สิบไทยไฟต์ “ธรรมเพชร” ล้างตาซุ้ม “เจ๊เปี๊ยะ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448588

สิบไทยไฟต์ “ธรรมเพชร” ล้างตาซุ้ม “เจ๊เปี๊ยะ”

สิบไทยไฟต์ "ธรรมเพชร" ล้างตาซุ้ม "เจ๊เปี๊ยะ"

10 พฤศจิกายน 2563 – 15:14 น.

ยิ่งกว่าบวกสิบไทยไฟต์ เมื่อ “เจ๊เปี๊ยะ” เดินหน้ายึด อบจ.พัทลุง ตระกูล “ธรรมเพชร” ถอยไม่ได้อีกแล้ว 

++
สังเวียน อบจ.ภาคใต้ ที่น่าติดตามชม ไม่แพ้มวยศึกไทยไฟต์ก็คือ สังเวียนพัทลุง ระหว่าง “ภูมิใจพัทลุง” กับ “พลังพัทลุง” หรือ “เจ๊เปี๊ยะ” กับตระกูล “ธรรมเพชร”

อ่านข่าว…  เจ๊ไม่หยุด “เปี๊ยะ” ลุย พัทลุงโมเดล 

สิบไทยไฟต์ "ธรรมเพชร" ล้างตาซุ้ม "เจ๊เปี๊ยะ"

เจ๊เปี๊ยะนำทีมหาเสียง

เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 เจ๊เปี๊ยะ นำทีมภูมิใจไทย เอาชนะตัวแทนตระกูล “ธรรมเพชร” ไปได้ ฉะนั้น การเลือกตั้งนายก อบจ.พัทลุง เที่ยวนี้ ค่ายธรรมเพชรขอเอาคืนบ้าง

++
เจ๊เปี๊ยะลุยเอง
++
“เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.รายชื่อพรรคภูมิไทย และแม่ทัพภาคใต้ของเนวิน ได้ฟอร์มทีมงาน อบจ.พัทลุง มาตั้งแต่ปีที่แล้ว

“ประธานท็อป” ภุชงค์ วรศรี อดีตประธาน สภา อบจ.พัทลุง เป็นผู้สมัครนายก อบจ.พัทลุง ส่วนรองนายก อบจ.พัทลุงทั้ง 2 คน คือ ประเสริฐ ดำสุด สจ.เขต อ.ตะโหมด และเกษมศักดิ์ เส้งสุ้น สจ.เขต อ.เมืองพัทลุง     

ถ้ายังจำกันได้ การเลือกตั้งนายก อบจ.พัทลุง ปี 2555 “เจ๊เปี๊ยะ” จับมือ “วิสุทธิ์ ธรรมเพชร” น้องชาย สุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง หลายสมัย และน้าชาย สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เอาชนะคู่แข่งขาดลอย     

เวลานั้น เจ๊เปี๊ยะยังต้องพึ่งพาตระกูลธรรมเพชร เอาชนะเครือข่าย ปชป.สายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ     

สิบไทยไฟต์ "ธรรมเพชร" ล้างตาซุ้ม "เจ๊เปี๊ยะ"

นายกพร-วิสุทธิ์ ธรรมเพชร

หลัง คสช.ยึดอำนาจ เจ๊เปี๊ยะมีบทบาทในบริษัทพลังประชารัฐสามัคคี พัทลุง และได้รับการสนับสนุนจากเนวิน ชิดชอบ เต็มที่ จึงดึงทีม ส.อบจ.พัทลุง สาย ปชป.มาร่วมงานกับภูมิใจไทย ได้จำนวนหนึ่ง    

ยิ่งชัยชนะในสนามเลือกตั้ง ทีมภูมิใจไทย เอาชนะนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และสุพัชรี ธรรมเพชร ยิ่งทำให้เจ๊เปี๊ยะมั่นใจว่า สนาม อบจ.ต้องชนะแน่นอน
 

สิบไทยไฟต์ "ธรรมเพชร" ล้างตาซุ้ม "เจ๊เปี๊ยะ"

ภุชงค์ วรศรี ผู้สมัครนายก อบจ.พัทลุง สายเจ๊เปี๊ยะ

++
ขอล้างตา
++
เมื่อการเลือกตั้งท้องถิ่นมาถึง ตระกูล “ธรรมเพชร” จึงได้เวลาชำระแค้นทั้งต้นทั้งดอก “วิสุทธิ์ ธรรมเพชร” อดีตนายก อบจ.พัทลุง ในนาม “พลังพัทลุง” ได้จัดทีมผู้สมัคร ส.อบจ.ครบทุกเขต พร้อมกับออกหาเสียงมาแต่ปีที่แล้วเช่นกัน    

“นายกพร” วิสุทธิ์ ธรรมเพชร พร้อมจะสู้จนนาทีสุดท้าย เพื่อเข้าไปสานต่องานเก่าอีกสมัย    

ทุกวันนี้ สุพัฒน์  ธรรมเพชร ยังไม่ทิ้งการเมือง และกำลังสนุกกับตำแหน่งประธานสหกรณ์โคเนื้อศรีวิชัย (พัทลุง) จำกัด     

ส่วนสุพัชรี ธรรมเพชร หลังสอบตก ก็ไม่ทิ้งพื้นที่ ยังออกพบปะชาวบ้านเหมือนเดิม      

ตระกูลธรรมเพชร ยังแอบลุ้นป้องกันแชมป์ และสางแค้นเก่ากับเจ๊เปี๊ยะ

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ วิกฤติไตรมาส 3 ดิ้นไปก็ไม่ชนะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448557

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ วิกฤติไตรมาส 3 ดิ้นไปก็ไม่ชนะ

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ  วิกฤติไตรมาส  3  ดิ้นไปก็ไม่ชนะ

10 พฤศจิกายน 2563 – 11:05 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ วิกฤติไตรมาส 3 ดิ้นไปก็ไม่ชนะ เพราะเกณฑ์ชะตาผู้นำไม่เสริม เดินหน้าไปก็ตายเปล่า เพราะยุแหย่บ้านเมืองเกินกว่าจะแก้ไข ในภาวะบ้านเมืองวุ่นวาย ใครรับผิดชอบ ผู้รับเคราะห์ประชาชน บ้านเมืองรับเคราะห์เศรษฐกิจพัง

