ากับหน่วยควบคุมและเซ็นเซอร์ได้อย่างชาญฉลาด วิธีนี้จะทำให้เราสามารถช่วยกำหนดแนวทางการขับขี่ที่มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

          ศ.ดร.จอร์โจ เบห์ร ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการของ ZF แสดงความพึงพอใจอย่างมากต่อผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่มีประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่มีวิสัยทัศน์และมีแนวคิดแปลกใหม่อย่าง สเตฟาน ซอมเมอร์” เบห์รเน้นย้ำ “การเข้าซื้อ TRW ถือเป็นกรณีพิเศษที่ทำให้เขานำพา ZF และเหล่ากรรมการบริหารก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน รวมถึงวางตำแหน่งของกลุ่มบริษัทไว้ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและราคาในภาคอุตสาหกรรมผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ เราจึงเชื่อมั่นในความสามารถของเขาอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะดำเนินการตามแผนงานนี้ไปอย่างต่อเนื่อง และเราต้องการที่จะสานต่อความสำเร็จนี้ไปด้วยกัน”

          การกระจายยอดขายในภูมิภาคมีความสมดุล

          ผลจากการเข้าซื้อกิจการ TRW ทำให้ ZF มียอดขายของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยยอดขายของ ZF TRW ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจลำดับที่ห้านั้นมีส่วนช่วยในการเติบโตของยอดขายที่ 8.9 พันล้านยูโร นับตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2015 ยิ่งไปกว่านั้น การกระจายตัวของยอดขายระดับภูมิภาคของกลุ่มบริษัทยังมีความสมดุลมากขึ้น โดยส่วนแบ่งยอดขายในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 28% ขณะที่ส่วนแบ่งในยุโรปลดลงจาก 56% สู่ระดับ47% สำหรับส่วนแบ่งในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกคิดเป็น 22% ของยอดขายของ ZF (เทียบกับ 20% ในปี 2014)

          สำหรับผลการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคหลักๆ นั้นแตกต่างกันไปในปี 2015 ซึ่งสอดคล้องกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยตลาดอเมริกาเหนือและเอเชียแปซิฟิกเติบโตอย่างมาก ส่วนตลาดยุโรปเติบโตในระดับปานกลาง ต่างจากในอเมริกาใต้ที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

          กำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

          ตัวเลขกำไรของกลุ่มบริษัทนั้นได้รับอิทธิพลจากรายการพิเศษ โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.6 พันล้านยูโร (เทียบกับ 1.1 พันล้านยูโรในปี 2014) โดยอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT margin) คิดเป็น 5.5% ในปีงบการเงิน 2015 ทั้งนี้ หลังการปรับปรุงรายการพิเศษ อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT margin) ของปี 2015 อยู่ที่ 5.4% มากกว่าปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 4.6% สำหรับกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราค (EBITDA) ไต่ขึ้นสู่ระดับ 3.4 พันล้านยูโร (เทียบกับ 2.0 พันล้านยูโรในปี 2014) ขณะที่อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA margin) ยืนอยู่ที่ระดับ 11.5% (เทียบกับ 11.1% ในปี 2014) กำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 1.0 พันล้านยูโร ซึ่งสอดคล้องกับที่เพิ่มขึ้น 347 ล้านยูโร

          หนี้สินจากการซื้อกิจการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง

          กระแสเงินสดจากการดำเนินงานภายหลังการปรับปรุงรายการพิเศษอยู่ที่เกือบ 1.4 พันล้านยูโร ณ สิ้นปี เพิ่มขึ้น 800 ล้านยูโรจากปีก่อน เนื่องมาจากการควบรวมกันของ ZF TRW เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การเข้าซื้อกิจการเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2015 โดยคิดเป็น 7.5 เดือนในงบการเงินรวมของ ZF