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ  วิกฤติไตรมาส  3  ดิ้นไปก็ไม่ชนะ  เพราะเกณท์ชะตาผู้นำไม่อำนวย  ประกอบกับ  ชะตาผู้นำไม่เสริม  เดินหน้าไปก็ตายเปล่า เพราะเหตุยุแหย่บ้านเมืองเกินกว่าจะแก้ไข  ไม่ตายไม่จบ  กับปัญหาดวงผู้นำประเทศ  กับกลุ่มแกนนำราษฏร นักศึกษา  นักเรียน กลุ่มปลดแอกประชาธิปไตย  ล้มสถาบันฯ ในภาวะบ้านเมืองวุ่นวาย ใครรับผิดชอบ  ผู้รับเคราะห์ประชาชน  ถ้าไม่ชนะอะไรที่จะเกิดขึ้น  สองฝ่ายดวงตก  ถลำลึกเยาวชนพร้อมกัน  ตกดวงแตกแยกตายหมู่  ทั้งคณะราษฏร  กลุ่มการเมือง  และเยาวชนที่พฤติกรรมหมิ่นสถาบันฯ  รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตกดวงแตกแยก  พลัดพราก  และตายจาก  ชนะก็ไม่ได้  แพ้ก็ไม่ได้ บ้านเมืองรับเคราะห์เศรษฐกิจพัง  

“ซินแสเข่ง”  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ  สถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์ผ่าดวงจุดจบ  ถึงขั้นวิกฤติเพราะ  การกระทำของผู้ก่อการรุนแรง  สร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง  เพราะรอบอายุของผู้ก่อเหตุตกดวงแตกแยกรุนแรงลึกเกินกว่าจะแก้ไข  จนกลายเป็นบาดแผลของประเทศ  ยากจะแก้ไขได้  และถ้าจะเปลี่ยนแปลงประเทศก็ยากที่จะเปลี่ยนได้  เพราะดวงประเทศไทยที่วางฤกษ์ไว้  เป็นดวงประเทศเป็นดวงที่แข็งที่สุด ยากที่จะถอนได้   ฤกษ์ยามที่มีทั้งเจ้าแห่งสัตว์ป่า  และเจ้าแห่งสัตว์น้ำ  มีทั้งดวงของพระเจ้าแผ่นดิน  และดวงแห่งข้าราชการทหาร  ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  จึงทำให้มีความแข็งแกร่งเข้มแข็ง  และต้องมีบทบาทในการปกครองบริหารประเทศ  ตลอดจนดวงของกษัตริย์ที่มีดวงแข็งแกร่งที่เสริมบารมีกัน  และไม่อาจจะล้มได้    

อีกทั้งด้วยบารมีแห่งอดีตกษัตริย์ชาติไทย  และเชื่อว่าความศักดิ์สิทธิ์ของพระสยามเทวาธิราช  ที่ปกปักรักษาคุ้มครองแผ่นดินไทยมานานหลายร้อยปี  ที่เชื่อว่าทำให้ไทยจะอยู่ได้อยู่ยงคงกระพันมาจนตราบถึงทุกวันนี้

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิเคราะห์ราศีกลุ่มผู้ก่อกุลียุค  ที่อาจจะทำให้บ้านเมืองได้รับความเดือดร้อน  วุ่นวาย  สับสน เพราะดวงคนตก ก่อเหตุให้เกิดความไม่เข้าใจ  นุแหย่ ทำทุกสิ่งที่ต้องการให้เป็นไปตามชะตากรรมของตนเอง  เพื่อสร้างความเป็นความตายให้เกิดขึ้น  และอีกทั้งเป็นไปตามวิบากกรรมของผู้บริหารบ้านเมือง   ที่ไม่สามารถคุมอำนาจอยู่ได้  จนก่อให้เกิดเหตุสงครามประชาชน   เพื่อต้องการแย่งชิงอำนาจบริหารบ้านเมือง  ต้องการเปลี่ยนระบบการปกครอง  ต้องการล้มสถาบันฯกษัตริย์  อย่างนี้เรียกว่า กองโจร เพื่อคิดทำลายบ้านเมือง โจรที่ไม่มีความรู้ หรือโจรที่มีความรู้  ซึ่งเชื่อตามศาสตร์ว่าไม่สำเร็จหากโจรที่คิดจะปล้นเมือง หรือคิดจะล้มสถาบันกษัตริย์ ของชาติบ้านเมืองเป็นเรื่องใหผญ่   ต้องดูฤกษ์ดาวโจรก่อน  หรือถ้ากษัตริย์เมื่อคิดจะออกรบ  ก็ต้องดูฤกษ์ดาวมงคล  เพราะยามที่เป็นมงคลก่อนออกทัพจับศึก  ถือฤกษ์งามยามดี  มีชัยไปกว่าครึ่ง  เหมือนนักการเมืองที่คิดจะเป็นใหญ่  หากไม่ดูตัวเองก่อนว่ามีดวงเป็นผู้นำหรือไม่ โอกาศที่จะสำเร็จคงไม่มีโอกาศ  สู้อย่างไรก็ไม่สมหวัง  ทั้งดวงคุณธนาธร  ปิยบุตร ช่อ พรรณิการ์   คนดวงตกทำอะไรก็ไม่ขึ้น  รวมกันมาตายหมู่พร้อมกันมากกว่ารวมทั้งรัฐบาลหากไม่ใช้โอกาศต้องปราบก็ตายเหมือนกัน  เพราะเป็นวาระคราวเคราะห์เดียวกัน  และที่สำคัญรัฐประหารต้องเกิด 

“ซินแสเข่ง”  จึงวิเคราะห์ ไปถึงเหตุของ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร กลุ่มปลดแอก ได้กระทำการในสิ่งที่ไม่บังควรใช้พื้นทีสนามหลวง เป็นสถานที่ประกอบพิธีหลวง  และ เมื่อที่มีการ ปักหมุด ของกลุ่มคณะราษฏร  การทำพิธีกรรมนั้นเหมือนกับเป็นการหมินต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ที่ทำให้มีผล ต่อบ้านเมือง ต่อคณะราษฏรให้ได้รับความเดือดร้อน แตกแยก  ไม่สมหวังวุ่นวาย ในการกระทำ ของกลุ่มคณะราษฎร์  ที่มีต่อผู้กระทำ ต่อประชาชน และต่อแผ่นดินสยาม ถึงไม่ล่มสลาย  แต่ก็ทำให้เกิดความแตกแยกวุ่นวายตายจากเกิดขึ้นในบ้านเมือง

อ่าน “อานนท์” ประนีประนอมโลเลหรือลับลวง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448547

อ่าน “อานนท์” ประนีประนอมโลเลหรือลับลวง

อ่าน "อานนท์" ประนีประนอมโลเลหรือลับลวง

10 พฤศจิกายน 2563 – 10:25 น.

อ่านความคิด “ทนายอานนท์” แกนนำราษฎร ยึดสันติวิธีจริงหรือไม่? เพ้อฝันเปลี่ยนผ่านอย่างสันติหรือไม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
40 กว่าปีที่แล้ว มีวิวาทะในขบวนการประชาชนปีกซ้าย เมื่อมีคนเสนอแนวคิด “การเปลี่ยนผ่านโดยสันติ” ถูกกล่าวหาว่าเป็นแนวคิดเพ้อฝันของชนชั้นกลางที่โลเล เสรี เย่อหยิ่งและไม่ถึงที่สุด 

อ่านข่าว…  แกนนำคณะราษฎร “อานนท์ นำภา” โพสต์รับประนีประนอม หาทางออก

อ่าน "อานนท์" ประนีประนอมโลเลหรือลับลวง

การปราศรัยที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขา

ชั่วโมงนี้ หลายคนเชื่อว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่โหมดการทดลองทฤษฎีใหม่ “การเปลี่ยนผ่านโดยสันติ” หรือการเปลี่ยนมืออำนาจรัฐโดยไม่มีความรุนแรง     

ล่าสุด “อานนท์ นำภา” โพสต์เฟซบุ๊คด้วยท่าทีท่วงทำนอง “ประนีประนอม” จนกลายเป็นข่าวหน้า 1 นสพ.บางฉบับ
    “ผมยังเห็นความพยายามของทั้งสองฝ่ายที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสียอยู่ ขอให้ทั้งสองฝ่ายหนักแน่นจุดนี้ แล้วหาทางออกไปด้วยกัน”

++
ทนายชาวบ้าน
++
อานนท์ นำภา เข้าเรียนกฎหมายรามคำแหง ปี 2546 สมัยรัฐบาลทักษิณ ขบวนการนักศึกษาและเอ็นจีโอ เคลื่อนไหวเรื่องโครงการท่อก๊าซ ไทย–มาเลย์ และโรงงานไฟฟ้าแถวประจวบฯ    

ปี 2548 กลุ่มนักวิชาการหัวก้าวหน้า เริ่มก่อการวิพากษ์ “ระบอบทักษิณ” ตามมาด้วย “ปรากฏการณ์สนธิ” อานนท์ และเพื่อนนักศึกษารามฯ ก็เข้าร่วมการชุมนุมคนเสื้อเหลือง    

พลันที่กลุ่มพันธมิตรฯ เรียกร้องนายกพระราชทาน อานนท์และเพื่อนนักศึกษา ก็แยกตัวออกมา     

ปลายปี 2549 อานนท์ร่วมกับแจกใบปลิวต้านเผด็จการทหาร และเข้าร่วมเครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหาร      

รัฐประหาร 2557 อานนท์เป็นทนายความ รับทำคดีของคนเสื้อแดง รวมถึงกลุ่มแดงอิสระ(แดงตาสว่าง)    

จากชีวิตทนายเสื้อแดง ก็กลายเป็นนักกิจกรรม ร่วมจัดการชุมนุมต้านรัฐประหาร ร่วมกับ “แม่น้องเกด” และ “พ่อน้องเฌอ” หลังจากนั้น “จ่านิว” และ “โรม” ก็เข้ามาร่วม    

อานนท์ จึงอาวุโสที่สุดในกลุ่มแกนนำคณะราษฎร และพานพบประสบการณ์การเคลื่อนไหวของคนเสื้อเหลือง คนเสื้อแดง และ กปปส. 

อ่าน "อานนท์" ประนีประนอมโลเลหรือลับลวง

อานนท์ เดินสายรับทราบข้อกล่าวหา

++
เปลี่ยนผ่าน
++
อานนท์ นำภา คงคาดไม่ถึงหรอกว่า จากความล้มเหลวในการเดินขบวนจากธรรมศาสตร์ไปทำเนียบรัฐบาล ในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในปี 2561 จะมีวันนี้..วันที่ม็อบราษฎร เติบโตและสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ    

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2563 อานนท์โพสต์เฟซบุ๊กว่า “วันนี้เรามีคนรุ่นใหม่ 15-30 ปี ที่เชื่อเรื่องสิทธิเสรีภาพความเสมอภาค มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง แก้รัฐธรรมนูญ อีก 10 ปี เราจะมีคนช่วงอายุนี้ที่เชื่อในเรื่องเดียวกัน สามารถลงสมัคร ส.ส.  และมีคนรุ่น 35+ ปี ที่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้”    

อานนท์จึงเชื่อในทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านโดยสันติ “..ภายใน 10 ปีนี้เราจะเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างสมบูรณ์”     

นักเคลื่อนไหวใจร้อน อาจไม่พอใจสิ่งที่อานนท์คิด และแอบวิจารณ์ว่า ทนายน้อยไปนอนคุกแล้วมีจิตใจโลเล นี่คือเรื่องปกติของขบวนการประชาชน ที่มีความหลากหลายทางความคิด

ย้ำอีกครั้ง…’บิ๊กบี้’ ยัน ‘รัฐประหาร’ ติดลบ ฮึ่ม ‘ม็อบราษฎร’ อย่าบุกรุก ‘เขตพระราชฐาน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448519

 ย้ำอีกครั้ง…’บิ๊กบี้’ยัน ‘รัฐประหาร’ ติดลบ ฮึ่ม ‘ม็อบราษฎร’ อย่าบุกรุก ‘เขตพระราชฐาน’

 ย้ำอีกครั้ง...'บิ๊กบี้'ยัน 'รัฐประหาร' ติดลบ ฮึ่ม 'ม็อบราษฎร' อย่าบุกรุก 'เขตพระราชฐาน'

9 พฤศจิกายน 2563 – 19:35 น.

 ย้ำอีกครั้ง…’บิ๊กบี้’ ผบ.ทบ.ยัน ‘รัฐประหาร’ ติดลบฮึ่ม ‘ม็อบราษฎร’ อย่าบุกรุก ‘เขตพระราชฐาน’ ระบุ การชุมนุม ‘คณะราษฎร’ พบคลิปขว้างปะทัด ถามกลับ หากโดน ‘วัดพระแก้ว-ศาลหลักเมือง’ ใครรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2563 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึง การส่งกำลังทหารเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลการชุมนุมของกลุ่มราษฎร เมื่อวันที่ 8 พ.ย.  หรือม็อบ 8 พฤศจิกา ว่า เจ้าหน้าที่ที่ไป ไม่ได้ไปในลักษณะการควบคุมฝูงชน เพราะอยู่นอกเครื่องแบบ แต่เจ้าหน้าที่ตรงนั้นที่เป็นข่าวไปอยู่หลังแนวตำรวจ

“ทั้งนี้ผมขอพูดในฐานะที่ดูแลงานด้านความมั่นคง ซึ่งสถานการณ์เมื่อวานนี้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนมุ่งไปสู่พระบรมมหาราชวัง ศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว ทั้งหมดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มีใครรับประกันหรือรับผิดชอบได้หรือไม่ ต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้น”พล.อ. ณรงค์พันธ์  ระบุ