          ZF สามารถลดระดับหนี้สินลงได้อย่างมากในปี 2015 โดยมีปัจจัยหลัก ได้แก่ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และผลกระทบจากรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว “เรายึดมั่นในการดำเนินแนวทางการเงินแบบอนุรักษ์นิยมด้วยสถานะทางการเงินที่มั่นคงและสมดุลมาตั้งแต่เริ่มต้น” ดร.คอนสแตนติน เซาเออร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ ZF กล่าว “ข้อเท็จจริงก็คือ เราสามารถลดจำนวนหนี้สินสุทธิของเราลงได้แล้วอย่างรวดเร็วถึง 1.4 พันล้านยูโร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราสามารถทำตามแผนที่วางไว้ได้ นอกจากนี้ เรายังตั้งใจที่จะทำงานอย่างเป็นระบบในการลดหนี้สินลงอย่างต่อเนื่องในปี 2016 อีกด้วย”

          รักษาระดับการลงทุนไว้ในระดับสูง

          นอกจากลดหนี้สินลงได้อย่างมากแล้ว ในปี 2015 ZF ยังได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนในอนาคตในระดับเดียวกัน บริษัทได้ลงทุนราว 1.3 พันล้านยูโร (เทียบกับ 1 พันล้านยูโรในปี 2014) ในด้านอสังหาริมทรัพย์ โรงงานและอุปกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อขยายกำลังการผลิตและการพัฒนาศักยภาพของบริษัท เม็ดเงินลงทุนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วน 4.4% ของยอดขาย นอกจากนี้ยังได้มีการลงทุนจำนวน 1.4 พันล้านยูโรในด้านการวิจัยและพัฒนา ซึ่งช่วยให้ ZFสามารถบรรลุเป้าหมายที่ที่บริษัทกำหนดเอาไว้ที่ประมาณ 5% ของยอดขาย

          การควบรวมกันของ ZF TRW ช่วยผลักดันความสำเร็จในอนาคต

          ภายหลังการซื้อกิจการ TRW ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ZF Group ในฐานะแผนกใหม่คือ “Active & Passive Safety Technology” Division ซึ่ง ZFได้นำเสนอความสำเร็จเบื้องต้นจากกระบวนการควบรวมกิจการอย่างครบวงจรและกินระยะเวลาหลายปี ที่งาน IAA ในแฟรงค์เฟิร์ต เมื่อเดือนกันยายน 2015

          “นวัตกรรมต่างๆ อย่างเช่นรถยนต์ที่จัดแสดงในงาน IAA และต้นแบบโมเดลการผลิตเป็นจำนวนมากซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเร็วๆนี้ที่สวีเดน ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีอันเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการ โครงสร้างใหม่นี้ทำให้เราอยู่ในสถานะที่สมบูรณ์แบบในการเป็นผู้จัดหาระบบที่ครบวงจรระดับโลกอย่างแท้จริง” ซอมเมอร์กล่าว “เราจะยังคงเดินหน้าผลักดันการรวมตัวกันของ ZF TRW อย่างเป็นระบบต่อไปในปี 2016และเราจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถใช้ความเชี่ยวชาญอันเหนือชั้นในด้านระบบเครื่องกลอัจฉริยะได้อย่างเต็มที่”

          แนวโน้ม

          ZF เชื่อว่าตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กจะมีการพัฒนาโดยรวมที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน ZF คาดว่าจะได้เห็นการเติบโตอย่างมากของยอดขายในแผนก Industrial Technology Division ซึ่งปัจจัยที่ผลักดันภาคส่วนนี้ ได้แก่ การผนวกรวมธุรกิจเกียร์อุตสาหกรรมและกังหันลมที่บริษัทได้เข้าซื้อกิจการไปเมื่อสิ้นปี 2015 รวมทั้งตำแหน่งที่แข็งแกร่งในตลาด และการพัฒนาธุรกิจ Wind Power Technology Business Unit