ผบ.ทบ. อธิบายอีกว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการเฝ้าระวังป้องกัน ในส่วนของทหารบริเวณนั้น ที่เป็นทหารอยู่บริเวณหลังตำรวจ หากมีมวลชนหลุดแนวตำรวจออกมาก็จะเป็นหน้าที่ของทหารที่จะต้องป้องกัน เพราะในส่วนของการ์ด ที่ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม ก็คุยกันแล้วว่าเป็นการชุมนุมอย่างสงบและสันติ เราพยายามไม่ให้เกิดความรุนแรง ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมและความมั่นคงได้คุยกันมาตลอด

“ถึงแม้การชุมนุมดังกล่าว จะผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แต่เจ้าหน้าที่ก็ประนีประนอม ไม่ได้ดำเนินคดีทั้งหมด ใครที่ทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการเฉพาะรายบุคคล ในส่วนของการ์ดที่ดูแลรักษาความปลอดภัยก็ต้องยอมรับว่าเขาพยายาม เจรจากับตำรวจ ในสิ่งที่เขาอยากจะกระทำ และยืนยันในเรื่องของการชุมนุมโดยสงบและสันติ” ผบ.ทบ.กล่าว

พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า มีกลุ่มคน ซึ่งตนได้ย้ำไว้เสมอว่าอย่าให้เกิดความรุนแรง ต้องควบคุมให้ได้ ถ้าเกิดความรุนแรงเมื่อไหร่ประเทศชาติก็จะถอยลงไปอีกที เมื่อวานหากดูจากคลิปหรือข้อมูลต่างๆ ทหารที่ออกไปส่วนนั้น ก็คือช่วยไปดูแลเจ้าหน้าที่อยู่ข้างหลัง หากมีอะไรขึ้นมาทหารจะได้ช่วยตำรวจและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ทหารตรงนั้นกลับได้รับบาดเจ็บเสียเองและที่ได้รับบาดเจ็บก็เพราะว่ามีกลุ่มที่ต้องการสร้างความรุนแรง

“หากเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยไป พวกที่ต้องการสร้างความรุนแรง ก็เข้าไปได้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ได้สกรีนคน ซึ่งเราก็เห็นแล้วในคลิปว่าเขาเตรียม สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับประทัด ที่มีไฟจุด ขว้างข้ามรถบัส ผมถามว่าหากปล่อยไป จะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาหากปาเข้าไปในศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว เกิดความเสียหายใครจะออกมายืนรับผิดชอบ แล้วความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศจะเป็นอย่างไร” พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าว

นี่คือสิ่งที่เราต้องช่วยกัน ในส่วนของเจ้าหน้าที่เขาพร้อมอยู่แล้วเพราะอุทิศตนและยอมรับอยู่แล้ว แต่อย่าไปเอาประเด็นนั้นมาเป็นความขัดแย้ง ขอให้มองว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อส่วนรวมและประเทศชาติ จะเกิดอะไรขึ้น หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ทำตรงนั้น เพียงแต่ว่าสุดท้ายแล้วถือเป็นเรื่องดีที่สุดท้ายแล้วสามารถเจรจากันได้ว่าทำได้แค่ไหน

เมื่อถามว่า สามารถยอมรับได้ขนาดไหนหากมีการบุกรุกพื้นที่เขตพระราชฐานในโอกาสหน้า พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า เขตพระราชฐาน มีลักษณะคล้ายกับบ้าน เราก็ไม่ต้องการให้ใครมาบุกรุก ทุกคนก็รักบ้านตัวเองและครอบครัวตัวเองสิ่งที่ตนพยายามก็คือย้ายเกิดความรุนแรงเพราะสถานการณ์ตอนนี้เรากำลังดีขึ้น จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ประเทศไทยทำได้ดี และที่ตนได้ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมกองกำลังชายแดนก็คือไปเน้นย้ำเรื่องนี้ไม่ให้การ์ดตก

เมื่อถามว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังไม่มีทางออก พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวย้ำว่ามีซึ่งตนได้จำไว้เสมอว่าการเมืองก็ต้องแก้ด้วยการเมืองหากทุกคนมีสติและมองกระจกให้รอบด้าน ว่าควรจะทำอะไร

เมื่อถามว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ดูแลอะไรบ้างพลเอกณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ตนก็ได้รับคำสั่งว่าให้ดูแลตามแนวชายแดนโดยเฉพาะการป้องกันเรื่องโควิด-19 ตนก็รับคำสั่งมา ตามภารกิจหน้าที่ของตน

เมื่อถามว่าในสถานการณ์อากาศนี้บทบาทของทหารคุณเป็นอย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่าบทบาทของทหาร ก็เป็นไปตามที่ได้ระบุไว้ทั้งเรื่องงานชายแดนการดูแลประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน

เมื่อถามว่ามีการเรียกร้องให้ทำรัฐประหารพล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า รัฐประหารติดลบ

CR: กรุงเทพธุรกิจ

ส่อง 25 ผู้เล่น “เพื่อไทย” ลุยสนาม อบจ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448506

ส่อง 25 ผู้เล่น “เพื่อไทย” ลุยสนาม อบจ.

ส่อง 25 ผู้เล่น "เพื่อไทย" ลุยสนาม อบจ.

9 พฤศจิกายน 2563 – 16:20 น.

คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยส่ง 25 ผู้เล่น หน้าใหม่หน้าเก่า ชน”ค่ายธนาธร” หลายสิบสนาม

++

วันที่ 9 พ.ย.2563 แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวนโยบายและผู้สมัครนายก อบจ. โดยชูนโยบายใกล้บ้าน ด้วยการนำประสบการณ์ระดับชาติ สู่ความเจริญใกล้บ้านประชาชน ผ่านการสร้างงานสร้างรายได้ สร้างโอกาสใน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการเดินทาง การขนส่ง , ด้านสุขภาพ , ด้านการศึกษา , ด้านการเกษตรอาหารปลอดภัย และเอสเอ็มอี โอทอป โดยนโยบายทั้ง 6 ด้านมีรากฐานมาจากแนวคิด “คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อจังหวัดของเรา” 

อ่านข่าว…  แม้วอุ้ม “ยิ้ม” ลูกสาว “วิสาร” สู้ศึก อบจ.เชียงราย

ส่อง 25 ผู้เล่น "เพื่อไทย" ลุยสนาม อบจ.

ส.ว.ก๊อง ลงสนามเชียงใหม่

เดิมที พรรคเพื่อไทยแถลงข่าวว่า จะส่งผู้สมัครนายก อบจ. 29 จังหวัด แต่กรรมการบริหารพรรคได้กลั่นกรองแล้ว เหลือ 25 จังหวัด

++
10 ผู้เล่นอีสาน
++
ภาคอีสาน เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค แต่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ในนามพรรคแค่ 10 จังหวัด
จ.ชัยภูมิ : สุชีพ เศวตกมล อดีต ส.อบจ.ชัยภูมิ เขต อ.เมือง
จ.มหาสารคาม : ศรีเมือง เจริญศิริ อดีต ส.ว.มหาสารคาม สายตรงคนแดนไกล
จ.หนองคาย : “เสี่ยอัพ” ธนพล ไลละวิทย์มงคล นักธุรกิจขนส่งข้ามชาติ ได้ “พ่อบักเสือ” ประสิทธิ์ จันทาทอง อดีต ส.ส.หนองคาย เป็นพี่เลี้ยง
จ.หนองบัวลำภู : วิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู หลายสมัย    
จ.กาฬสินธุ์ : “ไข่มุก” เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ลูกสาว ยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ หลายสมัย

ส่อง 25 ผู้เล่น "เพื่อไทย" ลุยสนาม อบจ.

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ลงสนามเชียงราย

จ.นครพนม : สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม 2 สมัย
จ.อุดรธานี : วิเชียร ขาวขำ อดีตนายก อบจ.อุดรธานี และอดีต ส.ส.อุดรฯ หลายสมัย
จ.อุบลราชธานี : กานต์ กัลป์ตินันท์ อดีตนายก อบจ.อุบลฯ พี่ชาย เกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 
จ.ยโสธร : วิเชียร สมวงค์ อดีต ส.อบจ.ยโสธร เขต อ.คำเขื่อนแก้ว น้องชาย บุญแก้ว สมวงค์ ส.ส.ยโสธร 
จ.มุกดาหาร : พ.ต.ท.ดร.จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร

ส่อง 25 ผู้เล่น "เพื่อไทย" ลุยสนาม อบจ.

วิเชียร ขาวขำ ลงสนามอุดรธานี

++
6 ผู้เล่นภาคเหนือ
++
จ.เชียงใหม่ : “ทนายก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีต ส.ว.เชียงใหม่
จ.เชียงราย : “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย ลูกสาว วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย
จ.ลำพูน : อนุสรณ์ วงศ์วรรณ อดีต ส.ส.ลำพูน
จ.น่าน : นพรัตน์ ถาวงศ์ อดีตประธาน ส.อบจ.น่าน 
จ.ลำปาง : ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร อดีต ส.ส.ลำปาง ลูกสาวไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง
จ.แพร่ : อนุวัธ วงศ์วรรณ อดีตนายก อบจ.แพร่ 3 สมัย 

ส่อง 25 ผู้เล่น "เพื่อไทย" ลุยสนาม อบจ.

วิชิต ปลั่งศรีสกุล ลุยสนามประจวบฯ

++
9 ผู้เล่นภาคกลาง
++
จ.สุพรรณบุรี : พล.ต.เทียมศักดิ์ สุขานุยุทธ ประธานคนเสื้อแดงสุพรรณฯ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณฯ พรรคเพื่อไทย
จ.ระยอง : เกรียงไกร กิ่งทอง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรคเพื่อไทย
จ.นครนายก : สิทธิชัย กิตติธเนศวร อดีต ส.ส.นครนายก หลายสมัย
จ.ปราจีนบุรี : เกียรติกร พากเพียรศิลป์ อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี
จ.นครปฐม : วินัย วิจิตรโสภณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม พรรคไทยรักษาชาติ
จ.สมุทรสงคราม : ธนวุฒิ โมทย์วารีศรี อดีต ส.อบจ.สมุทรสงคราม เขต อ.บางคนที และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ
จ.สมุทรสาคร : “เฮียโต้” เชาวรินทร์ ชาญสายชล นักธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ส่งออก
จ.ประจวบคีรีขันธ์ : วิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และมือกฎหมายประจำพรรคไทยรักไทย
จ.สิงห์บุรี : สุรสาล ผาสุก อดีต ส.ส.สิงห์บุรี 

“โหมไฟให้ลุกฮือ” ส.ว. -ส.ส. พปชร. เข้าชื่อส่งศาลฯชี้ ร่างแก้ไข รธน. ขัด ก.ม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448490

“โหมไฟให้ลุกฮือ” ส.ว. -ส.ส. พปชร. เข้าชื่อส่งศาลฯชี้ ร่างแก้ไข รธน. ขัด ก.ม.  

"โหมไฟให้ลุกฮือ" ส.ว. -ส.ส. พปชร. เข้าชื่อส่งศาลฯชี้ ร่างแก้ไข รธน. ขัด ก.ม.  

9 พฤศจิกายน 2563 – 13:30 น.

1 ใน 3 ข้อเรียกร้องของม็อบ คือ การแก้ไข รธน.ซึ่งมีความเป็นไปได้มากสุดในบรรดา 3 ข้อจึงเปรียบเสมือนเป็น”ช่องระบาย” แรงดันจากม็อบ แต่การที่ ส.ว.-ส.ส.พปชร.กลับเข้าชื่อส่งให้ศาล รธน.ตีความว่าชอบหรือไม่เท่ากับไป”อุดช่องระบาย”ทำให้อุณหภูมิทางการเมืองร้อนขึ้นอีก

กรณีนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม รวบรวมรายชื่อ ส.ว. 48 คน เข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 3 ใน 7 ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยอ้างว่าหาก ส.ว. ลงมติรับหลักการทั้งที่ญัตติขัดรัฐธรรมนูญ จะทำให้ ส.ว.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อความรอบคอบจึงควรให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเสียก่อน 

สำหรับ 3 ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มไอลอว์ โดย ส.ว. ที่เข้าชื่อกัน เห็นว่า แม้จะมีผู้เข้าชื่อเสนอร่างดังกล่าวเกือบแสนคน แต่ตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มไอลอว์มีหน้าที่ดำเนินการหรือไม่ และเป็นองค์กรที่มาจากต่างประเทศหรือไม่ ส่วนอีก 2 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคือ ร่างที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ  

แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไฟเขียวให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การที่ ส.ว.ที่ผู้ชุมนุมมองว่าเป็น “มือไม้ของรัฐบาล” มาโดยตลอด เข้าชื่อกันให้ศาลรัฐธรรมูญ ชี้ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบหรือไม่  อาจทำให้ทางม็อบมองว่า”รู้เห็นเป็นใจกัน” ในการยื้อหรือประวิงเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป

ยิ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มไอลอว์ และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งฉบับ เป็นความมุ่งหวังของผู้ชุมนุมอย่างมากด้วยว่า จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามนี้ แต่ ส.ว. กลับเลือกส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเฉพาะ 3 ร่างนี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็เท่ากับ”ตบหน้าม็อบฉาดใหญ่” ดีๆนี่เอง   

และไม่เพียง ส.ว. เท่านั้น ที่เข้าชื่อกันให้ส่ง 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่กลับปรากฏว่ามี ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ หลายคนเข้าชื่อร่วมด้วยกับ ส.ว.