          ZF คาดว่ายอดขายปี 2016 ของกลุ่มบริษัทในภูมิภาคจะอยู่ที่ระหว่าง 3.5-3.6 หมื่นล้านยูโร ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2015 อันเนื่องมาจากการรวมตัวกันของ ZF TRW ได้เต็มปีเป็นครั้งแรก โดยในระยะกลาง ZF คาดว่ากลุ่มบริษัทจะขยายตัว 7% ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของตลาดโดยรวม และคาดว่า EBIT margin ที่มีการปรับปรุง 2016 จะอยู่ที่ 5-6% ในปี 2016 ขณะที่คาดว่า EBITDA margin หลังการปรับปรุงจะสูงกว่า 10% “ในปี 2015 เราประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน และนับเป็นอีกครั้งที่เราทำผลงานได้ดีกว่าปีก่อนหน้า” ซอมเมอร์กล่าว “เพื่อรับประกันสถานะของเราในอนาคต เราจำเป็นต้องทำการบ้านในปี 2016 และปรับปรุงผลลัพธ์ของเราให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเยอรมนี ซึ่งเราจะต้องเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้มากยิ่งขึ้น”

          สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและรูปภาพ กรุณาเข้าชมที่ www.zf.com/apc

          สื่อมวลชนติดต่อ:

          Christoph Horn

          Head of Corporate Communications

          โทร: +49 7541 77-2705

          อีเมล: christoph.horn@zf.com

          Andreas Veil

          Head of Business and Finance Communications

          โทร: +49 7541 77-7925

          อีเมล: andreas.veil@zf.com

          โลโก้ – http://photos.prnasia.com/prnh/20150514/8521503115LOGO

ไดเมนชั่น ดาต้า คว้ารางวัลผู้วางระบบการสื่อสารยอดเยี่ยม 2 ปีซ้อนจากฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

กรุงเทพฯ—24 มี.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

ไดเมนชั่น ดาต้า (Dimension Data) คว้ารางวัล Frost & Sullivan Thailand Unified Communication System Integrator of the Year ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่สองติดต่อกันแล้วที่บริษัทได้รับรางวัลนี้

คุณไชเลนดรา โซนี Industry Principal ฝ่าย Digital Transformation ของฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าวว่า ไดเมนชั่น ดาต้า มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง โดยช่วยให้บรรดาลูกค้าชั้นแนวหน้าบรรลุผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมทางธุรกิจ จากการพลิกโฉมธุรกิจด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยี

บริษัทได้ช่วยให้ลูกค้าทำงานร่วมกันมากขึ้น อันนำมาซึ่งผลิตภาพและประสิทธิภาพให้กับลูกค้าของพวกเขา โดยการที่ไดเมนชั่น ดาต้า ได้เข้าซื้อกิจการของเจบเส็น แอนด์ เจสเส็น (Jebsen & Jessen) นั้นถือเป็นการยกระดับศักยภาพของบริษัทในการให้บริการลูกค้าที่มีขนาดใหญ่ และใหญ่มาก และเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถคว้าข้อตกลงขนาดใหญ่แบบครบวงจร อันประกอบไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัยมากมาย

คุณโซนี กล่าวว่า “ความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์เหล่านี้ ทำให้ไดเมนชั่น ดาต้า เติบโตได้อย่างรวดเร็วเหนือตลาดและคู่แข่ง”

เขากล่าวเสริมว่า ผู้เข้าชิงรางวัลนี้ได้รับการประเมินจากรายได้และการเติบโตของรายได้ในด้าน แอปพลิเคชั่นการสื่อสารแบบรวมศูนย์ (UC) ส่วนแบ่งตลาดและการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ตลอดจนกลยุทธ์ UC ความหลากหลายของธุรกิจ และการบรรลุผลสำเร็จที่สำคัญ