แม้ว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เชื่อว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จะไม่ทำให้การพิจารณาของรัฐสภาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุด เพราะสามารถทำพร้อมกันได้เลย ส่วนที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญก็ส่งไปตามระบบ  การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภาก็ยังเดินต่อไปได้  ไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

แต่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายของรัฐบาล ก็ยอมรับว่า หากศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณา ก็อาจทำให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาล่าช้าได้ 

การประนีประนอม หันหน้า”สมานฉันท์” ของ 2 ฝ่าย  ฝั่งรัฐบาลและฝั่งตรงข้าม  จึงยังมองไม่เห็น ณ เวลานี้

เอ๊ะยังไง “หน่อย” โผล่นครพนม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448486

เอ๊ะยังไง “หน่อย” โผล่นครพนม 

เอ๊ะยังไง "หน่อย" โผล่นครพนม 

9 พฤศจิกายน 2563 – 13:10 น.

เอ๊ะยังไง “หน่อย” โผล่นครพนม  เงียบไปนาน จู่ๆ “คุณหญิงหน่อย” โผล่ริมโขงนครพนม เชียร์ “สมชอบ” เด็กบ้านริมน้ำ  ++

++
วันที่ 9 พ.ย.2563 พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ. 25 จังหวัด  จากเดิมมีข่าวว่า จะส่งผู้สมัครนายก อบจ. 29 จังหวัด โดยมีการตัดภาคใต้ออกไป

อ่านข่าว… “หน่อย” โดดเดี่ยว บนทางเปลี่ยว 

เอ๊ะยังไง "หน่อย" โผล่นครพนม 

คุณหญิงหน่อย เดินหาเสียงที่ตลาดริมโขง

ผู้สมัครนายก อบจ.ค่ายเพื่อไทย ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน     

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2563 ชาวนครพนมรู้สึกประหลาดใจ จู่ๆ ก็เห็น “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ไปปรากฏตัวที่ตลาดริมโขง

++
ทำไมต้องสมชอบ
++
ช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดินเทศบาลเมืองนครพนม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าแนะนำตัว “สมชอบ นิติพจน์” ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม พร้อมทีมงาน ให้ชาวนครพนมเลือกเป็นนายก อบจ.อีกสมัย    

นอกจากนั้น “เจ๊หน่อย” ยังได้เดินทักทายประชาชนที่บริเวณตลาดโต้รุ่ง สี่แยกสว่างฟาร์ม่า ถนนเฟื่องนคร     

ดูเหมือนคิวโดดของเจ๊หน่อย สร้างแรงกระเพื่อมในสนาม อบจ.หัวเมืองชายโขงเป็นอย่างมาก

เอ๊ะยังไง "หน่อย" โผล่นครพนม 

สมชอบ อดีตนายก อบจ.นครพนม เดินตามคุณหญิงหน่อย

จะว่าไปแล้ว “สมชอบ” ได้เป็นนายก อบจ.นครพนม สมัยแรก ก็ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.นครพนม ค่ายเพื่อไทย(สมัยพรรคพลังประชาชน)     

สมัยที่แล้ว “สมชอบ” ต้องแข่งกับหลานสาว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ลงสนามในนามพรรคเพื่อไทย แต่สมชอบ ได้กองเชียร์อย่างศุภชัย โพธิ์สุ และไพจิต ศรีวรขาน จึงเอาชนะหลานสาวบิ๊กจิ๋วไปได้    

เที่ยวนี้ สมชอบแยกทางจาก “สิงห์เหนือ-เสือใต้” หรือ “ศุภชัย-ไพจิต” เลยต้องวิ่งไปหา เกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้รับผิดชอบภาคอีสาน ขอใช้แบรนด์เพื่อไทย    

วันที่ 31 ต.ค.2563 สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ได้จัดงานเปิดตัวในนามหัวหน้ากลุ่ม “รวมเพื่อไทย…เพื่อนครพนม” โดยเสี่ยเกรียงมาร่วมยืนยันความเป็นคนเพื่อไทย    

เอ๊ะยังไง "หน่อย" โผล่นครพนม 

ขวัญ ศุภพานี โพธิ์สุ ลูกสาวครูแก้ว คู่แข่งที่น่ากลัวของสมชอบ

คนนครพนมอาจจะงุนงง เพราะการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 อดีตนายกฯ สมชอบ ยังรับบทกองเชียร์ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอยู่เลย    

ดังนั้น การเปลี่ยนค่ายกระทันหัน “สมชอบ” จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหากองเชียร์รุ่นใหญ่อย่าง “คุณหญิงหน่อย” มาช่วยหาเสียง    

ที่สำคัญ คู่แข่งของสมชอบคือ ศุภพานี โพธิ์สุ ลูกสาวของศุภชัย โพธิ์สุ ซึ่งได้เสียงสนับสนุนจาก 2 อดีต ส.ส.นครพนม พร้อมแรงหนุนจากเสือใต้

จับตา “นายกฯ” แก้เกม ก่อนไฟลามม็อบชนม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448472

จับตา “นายกฯ” แก้เกม ก่อนไฟลามม็อบชนม็อบ

จับตา "นายกฯ" แก้เกม ก่อนไฟลามม็อบชนม็อบ

9 พฤศจิกายน 2563 – 10:55 น.

จับตา “นายกฯ” แก้เกม ก่อนไฟลามม็อบชนม็อบ

การชุมนุมของกลุ่มราษฎรเมื่อวานนี้ แม้นว่าจะจบลงด้วยการไม่มีการปะทะหรือเสียเลือดเนื้อก็ตาม แต่สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มจะลุกลามบานปลายในเวลาต่อมา

คือการชุมนุมเบื้องต้นก็ทราบว่าผิดกฎหมาย และกลุ่มผู้ชุมนุมมีเป้าหมายจะไปพระบรมมหาราชวังเพื่อยื่นจดหมายให้กับพระมหากษัตริย์ ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเอาไว้เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนผ่าน

แต่ก่อนที่จะถึงจุดนั้น ปรากฏว่า นอกจากกลุ่มราษฎรแล้ว ยังมีกลุ่มปกป้องสถาบันอีกกลุ่มที่มาชุมนุมในบริเวณเดียวกัน

ทำให้มีการยั่วยุกันไปมาหวิดจะมีการปะทะกันถึง 3 รอบ นี่ถือสถานการณ์ที่ตึงเครียดที่สุดของการชุมนุมเมื่อวาน แม้นว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าห้ามปรามและสกัดกั้นไม่ให้มีการปะทะกันได้ก็ตาม แต่การกระทบกระทั่งกันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เพราะจากนี้ไป ม็อบราษฎร ชุมนุมที่ไหน จะมีกลุ่มปกป้องสถาบันตามไปที่นั่น อันอาจจะมีการยั่วยุและก่อให้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันเหมือนในอดีตก็เป็นไปได้

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนขึ้น แต่กลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

ตัวนายกฯและรัฐบาลเองวันนี้ได้รับแรงกดดันหลายด้าน ทั้งม็อบราษฎร และทั้งรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนฯจากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนริเริ่มในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ เชิญอดีตนายกฯ อดีตประธานสภา มาร่วมหารือเพื่อหาทางออกของประเทศ

และแน่นอนว่า ความเห็นของกรรมการส่วนใหญ่ที่เอ่ยชื่อเสียงเรียงนามมา ล้วนแต่มีแนวคิดอยู่คนละฝั่งกับรัฐบาลแทบทั้งสิ้น นี่กระมังที่ทำให้ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ อย่าง  “สิระ เจนจาคะ” ไม่พอใจ จนกลายเป็นวิวาทะระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ

ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยกระดับ จากการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงอย่างเดียว ได้ก้าวข้ามไปแล้ว โดยพุ่งเป้าไปที่สถาบันด้วยข้อเสนอให้มีการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้มันผิดกฎหมายและกระทบกระเทือนกับจิตใจของประชาชนผู้ที่จงรักภักดีเป็นอย่างมาก

จึงมีคำถามมากมายว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จะดำเนินการอย่างไร จะปล่อยให้ม็อบราษฎร ประชิดพระราชวังแบบนี้ทุกครั้งไปหรืออย่างไร เพราะมีการกระทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดา ใครก็ทำได้นั้น จะเป็นการบั่นทอนและเสื่อมพระเกียรติของสถาบันลงเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มปกป้องสถาบัน นอกจากจะชุมนุมเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีแล้ว ยังออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการรัฐประหารเพื่อแก้ปัญหา เช่นนี้แล้วฝ่ายผู้มีอำนาจจะดำเนินการอย่างไร

เพราะหากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ดำเนินการกับการชุมนุมที่ผิดกฎหมายหรือปล่อยให้มีการชุมนุมได้อย่างเสรีแบบนี้ โอกาสที่ม็อบจะชนม็อบจะมีการปะทะกันนั้นมีความเป็นไปได้อย่างมาก เพราะอย่าลืมว่า การชุมนุมของทุกฝ่ายนั้นมีระบบจัดตั้งมาเป็นอย่างดี 

หรือพล.อ.ประยุทธ์ จะรอให้สถานการณ์สุกงอม ให้มีการปะทะเสียเลือดเนื้อเสียก่อนจึงจะออกมา หรือจะใช้วิถีทางประชาธิปไตยในการแก้ปัญหา ซึ่งสิ่งที่ทำได้คือ ยุบสภาไปเลือกตั้งใหม่ 

แต่หากใช้วิธีการรัฐประหาร บ้านเมืองก็จะลุกเป็นไปอีก

ไผเป็นไผ 2 ขั้วการ์ด ม็อบราษฎร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448475

ไผเป็นไผ 2 ขั้วการ์ด ม็อบราษฎร

ไผเป็นไผ 2 ขั้วการ์ด ม็อบราษฎร

9 พฤศจิกายน 2563 – 10:39 น.

ไผเป็นไผ 2 ขั้วการ์ด ม็อบราษฎร การ์ดม็อบราษฎร เจอด่านทดสอบ ขาเชียร์ชักหงุดหงิดแกนนำ “ม็อบอีเวนท์” ยิ่งนานวัน ยิ่งอ่อนล้า  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ควันหลงจากม็อบ 8 พ.ย. หลังเกิดเหตุตำรวจมือลั่นฉีดน้ำ มีการปะทะกันเล็กน้อย และจบที่เข็นตู้ไปรษณีย์ไปไว้หน้าแถวตำรวจ ก่อนจะแยกย้ายกันแบบงงๆ

อ่านข่าว…  ม็อบมุ้งมิ้ง จับตา “โตโต้” สหายสายสีส้ม

ไผเป็นไผ 2 ขั้วการ์ด ม็อบราษฎร

การ์ดอาชีวะเพื่อประชาธิปไตย

ปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ “บุ๊ง” พ่อยกแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก “ถ้าปอดแหกก็ไม่ควรเป็นการ์ด ถ้าขี้ขลาดก็ไม่ต้องเสือกนำ”    

เฮียบุ๊ง วิจารณ์ทั้งการ์ด และแกนนำม็อบราษฎรในคืนวันนั้น ซึ่งมีทั้งลูกเกด ชลธิชา ,มายด์ ,อั๋ว จุฑาทิพย์, ปอ กรกช และโตโต้ หัวหน้าการ์ด     

เท่าที่ส่องดูเฟซบุ๊กของกองเชียร์ม็อบราษฎร มีประเด็นเรื่อง “การ์ดม็อบราษฎร” ทั้งสองด้าน ฝั่งหนึ่งก็สดุดีความกล้าหาญ อีกฝั่งหนึ่งก็วิจารณ์ยับ

ไผเป็นไผ 2 ขั้วการ์ด ม็อบราษฎร

++
ฮีโร่การ์ดอาชีวะ
++
ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Dvibhadr Bundrikswast ที่ได้ไปร่วมชุมนุมในคืนวันอาทิตย์ โพสต์เรื่องการ์ดม็อบว่า “งานนี้ยกนิ้วให้อาชีวะอีกเช่นเคย กลุ่มนี้ทำงานรวดเร็วฉับไว พร้อมลุยทะลวงแนวหน้าหลายครั้งหลายหน…จริง ๆ เรียกว่า ขาดกลุ่มนี้ ม็อบเละไม่เป็นท่าแน่นอน การ์ดของกลุ่มปลดแอกนั่นทำงานห่วยและแย่เกิน..”    