คุณสุทัศน์ คงดำรงเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล UC System Integrator of the Year เป็นปีที่สองติดต่อกัน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ไดเมนชั่น ดาต้า เดินมาถูกทางแล้วจากการใช้กลยุทธ์ UC โดยเราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชั่น UC ใหม่ๆ ซึ่งจะตอบรับกับความต้องการของลูกค้าของเรา”

เกี่ยวกับไดเมนชั่น ดาต้า

ไดเมนชั่น ดาต้า ใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆบรรลุผลลัพธ์อันยิ่ง ใหญ่ในยุคดิจิทัล โดยในฐานะที่เป็นบริษัทในเครือของ NTT Group เราจึงทุ่มเทให้กับโครงสร้างดิจิทัลพื้นฐาน ระบบคลาวด์ลูกผสม พื้นที่ทำงานแห่งโลกอนาคต ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และแพลตฟอร์มเครือข่าย บริษัทมีผลประกอบการ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีสำนักงานใน 58 ประเทศทั่วโลก ซึ่งไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ใด เราพร้อมให้บริการทุกที่ ในทุกระยะการเดินทางสู่โลกเทคโนโลยี ร่วมวิ่งไปสู่จุดหมายกับเราได้ที่ dimensiondata.com

สำหรับในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เรามีการดำเนินงานประจำสำนักงาน 50 แห่งใน 13 ประเทศ เราช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้เทคโนโลยี ดำเนินการโครงสร้างไอทีพื้นฐาน และแปลงโซลูชั่นเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดมูลค่า ผ่านการผนวกรวมความเชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่าย การรักษาความปลอดภัย การสื่อสาร ศูนย์ข้อมูล และการประมวลผลของผู้ใช้ปลายทาง เข้ากับทักษะขั้นสูงในการบริการดูแลระบบไอที บริการในรูปแบบ IT-as-a-Service บริการรวมระบบ และการฝึกอบรม www.dimensiondata.com

เกี่ยวกับ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน

ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน คือบริษัทหุ้นส่วนการเติบโต (Growth Partnership Company) ที่ทำงานร่วมกับลูกค้าในการใช้นวัตกรรมอย่างมีวิสัยทัศน์ เพื่อรับมือความท้าทายทั่วโลก รวมทั้งเปิดรับโอกาสการเติบโตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายผู้ที่อยู่ในตลาดได้

กว่า 50 ปีมาแล้วที่เราได้พัฒนากลยุทธ์การเติบโตให้แก่บริษัทชั้นนำ 1000 อันดับแรกของโลก ธุรกิจเกิดใหม่ ภาครัฐ และชุมชนการลงทุน องค์กรของคุณเตรียมความพร้อมแล้วหรือยังสำหรับการตั้งรับคลื่นลูกใหม่จากการ บรรจบกันของอุตสาหกรรม เทคโนโลยีก้าวกระโดด การแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น เมกาเทรนด์ หลักปฏิบัติที่มีความล้ำหน้า ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของลูกค้า และเศรษฐกิจเกิดใหม่

ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษา

สื่อมวลชนติดต่อ

ชวนันท์ สันตินานาเลิศ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร และการบริหารแบรนด์
ไดเมนชั่น ดาต้า
โทร: 02 625 0920
อีเมล: chawanun.s@dimensiondata.com

อลิซ เชีย
ฝ่ายสื่อสารองค์กร เอเชียแปซิฟิก
ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน
อีเมล: alice.chia@frost.com

Hikvision เปิดตัวโซลูชั่น Turbo HD รุ่นใหม่ ผสานวิดีโอคุณภาพระดับ 4K เข้ากับระบบอนาล็อก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

หางโจว, จีน–24 มี.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

เหนือกว่าทั้งในแง่ของคุณภาพวิดีโอ ประสิทธิภาพในการบีบอัด ระยะห่างในการรับส่งสัญญาณ และเทคโนโลยี Power over Coax พร้อมรองรับการทำงานอย่างแนบเนียนกับกล้องระบบอนาล็อกและระบบเครือข่ายไอพีที่มีอยู่เดิมเกือบทุกแบรนด์