การ์ดม็อบราษฎร แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ การ์ดนักศึกษา We Volunteer และการ์ดอาชีวะฟันเฟืองประชาธิปไตย โดยการ์ดทั้งหมด “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ เป็นผู้ประสานงาน    

การ์ดอาชีวะนั้น เริ่มจาก “กลุ่มฟันเฟืองธนบุรี” ที่มาจากนักเรียนอาชีวะ ย่านฝั่งธนฯ หลายสถาบัน ได้รวมตัวกันแบบหลวมๆ เพื่อรักษาความปลอยภัยให้แก่การจัดแฟลชม็อบทางด้านฝั่งธนบุรี และปริมณฑล    

ไผเป็นไผ 2 ขั้วการ์ด ม็อบราษฎร

โตโต้ ผู้ประสานงานการ์ดอาสา

นอกจากประเด็นการ์ดม็อบราษฎร ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก Dvibhadr Bundrikswast ยังวิจารณ์แกนนำม็อบว่า “แกนนำก็กลัวการปะทะมากเกินไป จนมวลชนที่มาดูไร้ประโยชน์ มาเพื่อให้ดูเยอะแค่นั้นมันไม่ใช่ ทุกคนพร้อมลุยสัมผัสได้…”    

ขาเชียร์ม็อบรายนี้ ดูจะคิดแบบเดียวกับ “เฮียบุ๊ง” ที่ว่า “..แกนนำคิดเด็กเกิน มีแต่อีเวนท์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ จบด้วยความจาง ๆ ไม่ได้อะไร อีกฝ่ายอ่านเกมง่าย จัดการง่าย หยั่งเชิงหาเพดานได้ง่ายไปหมด” 

ไผเป็นไผ 2 ขั้วการ์ด ม็อบราษฎร

++
การ์ดทำพลาด
++
ในเหตุการณ์ตำรวจฉีดน้ำใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ปรากฏว่า มีการแชร์คลิป การ์ดม็อบราษฎร ปาระเบิดเพลิงใส่แถวตำรวจ ซึ่งในคืนนั้น “โตโต้” หัวหน้าการ์ด ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงว่า เป็นพลุสี ไม่มีเสียง ไม่มีสะเก็ดระเบิด จะมีเพียงควันโพยพุงออกมาราว 30 วินาที ก่อนดับไปเอง    

“เขาแจ้งว่า พลุควันที่ว่า จะเป็นพลุควันสี เมื่อจุดชนวนไม่กี่วินาที มันจะพ่นสีออกมา เพื่อบดบังทัศนวิสัยจากการสลายการ ชุมนุมของ จนท. โดยการใช้น้ำแรงดันสูงฉีด   ซึ่งคงเป็นความหวังดีของเขา และเขาเห็นว่า ที่ ต่างประเทศวิธีนี้คือ แนวทางสันติวิธี”   

อย่างไรก็ตาม “โตโต้” ได้เรียกการ์ดอาสา คนที่ปาพลุสี มาพูดคุย และตักเตือนไปแล้ว 

ไผเป็นไผ 2 ขั้วการ์ด ม็อบราษฎร

การ์ดอาชีวะ ได้รับคำชมเชยจากกองเชียร์

‘ราษฎรสาส์น’ กลยุทธ์ ‘ยื้อ’ ขอพื้นที่พูดคุย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448450

‘ราษฎรสาส์น’ กลยุทธ์ ‘ยื้อ’ ขอพื้นที่พูดคุย

'ราษฎรสาส์น' กลยุทธ์ 'ยื้อ' ขอพื้นที่พูดคุย

8 พฤศจิกายน 2563 – 20:45 น.

อีเวนท์ “ราษฎรสาส์น” ยืนยันถึงความเป็น “ม็อบอุดมการณ์” ขอพื้นที่พูดคุย

          การเดินขบวนไปยื่น “ราษฎรสาส์น” ในค่ำวันที่ 8 พ.ย.2563 เป็นอีเวนท์ “ยกระดับหลักการสูงสุด” ซึ่งยืนยันถึงเป้าหมายของพวกเขาคือ การปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง

          อ่านข่าว

        :  บาดเจ็บ 2 หลังตำรวจฉีดน้ำใส่กลุ่มผู้ชุมนุม

        : เปลี่ยนเกมม็อบทะลุฟ้า ‘กองทัพ’ ขยับ

          สังเกตได้จากการนัดชุมนุมหลายต่อหลายครั้ง แกนนำม็อบรุ่นใหม่ จะไม่เลือกกลยุทธ์ “ม็อบกดดัน” หากแต่เน้น “ม็อบเชิงสัญลักษณ์”

          “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา ย้ำแล้วย้ำอีกว่า “แนวทางของพวกเรา ที่เน้นสันติวิธี และสร้างสรรค์ เพราะบทเรียนที่ผ่านมา ชี้ชัดแล้วว่า ใครเริ่มใช้ความรุนแรงก่อน คนนั้นแพ้”

          ทำนองเดียวกับอานนท์ นำภา ที่เคยโพสต์เฟซบุ๊คว่า “บางที เรื่องที่หลายคนคิดว่าจะจบแบบรุนแรง ก็อาจจบแบบเรียบง่ายก็ได้นะครับ อย่างเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์..ผมว่านะ คงไม่มีใครอยากพาบ้านเมืองไปจุดนั้น จุดที่มีความรุนแรง ความสูญเสีย”

           ++

          ขอพื้นที่พูดคุย

          ++

          อีเวนท์ “ราษฎรสาส์น” ในวันครบรอบ 73 ปี รัฐประหาร 2490 กลุ่มม็อบราษฎร คงต้องการสื่อไปถึงรัฐบาลประยุทธ์ และสมาชิกวุฒิสภา ในประเด็น “เปิดพื้นที่พูดคุยเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างปลอดภัย”

'ราษฎรสาส์น' กลยุทธ์ 'ยื้อ' ขอพื้นที่พูดคุย

         โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ได้นำเสนอการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติวิธี ภายใน 4 เดือน นอกจากการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก และแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ก็มีเรื่องการเปิดพื้นที่พูดคุยเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างปลอดภัย

         “ทุกฝ่ายต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความรับรู้ของประชาชน และบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ขยายมากขึ้นในยุครัฐประหารของ คสช. และการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยข้อหา ล้มเจ้า ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้สร้างความอัดอั้นใจที่ต่อมาปะทุขึ้นเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนและรุนแรงบนท้องถนน”

        ++

พลังปกป้องสถาบัน

++

        แกนนำม็อบราษฎร ต้องชิงเปิดเกมรุกยื่น “ราษฎรสาส์น” ขอพื้นที่พูดคุย เพราะการจัดม็อบเชิงสัญลักษณ์บ่อยครั้ง มวลชนเริ่มชินชา และบางกลุ่มรู้สึกหงุดหงิด ถามถึงว่า เมื่อใดจะชนะ

        ขณะที่พลังปกป้องสถาบันฯ มีการขับเคลื่อนอย่างมีรูปการต่อเนื่อง โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างอดีตหลวงปู่พุทธอิสระ กับอานนท์ แสนน่าน ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง

        อดีตหลวงปู่พุทธอิสระ มีแผนนัดรวมพลังคนเสื้อเหลืองครั้งใหญ่ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้