ผู้ใช้งานระบบ CCTV แบบอนาล็อกสามารถรับชมวิดีโอความคมชัดระดับ 4K ด้วยความละเอียด 5MP แบบ HDTVI ได้แล้ววันนี้ โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมจากโครงสร้างสายเคเบิลที่มีอยู่เดิมแต่อย่างใด Hikvision ขอเปิดตัวโซลูชั่น HD แบบอนาล็อกรุ่นที่สามในชื่อ Turbo HD 3.0 ซึ่งไม่ได้เหนือกว่าในแง่ของประสิทธิภาพวิดีโอที่รองรับข้อมูลนำเข้าสูงสุด 5MP HDTVI และผลลัพธ์ระดับ 4K เพียงเท่านั้น แต่ยังรองรับการรับส่งสัญญาณวิดีโอระดับ 1080p HD แบบไร้ความหน่วงเป็นระยะห่างสูงสุด 800m และรองรับวิดีโอระดับ HD720p เป็นระยะห่างสูงสุด 1200m ผ่านสายเคเบิลร่วมแกน

คุณภาพวิดีโอระดับ 1080p HD, 5MP HDTVI และ 4K

Turbo HD 3.0 ยังคงไว้ซึ่งการใช้งานอันเรียบง่ายตามแบบฉบับของระบบอนาล็อก พร้อมนำเสนอวิดีโอความละเอียดสูงสุด 5MP และมอบระบบกล้องวงจรปิดความคมชัดสูงโดยไม่ต้องวางสายเคเบิลใหม่หรือเปลี่ยนไปใช้กล้องระบบไอพีแต่อย่างใด โซลูชั่น Turbo HD 3.0 ใช้เทคโนโลยี HDTVI ซึ่งขจัดปัญหาในเรื่องของความใช้แทนกันได้ เมื่อจำเป็นต้องผสานการทำงานของเทคโนโลยีเดิมเข้ากับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ อีกทั้งช่วยให้สามารถติดตั้งได้ง่ายและประหยัดต้นทุน

เทคโนโลยีบีบอัด H.264+

เทคโนโลยีบีบอัด H.264+ สมรรถนะสูงของ Hikvision นั้น ยกระดับประสิทธิภาพในการเข้ารหัสได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่น H.264 มาตรฐาน ซึ่งช่วยลดบิทเรทได้เป็นอย่างมาก แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพในการรับส่งสัญญาณโดยไม่สูญเสียรายละเอียดของภาพเพื่อใช้ดำเนินการทางกฎหมายแต่อย่างใด สำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของต้นทุนแล้ว เทคโนโลยี H.264+ ของ Hikvision ยังลดความต้องการหน่วยความจำใน DVR/NVR ที่มีอยู่เดิม และลดต้นทุนด้านหน่วยเก็บข้อมูลได้อย่างมีนัยสำคัญ

รับส่งสัญญาณ HD ได้ไกลสุดถึง 1200m ผ่านสายเคเบิลร่วมแกน

เทคโนโลยี Hikvision Turbo HD 3.0 รับประกันว่าสามารถรับส่งสัญญาณวิดีโอระดับ HD720p ได้ไกลสุดถึง 1200 เมตร และรับส่งสัญญาณระดับ HD1080pได้ไกลสุดถึง 800 เมตรผ่านสายเคเบิลร่วมแกน ซึ่งเป็นระยะห่างที่หาไม่ได้จากโซลูชั่น HD-SDI หรือระบบอนาล็อกทั่วไป ระยะห่างในการรับส่งสัญญาณที่เพิ่มขึ้นนั้นสามารถครอบคลุมโครงการที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และสามารถยกระดับระบบเดิมได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายกว่า

ติดตั้งง่ายขึ้นด้วย Power-over-Coax (PoC)

เทคโนโลยี Power-over-Coax (PoC) ของ Hikvision ทำให้สามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากสายเคเบิลร่วมแกนหนึ่งเส้นสามารถรองรับทั้งสัญญาณวิดีโอและกำลังไฟฟ้า ซึ่งช่วยร่นระยะเวลาในการติดตั้ง และยังช่วยลดต้นทุนในการติดตั้งและจัดหาวัสดุด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ โซลูชั่นอนาล็อก Turbo HD 3.0 ยังรองรับ UTC สำหรับการตั้งค่าและปรับแต่งโครงแบบจากระยะไกล และยังนำเสนอการควบคุมเมนู OSD และควบคุม PTZ ผ่านสายเคเบิลร่วมแกน ส่งผลให้สามารถติดตั้งและบริหารจัดการกล้องได้อย่างรวดเร็วง่ายดายยิ่งขึ้น

รองรับการทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์แทบทุกรุ่นจากผู้ผลิตรายอื่นๆ

Hikvision นำเสนอกล้องวงจรปิดระดับ 1080p และ 720p หลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิดทรงกระบอก แท่นหมุน และทรงโดม รวมถึงกล้องแบบPTZ สำหรับการใช้งานทั้งในและนอกอาคาร สำหรับกล้องวงจรปิดที่ Hikvision ภูมิใจนำเสนอ ได้แก่ กล้องตระกูล EXIR ที่มีความละเอียด 2MP และ 3MP ซึ่งเป็นเลิศในแง่ของความคมชัดของภาพ แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อยเป็นพิเศษ พร้อมด้วยเทคโนโลยีทันสมัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบลดสัญญาณรบกวน ระบบปรับภาพเมื่อมีแสงน้อยพิเศษ ระบบอินฟราเรดอัจฉริยะ (IR) เลนส์ปรับระยะโฟกัส (Motorized Varifocal Lense) มาตรฐานระดับ IP66 และเคสป้องกันความเสียหาย โดยมีแผนวางจำหน่ายกล้องรุ่นฟิชอายความละเอียด 5MP ในไตรมาสสองที่จะถึงนี้

อุปกรณ์บันทึกวิดีโอดิจิทัล (DVR) รุ่น Turbo HD 3.0 วางจำหน่ายในขนาด 1/1.5/2U ซึ่งรองรับข้อมูลนำเข้าความละเอียดสูงสุด 5MP โดยสามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะในขนาดเล็กหรือใหญ่ ควบคู่กับกล้องไอพีมาตรฐาน ONVIF เมื่อจำเป็นต้องขยายระบบ

เทคโนโลยีการผลิตอันทันสมัยของ Hikvision ที่เรียกได้ว่าเป็นแถวหน้าของอุตสาหกรรม ยังทำให้มั่นใจได้ว่าโซลูชั่น Turbo HD 3.0 อันยืดหยุ่นนี้ เปิดโอกาสให้สามารถทำงานร่วมกับผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จากผู้ผลิตรายอื่นๆได้อย่างแนบเนียน

เกี่ยวกับ Hikvision

Hikvision เป็นซัพพลายเออร์ชั้นนำระดับโลกด้านโซลูชั่นกล้องวงจรปิด โดยมีทีมวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรมดังกล่าว Hikvision มีโรงงานผลิตที่ทันสมัยในการออกแบบและพัฒนานวัตกรรม CCTV และกล้องวิดีโอรักษาความปลอดภัย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถรับชมได้บนเว็บไซต์ของ Hikvision ที่ www.hikvision.com

Hikvision Turbo HD / Hikvision Turbo HD 3.0 product family (PRNewsFoto/Hikvision Digital Technology Co.)

Hikvision Turbo HD 3.0 product family (PRNewsFoto/Hikvision Digital Technology Co.)

รูปภาพ – http://photos.prnewswire.com/prnh/20160322/346685

Anand Mahindra ประธานกลุ่มบริษัท Mahindra Group ติด 1 ใน 30 ซีอีโอชั้นนำของโลกปี 2559 จากการจัดอันดับของนิตยสาร Barron

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

http://www.infoquest.co.th/contactus/

 

มุมไบ–23 มี.ค.พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

Anand Mahindra ประธานกลุ่มบริษัท Mahindra Group จากอินเดีย ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 30 ซีอีโอชั้นนำของโลกประจำปี 2559 จากการจัดอันดับของนิตยสาร Barron

 Mahindra Group Chairman Anand Mahindra Among Top 30 Global CEOs on Prestigious Barron's 2016 List / One of the only Indian CEOs to be on the Barron Top 30 Global CEOs List

One of the only Indian CEOs to be on the Barron Top 30 Global CEOs List

(รูปภาพ: http://photos.prnewswire.com/prnh/20160322/795740)

Mahindra Unveils New Visual Identity From 2013 / Mahindra Rise Logo

Mahindra Rise Logo

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20130118/588985)

นิตยสาร Barron ระบุว่า Anand Mahindra เป็น 1 ใน 4 ผู้บริหารที่เพิ่งเข้ามาติดอันดับในปีนี้ โดยเขาได้รับการยกย่องจากการปฏิรูป Mahindra Group ให้กลายเป็นกลุ่มบริษัทระดับโลกที่ยังคงรักษาระดับความโปร่งใส การบริหารงาน และการให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้น อันเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากยิ่งในตลาดเกิดใหม่

Anand Mahindra ประธานกลุ่มบริษัท Mahindra Group กล่าวว่าผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการยกย่องจาก Barron ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าMahindra Group เป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวทีโลก รวมถึงมีมาตรฐานการบริหารองค์กรในระดับสูง และมีความมุ่งมั่นในการมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารระดับโลกอีก 29 ท่านที่ติดอันดับในปีนี้ เช่น Jeff Bezos แห่ง Amazon, Robert Iger แห่ง Walt Disney, Larry Page แห่งAlphabet และ Warren Buffet แห่ง Berkshire Hathaway เป็นต้น

หลักเกณฑ์สำคัญที่ใช้ในการจัดอันดับของนิตยสาร Barron ประกอบด้วย ความมั่นคงทางการเงิน แรงจูงใจของพนักงาน นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การรักษาระดับการเติบโตของผลกำไร และผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น

ทั้งนี้ ซีอีโอชั้นนำของโลกปี 2559 บางส่วน ได้ขึ้นปกนิตยสาร Barron ฉบับที่วันที่ 19 มีนาคม

เกี่ยวกับ Mahindra

Mahindra Group มุ่งผลักดันให้ทุกคนแข็งแกร่งขึ้น ด้วยโซลูชั่นที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนความเจริญในชนบท ยกระดับวิถีชีวิตคนเมือง รวมถึงเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ

Mahindra เป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีมูลค่าสูงถึง 1.69 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มุมไบ ประเทศอินเดีย และมีพนักงานกว่า 200,000 คน ในกว่า 100 ประเทศ บริษัทดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมหลักๆที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถแทรคเตอร์ รถอเนกประสงค์ เทคโนโลยีสารสนเทศ บริการทางการเงิน และบริการที่พักแบบ vacation ownership นอกจากนั้นยังมีรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในภาคการเกษตร อากาศยาน ชิ้นส่วนยานยนต์ บริการที่ปรึกษา การป้องกันตนเอง พลังงาน เครื่องมืออุตสาหกรรม โลจิสติกส์ อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก เหล็ก ยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ และยานพาหนะสองล้อ

รับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mahindra.com

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

Varsha Chainani

รองประธานอาวุโสฝ่ายการสื่อสาร

อีเมล: chainani.varsha@mahindra.com

ที่มา: Mahindra Group